[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 50 : ในยามค่ำคืนของสองเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

     CHAPTER [50] ในยามค่ำคืนของสองเรา


     เด็กสาวหยิบเนื้อมอนสเตอร์ชิ้นใหญ่ออกมาจากไอเทมบ็อกซ์ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็สามารถรับรู้ได้ทันทีถึงความสุดยอดของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


     ปริมาณไขมันชุ่มฉ่ำในระดับพอดี สีเนื้อแดงสดราวกับเพิ่งแล่ออกมาใหม่ๆ ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือกลิ่นของความคาวที่น้อยกว่าเนื้อสัตว์ปกติทั่วไป


     เป็นเนื้อระดับสูงอย่างแท้จริง


     ผู้ชมหลายคนถึงกับตาค้าง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเนื้อแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด กระบวนกรรมวิธีการกักเก็บเนื้อต่างหากที่ทำให้พวกเขาถึงกับอึ้งทึ่ง


     ไม่ได้ใช้อะไรทั้งสิ้นงั้นเหรอ !? เป็นไปได้อย่างไรกัน !? หลากหลายคำพูดโถมขึ้นมาบนเวทีแม้กระทั่งคณะกรรมการเองก็ถึงกับต้องวิจารณ์ออกมากันไม่หยุดหย่อน


     “เป็นไปได้อย่างไรกันนะครับ ! ตัวเนื้อสีแดงสดราวกับเพิ่งแล่ออกมาสดใหม่ ระดับความสดที่แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง หรือว่าเคล็ดลับนั้นจะอยู่ที่อาชีพนักแบกของกันครับ !”


     “นั่นสินะคะที่รัก ! ปกติแล้วความสามารถกักเก็บของนักแบกของนั้นไม่สามารถคงความสดของอาหารไว้ได้ ท่านพ่อ...อะแฮ่ม ! กษัตริย์แห่งอาณาจักรป่าไม้มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ !”


     “อืม...นั่นสินะ เราว่าบางทีความสามารถกักเก็บของของกษัตริย์ปีศาจอาจเหนือขั้นไปกว่านักแบกของทั่วๆ ไป อย่างไรก็ตามมานาของเผ่าปีศาจนั้นก็มีอยู่สูงกว่าทุกเผ่าพันธุ์ เราคิดว่าความพิเศษอาจจะอยู่ที่ตรงนั้น”


     “โอ้ ! ช่างเป็นการสันนิษฐานที่น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ ! เอาล่ะ ! ทางฝั่งของกลุ่มท่านผู้กล้าเองก็ไม่น้อยหน้า วิธีการกักเก็บความสดของเนื้อด้วยเวทน้ำแข็งเองก็สามารถคงความสดได้ดีเช่นกัน ! พวกเรามาดูวิธีการทำอาหารในระดับเหนือชั้นของแค่ละคนกันเถอะค่ะ !”


     เสียงของกรรมการสาวอย่างคุณแอนเน่สามารถดึงบรรยากาศให้ครึกครื้นได้ตามปกติ นับว่าเป็นทักษะการพูดที่อยู่ในระดับสูงพอสมควร ทั้งน้ำเสียง ทั้งคำพูดต่างๆ


     ฉันนั่งอยู่บนโซฟานุ่มสีชมพูอยู่เงียบๆ อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นท่านผู้กล้าที่กำลังมองไปรอบๆ


     ดูแล้วน่าจะเป็นนิสัยระแวดระวังของอัศวินเผื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด แตกต่างจากฉันที่คอยใช้ประสาทในการรับรู้ถึงจิตสังหารก่อนแล้วค่อยลงมือ


     ฉันเองก็มองไปรอบๆ เช่นกัน แต่ต่างอยู่ตรงที่เพราะไม่มีอะไรทำมากกว่า นอกจากมองซิลเลียที่กำลังละเลงหั่นชิ้นเนื้ออยู่ก็คงเป็นเบลลัสที่กำลังยืนหลับตาอยู่นิ่งตรงหน้าเนื้อของมอนสเตอร์ระดับสูง ‘เซอร์เปนส์’ ราวกับกำลังทำสมาธิ


     ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอเบิกตากว้างแล้วโยนชิ้นเนื้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบครึ่งเมตรขึ้นไปบนฟ้า ร่างกายเคลือบเวทเสริมพลังอยู่อ่อนๆ มือขวาชักดาบสีเงินก่อนที่จะฟันเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าออกเป็นห้าส่วน


     เร็ว !


