❈ คุณชายสะอาด❈❈ {yaoi/BL}

ตอนที่ 5 : คุณชายสะอาดโหมดใจดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 266 ครั้ง
    4 ก.ค. 61


ตอนที่4

คุณชายสะอาดโหมดใจดี


ผมเอาแต่นั่งถามตัวเองซ้ำๆว่าทำไมตอนลงทะเบียนเรียนถึงไม่ปรึกษาไอ้กล้วยเพื่อนรักมันเลย ทำไมตัวเองต้องกดเลือกวิชาที่มันเรียนตั้งแต่สี่โมงแล้วเลิกตั้งสองทุ่มด้วยก็ไม่รู้ ทั้งที่วิชานี้เป็นวิชาเสรีแต่คือเลิกดึกยิ่งกว่าวิชาเอกของผมซะอีกครับ


ส่วนไอ้กล้วยเพื่อนรักที่ไม่ได้ลงเรียนวิชานี้กับผมก็โบกมือลาผมตั้งแต่เรียนเสร็จเมื่อตอนบ่ายไปเรียบร้อยแล้ว ไอ้ผมก็ได้แต่มองเพื่อนแล้วทำหน้าหงอยเหงาใส่เหมือนเจ้าของปล่อยหมาทิ้งไว้อะไรแบบนั้นเลย


เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมามันจึงเป็นบทเรียนราคาแพงและสอนให้ผมได้เรียนรู้ว่าถ้าต้องลงทะเบียนเรียนอีกผมควรปรึกษาเพื่อนไม่ก็ไปนั่งลงทะเบียนเรียนข้างๆไอ้กล้วยมันเลยจะได้ลงเรียนวิชาเดียวกันทั้งหมด ไม่ใช่ว่าผมขาดเพื่อนไม่ได้แต่ผมคิดว่าถ้ามีเพื่อนมานั่งเรียนด้วยกันมันดูอุ่นใจและสบายใจกว่ามากจริงๆครับ


ได้แต่นั่งกร่อยๆคนเดียวเพื่อรออาจารย์เข้าสอน เห็นคนอื่นๆมีเพื่อนแล้วก็อิจฉาพวกเขาขึ้นมา ป่านนี้ถ้าได้ไอ้กล้วยมานั่งข้างกันด้วยพวกผมคงพูดคุยกันจนน้ำลายเปื้อนหน้ากันไปแล้ว


เฮ้อ...


“ขอโทษนะครับ ที่นั่งตรงนี้ว่างหรือเปล่าครับ?”


ผมเงยหน้ามองเจ้าของเสียงสุภาพที่ถามผมขึ้นแล้วก็ต้องเบิกตาโพลง อ้าปากค้างเหมือนครั้งแรกที่เคยได้เจอเขาเป๊ะๆเลย


อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นวะ!


“อ...เอ่อ..” ผมอึกอัก ไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่อีก


เมื่อกี้ถ้าฟังไม่ผิดเขาคงถามถึงที่นั่งข้างๆผมว่ามีเจ้าของหรือเปล่า แน่นอนว่าไม่มีแต่ถ้าให้เขานั่งด้วยล่ะก็มัน...อืมผมคงอึดอัดแย่เลย


ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจหรือไม่ชอบเขาแต่ผมว่าพี่ภัทรเขาดูน่ากลัวแต่ก็ยังคงความน่ามองไว้ได้เสมอ ถึงสิ่งที่ผมบอกไปมันจะดูย้อนแยงแต่นั่นคือความจริงที่ผมสัมผัสได้ทุกครั้งที่เจอพี่ภัทร ขนาดผมที่ไม่ได้ชอบผู้ชายยังเผลอแอบมองเขาบ่อยๆเลย


“ถ้ามีแล้วก็ไม่เป็นไร” เขาว่าแล้วทำท่าจะเดินออกไปหาที่นั่งที่อื่น แต่ผมก็ได้ทำการสำรวจก่อนหน้าเขาจะมาแล้วว่าทุกที่นั่งและทุกพื้นที่มีผู้คนจับจองกันหมดแล้วแต่ยังมีเหลือเพียงที่หนึ่งเท่านั้นซึ่งนั่นก็คือที่ข้างๆของผมเอง


