[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 78 : ความสุดยอดของครีมพัฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

     CHAPTER [78] ความสุดยอดของครีมพัฟ


     เคร้ง เคร้ง !


     หลากหลายเสียงประสานกันเป็นจังหวะ ทั้งเสียงกระทบของเหล็กที่เสียดสีกันจนเกิดเป็นประกายไฟ เสียงหอบหายใจอันเหน็ดเหนื่อยของเหล่าสองชายหนุ่มที่กำดาบในมือแน่น และเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของมอนสเตอร์บอสร่างสีดำที่ยืนเด่นสง่าอย่างน่าเกรงขาม


     “คุฮ่าฮ่าฮ่า ! พวกแกมีน้ำยากันแค่นี้เองงั้นเรอะ !”


     ร่างสีดำทมิฬตวัดดาบออกเป็นวงกว้างซัดเอเควียสจนกระเด็นไถลไปหลายสิบเมตร ฟอร์ทที่เห็นช่องว่างจึงรีบพุ่งปรี่เข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้นเองเขากลับต้องยกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาป้องกันตามสัญชาตญาณ


     เคร้ง !


     ดาบใหญ่สีดำถูกตวัดออกมาก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวร่างทมิฬเสียด้วยซ้ำ และด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาลจึงปัดร่างของผู้กล้าฟอร์ทปลิวกระเด็นลอยไปอีกฝั่ง


     และในขณะเดียวกันก็มีละอองน้ำเริ่มก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะของร่างทมิฬ จากนั้นแค่เสี้ยววินาทีก็ปรากฏสายของไอน้ำนับพัน รูปร่างราวกับเข็มแหลมพุ่งลงมาหวังทิ่มทะลวงร่างสีดำให้แหลกในคราเดียว


     อย่างไรก็ตาม พริบตาเดียวที่เข็มไอน้ำโผล่ออกมาจากวงเวทก็ถูกเพลิงมานาสีดำสนิทกลืนกินหายไปจนหมดสิ้นด้วยการตวัดดาบเพียงแค่ครั้งเดียวจากร่างทมิฬ


     ราวกับว่าทุกการกระทำของพวกเขาได้ถูกคาดการณ์เอาไว้หมดแล้ว


     บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหอบหายใจเหนื่อยของชายทั้งสามอย่างชัดเจน


     “นั่นมันบ้าอะไรกันวะ !”


     เซียร์กัดฟันกรอดพลางมองร่างทมิฬที่อยู่ห่างออกไปกว่าห้าสิบเมตร ไม่ว่าเขาจะร่ายเวทอะไรออกไปก็ถูกมานาสีดำสนิทกลืนกินหายไปโดยที่ไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ


     ต่อให้พยายามโจมตีจากระยะไกลก็ไร้ผลราวกับถูกดักทาง ทำลายเวทมนตร์อันแสนภาคภูมิใจของเขาโดยที่ไม่สามารถแม้แต่จะสะกิดหรือสร้างรอยบาดแผลให้กับร่างทมิฬได้แม้แต่น้อย


     หนักไปกว่านั้นก็คือแนวหน้าอย่างเอเควียสและผู้กล้าฟอร์ท


     ไม่ว่าพวกเขาจะโจมตีเข้าไปอย่างไรก็ถูกโต้กลับได้อย่างสบายๆ อย่างกับว่าถูกอ่านทางไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ขนาดผู้กล้าฟอร์ทปลดลิมิตเบรกขั้นแรกไปแล้วแต่สถานการณ์กลับไม่ต่างจากเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว


     และยิ่งไปกว่านั้น


     “ทำไมมันถึงกินครีมพัฟได้หน้าตาเฉยเลยฟะ...!”


     ใช่แล้ว จนถึงตอนนี้มอนสเตอร์ร่างสีดำทมิฬก็กินครีมพัฟเข้าไปเป็นชิ้นที่สาม และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดกินเสียด้วย


     นอกเสียจากจะเป็นการดูถูกแล้ว เหล่าผู้พิชิตถึงกับต้องหวาดระแวงมากขึ้นกว่าเดิม พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าครีมพัฟนั่นมันคืออะไรกันแน่


     อาหารเสริมแกร่ง ? อาวุธลับ ? ของหลอกล่อ ? หรือเป็นเพียงแค่ของหวานธรรมดาๆ ?


