.·°∴ ☆.ขอให้ดาวตก Shooting star.·°∴ ☆. {Yaoi}

ตอนที่ 2 : ขอให้ดาวตกครั้งที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62

ขอให้ดาวตกครั้งที่ 1


//

เก็บเอาไว้คำว่ารักไม่อาจจะพูดไป

เมื่อเธอนั้นมีคนนั้น เคลียคลออยู่ข้างกาย

//

 



เมฆ เมฆา..คือชื่อของเขา


หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้นเมฆก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของผม ไม่สิ...เขาเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของฟ้าต่างหาก ผมมันก็เป็นเพียงทางผ่านที่เขาจะใช้เพื่อเข้าหาฟ้าเท่านั้น


ผมยินดีเพราะยังไงผมก็ได้ประโยชน์ ผมได้รู้จักเขาโดยที่ไม่ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปทักก่อน ผมได้กินข้าวกับเขาแม้ว่าตรงนั้นจะมีฟ้าและเพื่อนคนอื่นอยู่ด้วยก็ตาม


และผมก็คิดว่าแค่นี้มันก็เกินที่ผมคาดไว้มากแล้ว


ตั้งแต่ปีหนึ่งจนมาถึงปีสอง ผมกับเมฆก็เหมือนจะรู้จักกันมากขึ้น เรามีไลน์ของกันและกัน มีช่องทางติดต่อที่เมฆให้ผมไว้โดยที่ผมไม่ต้องขอแต่ทุกครั้งที่เขาทักมาไม่เคยมีเรื่องของผมอยู่ในนั้น ทุกๆประโยคที่เขาพิมพ์ส่งมามีแต่ชื่อฟ้าแปะหลาอยู่ในประโยคจนผมรู้สึกชาที่หัวใจ


“ศิน ฟ้าไปไหนวะ?”


ชื่อของผมคือ ศศิน มันแปลว่าดวงจันทร์ พ่อกับแม่บอกแค่นั้นไม่ได้อธิบายความเพิ่มว่าทำไมถึงตั้งชื่อนี้ให้ผม ผมก็ไม่ได้อยากรู้นักหรอก เกิดมาแล้วมีชื่อให้คนอื่นได้เรียกก็ดีถมเถไป


“ไปหาฝนอ่ะ เห็นว่าฝนลืมของไว้ที่ห้องเมื่อเช้าเลยเอาไปให้” ผมตอบเพื่อนในกลุ่มอีกคน


มันมีชื่อจริงว่าภุชงค์ และชื่อเล่นมันก็คือไอ้ภูมิแต่เพื่อนในกลุ่มนิยมเรียกมันว่าไอ้ภุไม่ก็ไอ้ชงมากกว่า มันโวยวายใหญ่ตอนพวกผมเรียกมันบ่อยๆ บอกว่าเรียกชื่อนี้แล้วรู้สึกว่าไม่เท่ อยากให้พวกผมกลับไปเรียกภูมิแต่พวกผมก็ไม่ชินปาก สุดท้ายไอ้ภุชงค์มันก็เลยยอมๆแม้จะมีหงุดหงิดบ้างก็ตามที


ในกลุ่มผมมีเพื่อนทั้งหมดห้าคนรวมผมเข้าไปด้วย คนแรกที่ผมสนิทตั้งแต่ปีหนึ่งแน่นอนว่าเป็นฟ้า ผู้หญิงหน้าตาสวยแต่นิสัยก็ลุยพอๆกับพวกผม เธอเป็นคนอัธยาศัยดี พูดคุยง่าย ทัศนคติดีมาก เรารู้จักกันเพราะได้เป็นบัดดี้กันตอนทำกิจกรรม จากนั้นมาก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันโดยปริยาย


ส่วนคนที่สองคือไอ้ภุชงค์ ผมเจอมันนั่งกินลูกชิ้นกับหมา ใช่ครับ มันนั่งกินลูกชิ้นคำแบ่งให้หมาคำ เป็นภาพที่ผมโคตรประทับใจและก็ได้มันมาเป็นเพื่อนงงๆ แต่ก็ดีไม่ได้แย่ ไอ้ภุชงค์มันชอบทำตัวปัญญาอ่อนแต่มักจะมีเมตตาโปรดสัตว์ให้ทานประจำ ขนาดป้ายในโรงอาหารติดว่าห้ามให้อาหารสัตว์มันก็ยังฝ่าฝืนให้เลย คนมันมีน้ำใจรักสัตว์ห้ามยังไงก็ยากแหละครับ


