Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 25 : Case 25 ครอบครัว(?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ก.ค. 63

   

   

   

   ผู้คนตามข้างทางเหลือบมองรถคันหนึ่งที่วิ่งอยู่กลางถนนโดยมีรถตำรวจล้อมหน้าล้อมหลังอย่างสงสัยใคร่รู้ ว่าใครกันที่อยู่บนรถคันนั้น

   

   

   รถหยุดลงเมื่อถึงสน.ประจำเมืองที่ซึ่งวอลมาอยู่เป็นประจำ วินเดินลงมายืนข้างๆเขา ก่อนนายตำรวจคนเดิมจะเรียกให้เดินตามเข้าไป

   ผมเหลือบมองใบหน้าคนที่เดินอยู่ข้างๆเล็กน้อย วินมีสีหน้าค่อนข้างไม่มีความสุขเท่าไหร่ คิ้วที่ขมวดกันเป็นปมคือเครื่องหมายอย่างดี

   "โอเคนะ" เด็กหนุ่มรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นปกติก่อนหันมาสบตาผม

   "ครับ คิดว่า...มั้ง"

   "นายกับพ่อของนายไม่ค่อยถูกกันสินะ" นิมที่เดินอยู่อีกฝั่งถามขึ้นมา

   "ก็ประมาณนั้นแหละครับ ไม่รู้ว่าเขาจะเรียกผมมาทำไม"

   "คงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนี้มั้ง เขาอาจเป็นห่วงนายรึเปล่า"

   "...ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนคนนั้น...อาจต้องรบกวนให้พวกคุณเตรียมถุงประคบเย็นให้ผมสักหน่อย" วินยักไหล่อย่างไม่แยแส รอยยิ้มบางยังคงประดับอยู่บนใบหน้า

   "นายล้อเล่นรึเปล่าเนี่ย" นิมพูดด้วยความแปลกใจ

   "ทั้งสองคนยังไม่สนิทกับพ่อผมเท่าไหร่น่ะสิ ถ้าได้รู้จักแล้ว... นั่นสินะ คงจะรู้เหตุผลที่ผมถึงได้โตมาเป็นอย่างนี้ก็ได้นะ" วินฉีกยิ้มมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงตา

   

   

   ประตูไม้แกะสลักสวยงามตรงหน้าเป็นห้องของรองอธิบดี ตำรวจสองนายที่ยืนเฝ้าหน้าห้องหันมามองกลุ่มคนที่มาใหม่ เมื่อเห็นหัวหน้าหน่วยของตนเดินนำคนกลุ่มนั้นมาก็ยกมือตะเบ๊ะทำความเคารพ

   "ท่านรองรออยู่ข้างใน" ชายคนนั้นบุ้ยหน้าให้วินเข้าไปในห้อง แต่เมื่อวอลกับนิมกำลังจะเดินตามเข้าไป เขาก็มาขวางไว้ "แค่เขาคนเดียวครับ"

   

   

   วินหันมามองคนทั้งสองด้านหลังอย่างใช้ความคิด ผมจะลองเปิดใจกับพวกเขาดูดีไหมนะ ทั้งคุณลุงทั้งสกายต่างก็บอกว่าพวกเขาเป็นคนที่ดี แต่ว่าผมควรลองเสี่ยงไหม จะต้องเจ็บปวดอีกรึเปล่า

   "วิน" เสียงทุ้มเรียกให้วินเงยหน้าขึ้น

   "ถ้ามีอะไรก็เรียกได้เลยนะ ฉันจะรออยู่ตรงนี้" วอลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจ

   อยู่ๆภาพของชายคนหนึ่งในความทรงจำก็ซ้อนทับขึ้นมา

   

   

 

   'ให้พี่ช่วยอะไรก็บอกนะ พี่อยู่ข้างๆนายเสมอ'

   

   

   พี่ครับ...