     แต่ไม่มีทางที่บอสประจำชั้นจะทานครีมพัฟโดยที่ไม่มีเหตุผล ซึ่งมันจะต้องเป็นอะไรสักอย่าง...


     แถมยังมีเสียงเคี้ยวหงุบหงับที่ไม่รู้ว่าดังออกมาจากที่ไหนกันแน่


     “ว่าแต่ท่านเซียร์ไม่แปลกใจเหรอครับ ขนาดไม่มีหัวก็ยังกินครีมพัฟได้...สำหรับกระผมแล้วมันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสุดๆ เลยล่ะครับ”


     ฟอร์ทลุกขึ้นยืนหลังจากที่โดนซัดไปไกลกว่าสามสิบเมตรพลางพิจารณามอนสเตอร์ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างสงสัย ขนาดเป็นมอนสเตอร์บอสที่ไม่มีศีรษะแท้ๆ แต่กลับกินครีมพัฟได้โดยอย่างกับว่ามันหายเข้าไปในเปลวไฟสีดำ...แต่หากมองดูดีๆ แล้วก็จะมีรอยฟันบนครีมพัฟตรงส่วนที่ถูกกัด


     เป็นเรื่องลี้ลับแบบไหนกัน !?


     “จะยังไงก็ช่างหัวมันสิวะ ! แกเป็นผู้กล้านะเฟ้ย ! รีบๆ หาวิธีจัดการมันได้แล้ว !”


     “ถึงท่านจะพูดเช่นนั้น...”


     จะให้เขาทำอย่างไรได้


     หลังจากที่ประมือมาร่วมสิบนาทีกว่า ไม่ว่าพวกเขาจะโจมตีเข้าไปอย่างไร ไม่ว่าพวกเขาจะเล็งไปที่ร่างทมิฬหรือครีมพัฟก็ตามแต่ ทุกอย่างกลับไร้ผลไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพหรือเวทมนตร์


     หนักกว่าคือตอนพยายามโจมตีไปที่ครีมพัฟ เจ้าร่างทมิฬก็จะโจมตีกลับมาด้วยความรุนแรงที่มากกว่าเดิม


     ฉะนั้นครีมพัฟจะต้องเป็นอะไรที่สำคัญกับบอสตัวนี้เป็นแน่แท้


     เรียกได้ว่าเป็นมอนสเตอร์บอสที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมาเลยก็ว่าได้ และบางทีอาจยุ่งยากยิ่งกว่าจอมมารเสียด้วยซ้ำ และถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่างพวกเขาก็ไม่มีทางที่จะชนะอย่างแน่นอน


     ชายหนุ่มทั้งสามคนเริ่มใช้สัญญาณมือก่อนที่จะพยักหน้ายืนยัน พวกเขารู้อยู่แล้วว่ามอนสเตอร์บอสระดับสูงๆ นั้นสามารถเข้าใจภาษาที่พวกเขาสื่อสารได้ ไม่ว่าจะเป็นมังกรเพลิงตัวก่อนหน้า หรือแม้กระทั่งบอสสีทมิฬที่พวกเขากำลังต่อสู้ด้วยอยู่ก็ตาม ดังนั้นพวกเขาจึงวางกลยุทธ์การใช้ภาษาสัญลักษณ์เพื่อที่จะดำเนินแผนการที่รู้กันเองอย่างรวดเร็ว


     ฟอร์ทหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่งพลางตั้งท่าร่างดาบมั่นก่อนที่จะเพ่งมองไปยังศัตรูตัวฉกาจที่อยู่เบื้องหน้า


     เขาถอนลมหายใจออกมาพลางหลับตาลง หลังจากนั้นก็เริ่มร่ายคำพูดออกมาในใจ


     ปลดลิมิตเบรก


     ‘ปลดลิมิตเบรกขั้นที่สอง’


     สิ้นเสียงของดาบศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดสายลมปริมาณมหาศาลวิ่งวนรอบร่างกายของผู้กล้าฟอร์ทราวกับพายุคลั่ง จากนั้นร่างของเขาก็เปล่งแสงสีขาวออกมาครั้งหนึ่งพร้อมกับปริมาณมานาอันมหาศาลที่แผ่กระจายออกมา


     เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทางกายภาพของร่างกายจนถึงขีดสุด


     เพียงเสี้ยววินาทีร่างของเขาก็แวบหายไปจากจุดเดิม


     เคร้ง !


