หวงตี้เมื่อใดเจ้าจะเลิกสั่งงดขนมของมารดาเล่า!(จบ)

ตอนที่ 47 : ภาค 4 บทที่ 1 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    1 ก.พ. 64



 

ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วยามก่อน

เพราะเมื่อวานหวงตี้ทรงระเบิดอารมณ์และแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้หลี่ไท่โฮ่วลาออกจากตำแหน่งทั้งยังไม่คิดให้นางแต่งงานกับผู้ใด ดังนั้นวันนี้หวงตี้ผู้ที่ยังหงุดหงิดไม่หายจึงให้เจียงกงกงประกาศพระราชโองการว่าวันนี้งดเว้นว่าราชการ ไม่คิดทำงานสักนิดเดียว

หลี่ชิวหลานผู้ว่างจากการจัดการเรื่องราวในวังหลังแล้วจึงได้แต่นอนเหี่ยวเฉา ใครใช้ให้ในวังหลังตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าสนมของอดีตหวงตี้ที่สงบเสงี่ยมกัน

พระมารดาของหวงตี้หรือก็คืออดีตเสียนเฟยที่เห็นว่าสงบเสงี่ยมไม่สนใจใครผู้นั้น บทจะดุดันลงมือเพียงครั้งเดียวก็ทำเอาตัวปัญหามากมายหุบปากกันแทบไม่ทัน

สมกับเป็นมารดาของโจวหลิงหมิน

หลี่ชิวหลานไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นแต่อี๋มามาผู้ผ่านไปเห็นกลับมาเล่าให้นางฟังอย่างเข้าถึงอารมณ์

คิดแล้วก็เสียดายแทนเหลียวจินหลานไม่ได้ที่ทั้งชีวิตต้องมาอยู่ในวังหลังที่แสนน่าเบื่อแห่งนี้ แถมเข้าวังมาหลายปี หลี่ชิวหลานก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่างไม่เคยได้พูดคุยกับมารดาของโจวหลิงหมินอย่างเป็นทางการเลยสักครั้งเดียว อย่างมากก็พบหน้ากันแล้วก็ค้อมศีรษะให้แก่กันเท่านั้นเอง

อี๋มามาเห็นผู้เป็นนายนอนไหลบนตั่งเหมือนเส้นบะหมี่ที่ลวกแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า นางโบกมือไล่นางกำนัลน้อยทั้งหลายให้ออกจากห้อง ตนเองก็ตระเตรียมน้ำชาและขนมให้ผู้เป็นนายจากนั้นจึงขอตัวออกไปเมื่อถูกไล่ด้วยสายตาเช่นกัน

อากาศในช่วงนี้ไม่ร้อนไม่เย็น นับว่าเป็นอุณหภูมิที่เหมาะแก่การนอนกลางวันยิ่งนัก

หลี่ชิวหลานเอื้อมมือคว้าขนมมาใส่ปากเคี้ยว ดวงตาปรือง่วง แก้มอวบอูมเหมือนก้อนแป้งขยับยุกยิกเหมือนกระรอกยามกำลังเคี้ยวอาหารแล้วเก็บมันลงในกระพุ้งแก้ม หากโจวหลิงหมินเห็นความน่ารักนี้ก็คงอดที่จะเอื้อมมือมาบีบแก้มเด็กหญิงไม่ได้จริงๆ

หลี่ชิวหลานใกล้เคลิ้มหลับ

นางเคี้ยวขนมหมดก็แอบเช็ดคราบมันกับกระโปรงผ้าไหมปักลายอันล้ำค่าของตนเองเตรียมตัวจะนอนกลางวันเหมือนอย่างที่เคย ขณะกำลังจะไปเข้าเฝ้าเง็กเซียนในความผัน

อยู่ๆ ร่างกายก็ถูกดึงให้ลุกขึ้นนั่งอย่างแรงจนสะดุ้งตกใจ

“เฮือก!” หลี่ชิวหลานเบิกตาโต แทนที่จะเป็นความว่างเปล่าแต่เบื้องหน้าตนเองกลับมีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่แสนคุ้นตาส่งรอยยิ้มอันหวานล้ำมาให้ ภาพตรงหน้างดงามราวกับไม่ใช่ความจริง

