หวงตี้เมื่อใดเจ้าจะเลิกสั่งงดขนมของมารดาเล่า!(จบ)

ตอนที่ 11 : ภาค 1 ตอนที่ 4 (1/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 500 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

 

 

 

ฉางกุ้ยเฟย เยว่ผินและฉางผินถูกช่วยให้ขึ้นจากน้ำมาได้แล้ว หญิงงามต่างวัยทั้งสามเปียกปอนจนดูไม่ได้ เครื่องประดับล้ำค่าก็ตกลงไปในทะเลสาบเกือบหมด ใบหน้าซีดขาว ท่าทางราวกับถูกรังแกจนไร้หนทางสู้

หลี่ชิวหลานที่ถูกอุ้มอยู่ลอบหยิกแก้มหวงไท่จื่อไปทีหนึ่งโดยไม่ทราบว่าโจวหลิงเหวินกำลังมองอยู่ เขาเห็นพี่ชายถูกรังแกก็พลันเม้มปากไม่กล้าขำออกมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกมองด้วยแววตาอันโหดร้ายวูบหนึ่ง ขนทั้งร่างจึงลุกพรึบอย่างหวาดกลัว

เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องข่มขู่ เอาแต่ใจเกินไปแล้ว!

โจวหลิงอันรู้สึกโกรธมากที่พระมารดาถูกเด็กน้อยผู้หนึ่งผลักตกทะเลสาบ เขามองไปยังเด็กน้อยในอ้อมแขนของพี่ชายต่างมารดาด้วยแววตาเยียบเย็น เห็นพระมารดาไม่เป็นอะไรมากและอยู่ในการดูแลของนางกำนัลคนสนิทแล้วก็รีบตรงดิ่งมาเอาเรื่องกับหลี่เต๋อเฟยตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังปั้นหน้าโมโหเช่นกัน

หางตาของโจวหลิงหมินลอบมองเด็กน้อยอย่างชอบใจ

“เด็กบ้า! เจ้าถึงกับบังอาจทำร้ายพระมารดาของเปิ่นหวาง[27] เปิ่นหวางจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ” ความเหี้ยมโหดที่ปรากฏทำให้เหล่าข้ารับใช้ทุกผู้คนในที่นี้ต่างพากันคุกเข่าด้วยท่าทีหวาดกลัว หากระเหิดหายไปจากตรงนี้ได้ก็คงทำกันแล้ว

“ฮือ!!! จะดุข้าทำไม ฮึก...ฮือ แค่พวกนางไม่ชวนข้ามางานเลี้ยงด้วยข้าก็โมโหจะแย่ ข้าเอาคืนหน่อยเดียวเจ้ากลับมาตวาดใส่ข้า โฮ!!!” หลี่ชิวหลานร้องไห้ฟูมฟายเสียงดัง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลรินจนแดงก่ำ จมูกน้อยสูดน้ำมูกได้สองฟืดก็ขยับเข้าหาหวงไท่จื่อ เพียงอึดใจก็ลอบสั่งน้ำมูกใส่หวงไท่จื่อแล้วพลางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำมูกแล้วร้องไห้ต่อราวกับกำลังเสียขวัญ

โจวหลิงหมินตากระตุกมองไหล่ที่เปื้อนน้ำมูกใสอย่างรังเกียจชัดเจน

เด็กนี่ น่าตายนัก!

โจวหลิงอันหรือจะยอมความง่ายๆ เขาเดินไปกระชากหลี่ชิวหลานที่ถูกอุ้มอยู่อย่างแรงจนนางเกือบร่วงจากอ้อมแขนของโจวหลิงหมิน การกระทำอันป่าเถื่อนนี้ทำให้โจวหลิงหมินขมวดคิ้ว ดวงตาจ้องน้องชายต่างมารดาอย่างไม่ชอบใจ

“กิริยาเช่นนี้ควรแสดงออกเช่นนั้นหรือ”

