[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 27 : อลหม่าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 710
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

     CHAPTER [27] อลหม่าน


     เสียงโห่ร้องของเหล่าผู้ชมก้องดังไปทั่วทั้งลานประลอง


     ชายร่างท้วมในเกราะสีน้ำตาลเปล่งแสงแวมวับตระการตายืนอย่างสง่าผ่าเผยอยู่อีกฟากฝั่งของลานประลอง


     ใบหน้าของเขามีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม มือขวาลากขวานใหญ่สีน้ำตาลขนาดสองเท่าของร่างใหญ่อยู่กับพื้น


     คงจะเป็นอาวุธประจำตระกูลตามกฎการประลอง สิ่งพิเศษของมันคือสามารถถูกเสริมความสามารถได้ด้วยเวทเสริมพลัง


     ถ้าตามที่อ่านมาจากหนังสืออ่ะนะ แต่ของจริงยังไม่เคยเห็นหรอก


     เด็กสาวเดินขึ้นไปบนลานประลองในผ้าคลุมสีดำสนิท เธอใช้สายตาจ้องทิ่มแทงไปยังชายร่างท้วมใหญ่ ดยุกสตัลตัสถึงกับผงะจนถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว


     เขาบ่นพึมพำสักพักแล้วกลับมาควมคุมสติได้อย่างเดิม


     ดูเหมือนสิ่งที่เรียกว่าสายเลือดแท้จะไม่มีความหมายขนาดนั้น


     เสียงฮือฮาดังมาจากอัฒจันทร์ด้านบน พวกเขาเริ่มซุบซิบเสียงเบาสงสัยถึงร่างเล็กที่เดินขึ้นมาบนลานประลอง


     ฉันไม่สนแล้วหันไปสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สตัลตัสแสยะยิ้มกว้างพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูที่อยู่ด้านหน้าของเขา


     เห...


     ฉันดึงน็อคซ์ออกมาจากไอเทมบ็อกซ์ แสงประกายเงาวับของมันสะท้อนต้องกับแสงอาทิตย์จนเป็นประกายสีออบซิเดียน


     แก๊ง !


     เสียงกระดิ่งดังสนั่นไปทั่วทั้งลานประลอง สตัลตัสอัดเวทเสริมพลังจนร่างกายแทบประทุ ร่างกายถูกเสริมแกร่งจนเส้นเลือดปูดโปนยิ่งกว่าตอนที่สู้กับเด็กซ์เตอร์ ไอสังหารปกคลุมจนบรรยากาศหนักอึ้ง


     ยิ่งไปกว่านั้น ขวานใหญ่ของเขายังถูกเสริมด้วยเวทเสริมพลังจนตัวขวานส่องแสงสีน้ำตาลอ่อน


     “ฮว้ากกก !”


     สตัลตัสตะโกนร้อง


     ฟุ่บ


     เขาพุ่งย่นระยะจนเข้าประชิดตัวฉันได้ในเพียงแค่เสี้ยววินาที ขวานใหญ่ถูกฟาดลงในระยะเผาขน ฉันเบี่ยงตัวหลบพร้อมใช้น็อคซ์ฟันไปที่ขวานใหญ่เพื่อดีดตัวเพิ่มระยะ


     “หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ !”


     ความรุนแรงเทียบเคียงได้กับพละกำลังของบลัดดี้กริซลีทมิฬเลยทีเดียว...ไม่สิ เผลอๆ อาจมากกว่าด้วยซ้ำ


     ชายร่างท้วมเหวี่ยงขวานใหญ่จนเกิดลมกระแทกอย่างรุนแรง แต่การจู่โจมด้วยอารมณ์แบบนั้นน่ะ...


