Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 71 : PART 66 : คุยกันหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jisoo talk...


"ทำไมแม่ถึงรักพ่อคะ" ฉันถามขึ้นขณะที่แม่กำลังจัดผมให้ แม่หยุดและยิ้มผ่านกระจกมาให้ฉันก่อนจะตอบและจัดผมฉันต่อ

"คงเพราะแม่เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นในตัวพ่อเจ้าล่ะมั้ง"

"สิ่งทีคนอื่นไม่เห็นเหรอคะ"

"พอพูดถึงโรมาน ใครๆ ก็เกรงกลัวเขาไปหมด" โรมานเป็นชื่อพ่อฉันเองแหละ

"แต่แม่ไม่ได้กลัวพ่อนิคะ" ฉันมองผ่านกระจกเห็นแม่ยิ้มขำๆ ก่อนจะตอบ

"ใครว่าแม่ไม่กลัวล่ะ แม่ก็กลัวเหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละ แต่พอได้เจอพ่อเจ้าตัวเป็นๆ แม่ถึงรู้ว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เขาก็เป็นเพียงชายผู้น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น ผู้ชายที่หลงทาง"

"และแม่ก็คือทางออกของพ่อใช่มั๊ยคะ" แม่ยิ้มให้ฉันแล้วบอกว่า

"ใช่จ้ะ รักแท้คือทางออกของเราทั้งคู่" 

"น่าอิจฉาจังค่ะ"

"ลูกจะมาอิจฉาแม่ทำไม ในเมื่อลูกก็เป็นอีกคนที่น่าอิจฉาเหมือนกัน" แม่หยุดและยืนนิ่งมองมาที่ฉัน

"หนูเนี่ยนะ ผู้หญิงที่น่าอิจฉา ไม่ใช่มั้งคะ" ฉันน่าอิจฉาตรงไหนกัน

"นี่จีซู" แม่ว่าแล้วนั่งลงข้างๆ ตัวฉัน แล้วยิ้มอบอุ่นมาให้ฉัน

"แม่บอกไปแล้วใช่มั๊ยว่าเป็นเพราะรักแท้จึงทำให้พ่อเจ้าเจอทางออก ทางออกจากเงามืดของคาร์เมน" 

"คะ แม่เพิ่งบอกหนูเมื่อกี้" แม่ฉันยิ้มอีกแล้วค่ะ แม่ยิ้มบ่อยไปนะ มีอะไรเปล่านะ

"ชายผู้ที่อยู่ในใจลูก ก็คือทางออกของลูกเช่นกัน" ทางออกของฉัน? ผู้ชายในใจฉัน? หมายถึงใครกัน 'พี่เขาเหรอ...ไม่หรอกมั้ง' ถ้าเป็นพี่เขาต้องทางออกสู่ปากเหวมากกว่านะฉันว่า

"พ่อเจ้าบอกว่าคาร์เมนชอบนิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทรามาก ก็เลยชอบสาปใครต่อใครโดยเงื่อนไขแบบนั้น" เงื่อนไขที่เจ้าหญิงนิทราถูกสาปเหรอ 'หะ! หา! เห้ย! o_O' แม่คงไม่ได้หมายถึง...

"เอ่อ...แม่คะ แม่คง...คงไม่ได้หมายถึง...เอ่อคือ..." แค่คิดก็จะบ้าตายแล้วอะ แล้วแม่ฉันยังมายิ้มแบบนี้อีก 'จะบ้าเหรอ!'

"คือ...จุม...จุมพิตจากรักแท้เหรอคะ" ฉันภาวนาขอให้แม่อย่าตอบว่าใช่ แม่ยิ้มขำๆ มาให้ฉัน แล้วใช้มือจับหน้าฉันเอาไว้

"ใช่จ้ะ" แม่เจ้า! พี่เขาจะเป็นรักแท้ของฉันได้ไงกัน ในเมื่อฉันเป็นคนแอบรักเขาข้างเดียวมาตลอด 'ไม่ใช่ ล้อกันเล่นแน่ๆ แม่ต้องล้อเล่นแน่นอน'

"งั้นหนูขอถามอีกคำถามได้มั๊ยคะ"

"ได้สิ" 

"รักแท้ที่แม่ว่า ต้องเป็นความรักที่เกิดจากคนสองคนใช่มั๊ยคะ" แม่ไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าเป็นคำตอบ

