[END] INTROVERT…เกิดเป็นความรัก Yaoi

ตอนที่ 1 : Chapter1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,970
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,291 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

Chapter1


Introvert คือประเภทกลุ่มคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง มีความสุขกับการที่ได้อยู่คนเดียวในห้อง อ่านหนังสือ ดูซีรี่ย์หรือจะทำแค่นอนเกลือกกลิ้งไปบนเตียงนุ่มๆ ไม่ชอบเข้าสังคมและการไปงานปาร์ตี้แม้กระทั่งสถานที่ที่มีคนเยอะๆคนกลุ่มนี้มักจะเอาตัวเลี่ยงออกมาเสมอ


กำแพงที่สร้างขึ้นบวกกับบุคลิกของคนกลุ่มนี้ทำให้มีเพื่อนน้อยแต่มั่นใจได้เลยว่าคนที่เป็นเพื่อนกับบุคคลกลุ่มนี้จะได้รับความรักและความจริงใจจากพวกเขาแน่นอน


“อ่านอะไรอยู่!


“อ๊ะ!” เราสะดุ้งตกใจ หันไปมองคนที่จู่ๆก็เอาหน้าเข้ามามองจอโน๊ตบุ้คของเราทั้งๆที่เรากำลังอ่านบทความอยู่


นิสัยไม่ดี!


“อย่าพึ่งเบะ”


เขาชี้หน้าเรา ว่าด้วยเสียงดุๆเหมือนทุกครั้งที่เราทำท่าจะโกรธเขา


“มารยาทหายไปไหน ทำไมไม่เคาะประตู” เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้บอกด้วย คิดเองบ้างสิแค่จะเข้าห้องคนอื่นสิ่งแรกที่ต้องทำคือการเคาะประตูนะ


“เคาะแล้ว”


“ไม่ต้องโกหก”


“ก็หนูไม่ได้ยินเอง”


“อย่าเรียกหนู!


“โหยไรอ่ะ ที่บ้านพียังเรียกพีว่าหนูเลย”


“ก็นั่นมันที่บ้าน นี่กรเป็นเพื่อนเรียกเราว่าหนูไม่ได้”


“แต่กรเป็นพี่พีตั้งสองปีนะ”


“ไม่นับ ก็กรดรอปเรียนเอง”


“อย่างนี้ก็ได้เรอะ”


“โอ๊ยกร เราเจ็บ!” เราปัดมือคนขี้แกล้งออกแรงๆ เขาชอบบีบแก้มเราแล้วเขาก็จะยืดแก้มเราสองข้างออกพร้อมๆกัน พอเขาปล่อยแก้มเราก็จะแดงส่วนกรก็จะหัวเราะชอบใจเวลาเห็นเราทำหน้าบึ้งทั้งๆแก้มแดงนั่น


“มันเขี้ยว” จบด้วยการที่เขาขยี้ผมเราแรงๆจนเสียทรงไปหมด


กรน่าเบื่อ!


เขาเป็นพี่เราตั้งสองปีแต่กรก็ชอบทำตัวเหมือนเด็กๆแกล้งเราสารพัดให้เราโมโห พอเรากำลังจะเบะเขาก็ว่าเราเสียงดุ ก็ตัวเองแกล้งเราก่อนทีเราเบะก็มาดุเรา


เรากับกรอยู่ปีสามเรียนเศรษฐศาสตร์ด้วยกันทั้งคู่ กรดรอปเรียนมาสองปีเลยต้องเรียนพร้อมเรา เวลาเราโวยวายกรก็จะชอบบอกว่ากรเป็นพี่แต่เราไม่นับเพราะกรเรียนปีเดียวกับเรางั้นก็ต้องเป็นเพื่อนกัน


อ่านอะไรอยู่”


“มีตาก็ดูสิ”


“หนูพูดดีๆกับพี่หน่อย”


“บอกว่าอย่าเรียกหนูไง” เราว่าอย่างหงุดหงิด ยกหมอนข้างขึ้นมาฟาดจนหัวกรสั่น


“โอ๊ย!หนูพอแล้วไม่แกล้งแล้ว”


“เลิกเรียกเราว่าหนูก่อน”


“ครับๆกรไม่เรียกแล้ว”


