[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 83 : ยื่นข้อเสนอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

     CHAPTER [83] ยื่นข้อเสนอ


     เห...


     การต่อสู้กับกลุ่มมอนสเตอร์ ‘ฮอร์นวูล์ฟ’ จบลงไปอย่างรวดเร็วโดยที่ทั้งฉันและเบลลัสต่างไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หากลองเปรียบเทียบแล้วพวกมันน่าจะแข็งแกร่งพอๆ กับมอนสเตอร์ชั้นที่สี่สิบขึ้นไปในดันเจียนสุดท้ายเลยทีเดียว


     เบลสะบัดดาบทีหนึ่งหลังจากที่ฆ่าฮอร์นวูล์ฟไปเป็นตัวที่สี่ จากนั้นจึงเก็บดาบยาวสีเงินลงไปในฝักด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย


     “เบลแข็งแกร่งขนาดนี้มาตลอดเลยอย่างนั้นเหรอคะ ?”


     ฉันตัดสินใจถามออกไปในขณะที่พวกเรากำลังเดินมุ่งหน้าไปยังทางทิศตะวันตกโดยไม่เร่งรีบสักเท่าไร อย่างไรเสียพวกเราก็ยังไม่ได้วางแผนเป็นจริงเป็นจังกันขนาดนั้น ซึ่งที่คุยกันมาก่อนหน้านี้ก็เป็นแค่แผนการคร่าวๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมากนัก


     หญิงสาวหยุดนิ่งอยู่กับที่ก่อนที่จะว่ากล่าวออกมา


     “อือ ใช่แล้วล่ะ”


     เธอหันหน้ามามองฉันพลางยิ้มเจื่อนๆ ราวกับกำลังรู้สึกผิด แต่ฉันที่เห็นใบหน้าเช่นนั้นของเบลก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองที่เธอปิดบัง กลับกันฉันรู้สึกอยากปลอบประโลมเบลเสียมากกว่า ว่าแล้วมือขวาก็ยกขึ้นพลางเอื้อมมือออกไปลูบที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบใจ


     “ไม่เป็นอะไรนะคะ ?”


     ฉันก็ยังไม่เข้าใจหรอกว่าในตอนนั้นเบลมีเหตุผลอะไรถึงเปลี่ยนให้ตัวเองกลายเป็นคนอ่อนแอทั้งในด้านของความสามารถ หรือแม้กระทั่งในด้านของจิตใจ และแน่นอนว่าเหตุผลที่เบลเผยบุคลิกจริงๆ ของเธอออกมาฉันก็ยังไม่เข้าใจเช่นกัน


     อีกอย่าง ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจหรอกนะว่าที่อยู่ตรงหน้าของฉันนั้นเป็น ‘ของจริง’ หรือเปล่า


     แต่ถึงอย่างไรเบลก็คงจะมีเหตุผลของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นคนละแบบกับฉัน


     และนั่นเองก็เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราแตกต่างกัน


     “เฟเลส...ยังคงใจดีเหมือนเดิมเลยนะ”


     หญิงสาวยิ้มออกมาอ่อนๆ พลางยกมือขึ้นกุมมือเล็กแน่นแนบไปกับแก้มสีชมพูระเรื่อของเธอ เด็กสาวที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป


     ใจดี...?


     นั่นสินะคะ


     เพราะอย่างไรเสีย เธอรู้แก่ใจดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นั้น มันก็ไม่ใช่ ‘ของจริง’ เสียทีเดียว


     หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็ออกมาจากป่ามอร์สได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เพราะระยะทางมันสั้นกว่าที่คิดไว้มาก โดยพวกเราโผล่ออกมาเจอเส้นทางหลักพอดี ตรงยาวไปจนถึงเมืองใหญ่ที่เรียกว่าถูกเรียกเมืองหลวงแห่งศาสนจักร