   

 

   

   "คุณวอลครับ" วินเดินกลับไปคว้ามือของหัวหน้ากลุ่มนกฮูกขึ้นมาจับไว้ ยัดบางอย่างใส่มือโดยไม่ให้ใครเห็น คุณวอลเลิกคิ้วมองมาทางเขาอย่างสงสัย

   "ผมว่าคุณน่าจะรู้จักสิ่งนี้ มันอาจจะเป็นการขอร้องที่มากเกินไปสำหรับคนที่พึ่งรู้จักกันไม่กี่วัน" วินปล่อยมือเดินตรงไปที่ประตู ในขณะที่นิ้วเรียวจะแตะลูกบิด เขาก็หันกลับมายิ้มอ่อนให้คนทั้งสอง

   "แล้วที่บอกให้เตรียมถุงประคบให้น่ะ เรื่องจริงนะครับ" ก่อนที่จะเปิดประตูเดินเข้าห้องทำงานของคนที่มีศักดิ์เป็นพ่อของตัวเอง

   

   

   "อะไรน่ะหัวหน้า" นิมเดินมาถามด้วยความสงสัย เธอเห็นตอนที่วินแอบเอาอะไรส่งให้หัวหน้า แต่เธอมองไม่เห็นว่ามันคืออะไร

   "หูฟัง" วอลแบมือออกยื่นไปให้นิมดู มีอุปกรณ์กลมๆสองอันอยู่ในมือ นี่วินคิดจะให้พวกเขาแอบฟังงั้นหรอ

   

   

   "ช้าจริงๆ รู้ไหมเวลาของฉันมันเป็นการเป็นงาน แกทำฉันเสียเวลาไปแค่ไหนแล้ว" ชายวัยกลางคนยกกาแฟในแก้วขึ้นจิบขณะพูดด้วยเสียงแข็งปนรำคาญซึ่งหาความอ่อนโยนไม่ได้เอาเสียเลย ไม่มีแม้แต่คำทักทายหรือถามสารทุกข์สุกดิบเหมือนที่ครอบครัวปกติทำกัน

   "ถ้ามันเสียเวลาขนาดนั้นจะเรียกผมมาทำไมล่ะ" ใบหน้าของวินเฉยชาราวเป็นคนละคนกับตอนปกติ เขาเดินไปยืนหน้าโต๊ะทำงานตรงข้ามชายคนนั้น

   "พอได้ออกไปอยู่คนเดียวหน่อยก็ปีกกล้าขาแข็ง กล้าต่อปากต่อคำฉันแล้วหรอ ฉันบอกให้แกเป็นตำรวจหรือหมอที่มีเงินดีมีสวัสดิการให้ก็ไม่ฟัง อยากเป็นแต่อะไรไร้สาระ ทีนี้ได้เป็นช่างซ่อมซอมซ่อสมใจอยากไหมล่ะ"

   "มันก็ดีกว่าต้องทำงานที่ไม่อยากทำไปตลอดชีวิตตามทางที่พ่อกับแม่ปูไว้ให้ละกัน แล้วก็อย่ามาทำเป็นเหมือนอนุญาตให้ผมออกไปอยู่เองหน่อยเลย ตอนผมย้ายออกไปก็เป็นอาทิตย์กว่าพ่อจะรู้"

   "ปากดีจริง ในอนาคตแกจะยังกล้าทำเป็นอวดดีอยู่ได้นานแค่ไหน"

   "ถึงจะเจอปัญหาจริง ผมก็ไม่วันกลับมาขอร้องพ่อหรอก"

   "งั้นก็ดี จำคำที่แกพูดเอาไว้ด้วยล่ะ ฉันจะได้ไม่เสียเวลามาแก้ปัญหาของตัวปัญหาอย่างแก"

   "มีอะไรก็พูดมา ไม่ใช่แค่พ่อหรอกนะที่เสียเวลา ผมก็เสียเวลาเหมือนกัน" บรรยากาศทวีความรุนแรงในห้องดูน่าอึดอัดใจ วินยังคงสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์เหมือนเดิม เช่นเดียวกับพ่อของเขาที่ยังคงดื่มกาแฟด้วยท่าทีผ่อนคลาย

   

   

   ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจและเครื่องปรับอากาศเท่านั้น จนชายตรงหน้าวินวางแก้วลง บทสนทนาจึงได้เริ่มต้นอีกครั้ง

