หวงตี้เมื่อใดเจ้าจะเลิกสั่งงดขนมของมารดาเล่า!(จบ)

ตอนที่ 10 : ภาค 1 ตอนที่ 3 (3/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 522 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

 

 

เพราะตัวเล็ก ช่วงของการก้าวเดินก็ยิ่งสั้น เหล่าหวงจื่อจึงตามเด็กน้อยได้ทันอย่างไม่ยากเย็น ชายหนุ่มทั้งห้าพากันยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้หนา ข้างหลังก็คือเหล่าขันทีรับใช้ที่ต่างก็ทำหน้าตากระอักกระอ่วนเหมือนกลืนยาขม เจ้านายตอนนี้ทำตัวราวกับโจรก็ไม่ปาน

ไม่ไกลเท่าไหร่นักก็เป็นหลี่เต๋อเฟยผู้ที่มีใบไม้ติดไปทั่ว ร่างเล็กๆ คุดคู้หลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ดวงตาจดจ้องไปยังศาลาริมทะเลสาบที่เป็นสีขาวล้วนกระจ่างตา คงทำจากหยกตามชื่อ ดูแล้วถ้าได้เข้าไปนอนกลิ้งไปมาในนั้นคงนอนหลับสบายน่าดู แล้วยังทะเลสาบที่น้ำเขียวดั่งหยกอีก

หลี่ชิวหลานไม่ทราบว่าพื้นที่ของวังหลวงใหญ่และกว้างมากแค่ไหน แต่การที่สามารถมีทะเลสาบที่ที่กว้างพอจะให้เรือพายห้าลำลอยขนานไปด้วยกันได้นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ต้นทางปลายทางของทะเลสาบก็ไม่ทราบอยู่ที่ใด

มือน้อยคว้าก้อนหินแล้วขว้างลงไปบนผิวน้ำ สีเขียวใสของมันทำเอาหลี่ชิวหลานหรี่ตาอย่างชอบใจ

โลกใบนี้ประหลาดจริงๆ

เสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีจริตของเหล่าสตรีงดงามหลายสิบนางในศาลาหยกขาวทำเอาเด็กน้อยรู้สึกระคายหู นิ้วก้อยเล็กๆ จึงยกขึ้นมาแคะหูแก้อาการระคายอย่างไม่พอใจ แต่ละนางในศาลาหยกขาวนั้นงดงามแตกต่างกันหลายแบบ ทั้งอวบอัด ทั้งอ่อนโยน ทั้งเย้ายวน ทั้งตราตรึง มองดูแล้วเป็นหวงตี้นี่ก็คงจะดีไม่น้อย แต่ไม่ดีก็น่าจะเยอะเช่นกัน เด็กน้อยอดคิดถึงเรื่องทะลึ่งทะเล้นไม่ได้ 

เป็นหวงตี้ก็คงราวกับเป็นพ่อพันธุ์ชั้นดีที่ทั้งปีคงแทบไม่มีวันพักเนื่องจากต้องทยอยไปตามตำหนักต่างๆ เพื่อมอบความรักให้เหล่าสนมให้ทั่วถึง 

หลี่ชิวหลานหัวเราะอย่างอดไม่ได้ 

เด็กน้อยสองแก้มแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำหยาดน้ำดูกระจ่างใส ภาพนี้ทำเอาหัวใจที่แข็งกระด้างดั่งหินของโจวหลิงหมินอ่อนยวบเหมือนเทียนโดนไฟลน ดวงตาเข้มขึ้นจนโจวหลิงเหวินต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ตัวตนของหลี่เต๋อเฟยนั้นมีความพิเศษเหลือจะกล่าว แค่นางเป็นสตรีที่เทพมังกรกำชับให้นำเข้าวังหลังก็น่าสนใจมากพอแล้ว

