Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 18 : Case 18 โดนดุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   

   

   วินนั่งมองสายฝนเริ่มกระหน่ำสาดซัดลงมาด้านนอกโรงพยาบาล หลังวางสายจากเพื่อนแล้วเขาก็ไปรับยาและมานั่งรออยู่ที่โถง

   ช่วงนี้เพื่อนเขาคงจะยุ่งมาก หลังจากที่ใบหน้าของเจ้าตัวเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว คงไม่มีเวลาไปทำงานร้านคาเฟ่อีกแน่ๆ หลีกเลี่ยงงานยกให้คุณกรทำมาตั้งนานสุดท้ายก็ต้องกลับไปทำอยู่ดี

   "ว่าแต่ข่าวที่สกายพูดถึงนี่ข่าวอะไรนะ ทำไมต้องห้ามออกจากบ้าน ลองหาดูดีกว่า" วินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ในตอนที่กำลังจะเปิดค้นหาฟ้าก็ร้องเสียงดังขัดจังหวะพอดิบพอดี ราวกับไม่อยากให้เขารู้งั้นแหละ

   "เอาไว้ฝนหยุดค่อยดูแล้วกัน" เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาข่าวไปนั่งลูบเจ้าลูเซียนที่นอนอยู่ข้างๆแทน

   

   

   ลูเซียนทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง

   "โฮ่ง!" มันเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เดินมาทางนี้ เรียกให้เขาหันไปดูด้วย

   "ไง วิน นี่นายบาดเจ็บอีกแล้วหรอ" คุณวอลหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม โดยมีเจ้าลูเซียนเดินไปคลอเคลียที่ขา ทำให้ผมต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ปกติลูเซียนจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่ แต่ทั้งที่พึ่งเจอคุณวอลครั้งแรก กลับแสดงท่าทางออดอ้อนซะแล้ว แปลกจังแฮะ

   วินที่กำลังอยู่ในภวังค์สะดุ้งเรียกสติตัวเองกลับมาเพราะเสียงเห่าของลูเซียน "คุณมาทำอะไรที่โรงพยาบาลหรอครับ"

   "มาส่งนายกลับบ้าน"

   "ผม? ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวคนของสกายก็มาแล้ว" วินบอกปฏิเสธอย่างเกรงใจ

   "ฉันนี่แหละ ไม่เชื่อลองโทรถามเพื่อนนายดูสิ" คราวนี้คิ้วของเขาขมวดเป็นปม ทำไมคุณวอลถึงมารับเขาแทนล่ะ วินมองหน้าคนมาใหม่ด้วยสายตาเคลือบแคลง แต่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนตน

   เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังซ้ำอยู่หลายครั้งก่อนตัดสายไป สกายไม่ยอมรับโทรศัพท์ สงสัยคงแถลงข่าวอยู่ ส่งข้อความไปถามแทนก็ได้

   

   

   "ว่าไง จะไปกันรึยัง" วอลหันไปถามเด็กหนุ่มที่เดินกลับมาหลังแยกออกไปคุยโทรศัพท์ วินพยักหน้าเดินมาหยิบสายจูงสุนัขแล้วตามเขาไปขึ้นรถ

   หากสงสัยว่าทำไมเขาถึงมารับวิน คงต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อน

   ฟรีมาขอให้เขาช่วยสืบคดีที่ตำรวจถูกฆ่าตายอนาถอย่างปริศนา ตอนแรกเขาก็ลังเลว่าจะทำดีไหม สุดท้ายก็ตอบรับไป หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวถูกฆ่าอีกแล้ว คราวนี้เป็นแพทย์นิติเวชที่ทำงานกับตำรวจ ถูกรถชนเสียชีวิตคาที่ ไม่กี่วันต่อมาก็เป็นตำรวจที่เขต 7 แต่ไร้ซึ่งเบาะแสที่จะสาวไปถึงตัวคนร้าย

   พอมาวันนี้พวกเขาไปร่วมงานเปิดตัวเกมก็ได้รู้ว่าวินเป็นลูกชายรองอธิบดี แถมวันนี้วินยังบังเอิญตกบันไดพอดิบพอดี ซึ่งมันอาจจะเกี่ยวกับคดีนี้ก็ได้