   "ฉันจะส่งลูกน้องไปเฝ้าแก"

   "ไม่จำเป็นครับ" วินตอบปฏิเสธทันที

   "แกก็รู้ว่าเป้าหมายของคนร้ายคือฉัน" วินนึกย้อนกลับไปตอนที่คุณวอลเท่าเรื่องคดีให้ฟัง เหมือนคุณวอลจะพูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน "เพราะอย่างนั้นมันก็คงเลือกแกเป็นเป้าหมายด้วย"

   "เดี๋ยวนี้พ่อหัดสนใจผมด้วยหรอ"

   "คิดว่าฉันอยากทำรึไง ถ้าหัวหน้าไม่สั่ง ฉันก็จะส่งตำรวจทุกนายไปทำอย่างอื่นไม่ใช่มาเฝ้าแก"

   

   

   ก็คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

   

   

   "แต่แกก็เป็นนกต่อล่อคนร้ายออกมาได้ ทีนี้เราก็จะจับฆาตกรได้ คนมากมายจะรอดจากเงื้อมมือเจ้าฆาตกรนั่นด้วย"

   "ผมยังยืนยันว่าไม่ต้อง"

   "แกเป็นลูกอย่าบังอาจขัดคำสั่งของฉัน แค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็น"

   "พ่อเป็นแค่ผู้ให้กำเนิดไม่ใช่เจ้าชีวิตของผม" คิ้ววินเริ่มจะขมวดกันแน่นเป็นปมหลังจากได้ยินที่พ่อของตนพูด

   "แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ฉันจะจับคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ไม่ว่าต้องใช้วิธีอะไรก็ตาม เพื่อคืนความยุติธรรมในลูกน้องที่ตายไป ที่สำคัญมันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ"

   "ยุติธรรม...ความยุติธรรมงั้นหรอ คิดว่าสิ่งที่พ่อทำมันเป็นความยุติธรรมหรอ แล้วผมล่ะ!!! ความยุติธรรมของผมมันอยู่ที่ไหน!! วันๆพ่อก็เอาแต่พูดทำตามหน้าที่ๆ ผมถามหน่อยเถอะ คิดว่าตัวเองทำหน้าที่พ่อได้ดีอย่างนั้นไหม!! ลองมองย้อนไปในอดีตซะบ้าง!!!" วินใช้มือที่ไม่ได้บาดเจ็บตบลงบนโต๊ะเสียงดัง แก้วกาแฟที่วางอยู่สั่นสะเทือนจนกระฉอกหกลงบนโต๊ะ

   

   

   เพี๊ยะ!!! ฝ่ามือหนาตบเข้าที่ใบหน้าเนียนเต็มแรงจนเขาหน้าหันไปตามแรงตบ วินยกมือขึ้นกุมที่แก้มเอาไว้ รู้สึกถึงรสชาติขมฝาดของเลือดอยู่ในปาก คงเพราะตำรวจมากฝีมืออย่างพ่อเขาไม่คิดจะออมแรงเอาไว้สักนิด

   "อย่ามาทำเป็นขึ้นเสียงใส่ฉันนะ!! ฉันก็เคยสอนแกไปแล้วหัดจำใส่หัวเอาไว้ด้วย เป็นตำรวจต้องรู้จักเสียสละเพื่อประเทศชาติ แกที่เป็นลูกฉันก็เหมือนกัน!!" รองอธิบดีตอบกลับด้วยความโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

   "ผมไม่ใช่ตำรวจแบบพ่อ แล้วก็เลิกทำตามที่พ่อสั่งมาตั้งนานแล้ว!!!"

   "หึ! ถ้าแกจะมาทำตัวเหลวไหลแบบนี้ไปตลอดชีวิต แกจะเกิดมาทำไม!!"

