[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 60 : ข้อดีของนักแบกของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

     CHAPTER [60] ข้อดีของนักแบกของ


     เสียงดังเซ็งแซ่จนทุกอย่างดูวุ่นวาย แม้ว่ากิลด์นักผจญภัยจะมีขนาดใหญ่พอตัวแต่ก็แทบที่จะรองรับจำนวนนักผจญภัยที่มากันอย่างคับคั่งไว้ไม่อยู่


     เด็กสาวภายใต้หน้ากากสีดำรูปทรงเดียวกับหน้ากากเต้นรำกำลังยืนมองหน้าทางเข้า


     แถวยาวเหยียดล้นออกมาจนถึงหน้าประตู นักผจญภัยต่างเผ่าพันธุ์ยืนกันเป็นกลุ่มๆ กำลังรอเข้าดันเจี้ยน ฉันเดินไปต่อหางแถวเพื่อรอลงทะเบียนจากนั้นจึงมองสังเกตไปรอบๆ


     ส่วนใหญ่จะเป็นเผ่าปีศาจ รองลงมาคือเผ่ากึ่งมนุษย์ มนุษย์ ดวอร์ฟ และเอลฟ์ เรียงลงมาตามลำดับ


     ถึงสถานการณ์ระหว่างอาณาจักรปีศาจและอาณาจักรสัตว์ป่าจะไม่ได้ไกล่เกลี่ยกันจนเป็นมิตรขนาดนั้น แต่ดูเหมือนว่าความคิดเช่นนั้นจะไม่สามารถเอามาใช้กับเหล่าคนที่ถูกเรียกว่านักผจญภัยได้


     กิลด์เป็นองค์กร ไม่ใช่ประเทศหรืออาณาจักร ดังนั้นสถานภาพของนักผจญภัยจึงเป็นอิสระไม่เหมือนพวกทหารหรืออัศวิน ดังนั้นชนชาติเผ่าพันธุ์จึงไม่ใช่ปัญหาหากต้องการเดินทางข้ามอาณาจักร และแน่นอนว่าการลงดันเจี้ยนต่างดินแดนเองก็เช่นกัน ถ้าไม่อย่างนั้นกว่าผู้กล้าจะได้ปราบจอมมารก็อาจจะติดอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจนจอมมารยึดครองโลกไปเสียก่อน


     แบบนั้นคงตลกไม่น้อย


     อ๊ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นอัศวินแล้วจะเข้าอาณาจักรไม่ได้นะ เพราะพวกเรานั้นมีกฎเกณฑ์สำหรับการทำสงครามอยู่ จะทำสงครามเต็มรูปแบบก็ต้องมีการเตรียมพร้อม การยื่นจดหมายทำสงคราม ทำเรื่องยุ่งยากนู่นนี่เต็มไปหมดซึ่งใช้เวลานานพอตัว


     อย่างไรก็ดี มันก็เหมือนเป็นการเมืองประเภทหนึ่ง เว้นเสียว่าจะบุกเข้ามาแบบไม่สนอะไรเลยนั่นก็อีกเรื่องหนึ่งล่ะนะ


     เด็กสาวยืนรอ รอ แล้วก็รอ จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง


     ให้ตายเถอะ ถ้าเข้าไปได้เมื่อไรฉันจะอยู่ยาวๆ เลย


     พอเดินไปอยู่หน้าเคาน์เตอร์ พี่พนักงานกิลด์ถึงกับผงะ


     “ตัวเปล่า...? คุณหนูมาคนเดียวเหรอครับ ?”


     “ใช่ค่ะ”


     พี่พนักงานกิลด์มีสีหน้ากังวลใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด


     “รบกวนขอดูบัตรนักผจญภัยด้วยครับ”


     บัตรนักผจญภัย ? อ้อ !


