Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 27 : Case 27 หม้อไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ส.ค. 63

   

   

   

   "ผมคิมวีโน่ เป็นแพทย์นิติเวชที่จะมาประจำที่นี่ตั้งแต่วันนี้" ชายหนุ่มในชุดกาวน์ดูมีภูมิฐานเอ่ยแนะนำตัว

   "เรียกฉันฟรีก็ได้ เป็นตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ส่วนนี่วอลนัทกับพีสมาชิกกลุ่มนกฮูกราตรี" นายตำรวจแนะนำตัวเองและชายหนุ่มอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

   "สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จักนะทั้งสองคน" วีโน่ยิ้มและยื่นมือมาจับเป็นการทักทาย

   "ทางนี้ก็เช่นกันครับคุณวีโน่"

   "เรียกวีเฉยๆก็ได้ เอาล่ะ ถ้างั้นเราก็มาดูผลชันสูตรกันเลยไหม"

   

   

   ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมาในห้าง เด็กหนุ่มนัยน์ตาประกายเทาชุดเสื้อยืดสบายตัวเดินตรงไปข้างหน้าอย่างไม่มีความลังเล เขาไม่แม้แต่จะหยุดมองร้านด้านข้างที่ชายหนุ่มหญิงสาววัยเดียวกันชอบแวะเวียนเลย เด็กหนุ่มมุ่งตรงไปจนมาหยุดที่หน้าโซนขายของสด

   เขาก้มมองลิสรายชื่อของสดที่ต้องซื้อในมือแล้วถอนหายใจ

   "ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย"

   

   

   

   ย้อนกลับไปเมื่อตอนบ่าย เขาตื่นมาด้วยอาการปวดตาจากการร้องไห้ วินเลือกที่จะลืมเหตุการณ์ที่พึ่งโดนตบแล้วไม่คิดอะไรมาก แม้ตัวเองจะพึ่งร้องไห้ให้คนอื่นเห็นมา แล้วทิ้งตัวนอนอ่านหนังสือเล่นบนโซฟา ก็ไม่เห็นมีเรื่องต้องอายเลย ถึงจะรู้สึกเสียหน้านิดหน่อยก็เถอะ

   

   

   

   แต่ความปกติสุขที่มีกลับหายไปเพราะเสียงคนที่ไม่รู้ทำไมถึงนอนบ้านเขาซะบ่อยซึ่งกำลังทะเลาะกับเจ้าลูเซียนอยู่

   "ออกไปนะ นี่แกอย่ามายุ่งกับคอมของฉันนะเจ้าหมาบ้า"

   "โฮ่ง!"

   "เฮ้ยเดี๋ยวสิ เอาเมาส์คืนมานะ!" วินได้แต่กลอกตามองตามสิ่งมีชีวิตทั้งสองวิ่งไล่กวดกันในบ้าน (ดีที่ไม่ทำของในบ้านพัง) และอีกสองกำลังนั่งอ่านเอกสารอะไรสักอย่างอยู่ ทำไมในไม่กี่อาทิตย์บ้านเขาถึงดูหนวกหูแล้วก็มีสิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้นมามากขนาดนี้กันนะ

   

   

   

   "เฮ้อ" เขาถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ ถึงจะเสียงดังแต่มันก็ไม่ได้น่ารำคาญเท่ากับต้องไปยืนฟังคนคนนั้นพูดละกัน

   

   

   "อา...ถึงเวลาแล้วหรอเนี่ย เดี๋ยวฉันไปฟังผลชันสูตรก่อนนะ นิมรออยู่นี่แหละ" วอลก้มมองนาฬิกาก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวข้างๆ

   "ค่ะ รีบกลับมานะคะ"

   "พีนายไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ" ชายหนุ่มหันมาพยักหน้ารับ วิ่งไปหยิบคอมแล้วชี้หน้าเจ้าลูเซียนตะโกนเสียงดังเหมือนบทพูดของพวกตัวร้ายปลายแถวก่อนเดินตามวอลออกไป

   "ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้าหมาบ้า แล้วฉันจะกลับมาคิดบัญชีทีหลัง!"

   "โฮ่ง!!"

