[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 87 : ชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

     CHAPTER [87] ชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง


     —ณ ปราสาทหลักแห่งอาณาจักรปีศาจ


     “อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านเด็กซ์เตอร์”


     “อะ อรุณสวัสดิ์ขอรับ...”


     เกรเทียเปิดประตูห้องทำงานพลางทักทายเด็กซ์เตอร์ด้วยรอยยิ้มอันแจ่มใสอย่างเช่นเคยเหมือนในทุกๆ เช้า เธอยกถาดพร้อมด้วยแก้วที่รินกาแฟไว้ประมาณสามส่วนสี่ก่อนที่จะยกมาเสิร์ฟให้กับชายที่ตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึงตอนนี้ก็อยู่ในช่วงเวลาสายซึ่งเป็นเวลาสำหรับอาหารว่างพอดิบพอดี


     แต่กับเด็กซ์เตอร์ที่ไม่ชอบทานขนมหวานเหมือนอย่างเด็กสาวผู้ซึ่งเป็นกษัตริย์ปีศาจที่เขาทำงานรับใช้ ดังนั้นเกรเทียจึงนำกาแฟดำมาให้ราวกับรู้ใจเขาเป็นอย่างดี


     เด็กซ์เตอร์นั้นเป็นถึงผู้สำเร็จราชการอันแสนเก่งกาจ ผู้ซึ่งเป็นหัวหอกของอาณาจักรปีศาจในด้านการปกครองและการบริหาร และอีกทั้งยังเป็นคนที่สามารถบริหารเวลาในแต่ละวันได้อย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะเวลายามค่ำหรือเวลานอน


     เว้นเสียว่าจะมีอะไรสักอย่างมารบกวนจิตใจหรือความคิดของเขา วันนี้ขอบตาของเด็กซ์เตอร์เลยออกจะหมองๆ หน่อย แต่อย่างไรเสียกับแค่เรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของเขาเท่าไรนัก


     “เมื่อคืนนอนหลับฝันดีหรือเปล่าคะ ?”


     “แหม ต้องขอบคุณใครบางคนที่พยายามบุกเข้ามาในห้องนอนในเวลากลางค่ำกลางคืนนั่นล่ะขอรับ”


     “เห...แล้วคำตอบล่ะคะ ?”


     “ตะ ตอนนี้ยังให้ไม่ได้ขอรับ !”


     เด็กซ์เตอร์ผู้ที่มีใบหน้านิ่งเฉยและเก็บอารมณ์เก่งอย่างเขาบ้างก็มีบางครั้งที่ต้องแสดงความรู้สึกอื่นๆ ออกมา


     อย่างเช่นความรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกจนต้องกระดกกาแฟดำลงไปในลำคอเสียงดังอยู่หลายครั้งจนเกือบหมดแก้ว


     เกรเทียที่ได้เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นก็ยิ่งยิ้มแย้มอย่างพึงพอใจออกมามากยิ่งกว่าเดิม ผิดกับเด็กซ์เตอร์ที่กำลังกระแอมออกมาดังค่อกแค่กเพราะสำลักน้ำกาแฟ


     “ฮุฮุ แล้วจะรอนะคะ”


     เด็กซ์เตอร์เกาหัวแกรกๆ พลางจ้องเอกสารที่อยู่ในมือ เขาถอนหายใจพลางเก็บอารมณ์กลับมาอยู่ในใบหน้าที่เคร่งขรึมอีกครั้งหนึ่ง


     เวลาเล่นก็ส่วนเวลาเล่น เวลางานก็ส่วนเวลางาน เพราะแบบนี้เขาจึงสามารถทำหน้าที่แทนกษัตริย์ปีศาจได้เป็นอย่างดี


     “เรื่องซิลเลียเป็นยังไงบ้างแล้วเหรอขอรับ ?”


