Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 92 : PART 86 : ประกาศศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jimin talk...


ตั้งแต่มื้อเย็นเสร็จพวกผมก็ถูกเรียกให้มารวมกันที่ห้องประชุมทันทีเลยครับ นึกถึงวันแรกที่เรามาถึงเลย บรรยากาศตอนนี้เงียบมากจริงๆ เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของแต่ละคน จริงๆ มันก็เงียบมาตั้งแต่ตอนทานมื้อเย็นแล้วล่ะครับ เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะความไม่ลงรอยของสามพี่น้องนี่แหละ ทำให้พวกผมไม่มีใครกล้าพูดหรือเล่นอะไรกันเลย ผมก็ชักเป็นห่วงเจนนี่อีกแล้ว ท่าทางเจนนี่จะงอนรุ่นพี่จียงแบบจริงจัง เพราะแม้แต่หน้าเธอยังไม่ยอมหันไปมองเลยครับ ส่วนคนที่คงจะลำบากใจที่สุด น่าจะเป็นมิโนที่นั่งคั่นกลางสองคนนี้ไว้ ผมเห็นมิโนหันตัวไปทางซ้ายที ทางขวาที เหมือนอยากชวนสองคนนี้คุย แต่ก็ไม่กล้าชวน สุดท้ายก็ได้แต่ก้มหน้านั่งใช้นิ้วเขียนโต๊ะเล่น ส่วนพวกผมก็ได้แต่มองหน้ากันตาปริบๆ เรากำลังรอบุคคลคนสำคัญอยู่ครับ

"เขามาแล้วจ้ะ" ป้าซูลินเดินเข้ามาและมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างจีซู เขามาแล้วจริงๆ ครับ เดินหน้าเครียดเข้ามาเลย จะใครล่ะครับ ว่าที่พ่อตาผมเอง ลุงลักซ์นั่นแหละ และทันทีที่เท้าของแกก้าวเข้าห้องมา

"ข้าไม่อยู่ไม่กี่วัน เกิดเรื่องวุ่นวายถึงขนาดนี้เลยเหรอ" แกว่าแล้วตรงไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตัวแหน่ง

"จียง มินโฮ ทำไมถึงสะเพร่าต่อหน้าที่ขนาดนี้" มาแล้วก็ตำหนิสองพี่น้องทันทีเลยครับ

"ขอโทษครับพ่อ" ทั้งสองคนก้มหน้ารับผิด

"แล้วนี่รู้หรือยังว่าแมงมุมนั่นเข้ามาได้ยังไง" ลุงแกถามหน้าเครียด ในที่สุดผมก็ได้เห็นมุมจริงจังของลุงแกซักที นึกว่าจะมีแต่โหมดหนุ่มใหญ่ช้ำรัก หรือตาลุงคนเพี้ยนอะไรแบบนั้น เห็นมุมแบบนี้ของแกก็เท่ห์ไปอีกแบบนะครับ ค่อยดูเข้ากับหน้าแกหน่อย แล้วผมจะนินทาแกทำไมนิ่ ฮึๆๆ กลับเข้าเรื่องเถอะครับ

"เราเจอนี่พ่อ เอาเข้ามา!" จียงเรียกอกาธอนัสที่ยืนอยู่ด้านนอก อกาธอนัสสองนายยกอะไรเข้ามาไม่รู้ครับเพราะพวกเขาคลุมผ้าเอาไว้ แต่จากลักษณะมันเป็นอะไรที่สูงพอประมาณ น่าจะมีส่วนที่ทำจากไม้ด้วยนะ เพราะผมเห็นไม้โผล่ออกมาในส่วนที่คลุมไว้ไม่มิด ลักษณะเหมือนขาตั้งอะไรซักอย่างมัน 'มันคืออะไรนะ'

"เปิดออก" จียงออกคำสั่งอีกครั้ง แล้วอกาธอนัสทั้งสองก็เปิดผ้าคลุมออกมา จนในที่สุดพวกผมก็เห็นว่ามันคืออะไร

"กระจกนี่...มัน..." จองกุกเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ามันคือกระจก

"นายเคยเห็นเหรอ" มิโนหันมาถามจองกุก 

"ใช่ครับ ผมเคยเห็น เอ่อ...น่าจะในภาพจำลอง" จองกุกตอบ

"ภาพจำลอง ไอ้ยาจมปลักน่ะเหรอ" ผมหันไปถามจองกุก จองกุกพยักหน้าให้ผม

"ยาจมปลัก เรามีกฎห้ามใช้ไม่ใช่เหรอ" ลุงลักซ์เอ่ยขึ้น 'ซวยแล้วยายแคสเปียร์' ผมคิด

"แต่ก็ช่างเถอะ ตกลงกระจกนี่คืออะไร" ลุงลักซ์ถามจองกุกต่อ ดีนะครับที่ลุงแกมัวกังวลกับเรื่องเมื่อคืนกับเมื่อเช้าอยู่ ไม่งั้นยายแคสเปียร์คงโดนจำกัดบริเวณแน่ๆ 

"ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ แต่จากในภาพจำลอง ผมว่ามันเหมือนกระจกผีสิง มันพูดได้ และที่สำคัญมันมีความสามารถในการซ่อน เป็นไปได้ว่าแมงมุมตัวนั้นอาจถูกซ่อนไว้ในกระจกก่อนที่จะถูกปล่อยออกมา" จองกุกอธิบาย ทุกคนดูตั้งใจฟังมากเลยครับ รุ่นพี่จียงเอามือกอดอกก้มหน้านึกคิด ส่วนมิโนนั่งเอานิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเหมือนกำลังประมวณผล และลุงลักซ์ที่นั่งจ้องกระจกนั้นไม่วางตา

"กระจกบานเล็กๆ นี่นะ" แกพึมพำ

"อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละคะ" เจนนี่ที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นหน้านิ่ง เธอโอเคขึ้นแล้วใช่มั๊ยครับ

"ที่ลูกพูดก็ถูก" ลุงแกว่า แต่เจนนี่ไม่ได้ยินดียินร้ายกับพ่อตัวเองเลย ปัญหาของครอบครัวนี้น่าปวดหัวนะครับ ผมก็ไม่ชัวร์ว่าเรื่องอะไร แต่ผมว่าผมพอจะเดาออก แต่ผมก็ไม่ถามเธอหรอกนะ เพราะผมเข้าใจ คงไม่มีใครอยากตอบเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ เดี๋ยวมันจะไปซ้ำเติมเธอเปล่าๆ

"แล้วไปเจอกระจกนี่ที่ไหน" ลุงลักซ์ถามขึ้นอีกครั้ง

"มันถูกตั้งทิ้งไว้ในเขาวงกตครับพ่อ" มิโนตอบ

"แล้วใครเป็นคนเอาไปตั้งไว้" ลุงแกถามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้น่าจะเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบนะครับ เพราะแต่ละมัวแต่ใช้หมองนั่งสมาธิกันอยู่ ผมว่าคงไม่มีใครรู้คำตอบเหมือนกั

"เอ่อ..." หรือจะมี

"คุณลุงคะ" พวกเราหันหน้าไปตามต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย

"เป็นไปได้มั๊ยว่าพวกนั่นอาจจะเอาเข้ามาตอนช่วงวันงานฉลอง" จีซูออกความเห็น ทุกคนทำท่าครุ่นคิดตาม ก่อนจีซูจะพูดต่อ

"คือ...หนูก็ไม่ได้แน่ใจหรอกนะ หนูอาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่ช่วงนั้น...หนูรู้สึกว่าอาจมีคนแปลกหน้าแฝงตัวเข้ามาก็ได้นะคะ" เธอว่า

มันก็มีสิทธิ์เป็นไปได้นะครับ เพราะทุกคนคงมัวแต่ยุ่งกับการเตรียมงานและมัวแต่สนุกกับงานฉลองจนไม่ได้ใส่ใจความปลอดภัยเท่าไหร่ ก็ขนาดอกาธอนัสที่เฝ้าผมวันนั้น เขายังอยากจะไปสนุกด้วยเลย เพราะงั้นก็มีความเป็นไปได้ครับ

"เจ้าของดอกกุหลาบสีเหลืองเหรอ" กุหลาบสีเหลืองอะไรของชูก้าฮยองอีกล่ะครับ

"ไม่ใช่เขาหรอกคะ" จีซูว่า

"ไม่ใช่หมอนั่นได้ไง หมอนั่นก็คงแปลกหน้านะ" อะไรของสองคนนี้ครับ

"ไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิคะ เพราะฉันไม่รู้สึกว่าเขาคือคนแปลกหน้านะ" จีซูตอบชูก้ากลับ

"เธอเคยเห็นหน้าเขาหรือไง ถึงรู้ว่าไม่ใช่" จู่ๆ ชูก้าฮยองกับจีซูก็เถียงกันครับ 

"ไม่เคยค่ะ ฉันแค่รู้สึก แต่ถ้าเขาเข้ามาได้ คนอื่นก็ต้องเขามาได้สิ" และดูเหมือนชูก้าฮยองจะรู้ตัวว่าเถียงไปก็ไม่ชนะก็เลยเงียบลงแล้วมองจีซูนิ่ง มางอนกันตอนนี้ก็ได้เหรอครับ 

"ข้าว่าช่างมันไปเถอะ เถียงกันไปก็ไม่ได้อะไร ยังไงซะเจ้าของกระจกคงหนีไปไกลแล้ว หาวิธีคิดว่าจะทำยังไงกับกระจกนี่ดีกว่านะ" ป้าซูลินเข้ามากู้สถานการณ์ ผมว่าจีซูคงยังไม่รู้ว่าไอ้ฮยองของผมกำลังงอนอยู่ เพราะเธอกลับไปให้ความสนใจกระจกนั้นตามแม่เธออีกครั้ง ไม่ได้รู้เรื่องเลย

"หนูเสนอให้เอาไปทิ้งเลยคะ ไม่ก็ทุบมันให้แตกๆ ไปซะ กระจกผีสิงแบบนี้ กำจัดไปได้ก็ดี" จีซูเสนอ แต่ว่า...

