Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 69 : PART 64 : ของแลกเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Suga talk...


"ข้ามสะพานนี้ไปก็เป็นที่อยู่ของคนในเขตกรีนโซนแล้วคะ"

ลิซ่าว่าขณะที่เรากำลังนั่งอยู่บนเกวียนเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เซฟโซน ที่แท้บ้านผู้นำกับบริวารชั้นสูงและสำนักงานสำคัญต่างๆ ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ Loch na Sul นี่เอง พอข้ามสะพานมาแล้วก็จะเห็นบ้านเรือนของชาวอกาธอนซึ่งสร้างจากหิน และมีรูปทรงคล้ายกัน ผมว่ามันแปลกตาตรงที่ การจัดวางของบ้าน เท่าที่ผมเห็นคือ บ้านเจ็ดหลังจะถูกจัดให้มาอยู่รวมกันเป็นวงกลมโดยหันหลังบ้านเข้าหากัน และหลังบ้านก็ปลูกต้นอะไรก็ไม่รู้ครับ

"กำลังสังสัยเรื่องบ้านเจ็ดหลังกันอยู่ใช่มั๊ยคะ" ลิซ่าพูดขึ้น

"เป็นความคิดของลุงลักซ์เองแหละคะ บ้านเจ็ดหลังรวมเป็นหนึ่ง ช่วยดูแลกันและกัน อีกอย่างบ้านแต่ละหลังจะเวียนกันดูแลสวนร็อคเคลสที่อยู่ด้านหลังบ้าน"

"แล้วไอ้สวนร็อคเคลสที่ว่า คืออะไร" ผมถาม

"ร็อคเคลสเป็นดอกไม้เรืองแสงนะคะ จะเปลี่ยนสีไปตามวันทั้งเจ็ด ตอนกลางวันว่าสวยแล้ว ตอนกลางคืนยิ่งสวยกว่า ยิ่งได้มองมาจากหอคอยที่บ้านใหญ่ตอนเที่ยงคืน ตอนที่ไฟทั้งเมืองดับนะคะ อลังการสุดๆ เลยล่ะ" น่าสนใจดีนะครับ

"ขวามือข้างหน้าเป็นโรงเรียนสามวัย มีเด็กเล็ก เด็กโต แล้วผู้ใหญ่วันหลังเกษียณ ซ้ายมือเป็นโรงพยาบาล ถัดไปหน่อยเป็นศูนย์ฝึกอกาธอนัส" บ้านเมืองดูเป็นระเบียบสะอาดร่มรื่นดีนะ แถมสงบด้วย ผู้คนก็แต่งกายคล้ายๆ กันด้วยครับ  

"ส่วนใหญ่คนในโซนนี้จะเป็นเด็ก คนแก่วัยหลังเกษียณ ไม่ก็อกาธอนที่แต่งงานแล้วหรือพวกรักความสงบ กรีนโซนจะแตกต่างจากเซฟโซนที่เรากำลังจะไปเยอะเลยคะ เดี๋ยวเลยกำแพงหินนี้ไปพวกพี่ก็รู้" ผมมองออกไปเห็นกำแพงหินสูงท่วมหัวที่กั้นระหว่างเขตเซฟโซนกับกรีนโซน 

"นั่นเสียงดนตรีเหรอ" จองกุกเอ่ย

"ไหนวะ" เจโฮปว่า ผมจึงเอี้ยหูฟัง เสียงดนตรีจริงๆ ครับน่าจะมาจากหลังกำแพง

"ขอต้อนรับสู่เซฟโซนค่ะทุกคน"



"ลิซ่า แน่ใจนะว่าเมืองเดียวกัน" จินเอ่ยขึ้น ขณะที่เราเดินกันมาได้สักพักแล้วหลังจากที่จอดเกวียนเอาไว้ลานจอด

"บอกแล้วคะว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิง" ต่างมากถึงมากที่สุด ตอนนี้สำหรับผม กรีนโซนกลายเป็นเมืองนักบวชไปแล้ว ส่วนที่นี้คึกครื้นขนาด ตึกลามบ้านช่องในเขตนี้ไม่ได้สร้างจากหินแต่สร้างจากดินครับ รูปทรงแต่ละอาคารก็ไม่เหมือนกันด้วย มีทั้งที่ตั้งเรียงรายเป็นแถวและอยู่โดดๆ กระจายกระจัด แถมมีร้านค้านานาชนิดอยู่ด้วย พูดถึงร้านค้าเราไม่มีเงินนิครับ แล้วจะซื้อของยังไง

