[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 14 : อีกหนึ่งมุมมอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

     CHAPTER [14] อีกหนึ่งมุมมอง


     “วันนี้จะได้ไปเจอคุณปู่ล่ะ !”


     เด็กสาวพูดคุยกับเมดหญิงที่กำลังรินน้ำชาอยู่


     “ถึงเวลาแล้วสินะคะ”


     ทุกๆ เดือนฉันจะได้ออกไปทำภารกิจกับคุณปู่ ถึงทุกครั้งจะมีคนไปด้วยมากมายก็ตาม


     ฉันอุตส่าห์อ้อนไปตั้งหลายรอบแล้ว แต่คุณปู่ไม่ยอมสักที อ้างแต่เรื่องความปลอดภัยอยู่นั่นล่ะ


     อยากเกิดมามีชีวิตธรรมดาจังเลยน้า...


     “ไปก่อนนะ”


     “เดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะ”


     จากพระราชวังห่างจากกิลด์เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ฉันเริ่มเดินอย่างช้าๆ


     จากช้าก็เริ่มเร็วขี้นเรื่อยๆ


     พอวิ่งถึงหน้าห้องของคุณปู่ ฉันเคาะประตูแล้วจึงเปิดเข้าไป


     ว้าว


     ไม่ว่าจะมีใครอยู่ในห้องก็ตาม แต่สายตาของฉันกลับจ้องมองไปยังเด็กสาวที่นั่งตรงข้ามกับคุณปู่


     สิ่งมีชีวิตน่ารักสุดยอดนั่นมันอะไรกัน


     ผมสีดำยาวสลวย ร่างกายเล็กดูบอบบาง ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม


     ร่างกายฉันสั่นเทิ้ม


     ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว !


     ฉันวิ่งเข้าไปกอดเธอโดยไม่ทันได้คิด


     ฉันก้มลงมองเด็กสาว เธอพยายามดันฉันออกด้วยแขนเล็กๆ นั่น


     กรี๊ดให้ตายเถอะ จะน่ารักเกินไปแล้ว


     แบบนี้จะปล่อยได้ยังไงกันล่ะ !


     พวกคุณยูทริน่ากับคุณไคล์ปนี่ก็เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ส่วนคุณลุงเวอแกมก็ดูลึกลับเหมือนเคย


     แต่คุณปู่ที่เคารพรัก มาแกะมือของฉันออกนี่หมายความว่ายังไงกัน


     เด็กสาวที่อยู่ด้านหน้ากล่าวทักทายฉันด้วยท่าทีสุภาพ


     เห...ชื่อเฟเลสงั้นเหรอ น่ารักจัง แต่นามสกุลเทเนบริสนี่...ไม่คุ้นเลยอ่ะ


     คนที่มีนามสกุลทางตะวันออกจะเป็นชนชั้นสูงหรือเปล่านะ


     ไปๆ มาๆ คุณปู่ก็พูดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นมาเสียอย่างนั้น


     ในที่สุด ! ฉันที่โดนกักกัน ! กักขัง ! หน่วงเหนี่ยวอิสระ ก็สามารถออกไปผจญภัยตามฝันได้สักที


     แต่เอ๋... ! ไปกับเฟเลส เด็กสาวน่ารักคนนี้เนี่ยนะ


     เป็นคนที่คุณปู่ยอมรับ...แสดงว่าต้องเก่งมากเลยสิ


     ฉันหุบยิ้มไม่อยู่


     ไม่รอแล้ว !


     ฉันจูงมือเฟเลสแล้วรีบวิ่งแจ้นออกไปทันที กลัวว่าเดี๋ยวคุณปู่จะเปลี่ยนใจเสียก่อน


     เด็กคนนี้...ฉันจะปกป้องเอง !


     เหตุเกิดขึ้นกลางดึก


     คุณไคล์ปแบกคุณยูทริน่าที่บาดเจ็บหนักมา


     เกิดอะไรขึ้นกันนะ...


     อย่าวอกแวกสิ ! ฉันมีเรื่องที่ทำได้อยู่ไม่ใช่หรือไงกัน


     เวทรักษา พรที่ท่านไวต้า เนวิตัสประทานมาให้


     ฉันรวบรวมมานาแล้วทำการรักษาคุณยูทริน่าทันที


     ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง


     อะไรนะ เฟเลสจะไปสู้คนเดียวงั้นเหรอ ! มันอันตรายนะ


     ฉันกำลังจะบอกให้คุณไคล์ปวิ่งออกไปช่วยโดยไม่ต้องสนใจฉัน


     ไอมานาสีดำ


     ร่างกายของฉันตอบสนองต่อมานานั้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ


     อยู่ๆ บรรยากาศก็เย็นยะเยือก เด็กสาวน่ารักที่ฉันพูดคุยด้วยมาตลอด เด็กสาวที่ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะปกป้อง


     เธอกำลังฆ่าคนอย่างเยือกเย็นราวกับเป็นคนละคน


     กลัว


     ฉันกำลังสั่นกลัว


     แต่ว่าละสายตาไม่ได้เลย


     ทำไมกันนะ


     เธอคนนั้นกำลังฆ่าคนอยู่แท้ๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนไม่ดีก็เถอะ


     ในใจคิดว่าการฆ่าคนอื่นมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากให้ช่วงเวลาเหล่านี้หยุดลงเช่นกัน


     อา...แบบนี้นี่เอง


     งดงาม


     แม้ว่าจะน่ากลัวแต่ก็ยังงดงาม


     เพียงแค่พริบตาเดียว พวกคนเลวก็ถูกสังหารกองกันเป็นซากศพไร้วิญญาณ


     “ไม่เป็นไรนะคะ”


     น้ำเสียงอันอ่อนโยน รอยยิ้มอันอ่อนโยน


     เธอต้องการปลอบใจฉันงั้นเหรอ...


     พอฉันรักษาคุณยูทริน่าเสร็จ ฉันก็สูดภายใจเข้าเฮือกหนึ่ง


     เอาล่ะ !


     เวลาดึก


     ฉันเดินไปหาเด็กสาวที่นั่งอยู่คนเดียวตรงโขดหินข้างกองไฟ


     “เฟเลส...เคยฆ่าคนมาก่อนเหรอ”


     ถามอะไรของฉันละเนี่ย !


     “...ใช่ค่ะ”


     เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าของฉันตอบ เหมือนกับว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ


     “เบลไม่เคยเจออะไรที่งดงามและดุดันแบบนั้นมาก่อนเลยล่ะ ถึงแม้ว่าจะกลัว แต่ก็ต้องขอบคุณเฟเลสที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้”


     ฉันกล่าวทุกถ้อยคำออกมาจากใจ


     ฉันจับมือเล็กๆ ของเธอไว้แน่น


     เฟเลสยิ้มดีใจเล็กน้อย อา...เหมือนได้รับการเยียวยาจนเรื่องที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องไม่สำคัญไปเลย


     ฉันเห็นเด็กสาวที่อยู่ด้านหน้าค่อยๆ ผลอยหลับ ฉันนำหัวของเธอลงมาไว้ที่ตักของฉันอย่างช้าๆ


     คงจะเหนื่อยล่ะสิ


     ฉันลูบหัวเล็กเบาๆ


     เส้นผมนิ่มดีจัง


     ทั้งๆ ที่ดูอายุน้อยกว่าฉันแท้ๆ แต่กลับสังหารคนได้โดยไม่ลังเล


     ฉันคิดเรื่อยเปื่อยจนผลอยหลับลงไปเช่นกัน


     พอตื่นเช้ามา ฉันจ้องแล้วลองถามออกไปดู


     จากคำตอบที่ได้มา เหมือนเฟเลสจะเป็นชนชั้นสูงแต่ไม่อยากพูดถึงสักเท่าไร ฉันเองก็ไม่อยากเซ้าซี้จนถูกเกลียดด้วยสิ


     เอาไว้ถ้าเธออยากเล่าเมื่อไรก็ค่อยตอนนั้นละกัน


     พอพวกเราถึงเมืองการค้า เคลียร์เรื่องกิลด์และแยกกับพวกคุณยูทริน่าคุณไคล์ปแล้ว


     ฉันลากเฟเลสไปที่ร้านมาดามก่อนเลย


     มาดามให้พวกเรายืมห้องอาบน้ำ


     ฉันนุ่งผ้าเช็ดตัวปกติ พอรับรู้ว่ามีคนจ้องอยู่ฉันเลยหันไปมอง


     ก็เจอเด็กสาวในสภาพเปลือยเปล่า


     “ฟะ...ฟะ เฟเลส ! ทำไมไม่นุ่งผ้าเช็ดตัวล่ะ !”


     ฉันถามตะกุกตะกัก ของโครตดี...เอ้ย ไม่ใช่ !


     “แล้วทำไมเบลถึงนุ่งล่ะคะ ?”


     พอโดนถามกลับมาแบบนั้นทำเอาตอบไม่ถูก ปกติเขาต้องนุ่งไม่ใช่งั้นเหรอ


     หรือว่าบางที ฉันอาจเป็นคนเดียวที่แปลก...!?


     เอาก็เอา !


     ฉันถอดผ้าเช็ดตัวออกช้าๆ ทำไมเฟเลสถึงจ้องแบบนั้นล่ะ !