บางทีเขาจะแทนตัวเองด้วยชื่อและบางทีเขาจะแทนตัวเองว่าพี่ เราชินแล้ว...กรไม่ค่อยเต็มเราเข้าใจ


“เราอ่านบทความที่อาจารย์ในคณะแชร์มา” เราเบี่ยงตัวหลบให้กร กรจะได้มองเห็นหน้าจอได้ถนัด


“อ๋อคนที่มีบุคลิกแบบ introvert” เขาพยักหน้าหงึกหงักไล่สายตาอ่านบนหน้าจอ ประมาณสักสามนาทีเขาก็หันมามองหน้าเรา บอกให้เราลุกขึ้นจากเก้าอี้


กรจะทำอะไรอ่ะ” เราถามเขางงๆแต่ก็ยอมลุกขึ้นตามที่เขาบอก


“กรจะนั่ง”


“กร..แล้วเราล่ะ”


“ก็นั่งตักกรไง”


เราโดนกรดึงให้ไปนั่งบนตักทำท่าจะโวยวายใส่กรแต่กรกลับไม่สนใจเรา เขาเอาคางมาวางไว้บนไหล่เล็กๆแคบๆของเรา มือก็กอดเอวเราไว้หลวมๆส่วนสายตาก็ไล่อ่านตัวหนังสือบนหน้าจอโน๊ตบุ้คอีกครั้ง


จะให้เราโวยวายได้ยังไงก็กรกำลังตั้งใจอ่านอยู่


เรานิ่งรอบนตักกรให้กรได้อ่านบทความเรื่องนั้นให้เสร็จ นี่ก็นานแล้วด้วยทำไมกรถึงอ่านช้าจัง เรากลัวเขาเมื่อยเพราะตัวเราก็ไม่ได้เบา ขยับตัวยุกยิกๆจนกรต้องเป็นฝ่ายถาม


“เป็นอะไร?”


“ก็...กรเมื่อยไหม?”


หันไปมองกรก็ได้เห็นรอยยิ้มสวยของเขา เราหันหน้ากลับไปมองจอโน๊ตบุ้คเหมือนเดิมก็มันรู้สึกแปลกๆกับรอยยิ้มของกร หน้าร้อนมากเลย ทำยังไงดี


“กรไม่เมื่อย ตัวพีเบาจะตาย”


“แล้วกรอ่านจบหรือยัง?”


“จบนานแล้วครับ”


“อ้าว?” เราหันกลับไปมองเขาอีกครั้งด้วยความสงสัย “ทำไมไม่บอก”


“ก็อยากอยู่ท่านี้นานๆ”


กรชอบทำสายตากรุ้มกริ่มใส่เราทุกครั้งไปส่วนเราก็ไม่เคยทนกับสายตาแบบนั้นของเขาได้เลยจะต้องหลบตาเขาทุกที เก่งนักล่ะเรื่องแกล้งเราเนี่ย


“ปล่อยเลยเราจะลงแล้ว!” เราตีมือกรที่เริ่มซน ขยับจะเอามือล้วงเข้ามาในเสื้อเรา กรมือปลาหมึกมากเลยจับดึงออกก็ไม่ได้เกาะแน่นไปหมด


“ขออีกนิด”


“กร!


ความสัมพันธ์ของเราเรียกได้ไม่เต็มปากนักว่าเพื่อน มันเป็นอะไรที่เกินกว่านั้นแต่ไม่ใช่แฟนแน่นอน เรียกว่าคนที่อยู่ด้วยกันภายในห้องชุดของคอนโดหรูจะยาวไปไหม?


ช่างเถอะเราก็ไม่สนว่าจะเรียกอะไรหรอกนอกจากเรียกร้องให้กรปล่อยเราลงจากตักเขาสักที มือเขาชักจะยุ่มย่ามกับตัวเราเกินไปแล้ว!

