[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 92 : หากไร้ซึ่งผู้ปกครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    19 ก.ย. 63

     CHAPTER [92] หากไร้ซึ่งผู้ปกครอง


     ฉึก


     ไลเคนร่างใหญ่ค่อยๆ แหงนหลังล้มลงดังตึงหลังจากที่น็อคซ์เสียบทะลุเข้าไปยังใจกลางของขั้วหัวใจ เฟเลสสะบัดดาบไล่เลือดครั้งหนึ่งก่อนที่จะเก็บมันกลับลงไปในไอเทมบ็อกซ์พร้อมกับร่างของไลเคน


     ฉันยังคงจำรสชาติเนื้ออันกลมกล่อมได้เป็นอย่างดี


     “แค่ครั้งเดียว...”


     เบลลัสมองมาที่ฉันด้วยความประทับใจ เธอรู้ดีว่าร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้านั้นมีความแข็งแกร่งถึงขนาดไหน แต่เธอเองก็ไม่นึกเลยว่าเด็กสาวจะสามารถโค่นไลเคน มอนสเตอร์ระดับสูงได้ในการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว


     นับวันเฟเลสยิ่งห่างไกลจากสามัญสำนึกของโลกใบนี้เข้าไปทุกที


     “เป็นเพราะเนตรเทพปีศาจดวงนี้น่ะค่ะ”


     เฟเลสพูดพลางปลดเวทเสริมพลังออกอย่างช้าๆ ดวงตาประกายสีม่วงอเมทิสต์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นดวงตาสีดำสนิทเฉกเช่นปกติ


     ใช่แล้ว หลังจากที่ได้ฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับของเนตรเทพปีศาจกับหุ่นจำลองของคุณจอมมาร การต่อสู้หรือการมองเห็นในทุกๆ อย่างนั้นก็ง่ายขึ้นจนแม้แต่ตัวฉันเองก็ยังประหลาดใจทุกครั้งที่ใช้


     ปกติแล้วสายตาของคนเราสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวในระยะประชิดได้ ‘ดี’ ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ร่างกายไม่สามารถตอบสนองได้ทันตามการสั่งการของสมองก็เท่านั้นเอง


     ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สามารถแก้ไขได้นั่นก็คือการฝึกฝน ถ้าจะให้ยกตัวอย่างของคนทางโลกฝั่ง ‘สว่าง’ แบบง่ายๆ ก็คงจะเป็นพวกนักกีฬาทั้งหลายทั้งแหล่


     ก็นะ ฉันก็ได้ผ่านจุดนั้นมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่ยังเป็นเพียงแค่นักสืบหาข้อมูล แต่เพราะมีการบู๊อยู่บ่อยๆ ก็เลยได้เลื่อนขั้นมาเป็นนักลอบสังหารแทน แต่ตอนลงมือจริงๆ มันก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไรหรอก สิ่งที่ต้องโฟกัสก็ยังคงเป็นความสำเร็จในภารกิจนั้นๆ อยู่ดี


     ซึ่ง


     เวทเสริมพลังนั้นก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เข้ามาช่วยกลบข้อด้อยเกี่ยวกับการตอบสนองของร่างกายได้ไม่มากก็น้อย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าสิ่งที่พุ่งเข้ามานั้นเร็วเกินไปก็คงจะรับมือไม่ทันอยู่ดี


     อย่าลืมไปว่าไม่ใช่ตนเองเพียงคนเดียวสักหน่อยที่สามารถใช้เวทเสริมพลังได้ และต่อให้เป็นมอนสเตอร์ที่ไม่สามารถใช้เวทเสริมพลังได้ พวกมันก็จะได้รับความสามารถอย่างอื่นมาทดแทน อย่างพวกความเร็ว พละกำลัง หรือความทนทาน


     หรือแม้กระทั่งเวทมนตร์


     จะเรียกว่าเป็นการปรับสมดุลของธรรมชาติก็ได้...หรือในอีกแง่หนึ่งก็คงจะเป็นการพัฒนาในระดับพันธุกรรมเพื่อการอยู่รอดนั่นล่ะ


     ส่วนในกรณีของเนตรเทพปีศาจในขณะนี้...การมองเห็นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่แปรผันไปตามการไหลเวียนของมานา...ถ้าหากมีคนแย้งว่ามองเห็นอนาคตได้ฉันก็ไม่คัดค้าน


     มองเห็น ตอบสนองทัน มีความแม่นยำในระดับสูงที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีความสามารถหลักๆ ที่ถูกยกระดับขึ้นจากการใช้เวทเสริมพลัง


     ทั้งหมดทั้งมวลรวมกัน ก็คงไม่แปลกที่จะรับมือมอนสเตอร์สมองกล้ามเนื้ออย่างไลเคนได้อย่างง่ายดาย


     อีกอย่าง การเป็นนักลอบสังหารที่เก่งกาจ ถ้าไม่ลงมือตรงจุดตายแล้วจะให้ไปลงมือตรงจุดไหนล่ะ ?