"ถ้างั้นความรักของหนูคงไม่ใช่รักแท้แล้วล่ะคะ" ฉันว่าแล้วหันหน้ามาเก็บข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้ง

"อะไรที่ทำให้ลูกคิดแบบนั้นล่ะ" แม่ฉันยังคงถามไม่เลิก

"เพราะเขาไม่ได้ชอบหนูค่ะ" ตอบไปแล้วก็เริ่มหงุดหงิดตัวเอง

"ลูกจะบอกว่าลูกแอบรักเขาข้างเดียวอย่างนั้นเหรอ"

"ใช่ค่ะ" ฉันเก็บลิปสติกชิ้นสุดท้ายเข้ากล่อง

"เด็กสองคนนี้ซื่อบื้อกันจริงๆ" 

"แม่คะ!" ให้ตายเถอะ ฉันโดนแม่ด่าว่าซื่อบื้อได้ไงกันเนี่ย

"ก็มันจริงนิ ลูกไม่รู้เลยเหรอว่าเขากำลังง้อลูกอยู่" เขาไหนกันคะ แม่ไปรู้อะไรมากันแน่

"ใครกันคะ"

"จริงๆ เลย ยัยเด็กโง่" หูฝาดไปเปล่าคะ แม่ฉันไม่เคยด่าฉันแบบนี้เลยนะ

"แม่ด่าหนูทำไมนิ"

"แม่ไม่ได้ด่าลูก แค่อยากดึงสติลูก ความรักนะใช้แค่อารมณ์ความรู้สึกไม่ได้หรอกนะ หากแต่ต้องใช้ปัญญาด้วย" พูดง่ายๆ คือต้องใช้สมองด้วยคะ

"ลูกน่ะใช้แต่ความรู้สึก แต่ไม่เคยใช้ปัญญาสังเกตเขาเลยด้วยซ้ำ" รู้สึกเหมือนโดนเรียกเข้าห้องปกครองยังไงยังงั้น

"งั้นแม่ถามหน่อย อะไรที่ทำให้ลูกคิดว่าเขาไม่ชอบลูก" 

"ก็เขาเมินหนูนิคะ" จริงๆ ฉันอยากตอบว่า 'ก็เขาจูบหนูแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไงล่ะ' แต่ฉันตอบแบบนั้นไปไม่ได้น่ะสิ

"ลูกก็เลยเมินเขากลับเหรอ" ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบ

"น่าสงสารยุนกิจริงๆ อุตส่าห์มาง้อแต่ก็โดนยัยเด็กซื่อบื้อเมิน แถมยังปากร้ายใส่อีก" ยุนกิเหรอคะ 

"แม่!" ฉันตกใจจริงๆ นะ แม่ฉันรู้ได้ไง

"ไม่ต้องมาทำหน้าตกใจ แม่อาบน้ำร้อนมาก่อนนะ ดูแว๊บเดียวก็รู้แล้ว" ไม่น่าล่ะแม่ถึงชอบถามคำถามแปลกๆ แต่ว่าเมื่อกี้แม่บอกว่าเขาตามง้อฉันเหรอ 'ง้อตอนไหนเนี่ย'

"เอาล่ะ" แม่ฉันลุกขึ้นยืน

"ลูกสาวแม่แต่งตัวเสร็จแล้ว แม่ว่าแม่คงต้องกลับห้องไปแต่งตัวด้วยเหมือนกัน"

"งั้นเดี๋ยวหนูไปช่วยคะ" ฉันกำลังจะลุกขึ้นตาม

"ไม่ต้องจ้ะ" แต่โดนแม่กดไหล่ลงซะก่อน 

"แม่ว่า...ลูกสาวแม่คงอยากใช้เวลากับตัวเองสักพัก เพราะงั้นลูกก็แค่รออยู่ในห้องนี้ก็พอ...เนาะ!" แม่เข้ามาหอมแก้มฉันทั้งสองข้าง

"แม่รักลูกนะ" แม่ว่าแล้วเดินออกไป ส่วนฉันก็ได้แต่มองตามจนกระทั่งประตูปิดลง

"พี่เขาตามง้อฉันเหรอ ไม่เห็นรู้สึกว่าเป็นอย่างนั้นเลย" ฉันพูดกับตัวเอง 

'หากแต่ต้องใช้ปัญญาด้วย' เสียงแม่ยังก้องอยู่ในหัวของฉัน หลอนไปเปล่าเนี่ย

'ฉันเต็มใจ' เสียงเขาดังขึ้นมา เพราะแม่คนเดียวเลยถึงทำให้ฉันประสาทหลอนแบบนี้

'อยู่นิ่งๆ' จู่ๆ ฉันก็คิดถึงสายตาของเขาตอนที่พยายามจะซับเหงื่อให้ฉันเมื่อวันก่อน สายตาอ่อนโยนที่ทำให้ฉันต้องรีบแย่งกระดาษมาซับหน้าเอง 

