[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 10 : ในที่สุด !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 816
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 126 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

     CHAPTER [10] ในที่สุด !


     แสงดวงตะวันส่องสว่างลับขึ้นมาจากขอบฟ้า เปลือกตาของฉันกระตุกเล็กน้อย


     ฉันดันตัวเองพยายามลุกขึ้นมา ใบหน้าเล็กกระแทกเข้ากับวัตถุหนานุ่มบางอย่าง ศีรษะของฉันเด้งกลับไป


     สายตาเริ่มปรับโฟกัส


     ปรากฏว่าฉันกำลังนอนหนุนตักของเบลลัสอยู่ตรงโขดหินที่เดิม เจ้าหญิงยังคงนั่งก้มหัวหลับอยู่แบบงัวเงีย


     นี่ฉันเผลอหลับไปตอนไหนล่ะเนี่ย เปิดช่องว่างเกินไปแล้ว...เด็กสาวเตือนสติของตนแล้วฝังลึกไว้ในใจ


     คาดว่าน่าจะเพลียจากการต่อสู้เมื่อวาน


     ฉันกระเถิบออกช้าๆ แล้วลุกขี้นมานั่ง


     กองไฟมอดดับไปแล้ว พวกพ่อค้าเองก็เริ่มตื่นขึ้นมาเก็บของกับที่พัก


     ฉันสะกิดเบลลัส พอมั่นใจว่าเธอรู้สึกตัวจึงเดินไปปลุกยูทริน่าและไคล์ปที่นอนอยู่ในเต็นท์


     ฉันแหวกผ้าคลุมเต็นท์ออก ลมหายใจของทั้งสองคนเป็นปกติดีไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ฉันจึงสะกิดไคล์ป


     ผ่านไปสักพักหนึ่งหลังจากที่นักผจญภัยทั้งสี่คนตื่นขึ้นมากันครบ พวกเราแบ่งเป็นสองกลุ่มผลัดกันไปล้างหน้าล้างตาที่แม่น้ำใกล้ๆ


     กลิ่นไอน้ำลอยมาแต่ไกล ฉันกับเบลเดินไปยังแม่น้ำเป็นกลุ่มแรก


     “อรุณสวัสดิ์เฟเลส”


     หญิงสาวกล่าวทักทายโดยที่ดูไม่ค่อยสดชื่นสักเท่าไร ความเหนื่อยล้าจากการใช้เวทรักษาอาจยังคงเหลืออยู่


     อ่ะ...เธอไม่ได้นอนแบบดีๆ ด้วยนี่นา ความผิดฉันชัดๆ


     “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”


     ประมาณสามร้อยเมตรพวกเราก็เดินไปถึงสายลำธารยาวไกลสุดลูกตา สายน้ำใสสะอาดลึกแค่ราวๆ ครึ่งเมตรกว่า


     ฉันพรมน้ำล้างหน้าล้างฝุ่นออก เบลลัสก็เช่นกัน


     อยากจะกระโดดลงไปจริงๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา


     “ขอบคุณสำหรับเมื่อคืนนะคะ”


     ฉันกล่าวขอบคุณ เจ้าหญิงทำหน้าเหมือนกับนึกอะไรสักอย่างแล้วยิ้มออกมา


     เบลลัสยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วมองหน้าฉันอย่างจดจ่อ


     “อืม...”


     “คะ ?”


     “เฟเลสนี่ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปเลย...จะว่ายังไงดีล่ะ ให้ความรู้สีกเหมือนเป็นชนชั้นสูง ?”


     เห...


     ที่เขาเรียกกันว่าผีย่อมเห็นผีสินะ


     ฉันลดสายตาแล้วนิ่งเงียบ


     “ขอโทษนะ ถามอะไรไม่ควรไปหรือเปล่า”


     “เปล่าหรอกค่ะ มันแค่เป็นเรื่องที่ไม่น่าจดจำสักเท่าไร”


     ฉันปัดเผ้าผมให้เข้าที่เข้าทางแล้วหันหลังเดินกลับไปที่แคมป์ เบลลัสคิดอะไรอยู่สักครู่แล้วจึงเดินตามมา


     หลังจากที่ทุกคนเตรียมตัวพร้อมเสร็จแล้ว พวกพ่อค้าก็วิ่งมาขอบคุณกันยกใหญ่แบบกล้าๆ กลัวๆ


     จะว่าไปพวกเขาก็เป็นพยานเหตุการณ์ด้วยนี่นะ


     เรื่องเมื่อคืนถือว่ามีข้อดีเช่นกัน ไคล์ปได้เกราะใหม่ยกเซ็ตยกเว้นโล่ ขอโทษที่ฟันทิ้งไปหมดนะคะ ส่วนคุณยูทริน่าเองก็ได้ไม้คทาอันใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม


     ฉันบอกว่าของที่เหลือของพวกโจรให้พวกคุณพ่อค้าเก็บไปได้เลย พวกเขาก็ทำตามที่บอกโดยไม่มีข้อโต้แย้ง


     แต่ทรัพย์สินที่เป็นเหรียญของพวกที่ตายไปกลายมาเป็นของฉันเสียทั้งหมด พวกเขายัดเยียดให้จนตอนนี้ฉันมีเงินอยู่ราวๆ ร้อยกว่าเหรียญเงิน นี่ก็เท่ากับหนึ่งเหรียญทองกว่าๆ


     พวกวัสดุอุปกรณ์นั้นพวกคุณพ่อค้าจะเก็บไปแล้วค่อยเพิ่มเงินรางวัลให้


     ระหว่างทางมีพวกก็อบลินอยู่บ้างแต่ก็ไม่เป็นปัญหา ฉันได้เห็นฝีมือดาบของเจ้าหญิงเบลลัสจึงรู้ว่าเธอนั้นฝึกฝนมาอย่างดี ใช้ได้จริง ขาดแต่ประสบการณ์


     ส่วนวิชาดาบ...เหมือนกับไคล์ป น่าจะมาจากสำนักเดียวกัน


     ในที่สุดพวกเราก็มาถึงเมืองชิเดน


     มีคนอยู่มากมาย บรรยากาศดูคึกคักสมกับเป็นเมืองการค้า


     ก่อนอื่นพวกเราต้องไปยืนยันภารกิจที่กิลด์ประจำเมืองโดยมีตัวแทนพ่อค้าเดินนำไป


     เขาเป็นชายหนุ่มอายุไม่เกินสามสิบปี น่าจะเป็นคนของกิลด์ไม่ก็นายหน้า


     คุณตัวแทนพ่อค้าเดินไปทางพนักงานกิลด์พร้อมกับยื่นสร้อยสีแดงๆ ให้


     ถ้าจำไม่ผิด...เป็นสร้อยของคนที่พูดมากๆ สินะ ที่ฉันฆ่าไปคนแรกเพราะรำคาญ


     พนักงานกิลด์เห็นสร้อยเส้นนั้นแล้วตกใจเขว เขาถือสร้อยแล้วเดินเข้าไปในห้องหลังเคาเตอร์


     พอพวกเขาพูดคุยอะไรกันเสร็จ คุณตัวแทนพ่อค้าก็เดินมาทางที่พวกฉันอยู่แล้วยื่นถุงเงินให้ อืม หนักอยู่...


     เงินทั้งหมดที่ได้...หนึ่งเหรียญทองกับอีกยี่สิบเหรียญเงิน !


     “นี่มัน...”


     “มีเงินค่าคุ้มครอง ค่าหัว แล้วก็ค่าอุปกรณ์ครับ ถ้าน้อยไปเดี๋ยวผมติดต่อพวกพ่อค้าคนอื่นๆ...”


     “เกินพอเลยค่ะ !”


     ฉันโค้งศีรษะขอบคุณ


     แหมๆ โจรพวกนั้นมีค่าหัวด้วยเหรอเนี่ย ส่วนพวกปาร์ตี้แรงค์ทอง...ฆ่าไปคงไม่ผิดกฎของกิลด์ใช่ไหมคะ...


     แต่ดูเหมือนคุณตัวแทนพ่อค้าจะคิดว่าพวกเราเป็นปาร์ตี้เดียวกันจึงให้มาแค่ถุงเดียว ไม่ได้แบ่ง


     ฉันเลยยื่นแปดสิบเหรียญเงินให้กับทางไคล์ปและยูทริน่า


     “ได้ใช่ไหมคะเบล”


     “อื้ม ! ไม่มีปัญหา”


     “เดี๋ยวสิ ! พวกเรารับไว้ไม่ได้หรอก”


     ยูทริน่าพยายามดันถุงเงินกลับมา


     “คนละครึ่งไงคะ มีอะไรแปลกตรงไหน”


     “แปลกทุกตรงนั่นล่ะ เฟเลสเป็นคนช่วยพวกเราไว้นะ !”


