Vampire Protester รักล่าล้างเลือด {Fic Sailor Moon x Diabolik Lovers}

ตอนที่ 24 : บทที่ 23 ยาอายุวัฒนะ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    16 พ.ค. 61

               คำเตือน: เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ขอผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แยกแยะได้ด้วยตนเองว่าเรื่องแต่งก็คือเรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่องจริงในชีวิต และไม่ใช่สิ่งที่ควรเฝ้าฝันว่าจะเกิดขึ้นจริง

               Disclaimer: I'm not the owner of "Sailor Moon" or "Diabolik Lovers"

----------------------------------------------------

บทที่ 23 ยาอายุวัฒนะ

หมาป่าสองตัวกระโจนเข้ามาหาซูบารุ เขาย่อตัวหลบมันที่กระโดดหมายจะขย้ำหัวเขาได้อย่างทันท่วงที ชายหนุ่มตวัดสายตาไปมองตามด้านหลังเพียงแวบเดียว พลันหมาป่าอีกตัวก็กระแทกร่างเข้ากลางลำตัวจนแวมไพร์หนุ่มเซถลาไปด้านหลัง เขาเอามือขึ้นมากุมท้องด้วยรู้สึกจุก ทว่าเจ้าหมาป่าตัวเดิมก็ไม่ปล่อยให้เขาได้พักหายใจเมื่อมันโถมตัวเข้าใส่เขาอีกรอบและผลักร่างชายหนุ่มลงไปกองกับพื้น มันใช้ขาหน้ากดที่ลิ้นปี่ แล้วเงื้ออีกข้างขึ้นหมายจะตะปบที่ใบหน้า ทันใดนั้นซูบารุก็รวบรวมเรี่ยวแรงและแทงเข่าไปที่โคนขาด้านหลังเฉียดบั้นท้ายของหมาป่า มันร้องออกมาทันทีพลางซวนเซเล็กน้อยจวนจะล้มลงพื้นด้านข้างอยู่รอมร่อ ชายหนุ่มไม่รอช้า เงื้อหมัดแล้วอัดเข้าที่สีข้างจนมันหมอบลงไปที่พื้นและนอนแน่นิ่ง เขายันตัวลุกขึ้นมาพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหมาป่าตัวแรกกำลังควบฝีเท้ามาที่ตน ชายหนุ่มกระเด้งตัวขึ้นทันควัน ถอยขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง เตรียมตั้งรับด้วยลูกเตะ ทว่าอะไรบางอย่างที่แหลมคมก็จิกเข้าที่แขนพับข้างหนึ่งของเขา เมื่อหันมามองก็พบว่าเป็นเขี้ยวของค้างคาวเขี้ยวยักษ์ที่กำลังพยายามจ้วงลึกลงไปราวกับจะทำให้แขนข้างนั้นทะลุ ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มกัดริมฝีปากก่อนจะฝืนสะบัดแขนด้วยหวังว่าจะหลุดพ้นจากคมเขี้ยว แต่เจ้าค้างคาวก็ยังคงฝังเขี้ยวแหลมอยู่ที่เดิม พลันหมาป่าตัวเมื่อครู่ก็เข้าประชิดตัวได้สำเร็จแล้วกระโดดขึ้นมากัดที่ต้นขาข้างหนึ่งของเขา ฟันเล็ก ๆ จำนวนมากแต่แหลมคมนั้นกัดเข้ามาไม่ลึกมาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เลือดกระเซ็นออกมาเป็นสาย ชายหนุ่มใช้มือข้างที่ว่างทุบหัวของหมาป่าซ้ำ ๆ หลายครั้งจนมันหมดแรงยื้ออยู่ที่ต้นขาแล้วค่อย ๆ เลื่อนลงไปและสลบอยู่แทบเท้า ในวินาทีที่เขาจะหันมาจัดการค้างคาวตัวปัญหา เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังกระพือปีก ดวงตาสีแดงตวัดไปยังต้นเสียงทันที แล้วก็ต้องตระหนกเมื่อฝูงค้างคาวเขี้ยวยักษ์ตัวอื่น ๆ กำลังกรูกันออกมาจากหน้าปากถ้ำพุ่งตรงมาที่เขาพร้อม ๆ กับหมาป่าเฝ้ายามอีกสองตัวที่เหลือ

“แม่งเอ๊ย!!

ทำไงดีวะเนี่ย!!

ชายหนุ่มหันรีหันขวาง เขามีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น คิดได้ดังนั้น เขาก็เงื้อมือข้างที่ว่างจิกเข้าที่กลางลำตัวของค้างคาวที่ฝังเขี้ยวลงตรงแขนพับอีกข้างของตนแล้วกระชากสุดแรง

“อ๊าก!!