“ไม่พบกันนาน ดูเหมือนเจ้าเด็กนั่นจะเลี้ยงเจ้าดีเกินไปจนแทบจะกลมเป็นก้อนแป้งอยู่แล้ว” เทพมังกรผู้หล่อเหลาในชุดสีขาวสะอาดยืนโบกพัดสีแดงสดดั่งโลหิตในท่าทีอันแสนอ่อนโยนนุ่มนวล เขาไม่ได้ติดตามดูนางมาพักใหญ่ ใครจะรู้ว่าเวลาเพียงไม่นานนักนางเกือบจะกลายเป็นหมูแทนมนุษย์อยู่แล้ว

“ท่าน!” หลี่ชิวหลานเบิกตาโต นางรีบผุดลุกจากตั่งตัวยาว เทพมังกรผู้สูงศักดิ์ผู้ที่เป็นคนนำวิญญาณของนางมายังโลกใบนี้เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่กัน

“ตกใจอะไร ข้ามาหาเจ้าไม่ได้เลยหรือ” เห็นสีหน้าของเด็กน้อยแล้วเทพมังกรก็หัวเราะขบขัน ทำหน้าราวกับฟ้าจะถล่ม เขาไม่ใช่เทพแห่งหายนะเสียหน่อย

“หลายปีผ่านมานี้ท่านไม่เคยมาพบข้าเป็นการส่วนตัวสักครั้ง ดังนั้นการที่อยู่ๆ ก็มาหาถึงที่มีหรือจะไม่มีเรื่องน่าปวดศีรษะมาให้” หลี่ชิวหลานมีหรือจะคาดเดาไม่ออก ตัวละครที่เปรียบเสมือนขาทองคำผู้ยิ่งใหญ่มีหรือจะธรรมดาสามัญ

ไปมาแต่ละทีต้องไม่มีทางเป็นเรื่องเล็กน้อย

“หึ! เจ้าเด็กรู้มาก” เทพมังกรหุบพัดก่อนจะใช้ส่วนปลายจิ้มหน้าผากของหลี่ชิวหลานจนแทบจะหงายหลัง

“โอ๊ย! ท่านจิ้มแรงเช่นนี้หากความฉลาดของข้าหลุดไปมีหวังแย่แน่ๆ” เด็กน้อยส่งเสียงโอดโอยอย่างเกินจริง ท่าทีดูน่าหยิกแก้มเสียจนเทพมังกรได้แต่แค่นเสียงใส่อย่างเอ็นดู

“เลิกเล่นได้แล้ว ข้ามาหาเจ้าเพราะมีเรื่องจริงๆ นั่นแหละ” เทพมังกรถอนหายใจ จากนั้นก็เข้าเรื่องเสียที “หากเจ้าจำได้ การมีอยู่ของเจ้าคือเพื่อใช้ความรู้ที่มีเพื่อให้เหล่าชาวประชาพ้นจากความทุกข์ยากและค้ำจุนคนผู้หนึ่งเพื่อให้เขายิ่งใหญ่กว่าผู้ใด” คำพูดประโยคนี้ทำให้หลี่ชิวหลานที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบรอยยิ้มลง

นางมีหรือจะจดจำมันไม่ได้

เรื่องสำคัญเช่นนี้ไม่มีทางลืมเด็ดขาด

“ข้าเลือกที่จะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเขาไปแล้ว” หลี่ชิวหลานเอ่ยตอบเสียงเรียบนิ่ง นอกจากยืนอยู่ข้างเขานางยังแบ่งปันความรู้ที่คิดว่าจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ในการปกครองและช่วยเหลือผู้คนไปมากมาย สุดท้ายยังเผลอรู้สึกดีกับเขาไปอีกด้วย

นึกถึงแล้วก็อยากจะหัวเราะเยาะตนเอง

“ดี! ทำหน้าที่ได้ไม่เลว เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ถึงคราวที่สมควรจะรับรู้ในบางเรื่องและควรไปพบใครบางคนสักที” เทพมังกรเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง เด็กน้อยผู้นี้สมควจจะรับรู้เรื่องที่ถูกปิดบังเอาไว้ได้แล้ว และเมื่อต้องเลือก นางจะเลือกอย่างไรเขาสนใจยิ่งนัก อีกอย่างสงครามครั้งใหญ่ก็ใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว

หลี่ชิวหลานเลิกคิ้ว

รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเทพมังกรทำเอานางกังวลเหลือเกิน