     ถึงจะไม่ถึงขั้นที่มองไม่ทัน แต่เบลลัสเก็บดาบเข้าฝักแล้วเริ่มควงมีดทำครัวที่วางไว้ข้างๆ เขียงไม้ เธอเริ่มเตรียมส่วนผสมอย่างว่องไวราวกับเต้นระบำในขณะที่ชิ้นเนื้อทั้งห้าหล่นลงตรงแผงรองรับไม่มีตกหล่น


     นี่มัน...เกินกว่าที่คิดไปเยอะเลยอ่ะ


     แค่ทำอาหารมันต้องทำอะไรขนาดนี้เลยเหรอคะ...หรือที่ฉันทำแล้วเละอาจจะเป็นเพราะไม่ได้เล่นใหญ่อะไรแบบนี้ ?


     ซิลเลียเองก็ไม่น้อยหน้า หญิงสาวเรือนผมสีดำในทรงหางม้าเริ่มร่ายระบำโดยมีไอเย็นแผ่ออกมารอบๆ เธอควงมีดก่อนที่จะจิ้มลงบนชิ้นเนื้อจนมีสะเก็ดน้ำแข็งเกาะอยู่รอบๆ


     อะไรละคะนั่น...เพิ่มความชื้น ?


     หญิงสาวทั้งสองตัดสินใจทำเมนูรูปแบบเดียวกันนั่นก็คือสเต๊กย่าง ส่วนเรื่องเครื่องปรุงสูตรลับอะไรนั่นฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่


     ภาพที่อยู่ตรงหน้านี่เหมือนไม่ได้มาทำอาหารกันเลยอ่ะ


     แต่ในท้ายที่สุด กลิ่นหอมฉุยก็ลอยมาเตะจมูกเล็ก ของซิลเลียเป็นสเต๊กเนื้อในระดับความสุกปานกลางราดด้วยซอสสีเลือดข้น รอบๆ จานประดับประดาไปด้วยผักเป็นเครื่องเคียงเล็กน้อย


     แต่กลิ่นอาหารที่มาจากทางฝั่งของเบลนี่มัน...อะไรกันคะนั่น !?


     งานปฏิมากรรม ? ไม่ใช่ นั่นเป็นเมนูจานเดี่ยวที่สมบูรณ์แบบแล้วต่างหาก !


     ต้องเป็นสเต๊กแบบไหนกันถึงมีประกายปิ๊งๆ ออกมาจากตัวเนื้อ กลิ่นหอมของเนื้อย่างที่สะกดได้แม้แต่คนดูที่อยู่ไกลออกไป เธอเริ่มแต่งจานทั้งหมดห้าจานอย่างประณีต


     เอ๊ะ ห้าจาน ?


     ทั้งสองทีมส่งจานทั้งสามให้แก่คณะกรรมการ ซิลเลียเดินมานั่งข้างๆ ฉันโดยถือจานเนื้อที่ตกแต่งได้อย่างงดงามไว้ในมือ เธอดูเคอะเขินเล็กน้อยซึ่งฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยล่ะค่ะ


     ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนจำนวนมากด้วยคะเนี่ย...


     สายตาเหลือบมองไปทางอีกฝั่ง เบลลัสถืออยู่จานหนึ่งโดยวางจานสุดท้ายไว้ตรงเคาน์เตอร์ทำอาหาร


     น่าจะเก็บไว้ทานเองล่ะมั้ง เพราะฉันก็เคยเห็นเชฟที่เก็บอาหารไว้ชิมเองเพื่อใช้ประเมินและสามารถปรับปรุงได้ในภายหลัง


     มันต่างจากการปรับรสชาติอาหารในระหว่างทำล่ะนะ พวกที่เป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์มักจะทำแบบนี้เพื่อที่จะสามารถปรุงออกมาได้ภายในการลงมือครั้งเดียว


     “วันนี้ดิฉันตั้งใจทำเป็นพิเศษเลยนะเพคะฝ่าบาท”


     ซิลเลียเริ่มใช้ส้อมหั่นชิ้นเนื้อสเต๊กออกมาเป็นชิ้นพอดีคำ ตัวเนื้อถูกตัดได้อย่างง่ายดายราวกับว่าไม่มีความเหนียวหรือแรงต้านหลงเหลือ


     “เอเฮะเฮะ ขอบคุณนะคะ”


     “เชิญทานเพคะ”


     ซิลเลียเบิกยิ้มกว้าง เธอใช้ส้อมจิ้มเนื้อทรงลูกเต๋าขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของฉัน กลิ่นหอมของมันทำให้ฉันถึงกับน้ำลายสอ


     อ้ามมม...หงับ


     “อื้ม...! อร่อยค่ะ !”


