[END] INTROVERT…เกิดเป็นความรัก Yaoi

ตอนที่ 3 : Chapter3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 709 ครั้ง
    1 พ.ค. 62

Chapter3



นอกจากห้องนอนจะเป็นเซฟโซนของเราแล้ว ห้องสมุดก็ยังเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เราสามารถเรียกว่าเซฟโซนได้อีกเหมือนกัน


ด้วยความที่ห้องสมุดเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ มีมุมลับตาคนให้เราได้นั่งและมีหนังสือมากมายที่เราสามารถเลือกอ่านได้อยู่เต็มไปหมด เราจึงจัดห้องสมุดให้เป็นเซฟโซนของตัวเองอีกทีหนึ่ง


วันนี้ที่มหาลัยจัดงานอะไรไม่รู้ เสียงดังวุ่นวายมากจนเราอยู่ไม่ไหวต้องมาแอบหามุมเงียบในห้องสมุดนั่งเพื่อหลีกหนีความโหวกเหวกโวยวายของผู้คนภายนอก


ส่วนกรเขามีงานที่ต้องทำในซุ้ม เขาต้องเรียกแขกให้เข้ามาในซุ้มเขาเยอะๆซึ่งซุ้มเขาก็ซุ้มเราเหมือนกันแต่เราขอออกมาก่อนเดี๋ยวค่อยกลับไป


อย่างที่เคยเล่าว่ากรมีคนรู้จักเยอะแยะมากมายแถมยังเป็นอีกคนหนึ่งที่ดังในมหาลัย เพื่อนๆจึงเอากรมาเป็นตัวล่อเรียกคนเข้าซุ้ม ยิ่งถ้าซุ้มใครได้คนเยอะซุ้มนั้นก็จะชนะการประกวดแล้วได้รางวัลไป


เราก็ลืมแล้วว่ารางวัลคืออะไรแต่เอาเข้าจริงทุกคนคงไม่หวังจะได้รางวัลหรอก พวกเขาหวังจะชนะกันและได้เป็นที่หนึ่งมากกว่า


สำหรับเราการที่จะแพ้หรือชนะก็ไม่มีผลอะไรแต่ถ้าได้คะแนนเก็บสักวิชามาเพิ่มนั่นแหละเราคงดีใจนั่งอยู่ซุ้มด้วยความเบลอๆเพื่อคะแนนนั้นเลย


เราเดินมาเลือกหนังสือในหมวดวรรณกรรม วันนี้เรามาอยู่ที่ห้องสมุดกลางของมหาลัยซึ่งมีหนังสือเยอะกว่าที่ห้องสมุดคณะเรา


เดินเลือกไปเรื่อยๆแต่ก็หาเรื่องที่ถูกใจไม่ได้สักที จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมองหนังสือที่อยู่ชั้นสูงๆ สิ่งที่เราไม่ชอบอย่างหนึ่งคือเขามักจะวางหนังสือน่าอ่านไว้บนชั้นที่สูงซึ่งเราหยิบไม่ถึง ทุกทีมีกรมาด้วยกรก็จะหยิบให้แต่นี่...


“ฮึบ..” เราเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที


โทรเรียกกรให้มาหยิบหนังสือให้ดีไหมนะ?


“ผมช่วยไหมครับ?”


“อ่า...” เราหันไปมองคนมาใหม่ที่เราไม่รู้จัก คำเอ่ยคำแรกของเขาคือการถามเราเพื่อจะช่วยหยิบหนังสือ


ใจดีจัง..


เราจ้องหน้าเขาอย่างลังเล  เราไม่กล้ารบกวนเขาเพราะเราไม่รู้จักกัน เกรงใจไปหมดกลัวเขาเสียเวลาแต่ทำยังไงดีเราก็อยากได้หนังสือเล่มนั้น


“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมช่วย” เขายิ้มให้เราก่อนมือของเขาจะเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มนั้นลงมาให้เราอย่างง่ายดาย


เราไม่ได้เตี้ยนะแต่คนนี้เขาสูงเกินไปต่างหาก


เขายื่นหนังสือให้เรา เราก็มองหน้าเขาขบเม้มริมฝีปากแน่น


“รับไปเถอะครับ”