“มะ...ไม่มีครับพี่”


พี่ภัทรมองหน้าผมสลับกับเก้าอี้ ผมเลยพึ่งรู้ตัวว่าตัวเองดันเอากระเป๋าวางไว้บนเก้าอี้ที่ผมพึ่งบอกว่าว่างไป พี่ภัทรก็เลยไม่ยอมนั่งลงสักทีแถมยังจะมองหน้ากดดันให้ผมเอากระเป๋าของตัวเองออกอีก มีปากทำไมไม่พูดก็ไม่รู้


“ขอบใจ” เขาว่าพลางนั่งลงบนเก้าอี้ที่ผมทำการเอากระเป๋าของตัวเองออกไปเรียบร้อยแล้ว


ไม่นานอาจารย์ก็เปิดประตูเดินเข้าห้องมา มีการพูดคุยกับนักศึกษาถึงเรื่องทั่วไปก่อนเข้าบทเรียน อาจารย์ก็บ่นนู่นบ่นนี้ให้พวกเราฟัง มีบางกลุ่มที่ตอบโต้กับอาจารย์อย่างออกรสออกชาติ บางกลุ่มก็นั่งก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์และบางกลุ่มก็ฟุบหลับโดยไม่แคร์ใดๆทั้งสิ้น


คงจะมีแค่ผมที่เอาแต่นั่งเกร็งและอึดอัดแปลกๆเมื่อมีใครอีกคนมานั่งอยู่ข้างๆกัน ผมไม่เคยรู้เลยว่าเขาเรียนเสรีตัวเดียวกับผมด้วยเพราะผมมาเรียนหลายครั้งแล้วก็ไม่เคยเจอเขาสักที พอมาวันนี้ได้เจอเขาก็เลยตกใจนิดหน่อยและตกใจยิ่งกว่าตอนที่เขาเดินเข้ามาเพื่อมาขอนั่งที่นั่งข้างๆผม


แต่ถึงจะรู้สึกอึดอัดยังไงไม่วายสายตาผมก็ยังคงแอบเหลือบมองใบหน้าของเขาอยู่ดี ใบหน้าที่มีแต่ความเรียบเฉยนิ่งสนิทและไม่สามารถเดาอารมณ์อะไรของเขาได้เลย มันเป็นเหมือนกับเสน่ห์ของเขาที่ทำให้สามารถดึงดูดใครต่อใครให้เข้าหาเขาได้โดยไม่ต้องพูดจาหวานหูหว่านเสน่ห์เลยสักนิดเดียว


คนแบบนี้ทั้งน่าค้นหาและน่าอิจฉาเป็นบ้า


“มีอะไรหรือเปล่า?”


สะดุ้งตกใจตอนที่กำลังมองหน้าเขาเพลินๆ พี่ภัทรก็หันมาถามผมเสียงนิ่งๆและใบหน้ายังคงนิ่งสนิทไม่ได้ปรากฏอารมณ์ใดๆเหมือนอย่างเคย ผมเดาไม่ถูกว่าที่เขาถามเพราะหงุดหงิดที่ผมเอาแต่นั่งจ้องเขาหรือเขาถามเพียงแค่อยากรู้ว่าทำไมผมถึงได้แต่นั่งมองหน้าเขาแบบนั้น


ผมคิดหาคำตอบให้เขา พยายามคิดคำตอบดีๆเพื่อให้เขาได้เข้าใจและไม่หงุดหงิดผมหรือไม่ชอบใจผมที่ผมมองหน้าเขา


“คือ...ผมแค่สงสัยว่าทำไมไม่เคยเห็นพี่ในคลาสเลยน่ะครับ”


