[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 90 : สุดยอดไดอารี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

     CHAPTER [90] สุดยอดไดอารี่


     ‘วันที่ XXX แห่งปี XXXX


     ‘คลอดแล้ว’


     เอ๊ะ ?


     ไม่ว่าฉันจะลองไล่นิ้วมือหาตามกระดาษหน้าแรกอยู่กี่ครั้ง สิ่งที่มีอยู่ก็มีแค่เพียงประโยคเดียวประโยคหนึ่ง


     ไม่สิ ไม่ครบประโยคเสียด้วยซ้ำ


     แค่นี้เนี่ยนะคะ ?


     เด็กสาวเอียงคออย่างงุนงงก่อนที่จะพลิกกระดาษไปยังหน้าถัดไป


     ‘กรี๊ดดด ! หนึ่งปีผ่านพ้นไปแล้วอย่างนั้นเหรอเนี่ย ! วันนี้เองก็เป็นหนึ่งในวันที่ดีที่สุดอีกวันหนึ่ง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกของพวกเรานั้นจะเป็นถึงอัจฉริยะในรอบหลายพันปี ! แต่ แต่ ! นั่นใช่ประเด็นเสียที่ไหน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวแสนน่ารักเรียกฉันว่า ‘แม่’ ยังไงล่ะ ! ถึงเสียงจะยังไม่ค่อยชัดก็เลยออกเป็นเสียงแหมะๆ แทน แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เดนอิจฉาตาร้อนได้แล้วล่ะ !’


     ...


     พออ่านจบฉันก็รีบพลิกหน้ากระดาษไปยังแผ่นต่อไปด้วยมือที่กำลังสั่นเทิ้ม


     ดูจากวันที่แล้วก็จะเห็นได้ว่ามันเป็นไดอารี่ที่ไม่ได้ถูกจดบันทึกลงหนังสือเล่มนี้บ่อยนัก


     อย่างกับมีไว้ใช้บันทึกเพียงเรื่องสำคัญๆ


     ‘อ๊า...! เดินได้แล้ว เดินได้แล้ว ! กว่าจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเองได้ก็ปาไปตั้งเกือบสองขวบ ทำไมกันน้า...ร่างกายก็แข็งแรงดีแท้ๆ แต่สงสัยว่าจะได้ความขี้เกียจมาจากเดนแน่ๆ เลยล่ะ’


     เด็กสาวอ่านไปพลางเผยรอยยิ้มบางออกมาอย่างช่วยไม่ได้


     ‘สามปีบริบูรณ์ ! ตามธรรมเนียมของเผ่าปีศาจนั้นจะตั้งชื่อลูกเมื่อตอนอายุครบสามปีเต็ม แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะเจ้าลูกสาวตัวน้อย พวกเราคิดชื่อที่เหมาะสมกับลูกไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ !’


     แต่อย่างไรเสีย กระดาษหน้าที่สี่ก็ไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มเติมไว้ ฉะนั้นฉันจึงตัดสินใจพลิกไปยังหน้าถัดไปทันที


     ‘ดวงตาสีดำสนิทกลมโตเหมือนเดน เรือนผมสีดำยาวสลวย หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าชัง ชอบวิ่งเล่นไปมาเสียจนคุณเมดในปราสาทถึงกับเหนื่อยล้ากันระนาว ชอบจับสัตว์ตัวเล็กๆ แล้วปล่อยเหมือนกับกำลังประลองความเร็ว ชอบการนอนยิ่งกว่าผู้ใหญ่บางคน ชอบขู่ด้วยสายตาเวลาที่มีใครทำให้ไม่พอใจ ชอบมองตัวหนังสืออยู่เงียบๆ อย่างไม่มีเหตุผล ชอบแช่น้ำร้อนทั้งๆ ที่ตอนแรกกลัวน้ำจนตัวสั่น ชอบมาปลุกฉันกับเดนตอนเช้าอย่างสนุกสนานแล้วก็กลับไปนอนต่อโดยไม่สนใจคนที่โดนปลุกเลยสักนิด ชอบ...เดี๋ยวนะ ! จวนจะหมดหน้าแล้วเหรอเนี่ย ! รู้อย่างนี้เขียนให้ตัวเล็กกว่านี้ก็คงจะดี...แต่ถ้าจะให้สาธยายไปมากกว่านี้คงจะไม่ได้นอนกันพอดี...เอาล่ะ ! ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าไปเอานิสัยพวกนี้มาจากไหน อาจจะเป็นพวกคุณเมด หรืออาจจะเป็นบัตเลอร์ (ซึ่งก็ไม่น่าใช่) หรืออาจจะเป็นฉันกับเดน...แต่อย่างไรก็ตามฉันก็ตัดสินใจได้แล้วล่ะ !’