“ส่งนางมาให้ข้า หลิงหมิน!” โจวหลิงอันไม่ฟังใครทั้งนั้น ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าบุรุษตรงหน้ายามนี้ไม่ใช่หวงจื่อที่ตนเองจะกลั่นแกล้งได้เหมือนเมื่อยามเป็นเด็กอีกแล้ว

“เจ้าสี่หยุด!” โจวหลิงเหวินตวาดน้องชายต่างมารดาที่กำลังล้ำเส้น หากพี่ชายร่วมมารดาของเขาโกรธขึ้นมา เจ้าตัวคงรีบกวาดล้างตระกูลเจียงทั้งที่ไม่มีหลักฐานมาเอาผิดแน่ๆ

“เจ็บ! คนชั่วปล่อยข้านะ ปล่อย!” หลี่ชิวหลานยิ่งร้องเสียงดัง แรงมือที่บีบกระชากต้นแขนของนางทำให้รู้สึกเจ็บจนไม่จำเป็นต้องบีบน้ำตาออกมาเหมือนเมื่อครู่ คราวนี้น้ำตาไหลของจริงไม่มีตัวแสดงแทน แรงเด็กสู้แรงคนหนุ่มไม่ได้จริงๆ

เพราะเด็กน้อยในอ้อมแขนร้องเจ็บโอดโอย ทางโจวหลิงหมินจึงปัดมือน้องชายต่างมารดาออกอย่างไม่ไว้หน้า โจวหลิงอันเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย มีข้อเสียคือหากโมโหจะควบคุมตนเองไม่ได้ ทั้งยังเป็นคนโหดเหี้ยมโดยสันดาร กำจัดได้เร็วยิ่งดี

“เจ้าสี่!” โจวหลิงหลานดึงโจวหลิงอันออกห่างเมื่อเห็นสายตาของโจวหลิงหมิน อย่างไรเขาก็ทำใจไม่ได้เรื่องพี่น้องที่ภายหน้าก็ต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง อำนาจของผู้ที่ได้นั่งบัลลังก์ทองหอมหวานเกินไป เขาเองหากไม่เพราะรู้สึกก็คงลงไปร่วมศึกชิงบัลลังก์ด้วย

“หึ!” โจวหลิงหมินเหยียดยิ้ม ความผิดของมารดาบุตรอยากชดใช้ก็ทำไป พระมารดาของเขาเองใช่ว่าจะหายแค้นเสียเมื่อไหร่ สตรีผู้นั้นลงมือกับเม่ยเม่ยของเขา ต่อให้กลายเป็นผีแล้วก็ไม่คิดเลิกอาฆาต

“ปล่อย!” หลี่ชิวหลานยิ่งนานก็เห็นยิ่งวุ่นวาย เลยถือโอกาสตอนที่โจวหลิงหมินเผลอคลายอ้อมแขนดิ้นหลุดจากการกอดรัดนี้แล้วหันไปแลบลิ้นใส่โจวหลิงอันอย่างยั่วยุ โจวหลิงอันสบถเสียงดัง เขาสะบัดมือพี่ชายคนโตทิ้งแล้วรีบวิ่งตามร่างเล็กๆ นั่นไปอย่างรวดเร็ว โจวหลิงหรูผู้ที่เห็นความทุกข์ผู้อื่นเป็นเรื่องสนุกก็รีบวิ่งตามไปดู วันนี้ครึกครื้นเกินไปจนเขาอดที่จะสนุกสนานไม่ได้จริงๆ 

โจวหลิงอันวิ่งตามร่างเล็กๆ นั่นอย่างไร้ความระมัดระวัง สุดท้ายแล้วก็ดันถูกเล่นงานเข้าจนได้ 

เท้าเล็กๆ ของหลี่ชิวหลานหยุดลงเมื่อวิ่งมายังจุดที่ต้องการ พลันเด็กน้อยย่อตัวลงป้องกันถูกรวบจับแล้วกลิ้งตัวหนีกันถูกเหยียบไปอีกทาง ไม่ถึงชั่วลมหายใจก็เกิดเสียงดังตูมใหญ่สองครั้งอย่างไม่มีผู้ใดทันตั้งตัว เอาเป็นว่าอยู่ดีๆ หวงจื่อทั้งสองพระองค์ก็กระโจนลงน้ำไปเสียแล้ว

