Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 48 : PART 43 : คุณเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

V talk...


ตั้งแต่ที่เธอเริ่มเล่าจนถึงตอนนี้ โรเซ่ไม่สบตาผมเลยครับ เธอเอาแต่มองทอดยาวออกไป สายตาว่างเปล่าล่องลอยแบบนั้น แบบที่ผมเห็นในโบสถ์ มันทำให้ผมได้แต่นั่งจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่มีเหตุผล ผมเข้าใจแล้วครับว่าทำไมเธอถึงไม่อยากบอกเรื่องนี้กับผม

"แล้ว..." ผมควรจะถามเธอดีหรือเปล่านะ

"แล้วตกลง...ผู้ชายคนนั้น...คือ..." ผมจะถามยังไงดีครับ มันเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ผมยิ่งเป็นพวกมีปัญหาเรื่องลำดับคำอะไรพวกนี้อยู่ด้วย เผื่อพูดไปแล้วสะกิดต่อมคนตรงหน้าขึ้นมา ผมคงเจองานหนักแน่ๆ

"ตายมั๊ยน่ะเหรอ" โรเซ่เอ่ยขึ้นมา ผมคงไม่ต้องถามเองแล้วครับ

"อือ" เธอนิ่งคิดสักครู่และสายตาก็ยังคงมองทอดยาวออกไปอยู่เหมือนเดิม

"คิดว่านะ" เธอบอกผม

"ฉันก็ไม่แน่ใจ หลังจากที่ฉันกับพี่นัมจุนกลับมาถึงบ้านแล้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้พ่อฉันฟัง พ่อฉันก็รีบกลับไปที่เกิดเหตุ แต่กลับพบว่าผู้ชายคนนั้นหายไปแล้ว" เธอบอกผม 'หายไปแล้ว' แสดงว่าเขาก็น่าจะยังไม่ตายสิครับ หรือยังไง

"งั้นเขาก็ต้องยังมีชีวิตอยู่สิ" ผมบอกเธอ

"ไม่มีทาง" เธอเอ่ยเบาๆ

"ฉันว่าเธอมองโลกในแง่ร้ายไปนะ"

"นายไม่เข้าใจหรอก!" เธอหันมาตวาดผม สายตาว่างเปล่าเมื่อกี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิด ความรู้สึกผิดที่ไม่ควรให้อภัย น้ำตาที่เริ่มคลอเบ้านั่นอีก 'อย่าร้องนะเว้ย'

"ถ้านายเห็นสายตาเขาเหมือนที่ฉันเห็น เห็นว่าเขามองฉันยังไง และคำพูดสุดท้ายของเขาที่มันยังก้องอยู่ในหัว ฉัน.." เธอเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่นครับ 

"เธอ..." ผมพยายามเอือมมือจะไปจับไหล่คนตรงหน้า

"อย่าแตะนะ!" ผมชะงักทันทีครับ

"เดี๋ยวฉันร้องไห้" ผมรีบดึงมือกลับทันทีครับ ไม่เสี่ยงน่าจะดีกว่า 

แล้วเราทั้งคู่ก็เงียบกันไปเลย ไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งหมดเวลา พนักงานเปิดประตูกระเช้าให้เรา แล้วโรเซ่ก็รีบเดินก้มหน้าก้มตาออกไป ผมรีบเดินตามทันที เธอเล่นเดินก้มหน้าตลอดทางเลยครับ

"เฮ้ย!" ผมรีบดึงเธอหลบซ้าย ก็ยัยนี้เดินไม่ดูทางเลยจริงๆ ครับ เกือบชนเสาไฟไปแล้ว

"อ่า เธอทำแบบนี้ฉันรู้สึกผิดนะเนี่ย" ผมบอกเธอ แต่ดูเหมือนเธอจะปิดการรับรู้ไปแล้ว ผมต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว

"โรเซ่" ไม่หันครับ

"แชยอง" ยังอีก เธอยังไม่รู้ตัวอีก 'อย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน'

"ยัยฆาตรกร" 


กึก!