'อย่าหลงกลเขานะ!' เสียงในหัวดังขึ้นมา 

'ยังไม่เข็ดกับความสับสนนั่นหรือไง' โอ้ย! อะไรกันเนี่ย! ฉันแยกไม่ออกแล้วนะว่าตกลงความรู้สึกทั้งหมดนี้มันจริงหรือหลอก 

'ใครก็ได้ช่วยที!'



Jimin talk...


'ย่าห์!'


ฉับ!


"เฮือก!" ผมสะดุ้งลืมตาตื่น

"ฝันเหรอวะเนี่ย ตามมาหลอกกันถึงในฝันเลยเหรอ" ก็รุ่นพี่จียงดิครับ ตามมาปลิดชีพผมถึงในฝัน แค่ชีวิตจริงก็ปานตายขนาดนี้ ผมพยายามจะยกตัวลุกขึ้น แต่...

"โอ้ย!" ตัวผมปวดเมื่อยไปหมดเลยครับ

"อ้าว! ฟื้นแล้วเหรอครับ" ผมจำเขาได้ อกาธอนัสที่พาผมทัวร์บ้านเมื่อวานนี้

"ช่วยหมุนเบาะขึ้นให้หน่อยได้มั๊ยครับ" 

"ได้สิครับ" เขารีบทำตามที่ผมขอทันที ค่อยยังชั่วที่นั่งได้ซักที

"แล้ว...คนอื่นๆ"

"พวกเพื่อนคุณเหรอครับ นายท่านเชิญไปร่วมงานกันหมดแล้วครับ ส่วนผม คุณชายรองสั่งให้มาช่วยดูแลคุณครับ" ผมลืมไปว่าวันนี้มีงานเลี้ยงตอนเย็น แล้วตอนนี้งานก็คงเริ่มไปแล้ว เพราะผมได้ยินเสียงดนตรีมาแต่ไกล

"คงสนุกมากแน่ๆ" เขาเอ่ยขึ้นตาก็มองไปทางงานเลี้ยง

"คุณไปก็ได้นะครับ"

"ไม่ได้ครับ! คุณชายรองสั่งไว้ ผมไม่อยากละเลยหน้าที่" เคร่งครัดจริงๆ

"แต่ผมไม่เป็นไรมากแล้วครับ คุณไปเถอะ ถ้ามินโฮฮยองถาม ให้บอกว่าผมเป็นคนขอเอง" ผมยิ้มน้อยๆ ให้เขา

"แต่ว่า..."

"ไปเถอะครับ" เขาทำหน้าลังเลนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้าและโค้งให้ผมหนึ่งทีก่อนเดินออกไป 

หิวน้ำอะครับ เมื่อกี้น่าจะให้เขาหาน้ำมาให้ก่อน ผมมองซ้ายมองขวาหาน้ำดื่ม 'อยู่ไหนวะ' ไม่มีน้ำอยู่แถวนี้เลยครับ แต่มีบางอย่างที่สะดุดตาผมทันที ตอนที่ผมเห็นมัน ผมก็คิดว่าผมไม่ควรตื่นมาเลย ถ้าต้องตื่นแล้วต้องเจ็บกว่าเดิมแบบนี้ ผมหยิบกำไลที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมา

"เธอหมายความตามนั้นจริงๆ สินะ...ไม่ต้องมาคุยกัน เจนนี่" ผมพูดกับตัวเองแล้วกำกำไลนั้นไว้แน่น กำไลแทนใจของผม แต่ตอนนี้มันกำลังแทงใจผมอยู่ ผมค่อยๆ ลุกออกจากเตียง 

"อืม" ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลย เมื่อผมยืนด้วยขาสองขาได้แล้ว ผมก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกไป แต่ล่ะก้าวช่างยากลำบากเหลือเกิน ตอนแรกผมกะว่าจะเดินไปดูงานเลี้ยงสักหน่อย แต่กำไลในมือทำให้ผมเปลี่ยนใจ ผมไม่ควรเห็นหน้าเธอ ไม่ควรในตอนนี้ ตอนที่ทั้งร่างกายและจิตใจผมมันอ่อนแอ ผมจึงเลือกเดินไปอีกทางอย่างไร้จุดหมาย



Suga talk...