 

 



จากบทความที่ได้อ่านเมื่ออาทิตย์ก่อน เราสงสัยว่าตัวเองเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีบุคลิกแบบนั้นหรือเปล่า สิ่งที่ได้อ่านมาตรงกับที่เราเป็นเกือบทุกอย่าง เราไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท เราไม่ชอบไปงานปาร์ตี้ ไม่ชอบเข้าสังคมและเข้าหาคนไม่เป็น


เราอึดอัดและเหนื่อยมากเวลาที่ต้องออกไปพรีเซนต์งานหน้าห้อง มันไม่ได้อายแต่แค่ไม่ชอบให้คนมองเรา ไม่ชอบเป็นจุดสนใจของใครๆ


อีกอย่างคือเราชอบอยู่คนเดียวในห้องของตัวเอง มันเป็นเซฟโซนที่ดีของเรา เรามีความสุขมากเวลาที่ได้กลับห้อง แม้บางครั้งกรจะเข้ามากวนแต่เขาก็รู้ว่าบางทีเราก็ต้องการอยู่คนเดียว กรเข้าใจเราทุกอย่าง เราเลยอยู่กับกรได้


กว่าเราจะยอมรับกรได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน กรเป็นลูกของเพื่อนแม่และเราก็ต้องมาอยู่กับกรตอนที่ขึ้นมหาลัย แม่ฝากฝังให้กรดูแลเรา แม่คงเป็นห่วงกลัวเราไม่มีเพื่อนเลยให้กรเป็นเพื่อนกับเราแม้กรจะแก่กว่าเราสองปีก็ตาม


คอนโดนั้นจริงๆเป็นของกรแต่ว่ามันบังเอิญมากที่มีห้องอยู่สองห้องพอดีแม่เลยบอกให้เราไม่ต้องหาหอเองจะให้เราไปอยู่กับลูกเพื่อนแม่ดีกว่า ซึ่งลูกเพื่อนแม่ที่ว่าก็คือกร


พอดิบพอดีกับการที่มหาลัยไม่บังคับให้อยู่หอใน


“ไอ้กร วันนี้ไปเตะบอลกันไหมวะ”


เรามองเพื่อนๆที่เขามาทักทายกร กรเป็นคนที่เพื่อนเยอะมาก ทั้งในคณะและต่างคณะมีเพื่อนกรเต็มไปหมด ด้วยบุคลิกของกรที่เข้าถึงง่าย ใจดีมีน้ำใจและค่อนข้างเฮฮา ทำให้คนเข้าหากรเยอะไปหมดซึ่งต่างกับเราที่มีกรเป็นเพื่อนคนเดียวในมหาลัย


“วันนี้ไม่ว่างว่ะ เดี๋ยวพาพีไปซื้อหนังสือ”


เพื่อนของกรหันมามองทางเรา เราทำตัวไม่ถูกได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไปไม่พูดอะไรสักคำ


“โอเค โชคดีพวกกูไปล่ะ” เพื่อนเขาล่ำลากรอย่างง่ายๆแล้วก็พากันเดินโหวกเหวกกอดคอกันออกไปจากห้องเรียน


“ไปเลยไหม เหงื่อแตกเชียว” เขาเช็ดเหงื่อให้เราด้วยผ้าเช็ดหน้าสีครามที่เขาพกไว้ติดตัวตลอด ไม่เคยเห็นเขาเช็ดให้ตัวเองเลยมีแต่เอามาเช็ดหน้าเรา


“มันร้อน” เราอ้างเหตุผลทั้งที่จริงๆแล้วเราตื่นเต้นและรู้สึกอึดอัดตอนที่เพื่อนๆกรจ้องเรากันหมด


“ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากสิ”


กรก็ยังเป็นกร เป็นคนที่รู้ใจเรามากที่สุดอยู่ดี


“เรากลัวเพื่อนกรโกรธ”


“พวกมันไม่โกรธหรอกเรื่องแค่นี้ เลิกคิดมากได้แล้ว” กรจูงมือเราเดินออกจากห้องแล้วหันมาหาเราระหว่างที่เดินกันอยู่ “อย่าเบะเชียวนะ”


“อื้อ” พยักหน้าหงึกหงักแต่เราเลิกเบะปากไม่ได้เลย


กรพาเรามาเลือกหนังสือที่ห้างตามสัญญาว่าถ้ากรเล่นเกมแพ้เขาจะซื้อหนังสือให้เราสองเล่ม


“กรจะไปไหน?”