"มีร้านน่าสนใจเยอะนะ แต่ว่า...พวกพี่ไม่มีเงินน่ะสิ" แรปมอนคงคิดเหมือนผม

"ไม่มีเงินไม่ใช่ปัญหาคะ แค่มีความสุขก็พอ" 

"มีความสุขเนี่ยนะ"

"ดูนะคะ" ลิซ่าว่าแล้วเดินไปยังร้านขายซาลาเปาที่อยู่ใกล้ พวกผมจึงเดินตามไปติดๆ

"ป้าคะ ขอซาลาเปาสองลูกคะ" ลิซ่ายิ้มกว้างส่งตาหวานให้ป้าคนขายก่อนจะทาบนิ้วโป้งลงบนเครื่องที่มีหน้าตาเหมือนเครื่องสแกนนิ้วมือ

"ขอความสุขจงอยู่กับท่าน" เสียงเครื่องสแกนดังขึ้น แล้วป้าคนขายถึงหยิบซาลาเปาสองลูกส่งให้ลิซ่า

"ขอบคุณคะ" เธอรับซาลาเปาแล้วส่งหนึ่งชิ้นมาให้จองกุก

"เป็นไงคะ บอกแล้วว่าไม่ต้องใช้เงิน"

"แค่สแกนนิ้วเนี่ยนะ" เจโฮปว่า

"นั้นเครื่องจ่ายความสุขต่างหากคะ ถ้าเราอยากซื้ออะไรในโซนนี้ก็แค่ยิ้ม หัวเราะ มีความสุขเข้าไว้แล้วจ่ายค่าของโดยใช้ความสุขที่เรามีเป็นตัวแลกเปลี่ยน" 

"แค่ยิ้มกับหัวเราะเนี่ยนะ ไม่น่าละคนในโซนนี้อารมณ์ดีกันทุกคน" จินว่า จริงๆ ครับ พอลิซ่าพูดเรื่องนี้ ผมก็เห็นเหมือนไอ้จินเห็น ยิ้มกันจนปากจะฉีกอยู่แล้ว ไม่ก็หัวเราะเสียงดัง จับกลุ่มเม้าท์มอยเล่นเกมกันไปทั่ว แถมคนในโซนแต่งตัวกันจัดเต็มหลากสีสันไปหมด

"แต่ถ้าความสุขไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดก็แลกไม่ได้นะคะ" อ่อ ที่แท้ก็มีเงื่อนไขอยู่นี่เอง

"ข้างหน้ามี Street Market ด้วยนะ ไปดูกันเถอะคะ" ตามไกค์เราไปครับทุกคน



"ฉันว่าอันนี้เข้ากับเธอ"

"ไม่หวานไปเหรอ"

"ไม่เห็นหวานเลย ฉันว่าเธอหวานกว่านะ" 

"ไม่เอาอะหวานไป ลองอันอื่นดีกว่า...อันนี้เป็นไง" ลิซ่าว่าแล้วหยิบหมวกใบใหม่มาใส่

"คนน่ารักใส่อะไรก็สวยอยู่แล้ว"

"นายนี่! เลิกปากหวานเลยนะ"

"ถ้าชิมจริงๆ ก็หวานกว่านี้อีก"

"บ้า!" ลิซ่าตีอกจองกุกแล้วหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน

"กูอยากจะบ้าตาย" เจโฮปว่าอย่างเอือมๆ ไม่ใช่แค่มันหรอกที่เอือม ผมก็ด้วย

"มึงก็จะไปสนใจพวกมันทำไม รีบๆ กินให้เสร็จๆ กูจะไปดูโซนฝั่งโน่นซักหน่อย เห็นว่ามีแรปแบทเทิลด้วยนะเว้ย" แรปมอนว่า พวกผมนั่งกินอาหารจีนรอคู่สวีทคู่นั้นอยู่ครับ ยืนเลือกหมวกกันตั้งนานสองนานแล้ว

"มึงดูๆ" เจโฮปโวยวายขึ้นมาอีกเมื่อเห็นจองกุกใช้มือจัดผมให้ลิซ่าพร้อมสายตาหวานเยิ้ม

"เบาหวานขึ้นตาแล้วมั้ง สวีทเหลือเกิน"

"มึงจะไปอิจฉาน้องทำไมวะ" จินบอกเจโฮป

"ผมไม่ได้อิจ ผมแค่รำคาญ มันไม่โสดอย่างเราไม่เข้าใจหรอก ใช่มั๊ยฮยอง" มันหันมาถามผม

"ไม่รู้เว้ย"

"ไม่รู้เว้ย...คือไม่โสดแล้ว เห้ยๆๆๆ แสดงว่าเป็นไปตามแผนของเราแล้วใช่มั๊ยฮยอง"