     “ค่ะ อยู่ในจุดที่ทางหน่วยลับตามไปต่อไม่ได้แล้วน่ะค่ะ”


     เกรเทียเองก็กลับมาอยู่ในโหมดทำงานจริงจังเช่นกัน อย่างไรเสียเธอก็ประสบกับสถานการณ์เช่นนี้มานักต่อนักแล้ว ผ่านการทำงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในอาณาจักรมานับไม่ถ้วน


     “ลงไปเกินชั้นที่แปดสิบห้าแล้วสินะขอรับ...”


     เขาถอนหายใจออกมาอย่างท้อแท้ หลังจากที่น้องสาวสุดที่รักได้ข่าวคราวเกี่ยวกับฝ่าบาทมาจากหน่วยลับในวันนั้น วันต่อมาเธอก็เริ่มออกเดินทางในทันทีทันใดโดยที่ไม่ได้เตรียมอะไรไปมากกว่าอาหารเพียงไม่กี่มื้อที่อยู่ในกระเป๋าเป้


     แถมยังไปคนเดียวอีกเพราะไม่ต้องการให้ใครต้องมาพบเจอกับอันตรายที่เกินกว่าจะรับมือได้ แต่เอาจริงๆ พี่ชายของเธอย่อมสามารถเดาได้อยู่แล้วว่าเหตุผลอะไรที่น้องสาวของเขาถึงไม่ต้องการให้ใครไปเป็นเพื่อน เว้นเสียแค่หญิงสาวหน่วยลับที่คอยช่วยจัดการเรื่องจิปาถะต่างๆ


     เธอก็แค่ไม่อยากให้ใครมาเป็นตัวถ่วงเท่านั้นล่ะ ฝีมือระดับนั้นแล้ว แม้แต่ท่านเลวัสในตอนนี้เองก็คงไม่กล้าเข้าไปห้ามเลยด้วยซ้ำ


     เขารู้ดีว่าน้องสาวที่อารมณ์บูดๆ อยู่นั้นรับมือยากขนาดไหน...ไม่สิ ทุกคนรู้ดีเลยต่างหาก


     ถึงหลังจากที่ไปเป็นเมดส่วนตัวของฝ่าบาทแล้วจะเพลาๆ ลงหน่อยก็เถอะ แต่เรื่องนี้ดันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฝ่าบาทโดยตรงเนี่ยสิ


     แล้วเขาจะทำอะไรได้ ?


     สิ่งที่เด็กซ์เตอร์ทำได้ก็มีเพียงแค่ภาวนาให้ทั้งน้องสาวและฝ่าบาทของเขากลับมาอย่างปลอดภัย ใจจริงก็อยากจะไปด้วยแท้ๆ แต่ด้วยงานอันมหาศาลและตำแหน่งที่ถือครองไว้อยู่นั้นจึงทำให้เขาไม่สามารถก้าวออกไปจากเขตปราสาทหลักนี้ได้


     อย่างน้อยก็ไปเป็นโล่เนื้อให้ซิลเลีย...ไม่สิ เธอคงจะอารมณ์เสียเพราะความชักช้าของพี่ชายคนนี้แล้วเป็นคนที่ลงมือแทงเองด้วยเสียล่ะมั้ง ถ้าเป็นเรื่องของฝ่าบาทแล้วนั้นเธอคงจะไม่รีรอเป็นแน่แท้


     ลำบากหน่วยลับลากศพกลับมาอีก


     เฮ้อ ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเร่งรีบขนาดนั้น ปาร์ตี้ของท่านผู้กล้าเองก็ดูเหมือนจะลงไปแล้วเช่นกัน เห็นซิลเลียบ่นว่าเดี๋ยวพลาด เดี๋ยวพลาดอะไรสักอย่างเนี่ยล่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่ชายคนนี้ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด


     เอาเถอะ แต่ก็ใกล้แล้วล่ะ เวลาที่จะตัดสินทุกอย่าง เวลาที่พวกเขารอคอยกันมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี


     ทั้งข้อมูลที่ได้รับมาจากเอกสารที่ฝ่าบาทส่งมาให้ หรือแม้แต่เชลยศึกสภาพอนาถาที่รีดไถข้อมูลมาได้มากพอตัว ทุกอย่างต้องขอบคุณกษัตริย์เพียงหนึ่งเดียวที่เขาทั้งเชื่อมั่นและไว้ใจ


     “แล้วอีกเรื่องล่ะขอรับ ?”


