หวงตี้เมื่อใดเจ้าจะเลิกสั่งงดขนมของมารดาเล่า!(จบ)

ตอนที่ 22 : ภาค 2 ตอนที่ 1 (3/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,734
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

 

 

 



 

สิ่งที่โจวช่างอิ่นต้องการนั้นทำให้โจวเสวียนขมวดคิ้ว สิ่งนั้นนับเป็นสมบัติของราชวงศ์โจวก็ว่าได้และหวงตี้ทุกพระองค์จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้อย่างมิดชิด หากไม่เกิดเหตุจำเป็นจริงๆ ก็ไม่อาจจะนำออกมาใช้ได้ ทั้งใช้แล้วกว่าจะใช้ได้อีกครั้งก็ต้องรอเวลาถึงสิบปีกว่าพลังงานจะกลับมาเต็มเปี่ยมพร้อมใช้งาน

“ไม่ได้ ลูกแก้ววิเศษไม่ใช่สิ่งที่จะนำออกมาใช้พร่ำเพื่อ” ยามนี้โจวเสวียนมองเป้าหมายของพี่ชายต่างมารดาออกแล้ว และเขาก็ให้ไม่ได้

“หึ! เช่นนั้นก็รอรับเพียงศพของหลี่เต๋อเฟยแล้วกัน” โจวช่างอิ่นยอมทิ้งหมดหน้าตัก เขาไม่สนใจแม้ยามนี้จะถูกกระบี่ของโจวหลิงหมินพาดที่ลำคอ แม้มันกรีดลึกจนเกิดรอยแผลหรือโลหิต เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดสักนิดเดียว

“ท่าน!” โจวหลิงหมินอยากสังหารคนทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ หากไม่เพราะโจวหลิงเหวินรั้งเอาไว้ ศีรษะของโจวช่างอิ่นคงจะแยกจากตัวไปแล้ว

“หลิงหมินถอยไป!” โจวเสวียนตวาดบุตรที่กำลังแข็งกร้าวเกินควร ราชองครักษ์หลายนายรีบเข้ามารั้งตัวหวงไท่จื่อ ลมหายใจทุกผู้คนหนักหน่วง ลูกแก้ววิเศษที่สามารถใช้รักษาทุกโรคภัยได้แลกกับหลี่เต๋อเฟยแล้ว พวกเขากลับคิดว่าไม่เท่าเทียม

โจวช่างอิ่นเหยียดยิ้ม เขาพยายามทุกวิธีมาแล้วแต่ก็ยังไม่พบหนทางปลุกให้อีกคนฟื้นคืน

เหมือนจะมีแค่ทางนี้เท่านั้น

โจวเสวียนเม้มปาก เรื่องนี้นับว่าต้องใช้ความคิดอย่างมาก ไม่อาจตัดสินใจฉับพลัน 

“อีกไม่นานเจ้าก็จะตายไม่ใช่หรือ จะเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด” เสียงหว่านล้อมนี้ฟังอย่างไรก็ไม่รื่นหู เพียงแต่โจวเสวียนไม่ถือสาหาความ เขาถอนหายใจ เลือกที่จะหันไปสนใจบุตรที่ตอนนี้กำลังโกรธเกรี้ยวอย่างไม่มีสิ้นสุด

“พระปิตุลาเจ้ารู้ที่ซ่อนหลี่เต๋อเฟย เจ้าคิดอย่างไร” โจวหลิงหมินแค่นเสียงก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“บีบให้คายที่ซ่อนเสีย” เขาไม่มีเวลามาไร้สาระ

“เอ้อเกอ!” โจวหลิงเหวินปรามพี่ชาย เขาเหลือบมองหวงจื่อคนอื่นๆ ที่กำลังยกยิ้มอย่างไร้ความเห็นใจ เจ้าพวกนี้กำลังสนุกที่เห็นพี่ชายองเขาคลุ้มคลั่ง มองอย่างไรก็ยังไม่ทราบว่าผู้ใดลงมือ ได้แต่ต้องรับข้อเสนอของพระปิตุลาอย่างเดียวจึงจะสามารถตามตัวของหลี่เต๋อเฟยได้ “เสด็จพ่อโปรดใคร่ครวญให้ดี หลี่เต๋อเฟยนั้นเทพมังกรให้ความสำคัญมาก นางมีค่ามากกว่าลูกแก้ววิเศษแน่นอน” ความรู้ของหลี่เต๋อเฟยก็นับว่ามีค่ามหาศาล เมื่อตอนที่รู้เขายังแตกตื่นไม่หาย