     “แต่เบลเองก็สุดยอดไม่ต่างกันเลยนะคะ”


     หลบฝ่ามือยักษ์อันรวดเร็วของไลเคนได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังหลอกล่อเพื่อหาช่องว่างให้ฉันอีกต่างหาก


     ถ้าฉันไม่มีความสามารถของเนตรเทพปีศาจ และถ้าหากต้องสู้กับเบลขึ้นมาจริงๆ...ฉันก็คงชนะได้อย่างฉิวเฉียด...ล่ะมั้ง


     ไม่ค่อยมั่นใจเลยแฮะ


     ถ้าไม่นับเรื่องมานา...ที่มั่นใจคือฉันชนะในเรื่องของพละกำลังและความเร็วอย่างแน่นอน ซึ่งในด้านพละกำลังนั้นน่าจะมาจากกรรมพันธุ์ของสายเลือดแท้เผ่าปีศาจ ส่วนความเร็วนี่ไม่ค่อยแปลกใจสักเท่าไรเพราะเป็นสิ่งที่ฝึกฝนและทำได้ดีมาตลอด


     ไม่ว่าจะเป็นความเร็วทางร่างกาย การเคลื่อนไหว ไหวพริบ หรือแม้แต่ความเร็วในการตอบสนอง


     ส่วนหนึ่ง...ไม่ใช่สิ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะไม่ชอบความเจ็บปวดนั่นล่ะ


     ส่วนทางเบล...จะว่ายังไงดีล่ะ แค่เวทรักษาก็เกือบกินขาดแล้ว อีกทั้งยังมีทักษะดาบระดับสูงนั่นอีก


     แล้วก็ในกรณีที่แย่ที่สุด...


 

     เนตรเทวธิดา


 

     อืม...ดีนะที่รู้ความจริงเสียก่อนที่จะลงมือ ไม่อย่างนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันก็มิอาจคาดเดาได้



 

     ขอบคุณตัวฉันจริงๆ ที่ยังคงเก็บไว้ซึ่งความไม่ประมาท


     เบลลัสเพียงแค่ยิ้มบางๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกลับมา พวกเราเดินมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ สู่จุดหมายปลายทางเดิมนั่นก็คือหน้าประตูทางเข้าหลัก


     ถ้าจะกลับไปทางใต้ดิน...ก็ไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสักเท่าไร เพราะบางทีพวกมันอาจจะรู้กันแล้วและอาจส่งคนมาตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา


     อีกทั้งถ้าหากจะกำจัดพวกศาสนจักรให้หมดสิ้นไปทั้งหมด การต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อยู่แล้ว


     “สรุปคือ ไม่มีอะไรนอกจากการ ‘ทำความเสียหาย’ ให้กับทางศาสนจักรให้ได้มากที่สุดแล้วเหรอคะ ?”


     คำว่า ‘ถล่ม’ ในความหมายของเบลกับในความหมายของฉันมันอาจจะใกล้เคียงกัน แต่ทว่าฉันยังไม่ทราบถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเธอเลยแม้แต่น้อย


     ศาสนจักรนั้นเป็นองค์กรที่เน่าเฟะไปถึงราก นั่นเป็นสิ่งที่พวกเรารู้กันเป็นอย่างดี แต่การจะถอนรากถอนโคนพวกมันให้หมดไปจากโลกใบนี้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้


     พวกเรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทางศาสนจักรจะมีใครคนอื่นคอยหนุนหลังอยู่หรือเปล่า หรือแม้กระทั่งทางอาณาจักรสัตว์ป่าเองฉันก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าพวกมันจะมากันไม้ไหน


     ความขัดแย้งระหว่างสองอาณาจักรก็เป็นเรื่องที่ใหญ่โตพอสมควร


     “เฟเลสคิดว่าความเสื่อมโทรมในดินแดนศาสนจักรเกิดจากอะไรล่ะ ?”


     หญิงสาวหยุดยืนนิ่งพลางกล่าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งเป็นสีหน้าที่ฉันเดาทางไม่ค่อยถูกสักเท่าไร


     “ชนชั้นปกครอง...หรือเปล่าคะ ?”