การกระชากนั้น นอกจากจะไม่ทำให้ค้างคาวยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระแล้ว ยังทำให้ความเจ็บปวดทวีขึ้นเป็นเท่าตัว! ชายหนุ่มกัดฟันกรอดพลางจับจ้องไปที่กลุ่มสัตว์บ้าคลั่งตรงหน้า พวกมันมาถึงตัวเขาแล้ว! ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบฝูงค้างคาวที่พุ่งมาทางเดียวกันแล้วจึงหมุนตัวเตะหมาป่าตัวที่ใกล้ที่สุดเต็มแรงจนมันกระเด็นออกไปไกล พลันก็ต้องร้องออกมาเพราะเผลอใช้ขาข้างถนัดที่เพิ่งโดนกัดไปเมื่อครู่ ฝูงค้างคาวที่บินวกกลับมาพร้อมกันราวกับกำลังแปรขบวนกลางอากาศนั้นพุ่งตรงมาที่เขาอีกครั้ง ชายหนุ่มเหวี่ยงแขนข้างที่มีเจ้าสัตว์เขี้ยวยักษ์ให้ไปชนกับเพื่อน ๆ ของมัน ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเขานั้นกัดฟันอย่างอดกลั้นต่อความเจ็บปวดเมื่อเขี้ยวที่ฝังอยู่เริ่มเสียดสีไปถึงข้างในแขน รอบแรกนั้นเขาเหวี่ยงมันไปชนค้างคาวสองตัวจนร่วงลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย พอเหวี่ยงอีกครั้งลำตัวของค้างคาวที่ยังคงฝังเขี้ยวที่แขนเขาก็ถากเข้ากับเขี้ยวของเพื่อนมันอีกตัวจนมันร้องเสียงแหลมเล็กแต่ก็ยังไม่ยอมคลายเขี้ยวออกจากแขนพับ ชายหนุ่มเหวี่ยงแขนอีกที ทว่าไม่โดนตัวไหนเลย! เขาเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น ทันใดนั้นเหล่าค้างคาวที่เหลือและหมาป่าอีกหนึ่งชีวิตก็รุมเข้ามาหมายจะทึ้งเขาให้ตายคาที่

ไม่ไหวเหรอวะ

ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างยอมจำนน...พลันภาพของหญิงสาวผู้หนึ่งก็วาบขึ้นในใจ ดวงตาสีแดงเปิดขึ้นอีกครั้ง เขาโหม่งเข้ากับตัวอะไรก็ตามที่เข้ามาใกล้ส่วนหัวมากที่สุด หมาป่าที่โดนโขกไปเต็มแรงเซถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างมึนงงและล้มลงในที่สุด ชายหนุ่มไม่รีรอ เขายันตัวขึ้นนั่งแล้วเหวี่ยงค้างคาวตัวเดิมไปที่เพื่อน ๆ ของมันสลับกับรัวหมัดใส่ศัตรูด้วยมืออีกข้าง เพียงแค่อึดใจเขาก็สามารถลุกขึ้นยืนได้แล้วจึงถอยไปตั้งหลักเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมายังฝูงค้างคาวที่บัดนี้เหลือเพียงไม่กี่ตัว

“ดาหน้าเข้ามาเลย!!

วินาทีที่เขาประกาศกร้าว พวกมันที่เหลือบางส่วนก็เผ่นออกไปไกล บางส่วนก็บินกลับเข้าไปในถ้ำ และบางส่วนก็ถลาเข้าใส่เขา!? ชายหนุ่มทำเพียงย่อตัวแล้วฮุกหมัดเข้าที่กลางลำตัวของค้างคาวตัวที่หนึ่ง เบี่ยงหลบแล้วศอกเข้าตัวที่สอง กระโดดหลบเมื่อเห็นว่าตัวที่สามบินต่ำแล้วฟาดลูกเตะเข้าอย่างจัง...สู้เช่นนั้นอยู่เพียงครู่ ในที่สุดค้างคาวทุกตัวก็ลงไปกองกับพื้น...

ซูบารุหอบหายใจหนักหน่วงขณะยืนมองซากสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้า พลันสติของเขาก็ตื่นตัวเต็มที่อีกครั้งทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปก็พบกับหมาป่าตัวหนึ่งที่วิ่งเขามาหาตน

ยังมีอีกเหรอวะ!?

ชายหนุ่มประหลาดใจเพียงชั่ววินาทีก่อนจะตระหนักได้ว่านั่นคือหมาป่าตัวที่ถูกเตะกระเด็นไปไกลก่อนหน้านี้ เขาขยับขาเตรียมพร้อมรับทุกการจู่โจม ฉับพลันความเหน็บชาก็แล่นขึ้นมาจากแผลโดนกัดที่โคนขาและเท้าที่ซ้นไปเมื่อครู่จนเขาไม่สามารถขยับขาได้อีก

จะทำไงวะเนี่ย!?