     มันดูออกง่ายเกินไปค่ะ


     อารมณ์ สายตา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และโดยเฉพาะจิตสังหาร ยิ่งเขาเผยมันออกมามากเท่าไรฉันก็ยิ่งรับมือได้ง่ายขี้นเท่านั้น


     เมื่อสตัลตัสรู้ตัวว่าการโจมตีทางกายภาพไม่เป็นผล เขาเริ่มร่ายเวทรูปแบบเดียวกันกับตอนที่ใช้กับเด็กซ์เตอร์


     ดาบเหล็กกล้าจำนวนมากพุ่งเข้าใส่เด็กสาวหวังไล่ต้อน จนกระทั่งสุดขอบลานประลอง กำแพงดินผุดขึ้นมาจากพื้นในขณะที่เด็กสาวกำลังลอยอยู่กลางอากาศหลังจากกระโดดหลบ


     ถึงอย่างไรมันก็แค่กำแพงบางๆ ที่ใช้จู่โจมในเวลาทีเผลอ ฉันวาดน็อคซ์วนทวนเป็นวงกลมตัดกำแพงดินได้อย่างง่ายดายแล้วกระโดดออกก่อนที่เสาเหล็กทั้งสี่จะพุ่งลงมาถึง


     เด็กซ์เตอร์ใช้เรเปียร์นี่เนอะ


     “มีแค่นี้เหรอคะ”


     เฟเลสมองคู่แข่งของเธออย่างเบื่อหน่ายด้วยดวงตาสีดำสนิท เธอยังคงไม่ได้ใช้เวทเสริมพลังเลยแม้แต่น้อย


     ขอถอนคำพูดละกันค่ะ


     สิ่งที่เรียกว่าสายเลือดแท้นี่ดูมีอิทธิพลเกินคาดจริงๆ


     สตัลตัสวิ่งพุ่งชนด้วยความเร่งร้อน ภายในสีหน้าที่ดุดันยังคงมีความหวาดกลัวความหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด


     คราวนี้สตัลตัสหวังเข้าในระยะประชิดโดยใช้ร่างกายที่ใหญ่โตอันเป็นจุดแข็ง เขาอัดเวทเสริมพลังลงขวานใหญ่อีกคราจนมันเปล่งแสงสีน้ำตาลเข้ม


     สตัลตัสสะบัดขวานใหญ่ คลื่นพลังเวทอันแหลมคมพุ่งเข้ามาหวังฉีกกระชากร่างเล็ก พอเป็นสกิลแปลกๆ ไม่เคยเห็นฉันเลยอาบเวทเสริมพลังให้กับน็อคซ์


     แควก


     ราวกับเสียงของกระดาษที่ถูกฉีก


     เมื่อส่วนหนึ่งของคลื่นมานาถูกรบกวนจากแรงภายนอกแล้วทำให้โครงสร้างของมันขาดหาย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการสูญสลายของคลื่นมานา


     สตัลตัสรีบดีดตัวกลับทันทีพร้อมกับอึ้งอ้าปากค้าง เขานึกไม่ถึงเลยว่าสกิลพิเศษของอาวุธประจำตระกูลจะสามารถถูกลบล้างได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น


     “อาวุธนั่นมันอะไรกัน !”


     ...


     เด็กสาวยิ้มบาง


     อ๊ะ จะว่าไป...


     เกือบลืมของฝากแน่ะ


     “เอ่อ แปปหนึ่งนะคะท่านดยุก”


     ฉันใช้มือซ้ายล้วงเข้าไปในไอเทมบ็อกซ์เพื่อหาสิ่งที่ต้องการ พอคว้าได้ก็โยน ‘สิ่งนั้น’ ออกไปกระเด้งกระดอนลงพื้น


     หลักฐานชิ้นสำคัญ อยากรู้จังว่าจะทำสีหน้าแบบไหนออกมา


     จู่ๆ ทั้งลานประลองก็เงียบสงัด วัตถุขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กกลิ้งกลุกๆ ตามพื้นจนไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของสตัลตัส


     รอยเลือดสดใหม่เปรอะเปื้อนไปตามทางตามด้วยเสียงกรีดร้องบนอัฒจันทร์


     สมกับเป็นไอเทมบ็อกซ์ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเน่า


     “ชอบของฝากไหมคะท่านดยุก พอดีเล่ามาให้ฉันเสียหมดเปลือกเลยไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี”


     แน่นอนว่าโกหก อุตส่าห์ลงทุนทรมานอยู่ตั้งนานแต่ได้คำพูดแค่เพียงคำเดียว


     ใบหน้าอันแสนทรมานของหัวหน้ากลุ่มลอบสังหารกำลังจ้องมองใบหน้าของสตัลตัสที่กำลังยืนอยู่


     ดวงตาที่ไม่ได้ถูกปิดลงอย่างสงบ ใบหน้าที่มีหลากอารมณ์ผสมปนเป


     เหงื่อปริมาณมหาศาลผุดขึ้นบนใบหน้าของชายร่างสันทัด


     รอยยิ้มของเด็กสาวจางหายไปแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเย็นชาราวกับไร้ความรู้สึก


     ไม่ว่าจะเป็นโลกใบนี้หรือโลกใบก่อนล้วนแต่มีวิธีการกำจัดคู่แข่งหรือศัตรูในหลายกรรมวิธีการ


     ฉันเองก็โดนจ้องเอาชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน


     และสิ่งที่ฉันพอจะตอบแทนพวกเขาได้นั้นก็มีเพียงแต่...


     ความตาย


     ความสิ้นหวัง


     เพราะอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน หากต้องการปลิดชีพใครสักคนก็จำเป็นต้องเตรียมใจไว้ตั้งแต่ต้นด้วยเช่นกัน


     ผู้คนด้านล่างลานประลองทั้งสองฝั่งเริ่มเคลื่อนไหว ถึงอย่างไรหน้าที่ของฉันในตอนนี้ก็มีแต่ต้องกำจัดคนที่อยู่ด้านหน้าเพียงเท่านั้น


     เด็กสาวกำดาบยาวแน่นแล้วเร่งเวทเสริมพลังจนถึงขีดสุด ร่างของเธอครอบคลุมไปด้วยเปลวไฟไอมานาสีสำสนิท แม้จะไม่ชัดเจนแต่ดวงตาได้แปรเปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีม่วงอเมทิสต์ สตัลตัสเริ่มลนลานต่อร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้า


     เฮะ !?


     ใบหน้าของสตัลตัสกลับกลายเป็นรอยยิ้มแสยะ


     “ให้ข้ารอตั้งนาน ไอเด็กเวร !”


     แสงสีขาวนวลสาดส่องลงมาจากฟากฟ้าลงสู่ร่างเล็กของหญิงสาว ฉันพยายามหลบแต่ความเร็วของมันมากเกินกว่าที่ฉันจะเคลื่อนไหวได้ทัน


     “ฝ่าบาท !”


     เพียงแค่คำเดียว แต่น้ำเสียงของเด็กซ์เตอร์นั้นตะโกนออกมาราวกับโลกกำลังจะจบสิ้น


     ซิลเลียเข่าทรุดลงกับพื้น


     “ทำไมถึงมีนักบุญระดับสูงอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ !”


     เฟเลสถูกขังอยู่ในกล่องสีขาว


     ราวกับถูกล็อกเป้าหมายมาตั้งแต่ต้น


     แต่ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยอ่ะ...


     “วะฮะฮ่า แค่นี้ทุกอย่างก็จบแล้ว !”


     สตัลตัสหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ฉันมองไปรอบๆ ตามร่องรอยของมานาพบว่ามันถูกร่ายมาจากหญิงสาวสามคนผู้เป็นคนรักษาเด็กซ์เตอร์ในก่อนหน้านี้ พวกเธอยืนอยู่ข้างลานประลอง


     โบสถ์...ศาสนจักร เห...


     คงเป็นเวทอะไรสักอย่างที่ใช้เพื่อหยุดยั้งฉัน...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันไม่รู้สึกอะไรจริงๆ นะคะ...


