[ภาคแรกend]【Keep distance|ระยะห่างที่ใกล้ใจ】ภาค 2

ตอนที่ 34 : Keep distance 2 Chapter : Two

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    5 ก.ย. 63

 

Chapter : Two

 

 

อาหารเช้าที่เตรียมเอาไว้ให้คนตื่นสายส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัว อาโปเดินไปเดินมาหาวัตถุดิบมาเติมลงไปในอาหารที่ตั้งใจทำ

ฝีมือเข้าขั้นที่ไฟเอ่ยปากชมไม่ขาด ไม่รู้ว่าชมเพราะอร่อยจริงๆหรือชมเพราะว่าคนทำเป็นอาโปกันแน่ 

ในแต่ละวันก็มีอาหารที่ซ้ำกันบ้างแต่ไฟก็ไม่เคยบ่นอาโปสักครั้งแถมทุกครั้งก็ขอเพิ่มข้าวตลอด คนที่ทำอาหารให้อย่างอาโปก็ได้แต่ยิ้มกว้างดีใจ อยากจะทำอาหารให้กินทุกมื้อแต่ก็ติดที่ว่าบางมื้อเขาไม่มีเวลาว่างเลยตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

สิ่งที่พอจะทำให้ได้ทุกวันก็คงเป็นอาหารมื้อเช้าที่ส่วนใหญ่เป็นข้าวต้มธรรมดาๆทว่าก็พิเศษสำหรับพวกเขาทั้งสองคน

ไม่ทันได้รู้ตัวว่ามีใครบางคนยืนมองเขามาตั้งนานแล้ว มุมปากของคนที่ยืนพิงผนังห้องครัวยกขึ้น แววตาอ่อนโยนระคนเอ็นดูพ่อครัวควบด้วยตำแหน่งแฟน การได้มีอาโปมาใช้ชีวิตด้วยกันมันดีจนไม่อยากให้น้องไปไหน

แน่นอนล่ะ เขาไม่ยอมให้อาโปไปไหนหรอก ก็รักมากขนาดนี้จะปล่อยให้ไปได้ยังไง

ก้าวเท้ายาวๆเดินเข้าไปสวมกอดคนที่ยืนคนข้าวต้มอยู่ กายเล็กสะดุ้งเล็กน้อย พอหันมาเห็นเขาก็อมยิ้มแก้มแดงใส่จนอดไม่ไหวต้องก้มลงไปหอมแก้มหลายๆฟอด

“หิวแล้วหรือครับ?”

“อืม”

จมูกยังคงซุกซนตามผิวเนื้อของคนที่ตัวเล็กกว่า อาโปหัวเราะคิกเพราะจั๊กจี้ตอนริมฝีปากและปลายจมูกของไฟมาสัมผัสที่ต้นคอ จุดที่เขาโดนทีไรมักจะอ่อนไหวทุกทีและไฟก็รู้ดีเลยชอบเอาจมูกและปากมาซนตรงนี้บ่อยๆ

อาโปไม่ได้ห้ามอะไร มือข้างหนึ่งคอยคนข้าวต้มในหม้อ อีกมือที่ว่างก็ลูบลงที่หลังมือของไฟที่เกาะอยู่ตรงเอวแผ่วเบา

ความสุขยามเช้าผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเมื่อต้องแยกย้ายกันไปเรียน

การเรียนต่างมหา’ลัยทำให้อาโปและไฟต้องไปเรียนแยกกัน แม้ว่าไฟจะบอกเสมอว่าไปส่งได้แต่อาโปก็ไม่ให้ทำเช่นนั้นเนื่องจากมหา’ลัยของพวกเขามันอยู่คนละทางและไฟคงจะเสียเวลา หากไปเรียนสายขึ้นมาอาโปคงรู้สึกผิด

ไฟก็ได้แต่ตามใจ เขารู้ว่าอาโปขี้เกรงใจและก็ไม่อยากจะไปบังคับน้องเท่าไหร่ หากน้องอยากให้ไปส่งเมื่อไหร่ก็คงจะบอกเขาเอง

อยากให้น้องสบายใจที่สุดเวลาที่อยู่กับเขา

 

 

วันนี้เกี๊ยวลาหยุดหนึ่งวันพร้อมใบลาป่วยที่ฝากให้รูมเมทต่างคณะเอามาให้อาโป มีไข้ขึ้นและปวดหัวหมอจึงให้นอนพักหนึ่งถึงสองวัน

