Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 7 : Case 7 ลักพาตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   

   

   ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ

   เสียงนาฬิกาปลุกดังรบกวนช่วงเวลาแสนสงบสุขในตอนเช้า นิ้วมือยาวเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์กดปิดมันอย่างเชื่องช้า เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดเผยให้เห็นลูกแก้วสีดำสะท้อนแสงเป็นประกายสีเทาเงินสวยงาม วินมองดูโทรศัพท์ที่แสดงเวลาเจ็ดนาฬิกาพอดีอย่างเหม่อลอย กว่าจะเรียกสติตัวเองได้ก็ผ่านไปแล้วห้านาที ใช้สองแขนผอมผลักตัวให้ลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างเกียจคร้าน

   สองขาก้าวลงจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันและลงจากชั้นสองไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน เมื่อกวาดสายตาดูจนหมดวินก็เลือกหยิบซีเรียลกับนมที่กินง่ายที่สุดออกมาเทใส่ถ้วย หลังจากเขาจัดการกับอาหารตรงหน้าเรียบร้อยแล้วนาฬิกาที่ผนังห้องก็บอกเวลาเจ็ดโมงครึ่งพอดี แต่ไม่มีท่าทีว่าเพื่อนตนจะตื่นเลย วินจึงต้องเดินเข้าไปปลุกเพื่อนที่อยู่ห้องนอนชั้นล่างให้ตื่นมาอาบน้ำเพราะได้ยินว่าวันนี้เจ้าตัวจะต้องเข้าที่ทำงานตอนเก้าโมง

   

   "เฮ้ย ตื่นได้แล้วสกาย นี่จะแปดโมงแล้วนะ"

   "อืม...ตื่นแล้ว" สกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงทั้งที่เปลือกตายังปิดอยู่และพูดตอบผมอย่างงัวเงีย ข้างหมอนมีเจ้าแมวขี้เกียจขดตัวนอนนิ่งหาวหวอดๆ

   "งั้นก็ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว"

   "..." เกิดความเงียบปกคลุมชั่วขณะ ผมเห็นว่าเพื่อนลืมตาขึ้นและกำลังจูนสมองอยู่คงไม่ล้มตัวนอนแล้ว จึงเดินออกมาเก็บของเพื่อกลับบ้าน

   "สกายฉันกลับก่อนนะ" วินตะโกนบอกเพื่อนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา เจ้าสตาร์เดินออกมาพันแข้งพันขาผมครางเสียงต่ำคล้ายเป็นการบอกลา เสียงน้ำไหลที่ดังออกมาจากห้องน้ำคงเป็นสกายที่อาบน้ำอยู่

   "ไปก่อนนะเด็กดี ฝากบอกเจ้านายแกด้วยล่ะ"

   "เหมียว~" มันร้องตอบคำพูดเหมือนเข้าใจ จนทำให้ผมยิ้มออกมา ลูบหัวมันเบาๆครั้งสุดท้ายก่อนออกจากห้องไป

   

   ท้องฟ้าสดใส แสงแดดอุ่นยามเช้าและสายลมเคลื่อนตัวช้าๆพัดผ่านวินที่เลือกเดินเท้ากลับบ้าน เขาหันมองรถราตามถนนเริ่มเพิ่มขึ้นตามเวลาที่เคลื่อนผ่าน เหล่าผู้คนต่างเร่งรีบออกจากบ้านไปทำงานให้ทัน มีทั้งคนที่ยังผู้เนกไทไม่เรียบร้อยด้วย ร้านอาหารข้างทางเปิดต้อนรับฝูงชนที่เดินขวักไขว่ผ่านกันไปมาด้วยรอยยิ้มและกลิ่นหอมกรุ่น

   เมื่อเดินมาเรื่อยๆจนถึงสวนสาธารณะ วินมองอย่างชั่งใจสุดท้ายก็ตัดสินใจไปเดินเล่นสักหน่อย

   

   ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าที่งอกเงยงดงามสู่ท้องฟ้า เขาสามารถรู้สึกได้ถึงกลิ่นของธรรมชาติที่หาได้ไม่บ่อยในเมืองใหญ่ แต่เมืองเล็กอย่างนี้คงเป็นข้อยกเว้น

   วินนั่งเหม่อมองผู้คนอีกฟากหนึ่งของหนองน้ำกลางสวนสาธารณะที่มาออกกำลังกายหรือเดินเล่นจากเก้าอี้ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ อาจเป็นเพราะแดดในยามสายเริ่มแรงขึ้นรึเปล่าเลยทำให้มีคนในสวนสาธารณะค่อนข้างน้อย แต่แสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับพื้นน้ำเป็นประกายสีทองก็ดูสวยงามจนผมอดใจไม่ไหวต้องหยิบโทรศัพท์มาถ่ายเก็บไว้สักภาพสองภาพ

   

   ตุบ!! ของแข็งบางอย่างกระแทกเข้าที่หัวผมอย่างจังขณะกำลังถ่ายรูป ความมึนและเจ็บปวดแล่นผ่านเข้าสู่สมองรวดเร็วจนประคองร่างกายตัวเองไม่ไหว แรงโน้มถ่วงดึงร่างผมลงจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นหญ้าและดินเปียกชื้นบริเวณใบหน้า

   ความชาปนเจ็บปวดที่หลังหัวทำให้ผมต้องยื่นมือไปกุมอย่างอ่อนแรง สัมผัสได้ถึงของเหลวเหนียวเหนอะหนะอาบทั่วปลายนิ้วและไหลลงมาตามแก้ม ผมพยายามฝืนลืมตามองหาต้นเหตุ เห็นปลายรองเท้าสีดำของใครบางคนที่ก้าวมาอยู่ต่อหน้าผม ในมือของเขามีท่อเหล็กยาว แต่แสงแดดที่ส่องผ่านกลุ่มใบไม้ลงมาทำให้ผมเห็นหน้าเขาเพียงเงาดำเลือนราง

   ร่างของผมถูกพลิกจากด้านหลังและยกขึ้นลอยสูงจากพื้นขึ้นบนไหล่ ผมมองเห็นแขนอันอ่อนแรงของตัวเองห้อยแกว่งไปมาและขาของใครบางคน แต่เขาไม่ได้ใส่รองเท้าเหมือนคนที่ถือท่อเหล็กก่อนหน้านี้

   "ไปเร็ว เดี๋ยวมีคนมาเห็น" เสียงแหบต่ำจากการแปลงเสียงเอ่ยอย่างเร่งรีบ วินเหลือบมองเห็นเก้าอี้ที่เคยนั่งผ่านหางตาอยู่ไม่ไกลจึงพยายามเอื้อมมือไขว่คว้าเอาไว้ แต่อาจเพราะแรงที่หายไป เขาทำได้เพียงแค่แตะมันเบาๆ

   เลือดสีแดงสดไหลผ่านขมับหยดลงที่พื้นหญ้า เปลือกตาหนักอึ้งเหมือนถูกกดทับแทบฝืนให้มันเปิดไม่ไหว สิ่งสุดท้ายที่รู้ก่อนสติจะดับไปและทุกอย่างมืดลงคือ ผมถูกพาขึ้นรถ ความเย็นจากแอร์และเสียงปิดประตูอย่างรุนแรง

   

   ณ คอนโด SS ห้อง 290

   หลังจากวินออกไปไม่นานประตูห้องน้ำก็ได้ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้องในชุดคลุมอาบน้ำ สกายหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กซับน้ำจากปอยผมพลางเดินไปแต่งตัว เขาเลือกเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวและสูทสีดำเรียบๆมาใส่

   เมื่อเดินออกมาจากห้องนอนไม่พบเพื่อนของตน แสดงว่าคงกลับไปแล้ว เขาจูบลาเจ้าแมวตัวน้อยก่อนลงไปทานอาหารง่ายๆที่คาเฟ่ข้างๆแล้วขี่รถไปทำงาน