     คมดาบเข้าปะทะกันอีกครั้งอย่างรุนแรง จากนั้นผู้กล้าฟอร์ทก็เริ่มโหมกระหน่ำเพลงดาบใส่เข้าไปไม่ยั้งด้วยพละกำลังและความเร็วที่มากกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า


     แต่ถึงอย่างนั้นร่างทมิฬกลับยืนรับคมดาบของเขาได้อย่างง่ายดาย


     “ฟอร์ท...!”


     สิ้นเสียงของชายผู้เป็นหัวหน้า ฟอร์ทก็ตวัดดาบฟันครั้งหนึ่งก่อนที่จะดีดตัวออกมา หลังจากนั้นฟองน้ำปริมาณมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่ร่างทมิฬอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรเสียมันก็แค่การโจมตีแบบเดิมๆ ร่างทมิฬยกดาบสีดำขึ้นมาหวังที่จะซัดคลื่นมานาออกไปทำลายให้สิ้นซาก


     แต่ทว่ามันคือแผนที่พวกเขาวางเอาไว้ !


     เอเควียสไม่รอช้า เขาเริ่มใช้สกิลยั่วยุเพื่อดึงความสนใจทันที ปกติแล้วสกิลนี้จะใช้เพื่อดึงความสนใจของมอนสเตอร์ให้เข้ามาหาตนเองในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และแน่นอนว่ามันสามารถใช้กับสถานการณ์เช่นนี้ได้เป็นอย่างดี


     ตามบันทึกแล้วไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ประเภทไหนก็ตามแต่แม้ว่าจะเป็นตัวของจอมมารเอง มอนสเตอร์เหล่านั้นก็จะถูกสกิลยั่วยุดึงความสนใจได้ในทันที


     ส่วนใหญ่ถ้าเป็นมอนสเตอร์ระดับบอสก็อาจส่งผลเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับความเร็วเวทมนตร์ของจอมเวทอัจฉริยะ


     ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาเห็นร่างทมิฬคอยหลีกเลี่ยงเวทมนตร์อยู่ทุกครั้ง ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่เวทมนตร์จะเป็นจุดอ่อนของบอสประจำชั้นนี้


     แผนจึงคุ้มค่าที่จะลอง


     ทว่า...


     ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้


     มอนสเตอร์บอสร่างทมิฬกลับยืนมองเอเควียสที่ตั้งโล่ลงพื้นอย่างงงๆ พลางกัดครีมพัฟเข้าไปอีกคำหนึ่งก่อนที่จะตวัดคลื่นมานาสีดำออกไปทำลายเวทฟองน้ำที่กำลังปรี่เข้ามาจนมลายหายไปหมดสิ้น


     “ทำอะไรของพวกแกกันน่ะ ?”


     เสียงแหบต่ำแผดออกมาด้วยความงุนงง


     “ดะ...ได้ยังไงกันวะ !”


     เซียร์ตะโกนดังลั่นออกมาด้วยความตกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่มีมอนสเตอร์ที่ไม่แสดงความสนใจต่อสกิลยั่วยุของอัศวิน


     และมานาของเซียร์เองก็ร่อยหรอเต็มทีแล้ว


     “กระผมจัดการเองครับ !”


     ผู้กล้าฟอร์ทที่ร่นถอยไปก่อนหน้าดูเหมือนจะกำลังรวบรวมมานาขนาดใหญ่ไว้ที่ดาบศักดิ์สิทธิ์จนมันเปล่งแสงประกายสีขาวนวลออกมา ร่างทมิฬที่เคยรับสกิลนี้มาแล้วครั้งหนึ่งจึงมองดูอยู่เฉยๆ


     ในครั้งแรกที่ฟอร์ทใช้สกิลนี้ก็ถูกคลื่นมานาสีดำซัดทำลายหายไปได้อย่างง่ายดาย แต่หารู้ไม่ว่าในครั้งนี้มันคือคลื่นแสงแห่งการชำระล้างที่เกิดจากการปลดลิมิตเบรกขั้นที่สอง โดยอานุภาพของมันรุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า


     เป็นสกิลที่ทำความเสียหายให้แก่มอนสเตอร์ได้อย่างสาหัสสากรรจ์อย่างแท้จริง


     ฟู่มมม !


     คลื่นแสงสีขาวสาดกระจายออกมาเป็นแนวนอน ด้วยความเร็วของมันจึงทำให้ยากที่จะหลบได้โดยง่าย


     และก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง...