     แค่ขังไว้เหรอคะ ไม่เอาน่า...อ๊ะ แต่อาวุธนี่ผ่านออกไปได้ด้วยอ่ะ


     มีเพียงร่างกายของเฟเลสที่ถูกขังเอาไว้


     แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกคันแปลกๆ ไม่สิ...จั๊กจี้ ? อืม...


     ช่างมันเถอะ แต่ถ้ามันเกิดจากการร่ายของทั้งสามคนนั้นล่ะก็


     “เลวัส !”


     ฉันหันหน้าไปด้านข้าง เลวัสที่กำลังจะพยายามขึ้นมาช่วยกลับหยุดชะงัก


     ฉันชี้นิ้วไปที่สามคนนั้น


     “ฝากจับคนที่เหลือด้วยนะคะ”


     สิ้นสุดคำพูด ฉันดึงมีดสั้นสีดำออกมาจากไอเทมบ็อกซ์แล้วตวัดมันออกไปอย่างรวดเร็ว


     ความเร็วที่เกิดจากเวทเสริมพลังผนวกกับความแม่นยำที่ล้นเหลือ


     แน่นอนว่าย่อมต้องเข้าตรงเป้าโดยมิอาจหลีกเลี่ยง


     ฉึก


     มีดสั้นสีดำที่มีไอมานาสีดำสนิทที่คลุมกลบตัวใบมีดปักเข้าที่กลางอกของหญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่ตรงกลาง เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักออกมาจากอกราวกับน้ำพุที่แหวกทะลุออกมาจากพื้นดิน


     หญิงสาวที่มีผ้าบางปิดคลุมใบหน้าคนทางซ้ายเคลือบมือขวาด้วยมานาสีขาวนวลแล้วพยายามดึงมีดสั้นออก แต่ผลกลับเป็นตรงกันข้าม หญิงสาวคนนั้นกลับกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง


     ผลจากคำสาปงั้นเหรอ นึกว่าฉันจะทำให้มันหายไปแล้วเสียอีก แต่ก็ดีไปอีกแบบ


     หญิงสาวจากโบสถ์คนสุดท้ายเริ่มลนลาน เธอพยายามใช้เวทรักษาแต่กลับไร้ผลอย่างสิ้นเชิง น้ำเลือดสีแดงยังคงพุ่งทะลักออกมาราวกับกำลังแสดงความยินดี


     และไม่อาจแม้แต่จะรักษาความบ้าคลั่ง


     ไม่ว่าจะทุ่มมานาลงสักเท่าไรแต่ผลลัพธ์ยังคงไร้ความหมาย


     เลวัสพุ่งเข้าไปจับกุมหญิงสาวคนสุดท้ายตามคำสั่งของฉันโดยไม่ถามหรืออะไรทั้งสิ้น ส่วนฉันที่อยู่ในกล่องแสงสีขาวก็กำลังคิดอยู่ว่าจะเอาต่อยังไงดี เอ...


     ก๊อก ก๊อก


     เด็กสาวลองใช้มือเคาะ นี่มันแข็งเอาเรื่องเลยนะคะเนี่ย


     “ขอเพียงแค่ทำให้แกหายไปเท่านั้น !”


     สตัลตัสบีดอัดเวทเสริมพลังอีกคราจนบางส่วนของร่างกายเริ่มปริแตก ชายร่างท้วมหายใจเข้าเฮือกหนึ่งแล้วทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วจนเกิดคลื่นกระแทกโดยรอบ ตอนนี้ทั้งอัฒจันทร์เกิดความอลหม่านเพราะกองกำลังทหารในชุดสีน้ำตาลเริ่มบุกรุกเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว


     เด็กสาวทอดสายตามองออกไปไกลๆ


     “เฮ้อ...”


     เฟเลสถอนหายใจออกมา...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #20 Shadow_Reader (@topza1962) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:26
    สนุกดีครับ
    #20
    0