หวงตี้เมื่อใดเจ้าจะเลิกสั่งงดขนมของมารดาเล่า!(จบ)

ตอนที่ 4 : ภาค 1 ตอนที่ 1 (3/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 637 ครั้ง
    25 ก.ค. 63

 

 

ยามเช้ามาเยือน หลี่ชิวหลานตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเปียกแฉะและกลิ่นฉุนที่เบื้องล่างของตนเอง เด็กน้อยก้มลงมองด้วยใบหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นและรับรู้

นางฉี่รดที่นอน...

แกรก!

พลันบานประตูถูกเปิดออก หญิงสาวหน้าตางดงามในชุดผ้าไหมสีสดดูเรียบหรูผู้หนึ่งก็รีบเดินเข้ามานางด้วยความรวดเร็วจากนั้นก็โอบกอดพลางร้องไห้โฮราวกับเด็กตัวน้อยๆ หลี่ชิวหลานปล่อยให้นางกอดจนพอใจ เมื่อเสียงร้องไห้เงียบลง เด็กน้อยก็ถึงเวลาเอ่ยขึ้นบ้าง

“มารดา ข้าอยากอาบน้ำแล้วเจ้าค่ะ” นี่เป็นเพราะความทรงจำและความคุ้นเคยทางร่างกายที่ได้รับมาจากตัวหลี่ชิวหลานคนเดิม หลี่ชิวหลานคนใหม่จึงแสดงออกไปอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งนัก แม้คิ้วจะขมวดเพราะความเปียกแฉะเบื้องล่างก็ตามที

“ไปๆ มารดาจะอาบน้ำให้เจ้า”ฉีจูจูแสดงออกอย่างกระตือรือร้นยิ่งนัก วันก่อนที่บุตรีสิ้นใจนางแทบขาดใจ ยามนี้ได้บุตรีกลับคืนนางจะมัวแต่ร่ำไห้ได้อย่างไรกัน 

หลี่ชิวหลานถูกจับถอดชุดที่สวมใส่จนตอนนี้เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า ร่างของเด็กน้อยดูมีเนื้อให้น่าหยิกยิ่งนัก ไม่ต้องรอนานหลี่ชิวหลานก็ถูกจับราดน้ำอุ่นไปสองถังเล็ก จากนั้นมารดาก็อุ้มลงอ่างไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นแล้วจึงเริ่มขัดถูเนื้อตัวเด็กน้อยอย่างตั้งใจ

ผิวขาวดั่งหยกของหลี่ชิวหลานยิ่งดูกระจ่างใสเมื่ออาบน้ำเสร็จ เด็กน้อยถูกจับใส่ชุดสีแดงลายมงคลเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวนางเอง อีกอย่างวันนี้ที่จวนตระกูลหลี่ก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้นด้วย

ฉลองให้กับคุณหนูตระกูลหลี่ที่กลับมาจากความตาย!

มื้อเช้าวันนี้ครอบครัวตระกูลหลี่ที่มีคนไม่เยอะมารวมตัวกัน หลี่ฟูเหรินผู้เฒ่าที่ใจดีเห็นหลานสาวเพียงคนเดียวมีสีหน้าแจ่มใสเมื่อเข้ามาในห้องทานอาหารก็เรียกไปกอดรัดอย่างสุขใจ ข้างกายของนางซ้ายขวาคือบุตรทั้งสอง หลี่ไป๋และหลี่หลิว ถัดจากหลี่หลิวก็เป็นบุตรเพียงคนเดียวของหลี่หลิวนาม หลี่เฉิน ที่ถูกกำหนดตัวเป็นผู้นำตระกูลหลี่คนถัดไปต่อจากหลี่ไป๋ อายุมากกว่าหลี่ชิวหลานสามปี ถัดจากหลี่เฉินไปอีกก็เป็นฟูเหรินของหลี่หลิว เสวียนซื่อ[11]

