Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 16 : Case 16 คดีใหม่กับการเจ็บตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   

   

   ในค่ำคืนอันแสนเงียบเหงา เวลาได้หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านจากลาฤดูร้อนย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทำให้อากาศเริ่มเย็นกว่าทุกคืน

   นายตำรวจประจำป้อมยามที่ต้องเข้าเวรวันนี้ต้องปิดหน้าต่างที่ป้อมครึ่งหนึ่งไว้กันลมหนาว

   

   

   "เฮ้ย เป็นไรวะ สั่นอย่างกับผีเข้า" ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยถามเพื่อนร่วมงานที่พึ่งมาเข้าเวรอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเขารีบวิ่งเข้ามาในป้อมแล้วปิดประตูหน้าต่างหมดทุกบานพร้อมลงกลอน ก่อนจะย้ายร่างตัวเองไปนั่งสั่นงันงกอยู่ที่เก้าอี้ประจำตัว

   "..." เมื่อเห็นตำรวจหนุ่มไม่ตอบอะไรเขาก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้น ไม่ซักไซ้ต่อ

   "ไหนๆก็มาแล้ว" เขาเดินไปหยุดที่ตรงหน้า ไม่วายแอบสำรวจอีกฝ่ายไปด้วย "อยู่เฝ้าแป๊บนึงนะ ขอออกไปหาอะไรกินก่อน จะฝากซื้ออะไรไหม"

   "..." ชายหนุ่มส่ายหัวอย่างแรง กวาดตามองรอบๆเหมือนกำลังมองอะไรสักอย่างดูลุกลี้ลุกลน

   "งั้นฉันไปนะ" เขาโบกมือลาเพื่อนแล้วมุ่งหน้าเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างจากป้อมยามไปสามร้อยเมตร ในระหว่างเลือกหยิบของกินเล่นก็ไม่วายหวนคิดถึงเพื่อนร่วมงานขึ้นมาอีกครั้ง

   เพื่อนคนนี้เขาเคยเป็นคนที่ร่าเริงสดใสและสร้างสีสันให้กับเพื่อนร่วมงาน แต่ช่วงสองอาทิตย์มานี่ เขากลับมีท่าทีแปลกไป ดูหวาดกลัวและลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่สุขตลอดเวลา ดวงตาโหลลึก ใต้ตาดำคล้ำเหมือนไม่ค่อยได้นอน ร่างกายก็ผอมเซียวลงจนเห็นโครงหน้าแนบกระดูก

   เขาหยิบเงินทอนจากพนักงาน หอบเอาขนมสี่ห้าห่อกับน้ำที่ซื้อเข้ามาให้อ้อมกอดแล้วเดินตรงกลับไปที่ป้อมยาม

   

   

   ชายหนุ่มเดินมาหยุดหน้าประตูกระจกของป้อมยามที่ถูกเปิดอ้าเอาไว้ ข้างในไม่ปรากฏร่างของเพื่อนร่วมงานของเขา

   "เอ้า! ไอ้นี่ จะออกไปก็ไหนไม่รู้จักปิดประตูอีก" เขาบ่นพลางเดินเข้าไปข้างใน ไม่ลืมดึงประตูปิดกลับมาเหมือนเดิม

   กลิ่นเหม็นคาวบางอย่างลอยมาแตะจมูกในตอนที่เขาหยิบขนมปังขึ้นมาแกะ เขาเดินอ้อมทั่วห้องแต่ก็ไม่พบต้นเหตุ แต่เมื่อเดินมาหยุดหน้าห้องเก็บของกลับได้กลิ่นแรงขึ้นจนอยากจะอาเจียน นายตำรวจคาบขนมปังไว้ในปาก มือหนึ่งเปิดประตูมือหนึ่งถือกระบองตำรวจพุ่งเข้าไปในห้อง

   แต่ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปภาพตรงหน้าและกลิ่นอันเลวร้ายก็ทำให้ขนมปังครึ่งก้อนที่พึ่งกินเข้าไปหมาดๆจะตีกลับออกมา ขนมปังที่คาบอยู่หล่นร่วงลงกับพื้นดูดซับของเหลวเหนียวข้นสีแดง เขารีบวิ่งไปที่หน้าต่างก่อนจะอ้วกออกมาจนหมดไส้หมดพุง