   เขาคิดว่าวินน่าจะโดนก่อกวนในเรื่องอื่นอีก ถ้าคอยตามดูอาจจะรู้ตัวคนร้าย หรือเรียกว่าใช้เป็นนกต่อก็ได้ แต่ผมก็จะปกป้องนกต่อเหมือนกัน ไม่มีทางปล่อยไปตายแน่นอน ดังนั้นเลยขอกับสกายว่าจะมารับวินให้แทน

   

   

   "บ้านนายอยู่ไหนล่ะ" คุณวอลรัดเข็มขัดแล้วหันมาถามทางไปบ้านกับผม ผมก็ตอบไปโดยดี

   "เขต 6 ครับ ถ้าไปถึงแล้วจะบอกต่อ"

   "โอเค"

   ความเงียบโรยตัวลงระหว่างพวกเรา ผมนั่งมองสายฝนที่ไหลผ่านกระจกเป็นรูปร่างประหลาด ด้านนอกเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ

   กระจกสะท้อนใบหน้าด้านข้างของคนที่กำลังขับรถ และเหมือนคุณวอลจะรู้ว่าผมมองอยู่ เขาหันมาสบตากับผมผ่านกระจก ทำให้วินรีบถอนสายตาออกไปมองข้างนอกต่อ แสงไฟข้างถนนเคลื่อนตัวผ่านไปช้าๆท่ามกลางม่านสายน้ำดูน่าฉงน ดวงตาของเขาก็เริ่มจะปิดลง

   

   

   ความจริงแล้วผมค่อนข้างจะตื่นตัวเมื่ออยู่กับคนแปลกหน้า ทว่ากลับไม่ใช่กับคนคนนี้ ทั้งที่พึ่งจะได้รู้จักกันไม่นาน แต่คุณวอลค่อนข้างจะมีอะไรบางอย่างคล้ายคลึงกับพี่ชายผม เวลาอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศปลอดภัยที่ทำให้ผ่อนคลาย

   

   

   "ไปเดินท่าไหนให้ตกสะพานลอยล่ะ" เสียงคุณวอลปลุกวินออกมาจากภวังค์

   "ดีนะคราวนี้แค่แขนหัก คราวหน้านายอาจจะไม่โชคดีแบบนี้ก็ได้ หัดระวังตัวเอาไว้หน่อยสิ" เขาดุแบบไม่จริงจังนัก แต่น้ำเสียงก็แฝงถึงความเป็นห่วงอย่างจริงใจ

   "ผมก็ไม่ได้อยากตกลงมาสักหน่อย ก็มัน...มีคนผลักนี่นา" วินพึมพำประโยคสุดท้ายเสียงเบาราวกับไม่แน่ใจ แต่วอลก็ยังได้ยิน เขาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินว่าถูกผลัก

   "เห็นหน้าคนทำรึเปล่าล่ะ"

   "ไม่เห็น... ช่างมันเถอะ ผมคงแค่คิดไปเอง อย่าใส่ใจเรื่องที่ผมพูดเลย"

   

   

   'เจ้าฆาตกรนั่นจะต้องมาอีกแน่'

   

   

   วอลมองเห็นป้ายบอกทางที่เขียนว่าเขต 6 ผ่านหางตา เขาเรียกให้คนด้านข้างมาบอกทางไปบ้านของเจ้าตัว

   รถเลี้ยวเข้ามาในซอยและหยุดลงที่บ้านหลังหนึ่ง วินบอกเขาแล้วว่าไม่มีที่จอดรถ แต่โชคดีหน่อยที่สามารถจอดรถข้างถนนแทนได้ ผมเลยจอดรถไว้ที่หน้าบ้านของวิน

   บ้านของชายหนุ่มที่เดินอยู่ตรงหน้าเขาดูร่มรื่นน่าอยู่ แม้จะไม่เห็นแต่ก็พอจะมองออกว่ามีสวนอยู่ทางขวามือ แต่ที่บ้านไม่ได้เปิดไฟเอาไว้ แสดงว่าไม่มีคนอยู่ พ่อของวินยังไม่กลับบ้านรึเปล่านะ