"ฮวีพารัม..."

"มึงคิดเหมือนกูมั๊ยว่าไอ้นั่นน่ะ มันเริ่มคิดจริงจังแล้ว" ไอ้นั่นที่จินว่าก็ไอ้วีที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ที่ตอนนี้ตั้งใจ๊ตั้งใจมองโรเซ่ 

"ก็อาจจะ" ผมว่า


แปะ! แปะ! แปะ!


และถึงแม้การแสดงจะจบไปแล้ว มันก็ยังมองตามเธออยู่เลยครับ จนกระทั่งโรเซ่นั่งลงที่โต๊ะถัดจากเราไปอีกโต๊ะ มันก็ยังมองเธออยู่เลย โต๊ะที่คั่นโต๊ะพวกผมกับพวกเธออยู่เป็นโต๊ะของวง Rockabye ครับ ทันทีที่โรเซ่หันมาทางพวกผม มันก็รีบหันไปคุยกับไอ้กุกทันที ผมเห็นโรเซ่ทำหน้างงๆ ก่อนจะกลับไปยิ้มรับคำชมจากคนอื่นๆ บนโต๊ะ ตั้งแต่งานเริ่มจนถึงตอนนี้ผมยังไม่เห็นจีซูกับแม่ของเธอเลยนะครับ

"และสำหรับการแสดงชุดต่อไป เพลงกล่อมจากของขวัญแห่งทาธารัซ ดอกไม้กลางหิมะ ท่านหญิงซูลินและคุณหนูจีซู" 


แปะ! แปะ! แปะ!


มาแล้วครับมาแล้ว แม่จีซูเดินมาโน้นแล้วครับควงแขนมากับผู้หญิงคนหนึ่ง

"ยัยหนูๆ" ไอ้จินร้องเรียกจีซูทันที่ที่เห็น จีซูหันมาส่งยิ้มให้มัน ส่วนผมสตั้นไปแล้ว ในเวลาปกติเธอก็สวยอยู่แล้วนะ แต่วันนี้เธอสวยยิ่งกว่าทุกวัน สวยกว่าทุกคนในที่นี่ซะอีก ผมยาวสีดำที่ถูกเปียอย่างหลวมๆ ไว้ด้านหลัง มงกุฎดอกไม้เล็กๆ ที่อยู่บนหัว ชุดลูกไม้กระโปรงยาวสีขาว เปิดไหล่หน่อยๆ หน้าสวยๆ กับรอยยิ้มรูปหัวใจหวานๆ แบบนั้น ผมไม่เคยรู้สึกเหมือนหัวใจมันพองโตขนาดนี้มาก่อนเลย ผมเคยอยากเรียกเธอว่าผู้หญิงของผม แต่วันนี้ผมอยากเรียกเธอว่า นางฟ้าของผมซะแล้วล่ะ

'เห้ย!' ผมรีบหลบสายตาของเธอทันที เมื่อจู่ๆ สายตาเราก็สบกัน ผมทนมองเธอไม่ได้อะ ขืนมองเธอนานกว่านี้ ผมคงเผลอยิ้มออกมาแน่ๆ เดี๋ยวไอ้คนข้างๆ มันจะแซวเอาได้ เพราะแค่ผมมองเท่านี้มันยังจ้องจับอาการผมอยู่เลย

"น้องกูสวยล่ะสิ" นั่นไงครับ

"อือ"

"หึ...รอบนี้ยอมรับด้วยเว้ย" มันใช้ศอกดันแขนผมค่อยๆ ผมจึงยักคิ้วให้มันหนึ่งที จีซูนั่งลงหน้าเปียโนแล้ว ส่วนแม่จีซูที่ยืนอยู่ด้านหน้าข้างเปียโนก็พยักหน้าเป็นสัญญาณให้จีซูหนึ่งครั้ง จีซูเริ่มบรรเลงดนตรี....


Deep in the meadow, under the willow

A bed of grass, a soft green pillow

Lay down your head, and close your sleepy eyes

And when again they open, the sun will rise.

Here it’s safe, here it’s warm

Here the daisies guard you from every harm

Here your dreams are sweet and tomorrow brings them true

Here is the place where I love you.


ลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า ใต้ต้นวิลโลว์

แปลงหญ้า เหมือนหมอนนุ่มๆสีเขียวชะอุ่ม

นอนลงมาสิ และหลับตาง่วงๆของเธอลง

และเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตะวันจะลอยขึ้นมาอีกครั้ง

ที่แห่งนี้นั้นปลอดภัย อบอุ่น

ดอกเดซี่จะปกป้องเธอจากภยันตรายทั้งปวง

ความฝันของเธอนั้นช่างแสนหวาน และวันพรุ่งนี้จะนำพาให้มันเป็นจริง

ที่แห่งนี้คือที่ที่ฉันรักเธอ


ผมรู้แล้วครับว่าทำไมพ่อเจนนี่ถึงอยากฟังเพลง เสียงใสๆ ของแม่จีซู เสียงประสานของจีซู และเสียงเปียโน ช่างเข้ากันดีเสียจริง รวมทั้งความหมายของเพลงนั้น ช่างอบอุ่นและนุ่มนวลเหลือเกิน ผมอยากทำแบบในเนื้อเพลงบ้าง ทิ้งตัวลงนอนบนแปลงหญ้านุ่มๆ แล้วหลับตาฟังเสียงเพลงนี้


Deep in the meadow, hidden far away

A cloak of leaves, a moonbeam ray

Forget your woes and let your troubles lay

And when again it’s morning, they’ll wash away.

Here it’s safe, here it’s warm

Here the daisies guard you from every harm

Here your dreams are sweet and tomorrow brings them true

Here is the place where I love you.


ลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า ที่ซ่อนอยู่แสนไกล

เสื้อคลุมจากใบไม้ แสงจากดวงจันทรา

ลืมความเศร้าโศกไปให้หมด และวางทุกๆปัญหาไว้ซะ

และเมื่อรุ่งอรุณมาเยือน มันจะหายไปเอง

ที่แห่งนี้นั้นปลอดภัย อบอุ่น

ดอกเดซี่จะปกป้องเธอจากภยันตรายทั้งปวง

ความฝันของเธอนั้นช่างแสนหวาน และวันพรุ่งนี้จะนำพาให้มันเป็นจริง

ที่แห่งนี้คือที่ที่ฉันรักเธอ


"..." เงียบกันไปซักพักครับ เหมือนทุกคนกำลังอิ่มกับเพลงๆ นี้อยู่


แปะ! แปะ! แปะ!


ในที่สุดลุงลักซ์แกก็ปรบมือขึ้นมา ทำให้ทุกคนปรบมือตาม จีซูลุกขึ้นยืนข้างๆ แม่ของเธอ ทั้งสองจับมือกันและส่งยิ้มให้กัน ก่อนจะหันมาย่อตัวรับเสียงปรบมือนั้นด้วยกัน 'น่ารักจัง' 

"ขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ ผมว่าคืนนี้คงมีหลายคนนอนหลับฝันดีกันแน่นอน" พิธีกรขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง ขณะที่จีซูกับแม่เดินลงเวทีมานั่งที่โต๊ะเดียวกันกับเมมเบอร์คนอื่น

"การแสดงชุดต่อไป ขอเชิญพบกับการโชว์ประสานเสียงจากเหล่าอกาธอนัส เชิญรับชมได้ครับ" ผมไม่ได้สนใจการแสดงชุดต่อไปด้วยซ้ำ เพราะมั่วแต่มองจีซูอยู่ 

"ว่าแต่ไอ้วี กูว่ามึงก็เหมือนกันนะครับ โต๊ะเราอยู่ทางนี้ครับผม" โดนไอ้จินแซวจนได้ ผมกำลังจะหันกลับโต๊ะแล้วครับ แต่ว่า 'ใครกันวะ' ดอกไม้สีเหลืองมันมาอีกแล้วครับ แต่ครั้งนี้ฝากมากับเด็กผู้ชาย

"เด็กนั้นใครวะ" ผมหันไปถามคนอื่นๆ ในโต๊ะ

"อ่อ แทวอนน่ะ ลูกป้าแม่บ้าน" ไอ้วีรู้จักเด็กนี่ด้วยเหรอครับ ผมเห็นจีซูอ่านโน๊ตที่แนบมากับจดหมายนั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วแลซ้ายแลขวา ข้อความในนั้นมันเขียนว่าอะไรกันแน่ แล้วใครมันเป็นเจ้าของดอกไม้นั่น ผมอยากรู้จนใจจะขาดอยู่แล้ว

