Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 26 : Case 26 ครอบครัว(?) 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

   

   

   

   

   คนทั้งสองเดินมาจนถึงทางเดินไปลานจอดรถที่ไร้ซึ่งผู้คนรอบข้าง วอลหันกลับไปมองคนที่หยุดเดินช้าๆเมื่อไม่มีแรงดึงจากเขา

   เด็กหนุ่มยืนก้มลงซ่อนสีหน้าเอาไว้ ไหล่บอบบางดูไร้ที่พึ่งสั่นเทาจากการพยายามกลั้นสะอื้น หยาดน้ำตาหยดลงที่พื้นทางเดินเป็นสาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเสียงร้องไห้ดังออกมาให้เขาได้ยินเลยแม้แต่น้อย

   เขาเคยได้ยินมาว่าการร้องไห้แบบไร้เสียงมันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการร้องไห้ธรรมดาเสียอีก

   

   

   

   ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ การที่พ่อพูดอย่างนั้นใส่ลูกตัวเอง ถึงวินจะดูเฉยชาและเข้มแข็งแค่ไหนก็ต้องมีสะท้านกันบ้างแหละ เขาพึ่งจะอายุยี่สิบห้าเองนี่

   

   

   

   "อย่ามอง....นะ...ครับ.." เด็กหนุ่มละล่ำละลักพูดออกมาอาจจะด้วยศักดิ์ศรีหรืออะไรก็ตาม แต่ในสายตาของเขา มันยิ่งทำให้เจ้าตัวดูพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะสภาพจิตใจตอนนี้ยิ่งน่าห่วง

   

 

   

   'ให้ตายสิ รองนั่นเป็นพ่อประสาอะไรเนี่ย'

   

 

   

   "อื้ม เข้าใจแล้ว" วอลยกมือขึ้นวางบนกลุ่มผมนิ่มของเด็กหนุ่มที่สูงเพียงปากเขา

   "ฉันไม่มองหรอก ไม่ต้องกลั้นเอาไว้ ร้องออกมา ระบายออกมาให้หมด" วอลกดใบหน้าของเด็กหนุ่มให้ซบลงบนไหล ยื่นแขนไปโอบกอดเอาไว้ไม่ให้คนตรงหน้ารู้สึกอึดอัด "ถ้านายยังเก็บเอาไว้ข้างในคนเดียว มันก็จะยิ่งเจ็บปวดกว่าเดิมนะ นายเข้มแข็งมามากแล้ว จะอ่อนแอบ้างก็ไม่เป็นไร ยังไงเราก็คือมนุษย์คนหนึ่ง"

   

   

   

   ความเงียบปกคลุมพวกเขาทั้งสอง จนกระทั่งเขาเริ่มรู้สึกถึงแรงกำเสื้อที่ด้านหลัง ร่างของวินสั่นเทา วอลรับรู้ได้ถึงหยาดน้ำตาที่ซึมผ่านเสื้อมา ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ทรุดลงนั่งที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง วินกำเสื้อของเขาแน่นปล่อยความโศกเศร้าไหลออกมาผ่านน้ำตาและเสียงร้องไห้

   

   

   

   "ไม่เป็นไรแล้ว" เขายกมือลูบหัวเด็กหนุ่มเบาๆ ก้อนเนื้อในอกบีบรัดเมื่อเห็นวินร้องไห้อย่างเจ็บปวด จนเขาก็ยังสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกผูกพันกับวินเหมือนเป็นน้องชายแท้ๆที่โตมาด้วยกันมากขนาดนี้ทั้งที่พึ่งเจอกันได้ไม่นาน

   "พี่ยังอยู่ตรงนี้นะ" สุดท้ายเขาก็พูดออกไปแบบนั้นตามที่หัวใจเป็นคนสั่งการ

   

   

   

   นิมยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ไม่ไกลจากทั้งสองคนนัก หลังจากที่ไปรวบรวมข้อมูลตามที่หัวหน้ามอบหมาย เธอก็ต้องรีบวิ่งกลับไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงหัวหน้าบุกเข้าไปในห้องรองหน้าโหดผ่านหูฟัง แต่ยังไปไม่ถึงก็เห็นหลังคนสองคนนั้นเดินสวนออกไปอย่างรวดเร็ว เธอจึงรีบตาตามมาและหยุดอยู่ที่นี่