“ฮ่า!” หลี่ชิวหลานลุกขึ้นจากพื้นหญ้าชูมือสองข้างขึ้นอย่างสนุกสนาน ไม่คิดเลยว่าแผนตื้นๆ จะแกล้งคนได้สนุกมากขนาดนี้ ดวงตากลมโตมองหวงจื่อสองพระองค์ที่กำลังผุดลุกขึ้นจากน้ำมาด้วยแววตาแดงก่ำ หนึ่งในนั้นชี้หน้านางอย่างอาฆาต

“อย่าให้ข้าจับตัวเจ้าได้ เมื่อนั้นข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ” โจวหลิงหรูยามนี้หมายหัวหลี่ชิวหลานเอาไว้แล้ว เดิมเขาต้องการจับตาดูนางอีกสักระยะ ใครจะไปคิดว่าเด็กนี่จะร้ายกาจเพียงนี้ หากปล่อยไว้เขาคงได้อกแตกตาย ต่อให้เทพมังกรให้ความสำคัญแล้วอย่างไร เขาจะจัดการนางเสียอย่าง

หลี่ชิวหลานแลบลิ้นปลิ้นตาใส่โจวหลิงอันอย่างไม่หวั่นเกรง จากนั้นก็มองไปทางเหล่าสนมนางในอีกครั้งด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ แต่พอหางตาเหลือบไปเห็นคู่ปรับบางคนที่เมื่อครู่ตัวเองแอบสั่งน้ำมูกใส่ไปเพื่อล้างแค้น นางไม่คิดอยู่ต่ออีกแล้วเตรียมจะวิ่งหนีไป 

แต่ไม่ทันได้ยกเท้าเตรียมก้าวเดินก็ต้องชะงักอย่างหัวเสีย

“จะหนีไปไหนเด็กฉี่รดที่นอน เจ้าก่อเรื่องใหญ่คิดหนีไปง่ายๆ หรือ” โจวหลิงเหวินแม้เขาจะไม่ชอบขี้หน้าโจวหลิงอันแต่อย่างไรก็ต้องรั้งตัวหลี่เต๋อเฟยผู้ก่อเรื่องใหญ่เอาไว้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้กลายเป็นแพะให้ถูกคนของฉางกุ้ยเฟยเล่นงานเข้าแน่ๆ 

“เจ้าสิที่ฉี่รดที่นอน ข้าไม่ได้ฉี่รดที่นอนแล้วนะ!” หลี่ชิวหลานหันไปชี้หน้าว่ากล่าวผู้ที่บังอาจมาล้อเลียนปมอันยิ่งใหญ่ของนาง ดวงตากลมโตถลึงใส่บุรุษหน้าไม่อายที่ดันมาบูลลี่ผู้ใหญ่ในร่างเด็กอย่างนางเสียได้

“อย่ามาเถียงนะเด็กฉี่รดที่นอน คนเขารู้กันทั่วว่าเจ้าฉี่รดที่นอนทุกคืนอย่างไรก็แก้ไม่หาย” โจวหลิงเหวินเห็นเด็กน้อยหน้าแดงก่ำก็พลันรู้สึกสนุกไม่น้อย หากไม่เพราะเอ้อเกอส่งสายตาห้ามก็คงจะล้อเลียนเด็กนั่นมากกว่านี้

แต่หลี่ชิวหลานไม่ทราบ ในตัวของนางมีอารมณ์ความรู้สึกของเด็กเล็กๆ เต็มเปี่ยม พอถูกล้อเลียนเข้าหน่อยก็บ่อน้ำตาแตก เด็กน้อยร้องไห้โฮแบบไม่ต้องบีบน้ำตา ก่อนจะส่งเสียงด่าอู้อี้แล้ววิ่งหนีหายลับไปโดยไม่มีผู้ใดตั้งตัวทันสักนิด

“เจอกันครั้งหน้าข้าจะเอาคืนแน่ โฮ!”