ไหนจะภายภาคหน้านางจะเป็นกำลังสำคัญให้กับหวงตี้อีก

รู้กันดีว่าเทพมังกรทำนายเอาไว้ว่าพระบิดาจะสิ้นในอีกห้าปีที่จะถึงนี้ ถึงส่วนมากแล้วผู้ที่รู้เรื่องจะเป็นเหล่าขุนนางขั้นสูง เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ที่ใกล้ชิดและสนมนางในขั้นสูงก็ตาม แต่คิดว่าไม่นานหรอกที่ทุกผู้คนทั้งแคว้นโจวคงจะได้รับรู้ และเมื่อสิ้นพระบิดา คนที่นางจะต้องช่วยเหลือค้ำจุนก็คือเอ้อเกอ[23] ของเขาไม่มีทางเป็นผู้อื่น ซึ่งเขาไม่มีวันยอมแน่ๆ 

โจวหลิงหมินเหลือบมองน้องชายที่ส่งสายตาอาฆาตไปยังพี่น้องคนอื่น เขาทันได้สบสายตากับพี่ใหญ่โจวหลิงหลานที่มองน้องชายทุกคนอย่างทรมานใจ ศึกชิงบัลลังก์กำลังจะเริ่ม ตัวเขานั้นเมื่อวันที่น้องรองรับตำแหน่งหวงไท่จื่อก็ได้ประกาศต่อผู้อื่นไปแล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่งรวมถึงไม่คิดจะรับตำแหน่งอื่นใด เขาจะจากไปหากพระบิดาสิ้นแล้ว

ไปจากวังหลวง ไปจากแคว้นโจว ออกท่องเที่ยวไปทุกหนแห่ง

รอยยิ้มเศร้าโศกที่ได้เห็นทำให้โจวหลิงหมินยิ้มเย็น

หึ…คนขี้ขลาด

ทุกสายตายังคงจับจ้องไปที่เด็กน้อยผู้ที่กำลังรุกคืบเข้าไปใกล้ศาลาหยกขาวเข้าไปทุกที ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเด็กน้อยจะทำสิ่งใด แต่โจวหลิงหมินกลับเลิกคิ้วสูง ดวงตาวาววับราวกับมองเห็นของเล่นชิ้นหนึ่งที่แสนถูกใจ ไม่นานทุกผู้คนก็ได้คำตอบ นางกำนัลข้างริมตลิ่งถูกมือน้อยๆ ผลักเบาๆ ร่างที่ยืนหมิ่นเหม่อยู่ข้างทะเลสาบก็ร่วงลงไปจนน้ำสาดกระจาย

“กรี๊ด! มีคนตกน้ำ ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ช่วยด้วย!” เสียงกรีดร้องของนางกำนัลทำให้เหล่านางสนมในศาลาหยกขาวหันไปสนใจ หลายสายตาจดจ้องไปตรงความวุ่นวาย ไม่ทันได้อ้าปากถามไถ่ก็พลันเห็นร่างเล็กๆ พุ่งเข้ามาในศาลาหยกขาวอย่างรวดเร็ว 

ฉางกุ้ยเฟย เยว่ผิน[24] และฉางผินอยู่ใกล้ร่างเล็กๆ นั้นพอดีจึงกลายเป็นเป้าหมายของเด็กน้อย มือเล็กเอื้อมผลักหญิงงามสามนางจนคนงามหงายหลังตกลงไปในทะเลสาบหยกขาว

คราวนี้ผู้คนทั้งในและนอกศาลาหยกขาวเกิดความอลหม่านเสียยิ่งกว่าคราวที่นางกำนัลเล็กๆ ผู้หนึ่งตกน้ำไป เนื่องเพราะผู้ที่ตกน้ำคราวนี้เป็นถึงพระสนมของหวงตี้ แถมยังตกลงไปตั้งสามนาง

“พระมารดา!” โจวหลิงอันหุบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารีบเข้าไปในศาลาหยกขาวด้วยสีหน้าบึ้งตึง ไม่รอให้คนไปตามองครักษ์มาช่วยเหลือพระมารดาที่ยังคงดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำก็กระโดดลงไปช่วยเองท่ามกลางเสียงร้องตกใจของผู้คน