ตระกูลหลี่ตอนนี้มีกันอยู่แค่นี้เท่านั้น และยังรักใคร่กลมเกลียวกันไม่น้อย

“หลานเอ๋อนับจากนี้จะมีแต่โชคลาภความเป็นสิริมงคลเข้ามาหา นางจะเป็นที่รักใคร่ของผู้คน และคงไม่มีทางเกิดเหตุร้ายใดๆ กับนางอีกแล้ว” หลี่ฟูเหรินผู้เฒ่าถอดกำไลหยกสีแดงเลือดสวมใส่ให้หลานสาว จากนั้นก็หอมแก้มนิ่มๆ ไปทีหนึ่งอย่างเอ็นดู

“แน่นอนมารดา นับจากนี้นางจะไม่มีทางเกิดเหตุร้ายใดๆ อีก” หลี่ไป๋รับบุตรีมานั่งบนตักเหมือนเป็นปกติ เห็นท่าทีอันเคยคุ้นความเคร่งขรึมก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย “วันนี้มารดาเจ้าลงครัวปรุงอาหารนับหลายสิบอย่างให้เจ้าได้ทานเช้ากลางวันเย็น อย่างไรก็ทานให้มากสักหน่อย” ทุกคนต่างยิ้มแย้ม มื้ออาหารในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ

ตระกูลหลี่แม้จะมีหลี่ไป๋เป็นถึงไท่ฟู่ แต่เขาก็ไม่คิดจะเข้มงวดกับคนในครอบครัวเลย

หลี่ชิวหลานนั่งบนตักบิดา มือจับตะเกียบอย่างยากลำบาก พอในถ้วยข้าวใบน้อยๆ ของตนเองมีผักใบเขียววางอยู่ก็คีบไปใส่ถ้วยข้าวบิดาอย่างที่เคยทำ ไม่สิ เป็นอย่างที่ร่างกายนี้คุ้นเคย

หลี่ไป๋มองร่างเล็กๆ ที่ชะงักไป เขายกมือข้างที่ว่างลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดู เทพมังกรอาจทำอะไรบางอย่างดังนั้นหลี่ชิวหลานก็กลายเป็นหลี่ชิวหลานอย่างเป็นธรรมชาติ ทุกผู้คนมองเด็กน้อยเจ้าเล่ห์ที่บังอาจเขี่ยผักในถ้วยข้าวตนเองไปใส่ถ้วยของบิดาอย่างจนใจ

อย่างไรก็กินผักยากเย็นเหมือนเดิม

“เม่ยเม่ย[12] เป็นเด็กไม่ดี เก่อเกอ[13] ยังกินผักเลย” หลี่เฉินมองผักใบเขียวในถ้วยข้าวตาละห้อย อยากจะเขี่ยไปให้บิดาเหมือนกันถ้าไม่ติดว่าจะโดนมารดาหยิกจนเนื้อเขียว

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็กินเข้าไปอีก อย่าท่ามาก” มือเสวียนซื่อคีบผักใส่ถ้วยข้าวบุตรไปอีกหลายชิ้น ทำเอาเจ้าเด็กดื้อเบะปากเสียจนผู้คนพากันส่ายหน้า

“น้องสะใภ้อย่าได้เข้มงวดกับเฉินเอ๋อนักเลย แค่เห็นเขาทานผักได้ข้าก็ดีใจแล้ว” ฉีซื่อยิ้มแย้ม นางคีบลูกชิ้นผักใส่ถ้วยข้าวบุตรีไปก้อนหนึ่ง เห็นบุตรีไม่ทราบว่ามีผักเจือปนแล้วทานเข้าไปคำโตก็แทบจะหลั่งน้ำตาอย่างยินดี บุตรีผู้นี้ทานยากเย็นจนนางได้แต่ต้องพัฒนาฝีมือจนกว่าจะหลอกล่อเด็กน้อยได้สำเร็จ

“พี่สะใภ้ทำให้เจ้าลูกลิงผู้นี้ได้ใจ เวลาทานอาหารพร้อมหน้าครอบครัวล่ะไม่เคยเขี่ยอะไรออก ถ้าปล่อยให้ทานผู้เดียวเมื่อใดนี่ผักแทบไม่แตะ” เสวียนซื่อถลึงตาใส่เจ้าลิงน้อยที่แอบส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากบิดา 