   เพื่อนร่วมงานที่เคยนั่งสั่นงกๆก่อนที่เขาจะออกไปนอนแน่นิ่งอยู่ในนั้น เนื้อตัวอาบไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผล ใบหน้าถูกกรีดทำร้าย ที่ท้องมีบาดแผลเหวอะหวะหลายแผล เลือดไหลออกมาในปริมาณมากเปรอะเปื้อนเครื่องแบบตำรวจ เจิ่งนองทั่วพื้นและกระเด็นเปื้อนตามของที่วางอยู่ด้านข้าง ดวงตาไร้ประกายเหลือกถลนบ่งบอกความทรมานก่อนตาย มีดเล่มเงาสะท้อนแสงปักอยู่ที่กลางอก

   "ร..รายงาน จากป้อมยามเขต 7 พ..พบศพ ตำรวจถูก ฆ..ฆ่าตายในป้อมยาม"

   

   

   "นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ มันเป็นใครกันถึงได้กล้ามาทำแบบนี้กับตำรวจ เมื่อหลายวันก่อนก็หมอนิติเวช เมื่อวานก็ตำรวจเขต 7" ฟรีบีบกระป๋องกาแฟในมือจนบี้แบน แล้วขว้างลงถังขยะเพื่อระบายอารมณ์ บรรยากาศภายในกรมตำรวจดูอึมครึมและเคร่งเครียด

   ในช่วงเวลาสามอาทิตย์ที่ผ่านมามีตำรวจหลายนายถูกฆ่าตายอย่างอนาถไปมากกว่าสิบราย คนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือคนรู้จักล้วนถูกตามก่อกวน มีหลายคนที่บาดเจ็บตั้งแต่แผลถลอกยันโคม่า

   แต่จะย่างเข้าอาทิตย์ที่สี่ก็ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ทำให้ตอนนี้แทบจะไม่ค่อยมีตำรวจมาทำงานกันแล้ว ขอลาหยุดไปอยู่ปกป้องลูกเมียกันหมด จะมาก็แต่คนที่ยังโสดที่คิดว่าอยู่ที่สน.น่าจะปลอดภัยกว่าที่บ้านเท่านั้น

   "มันต้องเป็นคนที่รู้ซอกซอยในเมืองนี้เป็นอย่างดีแน่นอน เพราะทุกครั้งหลังก่อเหตุแล้วมันก็จะหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลในจุดอับของกล้องวงจรปิดตลอดเลย" คุณโอมพูดขึ้น ในจอคอมตรงหน้ายังเปิดฉายภาพของคนชุดดำปกปิดมิดชิดที่เดินหายเข้าไปในซอยแคบอับกล้อง

   "แจ้งให้ตำรวจทุกนายระวังตัวให้มากขึ้น พยายามอย่าอยู่คนเดียว บอกให้ทุกคนแจ้งไปยังญาติหรือคนรู้จักของพวกเขาด้วย คอยตรวจเช็กกล้องตลอดเวลาอย่าให้คนน่าสงสัยหลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว"

   "ครับ"

   "เราจะต้องจับมันมารับโทษตามกฎหมายเพื่อพี่น้องตำรวจที่เสียสละในหน้าที่ให้ได้"

   "ครับ!"

   

   

    ณ ถนนว่างโล่งในยามสายของวัน วินพาเจ้าลูเซียนออกมาเดินเล่นด้วยกัน ในระหว่างที่เขากำลังจะไปร้านสะดวกซื้อเพื่อไปหาอะไรมาใส่ตู้เย็นอันว่างเปล่าสักหน่อย

   ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บนตัวตึกกำลังฉายข่าวอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับตำรวจอยู่ แต่เขาไม่ได้สนใจมันมากนัก เมื่อแวะเข้าไปซื้อของที่จำเป็นเสร็จแล้วเขาก็พาลูเซียนไปเดินเล่นที่สนามเด็กเล่นก่อนกลับ

   

   

   วินเดินข้ามสะพานลอย สายตาก็กวาดตามองรถราที่วิ่งอยู่ข้างล่างและคนที่เดินสวนกันบนสะพาน รถเริ่มมากขึ้นจากตอนที่พึ่งออกจากบ้านพอสมควร คงจะเพราะเป็นช่วงเวลาใกล้เลิกงานแล้ว