     “ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมใกล้ที่จะเสร็จสิ้นแล้วค่ะท่านเด็กซ์เตอร์”


     “สมกับที่เป็นสุดยอดนักวางกลยุทธ์เลยจริงๆ”


     “แล้วจะแต่งไหมล่ะคะ ?”


     “ขะ ขอคิดดูก่อนเถอะขอรับ...”


     เด็กซ์เตอร์ถอนหายใจออกมาอีกคราหนึ่งอย่างหน่ายใจ แต่ด้วยเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นมามากมายจึงทำให้เขาผุดรอยยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้


     สายตามองตรงออกไปที่หน้าประตูอย่างแน่วแน่


     ใช่แล้ว


     ทุกอย่างเหลือเพียงแค่การตัดสินใจของกษัตริย์ปีศาจ เฟเลส เทเนบริสเท่านั้น


     แต่เขาหารู้ไม่ว่า


     ทุกสิ่งทุกอย่างที่อุตส่าห์เตรียมการไว้เป็นอย่างดี


     กลับต้องสูญเปล่าอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้...


     —


     อึก...ปวดหัว


     เสี้ยววินาทีหลังจากนั้นก็เริ่มมีไออุ่นโอบกอดร่างกายเล็กด้วยความนุ่มนวล สีหน้าของเด็กสาวค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ ตามลำดับก่อนที่เธอจะพยายามลืมตาขึ้นมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นหมดสติไป


     ความรู้สึกนี้มัน...เวทรักษาสินะคะ


     พอลืมตาขึ้นมาก็เจอใบหน้าของเบลลัสที่กำลังจ้องเขม็งอย่างเย็นยะเยือกไปยังอะไรบางอย่างที่อยู่ทางขวาของฉัน


     อา...ใช่ หลังจากที่พยายามเก็บรูปปั้นเทพปีศาจอะไรสักอย่างนั่นลงไปในไอเทมบ็อกซ์ หลังจากนั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่าหน้ามืด...แล้วก็หมดสติไปสินะ


     ว่าแต่นานขนาดไหนกัน


     “ฉันหมดสติไปนานแค่ไหนเหรอคะ ?”


     “ประมาณหกวินาทีได้แล้วล่ะ แต่เฟเลส...”


     เบลสะกิดให้ฉันที่กำลังนอนหนุนตักอยู่หันหน้าไปยังด้านข้าง ฉันที่ยังรู้สึกมึนๆ อยู่นิดหน่อยก็เริ่มรับรู้ได้ว่ามีตัวตนบางอย่างกำลังยืนมองพวกเราอยู่ด้วยสายตา...จะว่ายังไงดีล่ะ


     ดูถูก ? ก็ไม่เชิง เหมือนกับว่าแทบจะไม่ให้ความสนใจเสียมากกว่า


     ว่าแล้วฉันก็ค่อยๆ โน้มตัวขึ้นนั่งพลางค่อยๆ หันไปมองอย่างช้าๆ พริบตาเดียวที่ฉันสบตากับมัน ร่างกายของฉันก็ตอบสนองโดยเพิ่มความระมัดระวังจนถึงขีดสุด สมองประเมินผลอย่างรวดเร็วเพื่อให้สามารถตัดสินใจในการกระทำต่อไปหน้าๆ ได้อย่างเฉียบขาด


     ถึงจะไม่มีจิตสังหารออกมาก็เถอะ ถึงรูปร่างจะเหมือนอัศวินเกราะสีดำทมิฬก็ตามแต่


     “คะ คุณแกะ...?”