     ที่สกิลของเขาถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย


     ผู้กล้าฟอร์ทถึงกับอ้าปากค้างเพราะการกระทำของร่างทมิฬที่อยู่เบื้องหน้า


     ปกติแล้วการที่จะทำลายเวทมนตร์ที่ประกอบไปด้วยมานาปริมาณมหาศาลจำเป็นต้องใช้เวทหรือมานาที่มากกว่าเวทมนตร์นั้นๆ ในระดับหนึ่ง ซึ่งการที่จะรวบรวมมานาปริมาณนั้นๆ ภายในเสี้ยววินาที ตามทฤษฎีแล้วมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้


     ขนาดผู้กล้าอย่างเขาหากต้องการที่จะรวบรวมมานาเพื่อใช้สกิลคลื่นแสงแห่งการชำระล้างเมื่อปลดลิมิตเบรกขั้นที่สองยังต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง


     ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับเวทมนตร์ประเภทไหนก็ตาม คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะ ‘ป้องกัน’ หรือไม่ก็ ‘หลบหลีก’ เพราะการรวบรวมมานาเพื่อทำลายเวทมนตร์อีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเว้นเสียว่าจะร่ายเวทมนตร์ออกมาพร้อมๆ กัน โดยมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งใช้เวทมนตร์ที่รุนแรงกว่า


     แต่บอสที่อยู่ตรงหน้ากลับทำลายเวทมนตร์แห่งแสงของเขาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งความลับก็คงจะเป็นมานาสีดำสนิทอย่างไม่ต้องสงสัย


     แต่ก็ไม่เคยมีบันทึกหรือสารบัญไหนที่กล่าวว่ามีมอนสเตอร์บอสที่สามารถลบล้างเวทมนตร์ได้อยู่


     หรือว่าบางที...จะเป็นเพราะครีมพัฟที่มันถืออยู่ ?


     ผู้กล้าฟอร์ทเริ่มคิดหาวิธีทางออกสำหรับสถานการณ์นี้ภายในหัวสมองอย่างรวดเร็ว ถึงเขาจะมีผู้รักษาอย่างเจ้าหญิงเบลลัสอยู่ก็ตาม แต่ถ้าไม่สามารถทำอะไรสักอย่างกับบอสตัวนั้นได้


     พวกเขาก็ต้องตายอยู่ในห้องนี้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง


     และหลังจากนั้นจอมมารก็จะเริ่มรุกรานบนพื้นโลก ทุกอย่างจะพังพินาศ เกิดความสิ้นหวังไปทั่วทุกดินแดน


     ผู้คนล้มตาย เหล่าผู้คนที่เขารักก็จะกรีดร้องกันอย่างทุกข์ทรมาน


     ในฐานะผู้กล้าแล้วเขาจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด


     ต้องปกป้อง...


     ต้องปกป้อง ! ต้องปกป้อง ! ต้องปกป้อง !


     ไอมานาสีขาวนวลเริ่มปะทุออกมาจากร่างของฟอร์ทผสานเข้ากับมานาสีเพลิงดั้งเดิมของเขาเกิดเป็นประกายมานาสีทอง ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีแดงเพลิงส่งคำพูดออกมาราวกับเป็นเสียงกระซิบ


     “ปลดลิมิตเบรก”


     ‘ปลดลิมิตขั้นสุดท้าย’


     มานาสีทองแผ่ออกมาจากร่างของผู้กล้าฟอร์ทอย่างบ้าคลั่ง มันหมุนวนเป็นวงล้อมราวกับพายุทอร์นาโด ในขณะเดียวกันดาบศักดิ์สิทธิ์ก็เปลี่ยนสภาพจากดาบสีเงินกลายเป็นดาบสีทองอร่ามที่แผ่ไอมานาออกมาอย่างแรงกล้า


     ซู่ววว


     มานาจากรอบด้านเริ่มถูกรวบรวมเข้าไปในตัวดาบศักดิ์สิทธิ์ตามกาลเวลาที่ผ่านไปทุกเสี้ยววินาที ฟอร์ทตั้งท่าร่างมั่นพลางวางปลายดาบไปที่ด้านหลัง


     สกิล ‘คลื่นแสงแห่งการชำระล้างระดับสูงสุด’


     ฟุ่บ !