     เฮ้อ พูดจนขี้เกียจพูดแล้วเนี่ย


     ฉันดีดเหรียญเงินขึ้นฟ้า ยูทริน่า ไคล์ป คนอื่นๆ ต่างมองขึ้นไปตามๆ กัน


     ฉันสูบฉีดมานาอัดเข้าไปที่แขนขวากลายเป็นเวทเสริมพลังเฉพาะส่วน เพียงเสี้ยววินาทีถุงเหรียญเงินก็เข้าไปอยู่ในกระเป๋าของยูทริน่า


     จากนั้นพอเหรียญตกลงมาบนฝ่ามือฉันมันก็กลายเป็นสองเหรียญเงิน ฉันยื่นเงินให้ ยูทริน่าเห็นว่ามันไม่ได้มากอะไรจึงรับไว้


     การทดลองประสบความสำเร็จ ! ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้ตัว ยกเว้นแต่...


     เบลลัสมองฉันแล้วยิ้มอ่อนๆ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่หลงกล...


     หรือจะพูดอีกแบบว่า เบลเหลือบมองฉันมาตลอดการเดินทางเลยก็ว่าได้ ฉันลองถามออกไปว่า ‘มีอะไรหรือเปล่าคะ’ เธอก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มบางๆ


     ฉันเลยไม่เซ้าซี้แล้วปล่อยให้เธอทำไป


     ยูทริน่าและไคล์ปเห็นว่าจะรับภารกิจกลับไปเมืองหลวง ที่พวกเธอตามมาตอนแรกก็เพราะเป็นห่วงพวกฉัน ฉันกับเบลกล่าวขอบคุณ จากนั้นพวกเราก็แยกกลุ่ม


     “จะไปไหนต่อเหรอคะ”


     ฉันเดินตามเฟเลสไปทางถนนตรงยาวเข้าสู่เขตที่ดูหรูหราจนมาหยุดที่ร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่ง


     เธอลากฉันเข้าไปในร้านโดยไม่ถามอะไรสักคำ


     “มาดาม ขอชุดให้เธอคนนี้หน่อยค่ะ”


     เบลกล่าวทักทายคุณป้าเจ้าของร้าน ไม่ผิดแน่...ที่นี่มันไม่ใช่ร้านสำหรับสามัญชน


     “ต๊าย ! หนูเบล ไม่เจอกันนานเลย ไหนดูซิๆ”


     เธอมองสำรวจฉันทุกส่วน


     “ก่อนอื่นไปอาบน้ำอาบท่ากันก่อนนะจ๊ะเด็กๆ”


     มาดามดันหลังฉันกับเบลเข้าไปที่ด้านหลังร้าน เบลจูงมือฉันแล้วเดินตรงไป เธอดันประตูไม้ที่อยู่ทางด้านขวา


     ด้านในเป็นห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ ใหญ่ขนาดที่ว่าอ่างอาบน้ำจุคนเข้าไปได้สิบคนสบายๆ


     ในที่สุด...


     ฉันเดินไปทางด้านขวา ตรงนั้นมีตะกร้าใส่ผ้าเช็ดผืนสีขาวอยู่ เบลลัสเดินออกไปทางด้านซ้ายซึ่งมีตะกร้าวางอยู่เช่นกัน


     เอ...ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว เบลก็ไม่ได้มองอยู่


     ฉันกำผ้าคลุมแล้วเก็บลงไอเท็มบ็อกซ์ ส่วนชุดรัดรูปสีดำนี่ถอดยากชะมัด ฉันเลยเก็บมันลงไอเทมบ็อกซ์โดยที่ยังสวมอยู่ไปทั้งๆ แบบนั้นเลย


     พร้อมแล้ว !


     ฉันหันไปทางเบลลัส


     เธอกำลังละเมียดละไมพันผ้าเช็ดตัวอยู่ จากนั้นเราก็สบสายตากัน


     “ฟะ...ฟะ เฟเลส ! ทำไมไม่นุ่งผ้าเช็ดตัวล่ะ !”


     “แล้วทำไมเบลถึงนุ่งล่ะคะ ?”


     ฉันเอียงหัวตอบกลับไปอย่างสงสัย เป็นผู้หญิงแท้ๆ มีอะไรให้อายกัน ฉันควรจะต้องอายมากกว่ามั้ง


     อ๋า...! ต่างวัฒนธรรมนี่เอง !


     เจ้าหญิงเบลลัสมองขึ้นมองลงอยู่หลายรอบ เธอตัดสินใจปลดผ้าเช็ดตัวออกอย่างช้าๆ โดยที่หน้าของเธอมีสีชมพูออกแดงๆ เหมือนเป็นไข้


     แต่นั่นไง ฉันสิเป็นฝ่ายที่ต้องอาย


     รูปร่างสมกับเป็นกุลสตรีขนานแท้ หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินกว่าขนาดมาตรฐาน ผิวขาวผ่องสดใสสมกับเป็นเจ้าหญิงที่ได้รับการปรนนิบัติดูแลมาอย่างดี


     ผมสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีเขียวมรกตสมกับเป็นโลกแฟนตาซี


     ส่วนฉันเหรอ...ไม่อยากจะพูด


     แต่คนตัวเล็กๆ เหมาะกับงานนักลอบสังหารดีออก อื้ม !