หวังว่าสิ่งที่ผมถามออกไปจะเป็นคำถามที่ดีและสามารถลบล้างความผิดที่ผมเอาแต่มองใบหน้าของเขาได้ล่ะนะ เพราะเหตุผลจริงๆที่ผมชอบมองหน้าเขามันเป็นเหตุผลที่โคตรบ้าสิ้นดี


มองเพราะชอบมอง...เหอะ! พี่ภัทรคงได้คิดแน่ว่าผมเป็นเกย์และกำลังสนใจเขาอยู่ทั้งที่ความจริงแล้วนั้นผมก็แค่ชอบมองเขาเท่านั้นเอง


“ไม่เคยเข้า”


คำตอบก็สมกับที่เป็นพี่ภัทรดี ถ้าตอบยาวกว่านี้คนข้างๆคงจะเป็นตัวปลอมแน่แล้วล่ะครับ


“อ่า...ครับ”


ผมไม่แน่ใจว่าควรจะต้องต่อบทสนทนาอีกหรือเปล่าและถ้าจำเป็นต้องต่อจริงๆผมควรจะชวนเขาคุยแบบไหนดีเพราะผมก็ยังไม่รู้เลยว่าพี่ภัทรเอาผมไว้ในสถานะคนรู้จักหรือเปล่า แต่ท่าทางห่างเหินแบบนี้คงไม่ต้องเดาผมก็รู้เลยว่าในสายตาเขา ผมคงเป็นได้แค่นักศึกษาธรรมดาที่เขาบังเอิญมานั่งข้างๆเท่านั้นเอง


ตอนที่ตัดสินใจจะหันกลับไปสนใจอาจารย์ที่เริ่มเปิดสไลด์สอน เสียงทุ้มของคนข้างๆก็ดังขึ้นเป็นจังหวะเนิบนาบหน้าฟังและลื่นหูที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา


“เพื่อนคุณล่ะ?”


ผมควรจะดีใจหรือเปล่าที่เขาเป็นคนชวนคุยและทำให้ผมไม่ต้องคิดหาประโยคสนทนาเพื่อคุยกับเขาต่อ


“ผมลงเรียนวิชานี้คนเดียวครับ” พูดจบก็ส่งยิ้มให้เขาเพื่อผ่อนคลายความอึดอัดของตัวเองและเพื่อพยายามผูกมิตรกับพี่ภัทรเอาไว้ ไหนๆก็เรียนคลาสเดียวกัน เผื่อมีอะไรพี่เขาอาจจะช่วยได้ ยังไงพี่ภัทรก็อยู่ปีสี่คงจะรู้อะไรมากกว่าผมล่ะมั้งนะ


“อืม...เหมือนผม” เขาพยักหน้ารับ ตาก็มองสไลด์ที่อาจารย์สอนไปด้วย


“ทำไมพี่ภัทรถึงมาลงเรียนวิชานี้ล่ะครับ พี่ก็...ปีสี่แล้ว” น่าจะไม่ต้องเรียนวิชาเสรีแล้วหรือเปล่า ผมต่อประโยคหลังไว้ในใจ ไม่กล้าพูดออกไปกลัวพี่ภัทรเขาจะมองแรง


เขาหันมามองผมนิ่ง “ผมขาดเสรีหนึ่งตัว”


พูดแค่นั้นผมก็สามารถเข้าใจสิ่งที่เขาบอกได้ชัดแจ้งและแจ่มชัดโดยไม่ต้องถามหรือเซ้าซี้อะไรเขาอีก จริงๆก็ไม่กล้ารบกวนเขาแล้วล่ะครับ ดูท่าพี่ภัทรกำลังตั้งใจเรียนอยู่ผมก็เลยไม่อยากรบกวนสมาธิของเขาเลยเลือกจบประโยคนั้นของเขาไว้และไม่ตอบโต้อะไรไปอีก