“ไปดูรองเท้าที่ช็อปก่อนแป๊บนึงครับเดี๋ยวรีบมานะ” เขาชี้ไปที่ช็อปที่อยู่ใกล้ๆ


พอเห็นว่าไม่ได้อยู่ไกลกันเราก็ยอมให้เขาไปดูรองเท้าตามที่เขาต้องการ


“อย่ามาช้านะ” เราย้ำเขาอีกรอบ


“ครับ”


เราหันกลับมายืนเลือกหนังสือของตัวเองคนเดียวเงียบๆเมื่อเห็นกรเดินเข้าช็อปรองเท้าไปแล้ว หนังสือที่เราอ่านไม่ได้มีประเภทไหนที่ชอบเป็นพิเศษ เราอ่านได้หมดถ้าเล่มนั้นมีเนื้อหาที่น่าสนใจแม้กระทั่งนิยายวายที่เราไม่เคยรู้จักตอนนี้เรากลับกลายเป็นชอบอ่านไปซะแล้ว


“หือ? เรื่องใหม่ของคุณนักเขียนนี่นา”


เราหยิบหนังสือนามปากกาว่า ภากรเป็นนักเขียนที่เราติดตามผลงานเขาอยู่ เริ่มแรกจากการที่บังเอิญชื้อหนังสือของเขาจากงานหนังสือเมื่อหลายปีก่อนโดยบังเอิญทำให้เราติดตามงานเขียนของเขามาจนถึงทุกวันนี้


งานเขียนของ ภากรนิยมในหมู่คนที่ชอบอ่านนิยายวาย ใช่แล้ว...ภากรก็คือนักเขียนนิยายวายที่ทำให้เราติดงอมแงมมาจนถึงทุกวันนี้ไงล่ะ


แฟนคลับภากรเยอะมาก ดูได้จากยอดขายแต่ละเล่มของภากรsoldout ทุกครั้งที่ออกเล่มใหม่มา แถมคนยังเอาไปปล่อยมือสองราคาแพงหูฉี่อีก นับว่าเป็นโชคดีมากที่เรามาทันหนังสือเล่มใหม่ของภากร


แต่...ภากรไม่เคยปรากฏตัวให้ใครได้เห็น ไม่มีคนเคยเห็นภากรเลยและไม่รู้ด้วยว่าภากรเป็นใครเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หลายๆคนก็เดากันไปทว่าก็ได้แค่นั้นเพราะความจริงทุกคนก็ไม่เคยรู้ว่าภากรนั้นคือใครกันแน่


ส่วนเราก็ไม่เคยสนใจว่าภากรเป็นใครหรือจะเป็นเพศไหน แค่ได้อ่านงานเขียนของภากรเราก็มีความสุขมากแล้ว


เราหยิบหนังสือเล่มใหม่ของภากรขึ้นมากอดเอาไว้ก่อนจะเดินไปเลือกหนังสือที่อยู่อีกโซน โซนนี้เป็นโซนหนังสือวรรณกรรมแปลส่วนมากเราจะอ่านที่แปลของฝรั่งซะส่วนใหญ่ เคยอ่านของจีนแล้วก็สนุกดีแต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวเราเลยไม่ค่อยอ่าน


กรบอกว่าเราอ่านหนังสือจนจะเป็นนักเขียนเองได้อยู่แล้ว บ้าสิ! ไม่ถึงขนาดนั้นสักหน่อยเราแค่ชอบอ่านหนังสือเยอะๆ มีความสุขเวลาที่ได้จินตนาการและคิดภาพตามเรื่องราวที่นักเขียนถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรเอง


“ได้ไปกี่เล่มแล้วเนี่ย”


เสียงที่คุ้นเคยของกรดังขึ้น อืม...เราเคยคิดเล่นๆนะว่าถ้าเกิดภากรกับกรเป็นคนเดียวกันคงน่าแปลกใจพิลึก


“เล่มเดียวอยู่เลย” เราหันไปมองเขาที่ถือถุงรองเท้ามองเรายิ้มๆ “ซื้ออีกแล้ว เดี๋ยวฟ้องคุณน้าแน่”


“อย่าสิ งั้นเพิ่มให้เป็นสามเล่มเลยแต่ห้ามฟ้องแม่กรนะ” เขาติดสินบนเราอีกแล้วซึ่งเราชอบมาก จะได้ซื้อหนังสือเพิ่มอีกตั้งหนึ่งเล่ม