"แผนอะไรของพวกมึง" เจโฮปรีบหุบปากทันที่ที่จินถามขึ้น ส่วนแรปมอนรีบยัดข้าวเข้าจนเต็มปาก ความลับไม่มีในโลกจริงๆ ครับถ้าได้อยู่กับพวกมัน ไอ้จินจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาหาผมแทน

"ตกลงพวกมึงวางแผนอะไรกันไอ้ก้า" โดนสอบสวนอีกแล้วผม

"แผนอะไร ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้นแหละ" ผมตอบหน้าตาย

"พวกมึงอย่ามาตีเนียนทั้งสามตัว ไม่เนียนเลย กูไม่ได้มีเขา กูรู้ กูดูออกว่ามี" 

"..."

"เดี๋ยวนี้พวกมึงไม่เห็นกูเป็นพี่เป็นเพื่อนแล้วใช่มั๊ย" พี่เพื่อนอะไรของมันล่ะครับเนี่

"หรือกูเป็นแค่คนนอกถึงรู้ไม่ได้" ลามไปกันใหญ่ล่ะครับ

"ใช่สิ! กูมันไม่ใช่สายแรปเปอร์เหมือนพวกมึงนิ พวกมึงถึงแบ่งแยกกูแบบนี้"

"โอ่ยฮยอง! ก็แค่แผนง้อจีซูให้ชูก้าฮยอง รู้แล้วพอใจยัง!" เจโฮปคงรำคาญการตัดพ้อน้อยใจของไอ้จิน แต่มันปากโป้งบอกออกไปซะแล้ว 

"แผนง้อจีซู?" จินทวนคำตอบ

"อยากบอกนะ ฮ่าๆๆ นี้มึงถึงขั้นไปขอความช่วยเหลือจากพวกมันสองตัวเลยเหรอ ฮ่าๆๆ"

"มึงหัวเราะอร่อยไปนะ" ผมมองหน้าเอาเรื่อง

"ก็กูขำจริงๆ เป็นกู กูจะเก็บพวกมันเป็นตัวเลือกสุดท้ายเลย"

"ไม่รู้อะไรก็เงียบไปฮยอง พวกผมก็ไม่ได้เด็กๆ ขนาดนั้นหรอก" แรปมอนแก้ตัว

"เอ่อๆ ช่างเหอะ แล้วตกลงยัยหนูหายงอนมึงยัง"

"แล้วหน้ากูมันบอกไง"

"แห้ว!" ถ้าพวกมันสามคนจะตอบพร้อมกันขนาดนี้ เอาตีนมาทาบหน้าผมเถอะ

"แห้วอะไรเหรอคะ" ตกใจหมดเลยครับ สองคนนี้เดินมาตั้งแต่ตอนไหนกัน 

"อ่อ! ไอ้ก้ามันอยากกินแห้วนะ" จินว่าขำๆ 'เอาเข้าไปๆ'

"แถวนี้พอจะมีให้เพื่อนพี่กินมั๊ย มันโหยหามาก" ยังครับยัง มันยังไม่เลิกกวนประสาทผม ผมชักจะทนไม่ไหวกับสายตากวนตีนของมันแล้วนะ 

"ต้องไปโซนผลไม้คะ อยู่ซอยข้างหน้าโน้น" ลิซ่ายังใจดีชี้บอกทางผมด้วย ผมรีบลุกขึ้นทันที ขืนอยู่ต่อผมคงได้ฆ่าไอ้จินแน่

"ลุกขึ้นทำไมฮยองจะไปซื้อแห้วเหรอ" แรปมอนว่า

"ผมแนะนำหัวใหญ่หน่อยนะฮยองจะได้อิ่ม" ตามมาด้วยเจโฮป ไอ้คนพวกนี้

"เอ่อ! เดียวกูจะแวะซื้อปลาหมึกคลุกฝุ่นมาให้ด้วย"

"อะไรวะปลาหมึกคลุกฝุ่น" อยากรู้เหรอเจโฮป เดี๋ยวฮยองจัดให้

"นี้ไง!" ผมถีบเก้าอี้มันจนมันล้มลงไปพร้อมเก้าอี้ แล้วรีบเดินออกมา

"ไอ้ฮยอง! เจ็บนะว้อย!" 