ได้ผลจริงๆ ครับ เธอหยุดแล้วหันมาทำตาขวางใส่ผม ผมไม่ได้อยากพูดคำนี้หรอกนะเพราะรู้ว่าเธอคงไม่ชอบ แต่ทำยังไงได้ล่ะครับ สมองน้อยๆ ของผมมันนึกออกแค่วิธีเดียว

"เมื่อกี้นายว่าไรนะ" 

"ก็นี้ไง ก็เธอหมกหมุ่นกับไอ้เรื่องนี้มากไปจนลืมตัวตนของตัวเอง ฉันเรียกชื่อเธอตั้งหลายครั้ง แต่เธอมารู้ตัวตอนฉันเรียกว่าฆาตรกรนี่นะ" ผมบอกเธอ เธอมองผมกลับด้วยความสงสัย

"ฉันเชื่อว่าเขายังไม่ตาย เพราะไม่งั้นก็ต้องพบศพของเขาแล้ว" ผมพูดอะไรจริงจังแบบนี้ไปได้ยังไงครับ ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย

"..." เธอไม่ได้ตอบอะไรเอาแต่ยืนมองหน้าผม เหมือนเธอรอฟังว่าผมจะพูดอะไรต่

"เธอเคยได้ยินคำนี้เปล่า ความคิดฆ่าคน ความคิดของคนอื่นก็เหมือนยาพิษดีๆ นี้เอง มันก็เป็นแค่อาวุธสังหาร แต่คนที่ใช้มันต่างหากคือเพรชฆาต" ผมคิดคำพวกนี้ออกมาได้ยังไงนะ

"ถ้าเปรียบตอนนี้เพรชฆาตก็คือตัวเธอ โรเซ่ เป็นตัวเธอที่กำลังจ่อยาพิษเข้าปากตัวเอง ถ้าแค่เธอปล่อยวาง ความคิดพวกนั้นมันก็ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก" วันนี้ผมพูดดีมีสาระใช่มั๊ยล่ะครับ

"แต่นายไม่เข้าใจหรอก" เธอบอกผม เฮ้อ~ ทำไมวันนี้มันเหนื่อยจังนะ

"ก็ใช่ ฉันไม่เข้าใจเธอหรอกเพราะฉันไม่ใช่เธอ ฉันแค่มองในมุมมองของบุคคลที่สามที่มองตามความเป็นจริง ที่ไม่ได้มองตามความรู้สึก"

"..." เธอเงียบไปครับ 

"ฉันว่าพวกเพื่อนเธอก็คิดไม่ต่างจากฉันหรอกน่า" ผมบอกเธอ

"นายรู้ได้ไง" เธอย้อนถามผม

"เอ้า! ถามมาได้ ไม่งั้นพวกเขาก็เลิกคบเธอไปแล้วสิ"

"แต่เรื่องนี้พวกนั้นไม่รู้นะ"

"หะ!" อึ้งไปอีก หมายความว่ายังไงครับ 

"เธอหมายความว่าไงที่ว่าไม่รู้" ผมถามเธอ อย่าบอกนะครับว่า...

"ก็ฉันยังไม่เคยบอกพวกเขาเลย" โฮ้! สุดยอดไปอีก

"แล้วเรื่องนี้มีใครรู้บ้างเนี่ย" ผมถามเธอ

"ครอบครัวฉัน ครอบครัวพี่นัมจุน ท่านประธาน แล้วก็นาย" ผมเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้เหรอครับ ป้าดโธ่ๆ นี้มันเรื่องแปลกมากเลยนะ 

"แล้วทำไมเธอไม่บอกพวกนั้นล่ะ" ผมถามเธอ

"ก็ฉันกลัวนิ" เธอบอกผม

"ถ้าเกิดพวกเธอยอมรับมันไม่ได้ล่ะ" เหมือนเธอจะกลัวมันเป็นแบบนั้นจริงๆ แหละครับ เพราะสายตากังวลที่ส่งมาให้ผม

"ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ" ผมบอกเธอ

"ถ้าคนอย่างฉันยังรับได้ เพื่อนผู้แสนดีของเธอยังไงก็รับได้อยู่แล้ว" ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและส่งสายตามั่นใจไปให้เธอ สายตาเธอเหมือนกำลังประเมินคำพูดของผมอยู่ครับ ผมดูไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเชียว

"นี้จริงใจสุดแล้วนะเว้ย" ผมบอกเธอ

"ฮึ" มีอะไรน่าขำล่ะครับ

"ขำอะไร" 

"เปล่า แค่ไม่เคยเห็นใครปล่าวประกาศถึงความจริงใจขนาดนี้" เธอบอกผม ดีขึ้นหน่อยที่เธอกลับมาพูดมากอีกครั้งแล้ว

"หลอกด่ากันเปล่านิ" ผมถาม

"เปล๊า!" เธอพูดแล้วรีบเดินออกไป

"เสียงสูงหมายความว่าไงวะ" ผมตะโกนไล่หลัง



Rosé talk...