อีกสองคนเป็นแฝดพี่น้อง มันมีชื่อว่าหยินกับหยางซึ่งแน่นอนว่าที่บ้านพวกมันเป็นคนจีน หยินเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆหน้าตาออกไปทางหมวยหน่อยๆส่วนหยางเป็นผู้ชายตัวค่อนข้างสูงแถมหน้าก็ตี๋ตานี่ก็ตี่เหมือนจะปิดอยู่ตลอดเวลา สองคนนี้ผิวขาวเหมือนกันทั้งคู่


ได้มันสองคนเข้ากลุ่มก็ตอนทำงานกลุ่มปีหนึ่ง จำได้ว่าอาจารย์ให้กลุ่มละห้าคน พวกผมมีสามคนเหลืออีกสองถึงจะครบ แฝดพี่น้องหยินหยางมันก็เป็นเศษพอดีเลยได้เข้ามาทำงานด้วยกัน ไปๆมาๆก็กลายเป็นว่าอยู่กลุ่มเดียวกันนับตั้งแต่นั้นมาเลย


“ช่วงนี้กูเห็นไอ้เมฆมันไปควงเด็กศึกษาอีกละ” เป็นหยางที่บ่นขึ้นมา


ผมไม่แปลกใจเพราะมันเป็นเรื่องปกติของเมฆที่จะควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าซึ่งฟ้าก็รู้เห็นแต่ฟ้าไม่ได้ชอบเมฆเขาก็เลยไม่เดือดร้อน เป็นผมต่างหากที่มักเดือดร้อนแทนฟ้าทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ


ก็ถ้าเมฆชอบฟ้าจริงๆทำไมต้องไปควงคนอื่นอีกล่ะครับ ผมไม่เข้าใจคนอย่างเขาเลย


“เออ ไอ้เหี้ยแม่งโคตรเจ้าชู้ กูโคตรไม่ชอบขี้หน้ามันเลย” ไอ้ภุชงค์มันว่าเสริม มันเป็นคนเดียวที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าโคตรไม่ชอบเมฆ


ผมก็รู้ดีว่าไม่มีใครเขาชอบเมฆเท่าไหร่หรอก ในเมื่อปากบอกจะจีบฟ้า จะจริงใจกับฟ้าแต่ก็ยังทำตัวเจ้าชู้ควงคนนู้นคนนี้อยู่ร่ำไปและเพราะในกลุ่มไม่มีใครชอบเมฆ เมฆก็เลยต้องเข้าทางผมแทนเพราะผมไม่มีท่าทางว่าจะไม่ชอบเขาเลย ก็แน่ล่ะผมแอบชอบเขานี่เนอะ


“จริงมาก หยินไม่ชอบเลยเวลาเขามาพูดหวานๆใส่ฟ้า ฟังแล้วอยากจะมองบนวันละสิบรอบ หยินว่านะที่เขายังมาวอแวกับฟ้าก็เพราะฟ้าได้ยากนี่แหละเขาก็เลยเห็นว่าท้าทาย”


ผมเห็นด้วยกับหยินนะแต่เพราะเมฆเป็นคนที่ผมชอบก็เลยเห็นด้วยครึ่งๆกลางๆและมักจะพูดแก้ต่างให้เขาเสมอ


“เขาอาจจะชอบฟ้าจริงๆก็ได้ นี่ก็ผ่านไปปีนึงแล้วเขาก็ยังจีบฟ้าอยู่เลยทั้งๆที่รู้ว่าฟ้าไม่ชอบ เขาอาจจะจริงใจก็ได้นะ”


เออ....พูดเองก็เจ็บเอง ไม่รู้จะพูดตอกย้ำตัวเองทำไม ระยะเวลาที่เมฆจีบฟ้าก็พอๆกับที่ผมแอบชอบเขาเงียบๆคนเดียวนี่แหละ ของผมอาจจะนานกว่าเขาอยู่หลายเดือนเท่านั้น


“มึงก็เข้าข้างมันตลอดอ่ะศิน ไอ้เหี้ยนั่นมันดูจริงใจตรงไหนวะกูดูแล้วไม่เห็นมีความจริงใจเหี้ยไรเลย” ภุชงค์พูดอย่างหงุดหงิด ผมก็พอรู้ว่าทำไมเขาหงุดหงิดแต่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนผมเลยไม่ก้าวก่าย