"อ่า" ป้าซูลินเป็นอะไรก็ไม่รู้ครับ

"อ่า"

"แม่...แม่เป็นไรคะ" จีซูจับไหล่แม่ตัวเองหลังจากที่เห็นป้าซูลินเอามือกำอกแน่น

"อ่า"

"แม่คะ" ป้าซูรินหลับตาเหมือนกลั้นความเจ็บปวดไว้เลยครับ

"เจ้าเป็นอะไรไปซูลิน" ลุงลักซ์ถามขึ้น ตอนนี้พวกผมบ้างคนเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วครับ

"อ่า...ข้า...ข้ารู้สึกเหมือน..."

"ฮิๆๆ ฮิๆๆ" เสียงหัวเราะแหลมปริศนาดังขึ้นมา เสียงใครล่ะครับ

"ฮิๆๆ รู้สึกเหมือนกำลังจะตายอีกครั้งเหรอซูลิน" เสียงปริศนาพูดกับป้าซูลิน เหมือนมันดังมาจากกระจกเลยครับ แต่ในกระจกไม่มีอะไรเลยนะ นอกจากภาสะท้อนของพวกผม เพราะแบบนี้เหรอครับไอ้กุกถึงบอกว่ามันเป็นกระจกผีสิง

"คาร์เมน!" จีซูเอ่ยขึ้น คาร์เมนคือผู้นำของอกาธัซใช่มั๊ยครับ โห! ครั้งนี้มาด้วยตัวเองเลยเหรอ

"หยุดเดี๋ยวนี้! หยุดทำร้ายแม่ฉัน!" จีซูพูดกับกระจกขณะที่พยุงป้าซูลินไว้

"ข้าจะหยุดได้ยังไง ในเมื่อข้ายังไม่ทันได้ทำอะไรนางด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ" เสียงจากกระจกว่า

"อ่า!" ป้าซูลินแกไหวแน่นะครับ ผมเห็นแกหน้าซีดไปแล้ว

"โธ่ๆๆ ซูลิน แค่ได้กลิ่นข้า เจ้าถึงกลับกลัวจนตัวสั่นเชียวเหรอเนี่ย สงสัยภาพวันนั้นคงตราตรึงใจเจ้าน่าดู" เสียงนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจปนเย้ยหยัน สะตอสุดๆ เลยครับ ผมชักอยากเห็นหน้ายัยคาร์เมนอะไรนี่แล้วสิ

"แม่คะ" จีซูเหมือนจะใช้พลังรักษาแม่ตัวเอง

"หยุดเดี๋ยวนี้คาร์เมน! ชักจะล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว รู้หรือไม่ว่าการกระทำของเจ้าจะนำพาซึ่งสงคราม" ลุงลักซ์เอ่ยขึ้น แต่หลังจากที่ลุงแกว่า จู่ๆ ก็เกิดควันประหลาดสีดำลอยมาจากกระจายบานนี้ครับ 

"ทุกคน! ถอยออกห่างจากกระจกนั่น!" จองกุกตะโกนขึ้น แต่ก่อนที่พวกเราจะได้ขยับออกไป ควันนั่นก็ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็


ฟึ้บ!/ฟิ้ว!


เจนนี่กับมิโนเคลื่อนตัวด้วยความเร็วไปที่ควันกลุ่มนั้น มือของทั้งสองถือมีดจ่อไปที่กลุ่มควัน ก่อนกลุ่มควันนั้นจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นร่างของหญิงสาววัยกลางคนที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ 

"และท่านรู้หรือไม่ลักซ์ ว่าการกระทำของลูกท่านจะนำพาซึ่งสงครามเช่นกัน" นี่เหรอครับคาร์เมน เห็นแวบแรกก็รู้เลยครับว่านี่ตัวร้าย เธอมีผมยาวสีน้ำตาลแดงที่ถูกจัดทรงมาอย่างดี ดวงตาเฉี่ยว คิ้วคม ปากแดง หน้าตอบหน่อยๆ เธอใส่ชุดเหมือนพวกผมเลยครับ เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวแขนยาว กางเกงสีดำ เข็มขัดหนังสีดำแต่หัวเข็มขัดไม่ได้เป็นสีทองรูปพระจันทร์เสี้ยวและดวงอาทิตย์เหมือนของพวกผม หากแต่เป็นหัวเข็มขัดสีเงินรูปกระโหลกของอะไรสักอย่าง ผมเดาว่าเป็นสัตว์ปีกนะ เพราะมันมีจงอยปากด้วยแหละ และรองเท้าบูทสีดำ ดูคล่องแคล่วทะมัดทะแมงพอตัว

"มินโฮ เจนนี่ เก็บอาวุธ" ลุงลักซ์ออกคำสั่ง แต่ทั้งเจนนี่และมิโนไม่มีใครฟังพ่อตัวเองเลยครับ

"ข้าบอกให้เก็บอาวุธ!" 

