Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 24 : Case 24 เกือบไปแล้วไหมล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   

   

   "เจอแล้ว!! กล้องกลับมาทำงานสักที" พีมองเห็นคนใส่เสื้อผ้าคุ้นตาผ่านเข้ามาในจอก็ร้องออกมาอย่างดีใจ ก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆจางหายไปเมื่อเห็นคนใส่หมวกปกปิดใบหน้าเดินตามเด็กหนุ่มอยู่ด้วย

   เขาบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก แต่เวลาวินหยุดเดินมองเข้าไปในร้านข้างทาง ชายคนนั้นก็หยุดตาม เวลาวินเดินต่อเขาก็เริ่มเดินตามเด็กหนุ่มอีกครั้ง

   "พี่มีคนน่าสงสัยเดินตามวินอยู่ด้วย"

   "เห็นหน้าไหม"

   "ไม่เห็น"

   "วินอยู่อีกไกลแค่ไหน"

   "ข้างหน้าตรงไปไม่ไกลเท่าไหร่"

   

   

   บรรยากาศแสนเงียบสงบในยามบ่ายของวันชวนให้ผ่อนคลาย แสงแดดจ้าไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อนอย่างที่เห็น คงเป็นเพราะอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นในเดือนกันยายน วินค่อยๆเดินย่ำกลับบ้านอย่างไม่รีบนัก หยุดดูร้านตามข้างทางบ้างเวลาเจอของน่าสนใจ

   

   

   ดวงตาคมภายใต้เงาหมวกจ้องมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เดินนำเขาด้วยแววตานิ่งสนิท กวาดสายตามองรอบตัวอย่างระแวดระวัง เมื่อไม่เห็นใครในระยะใกล้ๆ มือขวาก็กำไขควงที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแน่น แขนของเขาสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย ยามมองแผ่นหลังของคนข้างหน้าที่เริ่มเข้าใกล้มาเรื่อยๆจนห่างกันไม่ถึงสองเมตร ไขควงในมือก็ค่อยๆเคลื่อนออกมาพ้นจากกระเป๋าเสื้อ เขามองคนข้างหน้าที่ดูจะยังไม่รู้ตัวแล้วพุ่งเข้าไปหาทันที

   

   

   ปี๊บบบ!! ปี๊บบบ!! ปี๊บบบ!!

   "วิน!!!"

   เสียงหวีดแหลมของแตรรถดังซ้ำหลายครั้งจากข้างหลัง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของตัวเองทำให้วินต้องหันกลับไป เขาผงะถอยเมื่อหันหลังไปสบตากับชายหนุ่มสวมหมวกดำที่อยู่ตรงหน้าห่างไม่ถึงเมตร ดวงตาของเขาปรากฏแววตื่นตระหนกรีบดึงหมวกบังหน้า ด้วยความที่ผมหยุดเดินกะทันหันเลยทำให้พวกเขาทั้งคู่จะชนกันจนได้

   "ขอโทษนะครับ" ผมรีบขอโทษขอโพยแต่ชายคนนั้นกลับก้มหน้ามองพื้นเดินผ่านไปโดยไม่แม้จะหันกลับมามองด้วยซ้ำ

   "อะไรของคนคนนั้นน่ะ" วินมองตามแผ่นหลังของคนที่ชนเขาอย่างไม่เข้าใจ ตอนนั้นเองก็มีรถคันหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาจอดข้างถนนอย่างรวดเร็ว หันไปมองเห็นเป็นรถที่คุ้นตา พร้อมๆกับคนบนรถที่เปิดประตูพุ่งตรงมาทางเขา

   

   

   "นายปลอดภัยนะ!" วอลจับไหล่วินเอาไว้พลางกวาดสายตาสำรวจ วินยังสบายดีไม่มีบาดแผลอะไรนอกจากแขนที่ยังใส่เฝือกอยู่ ก่อนจะหันมองทิศที่ชายชุดดำคนนั้นเดินจากไป แต่ตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงาของใครเสียแล้ว

   

   

   ตอนที่เห็นชายแปลกหน้าคนนั้นถือบางอย่างเป็นแท่งเดินตามหลังและอยู่ใกล้เด็กหนุ่ม เขากังวลมากว่าจะไปช่วยไม่ทัน ตอนนั้นมือของเขาก็บีบแตรไปก่อนที่จะได้คิดอะไรซะอีก

   

