Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 15 : Case 15 กลับมาแล้ว ลูเซียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

 

 

 

    

วันรุ่งขึ้น ถึงเวลาที่ผมจะต้องออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตำรวจที่เฝ้าหน้าห้องบอกว่าจับคนร้ายได้เมื่อเช้านี้ใกล้รุ่งสาง ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะโดนทำร้ายอีก ถึงไม่รู้ว่าไปจับได้ยังไงก็เถอะ ก่อนจะถอนกำลังออกไป

เจ้าสกายก็บอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเพราะต้องจัดการแถลงข่าวสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แถมทางบริษัทของมันยังบอกว่าจะเตรียมปล่อยเกมใหม่ที่ได้คนจากกลุ่มนกฮูกราตรีมาช่วยพัฒนาด้วย ทำให้งานในบริษัทวุ่นวายหลายอย่าง ผมจึงต้องเปลี่ยนจากรอเพื่อนมารับเป็นขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้านเอง

 

รถแท็กซี่หยุดลงที่บ้านเลขที่ 439 เขต 6 ซึ่งเป็นบ้านชั้นครึ่งสไตล์คอทเทจหลังหนึ่ง ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป รั้วเป็นปูนทึบไม่มีการตกแต่งหรือทาสีมากมาย ทางเข้าทางเดียวของบ้านเป็นประตูเหล็กสีดำแข็งแรงกว้างประมาณเมตรครึ่ง ไม่มีทางเข้าสำหรับรถยนต์และโรงจอดรถ เพราะเจ้าของบ้านอย่างวินไม่มีรถและไม่คิดจะมีด้วย

 

วินหยิบกุญแจมาไขประตูหน้าบ้านเข้าไป ทางเดินก่อนถึงตัวบ้านสี่ห้าเมตรปูด้วยอิฐผิวเรียบสีแดงที่ต่างโทนกัน ทางขวามือมีสวนหย่อมเล็กๆที่ปลูกพืชไร้ดอกประดับหน้าบ้าน

เขาเดินมาหยุดหน้าประตูสีแดงคล้ำคล้ายกับผนังบ้านที่เป็นอิฐแดงตัดกับหลังคากระเบื้องสีดำ ซึ่งดูเป็นบ้านออกแนวสไตล์ยุโรปหน่อยๆ วินกดรหัสที่กลอนประตูดิจิตอลเพื่อเข้าบ้าน

 

ภายในบ้านเน้นโทนดำขาวเป็นหลักตัดกับนอกบ้านที่เป็นโทนดำแดง แต่อันที่จริงสีขาวก็มีค่อนข้างน้อย นอกจากผนังกับของใช้บางอย่างเช่น ถ้วยจาน ที่เป็นสีขาว เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือหรือพรม ยังดีที่พื้นบ้านเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อน ทำให้ตัวบ้านออกหรูหราแทนอึมครึม

เหตุเพราะวินเป็นคนชอบสีขาวดำ แต่ค่อนข้างชอบสีดำมากกว่าสีขาว เพราะมันไม่เปื้อนง่าย

 

ตึกตึกตึกตึก!

 

เสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นบน สุนัขเพศผู้ตัวใหญ่สีน้ำตาลดำสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดวิ่งลงมาจากบันได กระโจนใส่เขาแล้วเลียหน้าอย่างคิดถึง

"พอแล้วๆ มันจักจี้นะ" วินดันมันออกจากหน้าแล้วลุกขึ้นนั่งลูบหัวมัน "ไงลูเซียน เหงาไหม ฉันไม่อยู่ตั้งหลายวัน ได้กินข้าวบ้างรึเปล่า" มันส่ายหางและเอาหัวคลอเคลียอย่างออดอ้อน เจ้าลูเซียนรีบวิ่งหายเข้าไปในห้องห้องหนึ่งก่อนจะกลับออกมาพร้อมสายจูง "โฮ่ง!"

"ฮ่าๆๆ งั้นหรอๆ" วินลูบหัวมันอย่างเอ็นดู "ได้สิ เดี๋ยววันนี้จะพานายออกไปเดินเล่นกัน แต่ขออาบน้ำก่อนนะ" ลูเซียนเป็นหมาที่เขาเก็บได้เมื่อสี่ปีที่แล้ว ช่วงที่ออกไปเดินเล่นตอนเช้ามืด เพราะงั้นเขาเลยตั้งชื่อให้มันว่าลูเซียนที่แปลว่า 'เงาที่เกิดขึ้นตอนเช้ามืด' ในภาษาฝรั่งเศส ตอนนั้นลูเซียนน่าจะอายุได้ไม่ถึงเดือนเอง แต่ตอนนี้ตัวสูงเต็มวัยดูน่าเกรงขาม ทั้งยังภักดี เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่าย คุ้มกับที่สอนมาตั้งแต่เล็ก

 

 

เขาเดินเข้าไปอาบน้ำล้างตัวหลังผ่านเหตุการณ์มากมายที่สุดแสนระทึกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าลูเซียนก็เดินไปกินอาหารเม็ดที่เครื่องให้อาหารอัตโนมัติที่วินทำขึ้นในห้องครัวรอเจ้าของ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ค่อยห่วงเรื่องอาหารการกินของลูเซียนเท่าไหร่ ห่วงก็แต่มันอาจจะเหงาเวลาอยู่บ้านคนเดียวเท่านั้น

