Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 19 : Case 19 ปัญหาของอายุและส่วนสูง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   

   

   เสียงนกร้องและแสงแดดอ่อนยามเช้าปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากความฝันแสนสบาย วินลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับอาการปวดหลังเพราะต้องนอนหงายทั้งคืน

   เขาบิดขี้เกียจพาตัวเองลงมาอาบน้ำ แต่ตอนที่ลงมาก็ไม่เห็นคุณวอลที่โซฟาแล้ว สงสัยคงกลับไปตั้งแต่เช้า

   ในหัวของวินที่กำลังคิดหาเมนูอาหารเช้าไปพลางขณะปล่อยให้หยาดน้ำไหลผ่านใบหน้า แต่เขาก็ต้องล้มเลิกแผนการทั้งหมดในทันที เมื่อเดินไปที่ห้องครัวแล้วเห็นถ้วยอาหารและนมวางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง

   

   

   'กินข้าวเสร็จอย่าลืมกินยาด้วยล่ะ  -วอล'

   

   

   กลิ่นหอมของอาหารทำให้ท้องของเขาร้องประท้วงแทรกขึ้นมาระหว่างกำลังตัดสินใจ สุดท้ายเขาก็นั่งลงจัดการอาหารตรงหน้าจนหมด

   วินใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการจัดการอาหารเช้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าใบโปรดเพื่อเตรียมของออกไปทำงาน โดยไม่ลืมที่จะพาเจ้าลูเซียนไปกับเขาด้วย ก็ถ้าทิ้งมันไว้ที่บ้านคนเดียวมันคงจะเหงาก็ได้นี่นา

   แล้วเห็นแบบนี้เขาก็มีงานต้องทำเหมือนกันนะ ไม่ได้ว่างทั้งวัน

   

   

   "วินออกจากบ้านแล้วค่ะหัวหน้า"

   "ฝากตามดูต่อไปด้วยนะนิม ฉันคิดว่าคนร้ายอาจลงมือกับวินอีกก็ได้ คนร้ายมักจะลงมือกับคนรู้จักของเหยื่อก่อน ยิ่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับรองหน้าโหดนั่น วินก็ยังอันตรายอยู่"

   "รับทราบค่ะ"

   วอลตัดสายจากนิมหลังจากฝากให้เธอไปตามดูวินให้ ตอนนี้เขากำลังนั่งไล่อ่านเอกสารคดีอยู่ที่สถานีตำรวจกับฟรี เผื่อจะได้รู้ถึงจุดประสงค์ของคนร้าย หรือเหยื่อมีความเกี่ยวข้องอะไรรึเปล่า

   

   

   กองเอกสารสองกองตรงหน้า เขาพึ่งจะอ่านไปแค่ครึ่งเดียว แต่จำนวนคนเสียชีวิตก็เกือบจะสิบรายแล้ว ฟรีที่เดินกลับมาเห็นเขาวางเอกสารในมือมานวดขมับก็ทำสีหน้าเข้าใจ

   "มันไม่ใช่น้อยๆเลยใช่ไหมล่ะ แบบนี้นี่แหละเลยอยากขอให้นายช่วย ทางตำรวจตอนนี้ยิ่งขาดกำลังคนอยู่" ฟรีวางแก้วกาแฟอีกแก้วในมือลงตรงหน้าชายหนุ่ม วอลยกขึ้นมาจิบดับกระหาย

   "ก็พอจะดูออกแหละ" ผมตอบกลับพร้อมกวาดสายตาดูสถานีตำรวจที่ค่อนข้างเงียบเหงา

   "แล้วรู้อะไรบ้างรึยัง"

   "ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นะ แต่ดูจากสภาพศพของทุกคดีแล้ว ฆาตกรคงเกลียดแค้นตำรวจน่าดู อาจจะเป็นคนร้ายที่ออกมาจากเรือนจำหรือญาติของคนร้ายก็ได้"

   "ฉันก็คิดเหมือนกัน เลยให้คนไปตรวจสอบคนที่ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำในระยะสองเดือนนี้ดูแล้ว แต่ทุกคนมีหลักฐานที่อยู่ในเวลาเกิดเหตุหมดเลย" ฟรีทำหน้าเครียด เดินไปค้นกองเอกสารเกี่ยวกับคนที่ออกจากเรือนจำบนโต๊ะแล้วยื่นไปให้วอล

   

   

   "นายคิดว่านี่เป็นการฆาตกรรมแบบสุ่มรึเปล่า" นายตำรวจถามขณะมองดูรูปศพของเพื่อนร่วมงานที่ติดโยงไว้บนบอร์ด

   "ก็อาจจะ แต่นายคิดว่ามันแปลกไหม ที่ตำรวจที่ถูกฆ่าทุกคนล้วนเป็นผู้ชายหมดเลย"

