.·°∴ ☆.ขอให้ดาวตก Shooting star.·°∴ ☆. {Yaoi}

ตอนที่ 3 : ขอให้ดาวตกครั้งที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62


ขอให้ดาวตกครั้งที่ 2


//

อยากจะหนีไปให้พ้น

ยิ่งเจอยิ่งปวดใจ

//




คนที่ใช่....ไม่ต้องพยายาม


ผมใช้ความพยายามเพื่อที่จะทำทุกอย่างให้เมฆ ผมหวังว่าสักวันเมฆมันจะเห็นสิ่งที่ผมทำให้แต่ความพยายามของผมก็ไม่เคยสำเร็จ มันเห็นแค่ผลลัพธ์ที่ผมทำให้แต่ระหว่างทางที่ผมพยายามมันไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง


กับคนอื่นที่มันทั้งควงและคบผ่านๆ คนเหล่านั้นไม่เคยต้องใช้ความพยายามอะไรเลยเมฆมันก็ให้ความสนใจ กระทั่งฟ้าที่ไม่ได้ชอบมัน มันก็ยังให้ความสำคัญกับฟ้ามากกว่าผมที่พยายามทำทุกอย่างให้มัน


คนที่ไม่ใช่อย่างผม...พยายามยังไงก็ไม่เคยสำคัญกับมันอยู่ดี


แต่จะไปโทษอะไรมันได้ ในเมื่อทุกอย่างผมเป็นคนเลือกเอง


ผมเลือกได้ที่จะไม่ทำแต่ผมก็เลือกทำ


ผมเลือกได้ที่จะเอาตัวเองออกมาจากมันแต่ผมก็ไม่กล้าพอ


ผมยอมรับว่าการได้อยู่กับเมฆมันทำให้ผมมีความสุขแต่ก็มักจะพ่วงความทุกข์เข้ามาให้รู้สึกร่วมด้วยทุกครั้ง เมฆเวลาอยู่กับฟ้ามันก็เทคแคร์ฟ้าเป็นอย่างดีจนผมอิจฉา ผมได้แต่นั่งมองมันที่ทำนั่นนี่ให้ฟ้าโดยที่ผมก็ไม่สามารถแสดงออกอะไรได้เลย


“ศิน วันนี้ไปเลือกของเป็นเพื่อนฟ้าหน่อยได้ไหม?”


ผมหันไปมองฟ้า เพื่อนสนิทของผมที่มักจะมีความสุขกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ แม้จะมีไอ้เมฆมาคอยกวนใจแต่ฟ้าก็ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญหรือไล่เมฆให้ไปพ้นๆ ผมคิดว่าฟ้าใจดีเกินไป ความใจดีของฟ้าก็เหมือนเป็นการให้ความหวังกับเมฆเหมือนกัน


“ได้สิ จะซื้อของเข้าห้องเหรอ?”


“เปล่า จะซื้อของขวัญให้ฝน อีกไม่กี่วันก็วันเกิดฝนแล้ว”


ฝนคือรูมเมทที่อยู่กับฟ้า สองคนนี้อยู่ด้วยกันมาเกือบปีแต่สนิทและเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว ฝนเป็นผู้หญิงที่น่ารัก ตัวเล็กๆขาวๆ ฟ้าชอบบ่นให้ผมฟังว่าฝนมีนิสัยซุ่มซ่าม ชอบทำให้ตัวเองได้แผลอยู่เรื่อยจนบางทีฟ้าก็ปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้ เวลาฝนมีแผลเลือดก็จะไหลไม่หยุดและไหลเยอะมากจนฟ้าต้องคอยเฝ้าระวัง


ก็สงสัยกับความสัมพันธ์ของสองคนนี้นิดหน่อยแต่คงไม่มีอะไร เพื่อนเป็นห่วงเพื่อนคงไม่มีอะไรแปลก