หลี่ชิวหลานมองความวุ่นวายนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขบขัน ก้มหน้าลงมองน้ำในทะเลสาบก็พอจะรู้ว่าน้ำตื้นน่าดู คงเพราะตอนขุดสร้างคนที่วางแผนจัดการน่าจะไม่อยากให้มีคนจมน้ำตายแถวนี้เลยไม่ได้ทำให้ลึกมากนัก มากสุดก็ช่วงต้นขาผู้ใหญ่แค่ยืนก็ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่เหมือนคนเหล่านี้จะไม่มีสติสักนิด เอาแต่ร้องโวยวายราวกับทำอะไรไม่ถูกไปเสียเกือบทุกผู้คน

เด็กน้อยแสยะยิ้ม ถึงจะไม่เคยพบหน้าเหล่าสนมแต่ใช่ว่าจะไม่รู้รูปลักษณ์ หลายวันที่ผ่านมานี้นอกจากกินนอนและเรียนกับมามาสูงวัย หลี่ชิวหลานเองก็ได้รับจดหมายจากบิดาที่ลอบให้คนส่งมาให้เช่นกัน ในจดหมายนั้นนอกจากถามสารทุกข์สุกดิบว่าเป็นอย่างไร ยังมีเรื่องความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างขุนนางทั้งน้อยใหญ่ ภูมิหลังของเหล่าสนมนางใน นิสัยใจคอ และบรรยายรูปลักษณ์มาให้ได้รู้เมื่ออ่านเช่นกัน หลี่ชิวหลานตอนนี้ยังอ่านไม่ออกสักตัวอักษรก็ได้แม่นมอี๋ช่วยอ่านให้ด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง

รูปร่างอวบอิ่ม ใบหน้ารูปหัวใจ ดวงตาหวานซึ้ง ผิวขาว ริมฝีปากหนาอวบ 

หลี่ชิวหลานจำได้ขึ้นใจจากจินตนาการ เมื่อมองเข้าไปในศาลาหยกขาวก็ทราบทันทีว่าผู้ใดคือฉางกุ้ยเฟย เด็กน้อยพลันนึกแผนการหนึ่งได้ก็ไม่รอช้า รีบเข้าไปประกาศศักดาอย่างว่องไว บิดาเตือนให้นางระวังสนมสามนาง ฉางกุ้ยเฟย ฝูเสียนเฟยและเยว่ผิน ดวงตากลมโตส่ายส่องไปทั่ว ไม่นานก็พบผู้ที่ตนเองตามหา 

บิดาไม่ไว้วางใจสนมสามนางนี้เนื่องเพราะเป็นคนมองคนเป็น โดยเฉพาะฉางกุ้ยเฟยที่มีหวงจื่อและฉางเฉิงเซี่ยง[25] เป็นฐานอำนาจ ศึกชิงบัลลังก์อย่างไรพระนางก็ต้องเข้าร่วม ทางฝูเสียนผินนั้นแม้ยามนี้จะลงเรือลำเดียวกันแล้วแต่เพราะสุขุมนุ่มลึกเกินไปจนน่ากังวล บิดาของนางจึงไม่อยากให้นางเข้าไปข้องเกี่ยวด้วยมากจนเกินไป สุดท้ายคือเยว่ผิน

หลี่ชิวหลานมองหญิงงามที่ราวกับจะดึงดูดให้ผู้คนอยากปกป้อง จากสัญชาตญาณและประสบการณ์ในการดูละครมาหลายปี สตรีที่ทำตัวราวกับดอกบัวขาว[26] ท่ามกลางเหล่าสตรีอสรพิษทั้งหลายไม่มีทางธรรมดาแน่ๆ สตรีผู้นี้หลี่ชิวหลานเพียงแค่พบหน้าไม่นานก็จัดเป็นบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอันดับหนึ่ง