เขาคิดไม่ทันแล้วเพราะหมาป่าเจ้ากรรมกระโจนขึ้นมาในระดับลิ้นปี่ของเขา พลันชายหนุ่มก็ยกแขนขึ้นมา ทันใดนั้นก็เกิดเสียงเหมือนอะไรสักอย่างถูกกัดกร้วมเข้าไปเต็มปาก!

 

“กลิ่นหายไปแล้ว” เรย์จิขมวดคิ้วพลางชะลอฝีเท้าและหยุดลงในที่สุด ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเมื่อกลิ่นของซูบารุจางหายไป

“หรือเรามาผิดทาง?” ชูเริ่มไม่แน่ใจ เขากำลังคิดว่าที่กลิ่นมันหายไปนั้นอาจจะเป็นเพราะพวกเขาเดินสวนกับทางที่น้องชายไป

ทันใดนั้น กลิ่นฉุนกึกกลิ่นหนึ่งก็ลอยมาเตะจมูกทั้งคู่เข้าอย่างจัง

นี่มัน...กลิ่นคาวเลือด??

เรย์จิคิด พลันสีหน้าของเขาก็ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมพร้อม ๆ กับดวงตาสีม่วงอมแดงที่ขยายกว้างขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่ากลิ่นเลือดนี้มาจากใคร ชายหนุ่มหันไปมองหน้าพี่ชายคนโตที่หันมาสบตาเขาด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความกังวล

“ซูบารุ!?” เสียงของชูนั้นดังกว่าปกติเล็กน้อย “ทางนั้น!

เรย์จิพยักหน้ารับก่อนจะวิ่งตามชูไปยังอีกเส้นทางหนึ่ง ในตอนนี้กลิ่นเลือดของซูบารุนั้นแรงมากเสียจนทั้งสองเริ่มใจไม่ดี

 

เลือดค่อย ๆ ไหลลงมาจากโคนผมสีเงินลงมายังปลายคิ้ว ผ่านแก้มซีดเซียวที่พราวระยับไปด้วยเม็ดเหงื่อแล้วหยดลงไปสมทบกับเลือดกองเล็ก ๆ บนพื้นใกล้กับปลายเท้า ซูบารุที่นั่งพิงผนังถ้ำใกล้ทางเข้ากำลังอ้าปากหอบหายใจพลางกุมแขนพับข้างหนึ่งเอาไว้ เนื้อตัวเขาตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด ทั้งเลือดของหมาป่า เลือดของค้าวคาว และเลือดของตนที่ผสมปนเปกันมั่วไปหมด...เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่...หมาป่าที่กระโจนมาหาเขานั้นกัดค้างคาวตัวที่คาอยู่ตรงแขนพับเขาเข้าไปเต็มปากเต็มคำ ซึ่งเจ้าสิ่งมีชีวิตเคราะห์ร้ายตัวนั้นก็หายวับเข้าไปในปากของหมาป่าที่เคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นเหยื่ออันโอชะอย่างรวดเร็ว หลงเหลือไว้เพียงส่วนเขี้ยวขนาดยักษ์ข้างหนึ่งที่ยังคงฝังอยู่ตรงแขนพับของชายหนุ่มดังเดิม หลังจากนั้น จู่ ๆ หมาป่าตัวนั้นก็เบิกตาโพลง ดวงตาสีเหลืองนั้นปูดโปนจนน่ากลัว พลันอะไรบางอย่างที่ดูแหลมคมก็ทะลุออกมาจากบริเวณลำคอของมัน มันนอนชักอยู่เพียงครู่แล้วจึงแน่นิ่งไป...ซูบารุเข้าใจได้ทันทีว่าเขี้ยวอีกข้างของค้างคาวคงจะทิ่มหลอดลมทะลุออกมาตรงลำคอของหมาป่าขนมันขาดใจตาย

ดวงตาสีแดงเพลิงค่อย ๆ ไล่สายตาดูซากของสัตว์ที่เคยทำหน้าที่เฝ้ายามเมื่อครู่ ทั้งหมาป่าทั้งค้างคาวเขี้ยวยักษ์ทั้งหมดนั้นอยู่ในสภาพแน่นิ่งไม่ไหวติง หลังจากนั้นจึงมองไปที่ปากถ้ำซึ่งบัดนี้เห็นเป็นลักษณะของโพรงชัดเจนแล้ว เพราะค้างคาวกลุ่มเล็ก ๆ อีกกลุ่มที่ไม่ได้โจมตีเขานั้น มีทั้งที่บินหนีเข้าไปด้านในและอีกมากมายที่กระเจิดกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง...ชายหนุ่มเลื่อนสายตามายังแขนพับของตน...เขี้ยวขนาดใหญ่ยังคงฝังลึกอยู่ตรงนั้น อีกทั้งยังมีเลือดคั่งบริเวณรอบปากแผลซึ่งดูแล้วพร้อมจะกระฉูดออกมาเมื่อไรก็ได้ถ้าเขี้ยวนี้ถูกถอนออก...ทว่า สิ่งที่ชายหนุ่มทำคือใช้มืออีกข้างจับที่ชิ้นส่วนเขี้ยวนั้นเอาไว้ เขาตระหนักดีว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นอาจเพิ่มพูนความเจ็บปวดเป็นทวีคูณ แต่...มันก็ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าเขาคิดจะลุยต่อ...คิดได้ดังนั้นก็กระชับมืออันไร้เรี่ยวแรงแน่นเข้า ชายหนุ่มหายใจเข้าลึกยาวอยู่ชั่วครู่แล้วจึงจ้องเขม็งไปที่แขนของตน