“เอาสิ ศินจะได้ไปซื้อให้ฝนด้วย จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วซื้อสมุดไดอารี่ให้ฝนท่าทางชอบมาก”


“เขาเก็บไว้อย่างดีเลยล่ะ บอกว่าศินให้เลยไม่กล้าใช้” ฟ้าว่าพลางขบขันกับสิ่งที่ฝนทำ เวลาพูดเรื่องฝนทีไรฟ้าก็ดูจะอารมณ์ดีทุกที


“โธ่...ซื้อมาให้ใช้แต่ไม่ใช้ซะงั้น ฝนนะฝน”


ผมบ่นฝนอย่างเอ็นดู เขาเรียนคนละสาขากับพวกเราแต่อยู่คณะเดียวกัน เวลาทำกิจกรรมก็มักจะทำร่วมกันบ่อยๆ


“เอาน่า เดี๋ยววันหนึ่งที่ฝนอยากจะเขียนอะไรขึ้นมาจริงๆ ไดอารี่ของศินก็ต้องถูกใช้แน่นอน เชื่อฟ้าสิ”


เราไม่ได้คุยอะไรกันอีกเพราะถึงเวลาเรียน เพื่อนคนอื่นในกลุ่มวันนี้เรียนคนละเซคกับผมและฟ้าเลยไม่ได้เจอกัน วิชาที่เราเข้าเรียนตอนนี้เป็นวิชาเลือกเสรีของทางคณะ จะมีคณะอื่นมาเรียนบ้างปะปนกันก็ไม่แปลก


“ฟ้า”


เสียงที่คุ้นเคยทำให้ผมหันไปมองก่อนเจ้าของชื่ออย่างฟ้า ผมจำเสียงนั้นได้เป็นอย่างดี เหมือนเสียงของมันตราตึงและฝังรากลึกลงไปในหัวใจ ผมเห็นเมฆยืนอยู่ตรงนั้น เขามองฟ้าด้วยแววตาที่มีประกายเต็มเปี่ยมไปด้วยความชอบและชื่นชม


“อ้าวเมฆ มานั่งสิแต่ว่าคงต้องนั่งข้างศินนะพอดีว่าตรงนี้มีคนนั่งล่ะ” ข้างๆฟ้าก็คือที่ของฝนซึ่งเขาลงไปหาอะไรกินที่โรงอาหารแต่ไปนานแล้วก็ยังไม่กลับมาสักที


“อ้อ ได้ๆขอบคุณนะ...ศินนั่งด้วยคนนะมึง” เหมือนมันเพิ่งเห็นผมอยู่ตรงนี้ ก็นะอยู่นอกสายตามันจะไปน้อยใจอะไรได้


ผมทำเพียงพยักหน้า มองตามเมฆที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าผมกำลังนั่งคั่นกลางระหว่างเมฆกับฟ้าอยู่


ที่ที่ผมนั่งเหมือนเป็นที่นั่งของส่วนเกินเลยว่ะ ผมรู้สึกอยากให้ฝนกลับมาจากโรงอาหารเร็วๆจัง


“เป็นไรมึงเหม่อว่ะ” เมฆผลักหัวผมจนผมรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังเหม่อคิดเรื่องไร้สาระไปไกล


“อะไร อย่ามากวน”


“โอ๊ะ อารมณ์ไม่ดียิ่งน่าแกล้งใหญ่”


“ไอ้เมฆกูไม่เล่น” ผมกระซิบว่ามันเสียงเบาเมื่อมันตั้งท่าจะเข้ามาจี้ที่เอวผม


“เออๆไม่แกล้งก็ได้วะ เลิกทำหน้างอได้ละ”


หน้างอพ่องอ่ะ อยากตอบมันไปนะแต่คุยกับคนอย่างไอ้เมฆเดี๋ยวมันก็ได้หาเรื่องมาแกล้งผมอีกสารพัด เลือกที่จะเงียบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่า


“แล้วทำไมวันนี้ถึงใส่แว่นมา?”