อาจารย์กำลังสั่งให้พวกผมจดตามสไลด์ที่อาจารย์เปิดให้พวกเราดูเพราะคาบหน้าอาจารย์จะสอบข้อเขียน ผมที่ตอนแรกกะว่าจะฟุบหลับสักหน่อยก็ต้องหยิบสมุดกับดินสอขึ้นมาจดตามสไลด์ของอาจารย์ ไม่ต้องสงสัยหรอกครับว่าทำไมผมถึงใช้ดินสอแทนปากกา เหตุผลของผมก็เพราะว่ามันลบง่ายและหมึกปากกาผมก็หมดเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เลยเหลือแค่ดินสอที่สามารถเขียนลงบนกระดาษของสมุดได้เพียงเท่านั้น


แต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดนิดหน่อยคงจะเป็นลายมือของตัวเองที่พอจดเสร็จก็อ่านแทบไม่ออกและไม่รู้ว่าไอ้ที่เขียนติดกันเป็นพรืดๆนั่นมันมีตัวอะไรบ้าง ได้แต่นั่งมองและก็ปวดหัวไปกับตัวอักษรยึกๆยือๆของตัวเอง


ทำไมไม่เกิดมาลายมือสวยก็ไม่รู้!


“หึ..


ผมหันไปมองคนที่จู่ๆก็ขำขึ้นมาเห็นเขากำลังชะโงกหน้าเข้ามาอ่านตัวหนังสือที่ผมเขียนเอาไว้ตามอาจารย์ เรื่องนี้จะมาโทษว่าผมเขียนลายมือไม่สวยอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องโทษอาจารย์เขาด้วยที่ไม่รู้จะรีบเลื่อนเปลี่ยนสไลด์ไปไหน ผมก็เลยต้องรีบๆจดเพื่อตามให้ทันสไลด์ปัจจุบันของอาจารย์ พอเขียนเสร็จสภาพลายมือของผมก็ออกมาเป็นสภาพนี้เลย อ่านไม่ออกสักตัวเลย เห็นแล้วก็เครียด!


ผมเผลอมองค้อนเขาแต่เขาก็ดูไม่ถือสาอะไรกับกิริยาแบบนั้นของผมเท่าไหร่ เขาทำเพียงมองหน้าผมยิ้มมุมปากนิดหน่อยแล้วส่ายหน้าเบาๆตอนที่ไล่มองสิ่งที่ผมจด


“อะไรครับ” รู้ตัวว่าเสียงแข็งแต่แม่งไม่พอใจไงครับ มีสิทธิ์อะไรมามองลายมือคนอื่นแล้วขำแบบนั้น


“เปล่า” เขาตอบสั้นๆแล้วหันไปสนใจสิ่งที่อาจารย์พูดต่อแต่มุมปากของเขาก็ยังคงไม่คลายรอยยิ้มก่อนหน้าตอนที่มองลายมือบนสมุดที่ผมจด


บ้าจริงๆเลย...


อาจารย์แบ่งเวลาสองชั่วโมงแรกสอนในส่วนของเนื้อหาส่วนสองชั่วโมงหลังอาจารย์ก็สั่งงานให้นักศึกษาทำในห้องเรียน ซึ่งงานในครั้งนี้ที่อาจารย์สั่งเป็นงานคู่ ให้หาข้อมูลตามหัวข้อที่อาจารย์กำหนดให้ ช่วยกันวิเคราะห์และเขียนใส่ในแผ่นกระดาษที่อาจารย์แจกให้ เมื่อทุกคู่ทำเสร็จอาจารย์จะสุ่มเพื่อเรียกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ผมที่ไม่มีเพื่อนมาเรียนด้วยก็ได้แต่มองหาคนที่พอจะมาเป็นคู่ของตัวเองได้แต่พอมองไปทางไหนทุกคนก็ต่างมีคู่เป็นของตัวเองหมดแล้ว ผมจึงวกสายตากลับมายังคนที่นั่งข้างๆอีกครั้งและก็ต้องสะดุ้งเป็นครั้งที่เท่าไหร่ตั้งแต่เจอเขาก็ไม่รู้ เมื่อผมหันมาเห็นว่าเขาก็กำลังมองหน้าผมอยู่เช่นกัน


