[ภาคแรกend]【Keep distance|ระยะห่างที่ใกล้ใจ】ภาค 2

ตอนที่ 33 : Keep distance 2 Chapter : One

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    4 ก.ย. 63

 

Chapter : One

 

 

การกลับมาบ้านใหญ่ทุกครั้งมักจะทำให้อาโปอบอุ่นเสมอ ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายที่มีแต่ความใจดี อีกทั้งได้กลับมาหายายที่แสนคิดถึง ได้พูดคุยและได้กอดยาย ตกกลางคืนก็อ้อนจะนอนกับยายโดยที่ไฟก็ไม่เคยขัดเลยสักครั้ง

พวกเขาให้ความเป็นส่วนตัวและความอิสระต่อกันพอสมควร แม้ไฟจะเป็นคนที่ทั้งหวงและห่วงอาโปแค่ไหนแต่กับสองเรื่องนี้เขาก็ไม่เคยก้าวก่ายเลยสักครั้ง

“เป็นไงบ้างล่ะ มหา’ลัยดีอย่างที่คิดไว้ไหม?”

“ดีจ้ะยาย อาโปได้เจอเพื่อนเยอะเลย คนในคณะใจดีทุกคนเลยจ้ะ”

ยายมองคนเป็นหลานด้วยความเอ็นดู ปากก็พร่ำเจื้อยแจ้วเล่าให้ฟังว่ามหา’ลัยดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ เพื่อนใหม่ที่มีก็ใจดีทั้งสองคน เธอดีใจที่หลานได้เจอแต่คนดีๆ ได้ยินแค่นี้ก็หมดห่วงไปหลายอย่าง

หากจะตายวันตายพรุ่งก็คงจะตายตาหลับ โล่งใจที่หลานมีชีวิตที่ดีและมีความสุข เธอไม่ขออะไรมากมายขอแค่นี้ก็เกินพอแล้ว

“เขาดีกับเอ็งก็ดีแล้ว โชคดีแล้วที่เอ็งพบเจอแต่คนๆดี เขาดีมาเราก็ต้องดีตอบกลับเขาด้วยเข้าใจใช่ไหม”

“เข้าใจจ้ะยาย อาโปจะทำดีกับทุกคนเลย”

สองมือโอบกอดหลานที่เธอเลี้ยงตั้งแต่อ้อนแต่ออก ใจหายเหมือนกันหากวันหนึ่งจะต้องลาโลกนี้ไป เธอหวังว่าหลานจะทำใจกับการจากไปของเธอได้ อย่างที่เธอก็ทำใจมาเสมอว่าวันหนึ่งคงจะไม่ได้มองดูอาโปเติบโตแล้ว

อาโปที่ไม่รู้ว่ายายกำลังคิดอะไรโอบกอดยายกลับ ซุกใบหน้าลงกับอกของคนเป็นยายอย่างคุ้นเคย อ้อมกอดของยายอบอุ่นเสมอ เพียงแค่ยายกอดเขาไว้ ลูบหลังเบาๆแค่นี้ก็ทำอาโปหลับลงไปได้อย่างง่ายดาย

เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตขึ้นมาในวัยสิบสิบเก้าปี แม้จะเลี้ยงมาด้วยความลำบากบ้างแต่คนเลี้ยงอย่างเธอก็ภูมิใจที่อาโปเติบโตมาเป็นเด็กดี หลานของเธอค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆในขณะที่เธอก็แก่ชราลงเรื่อยๆเช่นกัน 

หากไม่ขอมากเกินไปก็ขอให้เธอได้อยู่ต่อเพื่อดูความสำเสร็จของหลานอีกสักครั้ง เธออยากแสดงความยินดีกับอาโปในตอนที่หลานเรียนจบ มันคงเป็นความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจและอิ่มใจ

“ยายรักอาโปนะลูก ถ้ายายไม่อยู่เอ็งต้องอยู่ให้ได้นะเข้าใจไหม ยายเชื่อว่าหลานยายเก่งอยู่แล้ว”

มือเหี่ยวย่นลูบลงบนเส้นผมของหลานที่หลับสนิท น้ำตาไหลลงจากดวงตาที่ใช้มองหลานรักเติบโตมาจนถึงสิบเก้าปี

การจากลาเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบเจอไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเธอเองก็ตาม

อาโปตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรของตัวเองให้เรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่ เขาชินกับการตื่นเช้ามาตั้งนานแล้ว ถ้าหากอยู่คอนโดกับไฟก็เป็นเขาที่ตื่นขึ้นมาเพื่อทำอาหารไว้รอไฟที่มักจะตื่นช้ากว่าเขาทุกครั้ง

วันนี้อยู่บ้านใหญ่อาโปก็หางานให้ตัวเองทำเพราะเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ เขาไปรดน้ำต้นไม้ในสวนของคุณผู้ชาย แดดตอนเช้าตรู่แบบนี้ไม่ทำให้อาโปร้อนนัก เขาฮึมฮัมเพลงอย่างมีความสุขขณะก็มือก็รดน้ำต้นไม้ไปเรื่อยๆ

หลังจากรดน้ำต้นไม้เสร็จก็ไปหายายที่ห้องครัว พี่ๆทักทายอาโปอย่างเป็นกันเองเหมือนเคย ไม่มีใครในบ้านที่ไม่เอ็นดูอาโป ด้วยความที่เป็นเด็กดีและน่ารักเสมอทุกคนจึงพากันเอ็นดู

อาโปช่วยหยิบจับของในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้คุณผู้ชายและคุณผู้หญิง แม้เขาจะเป็นแฟนกับลูกชายเจ้าของบ้านทว่าเขาก็ไม่เคยกล้าไปนั่งร่วมโต๊ะทานอาหารเช้าด้วยเลยสักครั้ง จะมีแค่ไม่กี่ครั้งที่แม่ของไฟมาตามตัวให้ไปกินด้วย เขาก็เกรงใจทว่าการเอาแต่ปฏิเสธผู้ใหญ่ก็ดูเสียมารยาท

“อาโปไม่ต้องทำแล้วเดี๋ยวพี่ทำเองๆ”

“อีกนิดจะเสร็จแล้วนะจ้ะพี่แก้ว แค่นี้เองโปทำได้จ้ะ”

“เฮ้อ...ไม่เคยห้ามได้เลยจริงๆนะ”

“โธ่จะห้ามโปทำไมล่ะจ้ะก็โปอยากช่วยนี่นา” น้ำเสียงติดอ้อนถูกส่งไปให้แก้วที่เป็นแม่บ้าน ใจอ่อนยวบตั้งแต่เห็นหน้าตาอ้อนๆของหลานหัวหน้าแม่บ้านแล้ว ยิ่งทำเสียงอ้อนแบบนี้ใครจะไม่ตามใจไหว

“โอเคๆ งั้นทำเสร็จเรียกพี่นะ”

อาโปยกมือขึ้นทำท่าโอเคอย่างทะเล้น ก่อนจะหันกลับมาทำในสิ่งที่ค้างคาต่อ

มื้อเช้าเป็นอาหารง่ายๆอย่างข้าวต้มกุ้งและกาแฟของคุณผู้ชาย น้ำส้มคั้นสดของคุณผู้หญิง ส่วนไฟรายนั้นยังไม่ตื่น คุณผู้หญิงจึงไม่ได้สั่งให้เตรียมเอาไว้ให้

“โป”

“ว่าไงครับ?”

“คุณผู้หญิงเรียกหาแน่ะ”

“อ่า...ครับ ขอบคุณครับพี่แก้ว”

อาโปล้างไม้ล้างมือให้สะอาด จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยก่อนจะไปพบคุณผู้หญิงที่เรียกหาเขา หวั่นใจว่าคงต้องชวนเขาร่วมโต๊ะอีกเป็นแน่ แถมครั้งนี้ยังไม่มีไฟร่วมโต๊ะด้วยกันอีก เขาคงจะนั่งเกร็งจนน่าตลกเลยล่ะ

“สวัสดีครับ” ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนด้วยความนอบน้อบและสุภาพ คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายส่งยิ้มใจดีมาให้เหมือนเคย

“ทานข้าวหรือยัง?” เสียงของคุณผู้หญิงถามขึ้น แววตามีแต่ความเอ็นดูแฟนของลูกชายที่ยังคงเป็นเด็กเสมอต้นเสมอปลายอยู่เสมอ

“ยังเลยครับ”

“รอเจ้าไฟหรือจ้ะ?”

ถ้าจะว่าอย่างนั้นก็คง...