“ไม่มีคอนแทคเลนส์ใส่”


“ก็ไปซื้อดิ”


“ขี้เกียจ ใส่แว่นแล้วก็เหมือนๆกันนั่นแหละ”


“เออแต่ใส่แว่นไปเหอะ หน้ามึงดูเอ๋อๆตลกดี”


ไอ้สัดเมฆ เมฆา ไอ้ห่านี่ไม่คุยกับมันแม่งละ


มันก็ไม่ได้อยากจะคุยกับผมสักเท่าไหร่หรอก พอว่าผมเสร็จก็เปลี่ยนเป้าหมายไปคุยกับฟ้าทันที


“ฟ้าครับ เย็นนี้ว่างไหม เมฆเห็นร้านนมสดมาเปิดใหม่แถว มอ.ล่ะ อยากจะชวนให้ไปด้วยกัน” มันโผล่หน้าไปคุยกับฟ้า นับถือความพยายามของมันที่ทำให้ผมกลายเป็นส่วนเกินไปโดยสมบูรณ์


“เอ่อ...เย็นนี้ฟ้าไม่ว่าง พอดีจะไปซื้อของกับศิน”


“จริงเหรอ? เมฆไปด้วยได้ไหม ไปช่วยถือของก็ได้”


“คือเราเกรงใจเมฆน่ะ”


“ไม่เป็นไรเลย เราเต็มใจ ฟ้าอยากให้เราทำอะไรเราทำให้หมดเลย ให้เมฆไปด้วยนะครับ” เมฆมันทำเสียงอ่อน แววตามันเว้าวอนและออดอ้อนอยู่ในที


ผมเสตาหลบภาพที่เห็นในระยะใกล้ มันทำให้ผมหวั่นไหวกับสายตาของมันทั้งๆที่มันส่งสายตานั่นไปให้ฟ้าต่างหาก


“ตามใจเมฆแล้วกัน”


“งั้นไปรถเมฆเนอะ”


“รบกวนด้วยนะ”


ผมแอบถอนหายใจอยู่เงียบๆคนเดียว ยิ่งนั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ก็เหมือนกลายเป็นธาตุอากาศเข้าไปทุกที ผมอึดอัดไปหมด หายใจไม่ทั้งท้องเลยสักนิด ในอกปวดหน่วงจนต้องยกมือขึ้นมาลูบเบาๆ ก็รู้ว่าคงจะบรรเทาอะไรไม่ได้แต่ไม่รู้ต้องทำยังไงถึงจะออกไปจากความรู้สึกบ้าๆนี่สักที


หมดคาบเรียนวิชาเสรีวันนี้ผมยอมรับว่าตัวเองเรียนไม่รู้เรื่อง เพราะวันนี้ผมสมาธิสั้นกว่าเดิมหรือเปล่า หรือเพราะเสียงพูดคุยเบาๆของเมฆกับฟ้าทำให้ผมไม่สามารถโฟกัสไปที่สไลด์และอาจารย์ที่สอนอยู่ด้านหน้าได้เลย


ผมรู้ว่าฟ้าดีแต่บางทีก็ไม่ต้องดีขนาดนั้นก็ได้ ฟ้ายิ่งทำให้เมฆมันชอบไปใหญ่ มันยิ่งชอบฟ้ามากขึ้นเพราะความใจดีของฟ้าก็คือการให้ความหวังกับเมฆ


“ฝนไม่ไปด้วยกันเหรอฟ้า?” เมฆหันไปถามฟ้างงๆตอนที่เราขึ้นรถกันเรียบร้อยแล้ว


“วันนี้ฝนเขามีทำงานกลุ่มก็เลยไม่ได้ไปด้วย”


ขนาดฟ้านั่งเบาะหลังเมฆมันยังพยายามเอี้ยวตัวไปคุย กับผมที่นั่งข้างๆกันมันไม่คิดจะถามหรือจะพูดคุยอะไรเลยสักนิด


“คาดเข็มขัดด้วยหรือต้องให้คาดให้?” ผมสะดุ้งอีกแล้ว เผลอทีไรก็เอาแต่เหม่อทุกที เห็นเมฆมันส่ายหน้าให้กับท่าทางของผมก่อนมันจะชี้ไปที่เข็มขัด “อยากให้กูคาดให้จริงๆว่างั้น?”


