Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 90 : PART 84 : เจนนี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jennie talk...


ฟึ้บ!


"ฮือๆ" ฉันมาโผล่ที่ไหนเนี่ย ฉันมองไปยังพื้นน้ำเบื้องหน้า 'ทะเลสาบ' มาโผล่อยู่ข้างทะเลสาบนี่เอง

"ฮือๆ ฮึก" ฉันโมโหถึงกับร้องไห้ออกมา พี่จียงไล่ฉัน พี่เขาไล่ฉัน เพราะผู้หญิงคนนั้นเหรอ 'ลีนาน' ฉันเดินมาหยุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วทรุดนั่งลง

"ฮือๆๆ" ฉันคิดถึงแม่ค่ะ ตั้งแต่วันงาน ฉันก็ไม่ได้เจอแม่อีกเลย ถึงแม้แม่บอกจะส่งสารมาหาทุกอาทิตย์และพยายามจะแอบมาเจอฉันทุกเดือนก็เถอะ แต่ครอบครัวเราควรอยู่พร้อมหน้ากันไม่ใช่เหรอ ที่ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะผู้หญิงคนนั้น



หลายปีก่อนหน้า...


"ลีนาน" เสียงแม่ดังมาจากห้องทำงานของพ่อฉัน

"ลีนานอีกแล้ว ท่านมีธุระอะไรกับนางนักหนาลักซ์" เด็กหญิงเจนนี่ในวัยสิบขวบกำลังแอบฟังอยู่ด้านหลังประตูโดยไม่ให้ผู้ใหญ่ทั้งสองรู้ แม่ฉันยืนกอดอกอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ส่วนพ่อฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะ

"ท่านไม่บอกธุระของท่านไม่เป็นไร งั้นช่วยอธิบายผ้าพันคอที่ท่านใส่อยู่ให้ข้าฟังสักหน่อยได้มั๊ยว่าใส่ทำไม" พ่อฉันใช้มือแตะผ้าพันคอเล็กๆ มันเหมือนแฟชั่นยุคเก่า ผ้าพันคอผืนเล็กลายดอกที่พวกป้าๆ สมัยก่อนนั้นชอบใส่กัน แต่ดูเหมือนพ่อฉันก็คงจะชอบด้วย

"แฟชั่นน่ะลูน่าร์ ชายใหญ่เป็นคนเลือกให้ข้าเลยนะ" พี่จียงเลือกผ้าพันคอลายดอกให้พ่อ จริงดิ?

"ถอดออก" แม่ฉันเหมือนจะสงสัยอะไรเลยคะ และพ่อฉันก็ทำตัวน่าสงสัยอึกอักไม่ยอมถอดซะด้วย

"ลมมันเย็นน่ะลูน่าร์" ดูพ่อฉันพูด

"หน้าร้อนเนี่ยนะ" แม่ฉันย้อน

"อย่าให้ข้าต้องเป็นคนลงมือเอง" สมกับเป็นภริยาท่านผู้นำจริงๆ คะแม่ฉัน แต่เมื่อย้อนกลับมามองท่านผู้นำที่ตอนนี้นั่งทำหน้าหมดหนทางสู้อยู่บนเก้าอี้ พ่อฉันถอนหายใจก่อนจะค่อยๆ ถอดผ้าพันคอผืนนั้นออก เผยให้เห็น...

'เฮ้อ!' ฉันเกือบเผลอหลุดปากออกไป แต่โชคดีที่เอามือปิดปากไว้ทัน ก็นั่นมัน 'รอยกัด?' ฉันเห็นนะว่ามันเป็นรอยเขี้ยวสองเขี้ยวที่บริเวณคอข้างซ้ายของพ่อฉัน และฉันก็เห็นว่าแม่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

"ท่านมันเหลวไหลสิ้นดี" แม่ฉันว่า น้ำเสียงเย่อหยิ่งบ่งบอกว่า 'ข้าโกรธแล้ว'

"อย่าเพิ่งกริ้วไปลูน่าร์ ข้าทำเพราะข้ามีเหตุผลนะ" พ่อฉันว่า

"เหตุผลอะไรที่ท่านต้องยอมเอาเลือดไปแลก" แม่ฉันถาม เรื่องนี้ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมพ่อถึงยอมเป็นอาหารให้กับลีนาน

"มันเป็นข้อตกลงน่ะลูน่าร์" พ่อฉันว่า แล้วคิดว่าแม่ฉันจะเชื่อมั๊ยคะ

"ข้อตกลง ข้อตกลงอะไร ข้อตกลงระหว่างท่านกับนางงั้นเหรอ" 

"ไม่ใช่ลูน่าร์ มันคือข้อตกลงระหว่างอกาธอนกับทาธารัส" พูดง่ายๆ ก็ข้อตกลงของพวกฉันกับพวกตัวเย็นสินะ แต่พ่อจะทำข้อตกลงไปทำไมอีก ในเมื่อเราเคยทำมาแล้วตั้งหนึ่งฉบับ

"ข้อตกลงฉบับที่สองอย่างนั้นเหรอ" แม่ถามพ่อ พ่อจึงพยักหน้ารับ ฉันเห็นแม่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เป็นสัญญาณให้รู้ว่าแม่กำลังพยายามข่มอารมณ์อยู่

"ท่านทำข้อตกลงอีกฉบับ แต่ไม่บอกข้าสักคำ ทำไมกันลักซ์ ข้อตกลงนี้แม้แต่ข้ายังรู้ไม่ได้เลยเหรอ" พ่อฉันส่ายหน้าบอกประมาณว่า 'มันไม่ใช่อย่างนั้นลูน่าร์'

"ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น แล้วบอกข้าหน่อยได้มั๊ย ว่าข้อตกลงนั้นว่าด้วยเรื่องอะไร" ฉันเห็นสีหน้าลำบากใจของพ่อนะ ทำไมพ่อต้องรู้สึกลังเลแบบนี้ด้วย พ่อต้องบอกแม่ไปสิ บอกแม่ให้เข้าใจ 'บอกไปสิ' ฉันได้แต่ภาวนาอย่างนี้ในใจ แต่ก็คงได้แค่ภาวนา เพราะ...