   ในตอนที่กำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆนั้น จู่ๆเข้าก็รู้สึกถึงแรงชนจากข้างหลัง ร่างกายของเขาซวนเซไปข้างหน้า มองเห็นขั้นบันไดที่เคลื่อนตัวใกล้เข้ามา ยกแขนขึ้นกันหน้าตามสัญชาตญาณ

   พอลืมตาขึ้นมาอีกทีเพราะความเจ็บระบมจนชาไปทั่วตัว เขาก็พบว่าตัวเองมานอนกองอยู่ข้างล่างซะแล้ว คนหลายคนกำลังมองลงมาจากข้างบนอย่างตกใจ คนที่อยู่ข้างล่างก็รีบวิ่งเข้ามาหาเขา พร้อมๆกับเจ้าลูเซียนที่ทำเสียงหงอยเดินวนอยู่รอบๆตัวชายหนุ่มอย่างกังวล

   

   

   "น้องๆ ได้ยินไหม เป็นอะไรรึเปล่า หัวแตกด้วยนี่" ชายวัยทำงานในชุดเสื้อเชิ้ตคนหนึ่งนั่งลงเรียกผมอยู่ข้างๆ

   "ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้หน่อยครับ"

   "ด..ได้ค่ะ" หญิงสาวที่สวมชุดนักศึกษาของมหาลัยที่กำลังมุงอยู่รีบตอบรับ ลนลานควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า

   "น้องตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง อย่าหลับนะ" ชายสวมเสื้อเชิ้ตคนเดิมเอ่ยถามผมอีกครั้งเมื่อเห็นผมหลับตาลง แต่ผมไม่ได้จะหลับ ถ้าสลบได้จะดีมาก เพราะตอนนี้รู้สึกเจ็บจนต้องกัดฟันอย่างอดกลั้นไม่ให้ร้องออกมา ผมก็เป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหวกับความเจ็บปวดนะ ไม่ได้อึดถึกทน

   "เจ็บ...มาก"

   "เจ็บตรงไหน"

   "ข..แขน...แขนขวา ขยับ..ไม่ได้"

   "อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว" ผมได้แต่นอนอยู่ตรงนั้นเพราะเจ็บปวด จนกลัวว่าขยับแล้วจะเจ็บหนักกว่าเดิม ชายหนุ่มใส่เชิ้ตที่นั่งอยู่ด้านข้างก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะกลัวไปทำให้บาดแผลสะเทือน ตกมาจากความสูงขนาดนั้นไม่ตายก็ต้องมีกระดูกหักบ้างล่ะ

   ดีไม่ดี แขนขวาที่เจ็บระบมจนขยับไม่ได้ขนาดนี้ ไม่ใช่หมอก็คงเดาได้ว่ากระดูกหักไปแล้วแน่นอน

   

   

   รถพยาบาลมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาเคลื่อนตัวผมให้ขึ้นไปบนเปล ซึ่งมันเจ็บจนต้องร้องออกมาเลย

   ในตอนที่ประตูรถจะปิด ผมรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ เมื่อมองดูก็เห็นเจ้าลูเซียนกระโดดขึ้นมาบนรถด้วย กู้ภัยพยายามไล่มันลงไปมันก็ไม่ยอมลง คอยแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่ในลำคอ

   "นั่น หมาผมเองครับ"

   "แต่ว่า..."

   "ลูเซียนอยู่นิ่งๆ" เจ้าลูเซียนหยุดขู่แล้วนั่งลงเงียบๆทันทีเมื่อได้ยินเสียงผมสั่ง กู้ภัยเห็นว่าคงไล่มันลงไม่ได้ก็ปล่อยมันให้นั่งเงียบตามที่เจ้าของสั่งไป ยิ่งนี่เป็นสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดที่ขึ้นชื่อว่าภักดีสุดๆด้วย เจ้านายไปที่ไหนมันก็คงจะตามไปคุ้มครองแบบไม่ปล่อยแน่ๆ

   "ออกรถเลย" กู้ภัยให้สัญญาณกับคนที่ขับรถ พร้อมกับหันมาทำแผลเบื้องต้นให้กับคนเจ็บก่อนจะส่งให้โรงพยาบาลรักษาต่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น