Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 144 : PART 137.2 : Suga&Jisoo

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jisoo talk...



"เพลาๆ หน่อยสิ" พี่ผู้จัดการบอกฉันขนาดที่ฉันกำลังยัดห่อเนื้อเข้าปาก "เธอดูอวบขึ้นแล้วนะ" พี่ผู้จัดการเนี่ยพูดมากจริงๆ เลยค่ะ ฉันจึงรีบจับผักมาห่อเนื้อห่อเครื่องเคียงใหม่อีกครั้ง "ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอีก อู้ๆๆ" เพื่อรีบยัดใส่ปากพี่เขาแทนก่อนว่า "เรื่องนั้นฉันรู้น่าพี่ เดี๋ยวฉันก็ไปเบิร์นเบบี้เบิร์นเอาไขมันที่รักออกเองแหละ" แล้วถึงคีบเนื้อเข้าปากตัวเองแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ "พี่ก็เห็นเธอพูดอย่างนี้ทุกที" พี่แกก็นะ

"แหมพี่ก็ ฉันพูดแต่ฉันก็ทำอยู่นะ"

"จ้าาา" พี่แกตอบได้จริงใจมากกก "ไอ้เรื่องเบิร์นไขมันมันไม่น่าห่วงเท่าเงินที่ถูกเบิร์นหรอก" พี่แกก็ห่วงเงินในกระเป๋าฉันมากกว่าฉันซะอีก ฉันจึงรีบบอกว่า "ไม่ใช่ตังค์ฉันหรือตังค์พี่สักหน่อยแต่เป็นตังค์ท่านประธาน เพราะงั้นอย่าห่วงไปเลยค่ะ"

"ยิ่งเป็นตังค์ท่านประธานนั่นแหละยิ่งต้องห่วง" ต้องห่วงทำไมกันนะ แค่กินเท่านี้ขนหน้าแข้งของท่านหยางคงไม่ร่วงหรอก "รู้มั๊ยว่าท่านขู่ไว้แล้วนะว่าถ้าเธอยังใช้งานเปลืองแบบนี้อีก พี่นี่แหละจะซวยซะเอง"

"ทำไมอะ"

"ก็เพราะพี่ต้องจ่ายให้เธอแทนยังไงล่ะ" โห...ท่านประธานของฉัน "ลุงหยางนี่ขี้เหนียวจริงๆ นะคะ" ฉันว่าแล้วพี่ผู้จัดการก็แสดงความเห็นด้วยโดยการพยักหน้าน้อยๆ และยัดห่อเนื้อเข้าปาก "แหมๆๆ แต่พี่ก็ว่าแต่ฉันนะคะ ตัวเองไม่ได้กินเยอะเลย" ฉันประชดพี่ผู้จัดการ แต่พี่แกก็สวนกลับมาว่า "ก็เธอเล่นสั่งมายังกะห้าคนกิน ถ้าพี่ไม่กินช่วยมันจะหมดมั๊ยฮะ" ที่พี่แกว่าก็ถูกค่ะ ฉันก็โลภมากสั่งมาซะเยอะ "รีบๆ กินจะได้รีบๆ กลับ"

"ใครบอกจะกลับ" ฉันท้วง พี่ผู้จัดการรีบเคี้ยวเนื้อในปากให้หมดก่อนว่า "อย่าบอกนะ..."

"กินของคาวแล้วก็ต้องมีของหวานด้วยสิคะ" พี่ผู้จัดการถึงกับอ้าปากค้าง "นี่ยังไม่อิ่มอีกเหรอ" พี่แกถาม จริงๆ มันก็อิ่มแล้วแหละค่ะ แต่ว่าถ้าไม่กินแล้วฉันก็ไม่รู้จะทำอะไรอะ อยู่เฉยๆ แล้วมันก็ฟุ้งซ่าน จะดูหนังเป็นเพื่อนยัยลิซมันก็มีบางฉากที่สะกิดใจอีกแหละ ยิ่งถ้าไปโบสถ์กับยัยโรเซ่ยิ่งแล้วใหญ่ ฉันอยู่ในที่สงบๆ หรืออยู่บ้านเฉยๆ เหมือนยัยเจนนี่ก็ไม่ได้ด้วย 

"ฉันอยากกินโทสต์มันหวานอะพี่ เราไปกินกันเถอะ" อย่างฉันต้องไปกินค่ะไปกิน โดยเฉพาะเวลากินต้องจินตนาการว่าเป็นหน้าไอ้พี่ชูก้าด้วย พี่คนเลวร้ายไปไม่ลาสักคำ ถ้าฉันเจอพี่เขาอีกนะ ฉันจะจับหัวกดน้ำให้ตายกันไปข้างเลย นึกแล้วมันก็แค้น "จะไปไม่ไป" จนเผลอข่มขู่พี่เมเนออกไป ทำให้พี่แกได้แต่มองฉันตาปริบๆ เหมือนเกิดคำถามในใจว่า 'มันเป็นอะไรของมัน' ก่อนพี่แกจะพยักหน้าอย่างงงๆ และว่า "เออๆ ไปก็ไปดิ" สามเดือนมานี้ฉันหงุดหงิดง่ายมากเลยคะ แค่อะไรขัดใจนิดหน่อยฉันก็โวยหรือเหวี่ยงใส่แล้ว

เมื่อพี่ผู้จัดการตกลง เราสองคนเลยนั่งทานเนื้อย่างกันต่อให้หมดเพื่อที่จะได้ไปยังจุดหมายใหม่ แต่นั่งกินต่อไปได้สิบนาทีโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นมา ฉันจึงรีบหยิบโทรศัพท์มาดู 'เบอร์แปลก' เบอร์ไม่คุ้นเลยอะคะแต่ฉันก็กดรับสายอยู่ดี "สวัสดีค่ะ" ฉันทักปลายสายไป