ส่วนเซียร์ก็มาเรียนสายเช่นเคย หน้าตานิ่งเฉยแบบคนไม่รู้สึกผิดที่เข้าห้องเรียนสายทำให้ทั้งเพื่อนและอาจารย์ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก อาโปก็เคยบอกเซียร์ไปแล้วว่าให้มาก่อนเวลาเรียนบ้างแต่เซียร์ก็ยังเป็นเซียร์ เป็นคนที่อยากทำอะไรก็ทำแบบนั้นไม่แคร์ใครจนมีคนไม่ชอบเยอะ

ทุกวันนี้เพื่อนๆและรุ่นพี่หลายคนก็ยังแปลกใจที่พวกเขามาเป็นเพื่อนกัน นิสัยที่ต่างกันสุดขั้วนั้นดูๆแล้วไม่น่าจะมาเป็นเพื่อนกันได้

“ทำไมแต่งตัวไม่เรียบร้อยอีกแล้ว วันนี้มีเข้าห้องเชียร์นะ”

“เราไม่เข้า”

“จะโดดอีกแล้วหรือ?”

“อืม”

อาโปย่นจมูกใส่เพื่อนข้างๆแต่เซียร์ไม่ได้นึกสนใจ การเข้าห้องเชียร์ไปนั่งให้ใครก็ไม่รู้มาตะคอกใส่จะเข้าไปทำไมไม่เห็นประโยชน์ที่จะได้รับเลยสักนิดเดียว

“แล้วเซียร์ไม่อยากเก็บหน่วยกิจกรรมหรือ รุ่นพี่บอกมาว่าถ้าไม่ครบจะเรียนไม่จบนะ”

“แล้วไง?”

“ก็เราเป็นห่วง”

“ห่วงตัวเองเถอะน่า”

เซียร์ตอบปัดๆคล้ายรำคาญทว่าหากมองให้ดีแล้วไม่ใช่แบบนั้น เขาแค่อยากให้อาโปเงียบสักทีเพราะอาจารย์หันมามองทางนี้นานหลายนาทีแล้ว

คนตัวเล็กทำท่าจะพูดเกลี้ยกล่อมเพื่อนต่อแต่ก็โดนเซียร์ปัดตกโดยการฟุบหน้าลงบนโต๊ะไม่สนใจใครอีก แม้อาจารย์จะมองมาและเห็นเซียร์ทำแบบนั้นทว่าอาจารย์กลับไม่ต่อว่าเพราะเคยพูดกับเด็กคนนี้หลายครั้งก็ยังเป็นเหมือนเดิม

อาโปถอนหายใจ มองเซียร์ด้วยความห่วงใย เขารู้สึกว่าเซียร์มีกำแพงที่ก่อเอาไว้เป็นเกราะกำบังไม่ให้ใครสามารถเข้าไปรู้จักเซียร์ที่เป็นเซียร์จริงๆ เขาพยายามชวนพูดคุย ชวนทำกิจกรรมแต่เซียร์ก็มักจะปัดตกบ่อยๆ ยังดีหน่อยที่ไม่ได้ปัดตกทุกอย่าง

ก็มีบ้างที่บ่นว่าไร้สาระหรือน่าเบื่อทว่าก็ยอมตามอาโปไปอยู่ดี

 

 

ความลังเลเกิดขึ้นเมื่อใกล้ถึงเวลาเลิกเรียน การเข้าห้องเชียร์คนเดียวโดยไม่มีเซียร์หรือเกี๊ยวเป็นเรื่องที่อาโปไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดทว่าวันนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

เขาเป็นคนที่มีภูมิต้านทานในการรับแรงกดดันในห้องเชียร์ต่ำมากถึงมากที่สุด การโดนรุ่นพี่พูดเสียงดังใส่ทำให้อาโปรู้สึกกลัวทุกครั้งแต่ทุกครั้งนั้นก็ยังมีเกี๊ยวอยู่ด้วยจึงพออุ่นใจได้บ้าง

“อะไร?”