     แต่ทว่า พริบตาเดียวที่ฟอร์ทกำลังจะปล่อยคลื่นแสงออกมา ร่างสีดำทมิฬกลับหายแวบไปจากสายตาของเขาด้วยความเร็วระดับสูง


     สัญชาตญาณของผู้กล้ากู่ร้องเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรง เส้นชีพจรของเขาเต้นถี่ยิบจากไอเย็นยะเยือกที่ร่างทมิฬแผ่ออกมา เขาหมุนตัวกลับไปทางด้านหลังก่อนที่จะเริ่มปล่อยคลื่นแสงสีทองออกมาจากดาบศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเร็วเต็มพิกัด


     พลั่ก


     “อั่ก !”


     ฟอร์ทกระอักน้ำลายออกมาด้วยความเจ็บปวด พอเขาหันหน้าก้มมองลงไปก็เห็นเป็นด้ามดาบสีดำทมิฬที่เข้ากระทุ้งท้องน้อยของเขาอย่างจัง


     รุนแรงเสียจนเขาหายใจไม่ออก


     มานาที่เขารวบรวมมาทั้งหมดกลับสลายหายไปในอากาศ ฟอร์ทตัวสั่นระรัวพลางนั่งคุกเข่ากุมท้องแน่น พอเงยหน้ามองศัตรูตัวฉกาจร่างของเขาก็สั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว


     ร่างสูงเกือบสองเมตร ตั้งแต่ส่วนลำคอขึ้นไปไร้ซึ่งศีรษะ ไม่มีแม้กระทั่งใบหน้าหรือดวงตา แต่เขากลับรู้สึกว่ามันกำลังจดจ้องมองเขาด้วยสายตาอันเย็นยะเยือก


     “ผู้กล้า มีดีแค่นี้เองรึ...?”


     ฟอร์ททำได้เพียงจ้องมองร่างทมิฬด้วยสายตาอันไม่ย่อท้อ แต่อย่างไรเสียเขาก็ต้องยอมรับความจริง ทักษะที่เขาฝึกฝนมานั้นไม่ได้มีไว้ใช้กับศัตรูประเภทนี้


     ทั้งความเร็ว พละกำลัง หรือแม้กระทั่งมานา เขาอ่อนด้อยกว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้าทุกประการ


     ฟอร์ทพยายามหายใจเข้าแต่กลับได้รับเพียงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่แล่นเข้าไปในเส้นประสาท ในขณะเดียวกันก็ปรากฏวงเวทแสงสีขาวนวลขึ้นที่ร่างของเขา ร่างทมิฬที่คุ้นเคยกับวงเวทชนิดนี้ดีจึงหันหน้าไปยังผู้ร่ายเวทที่อยู่ไกลออกไป


     ผู้รักษา เจ้าหญิงเบลลัส อิมโพรบัส


     เป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มเคลื่อนไหว


     แต่ถึงอย่างนั้นมานาของผู้กล้าฟอร์ทก็ถูกใช้จนแทบจะหมดเกลี้ยง การร่ายเวทรักษาให้เขาจึงเป็นแค่การลดทอนความเจ็บปวด ไม่ได้ช่วยให้เขาฟื้นกลับขึ้นมาต่อสู้ได้อย่างเดิม


     ร่างทมิฬละทิ้งความสนใจจากผู้กล้าที่อ่อนแรงทันที และทิศทางที่มันกำลังมุ่งหน้าไปนั่นก็คือแนวหลังของปาร์ตี้


     ฟอร์ททำได้เพียงกัดฟันพลางพร่ำพูดออกมาเบาๆ


     “เจ้าหญิง...”


     —


     ทีนี้ก็เสร็จไปแล้วหนึ่งคน


     การจัดการผู้กล้าที่ดูจะเป็นอันตรายมากที่สุดเป็นลำดับแรกย่อมช่วยบั่นทอนกำลังใจในปาร์ตี้ได้เป็นอย่างดี


     ถึงอย่างนั้นฉันก็แอบรู้สึกผิดหวังนิดๆ...ไม่นึกเลยว่าผู้กล้าแห่งยุคจะอ่อนแอถึงขนาดนี้


     แต่เอาจริงๆ ถ้าฉันไม่มีความสามารถของเนตรเทพปีศาจเข้ามาช่วย ไม่แน่ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้อาจทำให้ฉันหืดขึ้นคอก็เป็นได้


     ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบไหนก็ตาม การเคลื่อนไหวของมานาก็จะบ่งบอกออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มขยับ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์สอดคล้องกับกล้ามเนื้อก็ยิ่งช่วยให้คาดคะเนได้ง่ายขึ้น