หลี่หลิวผู้ชอบตามใจบุตรเห็นอย่างนั้นก็หลบสายตาบุตรไปอย่างรวดเร็ว

“หึ!” แม่เสือสาวอย่างเสวียนซื่อทำเอาฟูเหรินผู้เฒ่าส่ายหน้า บุตรคนรองของนางเก่งกาจเรื่องการค้าและเรื่องเจ้าชู้เจ้าสำราญ กว่านางจะหาตัวลูกสะใภ้ที่สามารถปราบคนเจ้าชู้ได้อยู่หมัดนี่ก็ลงแรงไปไม่น้อย

เพราะทุกคนต่างมีความสุข จึงเติมข้าวกันเพิ่มอีกหนึ่งถ้วย แม้แต่ฟูเหรินผู้เฒ่าเองยังเติมข้าวอีกครึ่งถ้วยด้วยซ้ำ อิ่มจนต้องดื่มชาช่วยย่อยไปเสียครึ่งกา ทานอาหารเรียบร้อยทุกคนก็แยกย้ายเพราะมีเรื่องให้ต่างต้องรับผิดชอบ

ส่วนหลี่ชิวหลานนั้นถูกบิดาอุ้มไปยังห้องทำงานเพื่อเตรียมพูดคุยเรื่องสำคัญ

เด็กน้อยในอ้อมอกมีตุ๊กตาผ้าที่มารดาสั่งให้สาวใช้หยิบมาให้อุ้ม

ไม่ว่าจะตุ๊กตาผ้าหรือเด็กน้อยต่างก็จิ้มลิ้มน่าเอ็นดูทั้งคู่ทำเอาหลี่ไป๋มีรอยยิ้มแต่งแต้มริมฝีปากไม่จางหาย มือใหญ่ลูบศีรษะน้อยที่มีก้อนผมสองก้อนดูคล้ายซาลาเปาเบาๆ ดวงตาจดจ้องเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามตนเอง

“เทพมังกรมาพบหลานเอ๋อหรือยัง” หลี่ไป๋เอ่ยถาม 

“ถ้าเทพมังกรคือบุรษชุดขาวหน้าตาหล่อเหลาถือพัดที่มีกลิ่นหอมล่ะก็ มาหาแล้ว” หลี่ชิวหลานสบตาผู้เป็นบิดา 

“ท่านว่าอย่างไร”

“ให้ข้าเป็นหลี่ชิวหลานไปจนกว่าจะตาย” ความคุ้นเคย ความทรงจำ ภาษา ท่าทาง หลี่ชิวหลานคิดว่านี่น่าจะเกิดจากคนผู้นั้น ไม่อย่างนั้นคำพูดจาที่แสนลิเกนี่นางคงไม่สามารถพูดได้อย่างลื่นไหลแน่ๆ

“ดีแล้ว” หลี่ไป๋พยักหน้า “ไม่ว่าอดีตของเจ้าจะเป็นใคร แต่นับจากนี้ไปเจ้าก็คือบุตรีของข้า อย่าลืมเสียเล่า” เสียงอันอบอุ่นทำเอาหลี่ชิวหลานนึกถึงครอบครัวที่โลกโน้น นางกลับไปไม่ได้อีก และหากไม่ยอมรับคนตรงหน้าเป็นครอบครัวก็คงลำบาก อีกอย่างนี่ก็ร่างกายบุตรีของเขา 

นางไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้เลย

เห็นเด็กน้อยน้ำตาคลอแล้วเริ่มสะอึกสะอื้นหลี่ไป๋ก็รวบร่างเล็กๆ มากอดปลอบ มือใหญ่ตบก้นบุตรีเบาๆ หูก็ฟังเด็กน้อยงึมงำออกมาอย่างตั้งใจ