เซียร์ก้มลงมองมือที่จับปลายแขนเสื้อเขาไว้ ดวงตาของอาโปสั่นไหวแถมสีหน้าก็ดูมีเรื่องที่อยากจะพูดแต่ก็ลำบากใจที่จะพูดออกมา

“ถ้าไม่พูดจะไปแล้วนะ”

ศีรษะอาโปส่ายไปมา เม้มปากชั่งใจอยู่ไม่นานก็ยอมพูดสักที

“เซียร์เข้าห้องเชียร์ด้วยกันได้ไหม”

หากคนอื่นมาเห็นสีหน้าแววตาอีกทั้งคำพูดของอาโปคงจะใจอ่อนให้ง่ายๆแต่ทว่าคนตรงหน้าอาโปเป็นเซียร์คำตอบที่ได้จึงไม่ต่างไปจากที่คิดนัก

“ไม่เข้า” ว่าพลางเก็บของใส่กระเป๋าและลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกจากห้องเรียน

“แค่วันเดียวก็ได้”

“เราไม่เข้า ถ้าอาโปไม่อยากเข้าก็ไม่ต้องเข้า”

“เรากลัว”

“กลัวอะไร?”

“ก็รุ่นพี่ ถ้าไม่เข้าเดี๋ยวเพื่อนคนอื่นจะเดือดร้อน”

“ยังไง?”

“ก็...อาจจะโดนตำหนิ”

“โดนด่าน่ะหรือ?”

“ไม่ใช่ พี่เขาตำหนิแต่แค่เสียงดังเฉยๆ”

เซียร์ถอนหายใจออกมาเสียงดัง ความซื่อเกินไปของอาโปทำให้เขาเบื่อหน่าย จะปล่อยเอาไว้คนเดียวก็สงสาร เขาไม่พูดโต้ตอบอะไรกลับนอกจากจะดึงมืออาโปพาเดินไปที่รถด้วยกัน

“ขาดวันเดียวรุ่นพี่พวกนั้นคงไม่ด่ากราดหรอก”

“อะ...เอางั้นหรือ?”

“หรืออยากอยู่คนเดียว?”

“เปล่าๆ ก็ถ้าเซียร์ว่าอย่างนั้นก็ได้”

รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนมุมปากของเซียร์แต่เพียงไม่กี่วินาทีก็หายไปหมือนกับว่าไม่เคยมีรอยยิ้มนั้นเลย

สายตาของอาโปล่อกแล่กไปมา ไม่เคยทำผิดกฎและไม่คิดทำแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาโดดกิจกรรมในมหา’ลัย เป็นความตื่นเต้นและความกลัวปะปนกันไปในความรู้สึกของเขาตอนนี้

“ถ้าโดนจับได้ว่าโดดพวกเราตายแน่เลย”

“เลิกสนใจเรื่องนั้นเถอะน่า”

อาโปพยักหน้าหงึก ถ้าเลิกคิดก็คงจะเลิกกลัวไปด้วย

รถของเซียร์เคลื่อนออกจากมหา’ลัย คนที่ไม่รู้ว่าเพื่อนจะพาไปไหนก็ได้แต่นั่งหน้างงและปล่อยให้ตัวเองสงสัยได้ไม่นานก็ตัดสินใจถาม

“เซียร์จะไปไหน?”

“ดูหนัง”

คิ้วอาโปผูกปม มุบมิบปากคุยคนเดียวเรื่องดูหนังเขาคิดว่าเซียร์ไปดูมาแล้วซะอีก อาจจะไม่ใช่เรื่องเดิม เซียร์คงพาเขาไปดูเรื่องใหม่ทว่าความสงสัยก็ทำให้อาโปถามออกไป

“หนังที่เซียร์บอกว่าอยากดูน่ะหรือ?”

“อืม”

“แต่วันนั้...”

“ไม่ได้ไป”

คำตอบได้รับทันทีโดยที่ยังพูดคำถามไม่จบด้วยซ้ำ อาโปทำหน้าแปลกใจแต่ก็ยอมพยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรเซียร์อีกเพราะกลัวเพื่อนจะรำคาญ

 

 

 

หนังจบลงในเวลาเกือบๆสองทุ่มโดยที่เซียร์ก็พาเขาเดินเข้าร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าต่อซึ่งดูแล้วน่าจะแพงเอาเรื่องอาโปจึงได้แต่ง่กๆเงิ่นๆไม่กล้าเดินตามเข้าไปในร้านเพราะเขาไม่มีเงินจ่ายมากมายขนาดนั้น

แค่ซื้อตั๋วหนังก็แทบจะหมดตัวแล้ว

“ทำไมไม่เข้าไป”

“พอดีเรายังไม่หิวน่ะ”

“แล้วคนที่ท้องร้องในโรงหนังนี่ใครนะ”

อาโปยิ้มแห้งก่อนจะยอมบอกเพื่อนไปตามตรง

“เราไม่มีเงินจ่าย”

“เดี๋ยวเลี้ยง”