     ฉันเดินไปล้างตัวแล้วลงไปแช่น้ำร้อนโดยพยายามเลี่ยงสายตา


     อึก...ดึงดูดชะมัด


     ฉันกลืนน้ำลายดังเอื้อก


     แปะ


     ฝ่ามือเล็กแตะหน้าผากฉันกระทันหัน ฉันเลยเผลอร้องเสียงหลงออกมา


     หรือว่าจะจับได้เรื่องแอบมองน่ะ !


     เฟเลสถามฉันด้วยท่าทีไม่สบายใจ


     เธอเป็นห่วงนี่เอง ตกใจหมด


     พอพวกเราขึ้นจากการแช่น้ำร้อน ฉันก็รีบจูงมือเด็กสาวตัวเล็กแล้วเดินไปยังหน้าร้านทันที


     ฟุฟุ เธอหนีไม่พ้นหรอกเฟเลส


     ทั้งฉันและมาดามจัดการแต่งตัวให้เธออย่างสาสมใจ เฮะเฮะเฮะ สุขใจจริง


     ใส่อะไรก็เข้ากันหมด งั้นก็เอาทุกชุดเลยแล้วกัน


     ฉันไปเปลี่ยนชุดของฉันบ้าง เอาให้คล้ายๆ กับเฟเลสนี่ล่ะ


     ส่วนคลังเก็บของนั่นก็เก็บได้เยอะดีจริงๆ


     ฉันพาเฟเลสมุ่งหน้าไปร้านขายยุทโธปกรณ์ต่างๆ อุปกรณ์ป้องกันก็สำคัญเช่นกัน คุณปู่เคยย้ำนักย้ำหนา


     พอซื้อของกันเสร็จแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยน


     ดันเจี้ยนสั่นเหมือนมีแผ่นดินไหว ทำเอาฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย


     เคยลงกับคุณปู่สูงสุดชั้นที่สิบสี่ วันนี้ไปกับเฟเลสแค่สองคนคงได้ประมาณชั้นสี่ชั้นห้าล่ะมั้ง


     พวกเราลงมาถึงชั้นที่สิบ ฉันถึงกับพูดไม่ออก


     เฟเลสสู้ลุยมาคนเดียวได้ด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนเธอจะอยากให้ฉันมีส่วนร่วมด้วย


     ใจดีจัง...


     แต่ดันเจอปัญหาอีกแล้ว


     เฮ้อ พวกผู้ชายนี่เป็นพวกหื่นกามกันหมดเลยหรือยังไงกัน สักวันจะจับเจี๋ยนทิ้งให้หมด


     ส่วนเฟเลสดูเหมือนจะลุยเดี่ยวอีกแล้ว


     ดันเจี้ยนสั่นอีกครั้ง


     เงาใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้า นั่นมันเหมือนกับที่คุณปู่เคยบอก


     กริซลีทมิฬ


     นักผจญภัยแรงค์ทองถูกฆ่าโดยที่ไม่ทันได้ตอบโต้เลยด้วยซ้ำ


     กลัว


     ฉันก้าวขาไม่ออก ทำยังไงดี


     ทำยังไงดี...


     หมับ


     เฟเลสที่ตัวเล็กกว่าฉันอุ้มฉันด้วยท่าที่หญิงสาวหลายคนฝันถึง


     ไม่นึกเลยว่าฝันจะเป็นจริงเร็วขนาดนี้ ถึงจะถูกอุ้มด้วยผู้หญิงก็เถอะ


     ขอโทษนะเฟเลส...ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทา


     นอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้วยังเป็นตัวถ่วงอีก


     เด็กสาวที่อุ้มฉันอยู่ยิ้มออกมาอ่อนๆ อา...ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ


     ทำไมต้องใจดีขนาดนี้ด้วย


     ทำไมกัน...


     “เฟเลส...!”


     ฉันถูกโยนลงบันไดไปยังชั้นที่สิบเอ็ด ทำไมถึงไม่ทิ้งฉันไว้ล่ะ


     ถ้าทำแบบนั้นก็คงจะรอดแล้วแท้ๆ ต่อให้เป็นเรื่องก็คงแก้ตัวได้เพราะต้องเจอกับบอสประจำชั้นยี่สิบสอง


     ทำไมถึงปล่อยให้ฉันรอดคนเดียวล่ะ !


     ฉันกลิ้งตกลงมาไปทางด้านซ้าย ร่างกายหยุดลงที่หลังเสาหิน


     อูย...ดีนะไม่บาดเจ็บมาก


     ฉันใช้เวทรักษาตัวเองช้าๆ


     ตึง ตึง


     เสียงฝีเท้านั่นเป็นของกริซลีทมิฬไม่ผิดแน่ ฉันยกมือขึ้นมาปิดลมหายใจตัวเองไม่ให้เล็ดลอดออกไป


     ถ้ามันรู้ละก็ฉันตายแน่


     เสียงฝีเท้าวิ่งจากไป ถ้าจะหนีก็ต้องเวลานี้ล่ะ


     ฉันแง้มหน้าออกไปดูช้าๆ นั่นมัน !