กรชอบรองเท้า ข้อนี้คนที่รู้จักกรจะรู้ดียิ่งคุณน้าแป้งแม่ของกรยิ่งรู้มากที่สุด คุณน้าบอกให้เราช่วยดูกรด้วยถ้าเห็นกรซื้อรองเท้าก็รีบไปบอกคุณน้าเลยแต่ครั้งนี้คงต้องเงียบไว้เพราะกรติดสินบนเป็นหนังสือที่เราชอบ


เราได้แต่ขอโทษคุณน้าในใจ


“กรพูดแล้วนะ”


“เด็กไม่ดี”


เรายิ้มทะเล้นใส่กรแต่กรก็ไม่ถือสายกมือขึ้นมาบิดแก้มเราอีก เราเลิกสนใจกรหันกลับไปสนใจหนังสือที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง


 

 


กลับมาถึงคอนโดฝนก็ตกลงมาพอดี แอบเสียดายนิดๆที่เราไม่ได้นั่งรถติดอยู่บนถนนที่ไหนสักแห่ง เราชอบเวลานั่งในรถแล้วฝนตก อุณหภูมิในรถจะต่ำลงและการได้มองเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าผ่านกระจกรถเป็นอะไรที่เราชื่นชอบมาก


กรบอกว่าเราแปลกแต่เราว่าตัวเองปกติ มันคือความชอบของเรานี่ กรเองนั่นแหละที่ไม่เข้าใจแต่ถึงแม้เราจะชอบฝนมากแค่ไหนเราก็ยังกลัวฟ้าร้องและฟ้าแลบอยู่ดี


“เดี๋ยวกรมานอนด้วย”


กรเขารู้ว่าเรากลัวก็จะมานอนด้วยทุกครั้งที่ฝนตก การได้อยู่ใต้ผ้านวมอุ่นๆโดยมีกรนอนอยู่ข้างๆเราก็หลับสนิทได้แม้ฟ้าจะร้องดังแค่ไหนก็ตาม


ความสุขของเราตอนฝนตกคือการได้อยู่ใต้ผ้านวม มองเม็ดฝนผ่านกระจกของคนโด หลับตาปี๋ตอนที่แสงฟ้าแลบขึ้น และเสียงหัวเราะของกรที่นอนข้างๆก็ทำให้เราอุ่นใจ


“หัวเราะอะไร” เราว่าเสียงเข้ม ดุคนที่ขยับหัวมานอนหมอนใบเดียวกับเรา


“หัวเราะเด็กชอบฝนแต่กลัวฟ้า”


“ก็มันน่ากลัว” เราตอบอุบอิบ ซุกหน้าลงกับไหล่กว้างของกร กลิ่นประจำตัวกรเป็นกลิ่นเย็นสบายเราชอบกลิ่นกรบางครั้งเลยเผลอดมและคลอเคลียเขาบ่อยๆ กรก็ดูชอบใจปล่อยให้เราคลอเคลียโดยไม่ว่าอะไรสักคำ


“พี่อยู่นี่หนูจะกลัวอะไร”


“เรียกหนูอีกแล้ว!


“มันติดนี่นา”


“ไม่ให้เรียก”


“หนูเขินเหรอ?” เขาเอาคางมาเกยบนหัวเรา “พี่เรียกบ่อยๆเดี๋ยวหนูก็ชิน”


“กรเราจะโกรธแล้วนะ”


“เบะอีกแล้ว” เขาหัวเราะ ก้มหน้าลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกับหน้าเรา “อย่าเบะนะ เดี๋ยวจะโดนจูบปลอบ”


“อื้อ”


กรพูดจริงเราเคยโดนมาแล้ว กรคนนิสัยไม่ดีชอบเอาปากมาจูบเรา เราก็ขัดขืนไม่ได้เพราะเราก็ชอบจูบกับกรเหมือนกัน กลายเป็นว่าตอนนี้เราก็เบะมากขึ้นกว่าเดิม


“โธ่...อยากให้จูบก็ไม่พูดกันตรงๆ”


เขาแนบริมฝีปากลงมาแตะจูบกับกลีบปากของเรา ความรู้สึกของการโดนกรจูบเหมือนได้อ่านนิยายสักเรื่องแล้วถึงตอนที่ตัวเอกรักกันเลย มันรู้สึกมีความสุขตามพวกเขาแต่กับการจูบนี้มันมีความสุขมากกว่าการได้อ่านนิยายเสียอีก เขาเรียกว่าอะไรนะ


อ้อ...ฟินนั่นไงที่เรารู้สึก




อากาศเช้านี้สดใส แสงแดดออกจ้า มีแต่เราที่อิดออดไม่อยากไปเรียนจะเพราะอะไรอีกล่ะถ้าไม่ใช่เพราะการต้องไปยืนพรีเซนต์งานหน้าห้อง จะแกล้งป่วยดีไหม?