     โดยจุดมุ่งหมายของพวกเราจะอยู่ตรงใจกลางเมืองซึ่งจะมีหอคอยสูงลิ่วที่ถูกเรียกว่าหอคอยแห่งศาสนจักร โดยชั้นบนสุดจะเป็นห้องสมุดต้องห้ามอะไรสักอย่างที่น่าจะเป็นที่ที่เก็บเอกสารสำคัญหลายๆ อย่างเอาไว้


     มีการป้องกันอย่างแน่นหนาก็จริง แต่ถ้าเป็นทางเวทมนตร์แล้วเห็นว่าตัวผ้าคลุมนี้จะสามารถป้องกันได้ทุกอย่าง


     ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่อย่างไรเสียพวกเราก็ไม่มีทางเลือกมากมายขนาดนั้น


     และถ้าหากเกิดพลาดขึ้นมาอาจจะต้องมีการลงมือลงแรงนิดๆ หน่อยๆ


     ไกลสุดขอบสายตาเป็นกำแพงหนาสูงลิ่วราวกับป้อมปราการใหญ่ และในแนวระนาบเดียวกันกับเส้นทางยาวก็มีประตูเมืองขนาดใหญ่ที่ปิดอย่างแน่นสนิทราวกับเป็นเมืองปิดตายที่ห้ามไม่ให้ใครเข้าหรือใครเห็น ซึ่งต่างจากเมืองอื่นๆ ที่ฉันเคยไปอย่างสิ้นเชิง


     “ปกติแล้วเมืองหลวงของศาสนจักรจะปิดประตูเมืองอยู่แบบนั้นตลอดเลยเหรอคะ ?”


     “ใช่แล้วล่ะ เฟเลสรู้เหตุผลหรือเปล่าล่ะว่าทำไม ?”


     เบลทอดสายตาไปทางประตูเมืองด้วยใบหน้านิ่งเฉยและเยือกเย็น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับฉัน...ไม่สิ เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับพวกเราเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ในตอนเจอกันครั้งแรกๆ เบลจะไม่แสดงอารมณ์ประมาณนี้ออกมาเลย เธอจะดูเป็นคนที่ร่าเริง อ่อนน้อมถ่อมตน ทำอะไรทุกอย่างสมกับเป็นเจ้าหญิงแห่งวงศ์ตระกูลอันสูงส่งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น


     แน่นอนว่าเธอยังคงขี้เล่นไม่เปลี่ยน และนับวันก็ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคนอื่นๆ จะโดนแบบนี้หรือเปล่า หรือจะเป็นแค่ฉันคนเดียว...


     แต่ก็นะ ราวกับว่าเธอเปิดใจให้ฉันมากขี้น เหมือนกับว่ากำลังพยายามแสดงตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมา


     เพื่อให้ฉันยอมรับอย่างนั้นเหรอคะ...หรือว่าจะมีเหตุผลอื่นกันแน่


     เฮ้อ...การมองคนที่มีความสามารถแบบเดียวกันนี่มันช่างยากเสียจริง


     “เอ...ป้องกันคนออก ตรวจสอบคนเข้า แบบนั้นเหรอคะ ?”


     ปกติที่เมืองอื่นๆ ก็จะมีลูกแก้วเพื่อตรวจสอบว่าเป็นอาชญากรหรือไม่อยู่แล้ว และจะต้องเปิดเมืองเอาไว้เพราะส่วนหนึ่งมีไว้สำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยว หรือไม่ก็เพื่อต้อนรับผู้คนที่สัญจรไปมา ซึ่งง่ายต่อการเข้าออกเวลามีกิจธุระอะไรต่างๆ


     แต่นี่ไม่มีทั้งทหารเฝ้ายามอยู่ด้านนอก และประตูปิดตายสนิทอย่างกับว่าไม่อยากให้ใครเข้า


     หญิงสาวพยักหน้าลงทีหนึ่งหลังจากที่ได้ยินคำตอบของฉัน


     “ใช่ แต่จะเป็นแบบไหนนั้น เดี๋ยวถ้าเฟเลสเข้าไปด้านในได้เมื่อไร เฟเลสก็จะเข้าใจเองล่ะ”