“อือ..ขอบคุณครับ”


“ยินดีครับ”


เขาตอบรับก่อนจะยิ้มให้แล้วเดินไปยังรถที่ใช้เข็นหนังสือเพื่อเอาไปวางเรียงไว้บนชั้น อ่า...เขาเป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุดนั่นเอง


เรายกมือขึ้นมากุมหัวใจที่เต้นถี่รัว บ้าแล้วทำไมใจเต้นได้ขนาดนี้ ครั้งสุดท้ายที่ใจเต้นแรงก็ตอนที่โดนกรจูบครั้งแรกแต่นี่...


“ฮื่อ” เราสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง


 

 

 

“หนูครับเหม่ออะไร?”


เราสะดุ้งกับเสียงดังของกรก่อนจะหันไปมองเขาที่กำลังขมวดคิ้วมองเราอยู่


“เราเปล่า”


“พี่เรียกหนูตั้งนานแล้วนะ” เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจะเอาหน้าผากมาชนกับหน้าผากเรา


วิธีวัดอุณหภูมิร่างกายของกร...


“เราสบายดีกร เอาหน้าออกไปเลย” เราดันให้เขาออกแต่กรก็ดื้อ ส่ายหน้าปฏิเสธกับหน้าผากเราอีก


 

“เป็นอะไรครับ?” เขาถามเราย้ำ สีหน้าของกรเป็นห่วงเรา ด้วยความที่ใบหน้าเราอยู่ใกล้กันมากทำให้ลมหายใจของเราที่ทอดถอนออกมากระทบกับใบหน้าของกรเข้าจังๆ


“เรา...เราใจเต้นแรงมาก”


เราตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กรฟังทั้งหมด กรเป็นคนที่เขาใจเราทุกอย่างและกรก็อาจจะสามารถอธิบายเราได้ว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่เขาเรียกว่าอะไร


“หนูแค่ตื่นคนครับ”


คำตอบของกรทำเอาเราขมวดคิ้วมุ่น มันทำให้เราฉุกคิดขึ้นว่าตลอดเวลาเราจะมีกรอยู่ด้วยเราเลยไม่มีอาการแบบนี้เมื่อมีคนเข้ามาหาแต่ทว่ากับเหตุการณ์นี้เราอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีกร


“จริงเหรอกร?” เราถามเขาย้ำเพื่อความแน่ใจ


“ครับ”


“อือ เรานึกว่าตัวเองเป็นโรคอะไรซะอีก ใจเต้นแรงจนเหนื่อยเลย” เรายิ้มออกมาได้เมื่อรู้ว่าตัวเองแค่ตื่นคน “แต่คนนั้นเขาใจดีมาก”


“ถ้าเป็นกรกรก็เข้าไปช่วย” กรพูดแทรกขึ้นมาทันที


“เราเคยเห็น” เรานึกถึงเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน “กรช่วยผู้หญิงถือหนังสือ”


เหตุการณ์นั้นมันทำเราหนึบๆคันยิบๆที่อก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรเพราะเราหวงกรไม่อยากให้กรไปช่วยคนอื่นเหรอ ทำไมดูเป็นคนเห็นแก่ตัวจัง


“นั่นเพื่อนพี่ครับ เขาเป็นผู้หญิงพี่ก็ช่วย”


“อือ”


เราไม่รู้จะพูดอะไร พอนึกถึงภาพเหตุการณ์นั้นทีไรในอกก็คันยุบยิบๆทุกที


“หนู” กรผละใบหน้าออกมาเพียงนิดเพื่อมองหน้าเราที่ก้มหน้าลงเกือบชิดอก “มองพี่ครับ”


เขาเชยคางเราขึ้นแต่เราก็ยังเลือกที่จะหลบตากรอยู่ เราไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่ภาพที่กรเดินพูดคุยยิ้มแย้มกับผู้หญิงหลายๆคนอย่างสนิทสนมก็พลั่งพรูเข้ามาในหัวจนทำเราน้ำตาคลอ


“เรานิสัยไม่ดีเลย”


“ทำไมพูดแบบนั้นครับ?”