"ข้าบอกไม่ได้"


ปัง!


ฉันสะดุ้งตกใจหลังจากที่เห็นแม่ตบโต๊ะเสียงดัง

"ท่านมีความลับมากไปแล้วลักซ์! ข้าทำใจเชื่อท่านมาตลอด แต่ท่านก็หลอกลวงข้ามาตลอดเช่นกัน" หลอกลวงเหรอคะ พ่อหลอกอะไรแม่ ทำไมแม่ถึงโมโหขนาดนี้

"หลอกลวงข้าไม่พอ ท่านยังหลอกหลวงลูกด้วย" ลูกเหรอ? นี่ฉันกับพวกพี่ๆ ก็ด้วยเหรอ

"วันเกิดยัยเล็ก ท่านไปหมุดหัวอยู่ที่ไหน เขาทาธารัสใช่มั๊ย" แม่ฉันว่า แต่วันเกิดฉัน...

"ข้าก็อยู่กับพวกเจ้าไง เราตัดเค้กและดื่มฉลองกันอย่างมีความสุขไง" นั่นสิคะ พ่อก็อยู่กับพวกเรา ฉันยังจำได้อยู่เลยว่าพ่อยังให้กำไลเวทย์ชิ้นแรกเป็นของขวัญแก่ฉัน

"ท่านคิดว่าข้าเขลานักเหรอลักซ์ คิดว่าข้าไม่รู้หรือไงว่าใครคือสามีข้า" แม่พูดเรื่องอะไรคะ

"ท่านคิดว่าแหวนนั้นมันวงเล็กนักเหรอ จริงอยู่ที่วันนั้นท่านใส่เสื้อคลุมยาวปิดไม้ปิดมือ แต่ข้าผู้เป็นภรรยา ข้ารู้แน่ว่าชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ข้าตอนนั้น ไม่ใช่สามีข้า เขาไม่ใช่เจ้าลักซ์" อะไรกันคะ ผู้ชายที่อุ้มฉันนั่งบนตักแล้วเป่าเค้กด้วยกัน ผู้ชายที่สวมกำไลเวทย์ให้ฉัน ผู้ชายที่ยิ้ม หัวเราะ และอวยพรวันเกิดให้ฉันเมื่อครั้งก่อน เขาไม่ใช่พ่อของฉันเหรอคะ แล้วเขาเป็นใคร ฉันสับสนไปหมดแล้วนะ

"พ่อเลี้ยงท่านเล่นละครได้ดีจริงๆ นะ" ผู้ชายคนนั้น 'ปู่ไบรอคเหรอ' จู่ๆ น้ำตาฉันก็ไหลออกมา พ่อหลอกฉันจริงๆ เหรอ

"ใช่มั๊ยลักซ์" มันไม่จริงใช่มั๊ย 'พ่อไม่ได้หลอกหนูใช่มั๊ย' แล้วฉันก็ได้คำตอบ

"ข้าขอโทษลูน่าร์" เมื่อได้ยินคำตอบ ฉันก็เริ่มสะอื้นอย่างหนัก จนต้องเอามือขึ้นมาปิดปากตัวเอง ฉันค่อยๆ ย่อตัวลง แล้วนั้งงอเขาสะอึกสะอื้นอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานที่ฉันแอบอยู่ 

"ท่านช่างเห็นแก่ตัวนัก เอาเวลาของครอบครัวไปหาความสุขใส่ตัว ท่านทำได้ยังไง" แม่ฉันเดือดจนได้

"ไม่ใช่อย่างนั้นนะลูน่าร์" พ่อฉันร้องบอกอย่างเหนื่อยใจ

"ไม่ซื่อสัตย์! นี่หรือคือคนที่ข้าควรใช้ชีวิตอยู่ด้วย นี่หรือคือคนที่ควรเป็นแบบอย่างของลูก นี่หรือคือตัวตนที่แทนจริงของท่าน ลักซ์" แม่ตัดพ้อ น้ำเสียงบอกให้รู้ว่าแม่ผิดหวังมากแค่ไหน

"ลูน่าร์"

"ข้าจะให้โอกาสท่านอีกครั้ง เป็นโอกาสสุดท้าย บอกความจริงข้ามาลักซ์ ท่านไปหาลีนานทำไม" แม่ฉันถาม คำว่า โอกาสสุดท้ายของแม่ ฉันรู้ค่ะว่ามันหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ และพ่อก็น่าจะรู้เหมือนกัน ฉันว่าพ่อควรบอกความจริงกับแม่ได้แล้วนะ แต่ฉันคงคิดผิด

"ข้าขอโทษลูน่าร์" นี่พ่อฉันจริงๆ เหรอคะ ทำไมพ่อไม่พูด ไม่อธิบายอะไรเลย แม่ต้องการคำอธิบายนะ

"เก็บคำขอโทษของท่านไว้เถอะ ข้าคงรับมันไม่ได้" แม่ฉันว่า 

"ลูน่าร์"

"ข้าต้องการแค่ความชัดเจนลักซ์ แต่ท่านไม่เคยให้ข้าได้เลย เมื่อไหร่ท่านถึงจะให้คำตอบข้าได้" แม่ฉันถาม แต่คำตอบของพ่อฉันคือ...