“ฮึก...ร่างนี้เด็กเกินไป ทั้งฉี่รดที่นอน ทั้งไม่กินผัก ฮึก ข้าไม่เคยมีอาการอย่างนี้ ฮือ แถมยังตัวเล็กเกินไปทำอะไรไม่สะดวกแม้แต่น้อย” 

“อย่าร้อง ยังมีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่เจ้าต้องรู้ด้วย”

“อะไรหรือ” หลี่ชิวหลานยังคงสะอื้น แต่เมื่อได้ยินบิดาเอ่ยจบประโยคก็สำลักน้ำลายทันที

“วันพรุ่งหวงตี้จะทรงส่งเกี้ยวแปดคนหามพร้อมราชโองการแต่งตั้งเจ้าเป็นหลี่เต๋อเฟยและสินสอดมารับเจ้าวัง”

“แค่ก...อะไรนะ!!!” หลี่ชิวหลานร้องเสียงหลง ร่างนี้เพิ่งจะอายุไม่กี่ปี ซ้ำยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่ทุกวันนี้ยังฉี่รดที่นอน หวงตี้น้ำเข้าศีรษะหรืออย่างไรถึงได้จะแต่งเด็กหญิงอายุเพียงหกหนาวเข้าวังหลัง

เห็นสีหน้าบุตรีหลี่ไป๋ก็อ่านออก พลางกระแอมกระไอค่อยๆ เล่าเรื่องราวให้เด็กน้อยได้ฟัง

“เทพมังกรทรงบอกกล่าวเอาไว้ หากบุตรีขุนนางผู้ใดตายแล้วฟื้นให้หวงตี้ทรงรีบแต่งตั้งเป็นสนมรับไปอยู่ในวัง คำพูดของเทพมังกรไม่ปฏิบัติตามไม่ได้” 

หลี่ชิวหลานได้ยินแล้วก็หน้าตึง เชื่อว่าถ้าเทพมังกรอยู่ใกล้ๆ คงโดนนางถลาเข้าไปไล่เหยียบเท้าแน่ๆ

คิดแล้วไอ้ที่ให้นางใช้ความรู้ที่มีเพื่อช่วยเหลือชาวประชาและค้ำจุนคนผู้หนึ่งก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองสินะ น่าจะวุ่นวายไม่น้อย

“แล้วอย่างนี้ข้าก็คงไม่ได้พบพวกท่านอีก” ความอบอุ่นและรักใคร่กลมเกลียวของคนตระกูลหลี่ทำเอานางไม่อยากแยกจาก ในโลกเดิมนางไม่ได้เป็นที่รักอะไร พอได้รับความรักความเอ็นดูจากคนตระกูลหลี่ก็รู้สึกยึดติดไม่น้อย

“ฐานะเจ้าพิเศษ คิดว่าพวกเราได้พบกันบ่อยแน่นอน และเจ้าน่าจะกลับมาจวนเราได้เช่นกัน” หวงตี้ทรงไม่กล้าบังคับกีดกันอะไรบุตรีเขาแน่ๆ แถมยังเหลือเวลาแค่ห้าหนาวเท่านั้น

“จริงหรือ”

“จริง”

ไม่นานเด็กน้อยก็ง่วงงุน หลี่ไป๋อุ้มบุตรีออกจากห้องทำงานไปยังเรือนของเด็กน้อย ที่แห่งนั้นฟูเหรินของเขารออยู่พักใหญ่ ในมือขาวเล็กมีผ้าปักที่ยังไม่เสร็จถือคาไว้ ดวงตางดงามมีแต่ความไม่สบายใจปรากฏแจ่มชัด

หลี่ไป๋ส่งบุตรีให้แม่นมพาเข้านอนจากนั้นก็เดินมานั่งลงข้างกายฟูเหริน มือใหญ่ยกไปตบบนตักนุ่มเบาๆ อย่างต้องการปลอบโยน

“ชุดแต่งตั้งพร้อมเครื่องประดับถูกส่งมาจากในวังเพิ่งมาถึงเมื่อครู่ ตรวจสอบดูแล้วไม่ขาดอะไร”