“เอาเถอะมึง ตราบใดที่ฟ้ายังไม่ได้ชอบเขา พวกเราก็สบายใจได้เปราะหนึ่งแหละว่าเขาจะไม่ทำอะไรไปมากกว่าจีบ”


ใช่ครับ....สบายใจที่ฟ้าไม่ชอบเมฆกลับแต่อดเจ็บที่ใจไม่ได้ถูกครั้งเวลาได้เห็นเมฆพูดคุยกับฟ้า ผมจำสายตาที่เขาใช้มองฟ้าได้ เป็นสายตาที่ชาตินี้ผมคงจะไม่ได้รับจากเขาหรอก


“ลองมันทำอะไรดิวะ เจอตีนกูแน่”


เวลาพูดเรื่องเมฆทีไรกลุ่มเราก็อารมณ์เดือดขึ้นทุกที แต่ผมจะทำอะไรได้มากล่ะในเมื่อเมฆเขาก็ทำตัวเองทั้งนั้น ถ้าเขาไม่เจ้าชู้และคบคนอื่นไปด้วยตอนที่จีบฟ้าอยู่เพื่อนผมก็คงไม่เกลียดเขาขนาดนี้หรอก


อีกทั้งมันก็ดีแล้วที่เมฆเจ้าชู้ ฟ้าจะได้ไม่ชอบและผมก็จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดที่หัวใจมากนักแค่นี้ผมก็รับแทบไม่ไหวกับความเจ็บจี๊ดที่หัวใจเวลาได้เจอเมฆอยู่กับผู้หญิงคนอื่นแล้ว

 





 //

 





ผมไม่รู้ว่าผมมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ บางครั้งผมก็อยากด่าใส่หน้าเมฆแรงๆเหมือนกันว่าไอ้เหี้ย แต่ผมก็ทำไม่ได้สักที


“ศิน มึงช่วยกูหน่อยนะ กูอยากไปดูหนังกับฟ้าจริงๆนะเว้ย”


ผมอยากจะลุกออกไปจากตรงนี้ฉิบหาย เมฆมันมาบอกให้ผมชวนฟ้าไปดูหนังด้วยกันกับมันวันนี้ มันชวนฟ้าแล้วแต่ฟ้าไม่ไปด้วย ผมก็พอเข้าใจแหละใครเขาจะอยากไปกับมันในเมื่อมันก็ดูท่าทางไว้ใจไม่ค่อยได้เท่าไหร่ มือไม้มันไวยิ่งกว่าสี่จีซะอีก ผมเคยไปกินเหล้ากับกลุ่มมันอยู่ครั้งหนึ่ง แป๊บๆหันไปก็เห็นมันล้วงกับสาวอยู่ต่อหน้าต่อตา ไอ้ห่าแม่งเจ็บฉิบหาย แล้วผมจะทำไงได้นอกจากยกเหล้าซดให้ภาพตรงหน้ามันพร่าเบลอไปเอง


เสือกอยากไปกับเขาดีนัก พอเห็นภาพที่ไม่อยากเห็นกลับมาก็ร้องไห้โยเยอยู่คนเดียวในห้องทั้งๆตอนนั้นไอ้เมฆมันก็คงจะเยกับสาวคนนั้นอยู่เหมือนกัน


“ไม่เอาหรอก คราวก่อนกูก็โดนฟ้าโกรธไปทีนึงแล้ว”


“นะมึง คราวนี้ถ้าฟ้าโกรธกูจะบอกเขาเองว่ากูบังคับมึงให้ไปชวนเขา”


“บอกไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรวะ ถึงฟ้ารู้ฟ้าก็โกรธกูอยู่ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มึงใช้ให้กูไปหลอกเขาเพื่อเจอมึงหรอกนะเมฆ”


“โธ่ศิน....ช่วยเมฆหน่อยนะ ครั้งนี้ให้ทำอะไรก็ยอมเลย”


มันก็เป็นแบบนี้ รู้จักพูดรู้จักเข้าหาจะไม่ให้ใจอ่อนได้ไงล่ะวะ


“มึงไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนตีนกูเลย”


รบกวนจิตใจกูมากไปแล้วหน้าแบบนี้ของมึงน่ะ จะทำให้รักไปถึงไหนวะ ถ้าไม่รักกันก็อย่าทำให้รักไปมากกว่านี้เลยเมฆแค่นี้ใจกูก็เจ็บเพราะมึงมากพอแล้ว


“ไรวะ กูทำหน้าแบบนี้อ้อนมึงทีไรก็เห็นได้ผลตลอด”


