Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 76 : PART 70 : มันเป็นใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jungkook talk...


ฟึด!


"เฮอะ!" ผมกลับเข้าร่างตัวเองอีกครั้ง แล้วนี่ก็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ในขณะที่ร่างของลิซ่านอนแน่นิ่งอยู่ที่เบาะข้างๆ

"จองกุกจ้ะ ยายบอกแล้วไง สมาธิ สมาธิ"

"ผมก็ทำสมาธิแล้วนะครับคุณยาย จะบรรลุอยู่แล้วเนี่ยแต่มันก็ไม่ได้ผลเลยอะ" ผมบอกยายแคสเปียร์อย่างเซงๆ 

"นั้นเพราะนายยังไม่จริงจังไง" ลิซ่าบอกผมหลังจากลืมตาตื่น แล้วลุกขึ้นนั่งได้

"ฉันก็จริงจังแล้วนะ แต่ทำไมมันถึงไม่ได้สักทีก็ไม่รู้" ผมหันไปพูดกับเธอ

"นั้นเพราะหลานยังจริงจังไม่มากพอ ยายว่าต้องใช้ตัวช่วย" ยายแคสเปียร์ออกความเห็น

"ตัวช่วยเหรอครับ" ตัวช่วยอะไรกันนะ

"ไม่ดีมั้งคะยาย" ดูเหมือนลิซ่าจะรู้ว่าตัวช่วยของยายแกคืออะไร เธอถึงแสดงสีหน้ากังวลนิดๆ แบบนั้น

"คืออะไรเหรอครับ" ผมถาม ยายแคสเปียร์จึงส่งยิ้มมาให้ผม

"เดี๋ยวเขาก็เป็นบ้าหรอกคะ" ทำไมลิซ่าต้องกังวลขนาดนั้นนะ ผมชักอยากรู้แล้วสิ

"ยายจะให้เขากินแค่ 1 ใน 4 รับรองได้ว่าแค่ซึมๆ ไม่กี่ชั่วโมงเอง"

"แต่เขาเป็นคนธรรมดานะคะ เราไม่เคยลองกับมนุษย์โลกเลยนะ" ดูเหมือนสงครามน้ำลายกำลังเริ่มขึ้นแล้วล่ะครับ

"เพราะงั้นยายถึงจะให้กินแค่ 1 ใน 4 ไง" สองคนนี้จะเถียงกันอีกนานมั๊ยครับ ตกลงว่าผมต้องกินอะไร และทำไมต้อง 1 ใน 4

"ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะคะ" ลิซ่ายังคงเป็นกังวลอยู่ ส่วนผมก็ได้แต่นั่งฟังทำตาปริบๆ

"'งั้นยายรับผิดชอบเอง ถ้าเกิดว่าเด็กหนุ่มนี่ซี้ม่องเท่งจริงๆ ยายจะหาที่สิงสถิตดีๆ ให้เขาเอง"

"คุณยาย!" ลิซ่าว่าเสียงดุ

"ยายล้อเล่นน่า ล้อเล่นนิดเดียวเอง เป็นห่วงกันจริงๆ เลยนะ"

"ก็คุณยายพูดถึงเรื่องตายนิคะ" ลิซ่าเธอซีเรียสกับเรื่องนี้มากเลยนะครับ ทีแรกเธอจะไม่ยอมให้ผมมาฝึกกับเธอด้วยซ้ำ แต่เพราะผมอ้อนแล้วอ้อนอีกเธอถึงยอมรับ ถึงแม้จะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ก็เถอะ

"ไม่เป็นไรหรอกน่า" ผมใช้มือลูบแขนเธอให้ใจเย็นลง

"ฉันอยากลองดู" ผมบอกเธอ

"แต่ไอ้ยานี้น่ะ" เธอพยายามจะคัดค้าน ผมจึงส่งสายตาบอกให้เธอเชื่อมั่นในตัวผม

"ไม่ต้องมาส่งสายตาแบบนี้เลย ฉันเชื่อมั่นในตัวนายอยู่แล้ว แต่ไม่เชื่อในไอ้ยาที่ว่ามากกว่า" ลิซ่าทำหน้าบึ้งเหมือนเด็ก จนผมเผลอยิ้มออกมาเพราะความน่ารักของเธอ

"'งั้นเอางี้ดีมั๊ย" ผมว่า

"อะไร" เธอถาม ผมอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะบอกเธอว่า

"มาพนันกัน ถ้าฉันกินไอ้ยานี่แล้วฉันกลับมาครบ 32 แปลว่าฉันชนะและเธอต้องโดนฉันทำโทษ แต่ถ้าฉันกลับมาแล้วเอ๋อเหรอ ฉันยอมให้เธอลงโทษฉันเลย"

"ไม่ยุติธรรมเลยอะ เพราะถ้านายแพ้ก็เหมือนฉันโดนลงโทษไปด้วย" เธอยังทำหน้าบึ้งอยู่เลยครับ ผมชอบความเป็นห่วงแบบนี้จัง