“ดูคุณจะเป็นคนขี้ตกใจเหมือนกันนะ”


“แหะๆ นิดหน่อยครับ” ผมยิ้มแหยๆส่งให้เขาที่มองผมนิ่งๆ จะบอกว่าเป็นคนขี้ตกใจก็ไม่ใช่หรอก ไอ้ที่ตกใจบ่อยๆก็เกิดจากเขาทั้งนั้นแหละ


“คุณมีคู่หรือยัง?” เขาถามผมตอนที่กำลังจะหันไปหาคู่อีกรอบ


“ยังเลยครับ ผมกำลังหา”


“งั้นก็คู่กับผมสิ”


“ครับ?” ผมทำหน้างงใส่พี่ภัทร


เขาถอนหายใจและพูดย้ำอีกรอบ “ผมก็ยังไม่มีคู่”


จริงๆอันนี้มันก็ทำให้ผมงงยิ่งกว่าประโยคแรกที่เขาพูดซะอีก แต่ก็ไม่อยากถามอะไรเซ้าซี้เขาเยอะเลยต้องพยายามใช้สมองตัวเองคิดและวิเคราะห์สิ่งที่เขาต้องการจะบอก


ผมไม่มีคู่และพี่ภัทรไม่มีคู่ = เราต้องคู่กัน


อืม...เขาคงจะหมายถึงแบบนี้แน่ๆ


“พี่หมายถึงผมกับพี่ต้องคู่กันใช่มั้ยครับ?” ผมถามเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันถูกต้องแล้ว


“อืม”


“ครับ” ผมพยักหน้ารับ ยอมทำงานคู่กับเขาในที่สุด


ถ้าผมไม่ตกลงคู่กับเขาก็ไม่รู้จะไปหาคู่ที่ไหนอีก ทุกคนในห้องนี้ก็เหมือนจะมีคู่กันหมดแล้วด้วย พอพี่ภัทรถามผมก็เลยตอบตกลงเขาอย่างง่ายดาย


บอกตามตรงว่าตั้งแต่ที่เขามานั่งข้างๆกันกับผม ความรู้สึกที่เคยวูบโหวงและความรู้สึกเหงาที่ไม่มีเพื่อนมันก็ทุเลาลงจริงๆ คงจะเป็นเพราะเขาเป็นพี่ชายมิ้งและผมก็รู้จักเขา ผมเลยคิดเอาเองว่าเขาก็เป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่มานั่งข้างๆกันถึงแม้จะยังคงมีความรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยก็เถอะ


ผมยอมรับว่าพอได้พูดคุยกับพี่ภัทรในครั้งนี้มันทำให้ผมเรียนรู้ว่าพี่ภัทรไม่ได้หยิ่งอย่างที่ใครพูดไว้ เขาแค่จะพูดเมื่อจำเป็นและดูท่าทางจะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งเลยทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนหยิ่งและเข้าถึงยาก อันนี้ผมเดาคร่าวๆหลังจากที่ได้พุดคุยกับเขานิดๆหน่อยๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านิสัยจริงๆของพี่ภัทรเขาเป็นแบบไหน ถ้าหากได้ทำความรู้จักและพูดคุยกันมากขึ้นผมอาจจะได้เห็นมุมมองต่างๆของเขามากกว่านี้


อย่างที่เคยได้ยินใครหลายคนพูดบ่อยๆเลยว่าอย่ามองคนที่ภายนอกและผิวเผินหากเรายังไม่เคยได้ลองเรียนรู้ที่จะรู้จักเขาจริงๆ


พี่ภัทรเริ่มแจกแจงงานและคอยถามผมเป็นระยะว่ามีความคิดเห็นในส่วนไหนบ้างหรือเปล่า อยากจะเสนอแนวคิดอะไรให้กับเขาบ้างมั้ย ผมก็บอกเขาไปเท่าที่ตัวเองรู้และศึกษาข้อมูลมา พี่ภัทรก็รับฟังและนำมาแยกเขียนใส่กระดาษเอสี่เพื่อจะมาทำการวิเคราะห์อีกทีแล้วจึงนำไปเขียนใส่ในกระดาษที่อาจารย์แจกอีกที


