Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 21 : Case 21 นักประดิษฐ์ตาเหยี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

 

 

 

    กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

"ยินดีต้อนรับครับ" ชายรูปร่างอวบอายุอานามประมาณวัยกลางคนที่หลังเคาน์เตอร์หันมากล่าวทักทายหลังได้ยินเสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้น ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นใคร "อ้าวเจ้าวิน แกเองหรอ"

"สวัสดีครับลุง" วินโค้งน้อยๆทักทายให้กับคนที่มีศักดิ์เป็นผู้จัดการบริษัทพ่วงหัวหน้าของเขาด้วย

"ฉันบอกแล้วไงว่าพนักงานให้เข้าหลังร้าน" หัวหน้ากล่าวเอ็ดอย่างไม่จริงจัง "แล้วนายพาใครมาล่ะนั่น" เหมือนเขาจะพึ่งเห็นชายหนุ่มสองคนที่เดินตามผมเข้ามาด้วย

"ลูกค้าครับ" หลังจากที่ได้ยินคำว่าลูกค้า หัวหน้าก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มไมตรีเดินมาเชิญพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะรับรองทันที

"ผมพามาแล้วที่เหลือก็คุยกับหัวหน้าผมเอาเองนะคุณวอล ขอตัวก่อนครับ" วินบอกกับคนที่เขาพามา แล้วหันหลังเดินไปที่ห้องทำงานเงียบๆ ปล่อยให้หัวหน้าเป็นคนจัดการต้อนรับลูกค้าไป

 

 

ถ้าถามว่าทำไมสองคนนี้ถึงตามเขามาที่ทำงานด้วยก็คงต้องเล่าย้อนไปเมื่อเช้า

หลังจากผมตื่นนอนลงมาข้างล่างก็เห็นทั้งสามคนกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่พอดี พวกเขาเก็บที่นอนเรียบร้อยเสร็จสรรพ โซฟาก็เลื่อนกลับมาไว้ที่เดิม คุณนิมเรียกผมไปกินข้าวด้วยกัน

ระหว่างกินข้าวนั้น เหมือนคุณพีจะบังเอิญทำโทรศัพท์ตกกระแทกพื้นแล้วเปิดไม่ติดขึ้นมา แล้วก็บ่นๆๆถามถึงร้านซ่อมมือถือแถวนี้ ผมก็ลองแนะนำไปหลายร้านแล้วนะ แต่เขาก็บอกว่ามันดูไม่น่าเชื่อถือ เดี๋ยวมีคนเอาไวรัสมาปล่อยใส่เครื่อง เรื่องมากชะมัดเลย ตัวเองก็เป็นโปรแกรมเมอร์ไม่ใช่รึไงกัน แค่ไวรัสก็น่าจะจัดการได้สิ

ตอนนั้นคุณวอลก็ถามผมขึ้นมาพอดีเรื่องที่ผมทำงานอยู่ที่ร้านซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เลยอยากให้พาไปที่ร้านนั้นสักหน่อย แม้ผมจะสงสัยว่าเขาไปรู้มาได้ยังไงแต่ก็ตอบตกลงไป เรื่องเลยมาลงเอยอย่างนี้แหละ และเพราะมารถคุณวอล วันนี้ผมเลยต้องปล่อยให้เจ้าลูเซียนอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว

จะว่าไป เจ้าลูเซียนดูจะสนิทกับกลุ่มนกฮูกราตรีทั้งสามคนเร็วมากเลย ทำไมกันนะ

 

 

ผมกับน้องชายเดินตามวินเข้ามาในร้านแห่งหนึ่ง เป็นตึกสามชั้นสามคูหาซึ่งตกแต่งร้านแบบเรียบง่าย ที่ชั้นหนึ่งไม่มีอะไรมากมาย นอกจากชั้นสำหรับโชว์สินค้า ชุดเก้าอี้ไว้ต้อนรับลูกค้า แล้วก็เคาน์เตอร์ที่มีพนักงานสามคนนั่งอยู่ด้านหลัง

วินแนะนำพวกผมกับคนหนึ่งที่ดูจะเป็นหัวหน้า ก่อนจะขอแยกตัวออกไปที่ห้องทำงาน

"ร้านเราเน้นตกแต่งแบบเรียบง่ายน่ะครับ" พนักงานตอบเมื่อเห็นลูกค้าของเขากวาดสายตามองดูรอบๆร้าน กลัวว่าจะไม่ใช้บริการเพราะร้านเขาไม่หรูพอ

"ผมชอบสไตล์การตกแต่งร้านของคุณมากเลยครับ ไว้ว่างๆแนะนำช่างให้ผมบ้างสิครับ" วอลตอบอย่างสุภาพเมื่อเห็นพนักงานทำท่าลำบากใจ