"เธอรู้เปล่าว่าฉายาฉันตอนเด็กคืออะไร" ตั้งแต่ขึ้นแท๊กซี่มาหมอนี่ก็เอาแต่โม้เรื่องของตัวเองไม่หยุดเลยค่ะ ผีเจาะปากมาพูดหรือไงก็ไม่รู้

"ใครๆ ก็เรียกฉันว่า ท่านมือปราบ" นายวียืดตัวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

"มือปราบ?" พี่แกไปปราบอะไรมาคะ

"ถั่วต้ม" เขาหันมาบอกฉันก่อนจะพูดต่ออย่างมั่นอกมั่นใจ

"รังมด รังปลวก รังต่อ รังแตนที่ไหน ไว้ใจฉันได้" 

"เดี๋ยวๆๆ รังมด? รังปลวก?" ฉันถามเขา นี้เอาฮาใช่มั๊ยค่ะ

"เยส!" โอ้ย! ให้ตายเถอะ เขาควรไปเป็นตลกคาเฟ่นะ

"ฉายาเต็มของฉันคือ 'เด็กชายผู้มากับไฟ มือปราบแทฮยอง! จอมระเบิดรัง' เป็นไง เท่ไปเลยใช่เปล่า ถึงกับพูดไม่ออกไปเลย" ที่พูดไม่ออกไม่ใช่เพราะมันเท่นะคะ แต่ฉันกำลังอึ้งกับฉายาของพี่แกอยู่

"ฮะ ฮะ ฮะฮ่าๆ เด็กชายผู้มากับไฟ โอ้ย! ท้องแข็งไปหมดแล้วนิ นายเป็นเคนนิสหรือไงฮะ โอยโอ่ย ฮาฮ่าฮา"

"เธอนี่จริงๆ เลย! ฉายาฉันรู้ไปไกลถึงสามบ้านเจ็ดบ้านเลยนะ ไม่เชื่อใช่เปล่า งั้นดูนี้!" เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบรูปเล็กๆ ใบนึงออกมายื่นให้ฉัน ฉันรับมาดู

"เฮ้ย! นายเลี้ยงลิงด้วยเหรอ"

"ลิงอะไรกันเล่า โห! อารมณ์ขึ้นเลยนะ" ฉันก็แซวเขาไปอย่างนั้นแหละค่ะ รูปที่เขาเอามาให้ดู น่าจะเป็นรูปเขาตอนสมัยประถมล่ะมั้ง เด็กผู้ชายสวมชุดคล้ายนักดับเพลิง เขาสะพายถังอะไรซักอย่างเอาไว้ที่หลัง มือถือกระบอกฉีดที่เชื่อมมาจากถัง อ่อ! แล้วมีสัญลักษณ์ที่ปักอยู่บนเสื้อด้วยนะคะ

"เด็กชายผู้มากับไฟ?" เรื่องจริงหรือนี้ ฉันหันไปหาเขาอย่างไม่เชื่อสายตา

"ก็บอกแล้ว"

"ฉันว่านายไปทำงานนี้น่าจะรุ่งกว่านะ" ฉันแซวเขา

"เดี๋ยวเถอะ! อ่า! เหมือนโดนทำลายความภาคภูมิใจเลย" เขาทำหน้าบูดใส่ฉัน ฮิ! น่าตลกจัง

"เลี้ยวขวาซอยหน้าใช่มั๊ยครับ" คนขับหันมาถามฉัน ฉันหันไปมองรอบๆ ใกล้ถึงหอฉันแล้วนิคะ

"อ่อ ใช่ค่ะ ซอยหน้าเลยค่ะ" ฉันบอกคนขับ

"เธอคงจะดีใจสินะที่ใกล้ถึงหอแล้ว" ฉันหันไปทำตาดุใส่เขา จอมหาเรื่องจริงๆ เลยค่ะหมอนี้ ชิ!