'สวัสดีน้องสาวพี่ เจ้าสบายดีไหม' และเสียงที่ตอบกลับมาแทบทำให้ฉันกระโดดด้วยความดีใจ "พี่ไดเอียน" แต่ฉันอยู่ในร้านอาหารนิ่คะจะกระโดดคงไม่ได้เลยได้แต่ยิ้มกว้างโชว์พี่ผู้จัดการ และพี่ผู้จัดการก็คงแปลกใจเหมือนกันที่เห็นพี่ฉันโทรมา "พี่โทรมาได้ยังไงคะ" ฉันถาม แต่พี่เขาก็ยังจะเล่นทายปัญหากับฉันอีกว่า 'ลองทายดูสิ' ได้เวลาใช้สมองแล้วสินะคะ ถ้าพี่เขาโทรมาแทนการส่งสารและใช้เบอร์ของคนบนโลก ก็แสดงว่า "พี่อยู่บนโลกเหรอ" 

'ใช่แล้ว' ว้าว! พี่ชายฉันออกมาเปิดหูเปิดตา เป็นไปได้ไง ไม่น่าเชื่อเลย 'และอยู่ที่โซลด้วย'

"โซล!" โอ้โห! พี่เขาตั้งใจมาเยี่ยมฉันเหรอคะ "นี่พี่มาหาฉันเหรอ" ฉันถาม

'ใช่จ้ะ' แต่เสียงที่ตอบกลับมาเป็นเสียงผู้หญิงและฉันจำเสียงพี่สะใภ้ของฉันได้ ไม่น่าล่ะพี่ฉันถึงยอมมาด้วย 'ตั้งใจมาหาเจ้าและมาฮันนีมูนด้วย' 

"ฮันนีมูนเหรอคะ" ดูน่าตื่นเต้นจังเลย และฉันยิ่งตื่นเต้นไปใหญ่เมื่อพี่ชายฉันบอกว่า 'ใช่ และพี่ตั้งใจชวนเจ้าไปด้วย'

"ฉันเหรอ จริงๆ นะ" 

'จริงๆ จ้ะ' ลีนานตอบมา

"ที่ไหนคะ" ฉันถามแต่ทั้งสองคนก็ยังไม่ยอมเฉลยให้ฉันตรงๆ แต่กลับบอกว่า 'ถ้าอยากรู้ก็มาหาเราก่อนสิ' ลีนานบอก แค่บอกว่าที่ไหนก็บอกไม่ได้ 'พวกพี่อยากเจอเจ้าก่อนน่ะ' ถ้าพี่ชายฉันขอมาฉันก็จัดให้ค่ะ "จะให้ฉันไปเจอที่ไหนคะ" ฉันถาม แต่ฉันเดาว่าสองคนนี้ต้องรู้จักแค่ที่นี่ที่เดียวในโซลแน่ๆ เพราะพี่ฉันบอกว่า 'ร้านหมูย่างลุงหยาง' เพิ่งบ่นเรื่องลุงแกไปแท้ๆ 'เจ้าอยากกินอะไคมั๊ย เดี๋ยวพี่สั่งไว้ให้' ฉันเพิ่งกินเนื้อย่างจะให้ไปกินหมูย่างอีกเหรอคะ ไม่น่าจะไหวนะ ฉันจึงตอบพี่เขาไปว่า "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปสั่งเองดีกว่า" สุดท้ายฉันคงไม่ได้กินโทสต์สินะ สงสัยคงต้องกินไอติมแท่งของลุงหยางแทน 'งั้นไว้เจอกันนะ พี่จะรอ'

"ค่ะ" และพี่เขาก็วางสายไป

"นี่พี่ต้องไปกับเธอเปล่า" พี่ผู้จัดการรีบถามขึ้นมาทันควัน ฉันจึงตอบว่า "ไปค่ะ" แต่ดูหน้าพี่แกคงไม่อยากจะไปเท่าไหร่ "แค่ไปส่งค่ะ ไม่เห็นต้องทำหน้าเหวอขนาดนั้นเลย" ฉันบอกแล้วพี่แกถึงยิ้มออก "ก็ต้องเหวอสิ พี่ก็มีอะไรไปทำอีกนะ ไม่ใช่ต้องมานั่งเฝ้าไข้เธอแบบนี้"

"ดูพูดเข้า ฉันไม่ได้ป่วยซักหน่อย" แต่พี่ผู้จัดการก็รู้ดีไปอีก "ตอนนี้เธอป่วยทั้งใจและทั้งสมองเลยแหละ"

"ไม่พูดด้วยแล้ว ลุกๆๆ ไปกันเถอะค่ะ" ฉันรีบเร่งพี่ผู้จัดการ แต่พี่แกยังคงเสียดายของที่เหลืออยู่เยอะจึงถามฉันว่า "แล้วที่เหลือล่ะ" งกตั้งแต่ประธานยันลูกน้อง ฉันจึงเรียกพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ว่า "เก็บตังค์ด้วยค่ะ" พนักงานคนนั้นจึงหันมาหาแล้วฉันจึงบอกต่อว่า "ห่อให้ด้วยนะคะ" ก่อนหันมาบอกพี่ผู้จัดการว่า "ฉันรอบนรถนะพี่" แล้วฉันจึงเดินออกมานั่งรอพี่ผู้จัดการที่รถเพื่อรอไปหาพี่ไดเอียนและลีนานที่ร้านหมูย่างลุงหยาง แต่กว่าเราจะไปถึงก็ใช้เวลาเป็นช่วงโมงเลยค่ะเพราะรถติดมากจนพี่ผู้จัดการบ่นแล้วบ่นอีกทำเอาฉันหูชาไปเลย

