Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 87 : PART 81 : หนีรักมาพบรบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Lisa talk...


"คุณยายคะ ถึงแล้วค่ะ ตื่นได้แล้ว" ฉันเข้าไปเรียกยายแคสเปียร์ที่นอนหายใจเสียงดังอยู่ในเกวียน

"ฮื่อ หลานลิซ ขอยายพักต่ออีกแปบนะ" แกตอบทั้งๆ ที่ตายังไม่ลืม

"งั้นหนูลงไปก่อนนะคะ" ฉันบอกแก แกทำสัญญาณมือว่าโอเค ฉันก็เลยกระโดดลงจากเกวียน

"อ้าว! หนูลิซ่า" ฉันหันไปตามเสียงนั้น เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ผมดำแซมหงอก หัวล้านหน่อยๆ ใส่ชุดบ่งบอกตำแหน่งแม่ทัพแห่งป้อมปราการ ยิ้มแป้นแล้นแก้มตุ่ยมาหาฉัน

"ลุงเชิด! สวัสดีค่ะ" งงล่ะสิว่าแกเป็นใคร ลุงเชิดเป็นเพื่อนแม่ฉันเองค่ะ

"หลานมาทำอะไรที่ชายแดนเนี่ย" แกถามฉันทันทีเลย ที่นี่เราเรียก Danger zone ว่าชายแดนค่ะ

"มาฝึกเฉพาะกิจนะคะ" 

"ฝึกเฉพาะกิจ?" ลุงแกทำท่าสงสัย

"ฝึกกับยายแคสเปียร์น่ะค่ะ แต่ว่า...คุณยายหลับปุ๋ยอยู่ในเกวียนอยู่ค่ะ" ประโยคหลังฉันกระซิบบอกลุง เดี๋ยวยายแกจะรู้ว่าฉันแอบนินทา

"อ่อ...แล้วนี่ หนูใส่แว่นดำทำไมลูก" 

"แว่นดำ?" แว่นดำอะไรอะ

"ก็แว่นดำที่หนูใส่ตอนนี้ไง ขับมาดึกดื่นก็ใส่แว่นดำมาเหรอ อ่า เก่งเกินไปแล้วนะหลานลุง" แว่นดำๆ ฉันเอามือคลำแถวๆ ตา อ่า! ฉันใส่แว่นอยู่จริงๆ ด้วย สงสัยเพราะใส่มานานก็เลยลืมไปว่าใส่

"อ่อ ก็หนูออกจากโน้นมาตั้งแต่ดึก ยังนอนไม่เต็มอิ่มน่ะคะ ก็เลยใส่ไว้ เดี๋ยวจะมีคนว่าเป็นยัยแพนด้า" จริงๆ แล้วฉันตาบวมต่างหากล่ะ

"ฮ่าๆๆ ถ้าใครมันว่าหนู บอกลุงๆ เดี๋ยวลุงเชิดคนนี้จะไปจัดการเอง" ลุงแกตีอกโชว์ภูมิ

"แต่ตอนนี้ ลุงขอไปคุยกับพวกทหารใหม่ก่อนนะ เข้ามาใหม่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวกัน เดินหลงโน้นหลงนี้ไปหมด ลุงล่ะปวดหัว" แกว่าแล้วส่ายหน้า

"สู้ๆ นะคะคุณลุง" ฉันบอกแล้วชูกำปั้นให้

"จ้ะ ลุงไปล่ะ"

"สวัสดีค่ะ" แล้วแกก็เดินออกไป ฉันว่าฉันไปเดินเล่นซักหน่อยระหว่างรอยายแคสเปียร์ตื่นดีกว่า คิดได้ดังนั้นฉันจึงเดินไปยังป้อมปราการป้อมหนึ่งแล้วเดินขึ้นไปบนยอดของป้อมนี้

"สวัสดีครับ" อกาธอนัสประจำป้อมหลายนายกล่าวทักทายฉัน ฉันจึงพยักหน้าตอบ ก่อนจะเดินหลบพวกเขาโดยออกมาเดินที่ทางเดินบนกำแพง 