ทั้งที่เป็นแค่เด็กน้อยที่ฉี่รดที่นอนจอมอาฆาตแค้นแท้ๆ

โจวเสวียนกลัดกลุ้ม มองไปทางพี่ชายต่างมารดาก็ไม่เห็นความยินยอมพร้อมใจที่จะแบ่งปันข้อมูลสักนิด หรือต่อให้บีบบังคับแทบตายก็คงไม่ได้อะไรเลย ทั้งยังอาจก่อให้เกิดการชิงตัวโจวช่างอิ่นขึ้นจนเกิดสงครามกลางเมือง ไม่ว่าจะทางไหนหวงตี้ก็ไม่คิดว่าจะมีวิธีดีๆ สักนิดเดียว

อีกอย่างหลังเขาตายจากไป ไม่ทราบจะเกิดอันใดขึ้นบ้างกับโจวหลิงหมิน มีลูกแก้ววิเศษไว้ก็ยังคงรู้สึกอุ่นใจกว่า

แต่พอมองบุตรให้เต็มตา เพียงเวลาไม่นานกลับยึดติดหลี่เต๋อเฟยมากถึงเพียงนั้น

“เฮ้อ…ไปเอาลูกแก้ววิเศษออกมา” โจวเสวียนหันไปออกคำสั่งกับขันทีคนสนิท ดวงตาหรี่ลงอย่างเคร่งขรึม หลายวันมานี้เขาเองก็กังวลจนเหนื่อยล้า “พวกเจ้าไปจัดการเรื่องทุกอย่างกันเถิด เจิ้นจะไปพักแล้ว” หวงตี้ออกจากท้องพระโรง เหล่าขุนนางและราชองครักษ์คุกเข่าส่งเสด็จอย่างพร้อมเพียง

เหล่าผู้ไม่เกี่ยวข้องถูกต้อนให้ออกจากท้องพระโรง แม้จะใหญ่โตแค่ไหนหากไม่เกี่ยวข้องก็ถูกไล่ออกไปทั้งนั้น ไม่นานในท้องพระโรงที่กว้างขวางก็เหลือคนแค่ไม่กี่คน ซึ่งทั้งหมดล้วนข้องเกี่ยวอย่างไม่อาจแยกจากในเรื่องยุ่งเหยิงนี้ทั้งสิ้น

หลี่ไป๋ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังของหวงไท่จื่อ เขามองจิ้นชินอ๋องที่ยังคงเชิดใบหน้าอย่างไม่คิดปริปากอะไร ด้านหน้าของเขาคือโจวหลิงเหวินและโจวหลิงหมินที่กำลังยื้อยุดกันไม่เลิกรา กระบี่คมกริบในมือของโจวหลิงหมิน ไม่ว่าจะมองอย่างไร มันก็คล้ายพร้อมจะพุ่งไปดื่มโลหิตจากลำคอของจิ้นชินอ๋องทุกเมื่อ

“ปล่อย!” โจวหลิงหมินสะบัดน้องชาย เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธ อีกครั้ง พยายามที่จะไม่ขาดสติแล้วลงมือสังหารผู้เป็นพระปิตุลา ในอกเขายังคงมีความรู้สึกประหลาดพลุ้งพล่านไม่หยุด อย่างไรก็ไม่อาจข่มกลั้นจนสงบได้อย่างรวดเร็ว ลมหายใจหนักหน่วงยังคงดังเรื่อยๆ นานทีเดียวกว่าจะเป็นปกติ

โจวหลิงเหวินเบ้ปาก เรี่ยวแรงของพี่ชายเขาราวกับช้างสาร แค่สะบัดทีเดียวเขาก็แทบปลิว นี่ยังเกือบทำเขาไหล่หลุดด้วยซ้ำ

“หึ" โจวช่างอิ่นแสยะยิ้ม ดวงตายิ่งวาวโรจน์เมื่อได้เห็นบางสิ่งที่ขันทีผู้หนึ่งกำลังถือมา โจวช่างอิ่นรีบร้อนเข้าไปหาหวังจะรีบนำมันกลับไปรักษาผู้ที่หลับไหลไม่ยอมฟื้นคืน เพียงแต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ หีบไม้ฝังมุกเสี้ยวก็ถูกโจวหลิงหมินคว้าตัดหน้าไป โจวช่างอิ่นเกรี้ยวกราด เขาถลาเข้าไปแย่งชิงหีบไม้ฟังมุกเสี้ยวอย่างไม่คิดยอมแพ้

กระแสลมแหลมคนที่เกิดจากการโจมตีกันไปมาส่งเสียงหวีดหวิว หลี่ไป๋และโจวหลิงเหวินพยายามยืนต้านมันอย่างลำบาก ผู้มีกำลังภายในสูงส่งปะทะกัน ลำดับขั้นที่ต่ำกว่าอย่างไรก็ไม่อาจทนไหว