"ถึงสักที" แกดูหงุดหงิดนะคะ "เอาล่ะลงไปได้" แถมไล่ฉันอีกต่างหาก "แล้วเจอกันใหม่นะพี่" ฉันบอก แต่พี่ผู้จัดการไม่รับปากฉันเลยแถมปัดมือไล่ฉันเฉยเลย "ไปๆๆ" พี่แกแค่อารมณ์เสียเพราะรถติดใช่เปล่าคะ คงไม่ใช่เพราะฉันนะ ฉันจึงค่อยๆ ลงจากรถและก่อนปิดประตูก็ไม่ลืมที่จะบอกแกว่า "กลับดีๆ นะคะ" พี่แกได้แต่ชูมือว่าโอเค ฉันจึงโบกมือบายๆ ก่อนหันหลังรีบเดินเข้ามาในร้าน

ทันทีที่พนักงานร้านเห็นฉัน เธอก็รีบเข้ามาบอกฉันเลยว่า "โต๊ะมุมซ้ายสุดค่ะ" ฉันจึงรีบเดินไปหาโต๊ะที่เธอว่า พอเดินเข้าไปปุบเห็นว่าพี่ไดเอียนของฉันกำลังตั้งใจย่างหมูสามชั้นของลุงหยางอยู่เลยค่ะ ส่วนลีนานเมื่อเห็นว่าพี่ชายฉันมือไม่ว่าง เธอจึงทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีคีบหมูป้อนสามี นี่ฮันนีมูนกันตั้งแต่ตอนนี้เลยใช่มั๊ยค่ะ และก็คงไม่รู้ถึงการมาของฉันเลย

"นี่มันหมูย่างหรือหมูหวานกันแน่นะ สงสัยจังเลย" ฉันว่าขณะที่ปุบปับนั่งลงข้างๆ พี่ชายของฉัน 

"จีซู" พี่ไดเอียนหันมาหาฉันแล้วกอดฉันหนึ่งครั้ง "กินอะไรมาหรือยัง" พี่ฉันถาม

"เพิ่งไปกินเนื้อย่างกับพี่ผู้จัดการมาน่ะค่ะ" ฉันตอบ ลีนานจึงว่า "มิน่าล่ะถึงบอกว่าไม่ต้องสั่งเผื่อ"

"แต่นี่พวกพี่มากันตั้งแต่วันไหนคะ" ฉันถาม

"วันนี้แหละ" พี่ฉันตอบ 

"นี่ปุบปับมากันเลยเหรอ" ฉันถาม แต่ลีนานตอบว่า "เปล่าหรอก จริงๆ เราคุยกันมาสักพักแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้บอกใคร ก็เลยอาจจะดูปุบปับไปหน่อย" 

"รวมถึงเรื่องนี้ด้วย" พี่ไดเอียนเอ่ยขึ้นก่อนเข้ามากระซิบบอกฉันว่า "ลูกของพี่"

"คะ?" ฉันอึ้งไปเลยนะเนี่ย "ลีนาน..." ฉันหันไปหาลีนานเพื่อถามเธอว่า "คุณท้อง?" เธอพยักหน้าให้ฉัน ก่อนหันไปยิ้มขำๆ กับพี่ฉัน เดาว่าสองคนนี้คงกำลังตลกสีหน้าตกอกตกใจของฉันอยู่ ก็พวกพี่เขาเพิ่งแต่งงานก็ได้สามเดือนเศษๆ เองนะ 

"กี่เดือนแล้วคะ" ฉันถามต่อ ลีนานจึงชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว นี่แสดงว่าพี่ฉันใช้เวลาแค่สองเดือนเองนะ "สุดยอดไปเลยค่ะ" ฉันบอกลีนานและไม่วายหันไปแซวพี่ไดเอียนว่า "ไม่เบานะคะเนี่ย" พี่แกยิ้มเขินใหญ่เลย น่ารักจริงๆ เลยพี่ชายฉัน

"แล้วนี่จะไปฮันนีมูนกันที่ไหนเหรอคะ" 

"เกาะเชจูจ้ะ" เกาะเชจูเหรอคะ ฉันอยากไปมาตั้งนานแล้วแต่ไม่ได้ไปซักที คราวนี้คงได้ไปจริงๆ ซะแล้ว "จะได้แวะไป Monsant Cafe ของจียงด้วย" เดาว่างานนี้ฟรีแน่ๆ เลย

"แล้วไปวันไหนคะ" ฉันถาม แต่คู่นี้ชอบทำอะไรปุบปับจริงๆ แหละคะเพราะพี่ฉันตอบว่า "พรุ่งนี้เช้า" จะไม่ให้ฉันเตรียมตัวเลยว่างั้น "แต่เจ้าไม่ต้องห่วง เจ้าเอาแต่ตัวไปก็พอ เดี๋ยวอย่างอื่นพวกพี่เตรียมไปให้" ทุกอย่างเลยเหรอคะ

"งั้นดีเลยคะ" ฉันก็ขี้เกียจเหมือนกันแหละ ฉันคุยกับพี่ฉันยังไม่รู้เรื่องดี แต่จู่ๆ ก็มีสายเข้ามาอีกแล้ว ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและพบว่ามันเป็นสายของ 'โรเซ่' นี่คงเพิ่งออกมาจากโบสถ์แน่ๆ "ขอเวลาสักแปบนะคะพี่" ฉันบอกพวกพี่เขาก่อนกดรับสายโรเซ่ "ว่าไงแก"

'พี่อยู่ไหนอะ' ถามฉันกลับอีก

"ร้านหมูย่างลุงหยาง"

'ดีเลยค่ะ' รู้สึกได้ถึงภาระที่กำลังจะตามมา 'ขอหมูกลับมาสองชุดด้วยสิคะ ที่หอไม่มีอะไรกินเลยอะ' นั่นไงคะ ฉันกะไว้แล้ว