"มึงแอบส่งดอกไม้ให้น้องเขาเหรอ" จินถามผม

"ไม่ใช่กู"

"แล้วใครฮยอง" เจโฮปเข้าร่วมผสม

"กูไม่รู้"

"หรือว่าจริงๆ แล้วน้องเขามีแฟนอยู่แล้ววะ" อันนี้ไม่ใช่แน่นอนครับ เพราะเธอเคยตอบเรื่องดอกไม้ปริศนานี้แล้ว หรือเธอโกหกผมกับแม่ของเธอ 'คงไม่มั้ง' ผมเห็นจีซูค่อยๆ นั่งลงที่เดิมแล้วยิ้มเจื้อนๆ ไปให้คนอื่น และกลับไปสนใจโน๊ตนั่นอีกครั้ง

"แต่เธอดูสนใจมันมากเลยนะฮยอง" ไอ้โฮปมันจะแส้ทำไมครับเนี่ย

"นั่นดิมึง กูว่าที่ยัยหนูเมินมึง อาจเป็นเพราะดอกไม้นั่นก็ได้นะ" พวกมันสองคนจะพูดเพื่อ ผมเริ่มขึ้นนิดๆ แล้วนะ ดอกไม้กับคนปริศนามันน่าสนใจตรงไหนกัน

"กูว่าต้องเป็นใครสักคนในงานนี้แหละ" ไอ้จินสะกิดต่อมอยากรู้อยากเห็นของผมจนได้

"ฮยองๆ อาจเป็นไอ้หมอนั่นก็ได้นะ" เจโฮปชี้ไปทางไอ้อ้วนโต๊ะเยี่ยงพวกเราที่กำลังมองไปทางโต๊ะของจีซู

"หรือคนนั่นวะฮยอง" มันชี้ไปยังไอ้ผอมโต๊ะเยี่ยงจีซู แล้วไอ้ผอมก็กระซิบกระซาบอะไรกับเพื่อนมันก็ไม่รู้ครับ ก่อนจะหันไปมองโต๊ะของจีซูอีกครั้ง 'อดทนไว้ๆ' ผมได้แต่บอกตัวเอง 

"แต่กูว่าไอ้หล่อโต๊ะโน้นว่ะ ดูมันๆ มันลุกขึ้นด้วยเว้ย" จินชี้บอกผมจึงมองตาม ไอ้หล่อจากโต๊ะแถวๆ โต๊ะเธอ มันลุกขึ้นจริงๆ ครับ ถือแก้วไวน์มาด้วย มันเดินมาทางโต๊ะพวกเธอ ผมภาวนาให้เป้าหมายของมันไม่ใช่จีซู แต่ผมก็คิดผิด

"กูว่าแล้ว" ไอ้จินว่าแล้วตบหลังผม ผมว่าอากาศมันร้อนๆ นะ ไอ้หล่อหน้าหม้อหยุดยืนอยู่ด้านหลังระหว่างจีซูกับเจนนี่ มันหันไปทางจีซูและเหมือนจะเรียกชื่อเธอด้วย ทำให้เธอหันไปหา คนอื่นบนโต๊ะเหมือนจะตกใจนิดหน่อยก่อนจะหัวเราะออกมา

"ฮยอง! ทนได้ไงวะ" เจโฮปมันจะยุผมทำไมเนี่ย ผมยิ่งขึ้นๆ อยู่ ไอ้หล่อหน้าหม้อพูดอะไรกับจีซูไม่รู้ครับ รู้แต่ว่าหลังมันพูดจบ

"ชนแก้วด้วยนะมึง" กำลังจะบอกพอดีเลย แต่ไอ้จินพูดขึ้นมาก่อน 

"ฮยอง!" ไอ้โฮปมันจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น ก็แค่ไอ้หมอนี้มันก้มลงมากระซิบอะไรกับจีซูไม่รู้ 'มึงกระซิบเธอทำไม!' ผมเห็นจีซูคิดสักพักก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วกระซิบบอกผู้ชายคนนั้นกลับ

"มันคุยอะไรกับยัยหนูวะ" นั่นดิ 'คุยอะไรกัน' ผมเห็นไอ้หมอนั่นยิ้มบางๆ กลับให้เธอเหมือนกัน ก่อนจะโค้งแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะ ผมเห็นเพื่อนในโต๊ะไอ้หล่อหน้าหม้อเหมือนจะแซวอะไรมัน แล้วก็อ้าปากเหมือนหัวเราะกัน 'หัวเราะกันเข้าไปเหอะมึง' ส่วนจีซูนั้นก็ก้มหน้ายิ้มอายๆ เมื่อโดนคนในโต๊ะแซว แล้วหัวเราะกันใหญ่

"ไม่ไหวแล้วว้อย!"