เขาพร้อมแล้ว

ทันใดนั้นเขี้ยวอันใหญ่ก็ถูกกระชากออกอย่างแรงแทบจะพร้อม ๆ กันกับที่เลือดพุ่งออกมาจากปากแผล! เขาเขวี้ยงเขี้ยวนั้นออกไปไกลแล้วรีบใช้มือกดแผลเอาไว้เพื่อห้ามเลือด พลันก้มลงงับแขนเสื้อด้านบนและฉีกมันออกเป็นแนวยาวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ยึดเศษผ้าด้านหนึ่งไว้ด้วยปากพลางใช้มือข้างที่ว่างพันวนรอบแผลให้เร็วที่สุดเท่าที่เรี่ยวแรงจะอำนวย...ไม่นานนัก เลือดก็หยุดไหล แม้ว่าเศษผ้าที่ใช้พันมันจะชุ่มโชกไปด้วยสีแดงเถือกก็ตามที

ชายหนุ่มนั่งนิ่งในท่าเดิมพลางผ่อนลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง รอจนชีพจรกลับมาเต้นในจังหวะปกติ แล้วจึงตัดสินใจเดินไปทางปากถ้ำ ทว่าทันทีที่ลุกขึ้นยืน ร่างทั้งร่างก็ซวนเซแทบจะยืนไม่อยู่ ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาจากบริเวณต้นขา...ชายหนุ่มก้มลงมองแผลจากหมาป่าที่เขาเผลอลืมไปครู่หนึ่งแล้วจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าเลือดยังคงไหลออกมาเป็นสายเล็ก ๆ เขาทรุดตัวลงนั่งอีกครั้งแล้วฉีกเสื้อของตนออกมาอีกเล็กน้อย จากนั้นจึงพันเข้าที่ขาอย่างว่องไว...เมื่อเสร็จเรียบร้อย เขาก็ยันตัวลุกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับข่มความเจ็บปวด...ทว่า...เมื่อเขาก้าวเข้าไปข้างในถ้ำได้เพียงก้าวเดียว ใบหน้าขาวซีดก็ยิ่งเผือดสีลงมากกว่าเดิม เพราะภาพที่เขาเห็นคือโพรงถ้ำมากมายที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ สูงขึ้นไปราวกับเป็นหอคอยขนาดย่อม ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ แทบทุกจุดจะมีเหล่าหมาป่าขนสีดำเหลือบเงินที่เดินไปมาราวกับกำลังตรวจตราและค้างคาวดวงตาสีแดงฉานที่มาพร้อมกับเขี้ยวขนาดยักษ์ บ้างก็บินไปรอบ ๆ บริเวณนั้น บ้างก็บินวนอยู่ตรงโพรงประตู...แม้ว่าจำนวนค้างคาวต่อทางเข้าหนึ่งจุดจะดูน้อยกว่าทางเข้าแรกที่เขาเพิ่งฝ่ามาได้ แต่ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ทันทีว่าพวกที่อยู่ข้างในจะต้องหินกว่าข้างนอกแน่นอน...เขาเผลอกัดฟันโดยไม่รู้ตัว เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มผุดพราวขึ้นอีกคำรบ

มินาโกะ...เธออยู่ไหน

คิดแล้วก็มองไปโดยรอบอีกครั้งในสภาพกึ่งสิ้นหวังพร้อมสบถออกมาอย่างเสียมิได้

 

มินาโกะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า สัมผัสแรกที่รู้สึกคือความเย็นเยียบจากเตียงหินที่ซึมผ่านเข้ามาทางผิวหนังทุกอณู หญิงสาวค่อย ๆ ปรับสายตาให้ชินกับแสงสลัวจากเชิงเทียนตามจุดต่าง ๆ เธอจะยันตัวลุกขึ้นทว่า...

แกร๊ง!

อะไรบางอย่างรั้งข้อมือของหญิงสาวเอาไว้พร้อม ๆ กับที่มีเสียงกระทบกันของโลหะดังก้อง เธอหันไปมองต้นเสียงแล้วดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกโพลงขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าตนถูกล่ามโซ่อยู่!?