"แต่พ่อ!" มิโนพยายามจะท้วง แต่โดนลุงลักซ์ทำหน้าขรึมใส่ เขาจึงค่อยๆ ลดดาบที่จ่อร่างคาร์เมนลงก่อนจะเปลี่ยนดาบเป็นกำไล ส่วนเจนนี่

"ท่านช่างขี้ขลาดนัก เกรงกลัวสงคราม ไม่ยักเหมือนลูกสาวท่าน กล้าหาญเหมือนแม่ไม่มีผิด" ใช่ครับ เจนนี่ยังคงจ่อมีดไว้ที่คอคาร์เมนไม่ยอมขยับ สายตาเธอแน่วแน่มากเลยครับ

"หรือเพราะเป็นลูกนอกคอกกันนะ" คาร์เมนพูดเหยียดเจนนี่ แถมยังแสยะยิ้มส่งให้เธออีก ผมว่าเจนนี่คงกำลังจะเดือดแน่ๆ ครับ และก็เป็นอย่างที่ผมคิด

"ถ้าแกพูดอีกคำเดียว มีดนี่ได้เฉือนคอหอยแกแน่" เจนนี่เอ่ยแถมจ่อมีดเข้าไปใกล้คาร์เมนอีก แต่ดูเหมือนตัวร้ายของเราไม่ได้รู้สึกกลัวคำขู่ซักกะนิด เพราะคาร์เมนกับยิ้มชอบใจ ก่อนจะหันไปทางลุงลักซ์แล้วพูดว่

"เจ้าคิดว่าพ่อของเจ้าจะยอมให้ทำอย่างนั้นเหรอ" แล้วนางก็ยักคิ้วให้ลุงลักซ์ ก่อนที่จะหันไปกระซิบอะไรกับเจนนี่ไม่รู้ครับ จนเจนนี่...


"เจนนี่!"


"อ๊าย!" เสียงสาวๆ กรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นเจนนี่กำลังจะเฉือนคอหอยของคาร์เมนจริงๆ

"ยัยเจน!" แต่ดีครับที่มิโนคว้ามือและตัวเธอไว้ทัน ทำให้คาร์เมนโดนแค่เฉียดๆ เท่านั้น แต่ก็พอจะเห็นเลือดซึมๆ ออกมา แต่คาร์เมนคงไม่รู้สึกอะไรเลย และดูเหมือนจะชอบด้วยซ้ำ เพราะนางยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะใช้นิ้วปาดเลือดที่คอแล้วเอามาดู ก่อนจะพูดว่า

"สีสวยจัง อ่า...ข้าเพิ่งเคยเห็นเลือดตัวเองครั้งแรก เพราะเจ้าเลยนะเด็กน้อย" และนางก็ป้ายนิ้วที่เปื้อนเลือดกับหน้าของเจนนี่ มันเป็นรอยนิ้วสีแดงเลยครับ 'โรคจิต' ถ้าให้ผมคิดตอนนี้เจนนี่คงอยากระเบิดอยู่แล้ว เพราะเธอหายใจแรงไม่เป็นจังหวะเลย แต่เพราะมีมิโนค่อยคุมอยู่เธอเลยไม่สามารถทำได้ ส่วนผมก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้เธอใจเย็น

"อย่ายัวะลูกข้าคาร์เมน" ลุงลักซ์บอกคาร์เมน นางถึงหันมาหาลุงลักซ์ แล้วยิ้มสวยก่อนจะพูดว่า

"ไม่ยัวะลูกท่าน แต่ให้ยั่ว อุ้ย! โทษที ฮึๆๆ...แต่ให้ยัวะท่านแทนเหรอลักซ์" ผมเห็นสีหน้าสี่คนพ่อลูกดูหน้านิ่งไม่สบอารมณ์มากเลยครับ แต่ยัยผู้หญิงคนนี้โลกจิตจริงๆ นะครับ ขนาดผมไม่เกี่ยวผมยังหมั่นไส้เลยอะ

"พูดจาอะไร ให้เกียรติพ่อข้าด้วย" รุ่นพี่จียงบอกเสียงเข้ม

"เกียรติ...แบกไว้ก็หนักเปล่าๆ ใช่มั๊ยคุณหนู" เมื่อไหร่นางจะเลิกหันไปยัวะเจนนี่สักทีครับ ผมชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ และเจนนี่คงอยากกระชากหัวนางอยู่แล้ว

"พูดธุระของเจ้ามาดีกว่าคาร์เมน อย่ามัวเล่นลิ้นพูดเรื่องเสียเวลาอยู่เลย" ลุงลักซ์ขัดขึ้นมา

"โธ่ๆๆ แม้แต่พ่อเจ้ายังเห็นว่าเป็นเรื่องเสียเวลาเลย...คุณหนู"


ปัง!