     เนื้ออะไรกันคะเนี่ย ละลายลงคอภายในไม่กี่วินาที กลิ่นและรสชาติทั้งหมดทั้งมวลฟุ้งกระจายไปทั่วปาก


     อา...สุดยอด


     ขอโทษนะคะที่เคยคิดว่าเนื้อไม่น่าอร่อย คุณมอนสเตอร์ไลเคน...


     “ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นเพคะ ฝ่าบาทยังคงทำหน้าตาน่ารักเวลาทานเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย”


     ซิลเลียยิ้มกว้างดีใจขึ้นไปอีก ถ้าอร่อยแบบนี้ต่อให้ต้องทานหมดจานก็ไม่มีปัญหาค่ะ !


     ทางกรรมการเองก็ดูทำสีหน้าพอใจกันเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าประทับใจเลยทีเดียว


     แล้วอีกฝั่งหนึ่งเป็นยังไงบ้างนะ ว่าแล้วฉันก็เหลือบมองดูนิดหน่อย


     “อุ่ก ! หยุดก่อนเจ้าหญิง ! อารมณ์เสียก็อย่ามาลงกับกระผมสิครับ !”


     “เป็นอะไรไปฟอร์ท อร่อยไม่ใช่งั้นเหรอ...เบลทำสุดฝีมือเลยนะ เฮะเฮะเฮะ”


     นั่นอะไรน่ะ...การทรมานแบบใหม่ ?


     ภาพที่อยู่ตรงหน้าของฉันนั้นไม่ใช่การป้อนแต่อย่างใด ต้องเรียกว่า ‘ยัด’ น่าจะเข้ากว่า อื้ม...ใช้คำนี้ล่ะ !


     ยัด...เหมือนจะฆ่าให้ตาย


     ดูท่าจะแย่นะคะนั่น ท่านผู้กล้าช่างน่าสงสาร...ไม่ใช่ว่าฉากนี้ควรจะเป็นฉากเลิฟซีนหวานแหววกันงั้นเหรอคะ...


     แต่ก็เอาเถอะ ประเด็นคือท่านกรรมการทั้งหลายต่างหาก !


     เฮะ


     ตาค้างกันไปแล้ว ! ถึงปากจะยังเคี้ยวอยู่ก็เถอะ !


     ผ่านไปหลายสิบวินาทีพวกเขาถึงจะรู้สึกตัว ทั้งสองคู่รักและกษัตริย์ไมเลมต่างจ้องหน้ากันด้วยสายตาที่ราวกับกำลังบอกว่า ‘เกิดอะไรขึ้นกัน’


     นั่นใช่อาหารเหรอคะนั่น แต่บอกตามตรง...ทำไมกลิ่นมันถึงลอยมาได้ไกลขนาดนี้กันคะ...!


     ต้องทานเพิ่มเพื่อให้อิ่มท้อง...ก่อนที่จะโดนยั่วยวนไปมากกว่านี้ !


     “มาต่อกันเลยเถอะค่ะ ! หมดจานนี้ฉันน่าจะอิ่มพอดี”


     “ขอปฏิเสธเพคะฝ่าบาท !”


     “เฮะ...?”


     ทำไมอ่ะ ทำไมอ่ะ !


     จะแกล้งฉันงั้นเหรอคะ ! เรื่องอื่นไม่แกล้งทำไมต้องเป็นเรื่องนี้ด้วยอ่ะ !


     ฉันพยายามเอื้อมมือไปหยิบแต่ด้วยความสูงที่ต่างกันมากกว่าสิบห้าเซนติเมตร มันเลยทำให้ความพยายามของฉันไร้ค่าไปเลย


     ถ้าจะต้องใช้เวทเสริมพลังเพื่อแย่ง...ไม่ไม่ ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย...


     “ฝ่าบาท...ไม่คิดที่จะคืนดีกับเจ้าหญิงเบลลัสเหรอคะ”


     “เอ๊ะ !? คืนดีเหรอคะ...จะคืนดีได้ยังไงเพราะฉันเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรผิด...”