"เพราะงั้นฉันถึงต้องชนะให้ได้ไง" ผมส่งยิ้มมั่นใจไปให้เธอ

"ชนะแบบมีความหมายแฝงล่ะสินายน่ะ" 

"เอ้า! รู้ทันกันอีก แล้วอยากให้ชนะมั๊ยล่ะ" ผมถามแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งไปให้เธออีกครั้ง

"ก็...ชนะก็ชนะสิ" แล้วลิซ่าก็ยิ้มเขินๆ ตอบกลับมา

"อะแฮ่ม! โลกใบนี้ไม่ได้มีหลานๆ แค่สองคนนะ" ยายแคสเปียร์แทรกขึ้นมา เราสองคนจึงยิ้มขำๆ ให้กัน

"ขอโทษครับคุณยาย" ผมบอกยาย

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ยายก็ชอบเห็นคนรักกัน แต่ก็อย่าหวานเกิน เพราะยัยก็ยังโสด ยังโสดๆ อยู่ทางนี้~" ฮ่าๆๆ ยายแกน่ารักดีนะครับ

"เริ่มกันเลยเนาะ" แกว่าแล้วหยิบซองกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ ออกมา

"อ่ะนี่" แกยื่นเม็ดยาสีดำที่ถูกหักแบ่งมาแล้วส่งให้ผม สียาว่าน่ากลัวแล้ว ไอ้ควันดำที่มันลอยอยู่รอบๆ เม็ดยานี่คืออะไรครับ แค่เห็นก็ขนลุกแล้วอะ ผมมองหน้าลิซ่าแวบหนึ่ง

"เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ" เธอบอกผม แต่คนอย่างจองกุกไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ หรอกนะ 

"ถ้าฉันบอกว่าจะทำ ก็คือทำ" ผมรับยานั่นมา แม้ใจจะแอบหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่ยายแกก็บอกนี่ครับว่าคงไม่ร้ายแรงอะไร

"แล้วทำไงครับ" ผมถามยายแคสเปียร์

"เคี้ยวแล้วกลืนจ้ะ" โอเคครับแค่เคี้ยวแล้วกลืนแค่นั้นเอง ทำไมผมต้องกลัวด้วย 'เอาเลย!' ผมรีบโยนเม็ดยาเข้าไปในปากและรีบเคี้ยวอย่างรวดเร็วก่อนจะกลืนลงไป ถึงยาจะสีดำแต่มันไม่ขมเลยครับ ไม่มีรสชาติด้วยซ้ำ

"แล้วไงต่อครับ"

"แค่รอเวลาน่ะจ้ะ" คุณยายว่า แต่ดูหน้าลิซ่าสิครับ เธอดูเป็นห่วงผมจริงจังมากเลย กังวลจนคิ้วย่นแล้ว

"ไม่ต้อง..." ผมกำลังจะบอกเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วงครับ แต่เหมือนร่างผมมันร่วงตกพื้นไปเลย


ตุ้บ!


หลังหักหัวแตกไปแล้วมั้งครับเนี่ย ผมหล่นมาอยู่ทึ่ไหนกันนะ ผมค่อยๆ พลิกตัวลุกขึ้นยืน จากที่เห็นในตอนนี้เหมือนผมยืนอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่มุงหลังคาด้วยกระจกใส ทำให้มองเห็นดาวเต็มฟ้าในคืนมืดมิดแบบนี้ มีใครอยู่ที่นี่บ้างมั๊ยเนึ่ย

"จองกุก" นึกว่าผมถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวซะแล้ว ผมหันไปตามเสียงเรียกนั้น

"ลิซ่า"

"นายมาช้านะ" เธอบอกผม แต่ผมจำได้ว่าเมื่อกี้ผมมาก่อนเธอด้วยซ้ำนะ หรือเพราะไอ้ยานี่

"ไปกันเถอะ" เธอว่าแล้วคว้ามือผมให้เดินตามไป

"ไปไหนเหรอ" ผมถาม ลิซ่าชะงักแล้วหันมายิ้มให้ผม

"มีคนที่ฉันอยากให้นายรู้จัก" ใครกันนะ คงไม่ใช่พาผมไปแนะนำตัวกับคุณพ่อคุณแม่นะ ผมไม่ได้เตรียมตัวมาเลยนะ 

"ไม่ไป" ผมดึงเธอไว้

"ไป"

"ไม่ไป" ผมไม่พร้อมนี่น่า อย่างน้อยเธอควรบอกผมก่อนสิครับ

"ไป" 

"ไม่ไป"


ตุ้บ!