     เด็กสาวเอียงคอสงสัยในสิ่งที่หญิงสาวต้องการจะสื่อ


     หมายความว่ายังไงล่ะคะนั่น


     ในระหว่างที่ฉันยังคงสงสัยอยู่แต่พวกเราก็ไม่รีรอที่จะเริ่มแผนการ โดยอย่างแรก พวกเราเริ่มด้วยการสวมผ้าคลุมที่ได้รับมาจากคุณจอมมารเสียก่อน


     ใช่แล้ว มันคือผ้าคลุมล่องหนยังไงล่ะ !


     แล้วตัวผ้าคลุมก็จะค่อยๆ ดูดซับมานาเพื่อเปิดการทำงาน...


     “ฟะ เฟเลสหายไปแล้ว...”


     ว้าว ! ใช้ได้จริงๆ ด้วย


     ร่างของเบลเองก็หายไปจากตรงหน้าอย่างรวดเร็ว


     “แต่ดูเหมือนเนตรเทพปีศาจจะยังมองเห็นได้อยู่ดีนะคะ”


     ถึงจะเป็นผ้าคลุมที่เห็นว่าใช้หลักการเกี่ยวกับแสงอะไรประมาณนั้นแต่ก็ไม่สามารถซ่อนมานาที่อยู่ในตัวของผู้ใช้ได้อยู่ดีงั้นเหรอ ? แต่เห็นคุณจอมมารบอกว่ามันซ่อนได้นี่นา...


     ภาพที่ฉันเห็นนั้นไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไร เพราะอย่างไรเสียร่างกายของสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ก็มีองค์ประกอบหลักเป็นมานาอยู่ดี


     แต่มันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้นสิ ! เห็นคุณจอมมารบอกมาว่ามันสามารถป้องกันการตรวจจับได้แทบทุกชนิดไม่ใช่เหรอ...แล้วทำไมฉันถึงยังมองเห็นได้อยู่หว่า


     แต่สงสัยคงจะกันเนตรเทพปีศาจไม่ได้ละมั้ง ไม่รู้ว่าเนตรปีศาจแบบธรรมดาจะมองเห็นหรือเปล่า...


     อืม...ค่อยไปทดลองทีหลังแล้วกัน ยังไงเสียในศาสนจักรก็ไม่น่าจะมีเผ่าปีศาจอาศัยอยู่


     ก็เป็นปรปักษ์กันเสียขนาดนั้น


     ฉันที่เห็นเบลยืนอยู่นิ่งๆ เลยตัดสินใจที่จะเอาคืนนิดๆ หน่อยๆ กับเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายๆ อย่าง


     เฮะเฮะ


     ว่าแล้วเด็กสาวก็จิ้มลงไปที่เอวของเจ้าหญิงเบลลัสก่อนที่จะชักมือกลับอย่างรวดเร็ว


     “ว้าย !”


     เห บ้าจี้อย่างนั้นเหรอคะ


     ต้องอีกสักที !


     หมับ


     เฮะ


     “ว่าไปนั่น เบลไม่บ้าจี้หรอกนะเฟเลส”


     “บ้าจี้หรือไม่บ้าจี้ก็อีกเรื่องหนึ่งสิคะ แต่ทำไมถึง !?”


     ทั้งๆ ที่ฉันมั่นใจในการลบตัวตน สามารถซ่อนเสียงและการเคลื่อนไหวได้ในระดับที่ประสาทหูของมนุษย์ไม่มีทางที่จะได้ยินแล้วแท้ๆ


     ไหง...


     “อ๊ะ !?”


     ตุบ


     ร่างของเด็กสาวถูกเหวี่ยงลงบนหญ้านิ่มได้อย่างง่ายดาย โดยข้อมือทั้งสองข้างของเธอถูกล็อกด้วยเรี่ยวแรงของหญิงสาวที่กำลังขึ้นนั่งคร่อมจนไม่สามารถที่จะขยับได้เลยแม้แต่หนึ่งมิลลิเมตร


     ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


     ยะ แย่แล้ว


     ความรู้สึกแปลกๆ ที่ทำให้เรี่ยวแรงของฉันเหือดหายไปในพริบตาเดียวได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และในขณะที่เด็กสาวพยายามคิดหาวิธีที่จะหลบหนีอยู่นั้น...