     เพราะมันก็สักพักหนึ่งแล้วฉันเลยเผลอลืมไปครู่หนึ่ง เด็กสาวหยิบบัตรสีดำออกมาจากไอเทมบ็อกซ์แล้วยื่นไปให้พี่พนักงาน


     “นักแบกของแรงค์เงินสินะครับ ถึงจะเสียมารยาท แต่ถ้าเป็นไปได้กระผมแนะนำว่าอย่าลงไปต่ำกว่าชั้นที่ยี่สิบเอ็ดนะครับ ถึงเผ่าปีศาจหรือชนชั้นสูงอย่างคุณหนูจะมีพละกำลังและมานาที่มากกว่าเผ่าอื่นๆ...แต่เพราะอย่างนั้นอัตราการสูญหายจึงสูงกว่าปกติถึงสามเท่าครับ และอย่างสุดท้าย...”


     สภาพตอนนี้ฉันเหมือนกับนักผจญภัยที่กำลังโดนดุ ไม่ใช่แค่นั้น หลากหลายสายตายังจ้องมองมาทางนี้อีก


     “ถ้าเป็นไปได้กระผมอยากให้คุณหนูหาปาร์ตี้ลงไปด้วยนะครับ อาชีพนักแบกของนั้นเป็นที่ต้องการสูงอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าคุณหนูสนใจหรือเปล่าครับ ?”


     ฉันมองไปยังสายตาของพี่พนักงานกิลด์ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะเป็นห่วงอยู่จริงๆ


     แสดงว่าจำนวนคนตายคงไม่ใช่แค่เยอะธรรมดา


     อืม...ปาร์ตี้งั้นเหรอ ก็น่าสนใจดีนะ ฉันเองก็อยากรู้ว่านักผจญภัยที่นี่เขาลงดันเจี้ยนกันยังไง


     ถ้าเกิดว่าเข้ากันไม่ได้ก็แค่ออก


     “ถ้าอย่างนั้นก็ขอรบกวนด้วยนะคะ”


     พี่พนักงานพยักหน้ารับทราบ เขาเริ่มมองหาปาร์ตี้ที่น่าจะกำลังขาดคนอยู่ สักพักเขาก็ผายมือไปยังคนกลุ่มหนึ่ง


     ทั้งหมดล้วนเป็นเผ่าปีศาจ มีเรือนผมสีเทากันเสียส่วนใหญ่ และมีอยู่คนเดียวที่น่าจะเป็นชนชั้นสูงเพราะมีเรือนผมสีดำสนิท


     หญิงสาวผมสั้นหน้าตาคมเข้ม อายุน่าจะประมาณสามสิบต้นๆ ร่างสูงใหญ่พอๆ กับผู้ชาย ดูจากสนับมือแล้วคงจะเป็นนักสู้สายระยะประชิด ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ตัวว่ากำลังถูกมองอยู่จึงเดินปรี่เข้ามา


     “มีอะไรงั้นรึ”


     “สวัสดีตอนเช้าครับท่านวาเลน ไม่ทราบว่าปาร์ตี้ของท่านกำลังขาดนักแบกของอยู่หรือเปล่าครับ”


     “อืม นักแบกของคนประจำกำลังรักษาตัวอยู่น่ะ ทำไมรึ”


     “กระผมเจอคุณหนูคนนี้กำลังจะลงดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียวน่ะครับ ไม่ทราบว่าท่านคิดอย่างไรบ้าง...”


     “โฮ่...”


     หญิงสาวนามวาเลนกำลังมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า


     “เด็ก ?”


     “เสียมารยาทค่ะ”


     เด็กสาวเผลอตอบออกไปโดยไม่ทันได้คิด แต่ถึงอย่างไรฉันก็ไม่ใช่เด็กสักหน่อย


     “จะดีเหรอคุณพนักงาน ถึงจะเป็นชนชั้นสูงแต่ใช่ว่าพวกฉันจะรับประกันความปลอดภัยให้ได้ตลอดเวลานะ”


     “คุณหนูคนนี้อยู่แรงค์เงินน่ะครับ อีกอย่างจะมีปาร์ตี้ไหนปลอดภัยไปกว่าปาร์ตี้ของท่านวาเลนผู้ครอบครองแรงค์แกรนด์มาสเตอร์อีกล่ะครับ...”