ผมแสร้งทำหน้าเบื่อหน่ายทั้งที่ใจกระตุกตอนที่มันเริ่มยื่นมือมาจับมือผมไว้แล้วบีบนวดเบาๆเพื่อเอาใจ คงคิดว่าวิธีนี้จะทำให้ผมใจอ่อนเพื่อไปพูดกับฟ้าให้ได้


“ก็เด็กศึกษานั่นไงมึงก็ชวนไปดูหนังกับมึงดิ” ผมพูดถึงเด็กที่มันควงมาสองสามวันได้แล้ว ไอ้ห่านี่จะชวนฟ้าไปดูหนังทั้งๆที่ยังควงคนอื่นเนี่ยนะ โคตรเหี้ยเลย


รู้ทั้งรู้ว่ามันเหี้ยผมก็ยังชอบมันอยู่ดี เออ...ด่ามันก็เลิกชอบมันไม่ได้หรอก ถึงมันจะนิสัยเสียขนาดไหนแต่ใจชอบไปแล้วไง ยากที่จะตัดใจจากมันจริงๆ ถ้ามันไม่โผล่หน้ามาให้เห็นตลอดที่ผ่านนี้ผมคงเลิกชอบมันไปแล้ว


นี่ไงเหตุผลที่อยากด่ามันว่าเหี้ย ไอ้เหี้ยเมฆแม่งจะเข้ามาในชีวิตผมทำไมก็ไม่รู้


“ไม่เอาหรอก กูว่าจะเทเขาวันนี้แหละรำคาญแล้ว”


“เจ้าชู้ขนาดนี้สมแล้วที่ฟ้าเขาไม่ชอบมึง”


“มึงไม่ให้กำลังใจกูเลยศิน”


“กูจำเป็นต้องให้มึงด้วยเหรอ”


ทำไมต้องไปให้กำลังใจคนที่ชอบเพื่อที่จะได้มีกำลังใจจีบเพื่อนตัวเองวะ บ้าป่ะ โคตรนิยายเลย ถึงทุกครั้งผมจะช่วยให้มันได้ไปไหนมาไหนกับฟ้าแต่เพราะผมได้ไปด้วยไงผมก็เลยทำ แม้มันจะมีสามคน ผมก็มีความสุขที่ได้ใช้เวลาไปกับเมฆ


“ศินใจร้ายว่ะ”


“เออ”


ก็พยายามจะใจแข็งใจร้ายกับมันนะแต่พอไม่ได้เห็นรอยยิ้มมันแล้วก็ใจแข็งกับมันไม่ลง


“งั้นก็ช่างเหอะ ชาตินี้กูแม่งคงไม่สมหวังหรอก เพื่อนฟ้าแต่ละคนก็ดูไม่ชอบกูสักคน”


“มึงก็เลิกเจ้าชู้สักที”


“ได้ไงวะ มันก็เป็นเรื่องของกูป่ะ”


“ถ้าเลิกเจ้าชู้ไม่ได้มึงก็อย่าหวังว่าฟ้าจะหันมาชอบมึงเมฆ ในเมื่อมึงก็ไม่ได้ซื่อสัตย์ตั้งแต่เริ่มที่จะจีบเขาด้วยซ้ำ”


“จำเป็นเหรอวะ ในเมื่อฟ้าไม่ใช่เหตุผลที่กูต้องหยุดเจ้าชู้เลย”


แม่งเหี้ยจริงไอ้เมฆ เมฆา


“แล้วที่มึงชอบเขายังเป็นเหตุผลให้มึงไม่มากพอเหรอเมฆ”


“ก็กูยังไม่เห็นว่าทำไมกูต้องหยุด เกิดกูหยุดแล้วฟ้าไม่เอากูขึ้นมากูทำไงล่ะ สาวๆที่กูคุยด้วยก็หายไปหมดดิ”


“มึงนี่โคตรเหี้ยเลยไอ้เมฆ ไม่อยากคุยกับมึงละ พูดไปแล้วอารมณ์เสีย”


ในที่สุดผมก็หาเหตุผลให้ตัวเองด่ามันว่าเหี้ยได้สักที สิ่งที่มันพูดมาเป็นสิ่งที่ผมรับไม่ได้ ผมถือคติว่าหากชอบใครหรือจะจีบใครก็ต้องซื่อสัตย์กับเขาคนนั้นคนเดียว


“เฮ้ย...ขอโทษมึง โกรธเหรอวะ” มันรั้งให้ผมนั่งลงตอนที่ผมกำลังจะลุกขึ้นเดินหนีมัน


“กูไม่ชอบที่มึงพูดเลยเมฆ”