"ฮยอง!"



Jennie talk...


"ฮยอง!"

"โต๊ะโน้นเขามีอะไรกันคะ" ลิซ่าว่า ฉันเห็นชูก้าเดินมาทางโต๊ะเราด้วยค่ะ

"ขอโทษนะครับ"

"นี่พี่!" หลังจากที่เขาพูดจบก็รีบดึงจีซูออกไปจากโต๊ะเลยคะ

"เกิดอะไรขึ้นอะ" มิโนว่า

"ฮยอง!" วีเป็นคนเดียวที่วิ่งตามชูก้า แต่ก่อนที่เขาจะวิ่งผ่านโต๊ะเราไป

"ป้าเซ็ง! ไปเร็ว!"

"เฮ้ย! นี่นาย! ค่อยๆ ดิ ฉันเจ็บนะ" อะไรของสี่คนนี้ล่ะคะ

"เราควรตามไปมั๊ยพี่" ลิซ่าถามฉัน

"ไม่ต้องหรอกจ้ะ" ป้าซูลินพูดขึ้นมา

"ให้เวลาพวกเขาหน่อย" แล้วป้าแกก็หันไปคุยกับพ่อและแม่ฉันต่อ ฉันกับลิซ่ามองหน้ากันแล้วก็เข้าใจเจตนาของคุณป้า

"เรื่องเริ่มฝึกน่ะ" จู่ๆ พี่จียงก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

"ที่พี่เคยบอกไว้ว่าหลังงานเลี้ยง พี่เลื่อนให้เป็นพรุ่งนี้เช้านะ" ใจดีแปลกๆ นะคะ

"ไม่เห็นต้องเลื่อนเลยคะ พี่อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ" ฉันบอก ก็คนมันงอนอยู่นี่คะ

"พี่ขอโทษ โอเคเปล่า" ฉันไม่ชอบเวลาพี่แกตอบหน้าตายแบบนี้เลยให้ตายเถอะ

"รู้สึกผิดด้วยเหรอคะ"

"พี่ก็แค่อยากทดสอบ" 

"ทดสอบ!" ยัยลิซตกใจแทนฉันไปแล้ว ก็น่าตกใจอยู่หรอกคะ ถ้านั้นเรียกทดสอบ ถ้าฝึกจะหนักขนาดไหนอีก

"พี่มีน้องสาวคนเดียว คนที่มันจะมาจีบน้องพี่ มันก็ต้องดูแลน้องพี่ได้ไม่ต่างจากพี่" เป็นไงล่ะคะพี่ชายฉัน ความหวงนี้ เว่อร์มากกก!

"ทดสอบแล้วเป็นไงฮยอง ผ่านไม่ผ่าน" 

"ทีแรกก็ว่าจะให้ผ่าน แต่เพราะมึง กูเลยขอดูต่อไป" นั้นไง! 'ไอ้พี่มินโฮ!' ฉันมองมิโนด้วยสายตานิ่งๆ แต่แอบเฉียดนิ่มๆ ไปให้พี่แก

"ก็ฮยองเล่นแรงแบบนั้น ผมก็กลัวน้องมันจะตาย" ไหลไปเรื่อยเลยพี่คนนี้

"มึงคิดว่ากูจะฆ่าเขาจริงๆ เหรอ"

"คิดคะ" ฉันตอบแทนซะเลย

"พวกแกไร้สาระกันจริงๆ ถ้าฉันจะฆ่าใคร ฉันไม่ปล่อยให้มันมาพูดใส่หน้าหรอก" แล้วพี่จียงก็หันไปหั่นสเต็กของตัวเองต่อ อย่างน้อยฉันก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งที่พี่เขาไม่ได้รังเกียจจีมินอย่างที่คิดไว้



Jisoo talk...


"พี่ปล่อยฉันได้หรือยังคะ" เขากำข้อมือฉันแน่นจนฉันเจ็บแล้วนะ แถมยังจะลากฉันไปไหนก็ไม่รู้ ไม่พูดไม่จาด้วย เอาแต่เดินอย่างเดียว

"พี่คะ ฉันเจ็บ" 


กึก!