"คาร์เมน!" ลุงลักซ์ของขึ้นแล้วครับ

"ข้าแค่ล้อเล่นน่ะลักซ์ แต่...โอ๋ๆๆ คุณหนูอย่าเพิ่งโมโหจนร้องไห้สิจ้ะ" นางว่าแล้วใช้มือเช็ดน้ำตาให้เจนนี่ ทำเกินไปแล้วนะ! เจนนี่น้ำตาซึมออกมาจริงๆ ครับ ผมล่ะอยากบอกมิโนให้ปล่อยตัวเธอได้แล้ว เธอโกรธจนตัวสั่นและกัดฟันแน่นเลยครับ เธอต้องการคนปลอบนะแบบนี้

"คาร์เมน! อย่าแตะต้องลูกข้า" ลุงลักซ์ออกคำสั่ง คาร์เมนจึงเอามือออกจากหน้าเจนนี่ แล้วหันไปบอกลุงลักซ์ว่า

"รักดอกจึงหยอกเล่น ลูกสาวท่านน่ารักจะตาย แต่ไหนเป็นลูกชังก็ไม่รู้" พูดจี้ใจดำเจนนี่อีกแล้วครับ จับผู้หญิงทุ้มจะโดนด่ามั๊ยครับ ผมสงสารเจนนี่อะ เธอโดนทุกทางเลยนะวันนี้ เธอต้องรู้สึกแย่มากๆ แน่ๆ

"พูดธุระของเจ้ามาคาร์เมนอย่าเบี่ยงประเด็น" ลุงลักซ์พยายามใจเย็น

"ก็ได้ๆ ข้าก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน" คาร์เมนหันมาเผชิญหน้ากับลุงลักซ์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้รอยยิ้มได้หายไป สายตาของนางมีแต่ความแน่นิ่งแน่วแน่ ก่อนจะพูดเสียงดังก้องว่า

"ข้ามาเพื่อจะบอกท่านว่า สงครามแห่งเรา จะเริ่มในอีกไม่ช้า ไม่ว่าท่านจะอยากหรือไม่ แต่ข้าจะเป็นคนยื่นมันให้ท่านเอง" นางว่าแล้วกวาดตามองทุกคนในห้อง ก่อนจะพูดต่อว่า

"นี่คือสารจากอกาธัซ..." นางเกริ่น

"ยามเมื่อจันทร์ไร้แสงอีกครา ยามนั้นกลองชัยแห่งอกาธัซจะกึกก้อง กลบความรุ่งโรจน์แห่งอกาธอน เราจะล้างอกาธาด้วยเลือดบริสุทธิ์" ดูสีหน้าของอกาธอนในห้องนี้สิครับ แต่ละคนตั้งใจฟังนางสุดๆ และสีหน้าก็เครียดขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มจะขนลุกแล้วนะ เหมือนสุดท้ายสงครามที่ลุงลักซ์แกพยายามจะหลีกเลี่ยง มันก็ยังต้องเกิดอยู่ดี และลุงแกก็คงต้องเข้าร่วมถึงแม้จะไม่เต็มใจก็เถอะ

"อ่อ ที่สำคัญท่านอย่าลืม..." นางหันกลับไปหาเจนนี่อีกแล้วครับ จะพูดกับลุงลักซ์ไม่ใช่เหรอครับ ชักจะเอ็นดูเจนนี่มากเกินไปแล้วนะ

"อย่าลืม...ชวนพวกทาธารัสมาเข้าร่วมด้วยล่ะ สนิทกันไม่ใช่เหรอ เนาะ...คุณหนู" คาร์เมนยิ้มส่งท้ายให้เจนนี่ด้วยครับ แล้วเจนนี่ก็...


ตุ้บ!


"โอ้ย! ยัยเจน!"


ปั๊ก!




Jennie talk...


"เนาะ...คุณหนู" คาร์เมนส่งยิ้มมาให้ฉัน 'ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!'


ตุ้บ!


"โอ้ย! ยัยเจน!" ฉันกระแทกศอกใส่มิโนจนพี่แกเผลอปล่อยมือจากตัวฉัน ก่อนที่ฉันจะ


ปั๊ก!


ใช้มีดปักกระจกจนกระจกนั้นร้าว แล้วร่างของคาร์เมนก็ค่อยๆ กลับกลายเป็นควันสีดำอีกครั้ง ก่อนควันนั้นจะฟุ้งกระจายไปทั่วห้องและจางลงจนในที่สุดควันนั้นก็หายไป ฉันจึงค่อยดึงมีดเอามาแล้ว...


เกร้ง!