การกระทำของนางเหมือนจะสิ้นคิดก็จริงที่บุ่มบ่ามสร้างเรื่องใหญ่ แต่มันผ่านการคิดอย่างลึกซึ้งและได้ปรึกษาบิดาแล้ว หลี่ชิวหลานไม่อยากถูกผู้อื่นเฝ้ามองจากมุมมืดอย่างเดียว นางต้องการทำให้ตนเองกลายเป็นผู้ล่าบ้าง จับจ้องทุกผู้คนที่กำลังวางแผนร้ายอย่างไม่คิดหลบเลี่ยง ประกาศให้รู้กันไปว่าถ้าอยากแหยมให้ก้าวเท้าเข้ามา จะได้จัดการเสียให้รู้กันไป

นางเองจนถึงทุกวันนี้ไม่เคยพอใจที่ถูกลากมาในโลกนี้แม้แต่น้อย ยิ่งถูกลากเข้ามาในวังวนของอำนาจยิ่งแล้วใหญ่ หนีก็ไม่ได้ ตายก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจพุ่งชนเสียเลย รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากเล็ก เด็กน้อยมองไปทั่วอีกครั้งก่อนจะสะดุ้งเมื่อถูกร่างสูงผอมของบุรุษที่ตนเองหมายหัวว่าจะแก้แค้นเอาคืนเมื่อครั้งที่ถูกสกัดจุดแล้วพาตัวเข้าวัง

“ก่อเรื่องใหญ่เสียแล้ว หลี่เต๋อเฟย” โจวหลิงหมินดุเด็กน้อยในอ้อมแขน ดวงตามีแววตำหนิเด็กน้อยที่บังอาจกระทำเรื่องใหญ่โตไม่สนใจใคร แต่หากมองให้ดีเขาก็พอใจไม่น้อยที่นางสร้างเรื่องขึ้นมา เด็กนี่กล้าหาญกว่าที่เขาคิดจริงๆ

“โจรลักพาตัว!” บุรุษหนุ่มได้ยินคำเรียกขานตัวเองก็มุมปากกระตุกอย่างมีสาเหตุ แน่นอนว่าเพราะเด็กน้อยที่กำลังถลึงตาใส่ตนเองเนี่ยแหละ

น่าจับตีก้นยิ่งนัก!

 

 

[23] เอ้อเกอ หมายถึงพี่ชายคนที่สอง

[24] ผิน หมายถึง ตำแหน่งพระสนมเอก

[25] เฉิงเซี่ยง หมายถึง ตำแหน่งอัครเสนาบดี เป็นตำแหน่งที่สำคัญในการบริหารราชการภายในแคว้น ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องอะไรก็ตาม ถ้ามีการร่างคำร้องมาก็จะเป็นหนึ่งในผู้ออกความเห็นละชี้ขาดว่าควรจัดการอย่างไร และยังเป็นผู้ที่บริหารดูแลหกกรมที่สำคัญมากอีกด้วย (ในเรื่องนี้ตำแหน่งขุนนางขั้นหนึ่งมีแค่สามตำแหน่งเท่านั้นที่คานอำนาจกัน มี ไท่ฟู่ ต้าเจียงจวิน และ เฉิงเซี่ยง)

[26] ดอกบัวขาว หมายถึง ผู้หญิงที่ภายนอกดูบริสุทธิ์อ่อนโยน แต่ที่จริงกลับเต็มไปด้วยความร้ายกาจ

 

 

ต้องการสอบถาม สั่งซื้อ ทวงนิยาย แวะไปพูดคุยได้ที่เพจห้องแห่งความฟินได้เลยค่ะ

PDF ราคา 150 บาท (เปิดขายแล้ว)

MEB ราคา 229 บาท (เริ่มเปิดขาย 15 ตุลาคม ช้ากว่า PDF เล็กน้อยเพราะต้องปรับปรุงใหม่อีกครั้งให้สมบูรณ์มากขึ้น แต่จะไม่เปลี่ยนเนื้อเรื่อง)

สะดวกทางไหนก็ไปสนับสนุนกันได้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 522 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #39 wadeenarak (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 18:32
    พระมารดา ไทยจ๋าเลยนะคะ ทำไมไม่เรียกเสด็จแม่
    #39
    0
  2. #36 อี้เซี่ยวซาหุน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 15:47
    ร้ายกาจ!!
    #36
    0