     ใช่ ถึงรูปร่างจะไม่เหมือน ถึงกลิ่นอายจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่มันเป็นความรู้สึกเดียวกัน เพราะเช่นนั้น


     ไม่ผิดแน่


     “ปิ๊งป่อง ! ถูกต้องนะขอร้าบ !”


     เสียงตาลุงอันคุ้นเคยดังออกมาจากชุดเกราะอัศวินที่กำลังใช้นิ้วชี้มายังเด็กสาวจนเธอถึงกับตกใจให้เห็นผ่านทางสีหน้า


     “แหมะ แหมะ แหม ตกใจล่ะสิขอรับ แต่จากที่เห็นนี่...ดูเหมือนว่า ‘ภารกิจ’ ที่กระผมมอบหมายให้คุณเฟเลสไปจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเลยสินะขอรับ คั่กคั่กคั่ก ! นี่น่ะเหรอนักลอบสังหารอันเลื่องชื่อผู้ที่ไม่เคยทำพลาดเลยแม้แต่ภารกิจเดียว ช่างน่าขันจริงๆ ! ช่างน่าขัน !”


     คุณแกะเริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเสียจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเดียวกับคนที่ฉันเคยพบหรือพูดด้วยมาก่อน กลิ่นอายแบบใหม่เองก็ชัดเจนเสียจนทับกลิ่นอายแบบเก่าไปจนหมดสิ้น


     แต่ทำยังไงดีล่ะ ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จแล้วจะเป็นยังไงต่อล่ะ...?


     หรือว่า !?


     พอฉันเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นาๆ ร่างกายของฉันก็รู้สึกแปลกๆ


     “คั่กคั่กคั่ก ! แม้แต่นักลอบสังหารเองก็ยังหวาดกลัวความตายอย่างนั้นสินะขอรับ ถ้าเป็นไปได้กระผมก็อยากที่จะทำแบบนั้นอยู่หรอก เบี้ยที่ใช้งานไม่ได้ก็ต้องถูกกำจัดทิ้งแน่นอนอยู่แล้ว !”


     อะฮะฮะ...ยังอ่านใจได้เหมือนเดิมเลยสินะคะ


     กับพวกที่อ่านใจได้แล้วฉันจะรับมือได้ยังไงกันล่ะ !


     พอคิดว่าจะโดนฆ่าขึ้นมาตัวฉันก็เริ่มสั่นผวาเสียจนเบลที่อยู่ข้างๆ ถึงกับต้องจับมือฉันไว้แน่น


     “ละ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันอย่างนั้นเหรอคะคุณแกะ ?”


     ลมหายใจของเด็กสาวเริ่มสั่นไม่เป็นจังหวะ กับตัวตนที่เป็นถึงเทพ ระดับเดียวกันกับเทวทูตไวต้า เนวิตัส ต่อให้เธอใช้พลังทั้งหมดก็คงมีโอกาสชนะอยู่ที่ศูนย์เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


     ทำไมโอกาสมันช่างริบหรี่เสียขนาดนี้ ทำไมถึงต้องมาเจอคุณแกะในเวลาแบบนี้ด้วย


     อา...นี่สินะความกลัว ความรู้สึกที่อึดอัดไปทั่วอกราวกับจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ


     ทรมาน ทรมานชะมัด


     เสียงหัวเราะลั่นดังออกมาจากอัศวินสีดำทมิฬ มันชี้นิ้วมายังเด็กสาวก่อนที่จะเริ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นยะเยือก


     “คุณเฟเลสก็จง ‘ฆ่า’ เจ้าหญิงเบลลัส อิมโพรบัสที่อยู่ข้างๆ นั่นเสียแล้วกระผมจะยกโทษให้...อ้อ ! ถ้าเกิดว่าคุณเฟเลสทำสำเร็จแล้วล่ะก็ กระผมก็ยินดีที่จะบอกความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับตระกูลหรือที่ที่คุณจากมาให้ทุกอย่างเลยล่ะ เป็นข้อตกลงที่ดีสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะขอรับ ! คั่กคั่กคั่ก !”