"เมื่อถึงเวลา ลูน่าร์" ฉันรู้ได้ทันทีเลยว่าแม่ต้องผิดหวังเข้าไปอีกแน่ๆ คนชัดเจนแบบแม่ คำตอบแบบนี้คงเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ ฉันเห็นแม่ก้มหน้านิ่ง ส่วนพ่อก็ไม่กล้ามองหน้าแม่เช่นกัน จนในที่สุดแม่ก็พูดออกมา

"ฮึ...เมื่อถึงเวลา" ก่อนจะตามมาด้วยประโยคที่เป็นจุดเปลี่ยนของครอบครัวเรา

"ไม่ต้องรอให้ถึงเวลานั้นหรอก เพราะข้าคงไม่อยู่ให้ท่านได้บอก" แม่พูดอะไรน่ะคะ

"เจ้าหมายความว่ายังไงลูน่าร์" พ่อฉันถามหน้าเครียด

"ข้าจะกลับบ้าน" ไม่นะ! นี่ยิ่งทำให้ฉันแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ฉันร้องไห้ตัวสั่น มือที่เคยใช้ปิดปากตอนนี้มันโดนฉันกัดไว้แน่น แม่กำลังจะทิ้งฉันไปเหรอ

"ลูน่าร์ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย" พ่อฉันพยายามห้าม

"ข้าละเลยหน้าที่ของข้ามานานเกินพอแล้ว ท่านว่าท่านทำเพื่ออกาธอน คงไม่ผิดที่ข้าจะทำเพื่อบ้านข้า"

"ลูน่าร์ แล้วครอบครัวเราล่ะ" พ่อถามแม่ นั่นสิ แล้วครอบครัวเราล่ะ แล้วฉันล่ะ

"ข้าทำเพื่อครอบครัวเรามามากเหลือเกินลักซ์ ทั้งหน้าที่แม่ของลูก และภรรยาของท่าน...เป็นภริยาของท่านผู้นำ ข้าทำทุกอย่างก็เพื่อครอบครัว ยอมมาอยู่กับท่านก็เพื่อครอบครัว แต่ครอบครัวที่ข้ารักษา กลับเป็นท่านที่มาทำลายลง แล้วท่านจะให้ข้าทำเช่นไร" แม่ฉันพูดเสียงสั่น ฉันไม่เคยเห็นแม่อ่อนแอแบบนี้มาก่อนเลย

"เจ้าก็รักษามันอีกครั้งสิ" พ่อฉันว่าน้ำตาคลอ

"ข้าอยากจะรักษามันลักซ์ แต่ข้าทำคนเดียวไม่ได้ ข้ารักษาครอบครัวนี้เพียงคนเดียวไม่ได้...ข้าต้องการท่าน" 

"ข้าก็อยู่นี้ไงลูน่าร์!" พ่อฉันลุกขึ้นยืน

"ข้าอยู่นี้! อยู่ตรงหน้าเจ้า! ข้าพร้อมที่จะรักษาครอบครัวของเรา บ้านของเรา เจ้าไม่ได้ทำมันคนเดียว เจ้ามีข้าลูน่าร์ เจ้ามีข้า!" พ่อฉันคงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกแล้ว

"กับเจ้าที่ไม่ใช่เจ้า ข้าทำไม่ได้จริงๆ" แม่พูดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดกับพ่อเป็นประโยคสุดท้าย

"ลาก่อนลักซ์" แล้วแม่ก็หันหลังกลับ ตอนนี้ฉันก็เพิ่งเห็นว่าแม่ฉันก็ร้องไห้เป็น น้ำตาที่นองหน้านั้นมันทำให้ฉันเจ็บปวด แม่ไม่เคยต้องอ่อนแอแบบนี้เลย แม่สูดหายใจลึกแล้วเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินออกมา

"ลูน่าร์" พ่อฉันเรียกตาม แต่แม่ฉันไม่มีแม้แววว่าจะหันหลังกลับ แม่กำลังจะเดินผ่านประตูนี้ไปแล้ว แม่กำลังจะเดินผ่านฉันไปแล้ว นั่นหมายความว่าฉันอาจไม่มีโอกาสได้เจอแม่อีก

"แม่คะ!" ฉันร้องเรียกแม่หลังจากที่แม่เดินผ่านไปไม่กี่ก้าว แม่หยุดเมื่อได้ยินเสียงฉันแต่ก็ยังไม่ยอมหันหน้ามา ฉันจึงเดินออกมาจากที่ซ่อน แล้วเดินไปตรงกลางทางเดินด้านหลังของแม่

"แม่คะ" ฉันร้องเรียกแม่และน้ำตาก็ค่อยๆ ไหลอาบแก้ม ในที่สุดแม่ก็หันกลับมา

"เจนนี่...ลูก" ดูเหมือนแม่จะตกใจเล็กน้อยที่เห็นฉัน แม่ค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉันแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน 

"ลูก" แม่ใช้มือข้างนึงจับไหล่เล็กๆ ของฉัน ส่วนอีกข้างลูบหัวฉันอย่างทะนุถนอม

"แม่คะ...ไม่ไปไม่ได้เหรอ ฮึกๆ" ฉันพูดไปด้วยสะอื้นไปด้วย ฉันส่งสายตาอ้อนวอนไปให้แม่ แม่มองฉันอย่างอบอุ่น ก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตา แล้วบอกฉันว่า

"ลูกของแม่จะต้องโตเป็นผู้หญิงที่สวย เข้มแข็ง และฉลาด ลูกจะต้องหนักแน่นเหมือนแม่ เข้าใจมั๊ยจ้ะ" แล้วแม่ก็สวมกอดฉัน 

"ฮือ งือๆ ไม่คะ ฮือๆ" ฉันร้องไห้ไปด้วยส่ายหัวไปด้วย

"หนูจะโตเป็นแบบงั้นได้ยังไงถ้าหนูไม่มีแม่" ฉันบอกแม่ แม่คลายกอดฉัน ก่อนจะยิ้มบางและค่อยๆ ใช้มือเช็ดน้ำตาให้ฉัน 

"รู้มั๊ยเจนนี่ แม่ไม่ได้หายไปไหนเลย แม่จะอยู่ในนี้" แม่ชี้นิ้วมาที่อกข้างซ้ายของฉั

"และลูกก็จะอยู่ในนี้ของแม่เช่นกัน" แล้วแม่ก็ชี้ที่อกข้างซ้ายของตัวเอง

"เพราะงั้นลูกรัก แม่ไม่ได้หายไปไหน แต่แม่จะอยู่เป็นส่วนหนึ่งของลูก เราจะอยู่ข้างๆ กัน ในใจของกันและกัน" 

"แม่คะ" ฉันกำมือแม่ไว้แน่น แล้วส่งสายตาอ้อนวอนบอกแม่ว่า 'อย่าไปนะ'

"ลูน่าร์" พ่อกำลังจะเดินมาหาเราทั้งสอง 

"แม่รักลูกนะ" แม่จูบที่หน้าผากฉันก่อนจะเอ่ยว่า "บ้าน"


วับ!