“ไม่เป็นไรๆ เราไม่กินก็ได้เดี๋ยวเรานั่งรอหน้าร้านนี่แหละ”

เซียร์หันไปมองในร้านอาหารอีกครั้ง ชั่งใจเพียงไม่กี่วินาทีก็เดินนำอาโปออกไป ทำเอาอาโปต้องรีบวิ่งตามให้ทัน จู่ๆจะไปก็ไปไม่ทันให้เขาได้ทันตั้งตัว

ควรจะชินที่เซียร์เป็นแบบนี้แต่ก็ไม่ชินสักที

“เซียร์รอเราด้วย” ยังดีที่เซียร์ไม่ได้ขายาวเหมือนไฟที่เดินแค่ก้าวเดียวก็เท่ากับเขาเดินสองก้าว เขาตามมาเดินข้างๆเซียร์ได้ทันแม้จะหอบเล็กน้อยก็ตาม

“จะกินอะไร?”

ถ้าถามมากอีกก็กลัวเซียร์จะเดินหนีและเผลอๆรอบนี้เขาจะตามไม่ทัน ก็เลยต้องมองซ้ายมองขวาเพื่อดูร้านอาหารทว่าไม่มีร้านไหนที่เขาอยากกินเลย

“เราอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือแต่ที่นี่คงไม่มี”

“ก็ไม่ต้องกิน”

“แต่เซียร์ถามเรานะ”

“เรื่องมาก”

อาโปมองเพื่อนที่เดินนำไปตรงทางออก เซียร์เป็นแบบนี้ทุกทีแม้จะว่าเขาเรื่องมากเรื่องเยอะแต่ก็ยอมพาออกไปกินร้านข้างนอกอยู่ดี

ก็เซียร์เป็นแบบนี้ เป็นเพื่อนที่ดีในแบบของเซียร์ถึงคนอื่นจะมองไม่เห็นมุมนี้เลยก็ตาม

 

 

ระหว่างนั่งรอก๋วยเตี๋ยวอาโปกะว่าจะชวนเซียร์คุยเรื่อยเปื่อยสักหน่อยทว่าเซียร์กลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในโทรศัพท์เขาที่ไม่อยากกวนเพื่อนจึงหันไปมองรอบๆร้านแก้เบื่อ สายตาสะดุดเข้ากับรุ่นพี่คนหนึ่งที่จำได้ว่าอยู่คณะเดียวกัน

ความกลัวที่โดดห้องเชียร์ทำให้อาโปยิ่งมีพิรุธ เซียร์เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นความผิดปกติของเพื่อนตัวเล็กที่สายตาล่อกแล่ก ตรงขมับมีเหงื่อออกอีกทั้งฟันที่ขบริมฝีปากไว้จนเขากลัวว่าจะได้เลือด

“เป็นอะไร?”

“ข้างหลังเรามีรุ่นพี่ในคณะ”

“แล้วไง?”

“ถ้าเขารู้ว่าพวกเราไม่เข้าห้องเชียร์ต้องตายแน่ๆเลย”

“ก็บอกว่าไม่ต้องสนใจไง เลิกทำตัวมีพิรุธสักที”

“เราออกไปเลยดีไหม?”

“อาโป”

“อือๆ”

“เลิกทำท่าทางแบบนั้นแล้วก็ทำตัวปกติไป รุ่นพี่บอกเองไม่ใช่หรือว่าไม่ได้บังคับเข้า ถ้าการที่เราไม่เข้าเราก็ไม่ได้ผิดอะไร”

มันจริงอย่างที่เซียร์พูดทุกอย่างแต่อาโปผู้ที่อยู่ในกรอบมาเสมอก็ยังคงกลัวเหมือนเดิม

สถานการณ์ในหัวของอาโปตอนนี้ดูตื่นเต้นเหมือนอยู่ในหนังที่คนทำผิดหนีตำรวจทว่าแตกต่างกับเซียร์ที่ยังคงทำตัวสบายๆ กินก๋วยเตี๋ยวและดื่มน้ำ ไม่มีความกังวลเลยถ้าหากรุ่นพี่จะรู้ว่าพวกเขาโดดห้องเชียร์

กระทั่งกินอิ่มด้วยกันทั้งคู่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนที่กลัวไปเองอย่างอาโปก็ยังไม่ได้หายกลัว หากตอนลุกขึ้นออกจากร้านแล้วรุ่นพี่เรียกไว้ควรทำอย่างไรดี ในหัวเขาคิดอยู่แค่นี้วนไปมาจนเซียร์ต้องสะกิดให้ออกจากร้านด้วยกัน