"โอ๊ย!" ทำไมผมกลับมาที่จุดเริ่มต้นล่ะ ผมลุกขึ้นยืนอีกครั้ง บรรยากาศรอบๆ ยังคงเหมือนเดิมกับก่อนหน้า 

"จองกุก" 

"ลิซ่า"

"นายมาช้านะ" เธอพูดประโยคเดิมเป๊ะ

"ไปกันเถอะ" เธอลากผมเดินไปอีกแล้ว ผมอยากลองดูอะไรซักอย่าง ผมว่าเรื่องนี้มันมีอะไรน่าสนใจ

"ไปไหนเหรอ" ผมถามเธอ

"มีคนที่ฉันอยากให้นายรู้จัก" เป๊ะเหมือนจัดวาง ยานี่ทำให้เกิดเดจาวูหรือไงกัน

"ไม่ไป" ผมลองทำตามบทเดิม

"ไป"

"ไม่ไป"

"ไป" เธอยื้อยุดฉุดกระชากผมเหมือนครั้งก่อนหน้าเลย

"ไม่ไป"


ตุ้บ!


ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ ผมต้องติดอยู่ในเหตุการณ์นี้ไปเรื่อยๆ เลยเหรอ ผมว่าผมลองเปลี่ยนสถานการณ์ดูดีกว่า เพราะผมไม่อยากหล่นตุ้บหลังเดี้ยงแบบนี้อีกแล้ว

"มีคนที่ฉันอยากให้นายรู้จัก" เธอว่าแล้วลากผมไป

"เดี๋ยวก่อน" ผมยื้อเธอไว้

"นายจะไม่ไปเหรอ"

"ไม่ใช่"

"แล้ว?"

"บอกได้มั๊ยว่าเรากำลังจะไปหาใคร" 

"เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหละ" นั่นแน่ะไม่ยอมบอกกันซะด้วย

"คงไม่ใช่พ่อแม่เธอนะ" ผมคิดจริงจังนะเนี่ย

"จะบ้าเหรอ" ลิซ่ายิ้มขำๆ

"นายอยากเจอพ่อแม่ฉันขนาดนั้นเชียว" 

"ก็ถ้าได้เจอจริงๆ ก็จะได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขยซะเลย" ผมว่าแล้วส่งยิ้มหวานให้เธอ

"แล้วถามลูกสาวเขาแล้วเหรอ" เธอถามขำๆ

"คนนั้นไม่ต้องถามหรอก เพราะยังไงก็หนีจองกุกคนนี้ไม่พ้น" ผมยิ้มหลงตัวเอง

"หลงตัวเองชะมัด" เธอยิ้มขำๆ 

"นี่ตกลงว่าใคร" ผมลองถามเธออีกครั้ง

"ตามมาสิ" เธอว่าแล้วเดินนำผมไป ผมเดินตามไปข้างๆ เธอ ผมชักอยากรู้แล้วสิว่าเขาหรือเธอเป็นใครกันแน่ ทางที่เธอพาผมเดินมานั้นมันวังเวงชอบกล ทั้งสองข้างทางมืดมากครับ มีแค่แสงสว่างเฉพาะทางข้างหน้าที่เราจะเดินไปเท่านั้น นั้นทำให้ผมกลัวว่าถ้าเผลอเดินออกนอกเส้นทางผมอาจจะหล่นตุ้บไปโผล่ที่ไหนสักทีเป็นแน่ ทางที่เคยสว่างเมื่อพวกเราเดินผ่านมันกลับมืดลง นั้นบอกให้ผมรู้ว่าผมไม่สามารถถอยหลังกลับได้ ขณะที่ผมสนใจบรรยากาศรอบๆ ตัวนั้น แต่ลิซ่าดูเหมือนจะชินคุ้นกับที่นี้ไปแล้ว เธอไม่กังวลอะไรเลยหรือไงนะ 

"ลิซ่า" ผมเรียกชื่อเธอ เพราะรู้สึกว่าที่ที่เรากำลังจะไปมันไม่น่าไว้ใจเลย มันเหมือนเราถูกบีบเข้าเรื่อยๆ ถูกบีบจนไปเจอทางตัน ผมแอบกลัวว่าผมอาจจะออกไปจากที่นี้ไม่ได้ 

"ว่าไง" เธอหันมาหาผม สายตายั้งลึกเหมือนพยายามจะอ่านใจผม

"เปล่า" เพราะสายตานั่นจึงทำให้ผมรีบบอกปัดไป มันไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้ของเธอนะ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ผมไม่เคยรู้สึกว่าสายตานี้จะมีอำนาจขนาดนี้มาก่อน

"ถ้างั้นก็ไปต่อกันเถอะ เขารอนานแล้ว" เขาหรือครับ ผู้ชายอย่างนั้นเหรอ

"อือ" ผมตอบ แล้วปล่อยให้เธอเดินนำผมไปก่อน แต่พอมองเธอจากด้านหลังตอนนี้

"ทำไมมึงไม่ไว้ใจเธอล่ะ" ผมพูดกับตัวเองค่อยๆ

"จองกุก! เร็วสิ เร็วๆ" เธอกวักมือเรียกผมและส่งยิ้มมาให้ เมื่อกี้ผมก็แอบคิดไปไกล ยิ้มแบบนี้ค่อยเป็นยัยแมวขึ้นมาหน่อย 