แม่หายไปพร้อมกับแสงสีขาวสว่างจ้า แม่...'หายไปแล้ว?'

"แม่!" ฉันรีบคว้าแสงนั้นไว้ แต่สิ่งที่ได้กับมาคือ สะเก็ดเล็กๆ สีขาวบริสุทธิ์เหมือนไข่มุก

"แม่! ฮือๆ แม่!" ฉันคุกเข่านั่งร้องไห้เสียงดัง และใช้มือเขี่ยสะเก็ดที่ตกอยู่เต็มพื้นนั้นไปมาเพื่อหาแม่ 

"แม่! กลับมาหาหนู! กลับมา ได้โปรด ฮือๆ" 

"เจนนี่ๆ ลุกขึ้น ลุกขึ้นลูก" พ่อเข้ามาดึงตัวฉันขึ้น

"ไม่! ฮือๆๆ หนูจะไปหาแม่ หนูจะไปหาแม่! พ่อส่งหนูไปที ส่งหนูไปที!" ฉันร้องคร่ำครวญและใช้มือเขย่าขาพ่อ

"พ่อทำอย่างนั้นไม่ได้ลูก พ่อยอมเสียลูกไปอีกคนไม่ได้" พ่อบอกฉัน ฉันไปหาแม่ไม่ได้จริงๆ เหรอคะ

"ไม่! ฮือๆๆ หนูจะไปหาแม่! พ่อต้องส่งหนูไป! ได้ยินมั๊ยว่าต้องส่งหนูไป!" ฉันร้องโวยวายเอาแต่ใจ

"โธ่ลูกพ่อ พ่อขอโทษๆ" พ่อจะเข้ามากอดฉันแต่ฉันรีบผลักตัวพ่อออก

"พ่อทำให้แม่ทิ้งหนู พ่อทำให้แม่ทิ้งหนู! ได้ยินมั๊ย! ว่าพ่อทำให้แม่ทิ้งหนู! ทั้งหมดเป็นเพราะพ่อ!" แล้วฉันก็วิ่งออกมาพร้อมด้วยน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด

"เจนนี่!"



ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นครอบครัวฉันก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย โดยเฉพาะกับฉัน ที่ยิ่งรู้สึกเป็นเหมือนคนนอกขึ้นไปทุกวัน มันไม่ใช่ว่าพ่อกับพี่ไม่ดูแลฉันเหมือนเดิมนะ แต่ดูแลดีมากกว่าเดิมซะอีก เพียงแต่มีหลายครั้งที่ฉันรู้สึกว่าพวกเขาพยายามปกปิดอะไรฉันอยู่ ทีแรกฉันก็คิดว่าจะเป็นแค่พ่อคนเดียว แต่พี่ชายทั้งสองของฉันก็ด้วย มีอยู่บ่อยครั้งที่พวกเขามักนั่งคุยกันเพียงสามคน และพอฉันเข้าไป ก็ดูเหมือนบทสนทนาของทั้งสามจะไม่ใช่เรื่องเดิมที่คุยกันก่อนหน้า เพราะอย่างนี้ฉันถึงรู้สึกโดดเดี่ยวมาก จนในที่สุดฉันทนไม่ได้ จึงขอพ่อไปอยู่กับญาติที่นิวซีแลนด์ ตอนแรกทั้งพ่อและพี่บอกไม่ยอมท่าเดียวเลยคะ แต่พอฉันบอกว่า 

"ไม่งั้นฉันจะหนีไป แล้วไม่กลับมาที่นี่อีกเลย" ทั้งสามคนก็ยินยอมโดยไม่ค่อยเต็มใจ โดยมีเงื่อนไขว่า

"ลูกต้องกลับบ้านทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละครั้ง" ฉันเห็นว่าทุกเดือนมันเยอะไปคะ เลยบอกพวกเขาว่า

"สามเดือนครั้งค่ะ หนูขอสามเดือนครั้ง" ก็เหมือนเดิมคะ คือทั้งสามคนก็ยังไม่พอใจ ฉันจึงยื่นทางเลือกอีกทางว่า

"งั้นก็เลือกเอานะคะ ว่าจะสามเดือนครั้งหรือปีละครั้ง" ก็แน่นอนว่าพวกเขาเลือก

"สามเดือนครั้ง!" แต่เงื่อนไขของพวกเขาก็ยังมีเสมอ

"แต่แกต้องเอายายแคสเปียร์ไปด้วย" พี่จียงออกคำสั่ง

"ไม่งั้นพวกฉันไม่ยอมให้แกไป และถ้าแกอ้างว่าจะหนีล่ะก็ ห้องดำรอแกอยู่นะยัยเจน" มิโนเสริม ห้องดำเหรอคะ นั้นมันคุกชัดๆ ยังกะขังเดี่ยวแถมยังใช่พลังไม่ได้ด้วย แต่แค่มียายแคสเปียร์ไปด้วย มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรของฉันหรอก

"ก็ได้คะ"



"แกจะไปจริงดิ" พี่จีซูในวัย 11 ขวบถามฉัน

"จริงคะ" ฉันบอกพี่เขา แล้วมองทอดสายตาออกไปตามความกว้างของทะเลสาบ

"พี่ต้องคิดถึงแกมากแน่ๆ เลยอะ" เด็กหญิงจีซูนั่งถอนหายใจอยู่ข้างๆ ฉัน

"อีกไม่กี่ปีเราก็จะ 16 แล้วนิคะ ถึงตอนนั้นแล้วไปเจอกันที่ค่ายของลุงหยางนะ" ฉันหันไปบอกจีซู