"ขอบใจนะ" เขาดูอึ้งมากๆ ที่ได้ยินฉันพูดไปแบบนั้น ก็เล่นทำตาโตซะ

"ขอบใจกับความพยายาม" ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้นะคะว่าที่เขาทำก็เพื่อปลอบใจฉัน ถึงจะดูเหมือนไม่ใช่แบบนั้นก็เหอะ แต่นี้ใครล่ะคะ ถ้าจะหวังให้เขาเหมือนคนอื่นท่าจะยาก

"ดูๆ ไปนายก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรอะนะ ยกเว้นเรื่องสติที่ไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่" มันอดไม่ได้จริงๆ คะ

"นี่! เมื่อกี้กำลังจะดีอยู่แล้วเชียว" เขาเอ็ดฉันแล้วทำหน้าดุ

"เออ! นั้นแหละ" ฉันยิ้มขำตอบกลับไป ตอนนี้รถมาจอดที่หน้าหอแล้วค่ะ

"ลงๆ ไปเลย" เขาไล่ฉันลงจากรถเฉยเลย หมอนี้ขี้งอนเหมือนเด็กๆ ไปได้ ฉันเปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถและก่อนที่ฉันจะปิดประตูลง

"ขอบใจมากนะ คุณหลานวีวี่" นายวีหันมายิ้มยิงฟันให้ 'จริงใจมาก!'

ฉันกำลังเคลื่อนประตูปิด แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้

"ไม่ใช่สิ!" ฉันแย้มประตูออกใหม่

"ขอบใจมากนะ คุณเพื่อน"



V talk...


"ขอบใจมากนะ คุณเพื่อน"


ปัง!


เธอเดินไปโน้นแล้วครับ 

"คุณเพื่อนเหรอ" จู่ๆ ผมก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

"ออกรถเลยนะครับ" 

"หะ! อ่อ ครับๆ" อะไรของผมล่ะครับ บ้าไปแล้ว



ณ หอบังทัน

"I want nobody, nobody but you! I want nobody, nobody but you!" ผมเดินฮัมเพลงเข้ามาในห้อง

"เฮ้ย!" เจโฮปอุทานเสียงดังเมื่อเจอผม

"เธอๆๆๆ เธอเป็นใครอะ" นี้พี่แกจำผมไม่ได้ใช่มั๊ยครับ ฮึฮึฮึ 

ผมยิ้มหวานตอบกลับไป แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาพี่แก พร้อมทำท่ายั่วยวนสุดๆ

"พี่โฮปคะ มาเป็นของหนูเถอะค่ะ" ผมค่อยๆ เอามือโอบรอบคอเจโฮปไว้ พี่แกตัวแข็งไปแล้วครับ

"น้องๆ น้องเป็นใครครับ" ทีอย่างนี้ล่ะเสียงอ่อนเลยนะครั

"เรื่องนั้นมันสำคัญด้วยเหรอค่ะ" ผมใช้มือข้างนึงลูบไล้ไล่ขึ้นมาตั้งแต่บริเวณหน้าขาของพี่แกขึ้นมาจนถึงหน้าอก ทำเองก็ขนลุกเอง แต่ไอ้พี่คนตรงหน้าสิครับ หลับตาพริ้มเชียว เสน่ห์ของวีวี่มันเหลือล้นจริงๆ เล้ย 

"ใจเย็นๆ น้อง ทำอย่างนี้มันไม่ดีนะ" แต่เหมือนพี่แกจะเริ่มดึงสติกลับมาแล้ว จึงรวบมือผมเอาไว้

"ทำไมล่ะคะ" ผมเข้าไปออเซาะพี่แกโดยซบหน้าลงที่อก

"พี่โฮปไม่ชอบหนูเหรอ หนูไม่สวย ไม่น่ารักเหรอคะ" ผมว่าแล้วใช่หัวถูๆ ไถๆ อยู่ที่อกพี่แก ผมได้ยินเสียงพี่แกกลืนน้ำลายดังเอือก

"มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น เฮ้ย! ไม่ใช่ๆ พี่ว่าน้องพอเหอะ" พี่แกดันหัวผมออกจากตัว แต่นี้ใครค่ะ วีวี่คนเริงเมืองเองนะ


หมับ!