เราสะอื้น กัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บแต่กรก็มองดุเอานิ้วมาเขี่ยริมฝากปากเราออก


“เราเห็นแก่ตัว เราหวงกรไม่อยากให้กรไปสนิทกับใครนอกจากเรา เรานิสัยไม่ดีเลย” เรากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เงยหน้ามองกรก็เห็นกรกำลังยิ้มอยู่ “กรยิ้มทำไม?”


“พี่ดีใจที่หนูหวงพี่”


“แต่เราเป็นคนนิสัยไม่ดี เราหวงกร”


“ไม่เป็นไรครับพี่ยอมให้หนู”


“กร” เราเรียกเขา ยื่นใบหน้าไปจูบปลายคางของกร “เราขี้หวงมากเลยนะ กรรับไหวเหรอ?”


“ถ้าเป็นหนูจะมากแค่ไหนพี่ก็ไหวครับ”


“กรพูดแล้วนะ”


“อืม”


เรายิ้มกว้าง โผกอดกรแล้วซุกใบหน้าของตัวเองบนอกของกร ขยับหาท่าทางที่สบายสักพักก็นั่งกอดเขานิ่งอยู่แบบนั้นจนตัวเองหลับไป


เราตื่นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของกรเหมือนเดิมแต่ที่เปลี่ยนไปคือเราย้ายมานอนในห้องตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราขยับตัวยุกยิกจนกรตื่นตาม


“เราขอโทษ กรนอนต่อเลย”


“หิวไหม” กรลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย ฉุดให้เราลุกขึ้นนั่งตาม


“หิว” ที่ตื่นมาก็เพราะหิวนี่แหละ ท้องเราดังโครกครากจนนอนต่อไม่ไหว


ตั้งแต่กลับมาจากมหาลัยก็ยังไม่ได้กินอะไรกันเลยมัวแต่นั่งคุยกันและเพราะความเหนื่อยล้าจึงทำให้เราทั้งคู่สลบเหมือดไปแบบนี้


“กินอะไรดี ข้าวผัดไหม?”


“ข้าวผัดกุ้ง” เราชอบกินกุ้งแต่ว่าในตู้เย็นไม่รู้จะมีกุ้งให้กินหรือเปล่านี่สิ


“เดี๋ยวพี่ไปทำให้ครับ”


“เราขอช่วย” เรากระตือรือร้น มองกรตาปริบๆ


“แน่ใจนะ?”


“อื้อ”


และแล้วกรก็ยอมให้เราเข้ามาในครัวเพื่อทำอาหารกับเขาอีกครั้ง กรดูเหมือนไม่มีสมาธิในการทำอาหารวันนี้เลยเพราะมัวแต่เอาเวลาเดินมาดูเราที่กำลังแกะกุ้งอยู่


“ระวังหนวดกุ้งด้วย”


“พี เดี๋ยวหางกุ้งก็ทิ่มเข้านิ้วหรอก


“หนูครับ ค่อยๆแกะเดี๋ยวเจ็บ”


เราถอนหายใจ หันไปมองกรที่ทำท่าจะพูดประโยคเดิมซ้ำๆให้เราฟังอีก


“เรารู้แล้วกร เราจะระวังครับไม่ต้องห่วง”


หน้าของเขายังกังวลไม่หายจนเราหลุดหัวเราะออกมา ซีเรียสไปได้กรเนี่ย แค่เราเคยโดนมีดบาดก็ห้ามนู่นห้ามนี่เรา บอกว่ามันคมเราห้ามจับ อันนั้นแหลมไปก็ห้ามแตะอีก พอมาเรื่องกุ้งก็บอกว่ากลัวมันทิ่มนิ้ว เราล่ะชักจะเอ็นดูกรขึ้นมาเลย


“หัวเราะอะไรพี นี่กรไม่อยากให้พีทำด้วยซ้ำเดี๋ยวก็เจ็บ”


“นักรบย่อมมีบาดแผลเป็นธรรมดา”


“ยังจะมาพูดเล่น”


“โธ่กรครับ...เราจะระวังนะ ถ้าเกิดเรามีแผลสักนิดเดียวเราให้กรตีเลย” เราเสนอเขา กรจะได้มั่นใจว่าเราจะไม่ทำให้ตัวเองมีแผลแน่ๆ เราก็ไม่อยากโดนตีนะ


“พี่ไม่ตีครับ พี่จะจูบให้หนูปากบวมจนไม่กล้าเขาครัวเลย”


“กร!