เผื่อจะนึกภาพเขตชายแดนกันไม่ออก เคยดูหนังหรือซีรี่ย์พวกสงครามอะไรแบบนี้มั๊ยคะ เขตชายแดนนี้ก็คล้ายแบบนั่นเลย มีป้อมปราการหลายป้อมตั้งอยู่ห่างกันไปเป็นระยะๆ แต่ละป้อมมีอกาธอนัสประจำอยู่ประมาณ 12 นาย และมีกำแพงสูงหลายเมตรเชื่อมแต่ละป้อมไว้ คล้ายๆ กำแพงเมืองจีนอะค่ะ ยาวไปจนสุดลูกหูลูกตาเลย และแต่ละจุดบนกำแพงก็จะมีอกาธอนัสยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่จุดละหนึ่งคน เว้นช่วงเป็นระยะห่างกันพอประมาณ 

ด้านหลังกำแพงหรือในเขต Danger zone มีกระโจมอยู่เต็มไปหมด ทั่งทรงสูงทรงต่ำตั้งขึ้นเรียงราย มีสนามฝึกของอกาธอนัส ลานประลอง โรงเรือน โรงอาหาร และอีกหลายๆ กระโจมที่จำเป็นต้องมีในนี้ เลยผ่าน Danger zone เข้าไปก็จะเป็น Safe zone โซนที่บังทันเคยมานั่นแหละ ตามมาด้วย Green zone ที่มองเห็นหอคอยสูงอยู่โน้น อีกฝั่งนอกกำแพงนี้คือ War zone เลยออกเป็นจะเห็นเขาทาธารัส ภูเขาที่กั้นเราจากพวกอกาธัซ ฉันไม่เคยไปอกาธัซเลยค่ะ ได้เพียงแค่อ่านจากในหนังสือแค่นั้น เพราะงี้ฉันจึงอยากรู้จริงๆ ว่าสภาพบ้านเมืองของพวกอกาธัซที่อยู่หลังเขาลูกนั้นเป็นยังไงกันแน่

ฉันบอกยายแคสเปียร์ว่าอยากจะเปลี่ยนสถานที่ฝึกเป็นที่นี่ เพราะจะได้ใกล้ชิดกับอกาธัซมากขึ้น เผื่อการฝึกของฉันจะสำเร็จ เพราะตอนนี้ฉันออกอาวุธอะไรในโลกวิญญาณไม่ได้เลย ยายแกบอกว่าแรงจูงใจของฉันอาจจะมีไม่มากพอ แต่ฉันว่ามันเป็นเพราะฉันไม่มีสมาธิมากกว่าค่ะ ก็เพราะเขานั่นแหละ 'จองกุก' ฉันคิดถึงเขาอีกแล้ว แต่เรื่องจริงที่ฉันหนีมาที่นี่ มันเป็นเพราะว่าฉันทนอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้ต่างหาก เพราะงั้นเมื่อคืนหลังจากฉันนั่งร้องไห้เต็มที่แล้วก็เลยไปลากยายแคสเปียร์ออกมาด้วยกัน ถ้าฉันอยู่ ฉันคงเอาแต่นอนร้องไห้อยู่แต่ในห้องแน่ๆ ฉันอยู่ใกล้เขาไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากเห็นตัวเองอ่อนแอ และไม่อยากมองเห็นสายตาหมางเมินแบบนั้นของเขา

"กา กา กา" เสียงอีกานิ่คะ มาจากทางไหนนะ 'ทำไมมันมืดจัง' อ่อ! ฉันลืมไปว่าฉันใส่แว่นดำ ฉันก็เลยรีบถอดเก็บไว้

"กา กา กา" ฉันหันไปตามต้นเสียง 'เจอล่ะ' มันอยู่ใกล้แค่นี้เองค่ะ แต่ฉันดันมองไม่เห็นซะงั้น อีกาดำตัวใหญ่ ขนดำเงาสวย ตาสีดำวาววับ  ฉันไม่เคยเห็นกาตัวใหญ่และน่ามองขนาดนี้เลย มันดูสง่าและมีอำนาจมากๆ ค่ะ