   

   

   

   หลังจากทั้งสองออกไป ความเงียบก็กลับมา เจ้าลูเซียนคาบเมาส์มาวางที่โต๊ะข้างๆ แล้วปีนขึ้นมานอนเบียดผมบนโซฟาซึ่งผมก็ขยับตัวให้มันได้นอน

   เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีท้องฟ้าข้างนอกก็กลายเป็นสีดำไปแล้ว หนังสือที่ผมอ่านก่อนหลับไปวางอยู่บนโต๊ะข้างๆ คงจะเป็นคุณนิมหยิบออกให้เพราะผมจำไม่เห็นได้ว่าเคยวาง เจ้าลูเซียนที่เคยนอนอยู่ด้วยกันก็กำลังหมกมุ่นกับการกินอาหารอยู่ในห้องครัว โดยคุณนิมกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างๆ

   

   

   

   หลังหญิงสาวกดวางสายแล้วหันมาเห็นผมที่กำลังขมวดคิ้วเพราะความง่วงงุนก็หัวเราะออกมา

   "วิน ออกไปซื้อของกัน"

   "ซื้ออะไรครับ?"

   "ของสด วันนี้จะทำหม้อไฟ"

   "หม้อไฟ? จู่ๆทำไมก็จะทำล่ะครับ มีเรื่องอะไรดีๆหรอ หรือว่าไขคดีได้แล้ว"

   "เปล่า แค่เชฟอยากกิน" เธอขยิบตาให้ผมทีหนึ่งแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าออกไปรอที่รถ

   เมื่อมาถึงห้างคุณนิมก็หยิบกระดาษรายการของที่ต้องซื้อยัดใส่มือผม พร้อมบอกว่าเธอจะไปกดเงินก่อนให้ผมไปเลือกของรอเลย แต่ยังไม่ทันปฏิเสธเธอก็หันหลังเดินจากไปซะแล้ว

   นั่นเลยเป็นต้นเหตุที่ผมมายืนซื้อของอยู่คนเดียวนี่แหละ ไม่ใช่เพราะว่าผมเลือกของไม่เป็นหรอกนะ ผมน่ะเลือกเป็นแต่ไม่ค่อยได้มาซื้อเพราะทำอาหารไม่เก่งต่างหาก ยังไงผมก็ไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินแถมได้กินฟรีบ่นไปก็ใช่เรื่อง

   

   

   

   จนกระทั่งวินเลือกของทุกอย่างเสร็จคุณนิมก็ยังไม่มา ไม่รู้เธอมาช้าหรือผมเลือกเร็วกันแน่ เขาตัดสินใจยืนรอเธอแถวๆเคาน์เตอร์ชำระเงิน

   ตอนนั้นเอง โทรศัพท์เขาก็ส่งข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินว่ามีคนบุกรุกบ้าน เมื่อเปิดภาพจากกล้องขนาดเล็กรอบๆบ้านขึ้นดูก็ต้องเลิกคิ้ว คนที่กำลังพยายามเจาะระบบล็อกประตูบ้านเขาก็คือคุณวอลกับพี เด็กหนุ่มหันมองซ้ายขวาก่อนหยิบหูฟังขึ้นมาใส่

   

   

   

   [เปิดได้ยัง เราต้องรีบตรวจดูก่อนวินจะกลับมานะ]

   [อีกนิดเดียว ได้แล้ว!!]

   [เยี่ยม ลูเซียนเงียบๆนะนี่ฉันเอง]

   [พี่แน่ใจนะว่าเจ้าเด็กแสบนั่นคือเกียร์สายหมอก]

   [แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ยังไงก็ลองตรวจสอบบ้านหลังนี้ดูก่อนวินกลับมาละกัน]

   [ก็ได้]

   

   

   

   บทสนทนาของคนทั้งสองทำให้วินชะงัก จริงอยู่ที่เขาหลุดเรื่องคอมไปนิดหน่อย แต่แค่นั้นก็ไม่น่าจะรู้ได้นี่นา

   "ที่บ้านผมไม่มีอะไรให้ดูหรอกนะ ถึงจะเป็นพวกคุณก็ใช่ว่าจะเจอห้องใต้ดินลับของผมได้ง่ายๆ เสียเวลาเปล่าครับ"

   

   

   

   บทสนทนาตัดจบไปแค่นั้นเมื่อเด็กหนุ่มรู้สึกว่ามีคนกระชากตัวเขาจนเซล้มถลาไปทั้งคู่ โทรศัพท์ในมือหล่นกระแทกพื้นจนภาพดับไป ตามมาด้วยเสียงดังโครมของบางอย่าง