เมื่อได้ยินลูกค้าชมแล้วผู้จัดการก็อมยิ้มอย่างมีความสุขทันที "แล้ววันนี้คุณลูกค้ามามีเรื่องอะไรให้ทางเราช่วยครับ"

"อ้อ พีเขาทำโทรศัพท์พังน่ะครับ" วอลชี้ไปยังคนข้างๆที่ก้มหน้ามองจอคอมไม่ห่าง "เลยอยากให้ช่วยดูหน่อย วินบอกว่าร้านพวกคุณเป็นร้านมืออาชีพที่เชื่อถือได้และราคาไม่แพงเกินไป แถมยังบริการดีด้วย" วอลยิ้มและกล่าวชมออกมาอย่างจริงใจ แม้วินจะไม่เคยบอกเขาเรื่องอะไรแบบนี้ก็เถอะ พึ่งคิดสดเมื่อกี้เอง

"ใช่แล้วครับ คุณคิดถูกแล้วครับที่มาให้ทางเราซ่อมให้ ขอผมดูโทรศัพท์หน่อยได้ไหมครับ" ผู้จัดการพยักหน้ารับคำชมอย่างภูมิใจ คิดในหัวว่าขึ้นเงินเดือนให้เจ้าวินดีไหมนะ พลางยื่นมือขอโทรศัพท์จากลูกค้า

 

 

เขาลองกดเปิดเครื่อง แต่มันเปิดไม่ติด พลิกซ้ายพลิกขวา ก่อนวางมันลงบนโต๊ะ "ทางเราจะซ่อมให้เองครับ แล้วพวกคุณสะดวกมารับวันไหน"

"ถ้าเร็วที่สุด ต้องใช้เวลานานแค่ไหนครับ"

"เร็วที่สุดหรอครับ" ผู้จัดการก้มมองนาฬิกา "น่าจะอีกสี่ห้าชั่วโมงก็คงเสร็จแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราอาจจะต้องคิดค่าแรงเพิ่ม คุณไม่มีปัญหานะครับ"

"โอ้ ไม่ครับ แต่ว่าเสร็จเร็วขนาดนั้นเลยหรอครับ"

ผู้จัดการหันไปกวักมือเรียกพนักงานอีกคนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ ยื่นโทรศัพท์ของพีใส่มือพร้อมบอกให้เอาไปให้วินซ้อม เมื่อเห็นพนักงานคนนั้นเดินขึ้นบันไดไปแล้วจึงหันกลับมาคุยกับพวกเขา "พอดีร้านเรามีอัจฉริยะตาเหยี่ยวอยู่ด้วยน่ะ ก็เจ้าวินไงครับ"

 

 

"ว่าแต่...พวกคุณเป็นเพื่อนกับเจ้าหนูวินหรอ" ผู้จัดการกระซิบถาม

"ก็น่าจะประมาณนั้นแหละครับ แต่ผมน่าจะมีศักดิ์เป็นพี่มากกว่า"

"โอ๊ย อายุไม่ใช่ปัญหาของคำว่าเพื่อนหรอกนะ ในที่สุดเจ้าหนูวินก็มีเพื่อนคนอื่นกับเขาสักที ฉันน่ะตั้งแต่รับวินมาทำงาน ก็ไม่เคยเห็นว่าจะพูดถึงเพื่อนให้ฟังเลยสักครั้งเดียวรู้ไหม"

"จริงหรอครับ จะว่าไปเขาก็มีเพื่อนน้อยจริงๆนั่นแหละ" วอลเลิกคิ้ว สงสัยวินคงไม่ได้เล่าเรื่องของสกายให้คนอื่นฟังล่ะมั้ง ก็เป็นถึงประธานบริษัทนี่นา "แล้วรู้ได้ไงครับว่าเราเป็นเพื่อนกัน"

"คุณวอล...ใช่ไหมครับ"

"เรียกวอลเฉยๆก็ได้ครับ ส่วนนี่พี" เขาผายมือไปด้านข้าง พีเงยหน้าขึ้นมากล่าวทักทายก่อนก้มลงไปเหมือนเดิม "ผมควรเรียกคุณว่าอะไรดีครับ"

"ไม่ต้องคงต้องคุณหรอก เรียกฉันว่าลุงปอนด์ก็ได้ คนกันเอง แล้วที่รู้เนี่ย เขาเรียกว่าเซนส์ของคนแก่ ถ้าผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะก็จะมองออกเองแหละ" ลุงพูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ที่จริงก็ไม่ได้อยากละลาบละล้วงหรอกนะ แต่ทำไมพวกเธอถึงไม่ขอให้เจ้าหนูวินซ่อมโทรศัพท์ให้ล่ะ เครื่องมือที่บ้านเขาก็มีเหมือนกัน ไม่เห็นต้องถ่อมาที่ร้านเลย"

"จริงหรอครับ ตอนผมไปบ้านเขาไม่เห็นมีอะไรที่น่าจะเป็นเครื่องมือได้เลยนะครับ" มีแต่ชั้นหนังสือเต็มบ้าน