“มะ..ไม่ กูทำเอง” ผมลนลานรีบดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัว เสียบถูกเสียบผิดไม่เข้าล็อคสักทีจนเมฆมันต้องแย่งไปเสียบให้


“เสียบนานกว่านี้รถติดพอดี”


ทีแท้ก็กลัวรถติด มันไม่ได้อยากช่วยผมจริงๆสักหน่อยแต่ทำไมก็ไม่รู้นะครับ เวลามันทำอะไรเล็กๆน้อยๆให้ผม ผมก็ดีใจกับสิ่งที่มันทำให้แล้ว


 

 

 


การไปไหนมาไหนด้วยกันสามคนอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกแต่บางทีผมก็ถามตัวเองตลอดว่าผมจะมากับพวกเขาด้วยทำไม มาเพื่อให้เห็นว่าเมฆมันชอบฟ้ามากขนาดไหนเพื่อตอกย้ำใจตัวเองเหรอ?หรือมาเพื่อทำให้ตัวผมเองกลายเป็นส่วนเกินเพราะไม่มีใครสนใจแบบนี้รึเปล่า


ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่ดีเลยสักอย่าง ผมควรจะหยุดดีไหมในเมื่อทำแบบนี้มาเป็นปีก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น เมฆมันก็ไม่ได้มองผมหรือชายตาแลผมเลยสักครั้ง


“ฟ้า อันนี้น่ารักเข้ากับฟ้า” มันยื่นกิ๊ฟติดผมแล้วเอามาให้ฟ้าดู


“เราไม่ชอบติดกิ๊ฟเลยเมฆแต่ถ้าเป็นฝนรายนั้นน่าจะชอบ เอ๊ะ! จริงสิ ขอบคุณนะเมฆ” ฟ้าท่าทางดีใจ เขาเหมือนหาของที่ตนเองถูกใจได้แล้ว ฟ้าจับแขนเมฆเขย่ายิ้มกว้างจนเมฆมองฟ้าแทบไม่ละสายตา


ผมแอบมองพวกเขาสองคนเงียบๆ เห็นแบบนี้แล้วฟ้ากับเมฆก็เหมาะสมกันดี


“มองไรมึง?” เมฆเดินเข้ามาถามผมหลังจากที่ฟ้าใช้เวลากับการเลือกกิ๊ฟติดผมให้ฝนเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด


“ป่าว”


“ก็เห็นว่ามอง มีไรเห็นวันนี้เหม่อบ่อยๆ ไม่สบายป่ะวะ” มันยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว ขยับก้าวท้าวถอยหนีอย่างตกใจ เงยหน้ามองมันด้วยความสับสนจากนั้นจึงเอ่ยออกมาเสียงค่อนข้างสั่นเล็กน้อย


“คือ..กูไปเข้าห้องน้ำก่อน”


ผมเดินลิ่วไปเลยไม่หันไปตามเสียงที่เมฆเรียกไว้ เมื่อกี้ที่มือมันสัมผัสกับหน้าผากผมทำเอาผมใจเต้นแรง ผมกลัวว่ามันจะรู้ว่าผมคิดกับมันยังไง สายตาผมไม่สามารถปิดบังความรู้สึกได้ตลอดเวลา กลัวว่าถ้ามันเห็นแววตาของผมเมื่อกี้เมฆอาจจะรู้ความรู้สึกของผมที่มีต่อมัน


“เกือบแล้ว”


ผมลูบอก เปิดน้ำวักใส่หน้าตัวเองเบาๆ วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย ผมต้องทำตัวเข้มแข็งกว่านี้สิ ผมต้องปกปิดความรู้สึกให้ดีเหมือนที่เคยทำ


กลับมาอีกทีก็เจอแต่ฟ้าที่ยืนอยู่หน้าร้าน ผมพยายามกวาดสายตาหาเมฆในบริเวณรอบๆแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน


“เมฆล่ะฟ้า?”