     แรงค์เดียวกับท่านเซลซัส ? บางทีอาจจะเก่งกว่า แต่แอบส่องมานิดหน่อยก็เลยเห็นว่ามานาไม่ได้มากมายขนาดนั้น แต่ดูจากมวลกล้ามเนื้อแล้วพละกำลังของเธอคงไม่ใช่เล่นๆ


     “เฮอะ ก็พูดไป...”


     หญิงสาวร่างสูงชะโงกหัวลงมาพลางจ้องมองมาที่ใบหน้าของฉัน แต่โทษทีนะคะ พอดีหน้ากากนี้ถูกดัดแปลงมาเรียบร้อยเพราะงั้นก็จะเห็นดวงตาของฉันเป็นสีเทาอ่อนๆ


     สีของดวงตาอันเป็นเอกลักษณ์ของนักแบกของ


     “ชื่ออะไรน่ะเรา ไม่เคยเห็นหน้าเลยนะ”


     เธอถามออกมาด้วยสีหน้าอันอ่อนโยนด้วยรอยยิ้ม


     มองฉันเป็นเด็กน้อยชัดๆ


     แต่เอ๊ะ ! ชื่อ...จะไปว่ายังไม่ได้คิดเผื่อไว้เลย จะปลอมตัวทั้งทีแต่ดันลืมเรื่องนี้เนี่ยนะ


     รีบคิดออกมาให้ไวเลยเฟเลส !


     “เฟลิสค่ะ”


     ‘[กังวล] ช่างเป็นการปลอมชื่อที่ไม่เนียนเอาเสียเลยนะคะ มาสเตอร์’


     ขอโทษค่ะ มันกระทันหันไปหน่อย...


     “ชื่อคล้ายๆ กับกษัตริย์ปีศาจเลยนะ”


     นั่นไง


     “แค่บังเอิญน่ะค่ะ ฉันเองก็ตกใจไม่น้อยเหมือนกันพอทราบเรื่องนี้”


     “ฮะฮะ นั่นสิเนอะ ! กษัตริย์ปีศาจจะมาลงดันเจี้ยนทำไมกันล่ะ เอ้า ! ฉันชอบเด็กคนนี้ เดี๋ยวปาร์ตี้ของฉันจะรับผิดชอบให้เอง”


     “ขอบคุณครับท่านวาเลน ส่วนคุณหนูเองก็พยายามเข้าล่ะ !”


     “เอ่อ...ค่ะ”


     พอคุยอะไรกันเสร็จวาเลนก็เดินนำไปยังกลุ่มปาร์ตี้ของเธอ โดยในปาร์ตี้มีทั้งหมดห้าคนรวมวาเลน ดูจากอุปกรณ์แล้วนับว่าเป็นปาร์ตี้ที่สมดุลอยู่พอตัว


     วาเลนเริ่มแนะนำแต่ละคนให้ฉันรู้จัก


     “ทุกคน วันนี้เรามีนักแบกของหน้าใหม่มาร่วมปาร์ตี้ด้วย ก่อนอื่นเลย ทางนี้คือลาคัส แทงค์ประจำกลุ่ม”


     ชายร่างใหญ่ผู้ถือโล่ขนาดเท่าตัวพยักหน้าทักทาย บุคลิกดูเป็นคนพูดน้อยฉันเลยพยักหน้าลงทักทายเช่นกัน


     “ส่วนคนผอมๆ ดูขาดสารอาหารทางนี้คือโดลส์ รับหน้าที่คอยปลดกับดัก แล้วก็เป็นตัวล่อเวลาเกิดเรื่องฉุกเฉิน”


     “เฮ้ย ! ตัวล่อที่ไหนล่ะเจ๊ ผมแค่เบนความสนใจให้แล้วค่อยหนีเท่านั้นเอง...อ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณหนู”


     “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ...”


