หวงตี้เมื่อใดเจ้าจะเลิกสั่งงดขนมของมารดาเล่า!(จบ)

ตอนที่ 9 : ภาค 1 ตอนที่ 3 (2/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 516 ครั้ง
    28 ก.ค. 63

 

 

หลี่ชิวหลานในตอนนี้กำลังวิ่งตามบางสิ่งที่บินอยู่ด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน เด็กน้อยสับเท้าอย่างเร็วรี่เพื่อไม่ให้คลาดสายตาไปจากนกน้อยตัวหนึ่งที่บังอาจมาโฉบเอาปิ่นกระจกอันเล็กของนางไปขณะที่นางกำลังเอนหลังดื่มน้ำหวานเย็นเฉียบที่ชวนให้รู้สึกชื่นใจ

ภูมิปัญญาของคนโบราณอย่างไรก็ดูถูกไม่ได้ น้ำแข็งนับว่าเป็นของแพงแต่พวกเขาก็ยังนำมันมาแกะสลักเป็นถ้วยใบน้อยที่เอาไว้ใส่น้ำหวานผสมเนื้อผลไม้ให้นางได้ดื่มกิน แล้วถ้ามันละลายก็เปลี่ยนถ้วยน้ำแข็งใบใหม่มาให้ 

เป็นเต๋อเฟยก็นับว่าดีไม่น้อย แต่ก่อนจะหลงลืมปัญหาแรกเริ่ม หลี่เต๋อเฟยตัวน้อยจ้องเขม็งไปยังนกกระจิบที่บังอาจมากไม่วางตา เพราะพรวดพราดออกมาจากตำหนักโดยไม่ได้บอกผู้ใดและทุกคนกำลังยุ่ง หลี่ชิวหลานจึงไม่มีผู้อื่นติดตามมาด้วยแต่อย่างใด คิดว่าเมื่อแม่นมอี๋ทราบว่านางหายไปคงต้องรีบส่งคนออกมาตามหาแน่ๆ

พลันปิ่นกระจกถูกนกกระจิบตัวนั้นปล่อยทิ้งแล้วบินหายไป หลี่ชิวหลานที่เหนื่อยจนเหงื่อออกจนเปียกชื้นไปทั้งตัวรีบเดินไปตะครุบปิ่นน้อยๆ มาเสียบไว้บนมวยผมเหมือนอย่างเดิม 

ถึงจะชิ้นเล็กแต่ก็เป็นของสั่งทำที่มีราคาแพง ไม่มีทางให้หายไปแน่ๆ

มือเล็กลูบสมบัติของตนเองที่นำกลับคืนมาได้อย่างพอใจ เพียงแต่เมื่อหันมองซ้ายขวาแล้วจึงได้รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย หากออกเดินไปทั่วคิดว่าคงหลงไปเรื่อยๆ แน่ หลี่ชิวหลานจึงนั่งลงกับพื้นหญ้าอ่อนนุ่มเพื่อพักเหนื่อยและรอให้คนจากตำหนักจินเหลียนมารับ

รอนานเข้ารับลมเย็นๆ แล้วเด็กน้อยก็รู้สึกง่วงงุน ร่างนี้มักจะนอนช่วงสายและช่วงบ่ายด้วยนอกจากเวลากลางคืน และนี่ก็เริ่มบ่ายเสียแล้ว จึงเริ่มหนังตาตกเข้าไปทุกที

แต่ไม่ทันจะเคลิ้มหลับหูน้อยๆ ก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยดังมาให้ได้ยิน

“ได้ยินว่าวันนี้ฉางกุ้ยเฟย[21] ทรงจัดงานเลี้ยงน้ำชาขึ้นที่ศาลาหยกขาวริมทะเลสาบหยก เทียบเชิญถูกส่งไปเกือบทุกตำหนัก จะมีก็แต่ตำหนักจินเหลียนเท่านั้นที่ไม่ได้รับเชิญ” น้ำเสียงหัวร่อขบขันทำเอาเจ้าของตำหนักจินเหลียนที่ดันบังเอิญนั่งอยู่หลังพุ่มไม้หนาที่สูงท่วมตัวเด็กน้อยได้ยิน