     การมองการไหลของมานาจึงทำให้ฉันมองเห็นทุกการกระทำถัดๆ ไปของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ยิ่งถ้ากวาดสายตาออกไปกว้างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของจอมเวทที่กำลังจะร่ายเวทมนตร์หรืออะไรก็ตามแต่ ทุกอย่างถูกมองออกตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มขยับตัว


     ยิ่งถ้าใช้กับคู่ต่อสู้สายระยะประชิดก็ยิ่งรับมือได้ง่าย


     ก็นะ เป็นความสามารถที่สุดยอดจริงๆ นั่นล่ะ ถึงจะมีข้อเสียหากต้องปะทะกับกลุ่มคนจำนวนมากๆ ก็ตามแต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยอยู่แล้ว อย่างไรเสียฉันก็ไม่ใช่พวกที่ชอบสู้แบบซึ่งๆ หน้าสักหน่อย


     ถึงรู้สึกว่าสถานการณ์ที่ผ่านๆ มาจะไม่เคยอำนวยเลยก็เถอะนะ...


     อีกส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณคุณจอมมารจริงๆ ร่างกายสูงๆ ใหญ่ๆ นี่มันได้เปรียบจริงๆ นั่นล่ะ


     อีกแค่สองปี ส่วนสูงของฉันก็จะ...เอเฮะเฮะ


     เอาเถอะ ตอนนี้เหลืออีกแค่สามคน...ไม่สิ อีกแค่สองคนสินะ


     ผู้กล้าก็หมดสภาพไปแล้ว จอมเวทที่ใช้ฟองน้ำก็มานาเกือบหมดเกลี้ยง ส่วนหัวหน้าอัศวินก็รับความเสียหายไปมากอยู่พอสมควร


     ถ้าหากเขาต้องรับการโจมตีอีกสักหนึ่งหรือสองครั้งก็คงถือโล่ไม่ไหวแล้วล่ะ


     เท่านี้ก็เหลือเพียงแค่เบล กับนักแบกของที่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้


     เอียนิต ไม่ใช่ว่าเขาควรอยู่กับปาร์ตี้ของคุณวาเลนหรอกเหรอคะ...


     แต่ก็ช่างเถอะ รีบๆ จัดการแล้วส่งพวกเขากลับบ้านกันดีกว่า


     ฉันเดินไปยังแนวหลังอย่างช้าๆ พลางกัดครีมพัฟเข้าปากไปอีกคำหนึ่ง


     อื้ม...ทั้งเนื้อแป้ง รสชาติ ความหนานุ่ม ซิลเลียไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ค่ะ


     ผลลัพธ์ของการที่ไม่ได้ทานอาหารมาสามวันเต็มนี่มันน่ากลัวจริงๆ


     “คุฮ่าฮ่าฮ่า ! สิ้นหวังแล้วสินะเหล่าผู้กล้าทั้งหลาย ! จงดิ้นรนไปพร้อมกับความเจ็บปวดเสียเถิด !”


     เสียงทุ้มหนักเสียขนาดตัวฉันเองยังตกใจ แต่ที่น่าพึงพอใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือทักษะการแสดงของฉันเนี่ยล่ะ


     เอะเฮะเฮะ ยังไม่มีใครดูออกแสดงว่าสนิมยังไม่ขึ้นสินะคะ เพราะยังไงเสียมันก็คือทักษะพิเศษที่ฉันภูมิใจ


     “เบลลัส !”


     เอเควียสวิ่งรุดเข้ามาพลางตั้งโล่ป้องกันแนวหลังทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว แต่เรี่ยวแรงและมานาของเขาก็เหลือน้อยเต็มทีแล้วจึงแทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลยหากเขาต้องการที่จะป้องกันการโจมตีถัดไปของเด็กสาว


     เว้นเสียว่าเขาจะมีแผนอื่น...เฮะ !?


     เบลลัสที่ยืนนิ่งมองดูการต่อสู้ในฐานะผู้สนับสนุนมาตั้งแต่แรก จู่ๆ เธอก็เริ่มชักดาบออกมา


     สีหน้าเย็นชาต่างจากที่ฉันเคยเห็น ภายในดวงตาของเธออบอวลไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองมากเสียจนฉันถึงกับรู้สึกกระอักกระอ่วน


     เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอโกรธ...ไม่สิ เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเธออารมณ์เสียมากขนาดนี้


     ทำไมกันอ่ะ เพราะฉันลงมือแรงเกินไปเหรอคะ...?