ผมกระโดดกอดรัดพี่แกไว้ทั้งตัวไม่ยอมให้กระดิกตัวไปไหน

"ยอมเป็นของหนูเถอะค่ะพี่ แล้วพี่จะไม่เสียใจ"

"เห้ยๆๆ น้อง พี่เริ่มกลัวแล้วนะ" คงไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนรุกหนักขนาดนี้มาก่อนล่ะซิ พี่แกพยายามสะบัดตัวผมออก แต่วีวี่ไม่ยอมง่ายๆ หรอก

"พี่โฮป มาเป็นของหนูเถอะนะ น้องต้องการพี่ I need you boy" ผมตะเกียกตะกายปีนตัวพี่แกขึ้นไปจนในที่สุดผมก็เอาแขนรอบโอบรอบคอพี่แกไว้ได้

"น้องๆๆ พี่ว่าอยากดีกว่านะ" ผมโน้มน้าวจะเข้าไปจูจุ้บพี่แก แต่พี่แกดันเบี่ยงหน้าหนี ฮาฮ่าฮา ไอ้พี่คนนี้ กลัวผู้หญิงสวยๆ แบบวีวี่ได้ยังไง

"พี่รังเกียจวีวี่เหรอ" ผมบอกพี่แก

"วีวี่?" พี่แกส่งสายตาสงสัยกลับมา รู้ตัวช้าจริงๆ ครับ

"ไอ้เชี้ยวี!" ผมจะอยู่ให้โดนดีเหรอครับ ผมรีบกระโดดลงจากตัวพี่แกแล้วใส่เกียร์หมาเพื่อวิ่งเข้าห้อง

"มึงมานี้เลย! ไอ้เลว มึงหลอกกู!" ผมวิ่งมาปะเข้ากับแรปมอนพอดี

"เฮ้ยๆๆ ใครว่ะนี่" แรปมอนเอ่ยทันทีเมื่อเห็นผม

"ผมเองฮยอง วีวี่ๆ" ผมบอกแรปมอน

"แล้วไมมึงแต่งตัวแบบนี้" แรปมอนถามผมแต่ผมไม่มีเวลาตอบหรอกครับ

"ไอ้วี!" นั่นไง เจโฮปวิ่งมาโน้นแล้ว

"ผมไปล่ะฮยอง" ผมกำลังจะวิ่งต่อ

"เออ! เกือบลืม เอ้านี้! ของฮยอง" ผมยื่นโทรศัพท์ที่แรปมอนตามหาเมื่อเช้านี้คืนให้

"มึงไปเอามาจากไหนวะ"


ปัง!


ผมรีบวิ่งเข้าห้องทันที ผมไม่มีเวลาตอบหรอกครับ 

"ไอ้วี!" เจโฮปทุบประตูเรียกชื่อผมอย่างดังเลย

"มึงออกมาหากูเดี๋ยวนี้เลย!" พี่แกตะโกนเข้ามา

"ออกไปให้โง่ดิฮยอง!" ผมตอบกลับไป ผมถอดวิกผมออกจากหัว 'ค่อยโล่งหน่อย' แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปที่ผมถ่ายวันนี้

"ฮึ! ป้าเซ็งเอ้ย"



.........จบ PART 43.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #565 Mmm (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 21:01
    งือ น่ารัก><

    หมั่นไส้ยัยวีวี่จังค่ะ555
    #565
    0
  2. #559 WasineePrang (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 16:52
    สู้ๆค่ะไรท์รออ่านอยู่ค่ะ~~
    #559
    0
  3. #558 BamMonb (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 16:41
    รออยู่นร้าาาาา สู้ๆค่ะ
    #558
    0
  4. #557 thanyarat chomcare (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 14:10
    วีวี่น่ารักอ่ะ
    รออยู่นะคะ
    สู้ๆค่ะ
    #557
    0
  5. #556 lsabella-1690 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 09:35
     โอ้ยวีแก 55555555 มาหลอกโฮซอกแบบนี้น่าสงสารเขานะคะ 55
      รอตอนหน้าเลยได้ข่าวว่ามียำรวมมิตร 555 ไรท์สู้ๆ รีดรออ่าน
    #556
    0