“นี่มัน!?” น้ำเสียงของหญิงสาวตื่นตระหนกอย่างไม่ปิดบัง เธอกระตุกข้อมือของตนซ้ำ ๆ ด้วยหวังว่ามันอาจจะไม่ได้รัดแน่นอย่างรูปลักษณ์ที่เห็น ทว่ารอยแดงจากการเสียดสีที่เริ่มปรากฏขึ้นบริเวณข้อมืออย่างรวดเร็วทำให้เธอเริ่มรู้สึกอับจนหนทาง...ยิ่งไปกว่านั้น ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างก็ถูกพันธนาการเอาไว้เช่นกัน หญิงสาวพยายามสลัดโซ่ออกไป ทว่าโลหะแข็งแกร่งก็ดูไม่มีทีท่าจะคลายออกแต่อย่างใด เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นแล้วตวัดสายตาคมปลาบไปยังผู้ที่เอาแต่ยืนมองเธอนิ่งจนถึงตอนนี้

“นายทำอย่างนี้ทำไม!?” ดวงตาสีน้ำเงินสวยวูบไหวด้วยอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้น เธอจ้องเขม็งไปยังลูกครึ่งปีศาจตรงหน้า

“หึ” ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวที่ปีศาจหนุ่มสัมผัสได้ในตอนนี้มีเพียงความสมเพชเวทนา เขาคิดแต่เพียงว่าหญิงสาวตรงหน้าจะตายแล้วยังไม่รู้ตัวอีก

สาวเจ้ายังคงรอคำตอบ ทว่าอีกฝ่ายดูเหมือนไม่คิดจะตอบอะไรอีก เธอจึงได้แต่กระตุกข้อมืออย่างแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันเริ่มห้อเลือด ทว่าหญิงสาวก็ยังไม่ยอมหยุด ในหัวของเธอคิดแต่เพียงว่า ถ้าจะต้องมีสภาพแบบเหล่าผู้คนที่อยู่ในกรงขังพวกนั้นละก็...ยอมตายยังจะดีซะกว่า!

ดวงตาสีนิลของปีศาจหนุ่มจ้องไปยังอากัปกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า...มันไม่มีประโยชน์เลยสักนิดที่เธอจะดึงดันอยู่แบบนี้ เพราะไม่มีทางที่โซ่เหล็กจะหลุดออกจากกันได้เพียงแค่แรงกระตุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของมนุษย์ผู้หญิง พลันเขาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงแล้วจึงเดินตรงไปทางเธอ...เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหญิงสาวและหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ

“เจ้าไม่ควรทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้” เสียงทุ้มกล่าวราบเรียบ

หญิงสาวช้อนตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ

หมายความว่าไง

ทว่า ยังไม่ทันที่เธอจะได้ถามในสิ่งที่สงสัย อีกฝ่ายก็เอ่ยต่อ

“ถ้าอาหารรสเลิศจานนี้บุบสลายไปก่อนคงแย่น่าดู”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็อ้าปากค้าง...สักพักจึงกะพริบตาถี่ ๆ

“...นายจะทำอะไรกันแน่...” ณ เวลานี้ ดวงตาสีน้ำเงินไม่หลงเหลือความมั่นใจอยู่เลย

ขาดคำ ใบหน้าเรียบเฉยก็พลันหยักยิ้มขึ้นมุมปาก

“ข้าจะบอกเจ้าก็ได้” ปีศาจหนุ่มเว้นช่วงพลางไล่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเธอ หญิงสาวยังคงอยู่ในท่านอนหงายบนเตียงหินเย็น มือและเท้าถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ “เนื้อของเจ้าไงล่ะ”

“เนื้อฉัน...ยังไง?”

“ถ้าเลือดมนุษย์คนใดอร่อยและพิเศษกว่าใคร เพิ่มกำลังให้พวกแวมไพร์อ้อนแอ้นแค่ไหน เนื้อของมนุษย์นั่นก็จะยืดอายุให้เผ่าพันธุ์กินเนื้ออย่างพวกข้าด้วยเช่นกัน”

มินาโกะพยายามคิดตาม...เลือดของเธอพิเศษกว่าใครอย่างนั้นหรือ? แล้วเนื้อของเธอก็จะยืดชีวิตให้สัตว์หน้าขนพวกนี้??

“ฉันไม่เข้าใจ” หญิงสาวหมายความอย่างนั้นจริง ๆ

ปีศาจหนุ่มยืนกอดอกมองเธอนิ่ง

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ข้ารู้ดีว่ามนุษย์ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่พวกแวมไพร์ซาคามากิเลี้ยงไว้มันมีเลือดที่พิเศษกว่าใคร ซึ่งนั่นก็คือเจ้า!” การตวัดเสียงในตอนท้ายของเขายังความตกใจให้แก่หญิงสาว

เดี๋ยวนะ...มนุษย์ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวงั้นเหรอ

เธอครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว

...ที่พวกซาคามากิเลี้ยงไว้...จริงสิ!? ยุยนั่นเอง!