"รุ่นพี่! ผิดซอยแล้วค่ะ! นั่นมันโซนเครื่องประดับนะคะ" ลิซ่าตะโกนไล่หลังมา ไม่ผิดซอยหรอกครับ ผมเล็งซอยนี้นานแล้ว ผมเดินเข้าซอยมาเรื่อยจนมาเจอร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง จะเรียกว่าร้านก็ไม่ถูก เพราะร้านนี้มีแค่ผ้าผืนใหญ่ที่ปูบนพื้น โดยมีเครื่องประดับเพียงไม่กี่ชิ้นวางอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจผมให้ค่อยๆ เดินเข้าไปหาร้านนั้น แต่มันเหมือนมีเรื่องดึงดูดบ้างอย่างครับ 

"สนใจชิ้นไหนล่ะพ่อหนุ่ม" รู้ตัวอีกทีก็โดนคนขายทักซะแล้ว 

"เอ่อ..." ผมเงยหน้าจากพวกเครื่องประดับแล้วมองไปที่คนขาย นี้คนขายหรือโจรป่ากันแน่ ผู้ชายตัวใหญ่ในชุดคลุมตัวโย่งสวมทับเสื้อขนสัตว์ เสื้อคลุมยาวปิดหน้าปิดตาเขาหมด มองเห็นแต่เคราและปลายผมหยักศกสีน้ำตาลดำที่โผล่พ้นเงาของเสื้อคลุมออกมา

"ข้าถามว่าสนใจชิ้นไหน" เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วครับ ดวงตาสีดำเข้มจ้องมองผม ผมได้แต่นิ่งอึ้งไปกับสายตานั้น สายตาของเขาเหมือนยั้งลึกลงไปในจิตใจผม มันเหมือนว่าเข้ากำลังอ่านใจผม แต่มันไม่ใช่การอ่านใจครับเหมือนกำลังหาอะไรซักอย่างมากกว่า สำหรับคนทั่วไปอาจจะกลัวนะครับถึงไม่มีคนกล้าเข้าใกล้ เพราะรูปร่างและการแต่งตัวแบบนี้ แต่สำหรับผม ไม่รู้ซิ ผมว่าเขาก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่แปลกแยกกว่าทุกคนเท่านั้นเอง

"ขอโทษที" เขาถอนสายตาออกไป ทำให้ผมหลุดจากภวังค์เมื่อครู่

"ข้าชอบเป็นแบบนี้ทุกที นิสัยเดิมแก้ไม่หาย" เขาหันกลับมาหาผมอีกครั้ง แต่ว่า...

"ตาคุณ..." แปลกมากครับผมว่าเมื่อกี้ผมไม่ได้ตาฝาดนะ ตอนที่จ้องตากับเขาเมื่อครู่ผมว่าตาเขามีสีดำเข้มนะ แต่ตอนนี่มันกลายเป็นสีฟ้าหม่นซะงั้น

"ไม่มีอะไรผิดปกติหรอก" เขาบอกผม จริงเหรอครับ แต่ผมว่ามันต้องเป็นพลังของเขาแน่ๆ

"เจ้าสนใจชิ้นไหนละ" 

"อ่อ" ผมก้มมองเครื่องประดับที่ว่างกระจัดกระจายบนผ้าอีกครั้ง มันก็มีหลายอย่างเลยครับ ทั้งสร้อย แหวน กำไล ต่างหู เข็มกลัด ปิ่นปักผม และอีกหลายๆ อย่าง แต่ผมยังไม่เห็นของที่ถูกใจสักอย่างไร และแทนที่ผมจะเดินออกไป ผมกลับยืนนิ่งพิจารณาของตรงหน้าไม่ไปไหน ผมก็งงตัวเองเหมือนกันนะว่าผมยืนอยู่ทำไม แต่ผมรู้สึกว่าบางอย่างในนี้มันมีสิ่งที่ผมตามหาอยู่

"ไม่มีอะไรถูกใจเจ้าเลยเหรอ" เขาถามผม จะบอกว่าไม่มีก็ไม่ใช่ครับ 

"คือ..."

"งั้นลองดูนี้" เขาหยิบกล่องไม้เล็กๆ ทรงสี่เหลี่ยมออกมาจากเสื้อขนสัตว์ของเขา แล้วยื่นมันมาให้ผม ผมรับมันมาอย่างงง

"เปิดซิ" เขาบอกผม ผมจึงเปิดกล่องไม้นั้นออกและก็รู้ว่ามันคืออะไร

"กล่องเพลงนิครับ" ผมหันไปบอกเขา

"ฟังก่อน" เขาบอก ผมจึงตั้งใจฟังเสียงดนตรีที่ดังมาจากกล่องเพลงนี้ เสียงดนตรีมันคุ้นหูมากๆ เลยครับ ผมเคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนแน่นอน เสียงเพลงที่ทั้งเศร้าแต่ก็สุข บทเพลงที่ให้อารมณ์หลายอย่าง หากแต่มันเป็นเสียงที่มาจากกล่องเพลงไม่ใช่เสียงฟรุ้ตเหมือนครั้งนั้น