ผมชื่นชมพี่ภัทรจริงๆในเรื่องการทำงานอย่างเป็นระบบและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น จากที่ผมเคยประสบพบเจอมาปัญหาในการทำงานกลุ่มคือการไม่รับฟัง ไม่วางแผนการทำงานและไม่ยอมพูดคุยกัน จึงทำให้งานไม่ค่อยราบรื่นและไม่ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ พอได้มาทำงานกับพี่ภัทรแบบนี้ผมต้องยอมรับและชื่นชมจริงๆว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เก่งมากๆ


ในส่วนของการนำเสนออย่างที่บอกไปว่าอาจารย์จะสุ่ม ดังนั้นเราจึงไม่รู้เลยว่าอาจารย์จะเรียกคู่ไหนออกไปนำเสนอบ้าง ผมกับพี่ภัทรจึงแบ่งในส่วนของเนื้อหาที่ตัวเองถนัดและทำการอ่านให้เข้าใจ ฝึกพูดให้คล่องปากและจับประเด็นสำคัญของเนื้อหาเพื่อการนำเสนอให้สมบูรณ์ที่สุด


“คุณโอเคนะ?”


ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ภัทรตอนที่กำลังอ่านสไลด์แล้วได้ยินเสียงของเขาถามขึ้นมา


“โอเคครับ เนื้อหาส่วนนี้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่” ผมตอบแล้วยิ้มให้เขา


“ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามผมได้”


“ครับ”


จากนั้นต่างคนก็ต่างก้มหน้าอ่านเนื้อหาที่ตัวเองต้องนำเสนอจนกระทั่งอาจารย์บอกให้ทุกคนเตรียมตัวออกมานำเสนอ ผมจึงต้องเงยหน้าขึ้นมามองคู่แรกที่อาจารย์สุ่มออกไป คิดๆดูแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เวลาพูดต่อหน้าคนหลายๆชีวิตก็ยังคงความประหม่าอยู่เสมอเลย


“ตื่นเต้นหรือเปล่า?”


“นิดหน่อยครับ” ผมหันไปตอบพี่ภัทรที่คงเห็นว่าผมมีอาการตื่นเต้นจึงถามขึ้นมาแบบนั้น


“ไม่มีอะไรหรอก คิดซะว่าออกไปเล่าเรื่องให้เพื่อนๆฟัง”


ไอ้ที่เขาพูดมันก็พูดง่ายอยู่หรอกแต่พอไอ้ตอนจะออกไปทำจริงๆน่ะสิ ให้ตายร้อยทั้งร้อยก็ยืนมือสั้นขาสั่นก็ทั้งนั้นแหละ


“ผมจะพยายามครับ”


“ไม่ต้องกดดัน ทำตัวสบายๆ”


ผมพยักหน้ารับพี่ภัทร ปากก็ขมุบขมิบท่องสิ่งที่ตัวเองต้องนำเสนอไปเรื่อยๆ การที่อาจารย์สุ่มคนนำเสนอมันก็เลยยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้ผมไปกันใหญ่ ใจมันจะคอยลุ้นตลอดว่าเราจะได้ออกไปหรือไม่ได้ออกไปแต่ใจจริงๆแล้วผมก็ไม่อยากจะออกไปเท่าไหร่หรอกครับ


“นายณภัทร” เสียงอาจารย์เรียกชื่อดังไปทั้งห้อง ทุกคนที่รู้จักพี่ภัทรเป็นทุนเดิมก็หันมามองทางที่พี่ภัทรนั่งอยู่เป็นตาเดียว คงจะลุ้นและตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เห็นคนดังอย่างพี่ภัทรออกไปพูดหน้าชั้นเรียน