"แกพูดแล้วนะ ห้ามแกคืนคำเด็ดขาด" จีซูย้ำกับฉัน

"แน่นอนสิ ฉันลูกแม่ พูดคำไหนคำนั้น" ฉันให้ความเชื่อมั่น จีซูมองหน้าฉันนิ่งก่อนจะเบ้ปากแล้วดึงตัวฉันไปกอด 

"ฉันต้องคิดถึงแกมากแน่ๆ เลย" จีซูตีหลังฉันเบาๆ ก่อนจะคลายกอดแล้วหันมากุมมือฉันแทน เธอส่งสายตาเป็นห่วงมาให้แล้วบอกฉันว่า

"ดูแลตัวเองด้วยนะเจนนี่" แต่นางคงกลังเหงาและไม่อยากให้ฉันไปจริงๆ คะ เพราะนางทำหน้างอจะร้องไห้เหมือนเด็กๆ ก่อนจะอ้าแขนออก แล้วบอกฉันว่า

"มากอดอีกที"

หลังจากนั้นฉันก็ย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์กับยายแคสเปียร์ ปีแรกฉันก็กลับบ้านทุกสามเดือนเหมือนที่บอกพ่อไว้นั่นแหละ แต่พอเข้าปีที่สองก็กลายมาเป็นหกเดือนครั้ง โดยอ้างว่าที่นิวซีแลนด์เกิดโรคระบาดโน้นนี่นั่น บลาๆ ส่วนปีที่สามฉันกลับบ้านแค่ครั้งเดียว โดยอ้างว่า ฉันต้องเรียนปูพื้นฐานอะไรต่อมิอะไร แต่หลังจากนั้น ฉันก็ไม่กลับบ้านอีกเลย แล้วทำไมพ่อกับพี่ไม่มาหาฉันเองน่ะเหรอ ก็ฉันเป็นคนขู่ไว้เองแหละว่าจะหนีไปให้ไกลสุดล่าฟ้าเขียวเลย จนกระทั่งอายุ 16 ฉันจึงทำตามสัญญากับพี่จีซู ย้ายมาเกาหลีโดยมีลุงหยางหรือท่านประธานเป็นผู้ปกครอง นี้เป็นเหตุให้ฉันต้องเจอกับพี่ชายทั้งสองของฉันอีกครั้ง และกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม ยกเว้นกับพ่อที่ฉันยังทำตัวสบายๆ ด้วยไม่ได้จนทุกวันนี้



เหตุการณ์ปัจจุบัน...


"เฮ้อ!" ฉันถอนหายใจออกมา น้ำตาจากการร้องไห้เมื่อครู่แห้งติดหน้าฉันไปแล้ว มันต้องเป็นคราบแน่ๆ เลยค่ะ ฉันจึงเขยิบไปริมทะเลสาบ ใช้มือควักน้ำล้างหน้าตัวเอง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

"อ๊าย!" ฉันตกใจกับใบหน้าใต้น้ำนั้น ก็จู่ๆ เขาก็โผล่มานิ่คะ

"ขออภัยคุณหนู" เจ้าของใบหน้านั้นค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากน้ำ

"ตกใจหมดแอมโฟร์" คนเฝ้าทะเลสาบนั่นแหละค่ะ

"คุณหนูร้องไห้" เขาว่า ฉันจึงจ้องหน้าเขาว่ารู้ได้ยังไง

"ทะเลสาบอยู่ใกล้แค่เอื้อมคุณหนู" เขาบอก

"อย่าไปบอกใครนะ" ฉันบอกเขา

"ข้าน้อมรับ" เขาเอามือทาบอกแล้วโค้งหัวลงเป็นอันว่าตกลง

"ข้ามีของจะให้ท่าน" ฉันส่งสายตาสงสัยไปให้

"ข้าว่าท่านต้องใช้มัน" แล้วเขาก็ชูกำปั้นขึ้นมาตรงหน้าฉัน แล้วแบมันออก ฉันเห็นของที่อยู่ในมือเขาแล้วค่ะ

"ผ้าเช็ดหน้า" 

"ใช่แล้ว ท่านควรรับมันนะ บรรณาการจากข้า" เขาว่าแล้วยื่นมันให้ฉัน ฉันยิ้มออกมาก่อนจะบอกเขาว่า

"ไม่ยักกะรู้ว่าพวกเจ้ามีอารมณ์ขันเป็นด้วย ผ้าเช็ดหน้าเปียกขนาดนี้แล้วข้าจะเช็ดได้ยังไง" 

"งั้นท่านคงต้องขอผืนใหม่จากสามัญคนนั้น" สามัญคนนั้น? ฉันหันไปตามสายตาของแอมโฟร์ 

"จีมิน" ฉันเอ่ยเบาๆ

"ทุกอย่างมีเหตุผลของมันคุณหนู" แอมโฟร์ว่าแล้วดำดิ่งลงไปใต้น้ำอีกครั้ง เขาทิ้งปริศนาไว้ให้ฉันเหรอคะ 'ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน?'

"เจนนี่!" จีมินวิ่งมาทางนี้แล้วคะ สภาพฉันโอเคเปล่าเนี่ย 

'ตายแล้ว!' ฉันเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในน้ำ ผมยุ่งมากค่ะ ตาก็บวม จมูกก็แดง ถ้าการร้องไห้จะทำร้ายฉันขนาดนี้ ฉันกำลังจะจัดผมจัดเภ่าให้เข้าที่ แต่จีมิน...

"เจนนี่!" เขาวิ่งเข้ามากอดฉันอย่างไม่ทันตั้งตัวเลยค่ะ

"ไม่เป็นไรนะ" เขาว่าแล้วกอดฉันแน่น

"อื้อ" ฉันตอบเขา เขาจึงดันตัวฉันออกเบาๆ ก่อนจ้องหน้าฉัน แล้วพูดหน้านิ่งว่า

"นอนเพิ่งตื่นหรือไง"

"นี่!"