"โอ๊ย มีสิ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงเอาไปเก็บไว้ที่ไหนสักที่แหละ เพราะเจ้าหนูวินเคยเอาของกลับไปซ่อมที่บ้านด้วยนะ ที่สำคัญคือแค่คืนเดียวก็ซ่อมเสร็จแล้ว แบบนี้ไม่เรียกว่าอัจฉริยะจะเรียกว่าอะไรล่ะ" เขาพูดอย่างภูมิใจเหมือนกำลังชมหลานของตัวเองอยู่ซะอย่างนั้น

 

 

"จะว่าไปแล้วทำไมถึงเรียกเขาว่าตาเหยี่ยวล่ะครับ"

ลุงปอนด์เลิกคิ้วขึ้นมอง "นี่ เจ้าวินไม่เคยบอกกระทั่งเรื่องนี้กับเพื่อนเลยหรอ" ผมส่ายหน้าปฏิเสธ

"เรื่องอะไรครับ" คนตรงข้ามกวักมือเรียกให้พวกเขาก้มมาใกล้ๆ ก่อนจะกระซิบไม่อยากให้ใครได้ยิน

"เขาสายตาดีมาก ถึงจะเป็นแค่ชิปตัวเล็กๆก็ซ่อมได้โดยไม่ต้องใช้แว่นขยายเลย"

"จริงหรอครับ" ผมเบิกตากว้างแล้วหันไปสบตากับน้องชายที่ทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ คนปกติเขาทำแบบนั้นได้ที่ไหนกันล่ะ

"จริงสิ เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนเจ้าหนูวินหรอกนะฉันเลยบอก อย่าเอาไปบอกคนอื่นล่ะ แม้จะอายุยังน้อยแต่เขาน่ะถือเป็นมือดีที่สุดของร้านเราเลย" ผู้จัดการพูดไปหัวเราะไป

หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระกันไปเรื่อยอย่างถูกคอ จนเวลาผ่านมาแล้วเกือบจะสามชั่วโมง

 

 

"ลุงปอนด์ ผมอยากไปดูห้องทำงานของวินหน่อยได้ไหมครับ"

"ได้สิ มาๆตามฉันมาเลย" ลุงปอนด์พูดอย่างเป็นกันเอง เอ่ยชวนพวกเขาทั้งคู่ให้เดินตามหลังไป

ห้องทำงานของวินอยู่ที่ชั้นสองริมสุดถ้าไม่นับห้องเก็บของ จากที่เดินผ่านห้องของคนอื่นมาแล้ว ดูท่าห้องของวินจะเป็นห้องทำงานเดี่ยวที่ค่อนข้างใหญ่ แต่มันกลับดูเล็กถนัดตาเมื่อมีอุปกรณ์ไฟฟ้าวางกองอยู่เต็มไปหมด

"ที่นี่แหละ"

"ของเยอะเหมือนกันนะเนี่ย"

"ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้เจ้าหนูวินลาหยุดบ่อยน่ะสิมันเลยกองทับถมอยู่แบบนี้ ปกติก็มีไม่กี่ชิ้นหรอก" วอลได้แต่หัวเราะแห้งๆ สกายปิดข่าวได้ดีขนาดไม่หลุดเรื่องวินออกมาสักนิดเดียวเลยนะเนี่ย

"แล้วนี่วินแขนหักจะทำงานได้หรอครับ" พีถามขึ้นมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ แขนหรือมือ ถือเป็นอาวุธของช่างเลยนะ

"หืม? ไม่ต้องห่วงหรอ เมื่อก่อนตอนนิ้วซ้นก็ยังมาทำงานปกติเลย ถึงฉันจะบอกว่าให้ลาสักสามสี่วันก็เถอะ นั่นไง เห็นไหมล่ะ"

ผมมองตามนิ้วที่ชี้ไปอีกฝั่ง วินนั่งอยู่ตรงนั้น ด้านข้างมีโทรศัพท์ของพีที่ถูกแยกชิ้นส่วนวางอยู่ เขากำลังก้มมองชิ้นส่วนบางอย่างที่ถูกเครื่องมือหนีบให้อยู่นิ่งๆเอาไว้ พร้อมกับใช้มือข้างซ้ายหยิบอุปกรณ์ต่างๆมาซ่อม บางครั้งก็ปรับหลอดไฟเหนือหัวให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการบ้าง ไม่นานเขาก็คลายที่หนีบ แล้วคีบชิ้นส่วนชิ้นนั้นกลับมาต่อเข้ากับตัวเครื่องโทรศัพท์

"เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่ต้องใช้แว่นขยาย" ลุงปอนด์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆหันมากระซิบกับผม

 

 

สายตานายดีเกินมนุษย์ปกติไปแล้ววิน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น