"แต่ตอนนี้ฉันติดธุระอยู่นะ" ฉันบอกโรเซ่ แต่พี่ชายฉันก็พูดกับฉันค่อยๆ ว่า "ไปเถอะไม่เป็นไร" นี่พวกพี่เขาเรียกฉันมาแค่นี้อะนะ

'แล้วพี่จะกลับตอนไหนอะ' ยัยพวกนี้จะไม่คิดออกมาหากินเองเลยใช่เปล่าคะ ทำตัวเป็นลูกนกในรังไปได้

"เอ้อๆๆ เดี๋ยวกลับแล้ว แค่นี้นะ"

'เดี๋ยวพี่ ฝากซื้อ...' ฉันตัดสายไปแล้วเรียบร้อยค่ะ 

"เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ" ลีนานบอกฉัน แสดงว่าเรียกฉันมาคุยเท่านี้จริงๆ สินะ "ค่ะ" ฉันบอกเสียงเนือยจนพี่ไดเอียนต้องหัวเราะออกมา "น้อยใจเป็นเด็กไปได้ ยังไงเราก็ได้เจอกันอยู่แล้วพรุ่งนี้ พี่สัญญาว่าจะชวนเจ้าคุยไปตลอดทางเลย" กะจะเอาใจฉันล่ะสิ "ก็ได้ค่ะ งั้นฉันไปแล้วนะคะ" ฉันลุกกอดลาคนทั้งสองก่อนเดินออกมาที่เคาร์เตอร์เพื่อบอกพนักงานว่า "ขอหมูสองชุด ข้าวยำสองและสลัดหนึ่ง เอากลับบ้านนะคะ ลงชื่อท่านประธานด้วย" พนักงานจึงว่า "ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ" ยัยพวกเมมเบอร์จะต้องขอบคุณฉันที่อุตส่าห์สั่งอย่างอื่นไปด้วย 

ระหว่างรอฉันก็ยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงเคาร์เตอร์ไปเรื่อย และระหว่างนั้นก็มีทั้งลูกค้าที่เดินเข้ามาและออกไป แต่ฉันก็ต้องรีบเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ก่อนหันไปมองตามหลังผู้ชายคนหนึ่งอย่างไวโดยสัญชาตญาณที่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะหันไปมองเขาทำไม แต่ผู้ชายคนที่เพิ่งเดินผ่านหลังฉันเข้าไปในร้านเมื่อกี้ เขาสวมหมวก แว่นกันแดด ใส่แมสปิดปาก เสื้อเชิ้ตแขนยาวแต่พับแขนขึ้น กางเกงยีนต์ รองเท้าผ้าใบ กระเป๋าเป้หนังและทุกอย่างคือ all black  

เซ้นท์ฉันบอกว่าเขาน่าจะเป็นเซเลบ เพราะคนปกติคงไม่ปิดบังใบหน้าตัวเองขนาดนี้มั้งคะ แต่ฉันคงอาจจะเมากลิ่นมันหมูจนคิดไปเองว่าเขาดูเหมือนพี่ชูก้าจนเกือบจะเดินตามเขาไป "ได้แล้วค่ะ" แต่พนักงานก็ถือชุดอาหารที่ฉันสั่งมาซะก่อน "อ๋อ...ขอบคุณค่ะ" ฉันจึงรับของมาจากเธอก่อนเดินออกจากร้านด้วยความข้องใจ 

"คงไม่ใช่หรอก" ฉันบอกตัวเอง ถ้าเป็นพี่ชูก้าจริง พี่เขาคงไม่ออกมากินคนหมูย่างคนเดียวหรอกมั้ง อย่างน้อยก็ต้องชวนพวกเมมเบอร์มาด้วยสักคนสองคนสิ ไม่เอาดีกว่าค่ะไม่คิดน่าจะดีกว่า "แท๊กซี่!" ฉันจึงเรียกแท๊กซี่เพื่อกลับหอไปส่งเสบียงให้พวกเมมเบอร์






"ฮัลโหล!" 

พอฉันเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าสองมักเน่นั่งรอทานอยู่หน้าเตาอยู่แล้ว "โห...พร้อมทานเลยนะยะ" พอเห็นฉันหอบของมาตรึม ลิซ่าก็รีบวิ่งเข้ามารับ ส่วนโรเซ่ก็ทำการเปิดกะทะย่างไว้และแจกจ่ายอุปกรณ์ไว้รอ แต่อีกหนึ่งคนไปไหนล่ะคะ 

"เจนนีไปไหนอะ" ฉันถาม ลิซ่าจึงตอบกลับมาว่า "ไม่รู้สิพี่ ฉันตื่นมาก็ไม่เห็นแล้ว" แหมยัยเจนนี่ ไหนบอกว่าไม่อยากออกไปไหนไง "แล้วนี่พี่ไปทำธุระอะไรที่ร้านท่านประธาน" โรเซ่ถามขึ้นขณะที่กำลังหยิบชิ้นหมูลงบนกะทะย่าง "ไปหาพี่ฉันน่ะสิ" ฉันตอบ "ไดเอียนน่ะนะ" โรเซ่ถามกลับ ฉันจึงพยักหน้าให้แล้วบอกข่าวดีของฉันให้พวกเธออิจฉาเล่นๆ ว่า "พรุ่งนี้ฉันจะไปเชจูนะ ไปฮันนีมูนกับพวกพี่เขา" แต่ยัยลิซก็สวนกลับฉันทันทีว่า "ฮันนีมูนเขาไปกันแต่คู่รักไม่ใช่เหรอคะ แล้วพวกพี่เขาจะเอากางอย่างพี่ไปด้วยทำไม"