     ตระกูลของฉัน...ความทรงจำที่ขาดหายไปอันนั้นน่ะเหรอคะ !?


     “จริงเหรอคะ ! คุณแกะรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นจริงๆ เหรอคะ !?”


     “แหมะ แหมะ แหม กับ ‘เทพปีศาจ’ อย่างกระผมแล้ว ความจริงทุกอย่างในโลกใบนี้กระผมย่อมทราบดีทุกอย่างแน่นอนขอรับ อยู่ที่ว่าคุณเฟเลสจะสามารถทำสำเร็จได้หรือเปล่าก็เท่านั้นเอง คั่กคั่กคั่ก !”


     ฉันหันหน้ากลับไปมองเบลลัสที่อยู่ข้างๆ เธอทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจในอะไรหลายๆ อย่างจนไม่สามารถที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวที่ฉันกำลังพูดคุยกับคุณแกะได้เลยแม้แต่น้อย


     ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


     ขอแค่ฆ่าเด็กคนนี้ ฉันก็จะ...


     “มะ ไม่ได้หรอกค่ะ ! เบลอุตส่าห์ช่วยฉันไว้ตั้งหลายๆ อย่าง อีกทั้งยังไม่มีมูลเหตุว่าเบลจะทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อโลกเสียด้วยซ้ำ จะให้ฉันทำอะไรแบบนั้นมัน...”


     “แหมะ แหมะ แหม...! จะดีอย่างนั้นเหรอขอรับ ! กับอีกแค่หนึ่งชีวิตจากหลายชีวิตที่คุณเฟเลสได้พรากไปมากมายมันจะไปกระทบกระเทือนอะไรขนาดนั้นล่ะขอรับ แล้วก็กระผมบอกแล้วนี่ขอรับว่าชะตาที่โลกจักต้องถูกทำลายด้วยน้ำมือของผู้กล้าและเจ้าหญิงเบลลัสนั้นเป็นเรื่องที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ฮึ่ม...หรือคุณเฟเลสจะปล่อยให้ชีวิตที่กระผมคนนี้อุตส่าห์ช่วยมาได้ตายไปอย่างไร้ค่ากันล่ะขอรับ...?”


     ชีวิตของฉัน...ไร้ค่า ?


     อา...ใช่ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันยึดมั่นมาโดยตลอด ถ้าเกิดว่าฉันโดนช่วยจากใครสักคนหนึ่งแล้วล่ะก็ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันไปถึงชีวิตด้วยแล้วล่ะก็


     ฉัน จะต้องตอบแทนบุญคุณแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตน้อยๆ นี้ก็ตาม


     อึก แต่ว่า แต่ว่า...


     เบลก็เคยช่วยฉันไว้เหมือนกัน


     แต่ว่า...ฉันเองก็ยังไม่อยากตาย


     เจ็บ...ทำไมหน้าอกมันถึงเจ็บได้ขนาดนี้...!


     “คั่กคั่กคั่ก ! ไม่ต้องรีบร้อนหรอกขอรับคุณเฟเลส กระผมมีเวลาให้ท่านเหลือเฟือเลยล่ะ อย่างไรเสียกระผมก็รอมานานแสนนานอยู่แล้ว...อ้อ ! จริงสิ แหมะ แหมะ แหม...กระผมนี่มันฉลาดเสียจริง เอาเป็นว่าเรามาตั้งระยะเวลาจำกัดกันดีกว่าขอรับ จากมานาของคุณเฟเลสในตอนนี้ก็คงไม่มีใครสามารถโค่นคุณลงได้แล้วล่ะขอรับแม้แต่ตัวของเจ้าหญิงเบลลัสเองก็ตามแต่ เอ...สักสามปีเป็นไงขอรับ ? กระผมว่ามันเป็นระยะเวลาที่ดีเลยนา”


     “หะ ให้สามปีเลยเหรอคะ !?”