   หญิงสาวเดินหลบออกมาให้คนทั้งสองได้อยู่กันตามลำพัง แล้วติดต่อหาคนที่ยังคงเชื่อมต่อหูฟังกับพวกเขาอยู่

   "พีนายช่วยเรียบเรียงข้อมูลเอาไว้ให้ที เดี๋ยวค่อยให้หัวหน้าดูทีหลัง"

   [ครับ...ไม่คิดเลยว่าวินจะมีเรื่องอะไรแบบนี้ ครอบครัวของเขา...] น้ำเสียงของพีเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เขาได้ยินเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นผ่านการเชื่อมต่อด้วยคลื่นสัญญาณเดียวกัน ไม่คิดเลยว่าเจ้าเด็กนิสัยเสียอย่างวินจะมีพื้นเพแบบนี้

   "ฉันเหมือนกัน"

   

   

   

   เวลาล่วงเลยไปกว่าสิบนาทีที่วินร้องไห้ จนเมื่อเสียงร้องไห้ได้เงียบลงเขาก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่โถมเข้าใส่ วินหลับไปแล้วเพราะความเหนื่อยล้า คราบน้ำตายังปรากฏเป็นสายเด่นชัด เขาใช้นิ้วเช็ดออกให้ก่อนพยุงวินขึ้นหลังเดินกลับไปที่รถ

   "รอนานรึเปล่า" วอลเอ่ยทักหญิงสาวที่ยืนพิงรถรอ เขาเห็นเธอเดินออกไปแวบๆตอนกำลังปลอบวิน นิมหันมายิ้มอ่อนโยนให้เมื่อมองเด็กหนุ่มที่อยู่บนหลังหัวหน้าตน

   "ไม่ค่ะ เขาหลับไปแล้วหรอคะหัวหน้า"

   "อื้ม คงจะเหนื่อย"

   "งั้นเรากลับกันเถอะ ตอนนี้พีก็น่าจะรอกินข้าวเที่ยงอยู่แน่ๆเลย"

   "นั่นสิ งั้นนิมโทรสั่งอาหารเข้าไปเลยนะ"

   

   

   

   รถปอร์เช่ พานาเมร่าหยุดลงที่หน้าบ้านของวิน คนในซอยชินเสียแล้วกับการเห็นรถแปลกหน้าสองคันมาจอดที่บ้านหลังนี้ ขณะที่วอลลังเลว่าจะปลุกหรือไม่ปลุกวินดี นิมก็มาหาบอกว่าไม่ต้องปลุก แล้วช่วยพยุงตัวเด็กหนุ่มขึ้นหลัง

   พีเดินออกมาเปิดประตูให้ทั้งสามคน โดยมีเจ้าลูเซียนเดินวนพันแข้งพันขาร้องเสียงอ่อนอย่างเป็นห่วงเจ้านายบนหลัง เขาบอกมันว่าวินไม่เป็นไรมันจึงเปลี่ยนมาเดินข้างๆแทน ช่างเป็นหมาที่ฉลาดจริงๆ

   ผมพาวินขึ้นไปนอนที่ห้องนอนชั้นบนโดยมีเจ้าลูเซียนนอนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงผละตัวมาที่ชั้นล่างเพื่อมาฟังข้อมูลที่ให้นิมกับพีไปสืบมา

   

   

   

   "ได้ความว่าไงบ้าง" วอลทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเตรียมพร้อมฟัง

   "ที่กรมตำรวจมีบรรยากาศอึมครึมขนาดนั้น เพราะว่ามีคนพบศพตำรวจเสียชีวิตถูกทิ้งอยู่ในสระที่สวนสาธารณะค่ะ แต่กล้องจับภาพคนร้ายไม่ได้"

   "มีอีกศพแล้วหรอ"