"หืม...ฉันจะไปเป็นกางเป็นกระดูกอะไรมันก็เรื่องของฉัน เพราะฉันไม่ได้เสนอตัวไปเองสักหน่อย" ฉันบอกลิซ่า แต่โรเซ่ผู้ที่สนใจอยากจะไปด้วยก็พูดขึ้นว่า "ถ้าพี่ไปได้ ฉันก็ไปได้สิ" ก่อนเข้ามาเขย่าแขนขอร้องฉัน "เอาฉันไปเป็นเพื่อนนะคะพี่" แต่งานนี้ฉันไม่ได้เป็นคนตัดสินใจนี่นา ฉันจึงบอกยัยโรเซ่ไปว่า "เดี๋ยวดฉันจะลองถามดูให้ แต่ถ้าไม่ได้แกก็คงต้องกลับเข้าโบสถ์ไปนะยะ"

"โทรเลยๆ" นี่ก็ใจร้อนจริงๆ เชียว "โอเค เดี๋ยวโทรให้เดี๋ยวนี้แหละ" ฉันจึงรีบต่อสายตรงไปหาพี่ชายฉันอีกครั้ง วันนี้ฉันใช้โทรศัพท์ไปกี่ครั้งแล้วนะ ฉันรอสายอยู่ไม่นานพี่ชายฉันก็รับแล้ว 

'ว่ายังไงจีซู' ฉันว่าฉันถามพี่เขาไปเลยดีกว่า "คือฉันเพิ่งเล่าเรื่องที่จะไปเชจูพรุ่งนี้ให้โรเซ่กับลิซ่าฟังน่ะค่ะ" ฉันมองไปที่โรเซ่ที่กำลังรอลุ้นคำตอบจากพี่ฉันอยู่ "แล้วทีนี่ยัยโรเซ่ก็อยากไปด้วย ถ้าฉัน..."

'คงไม่ได้หรอก' พี่ฉันตอบไวมากเลยอะ ทำเอาโรเซ่รีบถามกลับไปว่า "นี่พี่จะไม่ใช่เวลาคิดหน่อยเหรอคะ นิดนึงก็ยังดีอะ"

'ข้าขอโทษด้วยนะ แต่คงไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว' นี่มีการจำกัดจำนวนซะด้วย แต่ลีนานคงกลัวคำตอบของพี่ฉันจะทำให้ยัยโรเซ่เสียใจซึ่งนางก็เซงไปแล้ว ลีนานจึงบอกว่า 'เอาไว้คราวหน้านะแชยอง'

"คราวหน้าก็ได้ค่ะ" โรเซ่บอกเสียงค่อยอย่างหมดอารมณ์ก่อนหันไปย่างหมูของเธอต่อ

'แค่นี้ก่อนนะจีซู พี่ต้องคุยธุระต่อ' นี่ฉันโทรไปขัดเวลาสำคัญของพวกพี่เขาหรือเปล่าคะเนี่ย งั้นก็คงต้องรีบวางสายแล้วล่ะ "ค่ะๆๆ" ฉันว่าแล้วกดวางสายไป

"มีใครไปด้วยงั้นเหรอคะ ฉันถึงไปด้วยไม่ได้อะ" นึกว่าจะจบแต่ก็ยังไม่จบอีก

"พวกพี่แกคงจองไว้แค่สามที่แหละแก" ฉันบอกแต่โรเซ่ก็ทำหน้าเหมือนจะกินอะไรไม่ลงแล้วจนลิซ่าทนไม่ไหวโวยใส่ว่า "ถ้าแกจะทำหน้าแบบนี้ก็ไม่ต้องกิน แล้วก็ไปนั่งที่อื่นเลย เพราะฉันเห็นหน้าแกแล้วมันอิ่ม แถมอึดด้วย"

"ก็ฉันเซงอะ" โรเซ่บอกลิซ่า

"งั้นดูหนังกันเถอะๆ" ฉันเดินไปหยิบรีโมทแล้วกดหาหนังสนุกเบาสมองดู "ชิชูโปรดักชั่นภูมิใจเสนอ..." พวกยัยมักเน่หันมามองฉันกันใหญ่ "เกรียนไก่ ซ่าส์ทะลุมิติ" หลังจากนี้คงเป็นเวลา movie time กันไปยาวๆ เลยล่ะค่ะ

ถึงแม้พวกฉันจะดูหนังเป็นเรื่องที่สามแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายัยเจนคนชิคก็ยังไม่กลับ...หรือว่าไม่ใช่ "ดูหนังกันอยู่เหรอ" เจนนี่เดินถามมาจากทางห้องนอน "แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่" ฉันถามด้วยความสงสัย เพราะโผล่มาจากฝั่งห้องนอนแบบนี้แสดงว่าเธอต้องจัมป์กลับมาแน่นอน 

"ได้สักพักแล้วพี่" เธอว่า แต่ดูสีหน้าจะอารมณ์ดีกว่าเมื่อเช้าที่ฉันถามตั้งเยอะจนฉันอดถามไม่ได้ว่า "แกไปไหนมา"

"ไปกิ..." เหมือนคำพูดจะถูกกลืนหายไปก่อนเธอจะตอบฉันใหม่ว่า "ไปดูพวกพี่วินเนอร์อัดเพลงใหม่ค่ะ" ปกติเธอไม่ค่อยไปยุ่งเรื่องงานของพี่ตัวเองเลยนะ "แสดงว่าเพลงใหม่จะต้องดีมากๆ จนแกหน้าบานเลยสินะ" ฉันพูดเหมือนจะจับผิดจนเจนนี่รีบตอบว่า "ก็แน่นอนสิคะ"

"แล้วเพลงแนวไหนล่ะ" ฉันถามเจาะไม่เลิก แต่เธอก็คงเตรียมมาดีจึงตอบฉันว่า "ก็หลายแนวอะพี่ มันหลายเพลงไง"

"เหรอ"