   "มันก็คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญมั้ง" ฟรีครุ่นคิดแล้วตอบออกมาอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ก่อนถอนหายใจแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน "ทางน้องชายนายเป็นไงบ้าง เข้าไปห้องเก็บเอกสารมานานสองนานแล้วยังไม่มาเลยนะ ให้เขาไปหาอะไรล่ะ"

   "หาความสัมพันธ์ของผู้ตายทุกคนดูว่าเกี่ยวข้องกันรึเปล่า ถ้าไม่มีก็คงเป็นแบบสุ่มนั่นแหละ แต่ถ้ามีเดี๋ยวพีก็คงมาบอกเอง" จบประโยค วอลก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่คุ้นเคยดังเข้ามาใกล้ "นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำก็มาแล้ว"

   "ไหนล่ะ?" ฟรีหันไปมองที่ประตูทางเข้าแต่ก็ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เขาหันกลับมาถามชายหนุ่ม แต่วอลก็บุ้ยหน้าไปทางประตูให้เขาหันไปมองอีกครั้ง คราวนี้มีคนเปิดประตูเข้ามาและนั่นก็เป็นน้องของชายหนุ่มตามที่เจ้าตัวบอกจริงๆ

   "นายมีญาณทิพย์รึไง"

   "เรื่องแบบนั้นมันมีจริงที่ไหน ก็แค่ได้ยินเสียง"

   "หูผีชะมัด ฉันไม่เห็นได้ยินอะไรเลย"

   

   

   "เป็นไงบ้างพี"

   "ผมลองค้นหาในฐานข้อมูลจนหมดแล้ว เหลือให้โปรแกรมประมวลผลสิ่งที่เหมือนกันออกมา แต่ต้องใช้เวลาหน่อยเพราะมีข้อมูลเยอะมากเลย" พีทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามพลางนวดดวงตาไปด้วย

   "งั้นหรอ"

   "คราวนี้ทางกรมตำรวจคงต้องจ่ายค่าแรงให้พวกผมเยอะหน่อยนะครับ งานนี้หินมากเลย" นายตำรวจใหญ่ยิ้มเจื่อนขณะตอบกลับ

   "น่าๆ คนกันเองอย่าขึ้นราคาหน่อยเลย ถือว่าช่วยๆกันนะ" น้องชายเขาจ้องมองฟรีอย่างไม่ลดละ สุดท้ายก็ถอนสายตาออก ทิ้งตัวลงบนพนักพิงเหมือนเดิม

   "ครั้งนี้ถือว่าหยวนๆให้ละกัน เพราะถ้ายังไขคดีนี้ไม่ได้พวกเราก็อาจจะเป็นอันตรายด้วย" ผมเห็นฟรีถอนหายใจอย่างโล่งอกก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

   "ขอโทษทีนะที่น้องฉันมันค่อนข้างหน้าเงิน" ผมหันไปพูดกับนายตำรวจแต่ก็ไม่วายมีเสียงเรียกประท้วงจากทางน้องชายว่าไม่ได้บ้าเงิน มันคือค่าจ้างที่เหมาะสมต่างหากด้วย

   "แล้ววันนี้นิมไม่มาด้วยหรอ"

   "ฉันวานให้ไปช่วยเรื่องอื่นน่ะ"

   "งั้นหรอ พวกนายไปกินข้าวไหมเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง"

   "ขอบใจแต่ไม่เป็นไร" วอลก้มลงเหลือบมองวงกลมสีแดงบนปฏิทินตั้งโต๊ะที่เน้นกำหนดการพิเศษในวันนี้ของอีกฝ่าย "ว่าแต่นายเถอะ คุณพ่อลูกหนึ่งวัยสามสิบแปด นี่ก็เที่ยงแล้วนะ ไม่ได้นัดกินข้าวกับลูกเมียไว้หรอ"

   "...เฮ้ย! ลืมไปเลย งั้นไว้ถ้าคดีนี้เสร็จเดี๋ยวฉันเลี้ยงเนื้อย่างพวกนายเอง ตอนนี้ขอตัวก่อนนะ" ฟรีรีบเก็บของอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งออกจากสน.ไปที่รถทันที

   

   

   "พวกเราก็ออกไปหาอะไรกินกันเถอะพี่ ผมหิวแล้ว" พีลุกขึ้นเอ่ยชวนผมออกไปกินข้าว วอลมองดูเอกสารอีกนิดเดียวที่ยังอ่านไม่หมด ตัดสินใจเอามันกลับไปอ่านทีหลังแทน

   "นั่นสิ แล้วจะกินอะไรดี" เขาถามน้องชายขณะกำลังเดินออกมาจากสน.ที่ค่อนข้างไร้ผู้คนอย่างเคย