“พร้อมมั้ย?” พี่ภัทรหันมาถามผม ไม่ได้สนใจสายตาหลายคู่ของใครๆที่กำลังมองอยู่เลย


“ผม...” อยากตอบไปว่ายังไม่พร้อมจริงๆ


“ผ่อนคลายนะ ผมก็ยืนอยู่ข้างๆคุณ”


ผมมองหน้าพี่ภัทร พยายามทำตัวผ่อนคลายเพื่อลดความตื่นเต้นและประหม่าของตัวเอง


“นายณภัทรอยู่มั้ยคะ?” เสียงของอาจารย์เรียกชื่อพี่ภัทรขึ้นอีกครั้ง ผมจึงเรียกพลังกายและพลังใจให้ตัวเองจากนั้นก็หันไปพยักหน้าให้พี่ภัทรเป็นสัญญาณว่าผมพร้อมแล้ว


“ผมพร้อมแล้วครับ”


เขายิ้มให้ผม เป็นยิ้มที่ทำเอาผมแทบตาพร่าเพราะไม่เคยเห็นเขายิ้มให้ใครแบบนี้มาก่อนนอกจากมิ้งน้องสาวของเขาเอง


“เต็มที่นะ”


พี่ภัทรเดินนำผมออกไปข้างหน้า เขารับไมค์ที่อาจารย์ยื่นให้และเริ่มแนะนำตัวเอง ทุกคนในห้องต่างเงียบฟังสิ่งที่เราสองคนนำเสนอ เสียงพี่ภัทรที่คอยพูดถึงเนื้อหาและอธิบาย ยกตัวอย่างเพื่อให้คนอื่นเข้าใจ มันทั้งหน้าฟังและสามารถทำให้คล้อยตามไปกับสิ่งที่เขาพูดได้ พี่ภัทรนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ มีเหตุผลและแหล่งที่มาอ้างอิงยิ่งทำให้น่าเชื่อถือ


เมื่อพี่ภัทรพูดในส่วนของเขาจบ ไมค์ที่เขาถืออยู่ก็ถูกยื่นส่งมาให้ผม ผมเงยหน้ามองคนที่สูงกว่าผม เขายิ้มและพยักหน้าให้ ผมจึงยิ้มกลับและรับไมค์จากเขาเพื่อพูดในส่วนของตัวเองบ้าง


สิ้นคำขอบคุณทุกคนก็ปรบมือให้เราสองคน แน่ล่ะว่าเสียงปรบมือคงจะดังกว่าคนก่อนๆเนื่องจากแฟนคลับพี่ภัทรหรือคนที่ชอบพี่ภัทรก็มีไม่น้อยเลยที่อยู่ในห้องนี้


อาจารย์ติชมและให้คำแนะนำผมกับพี่ภัทรนิดหน่อยก็ปล่อยให้เรากลับไปนั่งที่ตามเดิม ตอนเดินมาถึงโต๊ะตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ผมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกโตและรู้สึกโล่งจริงๆที่การนำเสนอผ่านไปด้วยดี ถึงแม้จะมีติดขัดอยู่นิดหน่อยก็ตาม


พี่ภัทรเดินตามมานั่งทีหลังผม เขายิ้มขำกับสภาพโล่งอกโล่งใจของผม ผมเลยหันไปมองเขาอย่างอึ้งๆ วันนี้ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าพี่ภัทรดูยิ้มง่ายและใจดีกว่าปกติ


“ทำได้ดีนะ”


“พี่ก็เก่งมากๆเลยครับ”


ผมยิ้มให้เขาและชื่นชมเขาจากใจจริง พี่ภัทรยิ้มรับคำชมของผมและหันหลับไปให้ความสนใจกับคู่ที่กำลังนำเสนอหน้าห้องต่อ


ผมคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อยเลยถ้าพี่ภัทรอยู่ในโหมดยิ้มง่ายและใจดีอย่างนี้ทุกครั้งที่เราได้เจอกัน มันจะดีไม่น้อยเลยจริงๆ


TBC....