     “โอ้ แน่นอนขอรับ กระผมเป็นเทพที่ใจกว้างเสียขนาดนี้ จะสองปีสามปีมันก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกขอรับ สำหรับนักลอบสังหารมือฉมังอย่างคุณเฟเลสเองก็คงจะสลัดอารมณ์ไร้สาระทิ้งไปได้ในเร็ววันอยู่แล้ว ส่วนเจ้าหญิงเบลลัสเอง...แหมะ แหม คงจะได้วิ่งหนีไปจนสุดขอบโลกแน่นอนขอรับ คั่กคั่กคั่ก ! น่าสนุกดีใช่ไหมล่ะขอรับ ! คิดเหมือนกันกับกระผมใช่ไหมล่ะขอรับ !”


     ที่ไม่ลงมือเองคงเป็นเพราะถ้าทำแบบนี้มันจะน่าสนุกกว่าอย่างนั้นสินะคะ


     แต่ถ้าตั้งสามปี...ฉันต้องทำใจได้แน่ ถึงเบลลัสจะได้ยินแผนการทุกอย่างแล้วก็เถอะ แต่แค่การหาข้อมูลหรือเสาะหาตำแหน่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอยู่แล้ว


     ใช่ เพื่อที่ฉันจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เพื่อชีวิตอันแสนสุขสบายที่รอคอยอยู่ในวันข้างหน้า


     “ขะ เข้าใจแล้วค่ะ สามปีสินะคะ”


     “คั่กคั่กคั่ก ! ได้ยินแล้วใช่ไหมล่ะเจ้าหญิงเบลลัส อิมโพรบัส ไม่ว่าจะเป็นใครที่อยู่ข้างๆ หรือเพื่อนอันเป็นที่รักเองก็ตามแต่ สุดท้ายพวกมันก็หวาดกลัวในสิ่งที่เรียกว่าความตายอยู่ดี จงดิ้นรนซะ ! จงเป็นเครื่องสังเวยให้กับพลังแห่งพระเจ้าของกระผมเสียเถิด ! คั่กคั่กคั่ก !”


     คุณแกะเริ่มหัวเราะดังสนั่นออกมาอีกครั้งหนึ่งอย่างกับคนบ้า แต่มันกลับเป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ดวงใจน้อยๆ ของฉันถึงกับสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะ


     แฮก แฮก อึดอัดสุดๆ


     เด็กสาวค่อยเหลือบมองหน้าเบลลัสทีละน้อย ปากเม้มสั่นระริกไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพิ่มเติม ทางเบลลัสเองก็มองฉันอย่างไม่อยากที่จะเชื่อสายตาของตนเอง


     ขอโทษจริงๆ นะคะ


     ขอโทษจริงๆ


     แต่มันช่วยไม่ได้นี่นา


     ฉันที่ประสบความตายมาแล้วครั้งหนึ่งนั้น จะเป็นใครก็ไม่อยากเจอหรืออยากรู้สึกอีกครั้งหรอกค่ะ


     “เอาล่ะๆ มันก็ได้เวลาที่กระผมต้องกลับไปยังสวนแกะแล้วล่ะนะขอรับ อ้อ ! กระผมขอเตือนไว้อย่าง กระผมสามารถมองดูคุณเฟเลสได้ตลอดเวลานะขอรับ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ที่ไหน หรือแม้แต่จะคิดทำอะไรที่ไม่เข้าท่า...ระวังไว้ให้ดีๆ ล่ะขอรับ”


     มองเห็นทุกอย่าง !?