วินใส่เสื้อยืดดำกางเกงวอร์มขายาวสบายๆเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเดินไปที่บันไดสำหรับขึ้นไปห้องนอนที่ใต้หลังคา แต่เขาไม่ได้เดินขึ้นไปจนสุด หยุดยืนอยู่บริเวณชานพักบันได ยื่นมือไปแตะเบาๆที่ผนังค้างไว้รอให้เครื่องสแกนลายนิ้วมือ เมื่อเป็นลายนิ้วมือที่ถูกต้องผนังก็ยุบเข้าไปเป็นช่องเล็กๆ ด้านหลังมีแป้นตัวเลขสำหรับกดรหัสอยู่

เขากดตัวเลขตามความเคยชิน รหัสที่ถูกต้องทำให้กลไกทำงาน ผนังตรงหน้าเขาก็เลื่อนเปิดออกให้เห็นบันไดสำหรับเดินลงไปที่ชั้นใต้ดิน ลูเซียนที่ได้ยินเสียงเคลื่อนของประตูก็รีบวิ่งมาหาเจ้าของทันที

 

 

วินมองลูเซียนที่วิ่งนำลงไปก่อนเดินตาม ประตูเคลื่อนปิดตามหลังราวกับตรงนั้นไม่เคยมีประตูมาก่อน ห้องใต้ดินลับข้างล่างเป็นห้องโถงที่จัดแต่ละมุมไว้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ผนังและพื้นเป็นสีปูนเปล่าแต่เมื่ออยู่กับเฟอร์นิเจอร์สีดำก็ช่วยขับให้ดูหรูหราขึ้นทันตา ซ้ายมือมีห้องเล็กๆแยกเป็นห้องน้ำ ส่วนขวามือเป็นห้องขนาดกลางที่วินใช้ทำงานบ่อยๆ วินสแกนลายนิ้วมือหน้าห้องแล้วเดินเข้าไป

โต๊ะยาวตัวหนึ่งตั้งอยู่กลางห้องเต็มไปด้วยอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ บวกกับเครื่องมือวางระเกะระกะทั่วโต๊ะ ที่มุมหนึ่งของห้องมีคอมพิวเตอร์ชุดใหญ่ตั้งอยู่บนโต๊ะ จอขนาดใหญ่หลายจอติดที่ผนัง

วินทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ล้อเลื่อนหน้าคอมพิวเตอร์ พร้อมๆกับที่ลูเซียนล้มตัวลงนอนด้านข้าง "Computer systems start"

 

 

[Recognize voice login. Systems start.]

 

 

หน้าจอที่เคยดำสนิทเปิดขึ้นหลังจากได้ยินเสียงคำสั่ง เครื่องและระบบต่างๆก็เริ่มทำงาน ผ่านไปไม่กี่วินาทีหน้าจอทุกจอก็สว่างพร้อมใช้งาน

วินกดเปิดดูข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดขนาดเล็กรอบๆบ้านว่ามีใครได้เข้ามาทำอะไรระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้านรึเปล่า เมื่อเช็กเรียบร้อยว่าไม่มีอะไรผิดปกติเขาก็ละจากคอมไปที่โต๊ะทำงาน ชายหนุ่มหยิบนู่นยกนี่หาของบางอย่างที่เขาเคยเอาวางไว้สักที่บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ

"เจอแล้ว" วินก้มหยิบสร้อยรูปเกียร์ขึ้นมาใส่ "สงสัยต้องพกไว้ตลอดเวลาซะแล้ว แค่ถอดไว้ครั้งเดียวออกจากบ้านนี่มีเรื่องเลย ให้ตายสิ ถ้าเกิดตอนโดนลักพาตัวไปมีเจ้านี่อยู่ก็อาจจะทำอะไรสักอย่างได้แท้ๆ"

เจ้าสร้อยเกียร์อันนี้ไม่ใช่สร้อยธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ตามร้านค้าทั่วไป สร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยอเนกประสงค์ที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ในเกียร์ขนาดหนึ่งนิ้วมีอุปกรณ์มากมายยัดเอาไว้แบบ 5 in 1 ทั้งมีดขนาดเล็ก ที่ไขนอต ที่สะเดาะกุญแจและไฟฉาย เป็นอุปกรณ์ที่สะดวก ทั้งยังมีน้ำหนักเบาไม่ต่างจากสร้อยธรรมดา เพราะวัสดุที่เขาใช้สร้างเป็นโลหะสังเคราะห์แบบพิเศษที่มีน้ำหนักน้อย

 

 

ถึงจะเห็นว่าผมสร้างอะไรที่สุดยอดแบบนี้ ผมก็ไม่ได้เรียนวิศวะมาหรอกนะ ผมจบวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรอก

 

 

"โฮ่ง!" เจ้าลูเซียนเดินคาบสายจูงมาวางไว้ตรงหน้าวินอีกครั้ง คราวนี้ใช้ปากดึงขากางเกงเบาๆด้วย

"โอเค เราออกไปเดินเล่นกันเถอะ" วินหยิบสายจูงมาใส่ให้ลูเซียนและเดินไปปิดคอม แต่ก่อนจะปิดเขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้พอดี

"จะว่าไป กล้องในคอมที่ส่งให้กลุ่มนกฮูกคงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรอีก ยกเลิกการทำงานดีกว่า ก่อนที่พวกเขาจะไปเจอมันเข้า" เมื่อปิดการทำงานเรียบร้อย วินก็เดินออกมาจากห้องลับแล้วออกไปเดินเล่นนอกบ้านพร้อมกับลูเซียน โดยไม่ลืมล็อกบ้านเอาไว้ก่อน

 

 

คงจะมีใครหลายคนที่รู้ตัวจริงของผมแล้ว อย่าเอาไปบอกใครล่ะครับ นี่เป็นความลับนะ

 

 

Talk  

ภาพบ้านน้องวินก็จะประมาณนี้นะ จินตนาการว่ามันมีสีดำเยอะกว่านี้ละกัน

 

 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น