"ผู้ที่เป็นเจ้าของบทเพลงนี้คือสิ่งที่เจ้าตามหาอยู่ ข้าพูดถูกมั๊ย" ไม่รู้ทำไมแต่ผมรู้สึกว่าเขารู้ใจผมไปหมด น่าแปลกที่ผมรู้สึกว่าผมไว้ใจเขาได้

"ผมจะจ่ายให้คุณครับ" ผมว่าแล้วยืนมือไปที่เครื่องจ่ายความสุข

"ไม่ต้องหรอก" 

"ครับ? ทำไมล่ะ"

"ถ้าเจ้าซื้อมันด้วยความสุข ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่ได้มีความสุขมากพอที่จะซื้อมันได้" หน้าผมมันอมทุกข์มากเลยเหรอ เขาถึงพูดแบบนี้

"อีกอย่าง ของชิ้นนี้ต้องแลกด้วยความรู้สึก"

"ความรู้สึกเหรอครับ"

"ความรู้สึกของเจ้า ข้ารับรู้และยอมยกให้" 

"หมายถึง คุณยกกล่องดนตรีนี้ให้ผมฟรีๆ เลยเหรอ" เขายิ้มน้อยๆ มาให้ผมก่อนจะบอกผม

"ข้าแลกมันกับความรู้สึกของเจ้า ขอแค่เจ้าซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองก็พอ" มีใครเข้าใจสิ่งที่แกพูดเปล่าครับ 'งงวะ' ผมก็ไม่เข้าใจอะ ดูซับซ้อนเหลือเกิน 

"แค่ซื่อสัตย์กับเจ้าของเพลงนี้ ข้าก็พอใจแล้ว" เขาจ้องมองผมอย่างยั้งลึกอีกครั้ง แน่นอนว่าเวลาเขาทำแบบนี้ตาเขาจะเปลี่ยนสีเป็นสีดำเข้ม ผมว่าผมพอเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วล่ะ

"โอ๊ะ! ขอโทษที ข้าเผลอลืมตัวทุกที" ตาเขากลับมาเป็นสีฟ้าหม่นอีกครั้งแล้ว

"เจ้าได้ของเราก็กลับไปหาเพื่อนของเจ้าเถอะ" เขารู้ได้ไงว่าผมมากับเพื่อน ตั้งแต่เรื่องเจ้าของบทเพลงแล้วนะ 'แปลก' แต่ก็ช่างเถอะครับ ไหนๆ เขาก็ไล่แล้วนิ คิดมากไปก็ปวดหัว 

"ขอบคุณมากนะครับ" ผมว่าแล้วหันหลังกลับทางเดิมพร้อมกล่องเพลงในมือ แต่ผมว่าผมลืมอะไรไป

"เอ่อ คุณครับ" ผมหันกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขาจึงมองมาที่ผมอย่างสงสัย

"ผมจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของผม และจะซื่อสัตย์กับเธอครับ" ผมโค้งให้เขาหนึ่งที เขาโค้งให้ผมกลับ แล้วผมจึงหันหลังเดินกลับมา จู่ๆ ผมก็เผลอยิ้มออกมา ทั้งรู้สึกดีที่ได้กล่องเพลงนี้มาและขำตัวเองที่พูดอะไรแบบนี้กับคนแปลกหน้าไปได้ยังไง และยิ้มเพราะคิดถึงเธอที่ผมว่า 'คิมจีซู' 



"ไปกันแล้วเหรอวะ" ผมเดินกลับมาร้านเดิมก่อนหน้าเพื่อจะมาหาพวกมัน แต่ตอนนี้ไม่เห็นใครสักคนเลยครับ พวกมันทิ้งผมได้ไงกัน

"นามเจ้าคือยุนกิใช่มั๊ย" ลุงในร้านเดินออกมาหาผม

"ครับ"

"สหายเจ้าบอกว่าถ้าเจ้ามาแล้วบอกให้ไปเจอกันที่ลานกลางแจ้ง" ที่แท้พวกมันรีบไปดูแรปเบิลเทิลนี้เอง

"แล้วไปทางไหนเหรอครับ"

"เดินตามธงสีเหลืองแดงนั้นไปเดี๋ยวก็เจอ" ผมเพิ่งสังเกตว่าแต่ละซอยมีธงสีเป็นของตัวเอง คงเป็นธงบอกทาง