"ล้อเล่นน่า" เขาว่าแล้วส่งยิ้มใจดีมาให้ ก่อนจะพูดว่า

"ฉันจะไม่ถามเธอหรอกนะว่าเพราะอะไร" 

"นี่ก็เหมือนกับถามเปล่า" ฉันว่า

"เหมือนถามเหรอ แต่ฉันว่ามันเป็นประโยคบอกเล่านะ" เขาว่าอย่างซื่อๆ แล้วจ้องหน้าฉันนิ่ง แล้วก็จ้องนานซะด้วย

"จะสิงฉันเหรอ" ฉันถาม เขาส่ายหน้าแล้วบอกฉันว่า

"แค่นี้เธอก็โดนสิงแล้ว"

"ฉัน?" แล้วเขาก็พยักหน้า ทำไมอะ

"อีกซักหน่อยคงลากไก่ไปกินในน้ำ" ฮะ! อะไรของเขา

"นี่! นายว่าฉันเป็นตัวเงินตัวทองเหรอ" ฉันโวยใส่เขา 

"อ้าว! ไม่ใช่ผีปอบเหรอ" เขาทำหน้างงๆ นี่เขาไม่รู้จริงๆ ใช่ไหม

"ผีปอบบ้านนายลากไก่ไปกินในน้ำหรือไง" ฉันว่า

"อ่อเหรอ เข้าใจผิดมาตั้งนาน" แล้วเขาก็หัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด

"ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ" เขาบอก

"อื้อ" ฉันก็ไม่ได้ถือสาอะไรเหมือนกันแหละ

"เมื่อกี้ฉันเห็นแอมโฟร์แวบๆ" เขาเอ่ย

"อ่อ ใช่ เขามาเป็นเพื่อนคุยนะ" ฉันบอกเขา แล้วดูเขาพูด

"นึกว่าจะลากเธอไปกินในน้ำซะอีก"


โป้ก!


"โอ้ย!"

"พรืด!" ฉันหลุดขำ สงสัยแอมโฟร์จะเคืองเขาเข้าให้แล้ว ก็ดันมีก้อนหินปริศนาก้อนเล็กๆ ลอยละลิ่วมาโดนหัวจีมินเต็มๆ

"เขาได้ยินนายนะ" จีมินทำสีหน้าตกใจแล้วรีบโค้งให้ทะเลสาบทั่วทุกทิศ

"ขอโทษครับๆๆ"

"ฮึๆ" ฉันหัวเราะออกมาเพราะท่าทางของเขา จีมินจึงหยุดขอโทษ แล้วหันมาหาฉันก่อนจะยิ้มกว้าง

"ยิ้มแล้วนิ" เขาว่าแล้วเขยิบเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นมาแถวๆ หน้าฉัน เขาจะทำไรอะ ก่อนจะเลื่อนไปจับที่ผมฉัน

"หัวยุ่งเป็นยัยเพิ้งอยู่แล้ว มานี่" เขาลากแขนฉันไปที่ใต้ต้นไม้

"แปบนึงนะ" เขาว่าแล้วลงไปปัดเศษใบไม้ใบหญ้าที่พื้น

"นั่ง" แล้วเขาก็กดตัวฉันนั่งลงตรงนั้น ฉันเลยต้องนั่งลงแบบงงๆ 

"จะทำอะไรเนี่ย" ฉันถามเขา แต่เหมือนเขาจะไม่ได้ยินเพราะมัวแต่กำลังมองหาอะไรอยู่

"มีหวีมั๊ย" เขาหันมาถามฉัน

"หวี?"


ฟิ้ว~


มีอะไรลอยมาจากพื้นน้ำไม่รู้คะ


ฟึ้บ!


แต่คราวนี้จีมินรับมันไว้ได้ทันด้วยมือเดียว แล้วนั่น 'หวี?' นิ่คะ

"ขอบคุณครับ" จีมินโค้งให้กับทะเลสาบ

"ทีนี้ก็..." เขามองหน้าฉันแล้วใช่ความคิด

"ถอดของเดิมออก" เข้าเดินอ้อมไปด้านหลังฉันแล้วนั่งคุกเข่าลงก่อนจะค่อยๆ เกาะยางมัดผม กิ๊ฟเล็กๆ ออกจากหัวฉันอย่างเบามือ แล้วหวีผมฉันสยายออก

"เอาทรงไหนดี" เขาชะโงกมาถาม ฉันควรจะทรงไหนดีนะ

"ถักเปีย" เสียงหนึ่งดังมาจากทะเลสาบ แอมโฟร์โผล่ตัวมาครึ่งตัวอยู่ริมทะเลสาบแน่ะค่ะ นึกว่าเขาไปแล้วซะอีก

"ถักเปียดีมั๊ย" เขากระซิบถามฉัน

"อืม" ฉันพยักหน้า แล้วเขาก็เริ่มปฏิบัติการแปลงโฉมฉัน และเมื่อ 15 นาทีผ่านไป...

"เอ่อ...ทำไมมันแบ่งไม่ทำกันสักทีนะ" เขามีปัญหาอยู่กับการแบ่งผมเป็นสามส่วนมาตั้ง 15 นาทีแล้วนะคะ จนแอมโฟร์จะหลับคาริมทะเลสาบอยู่แล้ว ที่เขาอาสา ฉันก็คิดว่าเขาจะทำเป็นซะอีก