พอเราปล่อยให้เรียกหนูโดยที่เราไม่ดุหน่อยก็ชักจะเหลิงแล้วนะ


“ถ้าเบะกรจูบ”


เรามุ่ยหน้าใส่เขาก่อนจะหันกลับมาสนใจแกะกุ้งดีกว่า ขี้เกียจคุยกับกรแล้ว คนอะไรชอบแกล้งคนอื่นเดี๋ยวสักวันเถอะเราจะแกล้งกรกลับบ้าง


ข้าวผัดมื้อนั้นเป็นข้าวผัดที่เรากินไปภูมิใจไปน้ำตาจะไหลเลย ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมีส่วนร่วมในการทำข้าวผัดจานอร่อยแบบนี้ แค่แกะกุ้งเราก็ถือว่ามีส่วนร่วมแล้วนะถ้าเกิดว่าไม่มีกุ้งที่เราแกะข้าวผัดก็ไม่สมบูรณ์ขนาดนี้หรอก


“ล้างจานเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันนอนนะ เข้าใจไหม?”


“รู้แล้ว”


เรามองกรที่เดินออกไปจากครัวก่อนจะหันกลับมาล้างจานของตัวเองต่อ

 

 

 

 


วันเสาร์นี้เราต้องกลับไปที่บ้านเพราะแม่โทรมากบอกว่าคิดถึงเรามากไม่เจอกันตั้งหนึ่งเดือน ก็หนึ่งเดือนนี้เรายุ่งๆด้วยเลยไม่มีเวลาไปไหน อีกทั้งพอเรียนเสร็จก็กลับคอนโดกินข้าว อ่านหนังสือ และเข้านอนเลย


“เป็นไงครับหนูพี พี่กรเข้าเลี้ยงดีใช่ไหมเนี่ยขุนหนูจนมีเนื้อเยอะเลย” แม่จับเนื้อตัวเราหมุนไปมาก่อนจะหอมแก้มเราซ้ายขวาฟอดโต


“พีทานจุมากครับคุณน้า”


“กรขี้ฟ้อง”


เราหันไปดุกรที่เขาฟ้องแม่เรา กรอาสามาส่งเราที่บ้าน แม่เลยชวนให้กรนอนที่บ้านเราเลยเพราะแม่อยากจะให้เราค้างที่นี่แล้วค่อยกลับกันวันอาทิตย์


“อย่าไปว่าพี่เขาครับ”


แม่รักกรมากกว่าเราอีก พอเราดุกร แม่ก็ปกป้องแต่ทีกับเราแม่กลับบอกกรว่าดุเราได้ตามสบายเลย ตกลงระหว่างกรกับเราใครเป็นลูกแม่กันแน่ก็ไม่รู้


“เริ่มเบะแล้วครับคุณน้า”


กรกับแม่หันมามองหน้าเราก่อนเขาทั้งสองคนจะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน เราไม่ได้เบะสักหน่อย เราแค่ทำหน้าบึ้งนิดเดียวเอง


แม่ขอตัวออกไปทำธุระข้างนอกก่อน ตอนนี้เลยเหลือเรากับกรที่อยู่บ้านกันสองคน


“ไปว่ายน้ำไหม?”