"กา กา กา" เสียงของมันก็ก้องกังวาลเหมือนมีมนตร์สะกด ฉันจ้องตาคู่สวยของมัน ตาดำวาวของมันก็จ้องฉันตอบ ไม่รู้ฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่า มันมีแวบหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่าดวงตาของมันเหมือนไม่ใช่ตาของกาแต่เป็น 'ตาคน' 

ดวงตาของมันเหมือนมีแรงดึงดูดมากค่ะ รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังมีคนอ้าแขนรอรับฉันอยู่ จู่ๆ เท้าฉันก็เดินเข้าไปหามันโดยไม่รู้ตัว 

'เข้ามาสิ' เหมือนมีเสียงกระซิบบอกฉัน 

'เข้ามาลิซ่า' เสียงจองกุกนิ่คะ 

'มาหาฉัน' ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปหามัน แต่...

"ชิ้ว!!!" 

"กา กา กา" เจ้าอีกาบินหนีไปโน้นแล้วค่ะ 

"คุณยาย!" ยายแคสเปียร์นี่เองค่ะที่เป็นคนโยนกิ่งไม้ใส่มัน

"จ้องตามันนานๆ ไม่ดีนะ เดี๋ยวก็โดนขโมยวิญญาณไปหรอก" แกบอกฉัน

"นั่นมันในหนังค่ะยาย" ฉันว่าแล้วยิ้มขำๆ ไปให้แก

"จะหนังหรือชีวิตจริง อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละหลาน เพราะที่นี่คืออกาธา" อะไรก็เกิดขึ้นได้เหรอคะ

"ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิคะ" ฉันว่าแล้วมองเหม่อไปทาง Green zone

"เอ๊ะ" ยายแกคงแปลกใจที่ได้ยินฉันพูดแบบนี้

"ถ้าหนูโดนขโมยวิญญาณไปจริงๆ หนูคงไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้" ฉันว่า แล้วหน้าจองกุกก็ลอยขึ้นมาอีกครั้ง 

"ทำไมหลานพูดเป็นลางแบบนี้ล่ะ ไม่ได้นะไม่ได้ ตีปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลย" เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมทำตามแกก็จัดการตีปากฉันเบาๆ ก่อนจะทำเป็นเหมือนโยนคำพูดทิ้งไป แล้วบอกกับลมว่า

"แค่พูดเล่นนะคะ แค่พูดเล่น" แล้วแกก็หันมามองหน้าฉัน ก่อนแกถอนหายใจ แล้วบอกกับฉันว่า

"มันเป็นเพราะความเขลาของยายเอง"

"ไม่ใช่หรอกคะ" ฉันบอกคุณยาย

"ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนค่ะ และรักที่ไร้ซึ่งความเชื่อใจ หนูก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ายังเรียกว่ารักได้หรือเปล่า" ฉันรู้สึกเหมือนน้ำตาเริ่มจะคลอเบ้า

"โถ...หลานยาย" คุณยายเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของฉัน

"ยายขอโทษนะ มันเป็นเพราะยาย"

"ไม่คะ" ฉันส่ายหน้าแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา

"ต่อให้ไม่มีคุณยาย ต่อให้ไม่มียานั่น ยังไงเขาก็ไม่เชื่อใจหนูอยู่แล้วล่ะคะ ฮือๆ" ในที่สุดฉันก็กลั้นมันไม่ได้

"หลาน...ไม่เอานะลูก อย่าร้องไห้แบบนี้สิ" คุณยายเข้ามากอดฉัน

"มันแค่เรื่องเข้าใจผิดกันน่ะลูก เรายังแก้ไขมันได้นะ" มันจะแก้ไขได้จริงๆ เหรอคะ ในเมื่อทุกอย่างมันพังลงแล้ว

"งั้นหนูคงต้องแก้ที่ตัวเขาใช่ไหมคะ" ซึ่งมันเป็นเรื่องยากเหลือเกินค่ะ เพราะเขาไม่ฟังฉันเลย เอาแต่ต่อต้านฉันอย่างเดียว ฉันชักท้อใจแล้วสิ