"แล้วพี่จะมาสงสัยฉันทำไมเนี่ย" 

"ก็แกดูอารมณ์ดีผิดปกติ" 

"อ้าว" เจนนี่ทำหน้าเหมือนหมดคำจะพูด "ฉันอารมณ์ดีก็สงสัย หน้าบูดก็ด่า หน้านิ่งก็ว่า ตกลงพี่จะเอายังไงฮะ"

"ตีกันเลยๆๆ" ยัยมักเน่ก็ช่างยุยงจริงๆ จนพวกฉันสองคนเปลี่ยนจากกัดกันเอง "ตีแกนั่นแหละ" ไปรวมตียัยลิซ่าแทน "โอ้ยๆๆ" ลิซ่ารีบลุกขึ้นวิ่งหนีพวกฉันสองคนไปทั่วห้อง "เล่นสองรุมหนึ่งเลยเหรอ" ลิซ่าว่า

"ใช่" เจนนี่บอกฉันจึงเสริมว่า "วันนี้พวกฉันจะรุมทึ้งแกเอง" แล้วพวกฉันสองคนจึงเริ่มไล่ล่าลิซ่ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย เล่นเอาโรเซ่ที่กำลังตั้งใจดูหนังอยู่ถึงกับโวยขึ้นมา "เงียบๆ กันหน่อยได้มั๊ยคะ ฉันดูหนังไม่รู้เรื่อง" แต่พวกเราก็ยังไม่หยุด ยังวิ่งอ้อมห้องตัดหน้าทีวีไปมา "เลิกวิ่งผ่านหน้าทีวีได้แล้ว" แต่ก็ไม่มีใครสนใจโรเซ่ จนเธอร้องขึ้นมาด้วยความทนไม่ไหวว่า "หยุด!!"

ถึงพวกฉันไม่อยากหยุดก็คงต้องหยุดอยู่ดีเพราะยัยโรเซ่ดันใช้พลังแช่แข็งเราทั้งสามคน ก่อนเดินมาลากเราสามคนไปนั่งบนโซฟาทีละคนทีละคน แล้วนางจึงเดินไปหยิบขนมมานั่งกินสบายใจเฉิบแถมยังไม่ยอมปล่อยพวกฉันเป็นอิสระด้วย ส่วนตัวเองนั่งอารมณ์ดีดูหนังชิวๆ ไปอีก นางจะไม่ยอมปล่อยพวกฉันจริงๆ ใช่มั๊ยคะ 

'ยัยคนใจร้าย!'






เมื่อวานกว่ายัยโรเซ่จะปล่อยพวกฉันเป็นอิสระก็ตอนที่หนังเรื่องที่สี่จบลงแน่ะค่ะ เช้านี้ฉันก็เลยเมื่อยตัวไปหมด แถมยังต้องตื่นเช้าตั้งแต่ตีห้าเพราะพี่ฉันบอกจะมารับตอนหกโมงอีก ก็ไม่รู้ว่าพวกพี่แกจะรีบอะไรกัน เกาะมันไม่มีขาซักหน่อยถึงจะได้เดินหนีเราไปไหนได้ 

ฉันเดินออกมาจากห้องหลังจากที่แต่งตัวเสร็จแล้ว หอยังเงียบสงบเพราะคงไม่มีใครตื่นเช้ากว่าฉันแล้วล่ะ ฉันว่าฉันเขียนโน้ตไว้ดีกว่า ฉันจึงเดินไปหากระดาษกับปากกามาแล้วเขียนโน้ตบอกพวกเมมเบอร์ว่า 'ฉันไปล่ะนะ เดี๋ยวซื้อของมาฝาก ดูแลดัลกอมให้ฉันด้วย...จีซู' ก่อนแปะโน้ตไว้ที่ตู้เย็น และหยิบเยลลี่ของยัยโรเซ่หนึ่งถุงออกมาดูดกินพร้อมเปิดทีวีดูข่าวเช้าวันใหม่เพื่อฆ่าเวลาระหว่างที่รอพี่ฉัน

ฉันนั่งฟังข่าวได้ยี่สิบนาทีพี่ฉันก็ส่งข้อความมาบอกว่า 'พี่ถึงแล้วนะ' ฉันจึงรีบปิดทีวีแล้วส่งข้อความกลับไปว่า 'เดี๋ยวลงไปค่ะ' ฉันจึงรีบออกจากห้องแล้วลงมาที่ชั้นล่าง ทันทีที่ลงมาถึง ฉันก็เห็นรถตู้สีดำของบริษัทมาจอดรออยู่แล้ว และพอฉันเดินเข้าไปหา ประตูก็เปิดออกในทันที เผยให้พี่ไดเอียนของฉันและลีนานที่แต่งตัวพร้อมเที่ยวเกาะกันจริงๆ 

"เตรียมตัวมาดีนะคะเนี่ย" ฉันแอบแซวทั้งคู่ แต่พี่ฉันก็ยังแอบแซวฉันอีกว่า "ส่วนเจ้าก็มีแต่ตัวจริงๆ" 

"ก็พี่บอกฉันเองอะ แล้วกระเป๋าฉันล่ะคะ" ฉันเริ่มถามหากระเป๋าของตัวเอง ลีนานจึงรีบบอกฉันว่า "อยู่หลังรถแล้ว" 

"เยี่ยมยอด...เราไปกันเลยมั๊ยคะ ฉันอยากไปฮูลาฮูล่าแล้วอะ" พวกพี่ฉันหัวเราะฉันกันใหญ่เมื่อเห็นฉันทำท่าระบำชาวเกาะ ก่อนพี่ไดเอียนจะว่า "ไปๆๆ ออกรถได้" ฉันจึงรีบสนับสนุนโดยช่วยบอกคนขับว่า "โกๆ!" 