     อา...เป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ สินะคะ แต่ฉันรู้ดีอยู่แล้วล่ะค่ะ กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอย่างคุณแกะ ถ้าฉันทำอะไรแปลกๆ ที่ส่งผลเสียก็จะถูกฆ่าทิ้งโดยทันที


     แบบนั้นฉันไม่เอาตัวเองลงไปเสี่ยงหรอกค่ะ


     ก็แค่คนๆ เดียว ก็แค่ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น


     มีเวลาตั้งสามปี ไม่นานหรอกค่ะคุณแกะ ไม่นานหรอกค่ะ...


     “ก็ตามนั้นขอรับ แหมะ แหมะ แหม พูดยาวๆ นี่มันช่างเหนื่อยหน่ายเสียจริง เอาเป็นว่ากระผมจะรอดูข่าวดีนะขอรับ คั่กคั่กคั่ก !”


     แสงประกายสีดำแห่งความมืดค่อยๆ ลุกท่วมทั้งเรือนร่างของชุดเกราะอัศวินสีดำราวกับเปลวเพลิงจนกระทั่งไอมานาของเทพปีศาจมลายหายไปในอากาศจนหมดสิ้น


     เหลือแต่เพียงเบลลัสที่นั่งนิ่งอยู่เงียบกริบ

 

     และฉัน ที่ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะอันน่าหวาดหวั่นของคุณแกะที่ยังคงดังอยู่ในหัวราวกับฝันร้าย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #210 THE BlACK ANGEL (@bumzazatv) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 14:30
    เฟเลสแสดงสินะ ฉานานักแสดงขั้นเทพไม่ได้เป็นแค่ข่าวลือนะ เฟเลสสสสส
    #210
    0
  2. #209 ShanB (@Yuu-kun) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 08:36
    น้องดูกลัวเกินไปรึเปล่า อึดอัดนี่เข้าใจได้แต่กลัวขนาดนี้เลยหรอ คุณแกะอ่านใจได้เลยแสดงรึเปล่าาาาาา แกล้งกลัวให้อีกฝ่ายเผยไต๋สินะ
    #209
    0
  3. #208 ABC5929y (@ABC5929y) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 23:05
    เบลต้องเกี่ยวกับเทวทูต ไวต้า เวนิตัสโดยตรงแน่ๆ -เทพปีศาจในคราบแกะเลยคิดกำจัด #สามปีนานไปเหรอเฟเลส เราก็เชื่อว่ามัน... นาน ไปเหมือนกัน (ในชีวิตจริงน่ะ555) ##ไม่หรอกเฟเลสชั้นเชื่อว่าเธอไม่ฆ่าภรรยา(หรือสามี)ของเธอหรอก ถึงจะบอกสามปีนานไป เอาเข้าจริงๆคงตัดสินใจฆ่าลำบากมากสินะ ก็น้าา รักไปแล้วนี่นา(แค่ยังไม่รู้ใจตัวเองเท่านั้น)หึๆๆ -ต้องไม่ตายสลาหายสาบสูญดีแน่-กาก(เทพ)ปีศาจเอ้ย!!
    #208
    0
  4. #207 ONONENAMELESS (@KamisamaMiyu) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 22:51

    ไม่หรอกน่า อย่ามาหลอกชั้นนน ไม่หรอก ก็เฟเลสคือนักแสดงขั้นเทพที่แสดงได้แม้แต่ความคิดยังไงล่ะ ไม่หรอก ไม่มีทางที่จะฆ่าภรรยาในอนาคตได้หรอก
    #207
    0
  5. #206 Nura_Riku (@kanda-02) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 22:46
    ว่าแล้วว่าอิแกะนี่มันไว้ใจไม่ได้
    #206
    0
  6. #205 ABC5929y (@ABC5929y) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 22:45
    มาแล้วว~
    #205
    0