“จะไม่กลับใช่ไหม?” คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้น มองเพื่อนตัวเล็กที่กลัวรุ่นพี่ในคณะจับได้ว่าโดดห้องเชียร์ เขาก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับอาโปดีให้หายกลัว

ขนาดจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวจนจะออกจากร้านแล้วอาโปก็นั่งตัวแข็งไม่กล้าลุกไปไหน ลำบากเขาที่ต้องไปสะกิดแล้วดึงให้ลุกออกไปด้วยกัน

“พี่เขาเห็นไหมเซียร์ ถ้าเห็นพวกเราตายแน่ๆ”

“ไม่เห็น”

“จริงนะ”

“อืม”

เขาโกหก

เซียร์เลือกที่จะโกหกเพราะถ้าหากบอกความจริงว่ารุ่นพี่หันมามองวันนี้อาโปคงนอนไม่หลับแน่ๆ

“โล่งอกไปที” อาโปถอนหายใจอย่างโล่งอก ใบหน้ากังวลหายไปเหลือแต่เพียงใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม

การได้ทำผิดกฎหรือออกนอกกรอบของตัวเองมันทำให้เขารู้สึกกลัวทว่าลึกๆแล้วก็รู้สึกสนุกอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกตื่นเต้นปนท้าทายยังไงเขาก็บอกไม่ถูก

“แล้วพักที่ไหนจะไปส่ง”

“ไม่เป็นไรๆ” เขาส่ายมือไปมาอย่างเกรงใจ “เดี๋ยวเรากลับเองก็ได้”

“อย่าเรื่องมากน่า รีบขึ้นรถมาหรือจะรอให้รุ่นพี่นั่นมาเจอก่อน?”

พอได้ยินก็ลุกลี้ลุกลนเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ คนที่แกล้งเพื่อนหลุดขำโดยที่อาโปไม่รู้ทว่าใครบางคนกลับเห็นรอยยิ้มนั้นได้อย่างชัดเจนแม้จะไม่ได้ตั้งใจมองก็ตาม

 

 

แสงไฟในห้องเปิดสว่างทำให้รู้ว่าไฟคงกลับมาแล้ว อาโปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ในวันนี้จากนั้นรอยยิ้มก็ค่อยๆผุดขึ้นมาตรงริมฝีปากจนกลายเป็นหัวเราะตาหยีอย่างมีความสุข นึกถึงเรื่องวันนี้ก็ตลกดีเหมือนกัน เขาที่เอาแต่กลัวหัวหดกับเซียร์ที่ไม่กลัวอะไรเลย

ก็จริงอย่างที่เซียร์ว่าจะไปกลัวทำไมในเมื่อรุ่นพี่ไม่ได้บังคับเขาเลย

ตอนนี้ยังคงตื่นเต้นไม่หาย ใจเต้นแรงเหมือนคนที่วิ่งขึ้นบันไดหนีไฟกลับมาที่ห้อง

“หัวเราะอะไร?”

ไฟเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นอาโปนั่งหัวเราะอยู่คนเดียว หันไปมองทีวีในห้องก็ไม่เห็นเปิดอยู่ วันนี้น้องคงไปเจอเรื่องดีๆมาก็เลยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“เปล่าครับ” เขายิ้มให้ไฟ ไม่กล้าบอกว่าวันนี้ตัวเองโดดห้องเชียร์เพราะกลัวจะโดนดุ

โดยที่ไม่รู้เลยว่ากิจกรรมห้องเชียร์นั้นไฟก็ไม่เคยเข้าสักครั้ง

“วันนี้พี่ไปกับเพื่อนนะ”

อาโปทำหน้าหงอยทว่าไม่ได้ทำตัวงี่เง่าโดยการห้ามไม่ให้ไฟไป นานๆทีไฟจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนในกลุ่ม 

“ครับ”

เขาตอบพลางยิ้มให้ ไฟยิ้มตอบกลับแล้วเดินเข้ามานั่งข้างกันที่โซฟา ยกมือขยี้หัวอาโปอย่างเอ็นดู ถึงจะยิ้มอยู่แต่ก็ปิดอาการหงอยกับเขาไม่ได้

“จะรีบกลับมา”

“ครับ”

“ไม่เถรไถล”

อาโปอมยิ้มกับคำพูดน่ารักของไฟ

“ครับ”

“ไม่ต้องเป็นห่วง”