   

   ห่างจากคอนโด SS ไปหกบล็อกถนน มีตึกสูงแห่งหนึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเกมชื่อดังอย่าง K Dream ซึ่งถือเป็นบริษัทชั้นแนวหน้าบริษัทหนึ่งในประเทศที่พึ่งถือกำเนิดขึ้นมาไม่นาน แต่แนวเกมที่แปลกใหม่ทันสมัยถูกใจคนทุกเพศทุกวัยทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก

   หน้าเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับหญิงและผู้จัดการหนุ่มกำลังพูดคุยกันอย่างจริงจัง พนักงานหลายคนต่างแผนกเดินเข้าออกเครื่องตรวจทางซ้ายมือถัดจากเคาน์เตอร์เพื่อไปห้องทำงานกันให้วุ่น

   เช้าที่เคยสงบสุขพังทลายลงเพราะเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ช่วงตีสามวันนี้มีคนเจาะเข้ามาในระบบหลักของบริษัท คาดว่าคงมาขโมยข้อมูลและแผนพัฒนาเกม VR ตัวใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงปรับปรุงแก้ไข แต่โชคดีที่ระบบรักษาความปลอดภัยช่วยชะลอไวรัสทำให้พนักงานที่อยู่เฝ้ากะนั้นสามารถกำจัดไวรัสได้ทัน

   

   เมื่อผู้จัดการหนุ่มเห็นรถออดี้ A7 สีเทาเข้มเคลื่อนมาจอดที่หน้าตึกก็รีบเดินออกไปต้อนรับทันที

   "ยินดีต้อนรับครับ คุณสกาย" เขาโค้งตัวลงทักทายชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบริษัทเล็กน้อยอย่างมีมารยาท สกายพยักหน้าตอบก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในตัวบริษัท พนักงานหลายคนที่เห็นเจ้านายที่ไม่ได้เข้าบริษัทบ่อยนักก็ผละจากงานหันมาทักทาย ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ากลับไป ก่อนจะตรงขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องทำงานของตน

   

   "จัดการไปถึงไหนแล้ว" สกายถอดเสื้อนอกออกและทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ในห้องทำงานของเขา พลางเหลือบมองหัวหน้าแผนกต่างๆที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ซึ่งพวกเขาล้วนเป็นหัวหน้าแผนกคนใหม่กันทั้งนั้น

   ถ้าตัดเลขาของผมออก แต่ละคนดูเคร่งเครียดและเกร็งมาก ไอ้อาการเครียดน่ะพอเข้าใจ แต่อาการเกร็งและสะดุ้งเวลาผมสบตานี่คืออะไร นี่พวกเขากลัวผมขนาดนั้นเลยหรอ

   "เราได้เปลี่ยนรูปแบบไฟร์วอลล์ใหม่แล้ว ตอนนี้กำลังตรวจดูว่ามีข้อมูลอะไรเสียหายหรือถูกขโมยไปได้บ้างรึเปล่า" เลขาประจำตัวเอ่ยออกมาและยื่นเอกสารสรุปให้ ผมรับมาเปิดอ่านเงียบๆจนจบ นี่บริษัทผมโดนแฮกง่ายขนาดนี้เลย สงสัยต้องหาคนเก่งโปรแกรมมาช่วยพัฒนาระบบหน่อยแล้ว

   "เมื่อคืนมันเกิดขึ้นได้ยังไง ไม่ใช่ว่าระบบป้องกันของบริษัทเรามีการเข้ารหัสยืนยันที่หนาแน่นปลอดภัยและเข้าได้เฉพาะที่บริษัทหรอ" แต่ดูเหมือนน้ำเสียงของผมจะดูจริงจังไปหน่อย หัวหน้าแผนกแต่ละคนพากันสะดุ้งและเหลือบมองกันทันที