   วินหันไปมองจุดที่ตนเคยยืนก็ต้องกลืนน้ำลาย ชั้นวางของล้มกองระเนระนาดกันอยู่ที่พื้น เกิดความวุ่นวายขนาดย่อมๆขึ้น ผู้คนรอบๆหันมามองแล้วพูดคุยกันเสียงดัง

   

   

   ถ้าเขายังยืนอยู่ตรงนั้น...ไม่อยากจะคิดภาพเลย แต่คงได้เข้าโรงพยาบาลอีกรอบแน่ๆ

   

   

   "ไม่เป็นไรนะ" คนที่กระชากผมถามด้วยความเป็นห่วง พลางเช็กดูบาดแผลตามตัวไปด้วย

   วินที่รู้สึกถึงเสียงถามก็หลุดจากภวังค์ เงยหน้ามองคนที่มาช่วยก็พบว่าเป็นคุณนิมนั่นเอง "ค..ครับ"

   "แขนนายโอเคใช่ไหม" นิมก้มมองแขนของเด็กหนุ่มที่ยังอยู่ในเฝือก วินมองตามก่อนจะตอบ

   "ครับ ไม่เป็นไร ดีที่เมื่อกี้ไม่ได้เอาแขนลง"

   "งั้นก็ดีแล้วล่ะ"

   พนักงานของห้างหลายคนที่อยู่ใกล้ๆรีบเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ ก่อนจะเกิดความวุ่นวายไปมากกว่านี้ ไม่มีใครรู้ว่าทำไม่จู่ๆชั้นวางของถึงล้มลงมาเพราะอยู่ในมุมอับกล้อง

   และเนื่องจากผมเป็นคนเดียวที่เกือบจะบาดเจ็บ ทางห้างเลยจ่ายค่าชดเชยเล็กๆน้อยๆให้ พร้อมกับสามารถเลือกของอะไรก็ได้ในครั้งนี้ฟรีโดยจะไม่คิดเงินเป็นการตอบแทนและขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งผมก็ตอบตกลง ทำให้ได้ของกลับบ้านเต็มรถเลย

   

   

   

   เมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้าน วินก็มองเห็นคุณวอลกับน้องชายกำลังนั่งเล่นอยู่ในรถของตัวเองหน้าบ้านเหมือนไม่ได้ไปทำอะไรมา ถ้าผมไม่ได้ดูคลิปมาก่อนคงจะเชื่ออยู่หน่อยๆ

   ชายหนุ่มทั้งสองเดินโบกมือให้พลางเดินมาช่วยขนของเข้าบ้าน ทั้งคู่มีสีหน้าตกใจมากเมื่อเห็นจำนวนถุงกระดาษมากมายอยู่ในรถคุณนิม จนได้แต่ถามคุณนิมว่าหมดเงินไปเท่าไหร่ตลอดการขนของ เธอก็เอาแต่อมยิ้มไม่พูดอะไรให้หัวหน้าตัวเองสงสัยเล่น

   ผมที่ใส่เฝือกอยู่ก็ได้สิทธิพิเศษสำหรับคนป่วยเข้าบ้านโดยไม่จำเป็นต้องช่วยขนของ ระหว่างรอทั้งสามวินก็แอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูต่อจากก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มมองภาพคนทั้งสองเดินสำรวจทั่วบ้านอยู่สักพัก เมื่อไม่พบอะไรทั้งคู่ก็เดินกลับออกไปปิดประตูให้เหมือนเดิม

   

   

   

   'ผมบอกแล้วถึงเป็นพวกคุณก็ใช่ว่าจะหาเจอง่ายๆ ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะเจอ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่วันนี้นะครับ'

   

   

   

   ผมกับคุณพีจัดแจงเก็บของทุกอย่างเข้าที่แม้จะมีปากเสียงเถียงกันนิดหน่อยแต่ก็เรียบร้อยในเวลาไม่นาน คุณวอลกับคุณนิมก็เตรียมหม้อไฟเสร็จพอดี ระหว่างรอเนื้อสุกเธอก็พูดไปยิ้มไป เฉลยว่าทำไมถึงได้ของกลับมาเยอะแยะ 

   วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมนั่งกินข้าวพร้อมกันกับทั้งสามคนนี้จนเริ่มรู้สึกชินไปแล้ว

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น