"ขอบคุณครับ" ผมว่าแล้วออกเดินไปตามธงสีเหลืองแดง



"ฮู้ๆๆ/วู้ๆๆ/กรี๊ด!" น่าจะเดินใกล้ถึงลานกลางแจ้งแล้วมั้งครับ ฟังจากเสียงโห่ร้องอย่างครึกครื้นนั่น

"ข้าเร่ร่อนมาจากแดนใต้ ทั่วสารทิศต่างรู้จักข้า แค่ข้าก้าวเดินพื้นผันสะเทือน เพียงข้าเปล่งเสียงฟ้าก้องคำราม" 

"ฮู้!/กรี๊ด!" นี้แรปแบทเทิลสไตร์อกาธอนเหรอครับ นึกว่ากลอนแปดซะอีก ชายคนนั้นยังคงยืนแรปอยู่ท่ามกลางฝูงชน ในขณะที่ผมกำลังมองหาพวกมันอยู่ ผมยืดคอหาพวกมัน

"อยู่ไหนกันวะ"

"ถ้าผู้ชนะคือซงมินโฮ ผู้จะทำให้เขาโฮคือ อีซองแจ" 

"วู้ๆๆ/ฮู้ๆๆ/ผู้ชนะคืออีซองแจ!" ผู้ชายคนนั้นแรปจบแล้วครับ

"ขอเสียงปรบมือให้ให้ อีซองแจหน่อยเร็ว!" มี MC ซะด้วย

"แปะๆๆ/กรี๊ด!" ผมเห็นพวกมันแล้วครับ จะไปยืนอะไรหน้าสุดขนาดนั้น ทำให้ผมต้องรีบเดินเบียดคนนั้นคนนี้เข้าไป

"ต่อไป! มีผู้กล้าท่านใดที่จะอยากจะมาประลองวาทายุกับท่านซองแจหรือไม่ ถ้ามีก้าวเข้ามา!" คนอะไรจะแน่นขนาดนี้ จากที่ผมเคยเบียดเข้ามากลายเป็นว่าตอนนี้ผมโดนเบียดแทน ผมเลยปล่อยตัวให้ไหลไปตามแรงเบียด ใกล้ถึงตัวพวกมันแล้วครับ

"ก้าวเข้ามา!"

"เฮ้ย!" ตัวผมกระเด็นออกไปข้างหน้าเพราะแรงเบียดกระแทกจากทางด้านหลัง แต่มันจะดีกว่านี้มากครับถ้าไม่บังเอิญว่าตัวผมดันกระเด็นเข้าไปในสนาม

"ฮยอง!/ไอ้ก้า!/รุ่นพี่!" ตกใจมั๊ยละพวกมึง แต่ผมสิตกใจกว่าเพราะไอ้ MC เดินเข้ามาหาผมแล้วด้วย

"ปรบมือๆ ปรบมือให้ท่านผู้กล้าของเรา!"


แปะๆๆ


'จะปรบมือกันทำไมครับ กูไม่ได้จะมาประลองวาทายุผีบ้าผีบออะไรของพวกมึงเลย' ผมคิด

"ท่านชื่ออะไรเหรอ" มึนๆ งงๆ ผมต้องตอบใช่มั๊ย เขาคงคิดว่าผมฟังไม่ถนัดจึงถามอีกรอบ

"นามของท่านคือ..."

"มินยุนกิ!" ตัวเสือกเลยครับไอ้นี้ จะใครล่ะครับ ไอ้โฮปคนเดิม

"ท่านผู้นี้มีนามว่า มินยุนกิ!"

"วู้ๆๆ/กรี๊ด!" ตายแน่ๆ ผมรีบดึงสติตัวเอง

"ท่านมาจากอกาธอนทิศไหนล่ะ" เขาถามก็ตอบหน่อยแล้วกันครับ 

"เอ่อ...ผมมาจากโลกครับ" เขามองหน้าผมอึ้งๆ แปลกๆ และรอบข้างผมก็เงียบลง ก่อนจะมีเสียงซุบซิบตามมา พวกเขาคงไม่ชินกับการมาเยือนของคนต่างถิ่นซินะ MC มองหน้าผมอีกครั้งก่อนจะยิ้มและพูดต่อ เขาเป็น MC ที่ใช่ได้เลยทีเดียวรู้จักคุมสถานการณ์ได้ดี

"ปรบมือๆๆ" แล้วทุกคนก็ปรบมืออีกครั้ง

"ต้องขอโทษด้วยที่พวกเรานิ่งเงียบกันไปเมื่อครู่ ไม่บ่อยนักที่จะมีสามัญคนธรรมดามาเยือนดาวของเรา" เขาโค้งขอโทษผม ผมจึงรับโค้งนั้น