ไม่ดีหรอกแบบนั้นคนอื่นก็แย่หมดสิ


“จะสายแล้วนะหนู”


“บอกว่าอย่าเรียกหนูไง”


ถึงจะมีอารมณ์เซ็งอยู่แต่ไม่ลืมหรอกนะว่าห้ามกรเรียกเราว่าหนู กรเป็นประเภทที่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เรียกหนูๆอยู่นั่นแหละ


“กรเข้าใจว่าพีไม่ชอบการนำเสนอหน้าห้องแต่นี่ก็เป็นคะแนนสำคัญเลยนะ”


กรรู้ดีว่าจุดอ่อนของเราคือคะแนน เราชอบเก็บคะแนนตอนเรียนไว้เยอะๆถึงแม้มันจะไม่ได้เยอะมากมายแต่ถ้าเก็บได้เต็มหมดมันก็ช่วยเราตอนสอบได้เลยนะ


“รู้แล้วๆขอทำใจก่อน”


เรานั่งกันอยู่บนรถของกรเพราะเราไม่ยอมลงไปสักทีแค่คิดว่าเดินลงไปแล้วก็ต้องขึ้นห้องไปพรีเซนต์งานเราก็อยากจะบอกให้กรพาขับรถกลับห้องมันซะตอนนี้


“พี่เป็นกำลังใจให้หนูนะ”


คราวนี้เราไม่ห้ามเพราะเรากำลังรับกำลังใจจากกรอยู่ ให้ทายว่ากรให้กำลังใจเรายังไง?...


ใช่...กรจูบเราเพื่อเพิ่มกำลังใจนั่นเอง


“พอแล้ว” เราดันหน้ากรออกจากซอกคอ เดี๋ยวก็เผลอทำรอยให้เพื่อนในห้องต้องมองต้องสงสัยกันอีก อึดอัดจะตายไป


“พร้อมหรือยัง?” เขาผละออกก่อนจะผ่อนลมหายใจเข้าออกของตัวเองให้เป็นปกติแล้วถามเราขึ้นอีกครั้ง


เรามองหน้ากร พยักหน้าหงึกหงักทั้งที่ในใจไม่เคยพร้อมเลย


“ยืนข้างๆเรานะ” เราอยู่กลุ่มเดียวกันเสมอและตำแหน่งข้างๆเราจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากกร


การนำเสนองานให้อาจารย์และเพื่อนๆในคลาสฟังทำเอาเราหมดพลัง เราต้องการพาวเวอร์แบงค์มาชาร์ตแบตตอนนี้มากและพาวเวอร์แบงค์ที่เราต้องการก็ไม่ได้อยู่ไกลที่ไหนเลย นั่งข้างๆเราอยู่นี่ไง


“เก่งมาก อาจารย์ชมว่าพูดเก่งขึ้นเยอะ”


เขาชมเราแบบนี้ทุกทีหลังจากนำเสนองานเสร็จทุกครั้ง ไม่รู้ว่าอาจารย์พูดจริงหรือเปล่าแต่เราก็ดีใจไปกับคำชมนั้นแล้ว


“อยากกลับห้องแล้ว” การชาร์ตพลังที่ดีที่สุดไม่ใช่การได้อยู่กับกรแต่เป็นการกลับเข้าไปในห้องของเราเอง เป็นเซฟโซนที่กันคนอื่นออกและมีเพียงแค่เราคนเดียวที่อยู่ในนั้นอาจจะมีกรเข้ามาอยู่ด้วยบ้างทว่ามันก็มีความสุขมากกว่าการอยู่ตรงนี้อยู่ดี


“เดี๋ยวก็ได้กลับแล้วทนอีกนิดนะ” เขาว่าปลอบ เราก็เชื่อฟัง อีกนิดเดียวของกรก็คือประมาณอีกสองชั่วโมงกว่าๆ