   

   "คุณกร ทำไมพวกเขามีท่าทีแบบนั้นล่ะ" สกายกระซิบถามเลขาของเขาถึงเหล่าพนักงานที่ดูจะกลัวเขาซะเหลือเกิน

   "คงเพราะข่าวลือของคุณน่ะครับ"

   "ข่าวลือ? ข่าวลืออะไร"

   "หลังจากคุณเฉดหัวไล่เหล่าหัวหน้าแผนกเก่าที่ยักยอกเงินออกจากบริษัท ในหมู่พนักงานลือกันว่าคุณเป็นคนเข้มงวดมาก ใครที่ทำให้โมโหมีสิทธิ์โดนไล่ออกได้เลย แถมยังเป็นคนชอบเที่ยวเสเพลไม่ยอมเข้าบริษัทน่ะ คราวหลังก็เข้าบริษัทบ่อยๆหน่อยนะครับ จะได้ไม่มีข่าวลือเสียๆหายๆออกมา" หลังจากได้ยินก็ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัย แค่เพราะไม่ค่อยเข้าบริษัทก็มีข่าวลืออย่างนี้ออกมาเลยหรอ

   แต่เหล่าหัวหน้าแผนกที่ตอนนี้มองดูเจ้านายของตนกระซิบกับเลขาพลางมองมาทางพวกเขาแล้วขมวดคิ้วก็ทำให้พวกเขาคิดไปถึงเรื่องจะต้องโดนไล่ออกแน่นอน มือไม้แต่ละคนเริ่มชื้นเหงื่อทั้งที่ในห้องก็ไม่ได้ร้อนอะไร

   

   "เฮ้อ ผมไม่รู้ว่าพวกคุณไปได้ยินข่าวลืออะไรเกี่ยวกับผมมานะ แต่ว่าที่ผมถามนี่ไม่ได้จะหาเรื่องมาไล่พวกคุณออก แต่เพื่อที่จะได้แก้ไขและพัฒนาจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัย แล้วถ้าพวกคุณไม่ทำลายความไว้วางใจที่เรามอบให้ก็ไม่มีทางโดนไล่ออกหรอก เพราะงั้นเลิกเกร็งเถอะครับ"

   เหมือนบรรยากาศอันหนักอึ้งจะหายไปอย่างรวดเร็ว พนักงานทั้งหลายมีสีหน้าที่ดูดีขึ้นและทำความเข้าใจกับเจ้านายที่พบตัวได้ยากของเขาซึ่งแตกต่างจากข่าวลือโดยสิ้นเชิง สมแล้วที่พาบริษัทหน้าใหม่มาถึงแนวหน้าได้

   "ตอนนี้เรายังตรวจสอบไม่ครบเลยยังสรุปไม่ได้ว่าจุดอ่อนของระบบอยู่ที่ไหน แต่พบว่ามีการบังคับขอเข้ารหัสจากนอกบริษัทครับ" หัวหน้าแผนกหนึ่งอธิบายออกมา

   "อื้ม แสดงว่าเขาต้องรู้เรื่องในบริษัทเราแน่เลย"

   "เอ่อ...คือว่า" พนักงานคนหนึ่งยกมือขึ้นขออนุญาตอย่างไม่มั่นใจนัก ผมมองดูเขานิดหน่อยก่อนพยักหน้าตกลง

   "ผมเสนอให้เราเปลี่ยนรูปแบบและยกระดับการป้องกันให้มากขึ้นครับ"

   "อื้มๆ ผมเห็นด้วย คงต้องหาตัวใครสักคนที่เก่งด้านนี้มาช่วย" สกายพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นที่ถูกเสนอมา

   "แล้วก็เรื่องนี้เราจะแจ้งตำรวจไหมครับ"

   "ไม่ต้องหรอก ผมคิดว่ามีคนที่น่าจะช่วยเรื่องสืบสวนและโปรแกรมให้เราได้แล้ว"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น