"ยังไงความจริงก็เป็นสิ่งไม่ตายลูก สักวันจองกุกจะเข้าใจหนู" สักวันของคุณยาย มันนานแค่ไหนล่ะคะ วันนี้ พรุ่งนี้ เดือนนี้ ปีนี้ ตลอดไปหรือไม่มีเลย ฉันควรรอหรือไม่ควรรอเขาดี

"เพราะงั้นเลิกร้องไห้ได้แล้วนะ" คุณยายว่าแล้วเอามือเช็ดน้ำตาฉั

"ดูสิ ตาปูดตาบวมไปหมดแล้ว" 

"ขอบคุณนะคะคุณยาย" ฉันว่าแล้วใช้มือเช็ดหน้าตัวเอง 'เข้มแข็งลิซ่า' ฉันบอกตัวเอง

"เราไปฝึกกันดีกว่าค่ะ" ฉันว่าแล้วเดินนำคุณยายลงไปด้านล่างยังกระโจมเล็กๆ กระโจมหนึ่งที่คุณยายขอไว้ก่อนหน้านี้ การฝึกคงจะช่วยให้ฉันไม่ต้องฟุ้งซ่านได้นะ



"เอาล่ะ ขั้นแรกที่หลานต้องทำคือ สมาธิ" คุณยายเอ่ยขึ้นหลังจากที่เราเข้ามายังโลกวิญญาณแล้ว

"ไม่ใช่แค่การทำจิตใจให้สงบ แต่เราต้องปิดการรับรู้ของทวารทั้งห้า" แกว่า

"ปิดทั้งหมดเลยเหรอคะ" ฉันถามอย่างสงสัย

"ใช่จ้ะ"

"แล้วเราจะมองเห็น ได้ยิน หรือได้กลิ่นของศัตรูได้ยังไงกันคะ" ฉันถามอีกครั้ง

"แค่ชั่วขณะน่ะจ้ะ แค่เฉพาะตอนที่เราจะออกอาวุธ" ยากอะ ปิดทวารทั้งห้าเนี่ยนะ นั่นก็เท่ากับตอนหลับเลยนะ

"แต่ห้ามปิดใจ" คุณยายว่า ฉันว่ามันเข้าใจยากไปนิดนะ

"ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว หลานต้องท่องคำนี้ไว้ให้ขึ้นใจ" ท่องคำนี้เหรอคะ 'ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว' ฉันท่องในใจตามที่แกบอก

"สิ่งที่หลานคิด ภาพที่วาดขึ้น ต้องมาจากใจที่เชื่อมจากจิต ไม่ใช่จากสมอง" โห! ยิ่งยากเข้าไปอีก

"เข้าใจมั๊ยจ้ะ" คุณยายถามฉัน 'ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว สั่งจากใจที่เชื่อมจากจิต'

"เข้าใจก็ได้ค่ะ" ฉันจะทำยังไงดีค่ะ ไม่ใช่ต้องบวชชีก่อนสักพรรษาเหรอถึงจะเข้าใจ ถึงจะทำได้ 

"งั้นเริ่มกันเลย เอาจากขึ้นพื้นฐานก่อน ลองเสกอาวุธที่หลานถนัดที่สุด" ยายแกว่าแล้วหลบไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างกระโจมฝึก อาวุธที่ฉันถนัดเหรอคะ

"มีดสั้น" ฉันแบมือขึ้น แต่...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยอะ

"มีดสั้น" ยายแคสเปียร์นั่งค้ำคางมองฉันตาแป๋ว ทำไมมันไม่มานะ

"มีดสั้น!"

"หยุ๊ด!" ยายแกยืนขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาฉั

"ยายบอกแล้วไงว่าให้สั่งจากใจที่เชื่อมจากจิต หลานทำยังกะสั่งกำไลเวทย์เลย" ก็มันไม่เคยทำนิคะ อีกอย่างฉันก็ใช้กำไลเวทย์จนชินไปแล้วด้วย ก็ไอ้นั่นมันใช้ง่ายกว่านี่น่า ออกปากปุ้บอาวุธก็มาปั้บ แต่นี่อะไรก็ไม่รู้ 'สั่งจากใจที่เชื่อมจากจิต' ฉันไม่ใช่นักปราชญ์นะคะจะได้เข้าใจคำพูดคุณยาย ใจๆ จิตๆ อะไรก็ไม่รู้

"แล้วไอ้สั่งจากใจที่เชื่อมจากจิต มันคืออะไรอะคะ หนูต้องทำยังไงเหรอ" 

"อยากรู้ใจให้ดูที่จิต เฝ้าดูจิตให้ระวังที่ใจ" แม่เจ้า! มีใครงงเหมือนฉันมั๊ยคะ ใจๆ จิตๆ อีกแล้ว!