     แปะ


     “เอ๊ะ ?”


     เสียงหยดน้ำตกกระทบลงกับแผ่นกระดาษบางภายใต้ห้องอันเงียบสงัด


     ‘เฟเลส’


     ‘ชื่อเพราะดีใช่ไหมล่ะ’


     ราวกับฉันได้ยินเสียงของหญิงสาวอันนุ่มนวลดังสะท้อนนออกมาจากแผ่นกระดาษสีขาว


     ‘ในที่สุดราชวงศ์เทเนบริสก็มีสมาชิกครบพ่อแม่ลูกกันสักที ถึงจะมีชื่อ ‘เดน’ ที่ไม่เข้าพวกอยู่แต่ก็ช่างมันปะไร อย่างไรเสียสำหรับชื่อ ‘เลนิส’ และ ‘เฟเลส’ แล้วนั้นก็ถือว่าคล้ายๆ กันอยู่ใช่ไหมล่ะ เฟเลสเองก็แลดูชอบชื่อนี้เหมือนกัน พลางทำฉันกับเดนถึงกับเกือบร้องไห้ออกมาเลยเชียวล่ะ...อื้ม ! วันนี้ก็เป็นวันดีอีกวันหนึ่ง และฉันเองก็หวังว่าจะสามารถทำหน้าที่ของแม่ให้ได้ดีที่สุดตลอดไป’


     ลายมือ หรือแม้กระทั่งอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวหนังสือ มันทำให้ฉันค่อยๆ นึกขึ้นได้ว่าตัวเองนั้นลืมเรื่องสำคัญอะไรไป


     ใช่แล้ว สำคัญมากๆ เลยล่ะ


     ความทรงจำของเด็กสาวที่หายไปค่อยๆ ถูกรื้อฟื้นกลับมาอย่างช้าๆ ตามกาลเวลาที่ค่อยๆ ผ่านไป


     ทั้งฝ่ามืออันอ่อนโยนของท่านแม่ที่ชอบจับแก้มของฉันพลางดึงอย่างหมั่นเขี้ยว ทั้งฝ่ามือของท่านพ่อที่คอยลูบหัวของฉันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ความรู้สึกเหล่านั้นจะยังคงตราตรึงและไม่มีวันที่จะเลือนหายไปอีก


     “เฟเลส...”


     หญิงสาวเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ลูบหัวร่างเล็กอย่างแผ่วเบาราวกับต้องการปลอบโยน จากนั้นเธอก็สวมกอดเด็กสาวทันทีหลังจากที่ได้เห็นสีหน้าของเฟเลสที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน


     อุ่นดีจัง


     ทุกอย่างที่อยู่ด้านหน้าค่อยๆ จางลงจนแทบมองไม่เห็น ราวกับมีสายน้ำขนาดใหญ่พาดผ่านลงมาบดบังทัศนวิสัยเสียจนทุกอย่างเบลอไปหมด


     ภายในห้องนั้นเงียบสนิท เหลือแค่เพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเป็นครั้งเป็นคราวอยู่ไกลๆ


     ฮู่ว...


     พวกเรายืนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมาเหือดแห้งหายไป ฉันผละเบลลัสออกก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งหนึ่ง


     “ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ”


     เด็กสาวจ้องมองเบลลัสด้วยสายตาอันแน่นิ่ง สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนกลับไปเป็นอย่างปกติอย่างรวดเร็ว เบลลัสที่เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าลงมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก


     เป็นคนที่เข้าใจฉันเสียจนน่ากลัวเลยจริงๆ


     “คนที่เขียนไดอารี่เล่มนี้...”