     “สาวงามถือคทาคนนี้คือเทอร์ม่า ถึงจะมีดวงตาสีฟ้าแต่เวทที่ถนัดคือเวทไฟ เป็นนักเวทประจำกลุ่ม”


     หญิงสาวผมสั้นบ๊อบยิ้มแย้มทักทายอย่างร่าเริง


     “สวัสดีจ้ะคุณหนู พี่แนะนำว่าอยู่ให้ห่างเจ้าโดลส์ไว้ดีกว่านะ เดี๋ยวจะโดนลวนลามเอา”


     หญิงสาวพูดพลางทำมือเหมือนกำลังกระซิบ แต่เสียงนี่ดังเสียจนปาร์ตี้ข้างๆ ถึงกับได้ยิน


     “หา ! อย่าพูดมั่วๆ สิเทอร์ม่า ข้าชอบสาวใหญ่ต่างหากล่ะ !”


     นี่ก็เสียงดังจนเขารู้กันไปทั่วแล้วนะคะ


     “อะแฮ่ม ! หยุดเถียงกันก่อน ส่วนคนสุดท้ายคือผู้รักษาประจำกลุ่ม ทักทายคุณหนูสิ ซานะ”


     “ยะ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ...ซะ ซานะเจ้าค่ะ !”


     เรือนผมสีเทายาวมัดเป็นทรงทวินเทล อายุน่าจะพอๆ กับฉันหรือเบลลัส เธอพูดทักทายดูอึกอักอย่างกับไม่คุ้นชินคนแปลกหน้า


     “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”


     เด็กสาวยิ้มตอบทักทาย หญิงสาวที่มีดวงตาสีเขียวมรกตแต่มีสีอ่อนกว่าของเบลเริ่มเผยรอยยิ้มออกมาหลังจากที่ฉันแสดงความเป็นมิตร


     “อ่า...ทุกคนในนี้อยู่แรงค์แพลตินัมกันทั้งหมดล่ะนะ ส่วนฉันคือวาเลน แห่งตระกูลแซงกวิส ถ้าเป็นชนชั้นสูงก็คงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูลนักทำลายล่ะนะ”


     ตระกูลนักทำลาย...ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก...


     เอาล่ะ ตาฉันแล้วสินะ


     “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเฟลิส ส่วนเรื่องตระกูลหรือหน้ากากขออนุญาตละไว้ด้วยเหตุผลส่วนตัว ถนัดเวทแบกของเป็นพิเศษค่ะ ถึงจะไม่ทราบขีดจำกัดแต่ก็มั่นใจอยู่พอตัวค่ะ ถ้าหากอยากฝากอะไรไว้ก็สามารถบอกได้ไม่ต้องเกรงใจนะคะ”


     เด็กสาวโน้มตัวลงทักทาย วาเลนที่เห็นพวกเราทักทายกันเสร็จจึงพาฉันและโดลส์เดินออกจากกิลด์ไป ส่วนสามคนที่เหลือให้รออยู่ที่กิลด์เพราะคงใช้เวลาไม่นาน


     เห็นว่าจุดมุ่งหมายคือร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ


     พวกเดินเพียงสองนาทีก็ถึงที่หมาย เธอเดินไปบอกทางร้านซึ่งดูเหมือนว่าจะเตรียมของเอาไว้แล้ว


     อาหารสำหรับห้าคนในปริมาณสำหรับสี่ถึงห้าวันออกมาส่ง และฉันบอกไปแล้วว่าไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารของฉันเธอเลยไม่ได้สั่งเพิ่ม


     แต่...


     “แค่นี้เหรอคะ ?”


     “ใช่ น่าจะอยู่ได้สักหนึ่งอาทิตย์”


     เฮะ ? ทานอาหารวันละสองมื้อเองเหรอคะ !?


     “ปริมาณเท่ากับนักแบกของประจำของเราเลยเหรอเจ๊ คุณหนูเฟลิสจะเก็บไหวเหรอครับ...?”