ฉันขว้างมีดลงบนพื้น ก่อนจะหอบหายใจแรงเพราะความโกรธ และพยายามหลับตาเพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ฉันไม่กล้ามองหน้าคนในห้องนี้แล้ว เพราะฉันเพิ่งแสดงด้านมืดของฉันไปนะ แม้แต่กับจีมิน ฉันยังไม่กล้ามองสบตาเขาเลย มันเป็นเพราะยัยคาร์เมน ตั้งแต่ที่ยัยนั่นกระซิบบอกฉัน 'หมาหัวเน่า' มันทำให้ฉันว้าวุ่นไปหมด

"พ่อ...พี่..." มิโนเป็นคนแรกที่เอ่ยออกมาหลังสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อครู่

"ผมว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ" มิโนหันไปบอกพ่อกับพี่จียง

"บอกยัยเล็กไปเหอะ" มิโนเหมือนจะหมดความอดทนเหมือนฉันเลยค่ะ แต่...บอกฉันเหรอคะ จะใช่เรื่องที่ฉันคิดเปล่านะ

"ใช่พ่อ" พี่จียงเอ่ยก่อนจะพูดต่อ "มันน่าจะถึงเวลาแล้ว" คือพวกพี่กับพ่อกำลังจะบอกความลับตลอดหลายปีที่พวกเขาปิดฉันไว้ใช่มั๊ยคะ 

'ความลับอะไรกันแน่' นี้ทำให้ฉันรอคำตอบของพ่ออย่างใจจดใจจ่อเลยนะ ความลับที่ทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวตลอดหลายปีที่ผ่าน ความลับที่พรากแม่ไปจากฉัน ความลับที่ว่า 'อะไรกันแน่' 

ฉันเห็นพ่อก้มหน้าคิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะถอนหายใจหนึ่งครั้ง พ่อหันไปมองหน้าพี่จียง พี่มินโฮ ป้าซูลิน พี่จีซู โรเซ่ ลิซ่า พวกบังทัน และสุดท้ายคือ ฉัน พ่อแสดงสีหน้าเหมือนหมดหนทาง ก่อนจะถามฉันว่า

"ลูกอยากรู้ใช่มั๊ย เบื้องหลังสัญญาฉบับที่สองนั่น" ฉันจึงพยักหน้ารับและตอบว่า

"ใช่ค่ะ" 

"คำตอบนั้น..." พ่อก้มหน้าและถอนหายใจอีกครั้ง ความลับที่ว่ามันต้องสำคัญมากแน่ๆ เลยคะ 

"อยู่ที่เขาทาธารัส" พ่อเงยหน้าขึ้นมาบอกฉัน และพูดต่อว่า

"จงไปหาความจริงนั้นซะ" หมายถึงให้ฉันไปที่นั่นเหรอคะ แล้วทำไมพ่อไม่บอกมันให้จบๆ ไป

"ถึงพ่อบอก ลูกคงไม่เชื่อ เพราะงั้นจงไปซะ แล้วกลับมาพร้อมกับคำตอบของความลับนั้น" พ่อจะยอมให้ฉันไปจริงๆ เหรอคะ ไปเขาทาธารัส ไปเจอยัยลีนานนะ 

เพื่อความมั่นใจ ฉันจึงมองหน้าหาคำตอบจากพี่ชายทั้งสองของฉัน พี่จียงแค่มองหน้าฉันนิ่ง แต่สายตาบอกว่า 'ไปหาความชัดเจนของแก' 

ส่วนมิโน พี่เขาแค่พยักให้ฉันเป็นสัญญาณว่า 'แกไปเถอะ' ฉันชักอยากรู้แล้วนะว่าเบื้องหลังสัญญาฉบับที่สองมันคืออะไรกันแน่

"ข้าอยากให้พวกเจ้าไปกับเจนนี่ด้วย" พ่อฉันบอกกับพวกเมมเบอร์สามคนที่เหลือ

"ถึงคุณลุงไม่บอก ยังไงพวกเราก็ไปอยู่แล้วค่ะ" ลิซ่าว่า

"แล้วพวกผมล่ะครับ" จีมินเอ่ยขึ้น พ่อฉันจึงหันไปให้ความสนใจพวกบังทันอีกครั้ง พวกเขาก็คงไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน พ่อฉันกวาดตามองพวกบังทันเลยพูดว่า

"เรื่องนี้น่ะเป็นเรื่องภายใน ข้าปล่อยให้คนนอกอย่างพวกเจ้าเข้ามาร่วมสงครามครั้งนี้ด้วยไม่ได้หรอก อีกอย่างพวกเจ้าเป็นสามัญคนธรรมดา อาจนำพาสงครามไปยังโลกด้วย" จีมินแสดงสีหน้าผิดหวังอย่างชัดเจน ฉันก็อยากให้เขาไปด้วยนะ แต่เมื่อพ่อฉันออกปากเอง ฉันคงขัดไม่ได้ ยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้ การให้พวกเขาอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว แต่เหมือนที่ปลอดภัยของพ่อจะบั่นทอนกำลังใจของฉันน่ะสิ เพราะว่า...