“ครับ”

คุณผู้หญิงของบ้านฉีกยิ้มกว้าง พยักหน้าเข้าใจก่อนจะพูดต่อ

“งั้นอาโปไปปลุกพี่เขาให้หน่อยได้ไหม ให้น้องหิ้วท้องรอแบบนี้ไม่ดีเลยน้า”

“เอางั้นหรือครับ”

“เอาอย่างนั้นแหละจ้ะ”

“ครับ เดี๋ยวผมไปตามคุณ...เอ่อพี่ไฟให้ครับ”

พออยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของไฟทีไรเขามักจะเผลอหลุดปากเรียกไฟว่าคุณไฟทุกที

 

 

 

อาโปหยุดยืนหน้าประตูห้องนอนของไฟ เขาเคาะเบาๆเพื่อขออนุญาต แน่นอนว่าไฟคงไม่ตื่นเพียงเพราะเขาเคาะประตู

มือข้างหนึ่งบิดลูกบิดประตูเข้าไปในห้อง เขาคุ้นชินกับห้องนี้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพราะมานอนบ่อยแต่เพราะได้รับหน้าที่มาให้ปลุกคนที่นอนหลับสบายทุกครั้ง เวลาที่เข้ามาก็ชอบสำรวจจึงกลายเป็นความเคยชิน

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ดวงตาเขากวาดไปทั่วทั้งห้อง ทุกอย่างจัดวางเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มองไปบนเตียงนอนหลังใหญ่ก็พบว่าไฟกำลังนอนหลับอยู่ตรงนั้น การปลุกไฟให้ตื่นเป็นเรื่องที่เคยยากสำหรับอาโปแต่เพราะเขาทำมันบ่อยแทบจะทุกวันจึงทำให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งกว่าการปลอกกล้วยเสียอีก

ทิ้งตัวนั่งลงข้างเตียง ยกมือขึ้นมาลูบแก้มพร้อมกับเรียกชื่อเบาๆ วิธีนี้ไม่ได้ทำให้ไฟตื่นแต่ก็ทำให้ไฟพอจะรู้สึกตัว เขาก้มหน้าลงไปหอมแก้มคนพี่ฟอดโต กดย้ำๆจนแก้มไฟแทบช้ำ เจ้าของแก้มก็เริ่มงัวเงีย เอ่ยเรียกชื่ออาโปด้วยเสียงแหบๆของคนตื่นนอน อีกทั้งคิ้วก็ยังขมวดเข้าหากัน

“อย่าซน”

“ตื่นได้แล้วครับ ไปกินข้าวกัน”

“อืม”

เสียงตอบรับจบลงแค่นั้นแต่ไม่มีท่าทีว่าไฟจะลุกขึ้นไปตามที่เขาบอก

“พี่ไฟ”

“อือ”

“กินข้าวครับ”

“อืม”

“ถ้าไม่ตื่นโปจะหอมให้แก้มยุบเลยนะ” คนที่กำลังจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบหลุดขำอย่างหลุดมาด เขาลืมตาตื่นมองคนที่ทำหน้าตาดุๆใส่เขาแล้วก็ต้องยกมือขึ้นมาจับใบหน้าอาโปให้โน้มลงมาจะได้หอมแก้มได้ถนัดๆ

“แก้มบุบเลยหรือ?”

“อือฮึ”

“ทำสิ” เขาเอียงแก้มให้อย่างง่ายดาย จ้องมองคนที่ขู่เขาแล้วก็เอ็นดูในความน่ารัก ขนาดดุยังดุเขาน่ารัก แล้วนี่จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงตอนที่อยู่มหา’ลัย จะมีใครหลอกน้องหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่เพราะอาโปโตแล้วและอยากให้น้องเรียนรู้ก็ทำได้แต่เป็นห่วงแบบห่างๆ

“ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นครับ” อาโปเลี่ยงโดยการเปลี่ยนเรื่อง มือก็จับแขนไฟพยายามดึงให้ลุกขึ้นออกจากที่นอนแต่มันก็เป็นเรื่องยากเพราะเขาตัวเล็กกว่าดังนั้นแรงจึงน้อยกว่าไฟอยู่มาก

กลายเป็นว่าต้องล้มตึงลงไปนอนบนตัวของไฟแทน คนที่แกล้งเขาเอาแต่ขำใส่ ใบหน้าแสนงอนจึงปรากฏอยู่บนใบหน้าอาโปทันที 