     “เฟเลส...”


     ดีจังที่เธอยังไม่ตาย


     ฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ ฉันทุ่มมานาทั้งหมดไปในการรักษาเด็กสาวทันที


     บาดเจ็บหนักมากเลย...ขอร้องล่ะ ท่านไวต้า เนวิตัส ช่วยฉันรักษาเด็กคนนี้ด้วยเถอะค่ะ


     นี่มัน...


     เวทรักษาของฉันปรากฏวงเวทขึ้น มันกลายสภาพเป็นเวทระดับกลาง !


     สีหน้าของเฟเลสดีขึ้นอย่างช้าๆ


     ผ่านไปไม่กี่นาทีกริซลีทมิฬก็เดินกลับมาที่เดิม มันแปลกใจที่ไม่เห็นเฟเลสจึงเริ่มวิ่งหา ทำยังไงดีล่ะ !


     “ห้องบอส...”


     ฉันอธิบายให้กับเฟเลส เธอเห็นด้วยกับแผนที่ฉันเสนอ


     แต่เฟเลสต้องไปหยิบดาบก่อน


     พอกริซลีทมิฬมาทางนี้พวกเราก็เริ่มแผนการ


     ขอให้ไม่เป็นอะไรนะเฟเลส !


     ฉันภาวนาแล้ววิ่งไปรอที่ห้องบอส


     ประตูห้องบอสยังคงใหญ่โตเหมือนเดิม ฉันแง้มมันเข้าไปเบาๆ ให้กว้างขนาดพอดีคน

 

    จนกว่าห้องบอสจะปิด มอนสเตอร์ที่อยู่ด้านในจะไม่โจมตีเข้ามา แถมบอสประจำชั้นนี้หรือสโนว์วูล์ฟก็ไม่โจมตีเข้ามาก่อนด้วย ต้องใช้เวลาในตอนนั้นกับรักษาเฟเลสให้ได้มากที่สุด


     ไม่กี่วินาทีต่อมา ฉันก็เห็นเฟเลสที่กำลังโดนไล่กวดอยู่


     เธอให้ฉันเข้าไปในห้องบอสก่อน ฉันจึงรีบวิ่งเข้าไป


     มันจะกระโดดอีกแล้ว !


     เฟเลสรู้ตัว เธออาศัยจังหวะนั้นแล้วหนีออกมาได้สำเร็จในที่สุด


     กริซลีทมิฬคำรามอีกครั้ง ฉันยกมือปิดหู


     อึก...ประตูห้องบอส


     เด็กสาวตัวเล็กๆ เป็นคนเดินไปปิดมัน ฉันรู้สึกละอายใจที่ทำอะไรไม่ได้


     ฉันสาบานเลยว่าจะพัฒนาตัวเองจนสามารถยืนเคียงข้างเฟเลสให้ได้


     เฟเลสยังคงบาดเจ็บอยู่ ฉันพยายามเค้นมานาออกมารักษาเธอ


     แต่ใกล้จะไม่ไหวแล้วสิ ทนต่อไปก่อนตัวฉัน !


     “พอแล้วค่ะ เบลไปพักเถอะ”


     เฟเลสหยุดฉันไว้


     อา...เกินไปแล้ว...


     ฉันอธิบายสิ่งที่รู้เกี่ยวกับบอสให้ เฟเลสตั้งใจฟังฉันอธิบายทุกถ้อยคำ


     ฉันมองเธอเดินออกไปสู้คนเดียวด้วยร่างเล็กๆ นั่น


     ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก


     เด็กสาวตัวเล็กๆ สามารถเข้าประจันหน้ากับบอสประจำชั้นสิบเอ็ดด้วยตัวคนเดียวอย่างสูสี


     เธอรุดหน้าเข้าไปด้วยบาดแผลที่เกิดขึ้นเต็มตัว


     การต่อสู้ของเธอทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวของวีรสตรีในตำนาน ผู้ซึ่งเผชิญหน้ากับจอมมารเคียงข้างท่านผู้กล้า


     เด็กสาวถือดาบยาวยืนหอบหายใจอยู่บนแท่นบัลลังก์ราวกับเป็นประติมากรรมชั้นเยี่ยม


     ให้ตายสิ หัวใจฉันเต้นเร็วชะมัด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #42 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 20:34
    จับกดเลย!!!!!
    #42
    0
  2. #12 Shadow_Reader (@topza1962) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 06:27

    สนุกดีครับ
    #12
    0