     “เห...ทั้งๆ ที่ฝ่าบาทออกจะฉลาดเฉลียว ไหวพริบดีเสียขนาดนั้น แต่กับเรื่องแบบนี้นี่ท่านดูหัวทึบจังเลยนะเพคะ”


     “หัวทึบ ? ฉันเปล่าหัวทึบสักหน่อยนะคะ !”


     ขนาดท่านผู้บังคับบัญชายังบอกว่าความสามารถระดับฉันนี่สามารถเป็นนักยุทธศาสตร์ได้เลยนะเออ !


     “งั้นเดี๋ยวดิฉันจัดการให้เองเพคะ”


     จัดการ ? จัดการอะไรอ่ะ แต่ตอนนี้ขอฉันทานต่อก่อนเถอะค่ะ...เหมือนโดนทรมานแบบแปลกๆ ยังไงไม่รู้


     เริ่มเข้าใจความรู้สึกของคุณนักโทษที่โดนทรมานให้อดอาหารขึ้นมาเลยล่ะค่ะ...ถึงสถานการณ์จะแตกต่างกันก็เถอะ


     ซิลเลียลุกขึ้นยืนพร้อมกับจานสเต๊กที่ยังเหลืออยู่หลายส่วน จากนั้นเธอก็เดินไปทางที่เบลและท่านผู้กล้ากำลังนั่งอยู่


     พวกเธอซุบซิบอะไรกันบางอย่าง สีหน้าของเบลเปลี่ยนไปอยู่หลายครั้งก่อนที่เธอจะพยักหน้าหงึกๆ


     คุยอะไรกันคะนั่น...?


     เจ้าหญิงเรือนผมสีขาวสว่างลุกขึ้นมาจากโซฟาสีชมพู ดวงตาสีมรกตส่องประกายอย่างแน่วแน่ เธอเดินไปหยิบสเต๊กจานสุดท้ายที่ถูกวางไว้อย่างเปล่าเปลี่ยวอยู่ตรงเคาน์เตอร์


     หญิงสาวมองมาทางเฟเลสทีหนึ่งแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาอย่างช้าๆ


     เอ๋...!?


     ใบหน้าสวยงามได้รูป แก้มสีแดงระเรื่อสมกับเป็นหญิงสาวงามอายุสิบเจ็ดปี ความเลอค่าที่ควรค่าแก่การปกป้องเป็นอย่างยิ่ง


     เธอยังคงเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยเจอมา และยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่พวกเราเจอกัน


     “เฟเลส...”


     น้ำเสียงใสก้องราวเสียงของคุณภูติในจินตนาการ ความเหนือล้ำในรูปลักษณ์ที่สามารถสะกดได้ทุกสายตาแม้กระทั่งผู้หญิงอย่างฉันเองก็ตาม เธอเดินเข้ามาจนกระทั่งเอนตัวลงมานั่งข้างฉัน


     ตึกตัก


     หัวใจของฉันเต้นถี่ขึ้นเล็กน้อย ร่างกายตอบสนองอัตโนมัติโดยพยายามเขยิบถอยออกห่าง หญิงสาวเห็นเช่นนั้นถึงเขยิบเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม


     ลมหายใจของฉันเริ่มไม่คงที่ หูทั้งสองข้างเริ่มไม่ได้ยินเสียงรอบข้างหรือเสียงอะไรทั้งนั้น เบลลัสเริ่มละเมียดหั่นชิ้นเนื้ออย่างช้าๆ ราวกับต้องการทะนุถนอมอย่างถึงที่สุด


     เบลค่อยๆ ยกชิ้นเนื้อพอดีคำขึ้นไปไว้ที่ริมฝีปากเล็กของตนเองแล้วค้างไว้อยู่เช่นนั้นตรงริมฝีปาก เธอวางส้อมและจานไว้ที่โต๊ะด้านหลังโซฟา ฝ่ามือเรียวยาวทั้งสองข้างพุ่งเข้ามาจับที่ต้นแขนของฉัน ใบหน้าประดุจเทพธิดาค่อยๆ เลื่อนเข้ามาอย่างช้าๆ


     เฮะ...เฮะ !