“กูขอโทษ มันอาจจะฟังดูเหี้ยนะแต่ความคิดที่กูจะหยุดอยู่ที่ใครและเลิกทุกอย่างจริงๆยังไม่มีในหัวกูตอนนี้ด้วยซ้ำและถึงกูจะชอบฟ้ามากแต่เขาก็ยังเป็นเหตุผลไม่มากพอที่จะทำให้กูหยุดได้”


“งั้นถ้ามึงยังคิดแบบนี้อยู่กูก็ไม่มีอะไรจะพูดกับมึงแล้วเมฆ เรื่องที่มึงขอให้กูช่วยกูคงช่วยไม่ได้ว่ะ โทษทีแล้วกัน”


การปฏิเสธคนที่ชอบมันยาก แน่ล่ะว่าใจผมอ่อนให้มันตั้งแต่ที่มันเข้ามาคุยกับผมแล้ว ผมรีบจ้ำอ้าวไม่ฟังเสียงเมฆที่เรียกชื่อให้ผมหยุด ถ้าเกิดอยู่ต่ออีกสักนิด ผมไม่รับประกันว่าจะช่วยมันต่อไปไหม

 

 



 

 //






M : ศิน โกรธกูมากเหรอวะ ขอโทษนะเว้ยที่พูดอะไรแย่ๆให้มึงฟัง


ผมนั่งมองข้อความที่เมฆส่งมาให้ ก็ยอมรับแหละว่าดีใจและตอนนี้ก็กำลังนั่งยิ้มอยู่กับข้อความนี้ข้อความเดียว


ใครจะคิดว่ามันจะเป็นห่วงความรู้สึกผมขนาดนี้ มันไม่จำเป็นต้องส่งมาถามผมด้วยซ้ำว่าโกรธไหม ไม่ต้องด้วยซ้ำที่ต้องส่งมาขอโทษผมแต่มันก็ยังทำ มันทำให้ความหวังจากศูนย์ของผมค่อยๆเพิ่มขึ้นมาทีละหนึ่งเปอร์เซ็น


ไม่อยากให้เพิ่มไปมากกว่านี้ ยิ่งหวังมากก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้นแต่ก็ห้ามความหวังตัวเองไม่เคยได้สักที เมฆมีผลกับหัวใจของผม ทุกๆสิ่งที่เมฆทำให้มีอิทธิพลกับใจดวงนี้ของผมเสมอ ยากที่จะปฏิเสธและยากที่จะต่อต้านความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาทุกครั้ง


“ยิ้มไรวะไอ้ศิน กูเห็นนั่งจ้องโทรศัพท์แล้วก็เอาแต่ยิ้ม มีแฟนแล้วไม่บอกเพื่อนเหรอวะมึง”หยางทักผมขึ้นมากลางวงเหล้า ทำให้ไอ้ภุชงค์และรุ่นพี่ที่มาด้วยกันอีกสองคนหันมามองผมเป็นตาเดียว


“ไรวะมึงมีแฟนแล้วไม่บอกเพื่อนจริงเหรอ” ภุชงค์ถามผม


“ไม่มีโว้ย กูก็ดูคลิปตลกเรื่อยเปื่อยของกูนั่นแหละ”


“ตอแหลไม่เนียนว่ะ”


“กูพูดจริงๆ” ผมรีบสลับหน้าเพื่อยื่นคลิปตลกที่เปิดค้างไว้ให้ทุกคนในโต๊ะได้ดูว่าผมพูดจริงๆ


“เออจริงด้วยว่ะ” ดีที่ดื่มกันไปพอสมควรแล้ว เวลาพูดอะไรก็เลยเชื่อกันได้ง่ายๆโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดปากเปียกปากแฉะให้เปลืองน้ำลาย


“เออกูบอกแล้วก็ไม่เชื่อ”


ทุกคนเลิกสนใจผมแล้วหันไปนั่งพูดคุยเรื่องที่คุยค้างกันต่อ ผมก็คุยกับเขาไม่รู้เรื่องหรอกเพราะเพื่อนผมสองคนกับรุ่นพี่ที่มาด้วยชอบพูดกันแต่เรื่องฟุตบอลซึ่งผมไม่ดูและไม่เล่นกีฬานี้ไงเลยไม่รู้เรื่องอะไรกับเขา