   "ผมเปล่าเหลวไหล พ่อนั่นแหละที่เหลวไหล คิดว่าผมอยากเกิดมาในครอบครัวนี้รึไง!!" วินพูดตะคอกใส่อย่างเหลืออด ดวงตาคลอไปด้วยน้ำใสๆเพราะความเจ็บบนใบหน้าหรือตรงหัวใจก็ไม่อาจทราบได้ ตอนนี้เขารู้สึกเจ็บปวดจนอึดอัดไปหมด ทั้งที่คิดว่าตัวเองทำใจได้แล้วแท้ๆ

   "ลูกอย่างแกนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ เอาอย่างพี่แกที่ตายไปแล้วบ้าง ทำไมไม่หัดทำตัวดีๆเหมือนที่พี่แกเป็นหน่อย" รองอธิบดีทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ขมวดคิ้วมองหน้าลูกชายอย่างเย็นชาและผิดหวัง

   

   

   "พ่อจะไปรู้อะไร..." วินตอบออกมาเสียงเบาแทบจะไม่ได้ยิน มือกำแน่นจนเล็บใกล้จิกเข้าเนื้อ ผู้เป็นพ่อปรายตามองนิดหน่อยก่อนจะพูดตัดบทสนทนาอันยาวนานและคุกรุ่นในห้องนี้

   "หุบปาก แกไม่มีสิทธิ์แย้ง ถ้าอยากจะขัดอะไรไว้แกเป็นตำรวจหรือหมอให้ได้ก่อนแล้วเราค่อยมาพูดกัน" พ่อเขาเรียกตำรวจในบังคับบัญชาเข้ามาในห้องเตรียมจะมอบหมายหน้าที่ โดยไม่ฟังเสียงร้องคัดค้านของลูกชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

   

   

   ตอนนั้นเองก็มีเสียงคนชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ด้านนอก

   ปัง!!! ก่อนประตูจะถูกผลักเข้ามาเต็มแรงจนเสียงดังสนั่นทั่วห้อง วอลสะบัดนายตำรวจสองคนที่รั้งเอาไว้ออก แล้วเดินตรงไปหาเจ้าของห้องทำงานแห่งนี้

   "คุณวอล...นี่คุณ...." วินมองหน้าคนที่บุกเข้ามาอย่างอึ้งๆ ที่เขาให้คนพวกนี้แอบฟังได้ก็เพราะว่าอยากให้เขาเข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น เข้าใจว่าทำไมผมถึงต่อต้านพ่อ แต่ไม่คิดว่าจะฝ่าตำรวจบุกเข้ามาในห้องแบบนี้

   

   

   "ผมจะดูแลเขาเองครับ" วอลทุบโต๊ะจนพื้นสั่นสะเทือน แก้วกาแฟล้มเอียงกระเท่เร่ น้ำสีน้ำตาลเข้มหยดลงบนพรมที่พื้น

   "ดูท่าแล้วคนเป็นพ่ออย่างคุณคงจะดูแลเขาได้ไม่ดีพอ" วอลเหลือบมองวินที่กำลังอึ้งอยู่ ในดวงตาคลอด้วยน้ำตาดูใกล้จะร้องไห้

   "ที่สำคัญวินน่ะโตแล้วครับ เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคุณตลอดเวลา คุณก็ไม่ได้เป็นอมตะไม่แก่ไม่ตายสักหน่อย ไม่มีเวลาอยู่เฝ้าเขาจนแก่เฒ่าหรอก อย่าเอาเรื่องความเป็นพ่อมาพูดอ้างนั่นนี่ เป็นถึงรองอธิบดีกรมตำรวจก็หัดศึกษาหาความหมายของคำว่าสิทธิและเสรีภาพ กับการมีสิทธิ์มีเสียงเอาไว้ซะบ้างนะครับ" วอลเหลือบมองสีหน้าโมโหของรองหน้าโหด ก่อนหันไปยิ้มอ่อนโยนให้วิน แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องนี้อีกครั้ง

   "แล้วไม่ต้องส่งคนมาจับตาดูพวกเราล่ะครับ เอาเวลาไปจับคนร้ายให้ได้โดยไม่มาจ้างพวกผมบ่อยๆดีกว่านะ เผื่อช่วยลดปริมาณการใช้ภาษีประชาชนได้สักนิด" พูดจบวอลก็จับมือลากวินตามเขาออกจากห้องไปด้วยกัน โดยไม่แม้แต่หันหลังกลับไปมองคนในห้องอีก

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น