   

   "เกือบไปแล้วไหมล่ะ" พีถอนหายใจเมื่อไม่พบบาดแผลบนตัวของเด็กหนุ่ม "ถ้าพวกเรามาไม่ทันนายได้นอนเป็นศพอยู่ข้างถนนแล้วนะ ขอบใจพวกเราซะ"

   "พวกคุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย" วินมองพวกเขาด้วยสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น วอลกับพีมองหน้ากัน ดูเหมือนว่าวินจะยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น

   "ขึ้นรถก่อนละกัน" เขาลากเด็กหนุ่มให้ขึ้นรถ ตัดสินใจจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ถ้าวินยังไม่ตามข่าวสารแบบนี้ บางทีเจ้าตัวอาจจะเดินไปไหนมาไหนในที่เปลี่ยวๆแล้วโดนทำร้ายก่อนพอดี

   

   

   ผมเหลือบมองสีหน้าของวินขณะนั่งฟังเรื่องคดีที่เกิดขึ้นช่วงนี้ เด็กหนุ่มไม่ได้มีแววตาตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย สีหน้ายังคงเรียบเฉยออกจะเบื่อหน่ายด้วยซ้ำ

   "นี่นายได้ฟังที่ฉันพูดบ้างรึเปล่า"

   "ครับๆ ผมฟังอยู่ แล้วมันทำไมล่ะครับ ปล่อยให้คนคนนั้นจัดการเรื่องของตัวเองไปนั่นแหละ มันไม่ใช่ปัญหาของผมสักหน่อย"

   "แต่นายก็เสี่ยงที่จะโดนทำร้ายเหมือนกันนะ ดูอย่างวันนี้สิ" พีทนกับท่าทีไร้ความสนใจของวินไม่ไหวจนต้องพูดออกมา ทั้งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเองแท้ๆทำไมต้องให้มาบอกอะไรแบบนี้ด้วย

   "พวกคุณคิดมากไปเองรึเปล่า ผมกับผู้ชายคนนั้นแค่เดินชนกันเองนะ"

   "นายจะบอกว่าคิดว่าพวกฉันโกหกรึไง"

   "เอาล่ะๆ อย่าทะเลาะกัน วินยังไงเวลานายจะไปไหนก็อย่าลืมบอกพวกเราด้วย พยายามอย่าอยู่คนเดียวแล้วก็หัดระวังตัวซะบ้าง เข้าใจไหม" วอลเหลือบดูกระจกมองหลังเพื่อดูปฏิกิริยาของวิน

   "เฮ้อ~ ผมเข้าใจแล้ว จะระวังตัวมากขึ้น พอใจรึยังครับ" วินถอนหายใจด้วยความใจอ่อนกับความเป็นห่วงที่คนกลุ่มนี้มีให้เขา

   "อื้ม"

   

   

   เด็กหนุ่มก้าวเดินเข้าบ้านหลังจากที่รถหยุดลงหน้าบ้าน นิมที่มาถึงก่อนแล้วเดินเข้ามาทักทายพวกเขา เธอกวาดตามองชายหนุ่มทั้งสามคน เมื่อไม่เห็นว่ามีใครบาดเจ็บก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น

   "นี่อย่าบอกนะว่าพวกคุณจะมานอนบ้านผมอีกแล้ว" เด็กหนุ่มมองคนทั้งสามที่เดินตามเขาเข้ามาในบ้านอย่างถือวิสาสะ

   "คนร้ายคงไม่บุกมาที่บ้านหรอกมั้งครับ" ถ้าบุกมาจริงผมไปหลบอยู่ห้องใต้ดินก็ได้

   "ไม่ใช่พี่ฉันพึ่งบอกนายว่าอย่าประมาทรึไง ไว้คดีนี้จบพวกเราก็จะกลับกันเองแหละ บ้านเราก็ไม่ได้อยู่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่"

   "เฮ้อ เข้าใจแล้วครับ ตามใจแล้วกัน" สุดท้ายก็ได้แต่ตามใจพวกเขา เพราะยังไงพวกเขาก็มาอยู่คุ้มครองผม แถมได้กินอาหารฟรีด้วย

   เย็นวันนั้นทั้งสี่คนก็ได้กินข้าวด้วยกันอีกครั้ง คดีนี้ก็ดูท่าจะยังไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ดีแล้วที่วันนี้ไม่มีคนบาดเจ็บเพิ่ม