ผมมองบรรยากาศในร้าน ก่อนสายตาผมจะปะทะเข้ากับร่างสูงโดดเด่นของใครคนหนึ่ง โต๊ะมันอยู่ห่างจากผมไม่มากนักแต่ทว่าทำไมผมไม่เห็นมันในเมื่อก็ไม่ได้นั่งไกลกันเลย


ไอ้คนที่ว่าก็คือไอ้เมฆ เมฆาที่นั่งกินเหล้าเฮฮากับเพื่อนในกลุ่มมัน ข้างกายของมันมีสาวสวยคนหนึ่งนั่งข้างๆ มองจากดาวอังคารยังเห็นว่าสองคนนั้นแทบจะสิงกัน


อุตส่าห์หนีมานี่เพื่อที่จะมาย้อมจิตใจช้ำๆของตัวเอง ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอภาพไอ้เมฆกำลังคลอเคลียกับผู้หญิงคนอื่น ถึงจะเห็นบ่อยแต่ใครมันจะไปชิน คนที่รักที่ชอบไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นแล้วกำลังจูบกันให้เห็นแบบนั้นเป็นคุณคุณจะชินกันเหรอครับ


ผมหันกลับมาเมื่อเห็นว่าไอ้เมฆมันเริ่มจะไซร้คอผู้หญิงคนนั้น แม่งเอ้ย! ขนาดนี้แล้วก็เข้าไปเอากันในห้องน้ำหรือไม่ก็เปิดโรงแรมเอากันไปเลยจะได้จบๆ จะมานั่งทำซากอะไรกันตรงนี้ให้คนอื่นมองวะ ไอ้ตาไม่รักดีนี่ก็ชอบไปเหลือบมองทางไอ้เมฆมันอยู่เรื่อยเลย


“เพลาๆหน่อยมึง แดกเยอะฉิบ นี่มึงล่อคนเดียวหมดขวดแล้วสาดดด”


รู้ตัวอีกทีก็แดกเหล้าเข้าไปไม่ยั้ง วิธีเดิมๆของผมนั่นแหละ พอดื่มเหล้าตาจะได้เบลอๆมองเห็นภาพเมฆกับผู้หญิงคนอื่นไม่ชัด ใจจะได้ไม่ต้องเจ็บไปมากกว่านี้อีกแต่ยิ่งกินก็เหมือนยิ่งตอกย้ำความช้ำในหัวใจของตัวเอง ภาพไอ้เมฆกับผู้หญิงคนอื่นลอยวนอยู่ในสมองจนผมต้องสะบัดหัวแรงๆ


“ไหวไหมมึงไอ้ศิน?”


พี่ก้อง รุ่นพี่ที่มาด้วยกันถามขึ้นเมื่อเห็นสภาพของผม


 “ไหวๆพี่แต่ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ”


ผมยืนขึ้นตั้งท่าจะไปเข้าห้องน้ำแต่ตัวดันโอนเอนไปมาจนพี่ก้องพูดขึ้นต่อ


“พี่ไปเป็นเพื่อนมึงแล้วกัน เจ็บเยี่ยวพอดี”


“อือๆ” ผมตอบรับ


ผมก็เดินตามสภาพของผมรอดมาจนถึงห้องน้ำโดยมีพี่ก้องช่วยพยุงด้วยอีกแรง ผมจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเองในโถฉี่ให้เรียบร้อยแล้วเดินมาล้างมือ เอาน้ำมาโปะๆหน้าเผื่อจะได้สร่างเมาสักนิด


“โอเคขึ้นไหมมึง?”


“เคแล้วพี่ ขอบคุณนะครับที่ช่วยพยุงผมมาจนถึงห้องน้ำ ไม่งั้นอาจจะโดนกระทืบตายคาตีนใครสักคนในร้านไปแล้ว”


“เออ เมื่อกี้ก็เกือบโดนแล้ว มึงก็ดันตัวอ่อนไปล้มใส่พวกนักเลงพวกนั้นซะได้”


“แหะ ขอโทษครับ” ผมยิ้มแห้งส่งให้พี่ก้องที่ส่ายหน้ายิ้มๆมองผม


“ดีขึ้นแล้วจะออกไปเลยไหม?”


“แป๊บพี่ คอนแทคเลนส์ผมหลุดอ่ะ”


“หลุดหายเหรอวะ”


“อือ ไม่รู้อยู่ไหน มันเป็นเลนส์ใสหายากด้วยไง”


“งั้นคงไม่เจอแล้ว มึงมองเห็นป่ะ?”