     ก็ไม่นี่นา...


     แววตาของเบลลัสเริ่มเปล่งประกายสีอ่อนๆ ออกมาขับให้ดวงตาสีเขียวมรกตของเธอดูเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม


     เบลกำลังใช้เวทเสริมพลังอยู่


     พริบตาเดียวที่ฉันสบตากับเบลลัส จู่ๆ หัวใจของฉันก็เต้นกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก


     ตึกตัก


     อีกแล้ว...ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว


     เหมือนกับครั้งนั้น...ตอนที่พวกเราเจอกันที่อาณาจักรป่าไม้


     ทำไมกัน เป็นเพราะอะไร...หรือจะเป็นผลจากเนตรเทวธิดาอย่างที่คุณจอมมารว่าไว้


     ฮู่ววว


     ฉันพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ส่งผลอะไรเป็นพิเศษนอกเสียจากความรู้สึกแปลกๆ


     ฟุ่บ


     ร่างของเบลลัสหายแวบไปจากจุดที่เธอยืนอยู่อย่างรวดเร็ว วินาทีต่อมาสองดาบก็เข้าปะทะกันอย่างรุนแรง


     เสียงของเหล็กกระทบดังลั่นสนั่นไปทั่วห้องบอส


     เคร้ง !


     ระ เร็ว !? แถมยังหนัก...!


     เป็นการฟาดฟันที่แฝงไปด้วยอารมณ์ล้วนๆ !


     ที่ฉันเคยเห็นเบลสู้...เธอไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้นี่นา !


     เคร้ง เคร้ง เคร้ง !


     คมดาบเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง เบลลัสตวัดดาบฟันลงมาในแนวเฉียงอย่างรวดเร็วแต่เด็กสาวก็สามารถยกดาบใหญ่ขึ้นมาป้องกันได้อย่างง่ายดาย


     ยังอยู่ในระดับที่รับมือได้อยู่...


     หญิงสาวผมสีขาวบริสุทธิ์กดใบดาบลงครั้งหนึ่งก่อนที่จะดีดตัวออกไป จากนั้นเธอก็ยืนหยุดนิ่งอยู่กับที่พลางขยับจมูกของเธออยู่สองสามครั้ง


     ดมอะไรคะนั่น


     โอ้ ! หรือว่า...


     “คุฮ่าฮ่าฮ่า ! เจ้าเองก็อยากลองทานครีมพัฟชิ้นนี้อย่างนั้นเรอะ !”


     พอร่างทมิฬขยับมือซ้ายสองสามครั้งก็มีครีมพัฟอีกชิ้นหนึ่งโผล่ออกมาราวกับเวทมนตร์


     ต้องขอบคุณซิลเลียล่ะนะที่อุตส่าห์ทำมาให้ตั้งเยอะแยะขนาดนี้ ฉะนั้นจะแบ่งคนอื่นบ้างนิดหน่อยจะเป็นไรไป...


     อ๊ะ ! แต่ตอนนี้ฉันเป็นบอสประจำชั้นอยู่นี่นะ...แต่ก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง


     อย่างไรเสียเธอก็คงจะคิดว่ามันเป็นอาหารที่มีพิษ จะมีใครที่ไหนรับของจากบอสหน้าตาน่ากลัวกันล่ะ


     “เอา...”


     เสียงตอบรับอันแผ่วเบาดังออกมาจากเบลลัสที่กำลังยืนอย่างแน่นิ่ง


     เห็นไหมล่ะ ถึงกลิ่นมันจะยั่วยวนขนาดไหนแต่ก็ไม่ควรรับของหวานจากคนแปลกหน้าล่ะน้า...


     อื๋อ...?


     แกร๊ง


     เสียงของเหล็กกล้าตกกระทบกับพื้นหินดังมาจากด้านหน้า พอฉันมองลงไปก็เห็นเป็นดาบยาวสีเงินที่เบลทิ้งลงกับพื้น


     เห...


     ยอมแพ้แล้วสินะคะ


     แต่ไม่เป็นไรค่ะ เอาครีมพัฟไส้สตรอว์เบอร์รี่ไปเป็นของรางวัลปลอบใจก็แล้วกันนะคะ


     ว่าแล้วฉันก็ยื่นครีมพัฟให้


     เฮ้อ เท่านี้ก็เหลือเอียนิตกับคุณเอเควียสอีกแค่สองคน


     ดูเหมือนพวกเขาจะมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างงงงวย มีอะไรให้แปลกใจกัน...?