แต่การเดินทางวันนี้นอกจะไกลแล้ว ยังนานอีกด้วยค่ะ เพราะจากหอมาสนามบินโซลแล้วต่อเครื่องมาลงที่เชจูก็ว่าใช้เวลาหลายชั่วโมงแล้ว ฉันก็นึกว่าเราจะได้เอาของไปเก็บที่ที่พักบนเกาะเชจูซะอีก แต่มันไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดค่ะเพราะลีนานบอกฉันว่า "เดี๋ยวเราจะไปท่าเรือต่อนะ" พอฉันถามว่า "ไปทำไมคะ" เธอก็บอกฉันว่า "ไปเกาะอุโด้จ้ะ" 

อ้าวเฮ้ย! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา "ก็ไหนว่ามาเชจูไงคะ" ฉันเริ่มท้วง แต่พี่ฉันก็รีบแก้ว่า "อุโด้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเชจูเหมือนกันแหละ เราก็ไป One day trip ที่อุโด้ก่อน แล้วค่อยกลับมาตะลอนทัวร์ที่นี่ต่อก็ได้" oneday trip ตะลอนทัวร์ นี่พี่ฉันรู้จักศัพท์พวกนี้ด้วยเหรอคะ

"ก็ได้ค่ะ" แต่ฉันก็ไม่เรื่องมากหรอกนะ เพราะทริปนี้พี่เขาเป็นคนเลี้ยงนี่นา แต่ที่ฉันเป็นห่วงคือ "แล้วว่าที่คุณแม่จะไม่เมาเรือเหรอคะ" ฉันถาม แล้วทั้งสองคนก็รีบหันไปมองหน้ากันอย่างไว แถมดูสีหน้าตื่นๆ กับคำถามอยู่หน่อยๆ ด้วย ก่อนลีนานจะหันมายิ้มและตอบฉันเองว่า "ไม่หรอก ตัวเย็นอย่างเราไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนคนเป็นหรอก" 

"งั้นเหรอคะ" ฉันว่าอย่างไม่ค่อยมั่นใจ แต่ก็ช่างเถอะ "ไปกันเถอะค่ะ" ฉันว่าแล้วรีบกระโดดขึ้นรถเป็นคนแรก 

ฉันชอบท่องเที่ยวนะแต่ไม่ชอบการเดินทางอะ ขอแลกพลังกับเจนนี่ได้มั๊ยคะเนี่ย ก็การเดินทางมันเหนื่อยจะตายแถมยังกินเวลาเที่ยวไปตั้งเยอะ เหมือนตอนนี้ที่ฉันกำลังเซงและได้แต่คิดในใจว่าฉันคิดถูกหรือคิดผิดที่มากับพวกพี่เขากันแน่ แต่ดีที่เรือที่เราใช้ข้ามฝั่งไปพอทำให้ฉันตื่นเต้นขึ้นมาได้อีกเพราะมันคือ "เรือยอร์ช!" 

ฉันรีบวิ่งไปสำรวจเรือเป็นคนแรกทันทีที่พี่ฉันบอกว่าเป็นลำนี้ ฉันวางกระเป๋าของฉันไว้ที่ท้ายเรือก่อนรีบวิ่งไปด้านหน้าของเรือ นี่คือส่วนที่ดีที่สุดของเรือเพราะว่ามันเปิดโล่งสู่ท้องฟ้าและท้องทะเลเบื้องหน้า ถ้าได้เครื่องดื่มเย็นๆ มานั่งจิบชิวๆ ขณะที่เราแล่นเรืออยู่คงจะดีไม่น้อย นี่ก็นอนอาบแดดได้เลยนะ

"จีซู"

"คะ" ฉันหันไปตามเสียงเรียกของพี่ฉัน

"เดี๋ยวพวกพี่ไปติดต่อเรื่องเรือเดี๋ยวมานะ"

"ค่ะ" 

แล้วทั้งสองคนก็เดินไปที่ออฟฟิศของเรือยอร์ชพร้อมกระเป๋าเดินทาง กลัวโดนขโมยขนาดนั้นเชียว จริงๆ ก็ฝากฉันไว้ก็ได้นะ แต่ตอนนี้ฉันขอเก็บภาพไปฝากยัยพวกนั้นดีกว่า ฉันจึงเริ่มลงมือถ่ายภาพหลายมุมเพื่อเอาไปอวดพวกเมมเบอร์ 

'ฉันอยู่บนเรือยอร์ช!! เรากำลังจะไปเกาะอุโด้ โกๆๆ!'  ฉันส่งมันลงไปในแชทกลุ่ม แต่ยัยมักเน่ก็ทำให้ฉันอารมณ์เสียโดยการถามคำถามเดียวกันกับที่ฉันเคยถามพี่ฉันว่า 'ก็ไหนว่าไปเชจูไงคะ' และยัยโรเซ่ก็เสริมมาว่า 'ทำไมได้ไปอุโด้ล่ะ' ฉันก็เลยตอบไปว่า 'ก็ไปหลายๆ ที่ ดีจะตาย' วงเล็บว่าเหนื่อยจะตายด้วยดีมั๊ยคะ

'เห็นเขาว่าไอศครีมถั่วกับซาซิมิที่นั้นอร่อยนะพี่' เจนนี่ที่พึ่งเข้าแชทมาทักมาบอกฉัน 'นี่แกเห็นฉันเห็นแก่กินขนาดนั่นเชียว' ฉันถามเจนนี่แต่ก็โดนยัยพวกมักเน่ตอบกลับาว่า 'มาก' และ 'ที่สุดอะ' ยัยโรเซ่กับลิซ่านี่จริงๆ เลย .