“เห็นพี่แต่แบบลางๆ ผมสั้นสองร้อยเลย”


“เอองั้นก็จับมือพี่ไว้ เดี๋ยวพาเดินกลับโต๊ะ”


“ขอบคุณพี่”


ดีนะที่มีพี่ก้องมาเป็นเพื่อน ความสายตาสั้นสองร้อยของผมทำให้สายตาค่อนข้างพร่าเบลอเห็นภาพอะไรไม่ชัดเท่าไหร่ เห็นเชือกเป็นงูยังเคยมาแล้ว แล้วนี่อยู่ในร้านเหล้าผมก็ไม่อยากจะเดินไปทั้งที่ตามองไม่ค่อยเห็นหรอก เดี๋ยวไปเผลอเหยียบตีนใครเข้าจะโดนกระทืบซ้ำอีก


พี่ก้องเดินจูงมือผมออกจากห้องน้ำเพื่อจะพากลับโต๊ะแต่ยังไม่ทันเดินถึงไหนมือผมที่ว่างอีกข้างก็โดนจับไว้ซะก่อน


“ศิน”


เสียงนี้มัน...


“เมฆ?”


“อือ”


ผมแปลกใจที่เห็นเขามายืนตรงหน้าผมตอนนี้ ก็ผมคิดว่าเขาคงอยู่กับผู้หญิงคนนั้นไงเลยไม่คิดว่าจู่ๆเขาจะโผล่มาให้ผมเห็น


“มีไรอ่ะ?”


“คุยด้วยหน่อยดิ”


“คุยไร?”


“เรื่องที่คุยค้างไว้”


“ก็รู้เรื่องแล้วจะคุยไรอีกวะ?”


“เออ กูขอคุยกับมึงหน่อย ขอโทษนะครับ ผมขอตัวศินไปคุยกับผมแป๊บนึงได้ไหม?” เมฆมันหันไปหาพี่ก้องที่ยืนมองพวกผมคุยกัน


พี่ก้องมองผมก่อนเขาจะพยักหน้า “งั้นพี่ไปรอที่โต๊ะนะ คุยเสร็จแล้วก็กลับโต๊ะล่ะ ศินกลับได้ใช่ไหม”


“ได้ครับ” ผมตอบรับให้พี่ก้องสบายใจทั้งที่ไม่รู้จะกลับเองได้จริงหรือเปล่า รู้งี้ผมพกแว่นมาใส่สำรองก็ดีจะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น


เมื่อพี่ก้องได้รับคำตอบจากผมแล้วเขาก็เดินกลับโต๊ะไปคนเดียว ปล่อยให้ผมยืนเคว้งอยู่กับเมฆสองคน ไม่รู้จะต้องพูดอะไร ไอ้เมฆที่มีเรื่องพูดก็ดันมาเงียบใสผมเฉยเลย


“นั่นใครวะ?” ในที่สุดความเงียบระหว่างผมกับมันก็โดนอีกคนทำลายลงสักที


“รุ่นพี่ มากินเหล้าด้วยกัน”


“แล้วทำไมต้องจูงมือ?”


“กูมองไม่ค่อยเห็น ทำคอนแทคเลนส์หล่นหายไปไหนไม่รู้หาไม่เจอ เขาเลยอาสาจูงมือพากลับโต๊ะ”


“โคตรเซ่อเลยมึง มานี่”


จู่ๆก็โดนเมฆมันกระชากมือผมไปจับโดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัว ไอ้เชี่ยนี่! ไม่มีใจแต่ก็ขยันทำให้ใจเต้นแรงจังวะ เกลียดมันฉิบหายเลยที่มีอิทธิพลกับหัวใจของผมมากเกินไป


“อะ...อะไรของมึง จับมือกูทำไมวะ”


“มึงมองไม่เห็นไม่ใช่เหรอ กูจะจูงมึงพาออกไปคุยข้างนอกไง”


ผมเงียบก่อนที่เมฆจะพาเดินออกจากร้านเพื่อไปหามุมนั่งคุยที่อยู่แถวหน้าร้าน มีโต๊ะม้าหินอ่อนให้นั่งแต่ค่อนข้างมืดไปนิด


“ทำไมไม่ตอบไลน์กู?”


ตูดยังไม่ทันจะติดเก้าอี้ดีก็ได้รับคำถามจากเมฆทันที


“ตอบอะไร?”


“มึงยังโกรธกูอยู่หรือเปล่าศิน”


“กูจะไปโกรธมึงเรื่องอะไร?”