อาจจะมาช้าแต่ก็มานะ ขอโทษที่ให้รอนานเด้อ หลังจากนี้จะพยายามมาบ่อยๆนะคะ ^^

#นิยายคุณชายสะอาด

ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 266 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #137 jellymoon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 16:06
    รอเรื่องนี้ รีบอัพต่อนะคะ
    #137
    0
  2. #135 Kyoheizing (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 21:14
    พี่ภัทร ใจดีแบบนี้ตลอดไปเลยนะ แต่ว่านะพี่จะสะอาดไปไหน เรารู้สึกว่าเราสกปรกเลยอ่ะพอเจอพี่ภัทรไป ทั้งที่เราก็ปกติ(สะอาดในระดับปกติ)
    #135
    0
  3. #133 Mminthe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 14:39
    เพิ่งมาอ่าน เรื่องดีมากรออยู่นะคะ
    #133
    0
  4. #130 Boonyap (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 17:49
    พึ่งมาอ่านอะอยากรู้ว่าไรท์จะอัพต่อใหม่อ่ะ​
    #130
    0
  5. #129 Jitniyom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 07:17

    แหมะแหมะแหมมมมมมมมมมมมมม
    #129
    0
  6. #127 0818770547 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:34
    ชายสะอาด ยิ้มได้น่ารัก คนแถวนี้มีปลื้ม

    ไรท์รีบต่อน่ะ
    #127
    0
  7. #119 Um_bun01 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:26
    ไรท์จะทิ้งพวกเราไม่ได้นะ!!!

    ไรท์มาต่อเถอะ พลีสสส 🙏
    #119
    2
  8. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 11:37

    ไรท์ยังอยุ่หม๊ายย

    #117
    0
  9. #113 Ppjk0109 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 03:33
    ไรเตอร์หาย แงๆๆๆๆๆ
    รีบกลับมานะคะ รอนะคะ TT
    #113
    0
  10. #108 bj vamtoon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 01:17
    รอ​นะครับ​
    #108
    0
  11. #107 Okoy up (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 10:26
    สนุกจ้า รออออ
    #107
    0
  12. #104 lovelove25 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 18:05
    รอตอนต่อๆไปนะคะ~
    #104
    0
  13. #103 myyirbb:) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 13:54
    แงงงพี่เขาน่ารักจังนะคะะะะะ
    #103
    0
  14. #102 mxchll (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 02:11
    รอนะคะ แงงง๊ ชอบมากกก อ่านละอบอุ่น ตั้งแต่คำว่ามอมแมมจากปากพี่ภัทรแล้ว ฮือออ รีบมาต่อนะคะไรท์ รอเด้อออ งานดีจริงๆ สู้ๆ♡
    #102
    0
  15. #101 kobjirapat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 14:06
    พี่ภัทรตอนนี้น่ารักกกกก
    #101
    0
  16. #99 OillyNattha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 12:00
    รอไรท์ค่า อย่าหายน๊าาาา
    #99
    0
  17. #98 kmllnb01234 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 12:25
    ฮืออออออ ใจบางงงงง
    #98
    0
  18. #97 Naries (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:26
    เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย 55555
    #97
    0
  19. #96 0930653088 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 09:52
    ใจดีแต่กับน้องล่ะสิ~~~~
    #96
    0
  20. #95 Oneooe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 23:07
    พี่เปิดโหมดใจดี แล้วใช่เปล่าคะ
    #95
    0
  21. #94 Mysterygrey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 21:23
    ใจดีแต่กะน้องอ่ะดิ
    #94
    0
  22. #93 _XIAMX_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 20:45
    โหมดใจดีกับน้องมอมแมม
    #93
    0
  23. #92 เฮกเซนเอง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 19:36
    โหมดใจดีมาบ่อยๆนะ ให้น้องได้ชื่นใจ555
    #92
    0
  24. #91 เงารัตติกาลมายา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 19:21
    น่ารักอ๊ะะ ขอบคุณค่าา รอน้าาา
    #91
    0
  25. #90 JUG77 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 18:06
    รอพี่ภัทรกับน้องมอมแมมอยู่เสมอนะคะ
    #90
    0