     “อืม...ตรงนี้สินะ”


     หงับ


     “อ๊า !”


     หูบางของร่างเล็กถูกริมฝีปากนิ่มเข้าโจมตี ‘งับ’ อย่างรวดเร็วโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย ร่างกายแทบทุกส่วนพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ยิ่งเพิ่มแรงขึ้นมากเท่าไร เรี่ยวแรงของเธอก็ยิ่งหดหายมากขึ้นเท่านั้น


     “แหมๆ ก็กลิ่นมันออกจะเด่นชัดเสียขนาดนี้ เฟเลสนี่ไม่ระวังตัวเลยน้า...”


     กลิ่น !? เบลเป็นสัตว์ป่าหรือยังไงกันคะ !


     “...หยุด...หยุดก่อน...อ๊า ! ขอโทษค่ะ ฉันผิดไป...แล้ว...อ๊ะ ! ไม่...ตรงนั้นมัน...”


     แม้ว่าเด็กสาวจะยังอยู่ในสภาพล่องหนแต่เบลลัสก็ยังคงจู่โจมได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เธอเปลี่ยนจากหูซ้ายทีเป็นหูขวาที เล้าโลมเสียจนสมใจอยากสลับกันอยู่สองสามครั้งก่อนที่จะผละตัวขึ้นมา


     หญิงสาวเลียปากดังแผล็บราวกับเพิ่งได้ลิ้มลองของหวานอันโอชะ


     “เด็กซุกซนอย่างเฟเลสจะต้องโดนลงโทษแบบนี้ยังไงล่ะ เข้าใจหรือเปล่าเอ่ย...”


     “...แฮก...แฮก”


     ไม่ไหว...


     เด็กสาวยกมือขึ้นป้องใบหน้าพลางหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทั้งๆ ที่เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีเองแท้ๆ แต่เด็กสาวกลับรู้สึกอ่อนล้าราวกับผ่านไปเป็นชั่วโมง


     ใบหูเป็นรอยจ้ำแดงจนรู้สึกชาอยู่นิดหน่อย แต่ความรู้สึกจั้กจี้กแปลกๆ ยังคงตราตรึงไปทั่วร่างเล็ก


     จะไม่...ฉันจะไม่ทำอะไรผลีผลามอีกแล้ว


     เด็กสาวพยายามยันตัวเองขึ้นมาด้วยเรี่ยวแรงที่ค่อยๆ ฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว


     นี่มันคืออะไรกันแน่...ทำไมเวลาเกิดอะไรขึ้นแบบนี้ฉันถึงต่อต้านไม่ได้สักที


     ทำไม...


     “พร้อมหรือยังเฟเลส...?”


     เบลลัสหันมามองทางฉันราวกับว่าพวกเรากำลังสบตากันอยู่


     นี่มองไม่เห็นฉันจริงๆ ใช่ไหมคะ ? ไม่ได้โกหกกันใช่ไหมคะ...?


     “พะ พร้อมแล้วค่ะ”


     สองสาวเริ่มออกเดินไปตามทางยาวพลางสังเกตทิวทัศน์รอบข้าง ซึ่งดูแล้วก็ไม่อะไรอื่นนอกเสียจากป่าทึบ


     ถ้าเป็นที่เมืองของอาณาจักรอื่นๆ ที่ฉันเคยไป ปกติแล้วมันควรจะมีพื้นที่ราบลุ่มหรือพื้นที่กว้างๆ เพื่อทำการเกษตรหรือเพาะปลูก แต่นี่กลับไม่มีอะไรเลยทั้งๆ ที่มีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆ


     แปลกจริงๆ


     ผ่านไปราวๆ ห้านาทีพวกเราก็มาถึงตรงหน้าประตูใหญ่ที่แง้มอยู่เล็กน้อย และดูเหมือนคนที่อยู่ด้านหลังประตูกำลังมีปากเสียงกันอยู่


     อืม...เข้าไปตรงนี้เลย หรือกระโดดขึ้นกำแพงดี


     ถึงจะสูงเอาเรื่องแต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหา


     แต่ในระหว่างที่กำลังคิดเบลก็คว้าข้อมือของฉันก่อนที่พวกเราจะค่อยๆ เดินผ่านเข้าไปด้านในทางช่องว่างระหว่างประตูที่เปิดออกเล็กน้อย


     “ขอร้องพวกท่านล่ะ ! ให้ข้าได้ออกไปหาสมุนไพรที่ด้านนอกด้วยเถอะ ลูกสาวข้ากำลังป่วยหนัก ขอร้องล่ะได้โปรด...!”


     “พวกเราต้องขออภัยด้วยขอรับ ! แต่ทางการสั่งมาว่าใครก็ตามที่ต้องการออกไปด้านนอกชั่วคราวจะต้องจ่ายหนึ่งเหรียญทอง หากต้องการย้ายออกจะต้องจ่ายทั้งหมดสิบเหรียญทองต่อคนขอรับ”


     สิบเหรียญทอง !? ขูดรีดเหรอคะนั่น !


     ด้านในเป็นชายวัยกลางคนที่กำลังก้มหัวคุกเข่าให้กับเหล่าทหารยามทั้งสองคนที่ยืนประจำการอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งดูเหมือนว่าทางพวกเขาเองก็กำลังหนักใจอยู่พอสมควร


     ถึงจะอยากปล่อยแค่ไหนก็ทำให้ไม่ได้ เพราะหากผิดพลาดขึ้นมาคนที่ซวยก็จะกลายเป็นพวกเขาเอง


     “แค่ยารักษาข้าก็ไม่มีเงินเหลือพอที่จะซื้อแล้ว ขอร้องพวกท่านล่ะ !”


     เขาก้มหัวขอร้องอยู่อย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรทหารยามทั้งสองก็ไม่สามารถเปิดประตูให้กับเขาได้


     พวกเขาตัดสินใจนิ่งเงียบไม่พูดจาอะไร


     “เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้น ?”


     ชายหนุ่มเผ่ามนุษย์ เรือนผมสีเขียวอ่อน แต่งตัวในชุดเกราะของทหารที่แตกต่างจากเหล่าทหารยามตรงที่ความหรูหราของเครื่องประดับต่างๆ ไว้หนวดเคราเฟิ้มซึ่งถูกตกแต่งมาอย่างดี


     “ท่านหัวหน้ารักษาการณ์ !”


     ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ารักษาการณ์เดินเข้ามาพลางจ้องมองลงไปยังชายที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ เขาแสยะยิ้มที่ตรงมุมปากก่อนที่จะเริ่มพูดสบถด้วยถ้อยคำอันเหยียดหยาม


     “ไอสวะไม่มีเงินอีกตัวอีกแล้วเหรอวะ ! ข้าบอกพวกแกแล้วใช่ไหม ! ว่าถ้าไม่มีเงินก็ให้ไสหัวไปซะ !”


     “ทะ ท่านหัวหน้ารักษาการผู้สูงส่ง ลูกสาวข้ากำลังป่วยหนัก ได้โปรดเถอะ...อั่ก !”


     ชายร่างสูงเหวี่ยงเท้าที่ห่อหุ้มด้วยเกราะเหล็กกล้าลงไปด้วยความแรงจนเตะชายคนนั้นปลิวไถลไปกับพื้นหิน เขากระอักเลือดออกมาอย่างทรมานพลางหอบหายใจด้วยความเจ็บปวด


     “ข้าอนุญาตให้แกพูดแล้วอย่างนั้นเหรอวะ ! ไสหัวไปซะ !”