“เรื่องที่กูพูด มันแย่กูรู้ มึงไม่ชอบกูดูออกและมึงอาจจะโกรธกูเพราะคำพูดพวกนั้น”


“กูมีสิทธิโกรธมึงด้วยเหรอวะ” ผมทำเป็นหัวเราะแต่คำพูดที่พูดออกไปก็เป็นการตอกย้ำตัวเองว่าถึงไอ้เมฆมันจะเจ้าชู้ยังไงผมก็ไม่มีสิทธิอะไรจะไปโกรธหรือหวงมันได้เลยสักนิด


คนไม่มีสิทธิอย่างผมจะรู้สึกอะไรได้ด้วยเหรอวะ


“มีดิ ทำไมถึงจะไม่มีในเมื่อมึงก็เป็นเพื่อนฟ้า มึงก็มีสิทธิโกรธกูอยู่แล้วถ้ากูยังคิดจะจีบเพื่อนมึงอยู่”


เออ...ลืมไป ฟ้าก็คือปัจจัยหลักๆที่มันเข้าหาผมนี่ ผมก็เลยได้สิทธิพิเศษตามไปด้วย


ฟ้านี่โชคดีเนอะ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ความรักจากเมฆไปง่ายๆเลย


“เออ”


ไม่รู้จะพูดอะไร แม่งทั้งจุกทั้งหน่วงที่ต้องมาได้ยินทุกประโยคของมันมีแต่ชื่อฟ้า ผมก็เป็นไอ้โง่งั่งที่ยอมมานั่งฟังมันพูดถึงฟ้าเพื่อนสนิทของผมตลอด


“โกรธจริงเหรอวะมึง”


“ช่างเหอะ ในเมื่อมึงก็ไม่คิดจะหยุดที่ใครอยู่แล้วกูจะห้ามอะไรมึงได้วะเมฆ ถึงกูจะเป็นเพื่อนฟ้าแต่เรื่องความรู้สึกก็เป็นเรื่องของแต่ละคน กูไปยุ่งอะไรได้ไม่มากหรอกนะ”


“ก็มีมึงคนเดียวนี่แหละที่เข้าใจกูมาตลอด” มันว่าพร้อมกับตบบ่าผม


มันจะรู้อะไร ไอ้ที่บอกว่าผมเข้าใจ เหตุผลเดียวก็คือผมชอบมัน ผมพยายามเข้าใจมันทุกอย่าง เข้าใจความเป็นเมฆ เมฆา แม้บางครั้งเหตุผลของมันจะไม่น่าเข้าใจเลยสักนิด


.·°∴ ☆.


ฝากคอมเม้นติชมด้วยนะคะจะได้นำไปปรับปรุงต่อไป ขอบคุณค่าาา
แฮชแท็ก #ผมขอให้ดาวตก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #68 00_Mid-Night_00 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:22
    เมฆ:มากับใคร
    เราคนอ่าน:มึ-งถามทำไมลูกกูดีเกินไปเลิกชอบมันเถอะลูก

    คืนกวูจะอ่านไม่กี่ตอนแล้วอินแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย<บอกตัวเอง
    #68
    0
  2. #17 deer_fox (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:33
    ศินเลิกชอบเมฆเถอะเมฆเลวเกิน
    #17
    0
  3. #16 tongtong16 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 12:58
    เมฆแกจะไม่ได้ตายดี//ลูบกระบอกปืน
    #16
    0
  4. #15 RanNiSa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:56
    เมฆเลวเกินไป...
    #15
    0
  5. #14 karikkiki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:59
    ทำไมเรารู้สึกว่าเมฆนางก็มีความเหมือนจะชอบศินอยู่หน่อย ๆ เอ๊ะหรือคิดไปเอง 5555555
    #14
    0
  6. #12 yuki5555 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 13:33
    ความรักทำให้คนตาบอดไปเลยจ้าาา
    #12
    0
  7. #11 nong339 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 12:56
    เมฆนิสัยไม่ดี ศินเลิกชอบเหอะ
    #11
    0
  8. #9 titlit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 10:30
    เมฆเห็นแก่ตัวมากๆเลยอะ สงสารศิน
    #9
    0
  9. วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 10:28
    โห เมฆเห็นแก่ตัวมาก ส่วนศินก็คือยอมเขาทุกอย่างเพราะชอบเขา เริ่มมาตอนแรกก็เห็นเค้าลางมาม่ามาแต่ไกลเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆอีกเรื่องใก้อ่านนะคะ
    #8
    0