“เขาไปกับเพื่อนน่ะ ฟ้าว่าเราคงต้องกลับเองแล้วล่ะศิน”


“ทำไม?”


“พอดีคนนั้นที่พาเมฆไปก็ไม่เชิงว่าเพื่อนหรอก” ฟ้ายิ้มแห้งส่งให้ผม แค่เขาพูดขึ้นมาผมก็เข้าใจได้ทันทีแล้วว่าเมฆมันหายไปกับใคร


“ฟ้าไม่โกรธมันเหรอ?”


“ฟ้าจะโกรธเมฆทำไม ขอบคุณเขาซะอีกที่ขับรถพาเรามาซื้อของส่วนเรื่องนั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาฟ้าไม่ได้คิดอะไรหรอก”


“แต่เมฆชอบฟ้า”


“ฟ้าไม่ได้ชอบเมฆนะศิน ฟ้าก็เห็นเมฆเป็นเพื่อนของฟ้าอีกคนนึงแค่นั้นเอง อย่าคิดมากเลย ไปหาอะไรกินกันก่อนไหมหรืออยากกลับแล้ว?”


“กลับเลยก็ได้ พอดีเราปวดหัวนิดหน่อย”


ปวดหัวกับเรื่องไอ้เมฆ เมฆา เมื่อไรกันนะผมจะเลิกชอบมันได้สักที

 

 

 

 


การที่ต้องเจอกับเมฆเกือบทุกวันเป็นเรื่องยากที่ผมจะสามารถตัดใจจากมันได้ บางทีก็อยากหนีไปให้ไกลจากมันแต่ก็รู้ว่าคนที่ทรมานและเจ็บปวดกับการที่ไม่ได้เจอกันคงจะเป็นผมเอง


ตอนนี้ไม่มีทางไหนที่ผมจะหนีไปจากมันได้เลย


“ไอ้หยางมึงเอาแผ่นนั้นมาดูดิ๊” ภุชงค์กระดิกนิ้วให้หยางที่นั่งข้างๆหยินให้หยิบแผ่นงานมาให้มัน เราทำงานกลุ่มร่วมกันไม่รู้ว่าเป็นงานที่เท่าไหร่ ทำด้วยกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนเหมือนจะรู้ใจกันไปหมด


“ข้อมูลผิดเยอะจริง จากเว็บไหนวะไอ้ฉิบหาย ไม่น่าปริ้นท์มาให้เปลืองเงินเลย” พอได้รับมันก็กวาดตาดูเนื้อหาบนแผ่นกระดาษแล้วก็บ่นออกมาให้ทุกคนฟัง


“ก็มึงไม่ใช่เหรอที่บอกว่าชอบอ่านในกระดาษมากกว่าหน้าจอคอมน่ะ หยินน้องกูเลยต้องถ่อสังขารไปปริ้นท์งานให้มึงอ่านเนี่ย”


“โธ่..หยินหยิน ขอบคุณมากน่ารักกว่าไอ้หยางอีก เติบโตมาอย่างดีเลยพ่อแม่คงภูมิใจที่มีลูกสาวอย่างหยิน”


“ไอ้ภุชงค์เอามือออกจากน้องสาวกู”


“หวงจังเลยวะ หยินก็เพื่อนกูเหมือนกันนี่แหละ”


“สองคนนี้ทะเลาะกันอีกละ พอๆ ไหนภุตรงไหนที่ภุว่าผิด?” หยินยื่นหน้าเข้าไปถาม มองเนื้อหาบนกระดาษเพื่อสำรวจบ้าง