"เอาที่เข้าใจง่ายกว่านี้ได้มั๊ยคะคุณยาย" ฉันถาม 

"มันก็เหมือน...ถ้าหลานอยากรู้เวลา ให้ดูที่นาฬิกา นาฬิกาดีก็บอกเวลาตรง จิตก็เหมือนนาฬิกา เวลาก็เหมือนใจ เวลาไม่ตรง ก็ซ่อมที่นาฬิกา ไม่ได้ซ่อมที่เวลา" ฮะ! คือตอนนี้ฉันงงงวยมากค่ะ จนอ้าปากค้างถึงความเข้าถึงยากของหลักธรรมของแก ฉันไม่ได้มาบวชภาคฤดูร้อนนะยาย!

"มีที่เข้าใจง่ายกว่านี้มั๊ยคะ" ก็ฉันงงอะ ให้ทำไงล่ะ ฮือๆ 

"ที่ยายให้หลานปิดทวารทั้งห้า เพื่อที่จะให้จิตของหลานรับรู้อารมณ์ได้เต็มที่ อารมณ์ที่เกิดจากจิตจะเหนี่ยวนำให้ใจตัดสิน แล้วแสดงมันออกมา" 

"แสดงออกมาในรูปอาวุธเหรอคะ" ฉันถาม

"มันขึ้นกับว่าหลานรับอารมณ์ไหนเข้าไป ถ้าหลานรู้สึกถึงรัก"


พรึบ!


"โห!" รู้มั๊ยคะว่าฉันเห็นอะไร ผีเสื้อหลากสีบินเต็มกระโจมไปหมดเลยค่ะ 

"และถ้ากลัว"

"ฮูกๆๆ ฮูกๆๆ" แสงสว่างรอบๆ ตัวเราดับลง มันมืดมากค่ะ มืดจนมองเห็นดวงตาคู่โตของเจ้าของเสียง ฮูกๆๆ นั่น มีเป็นร้อยๆ ตัวเลยนะ

"ถ้าโกรธล่ะคะ"


พรึบ! เปรี๊ยะ! เปาะแปะ!


รอบๆ ตัวเราตอนนี้มีแต่ซากต้นไม้ที่กำลังโดนเพลิงไฟแผดเผาจนทั่วบริเวณกลายเป็นสีแดงเพลิง ร้อนมากอะ ยังกะนรก

"ก็แค่นี้แหละ" ยายแคสเปียร์ว่าแล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ กลายเป็นกระโจมวางเปล่าเหมือนเดิม

"สุดยอดเลยอะคุณยาย แหล่มมากๆ แปะๆๆ" ฉันปรบมือให้แก ยายแคสเปียร์โค้งรับแล้วยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิ

"ทุกอย่างขึ้นกับจิตและใจของหลานล้วนๆ" ฉันว่าฉันพอจะเข้าใจแล้วนะ


เปรี๊ยะ!


"โอ้ย! คุณยาย!" จู่ๆ แกก็เฆี่ยนฉันด้วยแส้เงาเฉยเลย

"ยายว่าหลานต้องการการกระตุ้นนะ" แกว่าแล้วยิ้มใจดี 


เปรี๊ยะ!


"คุณยาย!" เอาจริงดิ แกจะเล่นแบบนี้จริงดิ แกกำลังจะตวัดแส้อีกแล้วค่ะ


ป้าบ! (เสียงแส้กระทบพื้น)


แต่คร่าวนี้ฉันหลบได้นะ

"มาสู้กันสักตั้งเถอะ" ยายแคสเปียร์ว่าแล้วยิ้มสวยๆ

"อย่าหาว่าหนูรังแกคนแกนะ"


เปรี๊ยะ!