เราพยักหน้าหงึกหงักให้กรโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย เราชอบว่ายน้ำมาก เวลาโดนน้ำเย็นๆแล้วรู้สึกสดชื่นที่สุดเลย บวกกับอากาศร้อนตอนนี้ถ้าได้ว่ายน้ำคงรู้สึกดี


“งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันครับ”


เราเดินขึ้นไปยังชั้นสอง มีห้องนอนของเราอยู่ฝั่งซ้ายของบ้าน ห้องนอนเราตกแต่งตามสไตล์ที่เราชอบ มีของทีเราสะสมคือหนังสือวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ในตู้ มีพวกตุ๊กตาโมเดลด้วยอยู่ในตู้โชว์เป็นกระจก ของพวกนี้เราได้มาจากการไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวปีละครั้ง


“ชุดกรอยู่ในตู้เดี๋ยวหาให้”


กรมักจะมานอนที่บ้านเราบ่อยๆเมื่อมีโอกาส เขาเลยจะทิ้งชุดตัวเองไว้บ้างเผื่อวันไหนไม่ได้เอาชุดมาจะได้ไม่ต้องวุ่นวายให้ใครมาหาชุดให้


ตอนนี้นะ กรน่ะสนิทกับครอบครัวเรามากกว่าเราซะอีกมั้ง เห็นวันก่อนบอกว่าพ่อเราชวนไปเตะฟุตบอลกับสมาคมที่พ่ออยู่ด้วย เห็นไหมกรเป็นลูกรักของบ้านเราเลย


“เปลี่ยนพร้อมกันไหมหนู”


“อย่าเรียกหนู”


“เมื่อกี้แม่หนูยังเรียกเลย”


“ก็นั่นแม่แต่กรเป็นเพื่อน”


“โธ่หนู...”


“กร! ไม่ให้เรียกหนูนะ”


“ครับพี่เข้าใจแล้วครับ” เข้าโน้มหน้าเข้ามาหาเราก่อนจะกระซิบเสียงเบาที่ข้างหูว่า “...หนู”


ฮึ่ย! วันไหนไม่ได้แกล้งเรากรจะนอนไม่หลับหรือไง


เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จเรียบร้อย เรากับกรก็พากันเดินมาที่สระหลังบ้าน เราถอดชุดคลุมที่ใส่มาออกก่อนจะวิ่งไปที่ขอบสระแล้วกรโดดลงน้ำเสียงดังตู้มจนน้ำกระเซ็น


“พี บอกให้รอก่อนไง”


ขนาดว่ายน้ำกรก็ยังจะตามมาบ่นอีก ระหว่างที่เดินมาที่สระกรบอกว่าให้เรากระโดดลงน้ำพร้อมกันแต่เราก็อดใจไม่ไหว พอเห็นน้ำในสระก็รีบวิ่งมากระโดดลงน้ำกรก่อนเลย


“กร ลงมาเร็วน้ำเย็นมาก” เราตีน้ำแปะๆเรียกให้กรรีบกระโดดลงมาตามเรา


เห็นเขาส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจก่อนจะเดินเข้ามาที่ขอบสระแล้วพูดคาดโทษเราไว้


“ถ้าจับได้เดี๋ยวจะจับฟัดให้ช้ำเลย”


เราหัวเราะร่าตอนกรกระโดดลงสระแล้วว่ายน้ำมาหาเราทันที เราไม่ได้กลัวคำคาดโทษของกรแต่ก็ต้องว่ายน้ำหนีถ้าเกิดกรฟัดเราขึ้นมาจริงๆเราไม่มีแรงเล่นน้ำต่อแน่


“อ๊า..ก่อนทำไมว่ายน้ำเร็วจังเนี่ย” เราบ่นตอนที่เขารวบตัวเราไปไว้ในอ้อมกอด


“บอกแล้วนะถ้าจับได้จะฟัดให้ช้ำเลย”


“อื้อ”


กรเอาปลายคางของเขาที่มีตอหนวดอยู่ประปรายมาขยี้ที่คอเราจนจั๊กจี้ไปหมด เราหัวเราะเสียงดังตอนที่มือกรข้างนึงจี้เข้าที่เอวของเรา


“ดื้อนักใช่ไหมหือ?”