“ฉันไม่ใช่คนนั้นหรอกนะ” เธอตัดสินใจกล่าวออกไป

“ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วจะมีใครอีก”

“มีสิ ก็...” พูดได้แค่นั้นแล้วปากของเธอก็หุบลง หญิงสาวได้แต่คิดว่าตนจะไปบอกได้อย่างไรว่าจริง ๆ แล้วคนคนนั้นคือยุย ถ้าบอกไป ยุยก็จะมีอันตรายแน่ ๆ

“ว่าไง”

มินาโกะมองสบดวงตาสีดำขลับอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเบนไปอีกทาง...เธอพูดไม่ได้...หญิงสาวไม่สามารถเอาเพื่อนมาเสี่ยงชีวิตแทนตัวเองได้ ยิ่งเพื่อนคนนั้นยังเป็นยุยผู้แสนบอบบางและไม่สู้คนอีก...เธอได้แต่เม้มปากแน่น

“ไม่มีสินะ” เมื่อไม่มีเสียงทัดทานใด ๆ จากหญิงสาวอีก เขาก็มั่นใจว่าเธอคงแค่ต้องการถ่วงเวลาเท่านั้น

เสียเวลาจริง

จู่ ๆ ปีศาจหนุ่มก็ดีดนิ้ว เขาจ้องไปยังโพรงประตูโดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่หันขวับมามองเขา

เพียงเวลาไม่นาน ฝูงหมาป่าขนสีดำเหลือบเทาก็มาออกันอยู่หน้าทางเข้า

อะไร!?

หญิงสาวตระหนกจนไม่มีแม้แต่เสียงที่จะกรีดร้อง พลันปีศาจหนุ่มก็ชี้นิ้วมาทางเธอ

“ไปเอายาอายุวัฒนะของเจ้า...ไป!

ขาดคำฝูงหมาป่าก็เบียดเสียดกันผ่านโพรงประตูเข้ามา บ้างก็เหยียบทับตัวอื่น บ้างก็เปลี่ยนมาฟัดกันเอง แต่บางส่วนที่ทะลุเข้ามาได้นั้นก็กระโจนมาทางหญิงสาวทันที! หมาป่าตัวแรกที่มาถึงตัวเธอนั้นง้างเขี้ยวคมงับเข้าที่แข้งอย่างแรง พลันความเจ็บแปลบก็แล่นขึ้นมาทั่วร่าง มือและเท้าของเธอกระตุกโดยสัญชาตญาณ แต่ปฏิกิริยาตอบสนองนั้นก็ไร้ค่าเมื่อมันถูกพันธนาการไว้...เขี้ยวที่ฝังลึกลงไปในเนื้ออ่อนนุ่มนั้นให้ความรู้สึกราวกับกล้ามเนื้อกำลังถูกฉีกกระฉากทีละมัด เหงื่อผุดพราวเต็มดวงหน้าสวย ดวงตาเริ่มพร่าเลือน...เพียงชั่วครู่ หมาป่าตัวที่สองก็เข้าประชิดตัวเธอ มันโถมตัวลงไปยังเอวบาง หมายจะฉีกเนื้อบริเวณนั้นไปลิ้มลองรสชาติ ทว่า...พลาด! มีเพียงเศษเสื้อชิ้นใหญ่ที่ติดไปกับเขี้ยวแหลมคมของมัน ผิวเนื้ออ่อนบางบริเวณเอวคอดจึงเผยแก่สายตา ปีศาจหนุ่มที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นิ่ง ๆ พลันใจกระตุกวูบอย่างไม่รู้สาเหตุ เขารู้สึกหวิว ๆ อย่างแปลกประหลาด

หมาป่าตัวที่สามไม่รอช้า มันพุ่งไปบริเวณส่วนหัวของเธอ แต่จู่ ๆ ก็ชะลอความเร็วลง แล้วก้มลงไปไล้เลียลำคอระหงแทน...แม้ความเจ็บปวดที่สัมผัสได้ในตอนนี้จะมีมากอยู่ แต่เธอยังมีสติ...หญิงสาวอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมหมาป่าตัวนี้ถึงไม่กัดเธอ แต่กลับเลือกเลียแทน!? หยาดน้ำลายเหนียวเหนอะอยู่ที่คอเรียวเล็ก...จากนั้นหมาป่าตัวที่สี่ที่กระเด็นเข้ามาในห้องหลังฟัดกับตัวอื่นก็กระโดดขึ้นมาบนเตียงแล้วขึ้นคร่อมเหนือลิ้นปี่เธอ มันกำลังจะขย้ำเนื้ออวบ ทว่า กลับเหลือบไปมองอีกตัวที่กำลังเลียต้นคอเธออยู่ มันชะงักอยู่เพียงครู่ แล้วจึงเปลี่ยนมาไล้เลียเธอผ่านอาภรณ์เนื้อบางเบาแทน

ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นท่าทางที่แปลกไปของเหล่าหมาป่า พลันหนึ่งในนั้นก็ตะปบเสื้อของหญิงสาวและใช้กรงเล็บฉีกมันออกเป็นแนวยาวอย่างง่ายดาย ผิวเนื้ออวบที่โผล่พ้นผ้าชิ้นน้อยปรากฏแก่สายตา นายใหญ่ลูกครึ่งปีศาจของเหล่าหมาป่าพลันเบิกตาโพลง ดวงตาสีนิลวูบไหวด้วยความไม่แน่ใจ แล้วจึงย่างสามขุมไปยังหญิงสาว

“ถอย” พูดแทบจะพร้อม ๆ กับที่ร่างกำยำพร้อมปีกสีดำอันน่าเกรงขามมายืนอยู่เบื้องหน้าร่างอรชร เหล่าหมาป่าที่เมื่อครู่ยังนัวเนียอยู่กับร่างมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวที่นี่ บัดนี้ถอยห่างออกไปไกลราวกับเกรงกลัวต่ออำนาจของชายผู้นี้...เขายืนมองเธอนิ่ง สายตาหยุดอยู่ที่ผิวเนื้อขาวนวลนั้น

หญิงสาวรู้สึกอายมากขึ้นในทุกขณะที่เขาจ้องมองมายังทรวงอกของเธอที่บัดนี้เหลือแค่บราเซียร์คอยปิดบังทรวดทรง ทว่าเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ในเมื่อทั้งมือและเท้าถูกตรึงไว้ด้วยสายโซ่เหล็ก

ราวกับว่าความเขินอายที่เธอกำลังรู้สึกอยู่นั้นยังไม่มากพอ เพราะจู่ ๆ มือใหญ่ก็ฉีกกระชากอาภรณ์ส่วนที่เหลือออกจนหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว!? หญิงสาวร้องเสียงหลงพร้อม ๆ กับที่ร่างเปลือยเปล่าของตนเผยแก่สายตาทุกคู่ที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้

“นายจะทำอะไร!?” เธอจ้องปีศาจหนุ่มตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ พลันภาพที่เหล่าแวมไพร์มักปรารถนาจะเชยชมเรือนร่างเธอก็แวบเข้ามาในหัว ดวงตาสีน้ำเงินสวยเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ร่างทั้งร่างเริ่มสั่นเทา...นี่เธอกำลังจะเจอกับเหตุการณ์แบบเดิมอีกแล้วงั้นหรือ แถมครั้งนี้ยังไม่สามารถขัดขืนได้เลยด้วย

ทำไม!?

หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองแรงจนห้อเลือดเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวในขณะที่อีกฝ่ายไล่สายตามองขึ้นลงหลายครั้งหลายครา เขาพินิจเรือนร่างสวยงามตรงหน้าจนค่อนข้างมั่นใจในสิ่งที่คิด

“...เจ้า...” เสียงของเขาทำให้เธอหยุดทุกความคิดและหันมาจ้องเขานิ่ง...คำพูดต่อมานั้นทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

“อโฟรไดท์”

----------------------------------------------------

                A/N: อยากอ้อนนักอ่านอีกแล้ววว >< พอดีอ่านเจอความเห็นนึงในเว็บบอร์ด เขาบอกประมาณว่า 'ถ้าแต่งแฟนฟิคก็แต่งตามใจเลย เพราะยังไงก็เขียนง่ายกว่านิยายอยู่แล้ว' อืม...จะปฏิเสธก็ไม่ได้ซะด้วยสิ มันก็ถูกของเขาที่ว่าคนแต่งแฟนฟิคไม่ต้องคิดตัวละครเองเลยเหมือนแต่งง่ายกว่า...แต่ทำไมมันจุก ทำไมมันเจ็บจี๊ด...อาจจะเพราะที่ไรต์แต่งเรื่องนี้นั้นเป็นเพราะความชอบจริง ๆ แล้วก็อยากจะให้คนที่ชอบตัวละครเดียวกันได้อ่านเรื่องราวที่แตกต่างออกไปก็เลยทุ่มสุดตัวเสมอมา...พอดีกว่า ไม่ดราม่าแล้วเนอะ ><" เพราะไรต์มีผู้อ่านที่น่ารักคอยให้กำลังใจทั้งแบบเปิดเผยและแบบเงียบ ๆ อยู่แล้ว จะพยายามต่อไปนะคะ! :))