"อือ รอด้วยสิ" ผมเร่งฝีเท้าให้ทันเธอ 

"ชักช้าจริงๆ เลย" เธอแกล้งเอ็ดผม

"ก็เมื่อกี้เธอทำฉันกลัวอะ จู่ๆ ก็เล่นจ้องกันแบบนั้น" 

"จ้องแบบนี้เหรอออออ" เธอว่าแล้วทำท่าเหมือนผีตาโบร๋อ

"แบบนี้ที่ไหนกันเล่า" ผมว่า แล้วลิซ่าก็หัวเราะชอบใจ

"แล้วแบบไหนล่ะ" เธอถาม

"แบบนี้ไง" ผมว่าแล้วค่อยๆ สบตาเธอ และเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เธอ ลิซ่ายืนนิ่งสบตาผมกลับ ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้เธอ แล้ว...


โป๊ก!


"โอ้ย!" เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากครับ ใครทำอะไรผม หน้าผากผม! ผมเอามือถูหน้าผากที่คิดว่าคงแดงไปแล้ว ผมเห็นลิซ่าใช้มือปิดปากแล้วหัวเราะมีความสุข เจอตัวคนทำแล้วล่ะ

"ฝีมือเธอใช่มั๊ยฮะ" ผมถามเธอ

"knock knock" เธอว่าแล้วทำท่าประกอบ 'ยัยแสบ! รอให้ฉันออกไปได้ก่อนเถอะ'

"ไปได้แล้ว อยู่กับนายแล้วเสียเวลางานหมด" เธอยิ้มกวนๆ ให้ผมก่อนจะเดินต่อไป หมั่นไส้ชะมัด แต่อย่างน้อยผมก็โล่งใจที่เธอคือลิซ่าของผม เธอพาผมเดินจนมาถึงทางเดินแห่งหนึ่งที่มีกระจกบานหนึ่งตั้งอยู่

"นายรออยู่นี้" ลิซ่าบอกผม ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้กระจกบานนั้น คงไม่ได้คิดจะแต่งสวยตอนนี้นะครับ

"เขามาแล้วค่ะ" ลิซ่ายืนพูดที่หน้ากระจก เธอพูดกับใครครับ

"พาเขามาหาข้า" เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังมากจากกระจก ผมได้กลิ่นไม่ดีแฮะ ทำไมลิซ่าต้องพาผมมาที่นี่ มันไม่มีเหตุผลเลย และไอ้กระจกพูดได้นี่อีก

"ค่ะ" ลิซ่าตอบกระจกนั่นแล้วหันหน้ามาหาผม และยืนมือมาให้

"มาสิจองกุก" ทำไมผมถึงได้ตื่นเต้นแบบนี้นะ 

"ลิซ" ผมจ้องหน้าเธอ เธอก็ยังเป็นลิซ่าของผมอยู่ 

"มาเถอะน่าจองกุก ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ฉันจะอยู่กับนายเอง" แต่ทำไมผมกลับรู้สึกไม่ไว้ใจเธอน่ะ

"จองกุก มาสิ"

"ฉันว่า..."


ตุ้บ!


ครั้งที่ 4 แล้วนะครับ ผมต้องตัดสินใจใช่มั๊ยว่าผมต้องทนหล่นตุ้บแบบนี้จนกว่าไอ้ยานี้จะหมดฤทธิ์ หรือต้องเลือกที่จะเผชิญหน้ากับคนที่ผมไม่รู้ว่าใคร 'แต่ลิซ่ารู้จักเขานิ่' เอาไงดีนะ

"จองกุก"

"ไปกันเถอะ" ผมว่า ผมตัดสินใจแล้วครับ ผมว่าผมต้องรู้ให้ได้ว่าคนในกระจกคือใครกันแน่

"หึ" ลิซ่าดูอึ้งๆ นิดหน่อยทันทีที่ผมพูดจบ

"ไปหาคนที่เธออยากให้ฉันรู้จักไง"

"นายรู้ได้ไงอะ หืม~ รู้ใจจริงๆ เลย งั้นไปกันเถอะ" ลิซ่ายิ้มแล้วเข้ามาจูงมือผมไป ทำไมเธอถึงมีความสุขขนาดนี้นะ ในขณะที่ผมเป็นกังวลแทบตาย 



"พาเข้ามาหาข้า" ประโยคเดิมที่ผมจำได้ ผมไม่รอให้ลิซ่ายื่นมือมา แต่ผมเดินเข้าไปหน้ากระจกนั่นทันทีจนลิซ่าดูตกใจที่จู่ๆ ผมก็ปรี่เข้าไปแบบนั้น แต่ว่า...ในกระจกมันไม่มีอะไรเลยครับ มีแค่เงาสะท้อนของผมกับลิซ่าเท่านั้น แล้วเสียงนั้น 'มาจากไหนวะ' ผมคิด

"ฮึๆๆ ใจกล้าดีนิ" เสียงมันดังมาจากกระจกธรรมดาๆ นี่จริงๆ นะ ผมได้ยินไม่ผิดแน่

"แต่อายุสั้นไปหน่อย" ปากแบบนี้! 'ใครวะ!'