     “ค่ะ ท่านแม่ของฉันเอง”


     เด็กสาวพูดพลางลูบปกหนังสืออย่างอ่อนโยนราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า


     ‘เดน เทเนบริส’ และ ‘เลนิส เทเนบริส’


     เป็นชื่อที่ฉันจำได้เป็นอย่างดี บัตเลอร์เองก็เคยกล่าวถึงพวกท่านอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังจากที่เขาเปลี่ยนไป


     พวกท่านเป็นผู้ให้กำเนิดที่แสนอ่อนโยนและตามใจฉันมากเลยทีเดียว ท่านพ่อนั้นมีเรือนผมสีดำสนิทและดวงตาสีดำสนิท เป็นสายเลือดแท้โดยสมบูรณ์ ต่างจากท่านแม่ที่มีเรือนผมสีดำและมีดวงตาสีทองอำพันประกาย


     ตอนแรกฉันคิดว่าท่านแม่จะเป็นลูกครึ่งเสียอีก แต่ถ้าเปรียบเทียบจากสีผมแล้วนั้น การที่จะเป็นคนของ ‘ฝั่งนี้’ ย่อมมีน้ำหนักมากกว่า


     แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ปกติแล้วสีของดวงตานั้นจะบ่งบอกถึงคุณลักษณะธาตุของมานาที่อยู่ภายในร่างกาย แต่สำหรับดวงตาสีทองสว่างแล้วนั้น ฉันเองก็ยังคงไม่ทราบว่ามันคือธาตุอะไรกันแน่


     คนที่รู้ถึงสาเหตุว่าทำไมชื่อของท่านแม่และท่านพ่อถึงมาอยู่ในโลกนี้ และคนที่ทราบถึงความจริงเบื้องหลังหลายๆ อย่างที่ฉันยังไม่รู้นั้นก็คงไม่ใช่ใครอื่น


     “ซิลเลีย ฝากเรียกคุณจอมมารให้หน่อยจะได้ไหมคะ ?”


     อื๋อ ?


     ก็ว่ามีอะไรแหม่งๆ ว่าแต่ซิลเลียใส่แว่นตาด้วยอย่างนั้นเหรอคะเนี่ย


     ดูดีใช้ได้...


     “รับทราบค่ะฝ่าบาท”


     ซิลเลียยังคงมึนงงไปกับบทสนทนาระหว่างฉันกับเบล แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยักหน้ารับทราบก่อนที่จะเดินไปหาคุณจอมมารตามที่ฉันขอ


     ผ่านไปไม่กี่วินาที จอมมารร่างสูงก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเด็กสาวด้วยรอยยิ้มกว้างที่แฝงไปด้วยเลศนัย


     “พอนึกอะไรออกบ้างแล้วหรือยังขอรับองค์หญิง ?”


     “แหม ก็ได้หลายเรื่องเลยล่ะค่ะ”


     เด็กสาวแสยะยิ้มกว้างออกมา ส่วนเบลลัสที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็กอดต้นแขนของฉันแน่นพลางมองระหว่างฉันกับคุณจอมมารราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อยู่


     ตอนนี้ฉันก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะ ว่าทำไมคุณจอมมารถึงเรียกฉันว่า ‘องค์หญิง’ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย


     ไม่นึกเลยว่าเรื่องมันจะลงล็อกกันพอดีขนาดนี้


     “ถ้าเช่นนั้นแล้วก็รบกวนคุณจอมมาร ‘เล่า’ ถึงสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องรู้ให้หน่อยนะคะ”


     “ตามบัญชาขอรับ องค์หญิงเฟเลส...ไม่สิ ตอนนี้คงต้องเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรปีศาจ เฟเลส เทเนบริสสินะขอรับ”


     “จะเรียกแบบไหนก็ตามใจเถอะค่ะ”


     สาเหตุที่ฉันต้องเจาะจงว่าต้องเป็นสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องรู้ก็เพราะหากฉันกล่าวออกไปว่า ‘ทุกอย่าง’ ดูจากนิสัยของคุณจอมมารแล้วก็คงจะไม่เล่าให้ฉันฟังอย่างแน่นอน


     อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียง ‘พันธมิตร’ กับสายเลือดแท้หรือจักรวรรดิเดียโบลัสในอดีตกาล


     พอตกลงกันได้จอมมารก็เริ่มเสกโต๊ะน้ำชาขึ้นมา โดยเขาปล่อยให้คนอื่นๆ หาข้อมูลภายในห้องต่อไป ดังนั้นแล้วคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะจึงมีเพียงแค่ฉัน เบล และคุณจอมมาร


     เบลลัสนั้นยังคงจับมือฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แต่เหมือนว่าเธอจะไม่สนใจความจริงเกี่ยวกับฉันเลยแม้แต่น้อย


     แปลกคน


     กลับกัน เบลลัสแลดูสนใจฉันตอนนี้เสียมากกว่า ซึ่งการที่เธอมาอยู่ข้างๆ ฉันในตอนนี้นั้น...


     “ก่อนอื่นเลย สิ่งที่ข้าจะเล่านั้นเป็นเรื่องราวเมื่อประมาณหกร้อยปีก่อนขอรับ”


     หงึก


     เด็กสาวพยักหน้า พอจอมมารเห็นว่าพร้อมแล้วก็เหลือบมองเบลลัสครั้งหนึ่งด้วยท่าทีที่เป็นกังวล แต่อย่างไรเสียฉันก็ไม่สนใจอยู่แล้วว่าจะมีคนรู้เพิ่มมาสักหนึ่งหรือสอง เพราะอย่างไรมันก็เป็นแค่เรื่องในอดีตอยู่ดี


     เวลาบนโต๊ะน้ำชาผ่านไปอย่างช้าๆ โดยที่สีหน้าของเด็กสาวไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว


     “สรุปแล้วตัวฉันนั้นเป็นถึงองค์หญิงแห่งเผ่าปีศาจเมื่อประมาณหกร้อยกว่าปีก่อนสินะคะ ในช่วงยุคสมัยที่เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในจักรวรรดิเดียโบลัส แต่ถูกส่งไปยังโลกอื่นด้วยเวทมนตร์โบราณระดับสูงสุดของคุณจอมมารที่มีความผิดพลาดทางวงเวท...”


     “ทีแรกข้ากะจะส่งองค์หญิงไปยังสถานที่ไกลๆ เพื่อหลบหนีจากเหล่าศาสนจักรเท่านั้นเองขอรับ ซึ่งเหตุผลที่ข้าถูกผนึกไปกว่าหกร้อยปีก็มาจากสาเหตุนี้เช่นกัน ตอนนั้นมานาในดันเจี้ยนได้ลดฮวบลงเป็นประวัติการณ์เลยล่ะขอรับ”


     เห...แสดงว่าคุณจอมมารไม่ได้ถูกฆ่าโดยผู้กล้าคนก่อนสินะ


     “แล้วทำไมฉันจึงกลับมาได้ล่ะคะ ?”


     จะบอกว่ามาทางวงเวทเทเลพอร์ต...? นั่นก็ไม่น่าใช่ เพราะที่นั่นฉันยังไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่ามานาหรือเวทมนตร์เลยด้วยซ้ำ


     ฉากสุดท้ายก่อนที่จะมายังโลกใบนี้ก็ควรจะเป็น...


     “[ความตาย] น่ะขอรับ”


     นั่นไง


     เฮะ ?


     ไม่จริงน่า ถ้าอย่างนั้นแล้วคนๆ นั้นก็...


     “แต่ตามจริงองค์หญิงควรจะอายุเกินหกร้อยปีไปแล้ว และเมื่อถูกส่งกลับมายังโลกใบนี้ก็ควรจะกลายเป็นปุ๋ยไปแล้วล่ะขอรับ”


     “ปะ ปุ๋ย...เอ่อ อย่าบอกนะคะว่าเป็นฝีมือของเทพปีศาจ ?”


     “คิดว่าไม่ใช่ขอรับ เทพปีศาจไม่ได้มีอำนาจที่จะควบคุมกาลเวลาได้ถึงขนาดนั้น ตัวตนที่เป็นไปได้ก็มีเพียงแค่...”