"ข้าว่าทำทั้งวันก็ไม่น่าสำเร็จ" แอมโฟร์ว่า

"สามัญ! ท่านทำเป็นแน่นะ" แอมโฟร์ถามจีมิน ฉันได้ยินเสียงจีมินถอนหายใจนะคะ

"ก็...เคยเห็น" เขาว่า

"เคยเห็น!" แอมโฟร์อุทาน แล้วส่ายหน้า

"ข้าว่าแล้วเชียว ดูท่าทางก็ไม่เข้าท่า" แอมโฟร์ว่าแล้วแตะนิ้วที่พื้นหญ้าตรงหน้า มีน้ำไหลจากปลายนิ้วของเขาลงไปที่พื้นเป็นวงกลม และจากบริเวณวงกลมที่น้ำไหลผ่านก็ค่อยๆ ปรากฏขดม้วนของดอกไม้ขึ้น จนกระทั่งเมื่อน้ำจากปลายนิ้วหมดลง ฉันถึงเห็นว่ามันเป็น

"มงกุฎดอกไม้" จีมินเอ่ยขึ้น

"ของบรรณาการจากข้า" เขาบอกฉัน นี่ดีกว่าผ้าเช็ดหน้าเปียกนั่นอีกนะ

"มารับไปเจ้าสามัญ" แอมโฟร์เร่งจีมิน จีมินรีบเดินเข้าไปหาเขา 

"รู้นะว่าเจ้าต้องทำยังไง" เขาบอก จีมินพยักหน้า แล้วแอมโฟร์ก็ว่ายน้ำกลับลงไปในทะเลสาบ

"ขอบคุณนะครับ!" จีมินตะโกนไล่หลัง ตลกดีนะคะที่สองคนนี้เข้ากันได้ ตอนแรกนึกว่าไม่ชอบหน้ากันซะอีก ฉันเห็นจีมินหยิบมงกุฎดอกไม้ขึ้นมา แล้วเดินกลับมาหาฉัน

"เขาก็ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย" เขาเอ่ย จากศัตรูกลายเป็นมิตรแล้วสินะคะ

"ก็ฉันเคยบอกนายแล้ว คนจะงามงามที่ใจใช่ใบหน้า" ฉันบอกเขา แล้วเขาก็ยิ้มออกมาก่อนจะพูดประโยคเลี่ยนๆ ที่ทำให้ฉันขนลุก

"แต่ยกเว้นเธอ คนอะไรไม่รู้งามทั้งใจ ทั้งใบหน้า" ฉันขอหลบหลังต้นไม้ได้มั๊ยคะ ขนาดยืนอยู่ด้วยกันสองคนฉันยังอายขนาดนี้ ไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าแอมโฟร์อยู่

"ยุคนี้พวกเจ้ายังพูดกันแบบนี้อยู่อีกเหรอ" เขากลับมาทำไมคะเนี่ย ฉันล่ะอยากจะขุดหลุมฝังตัวเอง

"ข้ารู้สึกม้วนท้องเหลือเกิน" เขาว่าแล้วทำท่าเหมือนจะอ้วก

"มาทำไมวะเนี่ย" จีมินพึมพำ

"อ่อ ข้ามาขัดจังหวะ" แอมโฟร์ว่า เขารู้ตัวด้วยนะเนี่ย

"จริงๆ ข้าก็จงใจเองแหละ" หลังจากที่แอมโฟร์ว่าอย่างนั้น ฉันหันไปดูหน้าจีมิน ฮึๆ เขาทำหน้าประมาณว่า 'มึงว่าไงนะ' ฮ่าๆๆ รู้สึกความเป็นมิตรจะไม่ยั่งยืนซะแล้ว

"ขอโทษแล้วกัน แต่เห็นเจ้าเกี้ยวคุณหนูแบบนี้ ข้าทนฟังไม่ได้จริงๆ" แอมโฟร์ว่าอะไรนะคะ 'เกี้ยว' ไม่ได้ต่างจากจีมินเลยคะ

"แอ่วก็ได้ลุง เกี้ยวโบร๊าณโบราณ" เอิ่ม! จัมป์หนีไปเลยได้มั๊ยคะ

"แหม! เจ้าสามัญ"

"พอเลยคะ! ทั้งสองคนเลย!" ฉันเอ่ยขึ้นเพราะกำลังจะหมดความอดทนกับสองคนนี้

"เจ้าทำให้คุณหนูไม่สบอารมณ์แล้ว ข้าไปดีกว่า" แล้วแอมโฟร์ก็ว่ายหายไปเลย ไปจริงเปล่าเนี่ย

"อ้าว! ใช่ฉันที่ไหนกันเล่า!" จีมินร้องตาม แล้วหันมาหาฉันหน้าเซง

"คนของเธอแกล้งฉันอีกแล้ว" เขาว่า

"ก็นายเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ นิ่"

"เอ้า!" ตลกหน้าเขาอะ

"ไม่ต้องเอ้า แล้วดอกไม้น่ะ เฉาหมดแล้ว" ก็เขาเล่นกำเล่นขนาดนั้น

"เฮ้ย! ลืมๆๆ" มัวแต่เถียงกับแอมโฟร์จนลืมมงกุฎดอกไม้ของฉันไปเลยนะยะ เขาว่าแล้วรีบจัดดอกไม้ที่เสียทรงก่อนจะชูมันขึ้นตรงหน้าฉัน แล้วยิ้มแห้งๆ มาให้

"เดี๋ยวฉันใส่ให้" เขาอาสา ฉันจึงพยักหน้าให้ เขาขยับมายืนตรงหน้าฉัน ยิ้มให้ฉัน ฉันชอบรอยยิ้มของเขานะ รอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ เขาจ้องตาฉัน สายตาของความห่วงใยที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย เขาขยับเข้ามาใกล้ ค่อยๆ ใช้มือขวาที่ว่างเขี่ยผมทัดหูทั้งสองข้างของฉัน เขาสบตาและยิ้มให้ฉันอีกครั้ง ฉันจึงยิ้มตอบเพราะความรู้สึกดี ก่อนที่เขาจะถือมงกุฎดอกไม้ขึ้นด้วยส่งมือ เขามองมันแล้วมองฉัน ก่อนจะยกมันขึ้นมาเหนือหัวฉัน แล้วค่อยๆ วางมันลงช้าๆ อย่างนุ่มนวล

"สวยจัง" เขาว่าแล้วสบตาฉัน ฉันจึงยิ้มบางตอบ

"ดอกไม้น่ะ" หืม! ฉันมองหน้าเขานิ่ง แต่จีมินไม่ได้หยุดแค่เท่านี้น่ะสิ จู่ๆ เขาก็ใช้มือทั้งสองข้างจับหัวฉันไว้ แล้วค่อยๆ กดหัวฉันลง ก๋อนที่เขาจะ...