โจวหลิงเหวินโยกศีรษะหลบคมมีดสายลมที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างโจวหลิงหมินและโจวช่างอิ่นอย่างหวุดหวิด หากเมื่อครู่หลบไม่พ้นศีรษะเขาคงจะกระเด็นตกไปบนพื้นแล้ว เขาแม้จะนับว่าเป็นผู้เยี่ยมยุทธผู้หนึ่ง แต่เมื่อมาเทียบกับปีศาจร้ายเบื้องหน้าที่กำลังห้ำหั่นกันแล้วเรียกได้ว่ายังห่างอีกหลายขั้น

โจวหลิงหมินงอปลายนิ้วงุ้มเป็นกรงเล็บ จากนั้นใช้ท่าคว้าจับหวังจะกระชากเนื้อหนังของโจวช่างอิ่นอย่างเลือดเย็น แต่โจวช่างอิ่นก็ไม่คิดออมมือเช่นกัน เขางอกรงเล็บตั้งใจจะใช้ท่าคว้าจับกระชากเนื้อหนังอีกคนบ้าง

ฉึก!

ต่างคนต่างตะปบลำคอกันได้ปลายนิ้วจิกเจ้าเนื้อจนโลหิตทะลักออกมาเป็นทาง

เหล่าองครักษ์เงาของทั้งสองฝ่ายรีบปรากฏตัวเพื่อแยกสองคนให้ออกห่างจากกันไม่ให้เกิดเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ รังสีฆ่าฟันทำเอาหลายคนรู้สึกเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดถอยห่างผู้เป็นนายที่มีแววจะสังหารกันจนตายตกไปข้างหนึ่ง โจวหลิงเหวินเห็นพี่ชายร่วมมารดาและพระปิตุลานิ่งสงบแล้วก็รีบเดินไปหยิบหีบไม้ใบเล็กฝังมุกเสี้ยวที่ร่วงตกบนพื้นเมื่อสองคนนั้นปะทะกันเปิดออกดู ในนั้นมีลูกสีทองอร่ามใหญ่ระมาณครึ่งกำปั้น มันกำลังส่องแสงเรืองรองแวววับ

“ส่งมาให้ข้า!” โจวช่างอิ่นเอ่ยขึ้นเสียงดัง เขายังไม่หยุดจากการถูกจับกุม มือข้างที่ตะปบต้นคอของหลานชายก็ไม่คิดปล่อย และเขาก็ต้องการสิ่งที่โจวหลิงเหวินถืออยู่เช่นกัน

“บอกที่ซ่อนมา!” โจวหลิงหมินออกแรงจิกปลายนิ้วให้มากขึ้น อีกนิดเดียวก็จะแตะถึงกระดูกต้นคอของโจวหลิงหมิน เพียงสะกิดนิดเดียวก็พร้อมส่งพระปิตุลาไปยังปรโลกอย่างรวดเร็ว

ดวงตาสองคู่จดจ้องกันไม่ลดละ หลี่ไป๋ที่ยืนอยู่วงนอกถอนหายใจ ทั้งที่เป็นเรื่องของบุตรี เขากลับต้องมายืนมองคนอื่นทำหลายสิ่งเพื่อตามหาบุตรีของเขา ส่วนตัวเขาก็ได้แต่เฝ้าคอย อำนาจของไท่ฟู่แม้จะมีมากในราชสำนักแต่ใช่ว่าจะมีมากจนบันดาลทุกสิ่งได้

เขาเจ็บใจอยู่เหมือนกันที่ตอนนั้นดันไม่เลือกเส้นทางขุนนางบู๊มากกว่า

“สงบสติอารมณ์กันสักนิดเถิดทั้งเอ้อเกอและพระปิตุลา เวลานี้พวกท่านต่างร้อนใจ ควรแล้วหรือที่ทำอย่างนี้” คนนอกวงอย่างโจวหลิงเหวินกระชับหีบไม้ในมือแน่น เขาเขาอยากทั้งสองคนเลิกคิดจะอาละวาดสักที เวลานี้ไม่ว่าใครก็ควรจะมีสติและเหตุผลได้แล้ว “ลูกแก้ววิเศษอยู่กับข้า หากพระปิตุลาอยากได้ ทรงตอบคำถามของเอ้อเกอเถิด”

บรรยากาศในท้องพระโรงหนาวเหน็บ โจวหลิงเหวินแม้กลัวแทบตายแต่ก็ปล่อยให้เรื่องบานปลายไม่ได้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

ต้องการสอบถาม สั่งซื้อ ทวงนิยาย แวะไปพูดคุยได้ที่เพจห้องแห่งความฟินได้เลยค่ะ

PDF ราคา 150 บาท (เปิดขายแล้ว)

MEB ราคา 229 บาท (เริ่มเปิดขาย 15 ตุลาคม ช้ากว่า PDF เล็กน้อยเพราะต้องปรับปรุงใหม่อีกครั้งให้สมบูรณ์มากขึ้น แต่จะไม่เปลี่ยนเนื้อเรื่อง)

สะดวกทางไหนก็ไปสนับสนุนกันได้ค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น