   "ค่ะ แต่ยังไม่มีผลชันสูตรที่แน่ชัด ทางกรมตำรวจกำลังรอแพทย์นิติเวชคนใหม่มาประจำการแทนคนเก่าที่ตายไปแล้วอยู่ค่ะ"

   "ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้ว น่าจะมีคนมาแทนแล้วหนิ" วอลเลิกคิ้วอย่างสงสัย ปกติมันต้องมีการเลือกคนมาแทนได้แล้วนี่นา

   "คุณฟรีบอกว่าเพราะคดีนี้ยังไม่คลี่คลายเลยทำให้ไม่มีใครอยากมาประจำที่นี่ แต่ในที่สุดก็มีแพทย์คนหนึ่งอาสา เขาจะมาถึงเย็นนี้ตอนค่ำๆหน่อย แล้วคุณฟรียังฝากให้มาถามหัวหน้าว่าจะไปฟังผลชันสูตรด้วยกันไหม"

   

   

   

   "ไหนๆเขาก็ชวนแล้ว เราก็ไปฟังสักหน่อยสิครับ" พีที่เดินกลับเข้ามาได้ยินพอดีพูดขึ้น ขณะถือถุงอาหารที่พึ่งออกไปรับมาวางบนโต๊ะ จัดแจงเปิดถุงแล้วหยิบขาไก่ชิ้นโตขึ้นกิน

   "นั่นสิ เราควรจะรีบแก้คดีนี้ให้ได้เร็วๆ ยิ่งยืดเยื้อนานก็น่าเป็นห่วงวินเขานะคะ"

   "พูดถึงวินขึ้นมาฉันก็ลืมถามเธอเลย" วอลโพล่งขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้ "ที่ไปสืบเรื่องเกียร์สายหมอกจากสกายได้เรื่องไงบ้าง"

   "อ้อ เรื่องนั้นไม่มีความคืบหน้าเลยค่ะ สกายดูจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับเกียร์สายหมอกแม้แต่นิดเดียวเลย เบื้องลึกเบื้องหลังก็เหมือนกัน"

   "ทางฉันก็เหมือนกัน คนที่สนิทกับวินที่ทำงานอยู่ด้วยกันก็ไม่มีใครที่น่าจะเป็นเกียร์สายหมอกได้เลย" ทั้งสองคนทำสีหน้าครุ่นคิด หรือว่าพวกเขาแค่คิดมากเรื่องนี้ไปเอง ความจริงวินอาจจะแค่รู้จักเกียร์สายหมอกเพราะอยู่ในวงการนักประดิษฐ์เหมือนกันเฉยๆก็ได้

   

   

   

   "พูดถึงวิน ผมเจอเรื่องแปลกๆอยู่เรื่องนึงด้วยล่ะ"

   "???"

   "พวกพี่รู้ไหมบ้านหลังเล็กๆแบบนี้น่ะ" ชายหนุ่มว่าพลางยกชิ้นไก่ในมือชี้ไปรอบๆ "ค่าไฟแพงเหมือนมีคนอยู่เป็นสิบเลยล่ะจะบอกให้ แต่ละเดือนไม่ใช่เล่นๆเลยนะ รึว่า...ที่นี่จะมีผี!!"

   โป๊ก!! กำปั้นหนักๆเขกลงที่หัวพีจนเขาต้องทิ้งไก่ในมือมากุมหัว

   "โอ๊ย!! เจ๊ทำไรเนี่ย"

   "เพ้อเจ้อแล้วนาย นี่มันยุคไหนละ แล้วอย่ามาเรียกว่าเจ๊นะ"

   "ก็เพราะแบบนี้ไงถึงเป็นเจ๊..." เขาบ่นพึมพำอย่างไม่อยากให้นิมได้ยิน

   "เมื่อกี้ว่าอะไรนะ" หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น

   "เปล่าครับ!!" พีหันมาตอบรับอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบยัดชิ้นไก่เข้าปากเป็นการหนีบทสนทนา

   

   

   

   "ค่าไฟงั้นหรอ..." วอลพึมพำกับตัวเองเบาๆ คิ้วขมวดเข้าหากัน ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปราวกับมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น