“แล้วข้าควรทำอย่างไร” พอถามออกไปแล้วหลี่ชิวหลานก็นึกเสียใจเหลือเกิน หลังจากคำถามประโยคนั้นนางก็ถูกเทพมังกรพาออกจากวังแล้วก็พาเข้ามายังสถานที่ ที่ซึ่งครึกครื้นและเต็มไปด้วยสีสันอย่างโรงคณิกาโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่านางถูกพาตัวออกมาจากวังหลวง แถมยังมาในสภาพข้ารับใช้ชายตัวน้อยอีกด้วย

ร่างเล็กๆ ของหลี่ชิวหลานกลายเป็นเป้าสายตาของผู้คนเนื่องเพราะเด็กรับใช้ท่าทีน่าเอ็นดูและตุ้ยนุ้ยนั้นดูน่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงเป็นอย่างมาก เด็กน้อยพยายามหลีกเลี่ยงมือมากมายที่คล้ายจะเอื้อมมาหยิกดึงแก้มตนเองอย่างหวุดหวิดไปเสียทุกครั้ง

คนพวกนี้เห็นข้าเป็นตุ๊กตาอย่างนั้นหรือ

“ทางนี้ รีบเดินเร็วเข้า หากตามไม่ทันเจ้าโดนฉุดไปแน่” เทพมังกรไม่คิดเก็บสีหน้าขบขัน เขากระแอมกระไอก่อนจะเรียกให้เด็กน้อยรีบเดินตามไปยังชั้นที่สามของโรงคณิกาแห่งนี้ หน้าที่เขาก็มีแค่พาเด็กน้อยมาและพากลับเท่านั้น จากนี้ก็ไม่มีอะไรให้เขายื่นมือเข้าไปยุ่มย่ามอีก เขาหมดหน้าที่แล้ว

ดังนั้นเมื่อหลี่ชิวหลานเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ถูกจองไว้แล้ว เทพมังกรก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

เด็กน้อยได้แต่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวของชั้นสามนี้อย่างอยากรู้อยากเห็น กลิ่นกำยานฉุนจมูก ลอยมาทำเอาหลี่ชิวหลานอดที่จะจามออกมาไม่ได้

“ฮัดชิ้ว!”

“หืม...มาแล้วอย่างนั้นหรือ” เสียงจามนี้ทำเอาใครบางคนที่กำลังรออยู่ส่งเสียงขึ้นอย่างดีใจ หลี่ชิวหลานเพิ่งสังเกตว่าเบื้องหน้านางนอกจากโต๊ะกลมที่เต็มไปด้วยอาการมากมายหลายสิบอย่างแล้ว ถัดจากโต๊ะกลมไปก็คือฉากกั้นที่ทำจากผ้าไหมไม่ใช่ผนังห้องส่วนตัวอย่างที่ควรเป็น

มือเล็กๆ ของเด็กน้อยยกขึ้นแตะที่ข้างเอว บริเวณนั้นมีมีดขนาดเล็กซ่อนอยู่อย่างมิดชิดและไม่ใช่แค่ที่เอว ตรงต้นขา ในรองเท้าและยังไม่รวมที่ตรงอื่นๆ ที่ซ่อนยาสลบและยาพิษที่หลี่ชิวหลานได้รับมาจากบิดาเพื่อป้องกันตัวด้วย

ดวงตาของหลี่ชิวหลานมองภาพเงาร่างสูงเพรียวที่ค่อยๆ เดินออกจากหลังม่านอย่างเชื่องช้าด้วยท่าทีตึงเครียด ยิ่งพอเงาร่างนั้นเผยโฉมให้ได้เห็นเต็มตานางยิ่งกังวลจนเหงื่อไหลริน จากนั้นก็มีชายหนุ่มรูปงามออกจากหลังฉากกั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยด มองแล้วพาให้ใจสั่นไหว

“เป็นครั้งแรกสินะที่ได้พบหน้ากัน รุ่นน้องที่มาจากโลกเดียวกันกับผม” คำพูดที่ชวนคุ้นหูนี้ทำเอาตัวของหลี่ชิวหลานแข็งทื่อ “มาอยู่ที่โลกนี้ทำเอาผมเหงามากจนแทบจะเหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ที่ไม่ได้รดน้ำ ไอจีเอย ยูทูปเอย แล้วยังเฟสบุ๊กอีก พอคิดถึงพวกมันแล้วก็อยากเล่นจริงๆ”

“เอ๋!!!!!!!!!”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น