“หึ! นั่นก็เพียงแค่ทารกที่ทุกวันนี้ยังฉี่รดที่นอน ฉางกุ้ยเฟยหรือจะสนพระทัย” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นไม่หยุด หลี่ชิวหลานฟังแล้วก็ฮึดฮัด เรื่องฉี่รดที่นอนนี่นางบังคับได้ที่ไหน ทุกวันนี้ก็พยายามเลิกนิสัยนี้อยู่ แล้วก็ไม่ได้ฉี่รดที่นอนทุกวันแล้วด้วย

“ฉางกุ้ยเฟยไม่ทรงสนพระทัยก็จริง แต่พระสนมท่านอื่นสนพระทัยเรื่องเด็กนั่นไม่น้อย คิดว่าไม่นานคงมีสักคนเริ่มลงมือ” เหล่านางกำนัลขี้นินทาอยู่ทำงานรับใช้ในวังมาหลายปีแล้วจึงรู้เห็นอะไรมาไม่น้อย กับเด็กอายุไม่กี่หนาวผู้หนึ่งที่ทำเอาผู้คนทั้งหมดให้ความสนใจ แน่นอนว่าย่อมไม่อาจอยู่รอดปลอดภัยได้นาน

วันใดวันหนึ่งนางอาจตกน้ำตาย โดนวางยาพิษหรือถูกใส่ร้ายก็ได้ ก็เพียงแค่เด็กน้อยไม่รู้ความเท่านั้น เทพมังกรทรงคิดอะไรทำเอาผู้คนได้แต่สงสัยอย่างที่สุด

“อย่าเอ็ดไป วันก่อนข้าเห็นนางกำนัลของเจียงซูเฟย[22] ทำตัวลับๆ ล่อๆ แถวตำหนักจินเหลียน ก็รู้กันอยู่ว่าเจียงซูเฟยร้ายกาจเพียงใด เด็กน้อยผู้นั้นคงถูกเจียงซูเฟยหมายหัวเข้าแล้ว” เสียงซุบซิบที่ดังพอให้ได้ยินทำให้หลี่ชิวหลานรับฟังอย่างตั้งใจ เข้าวังมาหลายวันเนื่องจากไม่มีคำสั่งหรือคำเรียกตัวไปเข้าเฝ้าจากใคร นางจึงได้แต่นั่งกินนอนกินในตำหนักไปวันๆ พร้อมกับเรียนรู้กฎและข้อปฏิบัติที่มามาสูงวัยมาช่วยสอน 

ถึงจะรู้เรื่องสำคัญมาไม่น้อยแต่ก็ยังไม่เคยพบหน้าเหล่าสนมคนอื่นเลยสักครั้ง กับหวงตี้เองนางก็ยังไม่ได้พบ ไท่โฮว่นางก็ยังไม่เคยถูกเรียกไปคำนับ หวงไท่จื่อเองหลังจากวันรับตัวแล้วหลี่ชิวหลานก็ไม่ได้พบหน้าอีกเลย

วันนี้คงต้องแอบไปพบหน้าบรรดาสนมคนอื่นๆ บ้างสินะ

เด็กน้อยใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งลูบคางไปมาด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ลอบฟังสองนางกำนัลนินทาเจ้านายทั้งหลายไปครู่ใหญ่ก็แอบตามพวกนางที่กำลังจะไปศาลาหยกขาวที่ว่าเช่นกัน เด็กน้อยมุดลอดกิ่งไม้และพุ่มไม้ที่ถูกตัดแต่งอย่างดีด้วยท่าทีราวกับโจร ไม่สิ คล้ายแมวซุกซนที่กำลังไล่ตามเหยื่อเพื่อไปก่อเรื่องต่างหาก

ใครจะไปคิดว่าดันมีบุคคลอื่นเห็นภาพนั้นเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ดวงตาหงส์ของหวงไท่จื่อมองเงาร่างในชุดสีขาวที่ไม่กลมกลืนกับสีเขียวของพุ่มไม้ข้างกายด้วยสีหน้าประหลาด เขาไม่พบนางตั้งแต่วันนั้น 