โอเคนิดเดียวก็นิดเดียว


******

เขียนนิยายเรื่องใหม่อีกแล้ว แหะๆอันนี้พล็อตแบบชั่ววูบมาก ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

แฮชแท็ก #เกิดรักกรพี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.291K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #369 TTSRLN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 10:24
    กำแพงโรเซ่ยังพังได้ เพราะคำปลอบใจของกร
    #369
    0
  2. #368 rattanalak44 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 13:02
    เขาเป็นอะไรกัน
    #368
    0
  3. #367 Opjao (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 21:44
    เอ็นดูน้อง
    #367
    0
  4. #366 PCB614 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:13
    กรน่ารักกก พีก็น่ารักกก งือออ
    #366
    0
  5. #358 GSstory (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 01:03
    น่ารักกกกก งื้ออ
    #358
    0
  6. #357 NVAddict (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 19:55
    อ่านแล้วละมุน รู้สึกความนุ่มนิ่มของทังคู่
    #357
    0
  7. #350 Horizon_right (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 08:55
    กรี๊ดดดดด น่ารักกกกกก
    #350
    0
  8. #336 mmamaexx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 18:55
    ภากร คือกรที่เป็นนักเขียนมั้ยนะ ส่วนยัยน้องนะ น่ารักน่าหยิกมสก
    #336
    0
  9. #315 Pangpp24 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 16:51
    พีน่าเอ็นดูจังเลย
    #315
    0
  10. #270 ชอบวีวี่จ้ะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:33
    น่ารักจังค้าบบบบบบ ขอจีบน้องแข่งกับพี่กรได้เปล่าค้าบบ พี่รวยนะค้าบบ ซื้อหนังสือให้หนูเป็นสิบได้ พี่จ้างคนเขียนที่หนูชอบแต่งนิยายให้หนูได้นะค้าบบบบบ
    #270
    0
  11. #266 malibae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 07:05
    น่ารักจังเลยค้าบบบ
    #266
    0
  12. #264 lills (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 01:19
    หหหหหหนูแง้น่ารัก
    #264
    0
  13. #254 NeeWoracha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:40
    โอ้ยยยยยย อิหนู!!!
    #254
    0
  14. #230 m51t (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:46
    ทำตัวแบบนี้ไม่ให้เรียกหนูได้ไงงงงง
    #230
    0
  15. #168 aomhhkd (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 09:30
    น้องแสนจาน่ารัก
    #168
    0
  16. #154 pcy__chic (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 07:43
    น้องน่ารักจัง
    #154
    0
  17. #148 tbuykeid37 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 05:35
    ติดตาม
    #148
    0
  18. #127 9490seluhanhunhan。 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 07:38
    น้องน่ารักจังเลยแงงงง
    #127
    0
  19. #123 อบนน. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 00:14
    น้องพีน่ารักกกกก
    (คุณไรท์ไม่จำเป็นต้องขอโทษใครเลยน้า น้องพีออกจะน่ารัก)
    #123
    0
  20. #111 nightporn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:32
    ทำไมโรคที่ว่ามานี้ อาการเราเป็นอย่างนั้นเลยอะ😜
    #111
    1
    • #111-1 ฟองดูว์เป็นชื่อขนม(จากตอนที่ 1)
      16 พฤษภาคม 2562 / 00:35
      มันไม่ใช่โรคน้าา เป็นบุคลิคอีกแบบหนึ่งของคนเฉยๆค่าา
      #111-1
  21. #110 mmsays (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 20:34

    น่ารักกจังเลยค่ะ

    #110
    0
  22. #105 mirror image (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:52
    เบะปาก? ปี3?
    นิยายชายหญิง?
    #105
    1
    • #105-1 ฟองดูว์เป็นชื่อขนม(จากตอนที่ 1)
      14 พฤษภาคม 2562 / 01:08
      อ่า...ขอโทษด้วยค่า เรื่องนี้อาจจะไม่ถูกใจคุณนักอ่านเท่าไหร่ ขอโทษด้วยนะคะ
      #105-1
  23. #75 beautyyeongkwang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:25
    น้องพีน่ารักกกกก
    #75
    0
  24. #64 Khem15 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 14:09
    น่ารักกกก
    #64
    0
  25. #42 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 10:17
    แหนะๆ เพื่อนยังงัย ไหนพูด 😍
    #42
    0