“มันมีข้อมูลที่ยังไม่อัพเดท ไม่เชิงว่าผิดหรอกแต่เป็นข้อมูลที่เก่ามากแล้ว ถ้าเทียบกับอีกเว็บจะดูน่าเชื่อถือกว่าเพราะอัพเดทตลอด”


“งั้นข้อมูลในแผ่นนี้ก็ปัดตกแล้วกันนะ”


“อืม”


แรกๆที่ทำงานด้วยกันมันก็ไม่ราบรื่นขนาดนี้หรอกแต่เพราะอยู่ด้วยกันมานานและทำงานกลุ่มด้วยกันเกือบทุกงานจึงผ่านไปอย่างราบรื่นเพราะเราทั้งแบ่งหน้าที่และพูดคุยกันจนเข้าใจ


“ฟ้าว่าเราอย่าเพิ่งปัดตกเลย ข้อมูลพวกนั้นเอามาเทียบกับปัจจุบันได้นะถ้าดูดีๆ”


“ก็จริงของฟ้า”อยากจะแหมใส่ไอ้ภุชงค์ เมื่อกี้ไม่ใช่มันหรือไงที่เห็นด้วยให้ปัดตกข้อมูลไปน่ะ


“เก็บไว้ก่อนแล้วกันค่อยมาดูอีกที” ผมเอ่ยเสริมบ้าง


งานกลุ่มเป็นงานที่ต้องออกความคิดเห็น บางทีการคิดคนเดียวมันก็ได้แค่งานที่อยู่ในมุมมองเดียวเห็นแค่ด้านเดียวแต่พอทุกคนในกลุ่มช่วยกันออกความคิดเห็นก็จะมองได้หลายด้านและเห็นอะไรได้หลายๆมุม


“มาอีกละ กูเบื่อ”


เหมือนกลายเป็นคำพูดติดปากของไอ้ภุชงค์ พอมันเห็นเมฆเดินหน้าแป้นแล้นยิ้มมาแต่ไกล ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าโต๊ะที่มันกำลังมุ่งหน้าเดินมานั้นจะเป็นโต๊ะไหนถ้าไม่ใช่โต๊ะของกลุ่มผม


“หวัดดี” การทักทายของมันทำขึ้นเพื่อเป็นมารยาทเท่านั้น


ความจริงเมฆมันเลือกที่จะไม่ทักทายคนที่ไม่ชอบมันก็ได้แต่มันไม่ทำเพราะอยู่ต่อหน้าฟ้ามันจะต้องเป็นเมฆที่ดีให้ฟ้าเห็น


“มาทำไมใครเชิญมา?” ถ้าเมฆมันอารมณ์ร้อนกว่านี้คงต้องได้ต่อยกับไอ้ภุชงค์สักหมัดแล้วล่ะ


“มาหาฟ้า ขอโทษที่มารบกวนนะ”


“เออ ก็รู้นี่ว่ารบกวน”


“ภุชงค์”


ฟ้าเอ่ยเตือนเบาๆที่เห็นว่าภุชงค์เริ่มอารมณ์ขึ้น อีกนิดเดียวมันคงด่าไอ้เมฆเปิง


“โทษที ขอไปหาไรกินที่เซเว่นก่อนละกัน”


“กูไปด้วย หยินไปกับพี่ไหม?”


“ไปค่ะ”


ทุกคนทำไมพร้อมใจกันไปจากโต๊ะจังเลยนะ แล้วทำไมผมต้องเป็นคนเดียวที่ปฏิเสธคำเชิญชวนของพวกมันด้วย ผมควรจะตอบตกลงไปหาอะไรกินกับมันสิ ผมไม่น่ามานั่งหน้าโง่อยู่ตรงนี้ให้ใจเจ็บเล่นๆเลย


“ฟ้าทำอะไรอยู่ครับ เราช่วยไหม?”