     เขาตวาดอย่างรุนแรงก่อนที่จะสั่งให้ทหารเฝ้ายามทั้งสองคนลากตัวออกไปให้พ้นจากหน้าประตู


     “เหอะ ! ไอพวกสวะไม่เจียมตัว”


     พอชายคนนั้นพูดจบเขาก็เดินจากไปด้วยเสียงหัวเราะสะใจ ส่วนชายที่บาดเจ็บหนักก็พยายามยันตัวเองลุกขึ้นมาแล้วจึงเดินออกไปท่ามกลางสายตาของฝูงชนที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย


     ฉันหันหน้าไปมองเบลลัสที่ยังคงยืนนิ่งเงียบไม่แสดงสีหน้าอะไร แต่หลังจากนั้นเธอก็จูงมือลากฉันไปตามทางที่ชายวัยกลางคนกำลังเดินไปอย่างทุลักทุเล


     บรรยากาศภายในเมืองนั้นเงียบเหงาแทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวอยู่เลยสักคน คนที่ดูเหมือนจะเป็นนักผจญภัยก็มีอยู่เพียงเล็กน้อยทั้งๆ ที่มีดันเจี้ยนและมีทั้งกิลด์อยู่ภายในตัวเมือง


     ในตลาดสดที่กำลังเดินผ่านก็ไม่มีเสียงเรียกลูกค้าเลยสักร้าน มีผู้คนสัญจรอยู่เพียงเล็กน้อยยิ่งกว่าเมืองที่มีประชากรน้อยในอาณาจักรป่าไม้เสียอีก


     “เข้าใจแล้วหรือยังล่ะเฟเลส ?”


     เบลลัสถามออกมาในขณะที่กำลังเดินตามชายคนนั้นไปเรื่อยๆ


     “ค่ะ”


     แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของตนเองแต่ด้วยความเป็นตัวตนของฉันในตอนนี้จึงรู้สึกเสียใจแทนชายคนนั้นที่ไม่สามารถออกจากเมืองเพื่อไปหาสมุนไพรให้กับลูกสาวของเขาได้ อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บหนักทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด


     “ศาสนจักรน่ะ...มันเน่าเฟะเต็มทีแล้ว”


     สีหน้าของเบลลัสยังคงไม่แปรเปลี่ยน นิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร


     แต่ฉันสัมผัสได้เลยว่าเธอกำลังโกรธจัดอยู่ภายในดวงตาสีเขียวมรกตที่กำลังทอดสายตามองไปด้านหน้า ซึ่งฉันเองก็คงไม่ต่างกัน


     กระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านซ่อมซ่อของชายคนนั้น เขาปาดรอยเลือดที่อยู่ตรงมุมปากออกก่อนที่จะพยายามลากตัวเองเข้าไปใบบ้านอย่างช้าๆ ซึ่งเบลก็ลากฉันตามเขาเข้าไป


     บุกรุกบ้านคนอื่นนี่ไม่ดีเลยนะคะ...ก็อยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอก


     เป็นบ้านเล็กที่มีอยู่เพียงไม่กี่ห้อง ชายคนนั้นเดินไปยังห้องที่อยู่ด้านซ้ายซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นห้องนอน พวกเราเองก็เดินตามเข้าไป


     เป็นห้องนอนเล็กๆ ตกแต่งไปด้วยตุ๊กตาขาดๆ หลากหลายตัว ตรงกลางมีเด็กสาวคนหนึ่งอายุไม่น่าจะเกินสิบปีกำลังนอนป่วยซมอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พอเธอเห็นชายคนนั้นเดินเข้าไปก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง


     “คุณพ่อคะ...”


     ชายผู้เป็นพ่อหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่วางอยู่ข้างเตียง


     “พ่อขอโทษที่หายามาให้ไม่ได้นะพูเอลล่า รออีกหน่อยนะ ตอนนี้ดื่มน้ำเสียก่อนจะได้หายเร็วๆ”


     เด็กสาวพยักหน้าพลางรับน้ำในแก้วไม้ที่ได้รับมาจากพ่อของเธอก่อนที่จะพยายามดื่มมันลงไปจนหมด


     “แค่ก แค่ก !”