“ฮ่าๆ..เราไม่ดื้อ ฮึก กรมันจั๊กจี้”


เสียงหัวเราะของเราสองคนดังไปทั่วสระว่ายน้ำพอเราหายใจไม่ทันกรก็หยุดก่อนจะให้เราขี่หลังแล้วพาเราลอยไปลอยมาในน้ำ


“สบายล่ะสิ”


“อื้อสบายมาก” เราเกาะเกี่ยวรอบคอของกรไว้แน่นกันตก เราว่ายน้ำเป็นแต่ไม่แข็งเท่าไหร่ เวลาเล่นน้ำจึงมักจะเอาห่วงยางลงเล่นด้วยแต่พอมีกรเราก็ไม่ต้องใช้ห่วงยางเล่นอีกเลย


ขี่หลังกรสนุกกว่านั่งบนห่วงยางอีก


“ลูบทำไมเนี่ย”


“โทษทีพี่เพลินมือ”


“กรลามก!


มีสิ่งเดียวเท่านั้นแหละที่ห่วงยางดีกว่ากรคือการที่ห่วงยางจะไม่ลูบก้นเราเหมือนตอนนี้ที่กรลูบอยู่นี่ไง


คนอะไร...มือปลาหมึกมาก


*******

แต่ละตอนก็จะมาสั้นๆแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ ไปเล่นแท็กกันได้เด้อ ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะค้าาา
แฮชแท็ก #เกิดรักกรพี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 709 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #360 napat1007 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:41
    ฟินมากแม่5555555
    #360
    0
  2. #345 oiLL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 05:16
    เพลินจนชินรึป่าวนะกร
    #345
    0
  3. #317 Pangpp24 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 17:08
    พี่กรอย่าจับก้นน้องงง
    #317
    0
  4. #291 doublendoubleo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 20:40
    แงงงง มาให้กำลังใจนะคะ ฟู่ ๆ
    #291
    0
  5. #255 NeeWoracha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 16:09
    ยัยกรรรรรรรรรรร้ายนัก อย่าจับก้นน้องงงง!!
    #255
    0
  6. #232 m51t (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 23:07
    อย่าจับก้นน้องงงงงง
    #232
    0
  7. #149 tbuykeid37 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 05:55
    ชอบบบบ
    #149
    0
  8. #77 beautyyeongkwang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:40
    พี่กรแอบร้ายอ่ะ55555
    #77
    0
  9. #44 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 11:01
    เฮ้ๆ พี่กรใจเย็น~~
    #44
    0
  10. #36 chan0701 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 07:13
    ฮืออออออ น้องพีน่ารักกก
    #36
    0
  11. #35 godxmeii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 07:11
    ยัยน้องงง ยัยเด้กสามขวบ ฮื่ออออออ อ่านแบ้วเหมือนเห็นตัวเอง55555 เรารักความ introvert มากๆๆๆๆ รักน้องด้วย
    #35
    0
  12. #18 Windysep (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:42
    หนูลู๊กกกกก น่ารักจังเลย พี่กรหลงน้องใหญ่เลยค่ะ
    #18
    0
  13. #12 นอสระอุนไม้เอก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 18:20
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารักมาก หนูเอ้ยหวงพี่เขาแหละ พี่กรเห็นน้องเรียนปี3หรือม.3คะเนี่ย หนูยังงั้นหนูยังไง รักกันแหละ ดูออก
    #12
    0
  14. #11 แจน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 15:14

    เรากำลังคิด 2 อย่างค่ะ ความจริงคือเราไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับ introvert เท่าไหร่ เราเลยไม่รู้ว่าการที่น้องใจเต้นกับพี่ห้องสมุดคือชอบเขาหรือกลัว แต่จากที่น้องบอกถ้ากรอยู่ด้วยน้องจะไม่เป็นไร ก็เลยคิดว่ากรเองก็คงเป็นเซฟโซนเคลื่อนที่ได้ของน้องนะคะ ฮือออ แต่เราชอบอารมณ์น่ารักแบบนี้มากเลยค่ะ กรคะ เขาไม่ให้เรียกหนูลองเรียกที่รักดููไหมคะ กรี๊ดดดดด อยากรู้จังเลยค่ะว่าเขาจะขยับความสัมพันธ์อะไรกันยังไงนะคะ เพราะเอาจริงน้องดูหวงดูน้อยใจกรอยู่นะคะที่มีแต่คนเข้าหานั่น อยากให้เขาใจดีแค่กับตัวเองล่ะซี่

    #11
    0