   

   

   เช้าวันถัดมา ระหว่างที่วินกำลังกินข้าวกับคนทั้งสามอยู่มือถือของเขาก็ดังขึ้นมา เรียกความสนใจจากคนทั้งโต๊ะได้เป็นอย่างดี คงจะเป็นเพราะผมเล่าเรื่องเบอร์แปลกๆที่โทรมาบ่อยๆในวันนั้นให้พวกเขาฟังเมื่อคืน

   "คุณลุงน่ะครับ" วินหันไปบอกทั้งสามคน ก่อนจะกดรับสาย

   

   

   "สวัสดีครับมีอะไรรึเปล่าทำไมโทรมาแต่เช้าเลยล่ะครับ"

   "วันนี้มีลูกค้าอยากให้ซ่อมด่วนให้น่ะ นายจะมาทำงานตอนไหน"

   "ด่วนมากหรอครับ งั้นเดี๋ยวผมจะรีบไปละกัน" วินว่าพลางเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ที่อยู่บนโซฟา

   "เดี๋ยวฉันไปส่ง" วอลลุกขึ้นเอาจานอาหารไปเก็บแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถ

   "ฉันไปด้วย" คุณนิมก็เหมือนกัน

   "พีนายรออยู่นี่นะ ตรวจสอบบันทึกคดีที่เหลือต่อให้หน่อย" พียกมือทำเครื่องหมายโอเคก่อนจะหันกลับไปกินอาหารตรงหน้าต่อ โดยไม่ลืมชี้ที่หูสองสามครั้งบอกกับคนในทีมว่าอย่าลืมใส่หูฟังด้วย

   

   

   ในเมื่อเด็กหนุ่มปฏิเสธคนทั้งสองที่จะไปส่งเขาไม่ได้ ก็หันกลับไปตะโกนบอกกับคนที่จะอยู่เฝ้าบ้านเขาคนเดียวแทนว่าอย่าไปรื้ออะไรในบ้าน แล้วลูบหัวบอกลาเจ้าลูเซียน ก่อนตามคุณวอลที่เดินนำไปถึงประตูหน้าบ้านแล้ว

   "มีอะไรรึเปล่าครับ" วินมองหน้าวอลที่หยุดยืนนิ่งเปิดประตูค้างไว้ เขาหันมาสบตากับผมบุ้ยปากให้หันไปมองข้างหน้า

   ผมหันไปตามทิศทางที่เขาบอก ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายยืนอยู่หน้าบ้านกำลังมองมาที่ผม

   "มีธุระอะไรครับ"

   "พวกเราได้รับคำสั่งให้มาพาเธอไปพบหัวหน้า แล้วหลังจากนี้พวกเราก็จะคุ้มครองคนที่อาจจะเป็นเป้าหมายของคนร้ายอย่างเธอด้วย"

   "อะไรนะ" วินมีสีหน้าคล้ำขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินนายตำรวจพูดถึงหัวหน้าของเขา

   "กรุณาไปกับพวกเราด้วยครับหัวหน้าต้องการพบคุณ" ตำรวจนายหนึ่งเดินมาดึงผมให้ขึ้นรถไปกับพวกเขา

   

   

   หมับ!! วอลจับแขนหยุดนายตำรวจคนนั้นเอาไว้

   "พวกเราจะไปส่งเขาเอง" นายตำรวจทำหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แต่ก็ยอมให้วอลไปส่งเด็กหนุ่มแต่โดยดี

   วินหยิบโทรศัพท์กดโทรออกหาหัวหน้าของเขาเพื่อลางาน "ลุงครับ ผมมีธุระกะทันหันวันนี้ขอลานะครับ"

   "อ้าว มีเรื่องอะไรรึเปล่า" น้ำเสียงเป็นห่วงที่ส่งผ่านมาช่วยให้วินยิ้มได้

   "เปล่าครับ แค่เป็นธุระที่ปลีกตัวไปไม่ได้น่ะครับ"

   "เข้าใจแล้ว"

   "ไว้ผมจะชดเชยช่วงที่ขาดให้นะครับ"

   "ชดชงชดเชยอะไรกัน ไม่ต้องหรอก แค่รีบๆหายแล้วมาทำงานปกติก็ถือว่าเป็นการชดเชยแล้ว"

   "ขอบคุณครับ แค่นี้ก่อนนะครับ"

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น