"แต่ข้าเห็น! ท่านยุนกิผู้นี้! ถึงจะเป็นสามัญ แต่ข้าเห็น! ว่าเขามีวาทะที่ไม่ธรรมดา ข้าขอยกลานนี้ให้กับท่าน" แกไปรู้ไปเห็นอะไร โอ่ย! แล้วแกก็ถอยออกไปยืนอยู่กับกลุ่มชน คือ...ผมต้องทำอะไรยังไง ไอ้ประลองวาทายุอะไรนี่ก็เคยทำที่ไหน 'เอาไงดีวะกู'  รอบๆ ตัวผมตอนนี้เงียบลงอีกครั้งแล้ว เหมือนทุกคนกำลังรอผมอยู่ 

"ฮยอง! ฮยอง!" แรปมอนเรียกผม

"รอไรวะ เอาเลยดิเอาเลย" เอาไงดีล่ะครับ สถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ผมคิดอะไรไม่ออกเลยนะ แต่ดูหน้าสาธารณะชนพวกนี้ซิครับ ไม่ต้องลุ้นไม่ต้องกดดันผมขนาดนั้นก็ได้มั้ง

"มินยุนกิ! มินยุนกิ! มินยุนกิ!" มันเริ่มจากไอ้จินครับ แล้วตามมาด้วยเมมเบอร์คนอื่น มาลิซ่า แล้วก็ลามไปทั่วทุ่ง ไม่ใช่ๆ ลามไปหาคนดูคนอื่นๆ 'เอาวะ' งานนี้ไม่รู้จะขายขี้นายหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

"..." ผมยกมือขวาขึ้นเป็นเชิงปรามแล้วทุกคนก็เงียบเสียงลง ผมเดินไปหาลิซ่าเพื่อฝากกล่องเพลงไว้กับเธอ

"พี่ฝากหน่อยนะ"

"ได้ค่ะ ลิซจะดูแลให้อย่างดีเลย สู้ๆ นะคะพี่" ก่อนจะเดินไปหาเมมเบอร์ทั้งสี่คน

"พวกมึงต้องช่วยกู" ผมกระซิบบอก แล้วเดินออกมากลางลาน ผมหายใจเข้าหนึ่งครั้ง 'เป็นไงเป็นกัน' แล้วผมก็เริ่มแรป...


어릴 적 꿈꿔왔던 히어로

อออิล จอก คุมควอวัทดอน ฮีออโร

ฮีโร่ที่ใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ

영웅이 되고파서 점프했던 때와는 달리 배로

ยองอุงอี ดเวโกพาซอจอมพือเฮดอน แตวานึน ดัลรี เบโร

ผมเคยกระโดดเพราะต้องการที่จะเป็นอย่างพระเอก

커져버린 키와 흘러버린 시간

คอจยอบอลิน คีวา ฮึนรอบอลิน ชีกัน

แต่ตอนนี้พวกเราโตแล้ว เวลามันก็ผ่านไปเยอะ

넌 어른이 되어가지만 I wanna rewind

นอน อออึลอี ดเวออกาจีมัน I wanna rewind

เราเริ่มกลายเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่เราก็อยากย้อนเวลากลับไป

10살 꼬맹이가 꿈꿔왔었던 멋진 영웅만화 주제가를 불러왔었던

ยอลชัล โกเมงอีกา คุมควอวัทซอนดอน มอทจิน ยองอุงมัลฮวา จูเจกัทรึน บูลรอวัทซอนดอน

กลับไปช่วง 10 ปีที่เด็กผู้ชายกำลังร้องเพลงโปรดของซุปเปอร์ฮีโร่ที่ชอบ

그 때로 돌아가고파 눈감고 소리쳐

กือแตโร ทลอากาโกพา นุนกัมโก โซลิคชยอ

ผมอยากกลับไปมากผมเลยลองปิดตาแล้วตะโกน

하지만 변한 건 없지 현실은 그대로

ฮาจีมัน บยอนฮัน กอน ออบจี ฮยอนชีอึน กือเดโร

แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็ยังอยู่ที่เดิม


ก่อนท่อนสุดท้ายของผม ผมรีบกวักมือเรียกพวกเมมเบอร์ออกมาแจม กลายเป็นว่าตอนนี้มันเป็นเวทีย่อยๆ ของบังทันไปแล้ว ทั้งผม ไอ้จิน แรปมอน เจโฮปและจองกุก พวกเราทั้งห้าคนช่วยกันร้อง ช่วยกันเต้น ช่วยกันเอนเตอร์เทนคนดูไปตลอดโชว์ แรกๆ พวกผู้ชมก็ยืนนิ่งๆ งงๆ ครับ คงเพราะไม่เคยฟังการแรปแบบนี้และไม่คุ้นกับเพลงแนวนี้ แต่ไปๆ มาๆ พวกเขาก็สนุกไปกับเราจนได้ แม้แต่ MC และแรปเปอร์อีซองแจแห่งอกาธอนก็ด้วย