"นายเป็นใคร"  ผมถามออกไป

"ข้าเป็นใครน่ะเหรอ ฮ่าๆๆ" มันจะหัวเราะทำไมครับ มีอะไรน่าขำนักเหรอ และผมยิ่งอารมณ์ขึ้นเมื่อเห็นลิซ่ากลั้นขำเอาไว้  

"เจ้าแน่ใจว่าอยากเจอกับข้า จอนจองกุก" เขารู้จักผมด้วยอย่างนั้นเหรอ

"ถ้าไม่แน่ใจ ฉันคงไม่มาที่นี้" ผมว่า แล้วจู่ๆ ก็มีควันสีดำลอยเอื่อยๆ ราบพื้นออกมาจากกระจก ควันดำนั่นเริมก่อตัวขึ้นจนเป็นรูปร่างคล้ายคน จากส่วนสูงคงสูงไม่ต่างจากผมมากนัก อาจจะสูงกว่าผมนิดหน่อย แล้วร่างนั้นก็เริ่มชัดเจนขึ้น เริ่มจากส่วนล่างผมเห็นปลายรองเท้าหนังโผล่พ้นผ้าคลุมยาวสีดำ แล้วมันค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นร่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าคลุมทั้งตัว ปิดหน้าปิดตาขนาดนี้ผมคงรู้หรอกว่าเป็นใคร

และเหมือนเขาจะรู้ว่าผมเริ่มรำคาญไอ้ผ้าคลุมตัวโคร่งนี้แล้ว เขาจึงค่อยๆ ใช้มือทั้งสองข้างเปิดหมวกที่คลุมหัวเขาออก เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นและมองมาที่ผม ผู้ชายคนนี้หน้าตาเป็นยังไงเหรอครับ ก็หน้าตี๋ ผิวขาว ผมรองทรงและตาสีดำเข้มสนิท ผมไม่เคยเจอใครตาดำเข้มขนาดนี้มาก่อนเลยนะ แค่เขามองใจผมก็หวิวแล้ว เหมือนวิญญาณผมพร้อมออกจากร่างได้ทุกเมื่อ แต่ตอนนี้ผมก็เป็นวิญญาณนิครับ ใช่มั๊ย?

"ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะจองกุก" เขาถามผม

"นายเป็นใคร" ผมถามกลับ ไม่ได้ครับ ผมจะปล่อยให้เขารู้จักผมแค่ฝ่ายเดียวได้ไง แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย

"เสียมารยาทจริง ข้าถามก่อน เจ้าก็ควรจะตอบข้าก่อนสิ" ไอ้หมอนี้มันจะกวนประสาทผมใช่มั๊ยครับ

"ฉันจะไม่ตอบคำถามคนแปลกหน้าอย่างนายหรอกนะ" ผมว่า

"ฮ่าๆๆ คนแปลกหน้า ใช่ๆๆ ข้าก็ลืมไปว่าข้าอาจจะเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเจ้า" เขาทำยังกะมันเป็นเรื่องตลก แล้วเดินไปยืนข้างๆ ลิซ่าก่อนจะโอบไหล่เธอไว้

"แต่ไม่ใช่สำหรับลิซ่าแน่" มันทำอะไรของมัน แล้วพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่

"มนุษย์หน้าโง่อย่างเจ้า จะไปทันเกมของเราได้ยังไง" เกมเหรอครับ มันพูดเรื่องบ้าอะไรของมัน เกมอะไรกัน ผมเริ่มกำมือไว้ข้างลำตัวเพราะอารมณ์ที่เริ่มไม่คงที่

"หมายความว่ายังไง" ผมถามออกไปอย่างเดือดดาล

"หมายความว่ายังไงๆ มันหมายความว่ายังไงนะลิซ่า บอกเขาแทนข้าหน่อยซิ...ที่รัก" ผมรู้สึกเจ็บมือขึ้นเรื่อยๆ เพราะหมัดที่กำแน่นขึ้นจนเล็บจิกมือตัวเอง 'ที่รักเหรอ ที่รักบ้าอะไรกัน' แล้วดูสายตาลิซ่าที่มองผมตอนนี้ 'คนแปลกหน้า' สายตาเธอมันบอกอย่างนั้น