     “เทวทูตไวต้า เนวิตัสสินะคะ”


     จอมมารพยักหน้าลงพลางยิ้มแย้มไปกับข้อสันนิษฐานที่ถูกต้องของเด็กสาว


     ก็นะ ถ้าไม่นับที่คุณแกะเคยบอกไว้ว่ามีเทพเจ้าอยู่หลายตน แต่สำหรับตอนนี้ ตัวตนที่ฉันรู้จักก็มีเพียงแค่เทวทูตไวต้า เนวิตัสกับเทพปีศาจเท่านั้นล่ะ


     ส่วนคนๆ นั้น...อืม ไม่รู้สิ เรื่องมันก็ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว และบางทีเขาอาจจะตายไปแล้วอย่างที่คุณจอมมารว่ามาโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเทวทูต...


     ไม่รู้สิ


     แต่ฉันก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น


     เอาล่ะ


     เบลเองก็ไม่ได้ดูตื่นตระหนกตกใจ เธอยังคงนิ่งเฉย นั่งฟังอยู่เงียบๆ ไม่พูดจาอะไร


     แต่สรุปก็คือ ที่ฉันไม่กลายไปเป็นปุ๋ยหลังจากตายจากโลกนั้นก็เป็นเพราะท่านเทวทูตสินะคะ


     ไม่มีอะไรมาก


     ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ


     ...


     แหม ถึงตอนนั้นจะเตรียมตัวเตรียมใจตายไว้แล้วก็เถอะ แต่ยังไงเสียการมีชีวิตรอดอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องที่ดีกว่าแน่นอนอยู่แล้ว


     “องค์หญิงไม่โกรธแค้นศาสนจักรหรือขอรับ ?”


     จอมมารเท้าคางลงพลางเหล่ตามองถามด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์


     โกรธ ?


     แค้น ?


     ความรู้สึกไร้สาระพวกนั้น มันไม่เคยทำประโยชน์ให้ฉันเลยสักนิด


     ถึงอะดรีนาลีนจะพุ่งพล่านขนาดไหน สุดท้ายแล้วสมองก็จะเน่าก่อนเสียทุกที


     ซึ่งฉันเองก็เคยจำลองโดยใช้ทักษะ ‘เปลี่ยนแปลง’ อยู่หรอก ส่วนผลลัพธ์น่ะเหรอ...


     จะว่ายังไงดีล่ะ เหมือนคนบ้า ?


     เพราะงั้นแล้วสู้ตัดสินใจอย่างเยือกเย็นเฉกเช่นปกติย่อมดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย


     อีกอย่าง อารมณ์ความรู้สึกพวกนั้นของฉันน่ะ...


     “มันเป็นแค่เรื่องในอดีตนี่คะ ถึงฉันจะคิดถึงท่านพ่อและท่านแม่ขนาดไหนก็ตามแต่ สุดท้ายแล้วพวกเราก็ไม่มีวันที่จะได้เจอกันอีกครั้งอยู่ดี...”


     เบลลัสที่กอดแขนของฉันอยู่ถึงกับมีการกระตุกขึ้นเล็กน้อย


     อย่างไรเสียฉันก็จำคำสอนสุดท้ายของท่านแม่ได้ดีอย่างไม่มีผิดเพี้ยน


     ต่อให้ร่างกายของฉันจะหลั่งน้ำตาออกมามากมายขนาดไหน ต่อให้ร่างกายของฉันจะเจ็บปวดทุกทรมานมากมายขนาดไหน


     แต่สุดท้ายแล้วมันก็เท่านั้น


     ใช่ ความเข้มแข็งของฉันมันไม่ได้ถูกทำลายได้ง่ายๆ ขนาดนั้นเสียหน่อย


     “อย่างนี้นี่เอง องค์หญิงนี่ถอดแบบมาจากจักรพรรดินีเลนิสเปี๊ยบๆ เลยนะขอรับ”


     “เห...อย่างนั้นเหรอคะ”


     เด็กสาวยิ้มออกมาบางๆ พลางยกน้ำชาขึ้นจิบอึกหนึ่ง ส่วนเบลลัสที่อยู่ข้างๆ ก็กำลังมองฉันอย่างแน่นิ่งราวกับกำลังตรวจสอบทุกการกระทำของเด็กสาว


     หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย


     “ดูเหมือนทุกคนจะรวบรวมข้อมูลกันเสร็จแล้วล่ะ”


     “เอ๋...!? เสร็จแล้วเหรอคะ ?”