     “พูเอลล่า !”


     “หนูไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ แฮะๆ”


     เด็กสาวยิ้มกว้างให้กำลังใจคุณพ่อของเธอก่อนที่จะค่อยๆ โน้มตัวลงนอนบนเตียง เขาลูบหัวเธออย่างแผ่วเบาอยู่อย่างนั้นกระทั่งเด็กสาวหลับสนิท ชายคนนั้นเองที่กำลังนั่งเฝ้าไข้ก็ผลอยหลับลงไปด้วยความเจ็บปวดและอ่อนล้า


     คงจะได้เวลาแล้วสินะคะ


     ฉันบีบมือเบลลัสแน่น เธอพยักหน้าทีหนึ่งก่อนที่จะกางมือออกไปด้านหน้า


     แสงสว่างสีขาวนวลส่องประกายจ้าขึ้นมาล้อมรอบทั้งสองคน ซึ่งวงเวทที่อยู่ตรงชายผู้เป็นพ่อกับเด็กสาวตัวน้อยนั้นมีความแตกต่างกันราวกับเป็นคนละสกิล


     เบลร่ายเวทซ้อนได้ด้วยสินะคะ


     สีหน้าของพวกเขาค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งแสงสีขาวนวลก็ค่อยๆ จางหายไป จากนั้นเบลก็หันตัวกลับก่อนที่จะลากฉันออกไปจากบ้านหลังนั้น


     “เฟเลสรู้แล้วหรือยังว่าเบลอยากจะบอกอะไร”


     เธอพูดขึ้นมาในขณะที่ลากฉันเดินไปตามทางเปลี่ยวตามซอกซอยซึ่งน่าจะเป็นทางลัด


     ดูเหมือนว่าเบลจะจำแผนผังที่ได้รับมาจากคุณจอมมารได้เป็นอย่างดี แต่ก็น่าแปลกใจไม่น้อยที่เขามีของแบบนั้นอยู่ด้วย


     “หมายความว่ายังไงเหรอคะ ?”


     หญิงสาวหยุดชะงักเล็กน้อย เธอหมุนตัวมาหาฉันที่อยู่ในสภาวะล่องหนแต่ราวกับว่าเธอกำลังจ้องมองลงไปในดวงตาของฉันอยู่


     สีหน้านิ่งเฉยแต่เปี่ยมล้นไปด้วยความจริงจัง


     “ทางแกรนดิสขอยื่นข้อเสนอกับอาณาจักรปีศาจ เฟเลส...สนใจมาถล่มศาสนจักรให้ราบคาบด้วยกันหรือเปล่าเอ่ย ?”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #189 THE BlACK ANGEL (@bumzazatv) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 05:48
    พูดยังกับชวนไปเดทอะไรยังนั้น 5555 แต่ไป!!!!
    #189
    0
  2. #188 อะคุคิ (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 22:59

    อารมณ์เหมือนชวนออกเดทยังไงยังงั้นแฮะ..

    #188
    0
  3. #186 ruknakrubirene (@ruknakrubirene) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 11:34

    ถามแบ่บ55555555555555

    เหมือนชวนไปกินข้าว พูดออกมาง่ายมากลูก555555555555555

    ตอบตกลงไปเลยลูก ไม่ว่าเทอจะไปที่หนัยชั้รจะปัยด้วย

    เฟเลสไม่ได้กล่าวแต่อยากบอกเอง55555555

    #186
    0
  4. #185 NongZaRa (@NongZaRa) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 06:45
    ไปคร่าาาาา อุ้ฟ...... ลืม!!!ถามเฟเลส...นี่น่า 5555555
    #185
    0
  5. #184 ABC5929y (@ABC5929y) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 05:44
    ถล่มเลยๆ เอาให้เละไปเลย # พวกศาสนจักรนี่มันเลวได้เกือบทุกเรื่องจริงๆ
    #184
    0