     แต่ในขณะเดียวกันฉันก็รู้สึกถึงสายตาของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า พอเด็กสาวละสายตาจากสองหนุ่มแล้วจึงหันหน้ากลับมามอง สายตาของเธอกลับประจบเข้ากับแววตาของเบลลัสที่กำลังเปล่งแสงเป็นประกายออกมา


     ตึกตัก


     ในพริบตาเดียวกันนั้น ร่างของหญิงสาวในชุดเกราะเบาก็พุ่งตรงมาหาร่างทมิฬสีดำอย่างรวดเร็ว


     ซวยล่ะ !


     ไม่นึกเลยว่าเธอจะใช้ข้อได้เปรียบของเนตรเทวธิดาให้เหมือนกับสกิลยั่วยุ ร่างของเด็กสาวเกิดการชะงักขึ้นเล็กน้อย สายตากวาดมองหญิงสาวที่กำลังพุ่งเข้ามาพลางประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว


     อาวุธลับ ? ไม่ใช่...ใช้มือเปล่า ?


     แต่ทำไมถึงไร้ซึ่งจิตสังหาร...


     ไม่ว่าจะพยายามใช้เนตรเทพปีศาจมองไปอย่างไร เด็กสาวก็ไม่เข้าใจการกระทำของเจ้าหญิงเบลลัสเลยแม้แต่น้อย


     ในระหว่างที่คิดอยู่นั้นหญิงสาวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างทมิฬแล้ว จากนั้นทั้งสองมือของเธอก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว


     จะทำอะไร...


     หมับ !


     จู่ๆ เบลลัสก็โอบกอดชุดเกราะสีดำร่างใหญ่อย่างไม่มีสาเหตุ และตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของคนผู้เป็นพี่ที่ตะโกนออกมาด้วยความตกใจอย่างสุดขีด


     “เบลลัส...!?”


     เจ้าหญิงเบลลัสเงยหน้าขึ้นมองชุดเกราะไร้หัวด้วยสายตาอันเปล่งประกายไร้ซึ่งอารมณ์ขุ่นเคืองที่มีมาตั้งแต่ตอนแรกเริ่ม หนำซ้ำเธอยังรัดแน่นเสียจนไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยอีกต่างหาก


     “เฟเลส !”


     เฮะ


     เอ๋...!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #168 bumzazatv (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 19:23
    กลิ่นมันแรงงงงงงงง
    #168
    0
  2. #162 Benzzaka (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 12:30

    ค้างอ้ากกกกhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-01.png

    #162
    0
  3. #161 ABC5929y (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 10:23

    ค้างง อ้ากก!! ไม่ไหวแล้วอยากลงไปดิ้นตายชะมัด!! อยากอ่านต่อแล้วไรท์มาอัปเร็วๆเถอะ ขอร้องง~~
    #161
    0
  4. #160 MARKsZ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 08:05
    ค้าง อ๊ากก
    #160
    0
  5. #159 0835424543 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 22:28

    น้องนางสมแล้วๆที่เพียงแค่ดมกลิ่นก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าคือเฟเลส
    (รีบมาต่อเลยรออ่านๆ)
    #159
    0
  6. #158 ruknakrubirene (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 20:11
    ค้างๆๆๆๆๆๆๆ
    รีบมาต่อเร้วววววว
    #158
    0
  7. #157 karaokezzzz999 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 19:55
    ค้างม่ายๆๆๆนะ
    #157
    0
  8. #156 noenoehonm (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 19:35
    555555555 ค้างง
    #156
    0
  9. #155 APZS (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 19:08
    อ๊ากกกค้างงงง
    #155
    0
  10. #154 -Unknown (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 19:00
    ค้างงงงงงงง
    #154
    0
  11. #153 kanda-02 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:58
    ว่าแล้วว่าเบลจะต้องจำกลิ่นสามี(หรือภรรยาว่ะ)ได้!!!
    #153
    0
  12. #152 Yuu-kun (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:55
    ไม่ใช่แค่ตาที่เทพ แต่จมูกก็เทพเรอะ!!
    #152
    0
  13. #151 modfreeday1 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:46
    ค้างงง
    #151
    0
  14. #150 MINE_SAN (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:39
    ค้าง!!!
    #150
    0
  15. #149 MINE_SAN (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:37
    เม้นแรก!!
    #149
    0