ยังจำได้ดีถึงสีหน้าแค้นเคืองชวนขบขัน 

วันนี้หลังเลิกว่าราชการดันมาพบเข้าเสียได้

“พี่รองกำลังมองอะไรอยู่” เสียงเอ่ยถามไม่ได้เรียกให้ผู้เป็นพี่ชายละสายตาไปจากหลี่เต๋อเฟยตัวน้อย ผู้มาใหม่จึงลอบชะโงกหน้าดูบ้างก็พลันเห็นเข้ากับเด็กน้อยผู้หนึ่งที่มีท่าทีย่องเบาราวกับโจรกระจอก “นั่นหลี่เต๋อเฟยไม่ใช่หรือ นางกำลังทำอะไรน่ะ” 

โจวหลิงเหวินหวงจื่อผู้เป็นพระโอรสองค์ที่สามของหวงตี้มองภาพนั้นอย่างไม่เข้าใจ เด็กน้อยผู้นั้นทำราวกับจะไปดักปล้นใครเข้า

“ดูอะไรกันอยู่” เพราะเห็นพี่น้องของตนเองสนใจอะไรบางอย่างเหล่าหวงจื่ออีกสามพระองค์ที่เพิ่งเดินมาถึงตรงนี้ก็เลยให้ความสนใจเหมือนกันบ้าง

จึงเป็นภาพประหลาดไม่น้อยที่หวงจื่อทั้งห้ากำลังมุงดูอะไรบางอย่างด้วยกัน เหล่าขุนนางที่เดินตามหลังมาไม่อยากขัดเหล่าพี่น้องเลยพากันเดินจากไปไม่ให้ความสนใจก็เดินเข้ามาทักทาย

“หลี่เต๋อเฟยนี่นา” โจวหลิงหรูหวงจื่อผู้เป็นพระโอรสองค์ที่ห้าของหวงตี้เอ่ยขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาเจือความร้ายกาจอย่างไม่คิดปิดบัง “เด็กนั่นกำลังจะก่อเรื่องแน่ๆ” โจวหลิงหมินเห็นด้วยกับน้องชายต่างมารดาต่างจากทุกทีที่ไม่แม้แต่จะสนใจ 

ท่าทีเช่นนั้นของนางไม่มีทางไม่ก่อเรื่องแน่ๆ

“รีบตามไปดูเร็ว!” โจวหลิงเหวินไม่คิดจะถามไถ่ความต้องการของพี่ชาย เด็กหนุ่มลากแขนพี่ชายร่วมมารดาไปกันอย่างเร็ว 

โดยที่หวงจื่ออีกสามพระองค์ก็รีบวิ่งตามติดไปราวกับลูกเป็ด

 

 

[21] กุ้ยเฟย หมายถึง ตำแหน่งพระอัครเทวีในองค์จักรพรรดิ ตำแน่งต่ำกว่าหวงกุ้ยเฟยหนึ่งขั้น และยังเป็นตำแหน่งที่นับว่าสูงที่สุดของตำแหน่งเฟยทั้งสี่

[22] ซูเฟย หมายถึง ตำแหน่งพระราชชายาในองค์จักรพรรดิ ตำแหน่งต่ำกว่ากุ้ยเฟย สูงกว่าเต๋อเฟยและเสียนเฟย

 

 

 

ต้องการสอบถาม สั่งซื้อ ทวงนิยาย แวะไปพูดคุยได้ที่เพจห้องแห่งความฟินได้เลยค่ะ

PDF ราคา 150 บาท (เปิดขายแล้ว)

MEB ราคา 229 บาท (เริ่มเปิดขาย 15 ตุลาคม ช้ากว่า PDF เล็กน้อยเพราะต้องปรับปรุงใหม่อีกครั้งให้สมบูรณ์มากขึ้น แต่จะไม่เปลี่ยนเนื้อเรื่อง)

สะดวกทางไหนก็ไปสนับสนุนกันได้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 516 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #98 sevenroses (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 10:56

    น้องจะไปป่วนที่ไหนนั่น

    #98
    0
  2. #67 kwinsupreme (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 08:05

    ดีงามมาก
    #67
    0
  3. #34 อี้เซี่ยวซาหุน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 15:41
    ยัยน้องจะก่อเรื่องอะไรคะลูกกก
    #34
    0