"หมายความว่า..." ลิซ่าเอ่ย ยิ่งมองหน้าเธอผมยิ่งควบคุมอารมณ์โมโหของตัวเองไม่ได้

"นาย...ก็เป็นแค่เบี้ยของเรา" เธอบอก

"เบี้ยเหรอ เหอะ! แค่เบี้ยของเธอกับมันเหรอ!" เรื่องนี้มันทำให้ผมหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมคงบ้าไปแล้ว

"เบี้ยของเราทำตัวไม่น่ารักเลยนะที่รัก" มันหันไปกระซิบข้างหูเธอ ผมเริ่มหายใจฮึดฮัดด้วยความฉุนเฉียว นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน มันคือความจริงหรือความฝันหรือนิทานหลอกเด็กกันแน่

"เขาก็เป็นแบบนี้แหละดับป์" เธอหันไปบอกมัน ผู้ชายคนนี้ชื่อดับป์สินะ 'ดับป์' ผมเคยได้ยินชื่อนี้มาจากไหนกันนะ แต่ช่างเถอะผมไม่มีอารมณ์มาคิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ในตอนนี้หรอก เพราะสิ่งที่ผมต้องคิดคือเรื่องของสองคนตรงหน้ามากกว่า

"ก็แค่ผู้ชายน่ารำคาญน่ะ" เธอว่าอะไรนะครับ 'ผู้ชายน่ารำคาญงั้นเหรอ'

"ลิซ่า!" ผมเรียกชื่อเธอ เพราะชักทนไม่ไหวกับสายตาเฉยเมยและคำพูดเสียดแทงแบบนี้ของเธอได้อีก

"เจ้ามีอะไรกับคนของข้าเหรอ"

"ฉันไม่ได้คุยกับแก!" ผมหันไปบอกไอ้ดับป์ แต่มันกลับยักคิ้วกวนประสาทผม ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผมคลั่งจนยั้งตัวไว้ไม่อยู่

"เจ้าคุยกับนาง ก็เหมือนคุยกับข้านั่นแหละ เพราะเราคือคนคนเดียวกัน"


พลั้ว!


"ดับป์!" เสียงลิซ่าดังขึ้น ดับป์เซไปตามแรงหมัดที่ผมตั้งใจชกเข้าที่ใบหน้าอย่างเต็มแรง ผมกำลังง้างหมัดขึ้นเพื่อชกเข้าเป็นครั้งที่สอง แต่ว่า...

"อ่ะ!" ทำไมผมรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาแบบนี้นะ

"อ่าห์!" เหมือนหัวใจมันถูกบีบขึ้นเรื่อยๆ เลยครับ

"ดับป์เป็นอะไรหรือเปล่า" ลิซ่าวิ่งเข้าไปหาไอ้หมอนั้น คนที่เธอควรเป็นห่วงคือผมไม่ใช่เหรอ ยิ่งเห็นผมยิ่งปวดใจ 'ทำไมกันนะ เธอหลอกฉันทำไม' ผมได้แต่คิด

"อ่าห์!" ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่ยิ่งสูดเข้าลึกเท่าไหร่ ก็เหมือนหัวใจยิ่งบีบรัดขึ้นเรื่อยๆ

"อ๊าก!" ผมคุกเข่าล้มลงไปเพราะความเจ็บปวด ผมเห็นไอ้ดับป์เดินยิ้มแหยะเข้ามาหาผม มันรู้สึกเหมือนหัวใจผมมันกำลังเปลี่ยนไป ความรู้สึกมันเริ่มช้าลง และเหมือนผมกำลังจะสูญเสียตัวตนไปยังไงยังงั้น

"ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้าใจกล้าดี แต่อายุสั้นไปหน่อย น่าสงสารที่เจ้าต้องมาตายเพราะรัก ความรักมันน่าเย้ายวนใช่มั๊ยล่ะ" ไอ้ดับป์ว่า

"อ่าห์!" ผมเจ็บจนต้องก้มหน้ามองพื้น แล้วหลับตาฟื้นความเจ็บเอาไว้ มันไม่ได้เจ็บเหมือนโดนหอกทิ่มแทง แต่มัดบีบรัดและเหมือนมีอะไรกำลังกลืนกินหัวใจของผมไป

"เงยหน้าเจ้าขึ้นมาไอ้มนุษย์หน้าโง่" ผมไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของมันหรอกนะ แต่ว่า...

"อ๊าก!" ผมร้องออกมา เคยรู้สึกว่าหัวใจเราแต่ไม่ใช่ของเรามั๊ยครับ ตอนนี้ผมรู้สึกแบบนั้น ผมรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่วิ่งอยู่ในตัว แต่ใจผมกำลังต่อต้านมัน มันถึงเจ็บปวดแบบนี้

"เงยหน้าของนายขึ้นมา" ผมเกลียดเสียงของเธอจริงๆ 'คนหลอกลวง' ผมเงยหน้ามองเธอ สายตาไม่มีคำว่าสงสารหรือเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น เป็นสายตาที่บอกผมว่าให้ยอมแพ้ซะ สายตาของผู้ชนะ 'เธอชนะอย่างนั้นเหรอลิซ่า'

"ดูเหมือนเจ้าจะรักนางจนหัวปักหัวปำ แต่ความรักที่เต็มไปด้วยความลวงของเจ้า มันจบลงไปแล้ว ฮ่าๆๆ" มันหัวเราะบ้าอะไรของมัน ผมพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่...