"หอมด้วย" เมื่อกี้เขาแค่หอมหรือว่าจูบหัวฉันแน่นะ แต่ที่เขาว่าหอมคงหมายถึงดอกไม้อีกแน่ๆ และเหมือนเขาจะรู้ว่าฉันคิดอะไร

"ที่หอมน่ะหมายถึงคน แต่ที่รักน่ะหมายถึงเธอ" เอิ่ม! 

"เสี่ยวมาก" ฉันบอกเขา แต่ถามว่าเขารู้สึกอะไรมั๊ย 

"เสี่ยวไม่กลัว กลัวไม่เสียวมากกว่า" อ๊ายยย! ทนฟังไม่ได้แล้วค่ะ และเหมือนไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่ทนฟังไม่ได้

"โอ้ย!" หินปริศนาลอยขึ้นมาจากน้ำโดนหัวจีมินอีกรอบ

"แอมโฟร์! โอ้ย!" จีมินโวยวาย

"โอ้ยๆๆๆ" แต่รอบนี้รัวมาเป็นชุดเลยค่ะ

"โอ้ย! เจนนี่ช่วยหน่อยสิ" เขาขอให้ฉันช่วยเหรอคะ

"แอมโฟร์!" ฉันตะโกนไปในทะเลสาบ แล้วพูดต่อว่า "ขออีกชุด!" 

"เจนนี่! ให้ช่วยไม่ใช่ซ้ำเติม โอ้ยๆๆ" จีมินโวยวาย พลันหลบเศษหินชุดใหม่ไปด้วย

"ก็ช่วยไง ช่วยสงเคราะห์ให้นายเจ็บยิ่งๆ ขึ้นไป" จีมินทำตาโตใส่ฉัน

"มาสงมาเสียวกับฉันก็ต้องเจอแบบนี่แหละ ฝากด้วยนะแอมโฟร์" ประโยคสุดท้ายฉันหันไปบอกทะเลสาบ แล้วรีบวิ่งออกมาก่อนที่กระสุนล๊อตใหม่จะมาถึง

"โอ้ยๆๆ เจนนี่! กลับมานี่เลยนะ!" เขาตะโกนไล่หลังมา

"ไม่อยู่แล้วว้อย" ฉันได้ยินเสียงเขาโวยวาย ฉันล่ะอยากจะบอกว่า 'เพิ่งรู้เหรอยะว่าไม่ควรอยู่' 

"หยุดเลยนะเจนนี่!" เขาวิ่งมาโน้นแล้วค่ะ ฉันจึงเร่งฝีเท้าขึ้น ก่อนจะตะโกนกลับไปว่า

"แน่จริงก็จับให้ได้สิ!"

"ฉันจับเธอได้แน่!" เขาว่า คิดว่าจะจับฉันได้งั้นเหรอ 'ฮึๆๆ' ฉันเป็นใคร 'ฉันเจนนี่นะยะ'



วู้บ!



.........จบ PART 84.........


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1590 Thack_patsarin (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 11:28

    ชีวิตของเจนนี่ออนนี่น่าสงสารมากเลยอ่ะ ร้องไห้ตามเลยหนิ ดราม่าโคตรอ่ะ ตอนนี้ขอแค่ให้จีมินฮยองรักและดูแลเจนนี่ออนนี่ให้ดีก็เป็นพอ อย่าทำให้เจนนี่ออนนี่ต้องเสียน้ำตาและเสียใจอีกเลยนะจีมินฮยอง

    #1,590
    0
  2. #1589 Thack_patsarin (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 11:25

    ขำกับมุกหยอดของสองคนนี้จริงๆ น่ารักมากเลย ขอบคุณนะไรท์(ที่ขยันเสิร์ฟมุกเสียวๆน่ารักๆให้ชาวรี้ดเดอร์ได้เสียวกันเล่น)

    #1,589
    0
  3. #1455 Nanny😁😄 (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:04
    ชอบมากค้าาา ร้องไห้ตามเจนนี่เลยอ่ะ พอจีมินมานี่ยิ้มไม่หยุดเลยค่ะ5555
    #1,455
    0
  4. #1059 Satani (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 00:53
    ชอบมากๆเลย ผมนี้ขอปรบมือเลย
    #1,059
    0
  5. #1057 -wa-ya- (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 17:36
    สงสารเจนนี่มากเลยอะ อ่านตอนเรื่องพ่อกับแม่แล้วอินมากเลย สงสารเจนนี่มากกกก แล้วก็มายิ้มกับความน่ารักของจีมินกับเจนนี่ฮื่ออออ อ่านไปยิ้มแก้มปริไป แม้มีกขค. 5555. รออ่านตอนหน้านะคะ หิวๆนี่ใครอะคะชิชูรึเปล่า 55555 รออ่านนะคะ
    #1,057
    1
    • #1057-1 S_mewon(จากตอนที่ 90)
      26 เมษายน 2560 / 00:21
      ทำไมต้องว่ายัยซู 555
      #1057-1
  6. #1056 MOJIISMYTUBETH (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 12:44
    เจนมีความโกง 5555
    #1,056
    0
  7. #1055 ♡Roes_L.A. (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 12:11
    555555
    #1,055
    0
  8. #1054 allymary (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 11:47
    น่ารัก ขอคู่วีเซ่ด้วยน้าา
    #1,054
    0
  9. #1053 Lizkookkkkk (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 11:44
    น่ารักมาก5555เขินนนน รีบมาต่อนะค้าาา
    #1,053
    0
  10. #1052 Walkingchopstick (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 10:37
    ไรท์ เรารอไรท์ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ :D
    #1,052
    0