'โอ้ย!' ไม่บอกไม่กล่าวกันอีกแล้ว

"แล้วคิดว่าคนแก่จะยอมให้รังแกง่ายๆ เหรอจ้ะ" ฉันยังไม่รู้วิธีเรียกพลังเฉยๆ หรอกน่ะคุณยาย


ป้าบ!


ฉันกระโดดหลบไปทางซ้าย พยายามปิดทวารทั้งห้าเหมือนที่ยายแคสเปียร์ว่า แต่...


เปรี๊ยะ!


"โอ้ย!"

"ช้าไป!" แกตะโกนบอกฉัน


ป้าบ!


ฉันโดดหลบไปอีกทาง 'หือ...ฟาดเอาฟาดเอาเลยนะยาย' ฉันพยายามปิดทวารทั้งห้า กำลังรับอารมณ์เข้า แต่...


เปรี๊ยะ!


ก็ยังช้าอยู่ดี

"เร็วกว่านี้!" ยายแกว่า ครูไหวใจร้ายชัดๆ แสบแขนไปหมดแล้วอะ


ป้าบ!


จะเอาจริงแล้วนะ! 'ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว สั่งจากใจที่เชื่อมจากจิต' ยายแกกำลังจะเหวี่ยงแส้มาอีกแล้วล่ะ


ฟึ้บ!


กึก!


OMG!!! ทำได้แล้ว! 

'ฉันทำได้แล้ว! อ๊าย!!!' ฉันยิ้มออกมาอย่างภูมิใจเมื่อเห็นว่าแส้ของฉันกำลังพันเกี่ยวอยู่กับแส้ของยายแคสเปียร์ แล้วออกแรงดึงเข้าหาตัว ยายแคสเปียร์จึงเซมาข้างหน้าเล็กน้อย แต่ยายแกยอมซะที่ไหนล่ะค่ะ แกก็ออกแรงดึงฉันกลับนะสิ เราดึงกันไปมายังกะเล่นชักกะเย่อ ฉันว่าทำแบบนี้อยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์คะ ฉันกำลังจะเรียกแส้กลับเพื่อจะตวัดมันใส่คุณยายอีกครั้ง แต่ฉันก็ได้แค่คิดค่ะ เพราะ...


ตึ้ง!


ฉันล้มหงายหลังลงไปเพราะ...'เพราะอะไรวะ' ฉันจึงพยายามลุกขึ้นดูที่เท้าตัวเอง 'เถาวัลย์?'

"ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน" แกร่ายมาเป็นกลอนสุนทรภู่เลยค่ะ เมื่อเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดของแกหายไป ฉันก็รีบลุกขึ้นยืนอีกครั้ง


ฟึ้บ!


แกเหวี่ยงแส้ออกมาอีกแล้วคะ แต่คิดว่าฉันจะยอมใช่มั้ย


ปึ้ก!


ฉันสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขว้างซะก่อน จากกำแพงฉันพอจะมองเห็นร่างๆ ว่าแกกำลังยิ้มอยู่ ก่อนจะพูดกับฉันว่า

"เรียนรู้ได้เร็วนะเนี่ย แต่ประมาทไปหน่อยจ้ะ" ประมาทเหรอคะ 'ประมาท?'

"อ๊าย!!" 


ตึ้ง!


ฉันโดนดึงด้วยเถาวัลย์อีกแล้ว และตอนนี้มันกำลังพันแข้งพันขาพันมือพันแขนฉันไปหมด มันกำลังจะตึงฉันไว้กับพื้นจนขยับไปไหนไม่ได้


พลั้ว!