     นี่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเองนะเนี่ย


     “ผลจากอุปกรณ์เวทมนตร์น่ะขอรับ องค์หญิงอยากลองดูไหมขอรับ ?”


     “อุปกรณ์เวทมนตร์เหรอคะ ?”


     จอมมารพยักหน้าครั้งหนึ่งพลางยื่นแว่นตาทรงเหลี่ยม กรอบสีดำ กับหนังสือเล่มหนึ่งมาให้


     เป็นแว่นตาที่เหมือนกับซิลเลีย...ไม่สิ พอมองดูดีๆ แล้วก็ใส่กันแทบทุกคนเลยนี่นา เว้นแต่เบล ฉัน และคุณจอมมาร


     ฉันรับแว่นตามาพลางสวมใส่อย่างไม่คิดอะไรมาก


     แล้ว ?


     “ลองอ่านหนังสือเล่มนั้นดูขอรับ”


     เอ สารานุกรมมอนสเตอร์สินะคะ...


     พรึ่บ


     พริบตาเดียวที่ฉันพลิกหน้ากระดาษไปยังหน้าแรก ราวกับว่าตัวหนังสือจำนวนหลายพันตัวอักษรพุ่งเข้าใส่ลูกตาตามลำดับอย่างรวดเร็ว


     เพียงแค่สามวินาทีฉันก็อ่านหน้าแรกที่อุดมไปด้วยตัวหนังสืออธิบายเกี่ยวกับต้นกำเนิดของมอนสเตอร์จบ


     สะ สุดยอด


     “องค์หญิงสนใจเก็บไว้ใช้สักอันไหมขอรับ ? แน่นอนว่าสำหรับท่านอื่นๆ ข้าเพียงแค่ให้ยืมเท่านั้น เพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็นหนึ่งในวิทยาการที่เหล่าเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่ด้านบนควรจะสร้างได้น่ะขอรับ”


 

     “มันก็น่าสนใจอยู่หรอก...แต่ขอผ่านละกันค่ะ”


     สะดวกสบายก็จริง แต่ฉันชอบหมกอยู่กับหนังสือนานๆ มากกว่าอ่ะ !


     “เฮ้อ ! ทำไมกันนะขอรับ ทั้งแม่ทั้งลูก ทำไมถึงชอบปฏิเสธรับของจากข้าคนนี้กัน...”


     จอมมารถอนหายใจออกมายาวก่อนที่จะพร่ำบ่นอย่างน้อยใจ


     แต่ฉันเหมือนท่านแม่ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย เท่าที่จำได้นี่รู้สึกว่าท่านแม่จะเป็นคนที่มีสง่าราศี งดงาม ดูสูงส่งราวกับเป็นกุลสตรีชั้นสูง


 

     สูงสง่า หนำซ้ำยังมีหน้าอกตูม...


 

     พอกลับมามองที่ตัวเอง


 

     ...


 

     เฮะเฮะเฮะ


     รออายุเกินยี่สิบปีก่อนเถอะค่ะ ช่วงเจริญวัยของฉันมันเริ่มที่ตอนนั้นต่างหาก !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #221 NongZaRa (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 15:17
    แหะๆๆๆๆ
    #221
    0
  2. #220 bumzazatv (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 17:53
    อะหรือ อะหรือว่า ท่านเทวทูตจะเป็นคุณโอเปอร์เรเตอร์กันน้อ~
    #220
    0
  3. #219 ABC5929y (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 14:27

    อย่างงี้เทพปีศาจก็โกหกเฟเลสนะสิ เทวทูตไวต้าเนวิตัสต่างหากคือตัวจริง (ที่ทำให้เฟเลสยังมีชีวิต)
    #219
    0
  4. #218 kangza45782 (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 08:39
    ดีจ้าาา
    #218
    0