     “อืม...นั่นน่ะสิ ถ้าเก็บไม่พอก็คงต้องเอาไปแจกจ่ายให้กับปาร์ตี้อื่นๆ ล่ะนะ คุณหนูเก็บทั้งหมดนี้ไหวหรือเปล่า...?”


     เด็กสาวเอียงคอสงสัยแล้วจึงพูดออกไปอีกครั้ง


     “แค่นี้เหรอคะ ?”


     “หือ...อย่าบอกนะว่าคุณหนูเป็นนักแบกของระดับกลางงั้นเหรอ !? เยี่ยมไปเลย ! โดลส์ ! ไปสั่งอาหารมาเพิ่ม !”


     “รับทราบครับเจ๊ !”


     อาหารแห้งสำหรับหนึ่งอาทิตย์ออกมาส่งอย่างรวดเร็ว ฉันดูดอาหารทั้งหมดลงไปในไอเทมบ็อกซ์ภายในเสี้ยววินาที


     “แค่นี้เหรอคะ ?”


     “ฮะ ยังได้อีกเหรอ โดลส์ !”


     “รับทราบครับเจ๊”


     ชายร่างผอมกำลังทำท่าจะวิ่งเข้าไปในร้านอาหารอีกครา เด็กสาวที่เห็นเช่นนั้นจึงพูดหยุดไว้


     “เดี๋ยวก่อนค่ะ ทำไมถึงมีแต่อาหารแห้งล่ะคะ ?”


     คราวนี้เป็นทางฝ่ายนู้นที่เอียงคอสงสัย


     “นี่คุณหนู พวกวัตถุดิบถ้าเก็บไว้นานมันก็เสียหมดสิ”


     ดูเหมือนวาเลนจะพยายามอธิบายสิ่งที่เธอรู้


     “ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ถ้าเป็นเรื่องนั้นก็ไม่มีปัญหา”


     “ฮะ ?”


     วาเลนและโดลส์ต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง


     “ดีล่ะ ฉันเชื่อใจคุณหนู...โดลส์ ! ไปสั่งมาเพิ่ม !”


     “เอามาเยอะๆ เลยก็ได้นะคะ”


     โดลส์พยักหน้าอย่างงงๆ แต่ก็รับทราบ ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงจนในที่สุดก็มีวัตถุดิบสำหรับหนึ่งเดือนของคนจำนวนห้าคนมาอยู่ตรงหน้า


     ถ้าเป็นวัตถุดิบแสดงว่าพวกเขาจะทำอาหารกันเอง


     แล้วก็แน่นอนว่าเป็นปริมาณสำหรับสามมื้อต่อวันถ้าเฉลี่ยรวมกับที่เข้าไปอยู่ในไอเทมบ็อกซ์แล้ว


     ปั่ก !


     วาเลนเขกหัวโดลส์ลงไปทีหนึ่ง


     “เยอะเกินไปแล้ว ! แกจะเอาไปบริจาคหรือยังไง ! ถ้าคุณหนูเฟลิสเก็บได้ไม่หมดฉันนี่ล่ะที่จะเอาเนื้อแกมาย่าง...”


     ฟุ่บ


     เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหู ทั้งวาเลนและโดลส์ต่างหันหน้ามามองอย่างช้าๆ


     สายตาของคนในร้านอาหารก็เริ่มมองมาด้วยความสงสัย เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ


     เด็กสาวปัดมือดังแปะๆ ก่อนที่จะหันหน้าไปพูด


     หนึ่งเดือน...พอแล้วล่ะมั้ง


     “ถ้างั้นก็ไปกันเถอะค่ะ”


     “อะ ฮะ ฮะ ฮะ...นักแบกของระดับสูง...”


     วาเลนหัวเราะแห้งออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #72 Nura_Riku (@kanda-02) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:43
    5555555 ระดับท่านราชาแค่นี้จิ๊บๆอ่ะบอกเลย
    #72
    0
  2. #71 NongZaRa (@NongZaRa) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:10
    เด่วมีให้ซี้ดกว่านี้เจ้วาเลน55555555
    #71
    0