กำแพงน้ำแข็งนั้นแตกออกกระจุยกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ฉันเห็นยายแคสเปียร์เดินถือพัดเข้ามาหาฉันสบายใจเฉิบพร้อมพูดฉันว่า

"ในโลกวิญญาณ อันตรายมาในทุกรูปแบบนั้นแหละจ้ะ จากดิน จากฟ้า ซ้าย ขวา หน้า หลัง รู้มั๊ยวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคืออะไร"

"อะไรล่ะคะ" ฉันถามอย่างเซงๆ ก็แพ้คนแก่นิค่ะ น่าขายหน้ามาก แล้วไอ้เถาวัลย์นี้ก็รัดกันแน่นเหลือเกิน

"จัดการให้ไว...แบบนี้เป็นตัวอย่าง" แล้วแกก็พัดหวีตัวเองแล้วหัวเราะเยาะฉัน

"โหยยายอะ!" ฉันว่า แล้วเถาวัลย์ก็เริ่มคลายออกและหายกลับเข้าไปใต้ดิน

"เอ้า ลุกๆ ลุกขึ้น" ยายแคสเปียร์เข้ามาพยุงตัวฉันขึ้

"เลอะหมดเลย" แล้วแกก็ช่วยฉันปัดฝุ่นออกจากตัว 'ก็เพราะยายนั่นแหละ'

"แต่วันนี้ทำได้ดีมากเลยนะเนี่ย แค่ครั้งแรกแท้ๆ บอกเคล็ดหน่อยได้มั๊ย" เคล็ดลับเหรอคะ

"ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว สั่งจากใจที่เชื่อมจากจิต" ฉันว่า

"ว้าว~ เป็นบทเรียนที่ดีจริงๆ" นี่แกถามฉันเพื่อจะชมตัวเองนี่นะ ฉันก็เลยยิ้มขำออกมา


หวู้ด~ หวู้ด~ หวู้ด~


เสียงเป่าเขาควายไม่ใช่เหรอคะ

"พลธนูประจำตำแหน่ง!" เสียงดังมาจากข้างนอกด้วย

"ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นนะ" ยายแคสเปียร์สงสัย นั่นสิค่ะ 'เกิดอะไรขึ้น'

"ออกไปดูกันเถอะค่ะยาย" ฉันว่าแล้วแย้มผ้าที่เป็นประตูออก ฉันเห็นเหล่าอกาธอนัสตั้งแถวเป็นขบวนหลายกอง 

'เกิดอะไรขึ้นที่นี่' ฉันเดินนำคุณยายออกมากจากกระโจม ลุงเชิดเดินหน้าเครียดมาโน้นแล้วคะ พร้อมผู้ช่วยอีกสองคน สังเกตจากพู่สีเหลืองที่หมวดเกราะ

"คุณลุงค่ะ!" ฉันร้องเรียกลุงเชิด แกจึงรีบเดินเข้ามาหา

"หนูลิซ รีบไปจากที่นี่ก่อนเร็วลูก" แกว่าอย่างเร่งรีบ

"ทำไมคะ เกิดอะไรขึ้น" ฉันถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ เพราะรู้สึกว่าด้านหลังกำแพงต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ

"พวกตัวเย็นน่ะสิ"

"คะ?" พวกตัวเย็น พวกผีดูดเลือดน่ะนะ ปกติพวกมันไม่มายุ่งกับเราไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม 'ทำไมกันนะ'

"มีพวกตัวเย็นประมาณสองถึงสามร้อยตัวได้กำลังจะฝ่ากำแพงเข้ามา และตอนนี้..." ลุงเชิดยังพูดไม่จบเลยค่ะ

"อ๊าก!!!" เสียงร้องมาจากบนกำแพง

"พวกมันเข้ามาจนได้! อกาธอนัส! เตรียมตั้งรับ!" แกออกคำสั่งกับเหล่าอกาธอนัส อกาธอนัสแต่ละกองเริ่มเคลื่อนพลเข้าประจำที่ของตน


ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!


ธนูหลายดอกยิงเข้าไปยังเป้าหมาย แต่ธนูแค่สกัดกั้นมันไว้ได้ชั่วคราวเท่านั้นแหละคะ เพราะงั้นเราจึงมีอกาธอนัสกองที่สองที่เป็นมือดาบเข้าไปปะทะ 

"ลุงต้องไปคุมทางนั้น หนูกับยายแคสเปียร์รีบไปจากที่นี่เถอะ ลุงไปแล้วนะ" แล้วลุงแกก็วิ่งหน้าตั้งเข้าหาสมรภูมินั่น 


"อ๊าก!!!" 