"อ๊าก!" ใจผมจะระเบิดเพราะแรงที่ปะทุอยู่ตอนนี้อยู่แล้ว

"ข้ายังพูดไม่จบ เฮ้อๆๆ พวกมนุษย์ช่างไม่มีมารยาทเสียจริง" ผมเกลียดรอยยิ้มเหยียดของมัน ถ้าผมมีพลังแบบที่มันมีเพราะสัญญาว่าผมจะระเบิดร่างมันเป็นจุณไม่ให้เหลือซากเลย 

"ลิซ่า" ดับป์ยืนมือไปหาลิซ่า ลิซ่าเดินเข้ามาและจับมือของมันไว้แล้วเดินมายืนอยู่ข้างๆ มัน ไอ้ดับป์มันใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวลิซ่าไว้ ส่วนลิซ่าก็ส่งยิ้มหวานไปให้มัน ฆ่าผมให้ตายเลยดีกว่าครับแบบนี้ ถ้าเธอจะทำกับผมแบบนี้ ปล่อยให้ผมมีชีวิตอยู่ทำไมกัน

"นางสวยนะว่ามั๊ย" มันว่าแล้วใช้มือข้างนึงเกลี่ยหน้าเธอ

"แต่คนเดียวที่ได้ครอบครองนาง มีแค่ข้าเท่านั้น" 

"ย่าห์!" ผมรวบรวมกำลังทั้งหมดเป็นครั้งสุดท้าย ผมต้องไปถึงตัวเธอให้ได้ ผมต้องพาเธอกลับมาให้ได้ ผมพุ่งตัวจะเข้าไปหาเธอ แต่ว่า...

"อ๊าก!" อีกแค่ก้าวเดียวแท้ๆ ผมคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ ผมลุกขึ้นอีกครั้งไม่ได้แล้ว เหลี่ยวแรงผมมันหายไปหมดแล้ว สิ่งที่ผมพอทำได้ตอนนี้คงมีแค่...

"ลิซ่า" ผมเอือมมือไปคว้าขาของเธอไว้

"ได้โปรด" ผมอ้อนวอนและเงยหน้ามองเธอ สายตาเย็นชาที่เธอมองมามันทำให้น้ำตาผมค่อยๆ ไหลออกมา ผมจะไม่ได้เธอกลับคืนมาแล้วใช่มั๊ย 'มันต้องมีทางสิ มันต้องมี แค่สักทางก็ยังดี' ผมภาวนาในใจ

"ลิซ่า ขอร้องล่ะ ได้โปรด" ผมอ้อนวอนเธอ

"จองกุก" เธอเรียกชื่อผมแล้วครับ ผมยังมีหวังใช่มั๊ย 'ฉันยังพอมีหวังใช่มั๊ย ลิซ่า'

"บอกลาชีวิตโง่ๆ ของนายเถอะ" นั้นเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่ผมจะ...


"อ๊าก!" 


ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา

"จองกุก! จองกุก!" ผมเห็นลิซ่าเขย่าตัวอยู่ ผมจึงรีบลุกขึ้น ทำไมผมยังรู้สึกใจหวิวๆ อยู่นะ

"นายเป็นอะไรน่ะ" เธอถามผมอย่างเป็นห่วง 'เป็นห่วงเหรอ โกหก!'

"อย่ามายุ่ง!" ผมว่าแล้วสะบัดมือเธอออก เธอดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด

"นาย...เอ่อ...นายโอเคหรือเปล่า" เธอถามผมอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"ฉันขอเวลาอยู่คนเดียวสักพัก" แล้วผมก็รีบลุกออกจากเบาะนอนนี้ แต่เพราะยังมึนๆ จากเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่จึงทำให้เดินเซไปมา

"นายโอเคจริงๆ นะ" ลิซ่าเข้ามาพยุงผม

"ฉันเดินเองได้! เธอฝึกของเธอต่อเถอะ ขอตัวนะครับคุณยาย" ผมสะบัดมือเธอออกอีกครั้ง แล้วรีบเดินออกมาให้ไกลจากห้องนั้น เหตุการณ์เมื่อกี้มันไม่ใช่ทั้งความจริง และไม่ใช่ทั้งความฝัน แล้วมันคืออะไรกัน 'ความลวง' ใช่ครับ มันอาจจะเป็นแบบนั้น แล้วในชีวิตจริงของผมล่ะ มันคือเรื่องหลอกลวงด้วยหรือเปล่า ผมแยกไม่ออกแล้วว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนลวงกันแน่ ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก เธอก็ร้ายกาจเกินไปแล้ว 