"วู้ๆๆ/ฮู้ๆๆ/กรี๊ด!" โชคดีที่ไม่ได้มาขายขี้หน้าในต่างแดน


(Let's jump!) 꿈꾸는 자들이여

(Let's jump!) คุมคึนอึน จาดึลอียอ

(Let's jump!) ทุกความฝัน

(Let's jump!) 모두 손을 위로

(Let's jump!) โมดู ซนอึล วีโร

(Let's jump!) ยกมือขึ้นมา

(Let's jump!) 근심 걱정은 뒤로

(Let's jump!) กึนชิม กอกจองอึน ดวีโร

(Let's jump!) โยนความกังวลของคุณออกไป


"วู้! Let's jump!" 


"วู้ๆๆ/อ๊าย!/ฮู้ๆๆ/กรี๊ด!" พวกผมห้าคนโค้งให้คนดูและไฮไฟว์กันทันทีหลังจากที่แสดงจบ 

"สุดยอดเลยฮยอง" จองกุกว่า

"ถึงจะแปลกไปหน่อยที่ไม่มีดนตรี แต่มึงเห็นหน้าพวกเขาใช่เปล่า" จินว่า ผมมีความสุขมากๆ เลย แค่รู้สึกว่าวันนี้อะไรๆ ก็เป็นใจไปหมด

"ว้าวๆๆ แปะๆๆ" ลิซ่าวิ่งปรบมือเขามาหาพวกผม แล้วชูนิ้วโป้งมาให้

"สุดยอดมากเลยคะ แดบักๆ เหมือนชาวอกาธอนจะชอบพวกพี่เข้าแล้วล่ะคะ"

"ปรบมือๆๆ วู้!" MC เจ้าเดิมเดินเข้ามาหาพวกเรา

"ประทับใจพวกข้ายิ่งนัก เพราะงั้นการประลองครั้งนี้"

"พวกเขาชนะ!" แรปเปอร์อีซองแจแย่งประกาศแทน MC ของผม แกดูหงุดหงิดนิดหน่อยที่โดนแย่งหน้าที่แต่ก็ปรับอารมณ์ได้เร็วจริงๆ แกหันมายิ้มให้พวกผมอีกครั้ง

"การแสดงของพวกท่านยอดเยี่ยมมากจริงๆ แล้ว...พวกท่านมีนามว่าอะไรกัน" พวกผมหันไปมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา และเอ่ยเสียงดังด้วยความภาคภูมิใจ

"2 3 บัง! ทัน! อันนยองฮาเซโยบังทันโซนยอนดันอิมนิดา"



.........จบ PART 64.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1533 ULILO (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 13:14
    ทำไมรู้สึกว่าพ่อค้าต้องรู้จักกับจีซูววว
    #1,533
    0
  2. #985 -wa-ya- (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:44
    ชอบค่ะ พี่ก้ารับของมาแล้วอย่าลืมซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองนะ
    #985
    0
  3. #793 akazegot7 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:51
    ว้าวววว ประทับใจสุดๆเลยค่ะ
    #793
    0
  4. #792 Natalya (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:29
    ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ สนุกมากค่ะ
    #792
    0
  5. #791 miwmm58 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:27
    รอค่าาาา อยากอ่านของกุกลิส แล้วเจนนี่กับจีมินค่าาา
    #791
    0
  6. #790 iamfaifaii (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:23
    บังทันนนนน
    #790
    0
  7. #789 Namnamnamjung (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:41
    รอจ่ะสู้ๆ
    #789
    0
  8. #788 *** SNOWFLAKE *** (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:19
    รอวนไปปปป
    #788
    0
  9. #787 BamMonb (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:10
    ไรท์ มาให้คำไบ้แบบนี้ยิ่งอยากอ่านเลยนะ
    #มาอัพต่อไวๆนะคะรอไม่ไหวแล้วววว
    #787
    0
  10. #786 Sari0704 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:54
    ดราม่าได้ แต่อย่าแรงมากนะไรท์จ๋า เค้าเปราะบาง.. รอจร้า สนุกมากๆเรยย
    #786
    0