   

   

   วินเดินตรงไปกดรหัสเปิดประตู ชายหนุ่มหันกลับไปมองคนที่มาส่งเขาข้างหลัง ขนาดผมเป็นผู้ชายยังสามารถบอกได้เต็มปากว่าคุณวอลเป็นคนที่หล่อมาก

   ผมสีดำสนิทของเขาเปียกลู่ น้ำหยดไหลจากเส้นผมลงมาตามกรอบหน้าและคอ เชิ้ตสีขาวน่าจะที่ใส่ไปงานแถลงมาก็เปียกน้ำแนบตัวมองเห็นกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ เสื้อสูทของเจ้าตัวที่เอามาให้ผมกันไม่ให้น้ำโดนเฝือกก็เปียกด้วย

   แต่ว่าถ้าไล่เขากลับไปแบบนี้ทั้งที่อุตส่าห์มาส่งถึงบ้านก็ดูไร้น้ำใจไปหน่อย "เข้ามาก่อนสิครับ"

   

   

   ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสำรองมาสามผืน ผืนหนึ่งส่งให้คุณวอล เขารับไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวขณะกำลังเดินสำรวจดูรอบๆบ้าน

   "ลูเซียน มานี่มา" วินกวักมือเรียกลูเซียนที่เปียกเหมือนกับลูกหมาตกน้ำ เพื่อที่จะได้เช็ดขนให้มันได้ เจ้าลูเซียนก็เชื่อฟังแล้วเดินมายืนนิ่งๆให้เจ้าของเช็ดตัวให้อย่างว่าง่าย

   "นี่นายอยู่ยังไงเนี่ย ในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย ยังดีนะที่มีน้ำ" เสียงของวอลดังออกมาจากทางครัว ผมหันไปมอง เห็นเขาหยิบน้ำจากตู้เย็นที่ว่างเปล่ามาเทใส่แก้วเพื่อดื่ม นี่เป็นบ้านเขารึไง

   "ของที่ไปซื้อมันกลายเป็นซากอยู่สะพานลอยนั่นหมดแล้วครับ"

   "แม้แต่ในช่องฟรีซยังไม่มีร่องรอยของอาหารสดเลยนะ นายได้ทำอาหารกินบ้างรึเปล่าเนี่ย"

   "เฮ้อ ก็...บางครั้ง ผมทำอาหารไม่เก่งเลยไม่ค่อยซื้อมาไว้ แต่อันที่จริงเรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย"

   วอลยังคงมองไปรอบๆ ทำหูทวนลมไม่สนใจในสิ่งที่ผมพูด ผมเลยจำต้องปล่อยเขาไป กลับมาสนใจกับการเช็ดตัวให้เจ้าลูกหมาตกน้ำตรงหน้าต่อ

 

 

   "แล้วพ่อกับแม่นายยังไม่กลับหรอ" ผมมองเห็นวินหยุดชะงักระหว่างกำลังเช็ดขนให้ลูเซียนเมื่อได้ยินคำถาม

   "คนคนนั้นในหัวมีแต่เรื่องงานเท่านั้นแหละ ส่วนแม่...ตายไปแล้ว"

   "ขอโทษนะ" เขากล่าวขอโทษเมื่อไปถามถึงเรื่องที่สะเทือนอารมณ์ของอีกฝ่าย แต่วินก็ถอนหายใจแล้วตอบออกมาแบบไม่คิดอะไรมาก

   "ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เจ็บอีกแล้ว มันก็เป็นเพียงรอยแผลเป็นที่ยังไม่หายไป" แต่ผมไม่คิดว่าวินจะไม่รู้สึกอะไรเหมือนที่พูดจริงๆ เพราะเวลาพูดถึงทั้งสองคน สายตาของเขาดูเศร้าและเจ็บปวดมากเลยน่ะสิ ยังไงเขาก็ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 25 ที่ต้องแบกรับเรื่องมากมายเอาไว้คนเดียว

   

   