"เพื่อความปลอดภัยของพวกเจ้า พรุ่งนี้เช้า ข้าจะส่งตัวพวกเจ้ากลับโลก"

"กลับโลก!" ไม่ใช่แค่พวกเขาหรอกนะที่ช็อค พวกฉันก็ด้วย พวกฉันสี่คนหันไปมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย พวกเราไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ พวกบังทันเองก็คงเหมือนกัน 

ฉันมองไปทางพวกเขา แล้วก็พบว่าจีมินมองฉันอยู่ 'เราจะทำยังไงดี' ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฉันอยากให้เขาปลอดภัยก็จริง แต่ฉันก็ยังไม่อยากแยกกับเขานะ 'เราควรทำยังไงกันดี' 

"เอ่อ...คือ..." มีเสียงเอ่ยขึ้นจากในกลุ่มบังทั

"คือจะให้พวกผมกลับพรุ่งนี้จริงๆ เหรอครับ" เจ้าของเสียงถาม 

"ใช่ เจ้ามีปัญหาอะไรงั้นเหรอ" พ่อฉันถาม

"ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ร่างกายผม...คือ สภาพแบบนี้กลับไปยังไงบริษัทต้องสงสัยแน่ครับ" ทายสิคะว่าใคร

"เจโฮปฮยองพูดถูกครับ ขืนกลับตอนนี้พวกเราโดนสอบแน่นอน" จองกุกเสริม พ่อฉันทำท่าครุ่นคิด พ่อจะเปลี่ยนใจมั๊ยคะ

"ไม่ได้" โธ่...ทำไมพ่อต้องมาเข้มงวดตอนนี้ด้วย แต่ก็มีผู้กล้าต่อรองขึ้นมาว่า

"อย่างน้อยให้ฮยองแกหายดีก่อนเถอะครับ อีกอย่าง..." จีมินมองมาที่ฉัน

"พวกผมอยากมีโอกาสลาคนที่นี่เป็นครั้งสุดท้ายด้วย นะครับคุณลุง" ก่อนเขาจะหันไปขอร้องพ่อฉัน พ่อฉันจ้องหน้าจีมินอยู่นาน ฉันเดาคำตอบพ่อไม่ออกอะ แต่ฉันเห็นพ่อถอนหายใจน้อยๆ ก่อนจะพูดว่า

"ไม่..."

"เดี๋ยวคะ!" จู่ๆ จีซูก็โพล้งขึ้นมาคะ แล้วก็ทำหน้าเหรอหล่า ก่อนจะหันไปกระซิบกับยัยลิซว่า "แกสะกิดฉันทำไมเนี่ย"

"มีอะไรจีซู" พ่อฉันถาม 

"คือ...คือ..." เจ้แกน่าจะคิดไม่ทันแน่เลยคะ จึงหันไปบุ้ยใบ้กับลิซ่าประมาณว่า 'ฉันควรพูดอะไรดี' แต่ยัยลิซก็คงคิดไม่ออกแล้วทำไม้ทำมือประมาณว่า 'อะไรก็ได้เจ้' แล้วสองคนนี้ก็สื่อสารกันด้วบสายตาอยู่สองคน จนพี่จียงทนไม่ไหว

"คืออะไรจีซู" สองคนนั้นถึงหยุดการกระทำนั่น ลิซ่าพเยิดหน้าให้จีซูบอกเป็นนัยๆ ว่า 'เอาดิเจ้' จีซูหันกลับไปหาพ่อกับพี่จียงอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ให้ทั้งสองคน และพูดว่า

"คือ..." เจ้แกคิดออกยังคะนี่

"คือ...คนเรานิ่ มีพบก็ต้องมีจาก เป็นเรื่องธรรมดาใช่มั๊ยคะ" เอ่อเจ้...เจ้พูดอะไรของเจ้ ดูหน้าพ่อกับพี่ฉันแล้วคงกำลังคิดอยู่ว่า 'มันกำลังจะสื่ออะไรวะ'

"แล้วตามมารยาทแล้วนั่น..." ตามมารยาทอะไรของเจ้แก 'เอาให้รอดนะเจ้' จีซูกรอกตาไปมาเหมือนพยายามคิดคำพูด ฉันลุ้นไปด้วยเลยว่าเจ้แกจะพูดอะไร

"คือตามมารยาทแล้ว เราควรรู้จักไปลามาไหว้นะคะคุณลุง มารยาทพื้นฐานเลยค่ะ" เจ้แกคิดได้ไงคะ มีพบมีจาก ไปลามาไหว้ แตกต่างอย่างลงตัวชัดๆ ส่วนตอนนี้พ่อฉันคงกำลังประมวลผลคำพูดของจีซูอยู่แน่ๆ เดาไม่ออกเลยค่ะว่าจะออกหัวหรือก้อย พ่อฉันกำลังครุ่นคิดอยู่ค่ะ แต่มีคนช่วยคิดให้เสร็จสรรพแล้วค่ะ

"ใครเห็นด้วยยกมือขึ้นค่ะ" บังทันยกมือกันทั้งวงเลยค่ะ ส่วนพวกเรา

"เอ้า!" จีซูเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าจากเมมเบอร์ทั้งหมดสี่คนมีแค่เจ้แกคนเดียวที่ยกมือขึ้น เจ้แกมองพวกฉันแต่ละคนและส่งสายตามาบอกว่า 'พวกแกทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง

ฉันเข้าใจว่าโรเซ่กับลิซ่าน่าจะแอบเกรงใจพ่อฉันอยู่ ส่วนฉันน่ะแหละ ฉันก็อยากจะยกนะ แต่นั่นก็พ่อกับพี่ นี่ก็จีมิน ฉันขอยกมือในใจก็แล้วกันคะ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ความพยายามของจีซูน้อยลงหรอกนะเพราะ...