     ฉันปลอบใจตัวเอง

 

     พวกเราเดินไปล้างตัวก่อนที่จะลงไปแช่ในน้ำร้อน

 

     น้ำอุณหภูมิต่ำไปนิดแต่ยังใช้ได้อยู่ มีมานาไหลเวียนอยู่นิดหน่อยดูแล้วน่าจะใช้เวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อทำให้น้ำร้อน อยากรู้จังว่าทำได้ยังไง


     ค่อยถามเมื่อมีโอกาสละกัน


     “ฮู่ววว~”


     ฉันลงแช่น้ำจนมิดไหล่ ส่วนเจ้าหญิง...มันลอยอยู่ด้วยอ่ะ...


     “ขอบคุณที่พามานะคะเจ้าหญิง”


     ถ้าไม่ได้อาบน้ำที่นี่สงสัยจะได้วิ่งไปอาบที่ริมแม่น้ำ


     “...เห็นเฟเลสดีใจ เบลก็ดีใจ...”


     เธอยังคงหน้าแดงอยู่ จะเป็นอะไรไหมเนี่ย


     ฉันยื่นมือไปแตะที่หน้าผากของเจ้าหญิง


     “ว้าย !”


     เธอสะดุ้งผงะออกไปเล็กน้อย ดีนะที่หัวไม่ชนขอบอ่าง ไม่งั้นถูกต้องคดีลอบปลงพระชนม์แหง


     “ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะเบล ดูสีหน้าไม่ดีเลย”


     “ไม่เป็นอะไร...ค่ะ”


     เธอลุกลี้ลุกลนแอบมองมาทางฉันบ่อยๆ จะมองก็มองมาเลยสิ


     แปลกคนจริง


     พวกเราแช่น้ำกันอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นไปจะแต่งตัว


     แต่ฉันไม่มีชุดสำรองนี่...โธ่ คุณแกะ !


     เบลนุ่งผ้าเช็ดตัว จากนั้นเธอก็ยื่นผ้าเช็ดตัวอีกผืนมาให้ฉัน


     ฉันเห็นเช่นนั้นจึงทำตาม


     พวกเราเดินออกไปจากห้องอาบน้ำ เบลจูงมือฉันเดินออกไปทางร้าน...จะออกไปแบบนี้เลยเหรอคะ


     “ไม่เป็นไรหรอก ร้านนี้รับแต่ลูกค้าผู้หญิง ส่วนตอนนี้คงมีแค่พวกเรา”


     เธอว่าเช่นนั้นฉันเลยเดินตามไป


     จากพื้นที่โล่งๆ ตอนแรกก็มีชุดจำนวนมากแขวนเรียงรายอยู่ แต่ละตัวถูกเย็บปักถักร้อยมาอย่างดี


     เนื้อผ้าก็ดูนุ่มสุดๆ


     “ต๊าย ! จากลูกแมวจรจัด ดูตอนนี้สิ กลายเป็นคุณหนูน่ารักเสียแล้ว”


     มาดามพูดพลางยื่นชุดตัวนี้มาตัวโน้นมา


     “ตัวนี้ก็เหมาะ ตัวนี้ก็เหมาะ !”


     มาดามกรี๊ดกร๊าดยกใหญ่


     “เฟเลสชอบสีไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า”


     “สีที่ชอบเหรอคะ...สีดำ...”


     เปื้อนยากดี เปื้อนเลือดก็อำพรางได้อีกต่างหาก


     “มาดาม...ลองขอลองทุกชุดเลยละกันค่ะ”


     “ได้เลยจ้ะเจ้าหญิง”


     หญิงสาวทั้งสองคนเริ่มทำมือแปลกๆ โดยมีเสียงพื้นหลังเป็นเสียงหัวเราะอันน่าสยดสยอง มาดามน่ะไม่เท่าไร แต่เสียงหัวเราะแปลกๆ ของเจ้าหญิงเบลลัสทำเอาฉันขนลุกซู่


     จากนั้นนรกก็ได้เริ่มต้นขึ้น...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 126 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #8 Grassy-Lands (@Grassy-Lands) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 20:58

    หุๆ น่ารัก
    #8
    0
  2. #7 Shadow_Reader (@topza1962) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 19:49

    สู้ๆครับ
    #7
    0