     จากสีหน้ายิ้มแย้มอันสดใส จู่ๆ กลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีหน้าอันเฉยชาในเสี้ยววินาที


     “เพราะอย่างนั้นแล้วเลยต้อง ‘ฆ่า’ พวกมันให้หมดยังไงล่ะ”


     เห...


     อย่างนี้นี่เอง


     เด็กสาวแสยะยิ้มเล็กน้อยหลังจากที่ได้ฟังคำตอบที่ไม่สมกับเป็นสิ่งที่ควรจะออกมาจากปากของเบลลัส ผู้ซึ่งเป็นถึงเจ้าหญิงลำดับที่สองแห่งอาณาจักรแกรนดิส เพราะอย่างไรเสีย ตอนนี้ทางอาณาจักรแกรนดิสและทางศาสนจักรเองก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเป็นพิเศษ


     จะมีก็แค่รูโบ๋เล็กน้อยหลังจากที่อาณาจักรแกรนดิสทำพันธะสัญญาเป็นพันธมิตรกับอาณาจักรปีศาจก็เท่านั้นเอง


     เฮะเฮะ


     แต่ช่างเป็นคำพูดที่แฝงไปด้วยความรุนแรงอย่างเปี่ยมล้นเสียจริง ซึ่งสำหรับฉันแล้วฉันชอบการพูดตรงๆ แบบนี้มากกว่าการพูดอ้อมค้อมเพราะมัวแต่เกรงใจหรือกลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดอะไรแย่ๆ เสียอีก


     นับจากที่สู้กับปาร์ตี้ผู้กล้า...รู้สึกว่าเบลลัสจะเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันราวกับว่ากำลังเปิดเผยความเป็นตัวเองมากขึ้น ? หรือตอนนี้อาจจะเป็นเพียงแค่อารมณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสมบูรณ์ก็ไม่มีใครทราบได้


     อย่างไรเสียฉันก็รับรู้เพียงแค่ว่าเธอไม่ได้พูดโกหก และดูเหมือนว่าจะเป็นความตั้งใจจริงที่จะลบล้างศาสนจักรให้หมดสิ้นไปจากโลกใบนี้


     เป็นจิตสังหารมากล้นเสียยิ่งกว่าครั้งแรกที่เบลยื่นข้อเสนอให้ฉันเสียอีก


     แต่สาเหตุคืออะไรกันนะ ?


     เป็นเพราะความล้มเหลวในการปกครองของทางศาสนจักร ? เป็นเพราะทนเห็นไม่ได้กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านใน ? หรือเป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเบลกับศาสนจักรเมื่อสมัยที่ฉันยังไม่ได้กลับมายังโลกใบนี้ ?


     หรืออาจเป็นเพราะทุกอย่างรวมกัน


     ฉันเองก็ไม่อาจรู้ได้จนกว่าเบลจะพูดออกมานั่นล่ะ ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่การคาดเดา


     แต่อย่างไรก็ตาม


     “ถ้าหากพวกศาสนจักรถูกล้างบางจนหายไปหมดแล้ว...ใครจะเป็นผู้ปกครองดินแดนนั้นต่อไปล่ะคะ ?”


     เท่าที่ฉันเห็นมา ส่วนใหญ่ทุกอาณาจักรมักจะปกครองด้วยระบอบฟิวดัล (เจ้าขุนมูลนาย) หรือด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อย่างอาณาจักรปีศาจในตอนนี้เองก็อยู่ระหว่างกึ่งกลางของสองระบอบนั้น เพราะดูเหมือนว่าอำนาจของพวกขุนนางที่ปกครองดินแดนรอบข้างจะลดลงมากพอสมควร


     ไม่สิ เรียกได้ว่าแทบจะหายไปหมดแล้วเพราะฝีมือของเด็กซ์เตอร์และพี่เกรเทียที่ช่วยวางกลยุทธ์ พวกขุนนางเลวต่างๆ ที่เป็นฝั่งปฏิปักษ์กับทางสถาบันกษัตริย์ก็ถูก ‘ลบหาย’ ไปเกือบทั้งหมด ดังนั้นหากจะบอกว่าอำนาจทุกอย่างกลับมาอยู่ที่ปราสาทหลักมันก็คงจะพูดได้เต็มปาก