"ฉันยังเชื่อเธอได้ใช่มั้ยลิซ่า" ผมหันกลับไปยังห้องนั้น 

"ลิซ่าคนนี้ ฉันไว้ใจเธอได้ใช่มั๊ย" ผมต้องเชื่อใจเธอสิ แต่ความมั่นใจของผมมันไม่เหมือนเดิมแล้วน่ะสิ 'ดับป์' ชื่อไอ้หมอนั่นดังขึ้นมาในหัว ผมว่าชื่อมันคุ้นๆ จริงๆ นะ เหมือน...

"ดับป์?" ผมรู้แล้วว่าผมจะหาคำตอบเรื่องนี้ได้จากไหน



Lisa talk...


ฉันได้แต่ยืนนิ่งเพราะอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่ จองกุกสะบัดมือฉันออกเหรอ 'ทำไมกัน' ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลย เรื่องที่เขาสะบัดมือฉันไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่สายตาโกรธเคืองและคำพูดแดกดันแบบนั้น ต้องเกิดอะไรขึ้นกับเขาแน่ๆ

"คุณยายคะ" ฉันหันไปยายแคสเปียร์และส่งสายตาตำหนิไปให้

"แค่ 1 ใน 4 เองหลาน" 

"แค่ 1 ใน 4 เหรอคะ ยายไม่เห็นเหรอว่าเขาทำตัวแปลกแค่ไหน!" ฉันโวยวายขึ้น 

"ยายขอโทษจริงๆ ก็ยายไม่คิดว่ายาจมปลักมันจะรุนแรงกับสามัญขนาดนี้นี่น่า" ยายแกก็ได้แต่ทำหน้าแบบสำนึกผิดสุดๆ แล้วฉันจะว่าอะไรแกได้ล่ะเนี่ย

"แล้ววันนี้ เราจะฝึก..."

"พอแล้วค่ะ หนูว่าหนูต้องไปดูเขาซะหน่อย ปล่อยไว้แบบนั้นคนเดียวไม่ดีแน่" ฉันรีบตัดบทของคุณยาย

"เอางั้นก็ได้ ยายก็ว่าอย่างนั้นแหละ หลานไปเถอะ" คุณยายตบแขนฉันเบาๆ สองสามที

"ค่ะ" แล้วฉันก็ออกเดิน แต่ก่อนที่ฉันจะเดินออกจากห้อง

"คุณยายคะ ขอโทษที่โวยวายใส่นะคะ แต่หนูเป็นห่วงเขาจริงๆ" คุณยายแค่พยักหน้าให้อย่างเข้าใจ ฉันจึงพยักหน้าตอบ หลังจากขอโทษคุณยายเสร็จแล้ว ฉันก็เดินออกมาจากห้องและมองหาจองกุก แต่ว่าจองกุกไม่ได้อยู่แถวนี้แล้วน่ะสิ

"ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย จองกุก"



.........จบ PART 70.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1587 Thack_patsarin (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 12:14

    ระทึกใจกับฉากนี้มากค่ะ ลุ้นมากว่าสิ่งที่จองกุกพบเจอจะเป็นความฝัน ความจริง หรือแค่ความลวง

    #1,587
    0
  2. #861 Lovely_Sorun (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 08:51
    รอค่าาาาา
    #861
    0
  3. #860 KaMini_lover (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 12:48
    รีดว่านะ ลิซ่าอ่ะไม่ได้หลอกนุ้งกุกหรอก เพราะว่าตั้งแต่ตอนแรกมันก็สื่อได้เลยว่าลิซกับกุกเป็นเนื้อคู่กัน >_< ไม่ว่าความฝัน ความคิด เวลาสบตา เวลาคุย หรือว่าไรท์จะหักมุม ฮันแน่ๆ ไม่เอานะไรท์ T-T #ทำได้เพียงสืบและวิเคราะห์(มโน)ต่อไป
    #หลักฐานสำคัญคือผู้ชายในฝันงาย 
    ~ต๊กใจตื่นมาตี 4 เฮ้อ~ เสียดายจัง แหม่ เสียดายจัง~

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 มีนาคม 2560 / 12:55
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 18 มีนาคม 2560 / 13:06
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 19 มีนาคม 2560 / 08:27
    #860
    0
  4. #859 KaMini_lover (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 12:47
    รีดว่านะ ลิซ่
    #859
    0
  5. #856 BamMonb (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 07:17
    รอน้าไรท์ สู้ๆ
    #856
    0
  6. #855 Sari0704 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 00:32
    อ๊ากกกกก กุกกี้ เก่งมันทุกเรื่อง พอเป็นเรื่องของลิซทำไมเป็นแบบเน้ รอน้าาาาาา
    #855
    0