ศีรษะขยับขึ้นลงเป็นการตอบรับ ยื่นหน้าไปหอมแก้มคนที่จะออกไปข้างนอกก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำเข้านอน

“ไม่ต้องรอนะ”

“ก็ถ้าโปนอนไม่หลับโปก็จะรอ”

“ดื้อ”

“พี่ไฟรีบไปเลยครับไม่ต้องทำตาแบบนั้น โปรู้นะว่าคิดอะไรอยู่” เขาห้ามคนที่ทำตาเจ้าเล่ห์แล้วทำท่าจะกระโจนมาจูบเขา ถ้าหากไม่ห้ามก็คงเลยเถิดและจะกลายเป็นว่านัดวันนี้ของไฟล่มแน่นอน

เพื่อนๆไฟก็บ่นให้บ่อยๆว่าชอบเทนัด เขาไม่ได้เทแต่เขาไม่รับปากที่จะไปไหนกับเพื่อนเลยต่างหากทว่าครั้งนี้ไม่ไปก็ไม่ได้ วันเกิดหมอกทั้งทีถ้าไม่ไปคงโดนแซวว่าติดแฟน

อืม...ก็ติดจริงๆ

งันไม่ไปดีไหมนะ...

“รู้ดี”

พออยู่ด้วยกันมานานก็รู้ทันกันแทบจะทุกอย่าง ถ้าหากอาโปรู้ทันคนภายนอกบ้างก็คงจะดีเขาจะได้สบายใจเวลาที่ปล่อยให้น้องคลาดสายตา

วันๆหนึ่งก็เอาแต่เป็นห่วงกลัวน้องจะโดนใครแกล้งหรือเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพื่อนที่น้องเล่าว่าดีนักดีหนาจะดีจริงๆไหม ถ้าเป็นไปได้ก็อยากรู้จักเพื่อนอาโปเอาไว้

“ไปได้แล้วครับ เพื่อนพี่ไฟโทรตามแล้ว” เขาหันไปมองโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ เป็นสายเรียกเข้าจากเพื่อนในกลุ่มอย่างเป๋า

โทรมาเป็นสิบสายแบบนี้เจตนามันก็คงจะกวนประสาทเขาเหมือนอย่างทุกที เขาตัดสินใจยื่นมือไปตัดสาย หันหน้ามาหาอาโปพร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาสองข้างให้ชื่นใจก่อนไป

“ฝันดีล่วงหน้าครับ”

เผื่อกลับไม่ทันกลัวจะไม่ได้บอกฝันดี

“ฝันดีล่วงหน้าเหมือนกันครับ” อาโปตอบกลับพลางลุกขึ้นเดินไปส่งไฟที่หน้าประตูห้อง เขาโบกมือให้คนรักที่เอาแต่หันกลับมามอง กระทั่งไฟหายเข้าไปในลิฟต์อาโปก็กลับเข้าไปในห้อง

ได้เวลาอาบน้ำเตรียมตัวนอนสักที

 

 

********

 

 

รู้สึกปิ่มหัวใจที่ยังมีคนอ่านอยู่ ขอบคุณนะคะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

733 ความคิดเห็น

  1. #721 0818770547 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 09:59

    คิดถึง น้อง กลับมาแล้ว เห็นการเติบโตของอาโปอีกครั้ง
    #721
    0
  2. #720 JiLL4455 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 06:24
    น่ารักกกกก
    #720
    0
  3. #719 DebbyMar (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 12:18
    น่ารักทั้งพี่ไฟทั้งน้องอาโป. อย่ามีดราม่ามากนะ สงสารรอเลยอ่ะ
    #719
    0
  4. #717 ilee (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 14:02
    ตลกโป 555
    #717
    0
  5. #715 myeonz (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 22:33
    น้อนนน มันเขี้ยวมาก
    #715
    0
  6. #714 jadefloral (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 21:20

    เข้าใจน้องเลย

    #714
    0
  7. #713 kodzaploy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 21:02
    น้อนก็ยังน่ารักน่าฟัดแก้มเหมือนเดิมเลยงะ ชอบอาโปกับไฟเวลาอยู่ด้วยกัน
    #713
    0
  8. #712 kodzaploy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 21:02
    น้อนก็ยังน่รักน่ฟัดแก้มเหมือนเดิมเลยงะ ชอบอาโปกับไฟเวลาอยู่ด้วยกัน
    #712
    0
  9. #711 saralrat18 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 19:18
    แงน้องน่ารักเหมือนเดิม
    #711
    0