     อืม ถ้าถามฉันว่าดีใจไหมก็...ไม่อ่ะ ก็ไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลย เพราะอย่างไรฉันก็มีแค่ตำแหน่งเป็นกษัตริย์เท่านั้นเอง ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองอะไรขนาดนั้น อีกทั้งถ้าทางเด็กซ์เตอร์และคนอื่นๆ สามารถช่วยปกครองกันอย่างชาญฉลาดฉันก็ไม่มีปัญหา การที่จะพัฒนาหรือตกแต่งต่อเติมอะไรต่อมิอะไร ผู้ที่ควบคุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จย่อมทำงานได้รวดเร็วมากกว่า และทางฝั่งประชาชนในอาณาจักรก็ดูอยู่กันอย่างสงบสุขสันติดี ไม่มีใครมีปัญหา หรืออาจมีแค่ส่วนน้อยที่เป็นเพียงแค่เรื่องงี่เง่า ที่จะมีบาดเจ็บล้มตายกันจริงๆ ก็ตอนที่ลงดันเจี้ยนเนี่ยล่ะ


     อย่างไรเสียนี่ก็เป็นโลกที่ปกครองด้วยผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว


     นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง


     ถ้าหากศาสนจักรถูกลบหายไปจริงๆ คนที่อยู่ในอาณาจักรนั้นๆ จะต้องทำอย่างไรต่อ ?


     ปกครองกันเอง ?


     หรืออาจจะเกิดประชาธิปไตยในโลกนี้เป็นครั้งแรกกันนะ ?


     ฟุ่บ


     เฮะ ?


     เบลลัสชี้นิ้วมายังเฟเลสด้วยสีหน้านิ่งๆ จนเด็กสาวถึงกับต้องยกนิ้วและชี้มาที่ตัวเองซ้ำอีกครั้งหนึ่ง


     “สิ่งที่เคยเป็นของจักรวรรดิเดียโบลัสมาก่อนก็ต้องเอากลับคืนทั้งหมดสิ ผู้ที่จะมาปกครองจะเป็นใครอื่นกันล่ะ”


     เอ๊ะ...


     เฮะ !?


     เดี๋ยวก่อนนะคะ !


     ก็จริงอยู่ที่พื้นที่ของศาสนจักรเคยเป็นของจักรวรรดิเดียโบลัสมาก่อน แต่เรื่องมันก็ผ่านมาหลายร้อยปีแล้วนะคะ แถมระยะห่างระหว่างสองดินแดนยังไกลเสียขนาดนั้น


     แล้วถ้าจะบอกว่า ‘สิ่งที่เคยเป็นของจักรวรรดิเดียโบลัสมาก่อน’ นั่นคงไม่รวมถึงอาณาจักรอื่นๆ รอบข้างด้วยใช่ไหมคะนั่น...


     สาเหตุที่อาณาจักรปีศาจเคยถูกเรียกว่า ‘จักรวรรดิ’ มาก่อน นั่นก็เป็นเพราะทุกอาณาจักรในโลกใบนี้เคยถูกปกครองด้วยจักรวรรดิเดียโบลัสน่ะสิ แต่หลังจากที่สายเลือดแท้ถูกฆ่าล้างโครตไปทั้งหมดก็เลยทำให้อำนาจในการควบคุมไม่เพียงพอ ทางจักรวรรดิเดียโบลัสก็เลยถอนตัวออกมาและให้เอกราชแก่อาณาจักรนั้นๆ เพื่อทำการปกครองในส่วนของตนเองไปแทน


     “เอ่อ ให้พวกเขาอยู่กันเองเหมือนเดิม...จะไม่ดีกว่าเหรอคะ ?”


     แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่คำถามที่ฉันอยากรู้คำตอบจากเบลลัสก็เท่านั้น


     “เฟเลสคิดว่าเหล่าคนที่ไร้ซึ่งพลังจะสามารถอยู่รอดได้ไหมล่ะ ?”


     “นั่นสินะคะ...”


     ก็คงจะเป็นตามที่ฉันคิดสินะ หากจะบอกว่าอยู่ได้มันก็อยู่ได้นั่นล่ะ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นเพียงแค่เผ่ามนุษย์ธรรมดา แค่มีป่ามอร์สที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับสูงอยู่ข้างๆ แล้วก็ยากที่จะปกป้องตัวเองแล้ว อีกทั้งยังมีเรื่องการเจรจาระหว่างอาณาจักรที่อาจถูกกดดัน ถูกข่มขู่ หรือเรื่องยิบย่อยต่างๆ นาๆ


     เฮ้อ


     อาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ก็คงจะเป็นอาณาจักรปีศาจอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะถึงจะไม่มีสายเลือดแท้พวกเขาก็ยังคงแข็งกล้าและไร้พ่าย ข้อเสนอของเบลลัสเองก็เพียงแค่ต้องการทำลายศาสนจักรก็เท่านั้น


     สรุปแล้วมันคงจะเป็นดีลที่แลดู ‘แฟร์ๆ ‘ สินะ


     “เข้าใจแล้วค่ะ แต่แน่นอนว่าฉันคงจะตัดสินใจเรื่องนี้เองไม่ได้ เอาเป็นว่าค่อยตกลงกันหลังจากที่งานเสร็จสิ้นแล้วเถอะค่ะ”


     ถึงฉันจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็เถอะ


     เบลลัสพยักหน้าตกลงพลางยิ้มกริ่ม ดูเหมือนเธอก็จะรู้อยู่แล้วเช่นกันว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป


     หลังจากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าไปยังหอคอยแห่งศาสนจักรโดยเริ่มสวมผ้าคลุมล่องหนของคุณจอมมาร เมื่อเริ่มเข้าไปใกล้ตัวเมือง จนกระทั่งเดินทางมาถึงหน้าประตูทางเข้าหลักฝั่งทิศใต้


     ถ้าพิจารณาจากครั้งก่อนจะรู้ได้ว่าผ้าคลุมล่องหนนั้นเผาผลาญมานาอยู่พอสมควร ซึ่งสำหรับฉันแล้วมันก็ไม่ได้เป็นปัญหามากมายอะไรหรอก แต่กับเบลนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจรักษาปริมาณมานาภายในร่างกายไว้ให้ได้มากที่สุดเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


     ภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นแตกต่างจากไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วโดยสิ้นเชิง


     การป้องกันที่แน่นหนาจากจำนวนคนนับร้อย มีทั้งการเดินสวนสนามคอยตรวจสอบทุกคนที่เข้ามาใกล้


     ห่างออกไปประมาณหนึ่งร้อยเมตรใจกลางลานกว้างชั้นหนึ่งของหอคอยแห่งศาสนจักร ฉันและเบลต่างหันขวับไปทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังมาแต่ไกล


     มีคนอยู่จำนวนหนึ่งคละเพศคละวัย นั่งหมอบคลานอยู่ตรงกลางลาน รอบด้านห้อมล้อมไปด้วยเหล่านักบวชชุดสีเหลืองอ่อนที่กำลังถือไม้เท้าของนักเวทพร้อมยกขึ้นสูง


     ดูเหมือนว่าพวกเขาได้ทุบตีหญิงชราอยู่หลายทีจนหญิงชราคนนั้นลงไปนอนขดตัวด้วยความทรมาน ส่วนเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เริ่มร้องไห้จ้าเสียงดังด้วยความหวาดกลัว


     เบลลัสแขนกระตุกเล็กน้อย เธอยังคงเก็บสีหน้าไว้เป็นอย่างดี ไม่ผลีผลามวิ่งเข้าไปซึ่งนับว่าผิดพลาดจากที่ฉันคาดไว้ มือของเบลเริ่มสั่นระรัวจนฉันที่จับมือเธออยู่ถึงกับรู้สึกได้อย่างชัดเจน


     เฮ้อ คุณโอเปอเรเตอร์ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน แล้วแบบนี้จะคุยกับเบลยังไงล่ะคะเนี่ย


     ‘[คำตอบ] ได้ทำการเชื่อมต่อจิตเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะมาสเตอร์’


     เฮะ คุณโอเปอเรเตอร์ !? ถึงไม่รู้ว่าก่อนนี้หายไปไหนมา แต่เอาเป็นว่าขอบคุณค่ะ !


     ‘พวกเขาโดนลูกหลงจากพวกเราสินะคะ’


     ‘เฟเลส ?’


     เบลแลดูแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็มีเสียงของฉันดังขึ้นในหัว แต่หลังจากนั้นหญิงสาวก็พยักหน้าลงด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกต่างๆ นาๆ ที่ผสมปนเป


     ‘อืม เบลว่าพวกเราต้องรีบทำให้จบแล้วล่ะ’


     รีบทำให้จบ...สินะ


     ถ้าเช่นนั้น สิ่งที่พวกเราต้องทำก็จะมีเพียงแค่อย่างเดียว


     เด็กสาวแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย


     ‘อาละวาดสินะคะ’


     มือเล็กดึงน็อคซ์ออกมาจากไอเทมบ็อกซ์อย่างช้าๆ


     และหลังจากนั้นเพียงแค่เสี้ยววินาที


     ความโกลาหลก็ได้อุบัติขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #226 THE BlACK ANGEL (@bumzazatv) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 07:55
    ได้เวลาสนุกแล้วเส้ !!!!!! จัดให้มันกลายเป็นโจ๊กเลยยย
    #226
    0
  2. #225 MINE_SAN (@MINE_SAN) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:26
    ถล่มให้มันเป็นโก้โก้ครั้นช์ไปเลยค่าาา
    #225
    0
  3. #224 MINE_SAN (@MINE_SAN) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:07
    first!!
    #224
    0