   "เฮ้อ ปัญหาระดับโลกอีกแล้ว...ไปร้านเปิดใหม่ดีไหมพี่" พีหันโทรศัพท์มาทางผมที่กำลังสตาร์ทรถ มีเส้นสีแดงแสดงเส้นทางไปร้านอาหาร ผมพยักหน้าขับรถออกไป ตอนนั้นเขาก็นึกเรื่องบางอย่างที่ต้องบอกน้องชายขึ้นมาพอดี

   "อ้อ จริงสิ วันนี้เราจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านคนรู้จักของพี่นะ นายโอเคไหม"

   "ไม่มีปัญหา"

   

   

   และนั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขากลุ่มนกฮูกราตรีทั้งสามคนมาอยู่ที่บ้านทรงยุโรปหลังนี้

   

   

   "นี่พวกคุณมาทำอะไรที่บ้านผมเนี่ย" วินได้แต่ยืนมองหนึ่งหญิงสาวสองชายหนุ่มที่ขนของสดมาใส่ในตู้เย็นบ้านเขา แถมยังถือวิสาสะเข้ามาใช้ครัวทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตอีก

   คุณวอลกับพี่สาวที่แนะนำตัวว่าชื่อนิมกำลังยืนคนวัตถุดิบสตูเนื้อที่หั่นเสร็จแล้วในหม้อรอให้มันได้ที่ ส่วนอีกคนชื่อพีซึ่งเป็นน้องคุณวอลก็นั่งเล่นคอมอยู่บนโซฟา

   "เอาน่า กินข้าวหลายๆคนก็สนุกดีออก เลิกไปยืนเกะกะพวกเขาทำอาหารได้แล้ว มานั่งตรงนี้มา" พีกวักมือเรียกเด็กหนุ่มที่ทำหน้าปั้นยากอยู่แถวครัวให้มานั่งข้างๆตน

   "ผมสนิทกับพวกคุณขนาดเชิญมากินข้าวที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ" วินพูดออกมาอย่างหัวเสีย แต่ก็ยังเดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้างๆกับพีอยู่ดี "แล้วขอบอกไว้ก่อนว่านี่บ้านผมนะไม่ใช่บ้านพวกคุณ"

   "นายนี่ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้"

   "ว่าใครเด็ก ปีนี้ก็ยี่สิบห้าแล้วนะ"

   "ยี่สิบห้าแล้วไง น้อยกว่าฉันตั้งสี่ปี" คิ้วของวินกระตุกขึ้นเมื่อได้ยินคำว่าห้าปีจากปากอีกฝ่าย "นี่นายไปเป็นเพื่อนกับสกายได้ไงเนี่ย"

   "อายุน้อยกว่าสองปีจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้รึไง อย่างคุณวอลกับตำรวจชื่ออะไรนะ...อ้อ ชื่อฟรี ทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนกันได้เลย ห่างกันตั้งกี่ปีล่ะ แปดรึเก้าปีนะ"

   "แค่เจ็ดปีเหอะ"

   "เห็นไหมล่ะ แล้วคุณ..." วินกวาดสายตามองดูพีตั้งแต่หัวจรดเท้า "...ก็ไม่ได้โตไปกว่าผมเท่าไหร่หรอก" เขารู้สึกเหมือนถูกเด็กหยามยังไงไม่รู้

   "นายสูงตายแหละ สูงเท่าไหร่กล้าบอกไหมล่ะ" พีวางคอมพิวเตอร์ลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนข่มอีกฝ่าย

   "170"

   "โห่! เตี้ย ฉันสูง 173"

   "อายุปูนนั้นยังสูงแค่ 173 เตี้ย!"

   "นายสิเด็กเตี้ย!"

   

   

   "พอเลย พวกนายก็เด็กทั้งคู่นั่นแหละ ทะเลาะกันเรื่องไร้สาระจริงๆ เลิกคุยแล้วไปช่วยจัดโต๊ะไป" วอลเดินมาหยุดตรงหน้าสองคนที่เด็กที่สุดในบรรดาสี่คนแล้วมองบนอย่างเบื่อหน่าย เขาฟังสองคนนี้ทะเลาะกันมาสักพักแล้ว ก็ยังไม่หลุดจากเรื่องอายุกับส่วนสูง

   "ไว้ทั้งสองคนสูงเกินหัวหน้าได้ค่อยกลับมาทะเลาะกันใหม่ละกัน" นิมที่กำลังตักสตูเนื้อใส่จากตะโกนออกมาจากห้องครัวอย่างขำๆ เธอได้ยินทั้งสองคนคุยกันเหมือนกัน ก็ใครใช้ให้เสียงดังขนาดนั้น

   วินกับพีที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันขวับมามองคนตรงหน้าพร้อมกัน จนทำให้เขาสะดุ้ง

   "พี่/คุณวอลสูงเท่าไหร่"

   "180" แล้วการทะเลาะกันเรื่องส่วนสูงก็จบลงตรงนั้น

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น