                เอ...อยากทราบจังค่ะ ว่ามีนักอ่านท่านใดเคยอ่านซ้ำตอนเก่า ๆ ระหว่างรอตอนใหม่บ้างมั้ยน้อ เพราะพอดียอดวิวมันเยอะขึ้นน่ะค่ะ เลยสงสัยใคร่รู้เบา ๆ อิอิ XD

                ป.ล. เทพีวีนัสก็มาค่ะตอนนี้ คิดอย่างไรกันบ้าง บอกไรต์บ้างน้าาา (เอ้อ ไรต์มีเพจ facebook ด้วยนะคะ แวะเวียนมาพูดคุยกันได้ค่ะ คลิกเล้ยยย XD) // ReWrite ตอนนี้เพิ่มฉากบู๊เยอะมากกก (จากตอนแรกที่ตัดฉับ...แฮ่!) หวังว่าจะสนุกกันบ้างสักนิดก็ยังดีค่ะ ><

                อัปเดตล่าสุด: 2ก.ย.2560 / รีไรต์: 16พ.ค.61

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

305 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 03:48
    ในตอนนั้นลูกครึ่งกลับเข้าสู่ที่พักของตน แต่มันก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เหล่าลูกน้องนั้นถูกฆ่าตายอย่างไร้ปริศนา ที่ยังเหลือรอดคือผู้หญิงที่ใกล้จะพัง

    ' ฉัวะ '

    จู่ ๆ ร่างกายของมันขาดเป็นสองท่อน ด้วยฝีมือของความมืด ไอสีดำหลอมรวมตัวกลายสภาพเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

    #228
    0
  2. วันที่ 13 กันยายน 2560 / 09:27
    ผมขอโทษที่มาช้าเกินไป เอามินาโกะจะเอาตัวรอดได้ยังไงกันโปรดติดตามตอนต่อไป !!!

    ลีดเดอร์ : ทำไมพวกนายถึงไม่ไปช่วยมินาโกะจังล่ะ ?

    เอ็ดเวิค : ถ้าเป็นนิยายคุณเองผมก็ลงมือไปแล้ว

    เรียว : โฮ่ อย่าลืมว่าเรามาเที่ยวในนิยายชาวบ้านอยู่น่ะ

    ลีดเดอร์ : นั้นสินะ !!!
    #81
    2
    • #81-1 SailorVfan / หลงอักษร (@SailorVfan) (จากตอนที่ 24)
      13 กันยายน 2560 / 21:25
      มาช้าไม่เป็นไรเลยค่าาา แค่มาก็ขอบคุณมาก ๆ แล้ววว :))

      ป.ล. ลักษณะเหมือนเรียวกับเอ็ดเวิคจะให้มโนภาพคล้าย ๆ ว่ามีร่างโปร่งแสงและกำลังดูตัวละครในนิยายเรื่องนี้อยู่ ชอบ ๆ อิอิ XD
      #81-1
  3. #80 ดอกเมจิก (@dododo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 11:16
    พระเอกรีบมาช่วยเร็ว
    #80
    1
    • #80-1 SailorVfan / หลงอักษร (@SailorVfan) (จากตอนที่ 24)
      10 กันยายน 2560 / 19:48
      ฉากล่าสุดพระเอกเจอศัตรูเยอะม๊ากกก หวังว่าพ่อคุณจะปลอดภัยดี ><
      #80-1
  4. #79 foreverone (@mintgd18) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 08:11
    ภาษาเขียนดีมากกก อ่านแล้วไม่ติดขัดเลยยยยย (เอาใจช่วยนางเอกเราไห้รอดนะฮรือออ)
    #79
    1
    • #79-1 SailorVfan / หลงอักษร (@SailorVfan) (จากตอนที่ 24)
      10 กันยายน 2560 / 19:48
      โอยยย ตัวลอยอีกแล้วค่ะ! XD ขอบคุณมาก ๆ เลยสำหรับ feedback ค่าาา
      ป.ล. มาเอาใจช่วยมินาโกะไปด้วยกันนะ!
      #79-1
  5. #78 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 12:10
    เอาตอนต่อไปมาาาาาา น้าา
    #78
    1
    • #78-1 SailorVfan / หลงอักษร (@SailorVfan) (จากตอนที่ 24)
      9 กันยายน 2560 / 17:21
      กำลังปั่นอยู่ ๆ XD ไรต์ลางานไปตจว.ถึงวันอังคารแน่ะ แต่จะพยายามปั่นให้ทันเดดไลน์นะคะ! เพื่อนักอ่านผู้น่ารักค่ะ (วีดวิ้ววว เล่นเองตบมุกเอง ฮี่ ๆ )
      ป.ล. คุณ Fayrious กลับมาอ่านรายตอนแว้วเหรอออ เรื่องนึงใน Comico ที่ไรต์ติดตามอยู่นี่ ไรต์จะรอให้เยอะ ๆ ก่อนทุกที อิอิ // ขอบคุณที่ติดตามเช่นเคยค่า :))
      #78-1