การปลุกไฟเป็นเรื่องง่ายแต่การจะทำให้ไฟลุกจากที่นอนได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากที่สุดเท่าที่จะยากได้

ต้องได้แกล้งให้เขาทำหน้าบึ้งใส่ก่อน อีกทั้งยังต้องหอมต้องจูบให้ช้ำกันไปข้างถึงจะยอมลุกได้

ที่บ่นๆไปก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ ก็ชอบนั่นแหละถึงยอมให้ทำตลอดทุกครั้งไง

 

 

 

อาโปยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวในมหา’ลัยอยู่มาก มันไม่เหมือนกับการที่เรียนในโรงเรียนเลยสักนิด สังคมแตกต่าง การเรียนก็ยากขึ้นแถมกิจกรรมก็มากมายจนแต่ละวันกลับห้องไปก็อาบน้ำนอนเลยทันที

มันก็สนุกแต่มันก็เหนื่อยแต่อาโปก็ชอบที่จะได้ทำทุกอย่างที่ว่ามา เขาว่าการได้ใช้ชีวิตในมหา’ลัยก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่เคยฟังคนอื่นเล่าสักเท่าไหร่

“อาโปเย็นนี้ไปดูหนังกันไหม” เซียร์เอ่ยถามเพื่อนที่ตัวเล็กกว่า น่าแปลกที่อาโปมักจะมีรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีเรื่องให้ต้องยิ้มสักนิด

ไม่รู้ว่าการยิ้มนั้นมันจริงใจหรือแค่เสแสร้งใส่กันแต่ถ้าให้เทียบกับคนอื่นๆที่เขาเคยรู้จัก รอยยิ้มที่ได้รับจากอาโปคงจะเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดในชีวิตของเขา

“แต่เย็นนี้มีกิจกรรมนะ”

“ช่างมัน”

“แต่ว่า...”

“ถ้าไม่ไปเราไปคนเดียวก็ได้”

อาโปมองเพื่อนตาปริบๆ เขากลัวเซียร์จะเหงาถ้าหากไปคนเดียวแต่ถ้าจะให้โดดกิจกรรมตอนเย็นเขาก็ไม่อยากทำ

“ไว้พรุ่งนี้ได้ไหมเซียร์”

“ไม่อยากไปพรุ่งนี้”

“อ่า...”

“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ไม่ต้องทำท่าทางเหมือนเราน่าสงสารขนาดนั้น”

“ไม่ใช่นะ อย่าพูดแบบนั้นสิ”

เซียร์เก็บของที่อยู่บนโต๊ะใส่กระเป๋า ลุกขึ้นเดินไปโดยไม่หันมาสนใจอาโปที่ทำหน้าหงอยลง

“ไม่เป็นไรนะอาโป”

เกี๊ยวที่เงียบอยู่นานเอ่ยถาม เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอาโปที่นิสัยดีคนนี้ถึงไปคบกับคนเอาแต่ใจแถมยังปากร้ายแบบเซียร์ได้

“เซียร์โกรธเราแน่เลย”

“อาโปไม่ผิดสักหน่อย เกี๊ยวว่าเขาเอาแต่ใจเกินไป อาโปก็อย่าไปตามใจให้มาก”

“ก็เซียร์เป็นเพื่อน”

“แต่ก็ต้องมีขอบเขต”

“เราไม่สบายใจเลยอ่ะ”

“งั้นอาโปจะทำยังไงล่ะ?” เธอถามพลางตบหลังเพื่อนเบาๆเพื่อไม่ให้คิดมาก

“ไม่รู้เหมือนกัน”

 

 

ตกเย็นไม่เจอเซียร์ในกิจกรรมทำเอาอาโปหงอยยิ่งกว่าเดิม ยังดีที่มีเกี๊ยวคอยชวนพูดคุยบ้างเลยพอคลายความกังวลในใจลง

ตอนเรียนบ่ายเซียร์ก็ไม่ยอมมานั่งด้วย แถมพอส่งข้อความไปก็ขึ้นอ่านแต่ไม่ตอบกลับมา เลิกเรียกกะว่าจะเดินไปหาเพื่อคุยด้วยแต่ก็โดนเมินจนได้แต่มองตามตาละห้อย