“อย่ากังวล ฐานะของนางพิเศษ หวงช่าง[14] ไม่ปล่อยให้นางเป็นอันตรายแน่ๆ” 

ฉีซื่อพยักหน้า แต่อย่างไรนางก็ไม่อาจวางใจ บุตรีของนางยังคงฉี่รดที่นอน ผักก็ไม่ทาน แล้วยังมีนิสัยไม่ดีอีกยิบย่อยหลายอย่าง ถ้าผู้อื่นไม่ชอบใจแล้วดูแลนางไม่ดีจะทำอย่างไร

ความกังวลยังคงกัดจิตจิตใจของฉีซื่อไม่มีทางจางหาย ต่างจากตัวต้นเรื่องที่นอนนี้นอนน้ำลายยืดก่ายหมอนข้างอย่างสุขใจ

ถ้าใครเห็นคงต้องอิจฉาเด็กน้อยที่นอนเสียเต็มคราบอย่างแน่ๆ

 

 

 

[11] ซื่อ หมายถึง คำต่อท้ายแซ่ของสตรีที่มีสามีแล้ว เช่นมาจากตระกูลฉีเรียก ฉีซื่อ มาจากตระกูลเสวียนเรียก เสวียนซื่อ

[12] เม่ยเม่ย หมายถึง น้องสาว

[13] เก่อเกอ หมายถึง พี่ชาย

[14] หวงช่าง หมายถึง ฝ่าบาท เป็นคำที่ใช้เรียกองค์จักรพรรดิเมื่อต้องสนทนาด้วย หรือต้องเอ่ยถึง แต่ถ้าไม่ได้พูดคุยต่อหน้าหรือทางจดหมายหรือฎีกา สามารถเรียกตำแหน่งอย่างเดียวได้ (ในเรื่องนี้ใช้อย่างนี้นะคะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 637 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #139 p\'dear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 00:45
    แก้ไขคำผิดด้วยค่าาาาาา
    ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน "ทาน" แปลว่า ให้ หรือ ต้านไว้ ค่ะ

    ทานไม่ใช่คำที่กร่อนมาจากรับประทานเหมือนที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดกันนะคะ ดังนั้นคำว่า "ทานข้าว" มันจะแปลว่า "ใฟ้ข้าว" ไม่ใช่กินข้าวนะคะ

    ถ้านักเขียนจะเขียนว่ากิน ก็ใช้คำว่า "กิน" หรือ "รับประทาน" ไปตรงๆเลยค่ะ
    #139
    1
    • #139-1 Saranchat-K(จากตอนที่ 4)
      20 ตุลาคม 2563 / 11:16
      ขอบคุณสำหรับความรู้ตรงนี้นะคะ จะนำไปปรับแก้อย่างที่บอกในทุกเรื่องของพวกเราค่ะ ตรงไหนผิดแจ้งมาได้เลย พวกเราพร้อมที่จะนำไปปรับปรุงค่ะ
      #139-1
  2. #124 Jellydolphin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 12:52
    ชอบที่ไนท์ใช้ศัพท์จีนเข้ามากๆ
    #124
    0
  3. #106 enthalia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 19:37
    น้องน่าร๊ากกกกกกกกก
    #106
    0
  4. #97 sevenroses (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 10:29

    อยากน้วยน้อง

    #97
    0
  5. #83 may love shinee&SJ&FT&BB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 13:04
    อ่านไปคือ อุทานคำว่า น้องงงงงง ตลอดทั้งตอน

    คือป้าหมดคำบรรยายเลยลูกเอ้ย
    #83
    0
  6. #61 kwinsupreme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 20:59

    น้อนน่ารัก
    #61
    0
  7. #20 อี้เซี่ยวซาหุน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 18:43
    โถ่ น้อนนน นอนน้ำลายยืด 5555
    #20
    0
  8. #9 mooklinlava2505 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 15:47
    กำลังจะสนุกล่ะ ขอวันละ2ตอนได้อ่ะคะ
    #9
    0