ไอ้เมฆมันไม่แหกตาดูหรือไงว่าฟ้าพิมพ์งานอยู่ จะไปถามให้รบกวนฟ้าทำไมวะ


“ไม่เป็นไรเมฆ แล้วนี่มาถึงคณะเรามีอะไรรึเปล่า?”


“เปล่าหรอกแค่อยากมาหา”


ถ้าเป็นผมที่ได้รับคำหวานคำนั้นจากเมฆผมคงยอมมอบให้มันทั้งใจแต่มันกลับมอบให้ฟ้าผู้หญิงที่มองมันเป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่งจึงได้รับรอยยิ้มสวยๆและความเงียบเพียงเท่านั้น


“ไม่กวนฟ้าดีกว่าแต่เมฆขอนั่งดูฟ้าทำงานเงียบๆตรงนี้แล้วกันนะ”


“ตามสบายเลย”


จะให้ย้ำกี่รอบว่าฟ้าใจดีเกินไป แทนที่จะไล่ให้เมฆมันไปไกลๆกลับบอกให้มันนั่งตามสบายแบบนี้มันไม่สมควรเลยสักนิด


“มึงล่ะทำอะไรศิน มีหน้าที่นั่งเหม่อหรือไงมึง”


“กวนตีน”


ผมไม่อยากคุยกับมัน ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ


“อ่าว เป็นไรวะไปกินรังแตนที่ไหนมา”


“เรื่องของกู มึงจะนั่งก็นั่งเงียบๆอย่ากวน”


“ก็ไม่ได้มากวนมึงสักหน่อย”


ว่าเสร็จมันก็หันไปหาฟ้าอีกครั้ง ก็จริงของมัน มันไม่ได้ตั้งใจมาหาหรือมากวนผมสักหน่อย


ทำไมนะ ผมถึงรู้สึกว่ายิ่งนั่งอยู่ตรงนี้ยิ่งปวดที่หัวใจ ไม่เห็นจะมีความสุขเลยสักนิด ใครบอกว่ายิ่งได้อยู่ใกล้คนที่ชอบแล้วจะมีความสุข เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นกับผมเพราะตอนนี้ความสุขคืออะไรผมยังไม่รู้เลย


ไม่รู้อะไรเลยตั้งแต่มีเมฆ เมฆา เข้ามาในชีวิต ความสุขที่ผมเคยมีเหมือนค่อยๆเลือนหายไปจนกลายเป็นความรู้สึกปวดหน่วงที่หัวใจเข้ามาแทนที่ทุกครั้งที่เห็นสายตาของมันที่ใช้มองฟ้า


.·°∴ ☆.


ตอนนี้ก็คือนั่งฟังเพลงเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ของออฟ ปองศักดิ์แล้ว ฮือ สงสารศินมากแต่ขึ้นชื่อว่าความรักอ่ะเนอะ
ฝากคอมเม้นติชมด้วยนะคะจะได้นำไปปรับปรุงต่อไป ขอบคุณค่าาา
แฮชแท็ก #ผมขอให้ดาวตก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #69 00_Mid-Night_00 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:42
    กวูอยากให้ใครสักคนมาแทนคุณ​เมฆาจริงๆอยากให้มีคนมาเยียวยา​น้องเหลือเกิน
    #69
    0
  2. #22 godxmeii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 08:33
    ตัดใจจจจจ หาผู้ใหม่มากระแทกหน้ามัน!!!
    #22
    0
  3. #21 nong339 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 07:24

    ตัดใจเถอะลูกกกก
    #21
    0
  4. #20 amyhunter (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 06:37

    ไรต์เปลี่ยนพระเอกเลย!! บังอาจมาทำน้องเศร้า!!!

    #20
    0
  5. #19 C_Baek.k (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:58
    สงสารน้องจัง
    #19
    0
  6. #18 JvrsM_s (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:30
    ฮื่ออออ ศินลูกกกกก ไรท์หาผู้คนใหม่ให้น้องเถอะ เราสงสารรร แง
    #18
    0