“อาโปไปกินข้าวด้วยกันไหม?” เกี๊ยวถามขึ้นหลังกิจกรรมในวันนี้จบลง เธอรู้ว่าเพื่อนกำลังคิดเรื่องของเซียร์ที่นับวันก็ยิ่งเอาแต่ใจขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวมีคนมารับ”

“อื้ม งั้นเราไปก่อนนะอย่าคิดมากล่ะ”

“ครับ กลับดีๆนะ”

“จ้า”

วันนี้ไฟบอกว่าจะมารับที่มหา’ลัยเขาจึงเดินไปนั่งรอตรงม้านั่งใต้คณะ รอไม่นานคนที่รออยู่ก็มาถึง เขาเดินไปเปิดประตูรถพร้อมแทรกตัวเข้าไปนั่ง ไปลืมที่จะยกมือไหว้สวัสดีคนเป็นพี่เหมือนที่เคยทำ

“เป็นอะไร?”

“ครับ?”

“ทำไมหงอย”

ไฟเป็นคนช่างสังเกต ยิ่งเรื่องไหนที่เกี่ยวกับอาโปเขาจะสังเกตเห็นได้ทันที แค่สีหน้าหรือท่าทางอาโปเปลี่ยนไปเขาก็ดูออกได้อย่างรวดเร็ว วันนี้อาโปทำหน้าหงอยดูไม่มีความสุขอย่างทุกๆวันเขาจึงต้องถามออกไป

กลัวน้องจะโดนใครแกล้งมา

“เปล่าครับ”

“ไม่อยากเล่าหรือ?”

เสียงถอนหายใจของอาโปดังขึ้นก่อนที่เสียงพูดแสนเบาจะดังตามมา

“โปทำเพื่อนโกรธ”

“แล้ว?”

“ก็ไม่รู้ว่าต้องง้อยังไง เพื่อนไม่อ่านข้อความโปเลย โทรไปก็ไม่รับแถมยังเมินตอนโปพูดด้วยอีก มันอึดอัดโปไม่อยากให้เป็นแบบนั้น”

“โกรธเรื่องอะไร?”

อาโปเม้มปากไว้แน่น ไม่กล้าตอบว่าโกรธเพราะไม่ไปดูหนังกับเพื่อนเพราะถ้าหากว่าไฟรู้ว่าโกรธเรื่องอะไรก็คงได้รับคำตอบว่าช่างเถอะหรือไม่ก็ปล่อยไปเถอะซึ่งอาโปไม่มีทางทำได้แน่ๆ

“ก็เรื่องทั่วไปครับ”

“อะไรล่ะ?”

“ก็ทั่วๆไปเดี๋ยวเพื่อนโปคงหายโกรธแล้ว”

“ไหนว่าเพื่อนเมิน?”

“ก็...ก็ตอนนั้นเพิ่งโกรธ ถ้าโดนเมินก็คงไม่แปลกครับ”

“อืม”

ไฟไม่ถามต่อเพราะน้องคงอยากจะเล่าให้เขาฟังแค่นั้น อาโปโตแล้วคงจะจัดการเรื่องของตัวเองได้แล้ว เขาไม่อยากก้าวก่ายและทำให้น้องดูเป็นเด็ก ดังนั้นการที่น้องได้พูดออกมาบ้างคงทำให้สบายใจขึ้น

 

 

 

วันต่อมามีเรียนตอนเช้า ก่อนมาเรียนอาโปส่งข้อความชวนเซียร์มากินข้าวด้วยกันที่โรงอาหารเหมือนทุกวันที่มีเรียน เซียร์กดอ่านแต่ไม่ได้รับคำตอบ ป่านนี้แปดโมงครึ่งแล้วเซียร์ก็ยังไม่มา อาโปชะเง้อคอมองหลายต่อหลายทีก็ไม่เห็นจนเกี๊ยวที่นั่งฝั่งตรงข้ามต้องบอกให้รีบๆกินเพราะมีเรียนตอนเก้าโมง

เขาเกือบถอดใจไปแล้วว่าเซียร์ยังไม่หายโกรธหากไม่ใช่ว่ามีคนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ พอหันไปก็ได้พบใบหน้านิ่งเฉยของเซียร์ที่ไม่ยอมหันมามองเขาสักนิด

“รีบกินสิ จะมองทำไม?”