หยุดเดินแล้วคะ

"ขอโทษที" เขาว่า แล้วยืนก้มหน้านิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่

"ที่ลากฉันออกมาอย่างนี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ" 

"..." นิ่งเงียบอีกแล้วคะ คงจะบอกว่าไม่มีอีกสินะ

"พี่คะ"

"มี!" ผิดคาดแฮะ

"มี...คุยกันหน่อยได้มั๊ย" เขาเงยหน้ามามองฉัน แล้วก็แสร้งมองไปทางอื่น อยากคุยกับฉันจริงเปล่านิ่

"งั้นมีอะไรก็พูดมาคะ"

"ไม่ใช่ที่นี่"

"คะ" 

"ฉันอยากคุยกับเธอ แต่ไม่ใช่ที่นี่" เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

"งั้นที่ไหนคะ"



.........จบ PART 66.........



สารจากไรท์

เพลงเขาความหมายดีจริงๆ นะ แถมเวอร์ชันนี้เป็นเวอร์ชันที่ไรท์ว่าน่าจะเพราะที่สุดแล้วมั้ง เหมาะกับการฟังก่อนนอนมากเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1584 Thack_patsarin (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 10:55

    นึกว่าคู่ของจีมินฮยองกับเจนนี่ออนนี่จะลงเอยกันไปแล้วซะอีก จีมินฮยองก็น่ะ แทนที่จะคิดว่าเค้าเป็นห่วงแต่ไม่สามารถดูแลต่อได้ อันเนื่องจากต้องไปร่วมงานเลี้ยง กลับคิดน้อยใจเจนนี่ออนนี่ซะงั้น เพลียกะคู่นี้จริงๆเมื่อไหร่จะได้ครองรักกันอย่างแฮปปี้เอนดิ้งสักทีนะ


    ชูก้าฮยองจะบอกอะไรกับจีซูออนนี่อ่ะ ชักจะอยากรู้แล้วสิ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ขอถามชูก้าฮยองสักกะนิดนึง ว่าถ้าไม่มีผช.เข้าไปทักจีซูออนนี่แบบนั้น ชูก้าฮยอง คงไม่คิดจะลากจีซูออนนี่ออกมาแบบนั้นใช่ไหมคะ?? 

    ทั้งๆที่ยังไม่ได้เป็นไรกันชูก้าฮยองก็หึงซะขนาดนี้แล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าทั้งสองคนคบกัน อาการหึงของชูก้าฮยองจะขนาดไหน


    แต่ยังไงก็เอาใจช่วยทั้งคู่ของจีมินฮยองกะเจนนี่ออนนี่ และคู่ของชูก้าฮยองกะจีซูออนนี่นะค่ะ อ๊ะ! ลืมไป และก็คู่ของ วีฮยองกะแชยองด้วยค่ะ ส่วนคู่ของมักเน่จองกุกกะมักเน่ลิซ่านี่ คงไม่ต้องเอาใจช่วยไรมากเนาะ เพราะทั้งคู่ต่างเติมสีสันและความหวานให้กันและกันขนาดนััน (หวานซะจนคน alone แบบรี้ดอิจฉาตาร้อนกันไปเป็นแทบเลย)


    #1,584
    0
  2. #989 -wa-ya- (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 23:10
    พี่ก้านะพี่ก้าถ้าไม่มีคนมาจีบจีซูกระตุ้นจะเริ่มเร็วงี้มั้ย แล้วดู๊ดูลากเขามาไม่กลัวเขาเจ็บเล้ย พี่มิโนนะพี่มิโนทำให้พี่จียังไม่ไว้ใจจีมินเลยอะ
    #989
    0
  3. #808 Pmn (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 23:01
    ทีมงานคุณภาพ?ของพี่ก้า55555

    ปวดหัวแทนคู่จีมิน จะมีอะไรมาปวดใจอีกมั้ยนะTT
    #808
    0
  4. #807 KesineeChumsri (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 15:09
    รอๆๆ พี่ก้าสู้ๆนะคะ 555
    #807
    0
  5. #805 YangTay. (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 14:03
    รอต่อไปค่ะะะ
    #805
    0
  6. #803 BamMonb (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 10:50
    รอค้ะรอ
    #803
    0
  7. #802 iamfaifaii (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 09:55
    พี่ก้าคะเลิกอายได้แล้วค่ะะะะ
    #802
    0