     ลมหายใจอุ่นของเบลลัสรดลงมาที่ปลายจมูกของฉัน เด็กสาวพยายามจะหลบหน้าหนีแต่กลับไร้ผลเพราะสายตาประกายที่ราวกับว่ากำลังดึงดูด กลิ่นของอาหารที่หอมหวนเสียจนไม่สามารถหันหน้าหนีได้ ใบหน้าของพวกเราค่อยๆ เขยิบเข้ามาใกล้กันทีละน้อย


     กระทั่ง...ชิ้นเนื้อประจบเข้ามากับริมฝีปากของเด็กสาว


     เด็กสาวใช้ฟันหน้ากัดลงไปที่ชิ้นเนื้ออย่างแผ่วเบา เจ้าหญิงเบลลัสค่อยๆ ใช้ริมฝีปากดุนชิ้นเนื้อออกมา อุณหภูมิที่สูงขึ้นจนใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองคนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ


     เฟเลสดันชิ้นเนื้อเข้าไปในปากแล้วเริ่มเคี้ยวอย่างช้าๆ


     ฉันคิดอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ใบหน้าของเบลที่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงของลมหายใจหรือแม้กระทั่งเสียงของหัวใจที่เต้นถี่ดัง เธอค่อยๆ เลื่อนหน้าออกไปอย่างช้าๆ โดยสายตาของพวกเรายังคงจดจ้องมองกันอยู่ตลอด


     ชีพจรเต้นถี่ยิบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันยกมือซ้ายกดลงที่หน้าอกของตัวเองพยายามทำให้มันเต้นช้าลง


     แต่กลับไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย


     เบลยิ้มออกมาราวได้ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ภายในใจ


     ดวงตาของฉันกลับเหม่อลอยทั้งๆ ที่ยังรู้สึกตัวอยู่


     “กรี๊ดดด...! ไม่ไหวแล้วค่าาา !!!”


     เสียงของคุณแอนเน่ช่วยดึงสติของเด็กสาวให้กลับมาจากภวังค์ ฉันมองลงไปด้านล่างเวทีก็เห็นเหล่าคณะกรรมการชูป้ายคะแนนสิบเต็มสิบขี้นมากันทุกคนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กษัตริย์แชลลิปส์ถึงกับต้องทุบโต๊ะรัวๆ ด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่ทราบ


     ใบหน้าของเหล่าผู้ชมที่เหมือนกับได้ปลดปล่อยสิ้นเสียทุกอย่าง ฉันถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งก่อนที่จะกลับมานั่งยิ้มแห้งๆ อยู่ข้างเบลลัสที่กำลังเผยรอยยิ้มกว้าง


     เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่นะ


     ไม่เห็นจะเข้าใจเลย...


     ตึกตัก


     แล้วเมื่อไร...


     ตึกตัก


     หัวใจของฉันจะหยุดเต้นรัวๆ สักที !






     —ในอีกแง่มุมหนึ่ง


     “ว่าแล้วเชียว ยังไงฝ่าบาทกับเจ้าหญิงเบลลัสก็คือที่สุด ! ฟุฟุฟุ...”


     ซิลเลียยกมือจับแก้มเผยรอยยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


     “นั่นสินะครับ ! ช่างเป็นอาหารตาที่สุดยอดเสียยิ่งกว่าอะไร...”


     “เห...”


     “โอ้...”


     “ท่านเองก็เป็นสหายร่วมรบแบบเดียวกับดิฉันสินะคะ”


     “ไม่นึกเลยว่าคนสนิทของกษัตริย์ปีศาจจะมี ‘รสนิยม’ ที่น่าสนใจเช่นนี้...รสนิยมแบบเดียวกันกับกระผม...”


     ชายหญิงสองคนสบตากันราวกับรู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปี พวกเขาจับมือทักทายกันราวกับเป็นสหายเพื่อนยากที่สนิทสนมกันมาแสนนมนาน


     และในมุมเล็กๆ ของการแข่งขันครั้งนี้ก็ได้ก่อกำเนิดเพื่อนซี้รู้ใจคู่ใหม่ขึ้น...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #243 PUNNACOTTA-01 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 14:54
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-08.png เอื้ออออ หมดแรงงงง~~~~
    #243
    0
  2. #129 MINE_SAN (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 13:20

    อร้ากกกก!!! ดาเมจนี่มัน!!
    #129
    0
  3. #54 noenoehonm (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 23:17
    ......น่ะตอนนี้กินจุดกันเลยทีเดียว........555555555
    #54
    0
  4. #53 kanda-02 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 19:31

    โครตฟินเลยโว้ยยยยย
    #53
    0