"8 ต่อ 6 เสียงข้างมาก พวกหนูชนะค่ะ" นับเอง บอกเอง เสร็จสรรพเลยค่ะ พ่อฉันถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนจะพูดว่า

"ก็ได้" บังทันยิ้มออกกันซักทีค่ะ

"แต่..." แต่ก็ต้องรีบหุบยิ้มกันอีกครั้ง

"แต่เมื่อไหร่ที่โฮซอกหายดีแล้ว ข้าจะส่งพวกเจ้ากลับทันที โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ" พ่อฉันหันไปบอกบังทัน ก่อนจะหันไปหาโรเซ่แล้วพูดว่า

"ส่วนเจ้าแชยอง รีบรักษาตัวให้หายซะ เรามีเวลาไม่มาก"

"ค่ะคุณลุง" โรเซ่รีบรับปาก

"ฟังข้าให้ดี ภารกิจของพวกเจ้าสี่คนคือส่งสาร ไม่ใช่ไปประกาศศึก เข้าใจมั๊ย" ไอ้เข้าใจมั๊ยนิ่ พ่อคงตั้งใจถามฉันแน่ๆ ค่ะ

"ว่ายังไง" พ่อถามอีกครั้ง

"เข้าใจค่ะ!" สามคนนั้นตอบ ยกเว้นฉัน จนพ่อต้องเรียกชื่อฉัน

"เจนนี่" 

"ก็แล้วแต่สถานการณ์" ฉันตอบหน้านิ่ง พ่อก็มองฉันหน้านิ่งเหมือนกัน

"น้องมันคงหมายถึงสบายใจได้น่ะพ่อ" มิโนแก้ต่างให้ฉัน

"งั้นวันนี้ก็เอาไว้แค่นี้ ข้าต้องไปประชุมต่อที่ชายแดน แยกย้ายได้" แล้วพ่อฉันก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ก่อนที่พ่อจะเดินออกไป

"จียง มินโฮ อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก" แล้วพ่อก็เดินหน้าเครียดออกจากห้องไป ฉันไม่ค่อยได้เห็นพ่อเครียดหนักขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

"ป้าขอตัวก่อนนะ" ป้าซูลินว่า

"หนูไปส่งค่ะแม่" แล้วจีซูก็พาป้าซูลินออกไป

"เจนนี่" พี่จียงเรียกฉัน ฉันหันไปตามเสียง แล้วพี่เขาก็บอกกับฉันว่า

"ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน" พี่เขามองหน้าฉัน เหมือนพยายามจะสื่ออะไรกับฉัน

"ไปกันมินโฮ" แต่พี่จียงกลับรีบเดินนำมิโนออกไปก่อน

'ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน' เหมือนที่แอมโฟร์พูดเลยคะ 

'เหตุผลอะไรกันแน่'



.........จบ PART 86.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1076 Njwwwwwwww (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 20:24
    ไม่อยากให้บังทันกลับโลก
    #1,076
    0
  2. #1074 -wa-ya- (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 23:14
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอะค่ะ ลุ้นมากเลย ท่ามกลางสถานการณ์ตรึงเครียดนั้นทำไมชิชูต้องตลก 55555 แล้วที่พี่ก้างอนเนี่ยจะต้องง้อมั้ยคะหรือเอาไว้ก่อนรบก่อนค่อยง้องี้ ชอบเวลาเห็นพี่ก้าหึง ชอบจริงๆ เรื่องของเจนนี่ก็คาใจ รีบมาต่อเร็วๆนะคะ
    #1,074
    0
  3. #1073 KesineeChumsri (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 21:05
    สงสารเจนดึกอ่าา บังทันอย่าเพ่ิ่งกลับน้าา รอค่าา
    #1,073
    0
  4. #1072 fresh-- (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 16:35
    รอค่าาาา
    สงสารเจนง่ะ
    #1,072
    0
  5. #1071 G_0520 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 15:31
    ต่อนะคะ คือค้างมากกกกก
    จากการมโน รีดเดอร์คิดว่าเจโฮปต้องแกล้งจีบโรเซ่แน่นอน อิอิ
    #1,071
    1
    • #1071-1 S_mewon(จากตอนที่ 92)
      1 พฤษภาคม 2560 / 17:50
      อิอิ อยากจิเชียร์พี่โฮป ฮ่าๆๆ
      #1071-1
  6. #1070 Lizkookkkkk (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 15:11
    ไม่อยากให้บังทันกลับบ55 รีบมาต่อนะคะะะะ
    #1,070
    0
  7. #1069 MTCK (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 15:05
    ติดตามตอนต่อไปค่าาา มาไวๆ
    #1,069
    0