ร่างเล็กๆ หายไปแล้วแต่เรื่องใหญ่ยังคงมีให้ได้จัดการ โจวหลิงหมินส่ายหน้า แล้วจึงสั่งให้ขันทีคนสนิทไปแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้พระบิดาทรงทราบ เกิดเรื่องอย่างนี้ดีต่อเขาไม่น้อย พรรคพวกของฉางกุ้ยเฟยที่มักจะหดหัวซ่อนหางอยู่คงได้ฤกษ์ออกมาตีฆ้องร้องป่าวเพื่อที่จะหาเรื่องหลี่ชิวหลานและพาลมาเอาเรื่องเขาแน่ๆ

“เชิญเสด็จฉางกุ้ยเฟยกลับตำหนักก่อนพะย่ะค่ะ คาดว่าพระบิดาคงจะรีบเสด็จมาจัดการเรื่องที่เกิดขึ้น” ดวงตาของหวงไท่จื่อเยียบเย็น ไม่มีผู้ใดอ่านความคิดได้สักนิดเดียว เพียงแต่เมื่อลืมตัวหันไปมองทางที่ตัวปัญหาน้อยหนีไปดวงตากลับปรากฏอารมณ์ขึ้นมา

“เอ้อเกอ” โจวหลิงหลานเรียกพี่ชายร่วมมารดา ริมฝีปากเขามีรอยยิ้มแต่งแต้ม นับตั้งแต่เม่ยเม่ยของพวกเขาสิ้นไปก็เกือบห้าปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอารมณ์อื่นปรากฏในแววตานอกจากความนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำลึกไร้จุดสิ้นสุด

“ไม่มีอันใด รีบไปตำหนักของฉางกุ้ยเฟยเถิด”

“พะย่ะค่ะ”

 

 

[27] เปิ่นหวาง หมายถึง คำแทนตัวขององค์ชายและเชื้อพระวงศ์ชายที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นหวาง(อ๋อง)

 

 

ต้องการสอบถาม สั่งซื้อ ทวงนิยาย แวะไปพูดคุยได้ที่เพจห้องแห่งความฟินได้เลยค่ะ

PDF ราคา 150 บาท (เปิดขายแล้ว)

MEB ราคา 229 บาท (เริ่มเปิดขาย 15 ตุลาคม ช้ากว่า PDF เล็กน้อยเพราะต้องปรับปรุงใหม่อีกครั้งให้สมบูรณ์มากขึ้น แต่จะไม่เปลี่ยนเนื้อเรื่อง)

สะดวกทางไหนก็ไปสนับสนุนกันได้ค่ะ

 

 

สำหรับท่านที่ต้องการซื้อนิยาย ทางศรันฉัตรมีกิจกรรมมาให้ร่วมสนุกนะคะ(ท่านที่ซื้อแล้วก็เข้าร่วมได้)

ท่านที่ต้องการซื้อนิยายรบกวนช่วยคอมเม้นบอกความประทับใจในเรื่องหรือตัวละครให้หน่อยค่ะ จากนั้นก็แคปภาพแล้วส่งไปในกล่องข้อความเพื่อรับส่วนลดในการซื้อนิยาย(ใช้ได้กับทุกเรื่องที่เปิดขาย) เมื่อทำตามขั้นตอนทางเราก็จะมอบส่วนลดในการสั่งซื้อนิยายจำนวน 20 บาทให้ค่ะ จะใช้เป็นส่วนลดเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นก็ได้ทั้งนั้น

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมกับทางเราค่ะ กิจกรรมนี้จัดถึงวันที่ 31 กรกฎาคม

มาเข้าร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 500 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #38 kteelee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 16:23
    55555ชอบบบบน้องแสบบบบ
    #38
    0
  2. #37 อี้เซี่ยวซาหุน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 15:54
    อย่าบุลลี่น้อนนน ฉี่รดที่นอนเป็นเรื่องตกกะปิของเด็ก 555555
    #37
    0
  3. #35 feelthesame. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 15:43
    น้องเอ๊ย ซนมาก5555555
    #35
    0