พวกมันไวมากคะ ทั้งไว ทั้งแข็งแกร่ง คงต้องใช้อกาธอนัสซักห้าคนต่อไอ้ตัวเย็นหนึ่งตัวถึงจะเอาอยู่ ถ้าพวกมันมีสามร้อย เราต้องใช้อกาธอนัสถึง...เอ่อ...สามร้อยคูณห้า ก็...เอ่อ พันห้าร้อยนาย แล้วคนที่นี้จะพอเปล่าคะเนี่ย

"หลานลิซเราไปกันเถอะ" ยายแคสเปียร์จับแขนฉันจะเดินออกไปจากตรงนี้


กึก!


แต่ฉันรั้งไว้ค่ะ คุณยายจึงมองหน้าฉันอย่างงงๆ

"มีอะไรเหรอหลาน" แกถามฉัน

"หนูทิ้งที่นี่ไม่ได้"

"ฮะ!" แกคงตกใจที่ฉันพูดแบบนั้น

"หลานจะอยู่ได้ไง ถ้าอยู่เราอาจตายก็ได้นะ" แกว่า

"อ๊าก!!! ช่วยด้วย!" เสียงร้องขอความช่วยเหลือยังดังมาไม่หยุด 

"เพราะงั้นแหละค่ะ เราถึงควรอยู่ ถ้าเราไปคนที่นี้ก็อาจตายกันหมด แต่ถ้าเราอยู่ แค่สองคนก็อาจเพิ่มโอกาสรอดได้แล้วค่ะ" ฉันบอกยายแคสเปียร์พร้อมกวาดตามองสถานการณ์รอบๆ ตัวเอง

"หนูลิซ!" คุณยายคงกำลังคิดว่าฉันหัวดื้ออยู่แน่ๆ


"อ๊าก!!!" 


แล้วภาพมันก็สยดสยองมากค่ะ อกาธอนัสที่สู้แรงพวกตัวเย็นไม่ได้ต่างถูกกัดคอหอยขาดเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดสาดกระเซ็น บางคนถูกหักคอจนหัวหมุนไปผิดด้าน บางคนถูกรัดจนกระดูกแตกก็มี

"คุณยายคะ คุณยายไม่เห็นเหรอว่านี้มันไม่ปกติเลย พวกตัวเย็นไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนี้เลยนะ พวกเขาไม่ยุ่งกับใครก่อน แต่ดูนี้สิ!" ฉันพยายามโน้มน้าวยายแคสเปียร์ให้อยู่ต่อ

"นี้มันแปลกมาก" ฉันบอกแก 


"อ๊าก!!!"


"พลธนูยิงอย่างต่อเนื่อง! อย่าหยุด! พลดาบเคลื่อนตามอย่าให้ขาด!"

ยายแคสเปียร์มองภาพตรงหน้าอย่างพิจารณา แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

"เฮ้อ! ถ้าสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด ยายจะพาหลานกลับทันที เข้าใจมั๊ย!" ในที่สุดแกก็ยอมให้ฉันอยู่ต่อ

"ค่ะคุณยาย" ฉันพยักหน้ารับ

'พวกตัวเย็น ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกแก'



.........จบ PART 81.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1040 -wa-ya- (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 11:29
    ลิซลูกทำไมหนูไม่ตามคนมาช่วยก่อนคะ แง๊ให้คนอื่นเข้ามาไม่ได้เหรอ ใจกล้าบ้าบิ่นอะไรอยู่คุณยายสองคนล่ะลูก จะรับไหวเหรอ
    #1,040
    0
  2. #1036 janji_jb (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 12:58
    อดใจรอไม่ไหวแล้ว!!
    #1,036
    0
  3. #1035 Bam4656 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 10:25
    ลิซกุก~~ เมื่อไรจะดีกาน~~~
    #1,035
    0
  4. #1034 Sari0704 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 09:44
    โอย...ลุ้นมากๆเรยค่ะ มาต่อไวๆนะ ลิซจะเปนไง กุกลิซจะเปนไง รออ่านนะค้าาาาา
    #1,034
    0