“หายโกรธเราหรือยัง เราขอโทษนะ”

เกี๊ยวแอบถอนหายใจเบาๆ อาโปทำอย่างกับเซียร์เป็นแฟนทั้งที่ก็แค่เพื่อนกัน ไม่รู้จะไปตามใจคนแบบนี้ทำไม

“ช่างมันเถอะ”

เซียร์ตอบปัดๆ พร้อมกับเร่งให้อาโปกินข้าว

น่าเบื่อที่ต้องมาเป็นเพื่อนกับคนอย่างอาโป ทั้งนิสัยดี ตามใจเขาหมดอีกทั้งยังขอโทษทั้งๆที่ไม่ได้ผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ คนแบบนี้น่าเบื่อแถมโดนคนอื่นหลอกใช้ง่ายๆ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาโดนใครเขาหลอกบ้าง ซื่อซะจนน่าเบื่อน่ารำคาญไปหมด

จะเลิกเป็นเพื่อนก็สงสารกลัวคนจะเข้ามาหลอก แถมเกี๊ยวก็ดูซื่อเหมือนอาโปอีก ดีอย่างที่ยังพอเถียงคนได้บ้าง ถ้าปล่อยให้อยู่สองคนคงไม่มีใครปกป้องใครหรอก มีคนไม่ดีอย่างเขาไว้ในกลุ่มบ้างน่าจะดีกว่า

“แล้วทำไมเมื่อวานต้องโกรธอาโปขนาดนั้นอ่ะ” เกี๊ยวถามอย่างสงสัย

“ไม่รู้สักเรื่องบ้างได้ไหม”

“อ้าวนี่!...”

“ทั้งสองคนอย่าทะเลาะกันนะ เพื่อนกันใจเย็นๆ”

เกี๊ยวมองเซียร์ตาขวาง เธอถามคำถามดีๆแต่เซียร์มักจะให้คำตอบไม่ดีแก่เธอทุกครั้ง ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ชอบเธอนักหนา หลายคนบอกว่าเธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี...ตอนแรกก็คิดแบบนั้นแต่พอมาได้รู้จักเซียร์การมองโลกของเธอก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

หากกับคนอื่นพอมองในแง่บวกได้แต่กับเซียร์มีแต่เครื่องหมายลบอยู่เต็มหน้า คนอย่างนี้น่ะนะที่เป็นเพื่อนกับอาโป

น่าเหลือเชื่อซะจริงๆ

“งั้นเราไปรอที่ห้องนะ โปกินเสร็จก็รีบๆตามมาอย่าเข้าสายล่ะ”

“อื้อๆ” พยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ

เซียร์ที่เห็นได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ หันไปมองทางอื่นในขณะที่นั่งรออาโปกินข้าวเสร็จ

ส่วนคนที่เพื่อนหายโกรธแล้วก็ยิ้มออกได้ นั่งกินข้าวด้วยความสบายใจและไม่ลืมหันไปมองเซียร์เป็นระยะๆ

หลายคนบอกกับอาโปว่าเซียร์นิสัยไม่ดีให้เลิกคบไปจะดีกว่า แม้กระทั่งเกี๊ยวเองก็เคยบอกว่าเซียร์ชอบเอาแต่ใจตัวเอง นิสัยก็ไม่ได้ดีกว่าคนอื่นๆเลย ทำไมถึงยังคบไปได้

อาโปก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เขารู้แค่ว่าเขาชอบที่จะมีเพื่อนเป็นเซียร์ก็เท่านั้น

 

********

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

733 ความคิดเห็น

  1. #716 ilee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 13:38
    แสนดีจริงอาโป
    #716
    0
  2. #710 niigv (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 08:33
    อาโปผู้น่ารักกกกก
    #710
    0
  3. #708 saranya1983 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 08:13
    ชั้นอยากบีบแก้มอาโป
    #708
    0
  4. #707 myeonz (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 23:19
    อ้ย น้องน่ารักเสมอต้นเสมอปลายเลยเด้กคนนี้
    #707
    0
  5. #706 janjao_jann (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 23:08
    ภาคนี้ยายตายแน่เลย แงง ใจรับไม่ไหวแน่เลยค่าบ ฮือ
    #706
    0
  6. #705 MINTTER44 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 22:44
    รักอาโปยังคงน่ารัก ซื่อๆเหมือนเดิมเลยยย
    #705
    0
  7. #704 luckynim (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 20:46
    เซียร์ต้องอยู่ปกป้องอาโปกับเกี๊ยวนะ
    #704
    0