   "วินมาตรงนี้สิ" เสียงของคุณวอลร้องเรียกผมจากด้านหลัง หันไปมองเห็นเขากำลังยืนกวักมือเรียกอยู่ตรงโซฟา วินเลิกคิ้วขึ้น แต่เมื่อวอลส่งเสียงเร่งเร้าอีกครั้งเขาเลยต้องเดินไปหา

   "มีอะไรครับ ด...เดี๋ยว! นี่จะทำอะไรเนี่ย" วอลกดเด็กหนุ่มให้นั่งลงกับโซฟา เขาพยายามที่จะหันกลับไปโวยวาย แต่วอลออกแรงบีบที่ไหล่เขาเบาๆพร้อมกดเสียงต่ำทำให้วินต้องทำตาม "อยู่นิ่งๆ"

   ชายหนุ่มเดินอ้อมมาข้างหลัง หยิบผ้าขนหนูที่วินเอาคล้องคอไว้มาเช็ดผมให้เจ้าตัว

   "ห่วงแต่หมาไม่ดูตัวเองเลย นายเนี่ยนะ ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ แค่แขนหักมันยังไม่พอรึไง" วอลดุอย่างไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก ขณะที่มือยังคงบรรจงเช็ดผมให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเบาๆไม่ให้สะเทือนแผล

   แต่เมื่อไม่มีเสียงโวยวายกลับมาก็ทำให้เขาต้องก้มมองคนที่นั่งนิ่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยอย่างสงสัย

   "เป็นอะไร จู่ๆก็เงียบไป เจ็บแผลหรอ"

   "เปล่า"

   "แล้วนายเป็นอะไรล่ะ"

   "ก็แค่..."

   "ก็แค่?"

   "แค่...ไม่รู้จะทำตัวยังไง ผมไม่เคย...โดนดุแบบนี้มาก่อนนี่นา" แม้วอลจะมองไม่เห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มเพราะกำลังก้มหน้าอยู่ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อก็ทำให้เขาต้องหัวเราะออกมาเบาๆ

   

   

   "จะว่าไปนายกินข้าวมารึยัง" วอลถามเด็กหนุ่มที่เดินออกมา หลังจากเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตั้งนาน เขาก็พอจะเข้าใจแหละ เพราะแขนหักข้างหนึ่งจะทำอะไรๆก็ลำบาก

   "กินแล้ว"

   "งั้นก็กินยาแล้วนอนพักซะ"

   "เรื่องแค่นี้ไม่ต้องมาบอกหรอก" เขาบอกปฏิเสธไป แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ "ว่าแต่ทำไมคุณถึงยังไม่กลับล่ะ" วินถามถึงคนที่ยังนั่งอยู่ในบ้านของเขาไม่ไปไหน

   เปรี้ยง!!!! เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นขัดบทสนทนา พร้อมความมืดที่เข้ามาแทนที่ แต่ไม่นานหลอดไฟก็สว่างขึ้นอีกครั้ง

   "อากาศเป็นอย่างนี้นายคงไม่ไล่ฉันกลับหรอกนะ"

   "..."

   "ถ้าไฟดับอีกแล้วนายเกิดตกบันไดขึ้นมาทำไงล่ะ"

   "..."

   "นายอย่าใจร้ายไปหน่อยเลยน่า"

   "..."

   

   วอลมองเด็กหนุ่มขมวดคิ้วเดินหายขึ้นไปชั้นบนโดยไม่พูดไม่จาอะไรก็งุนงง สรุปให้เขาอยู่ได้รึเปล่าเนี่ย

   ในตอนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าจากชั้นบนก็กลับลงมา เขาเห็นวินถือบางอย่างมาวางไว้ที่โต๊ะด้วย

   "ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา ถ้าจะนอนก็อย่าลืมปิดไฟด้วย แล้วอย่ารื้อค้นของในบ้านผมล่ะ" เขาว่าไว้แบบนี้ก่อนจะเดินหายกลับขึ้นไปที่ชั้นบน วินก็มีนิสัยน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย ถึงตอนนี้จะยังไม่ค่อยคุยด้วย แต่ถ้าสนิทกันกันจริงๆคงเป็นคนที่แสบสันน่าดู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น