'งั้นพวกแกไม่ต้องเอาของฝากนะ' พอฉันบอกอย่างนี้พวกนางก็ส่งสติกเกอร์รูปโกรธรูปหัวร้อนมากันเต็มเลยล่ะคะ และเป็นเวลาเดียวกับที่เรือเริ่มแล่นออกจากฝั่ง แต่ฉันก็ยังคงมัวนั่งแชทอยู่ต่อไปเพราะโรเซ่แชทมาบอกว่า 'ฉันไม่เอาเปลือกหอย ทราย หรือน้ำทะเลนะพี่' ยัยนี่เห็นฉันเป็นคนยังไงคะ 'ฉันเป็นคนรักธรรมชาตินะ ฉันไม่เก็บไปอยู่แล้ว' แต่เจนนี่ก็อธิบายความหมายที่แท้จริงของยัยโรเซ่ให้ฉันฟังว่า 'โรเซ่หมายถึงพี่ต้องรู้จักลงทุนซะบ้าง' แถมยัยลิซยังส่งสติกเกอร์หัวเราะอย่างซะใจมาอีก 

'ทีแรกก็ว่าจะไม่เก็บล่ะ แต่เห็นถึงความน่ารักของพวกแก ฉันจะหอบทรายกับเปลือกหอยกลับไปให้เต็มกระเป๋าเลย' แล้วฉันก็เก็บมือถือใส่กระเป๋าเพราะขืนแชทกับยัยพวกนี้ต่อไปคงเสียบรรยากาศแน่ๆ
 
ลมเย็นๆ กลิ่นของทะเลกับน้ำใสๆ มันสดชื่นดีแท้ "ลีนาน" ฉันเรียกลีนานขณะที่นั่งชมวิวอยู่ด้านหน้าคนเดียว "มานั่งด้วยกันสิคะ" ฉันชวนเธอเพราะเห็นว่าบรรยากาศแบบนี้สาวๆ แบบเราคงชอบ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ทำอะไรกันอยู่นะ "ลีนาน" ฉันจึงหันไปเรียกอีกครั้ง แต่..."พี่ไดเอียน" 

"..."

ไม่มีเสียงตอบรับจากทั้งคู่มันก็ไม่แปลกหรอกค่ะเพราะฉันก็มองไม่เห็นทั้งคู่เหมือนกัน ไปอยู่ห้องคุมหรือท้ายเรือเหรอคะ ฉันจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินไปหาคนทั้งคู่ 

"พี่คะ พี่..." แต่ฉันถึงกับชะงักเมื่อมองเข้าไปในห้องคุมเรือแล้วเจอกับ "พี่...พี่ชูก้า? มาไงเนี่ย" ฉันพึมพำกับตัวเอง พี่เขามาได้ไง พี่เขาไม่ได้โดนล้างสมองเหรอ แล้วเหตุการณ์วันนั้นมันคืออะไร ฉันช็อคนะเนี่ย แล้วยิ่งช็อคเข้าไปอีก เมื่อจู่ๆ เรือก็รีบเปลี่ยนทิศทางการเดิน 

"ว๊าย!" ถ้าฉันเซตกเรือไปทำยังไงคะไอ้พี่คนนี้ "นี่พี่!" ฉันร้องขึ้นขณะพยายามเดินไปหาพี่เขา "ฝั่งอยู่ข้างหน้านะ เอาเรือเข้าฝั่งเดี๋ยวนี้เลย" ฝั่งของเกาะอุโด้อยู่ข้างหน้านี้เองค่ะ และฉันมองเห็นท่าเรือแล้วด้วย แต่ไอ้พี่ชูก้า ไอ้พี่บ้าดันหันทางเรือมาขับอ้อมเกาะแทนซะงั้น แถมยังทำเหมือนไม่สนใจฉันไปอีก ถนัดนักเรื่องทำหน้าตายแบบนี้ ฉันจึงรีบวิ่งเข้าไปหาและเริ่มโวยใส่ทันที "พี่ได้ยินฉันมั๊ยเนี่ย" 

"ได้ยิน" 

นี่พี่ชูก้าจริงๆ ใช่มั๊ยคะ แค่ได้ยินเสียง ได้เห็นพี่เขาใกล้ๆ ฉันก็รู้สึกสับสนกับอารมณ์ของตัวเองแล้ว ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ฉันรู้สึกอะไรกันแน่ รู้แต่ว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกของความเสียใจ ฉันดีใจและดีใจมากและคงดีใจจงงงไปแล้ว 

"แล้วทำไมไม่ตรงขึ้นฝั่งไปล่ะคะ" จนไม่รู้ว่าจะพูดดีแบบนี้ "พี่ชูก้า!" หรือปากหาเรื่องแทน ก็พี่เขาไม่ตอบฉันอะ

"ไปนั่งเงียบๆ ไป" แล้วนี่ยังไล่ฉันไปอีก แต่ฉันจะไปไหนได้ล่ะคะ ก็ฉันยังมีคำถามอยากจะถามพี่เขาตั้งเยอะ โดยเฉพาะเรื่องนี้ "พี่ไดเอียนกับลีนานหายไปไหนคะ"

"ก็ไปฮันนีมูนสิ" เอ้า! พอพี่ชูก้าเห็นฉันอ้าปากค้างพี่เขาก็รีบพูดต่อว่า "คิดว่าเขาจะเอาก้างขวางคอไปด้วยทำไม" โห! ยัยลิซก็พูดกับฉันอย่างนี้เลย "แต่พี่เขาชวนฉันมานะ" ฉันพยายามเถียงแต่พี่เขาก็ถามย้อนว่า "แล้วตอนนี้เธออยู่ไหน" ฉันอยู่ไหนงั้นเหรอ ก็เกาะข้างหน้าฉันมันคือ "เกาะอุโด้ไงพี่" แล้วพี่เขาก็ถามฉันอีกว่า "แล้วพี่เธอบอกว่าจะมาฮันนีมูนที่ไหน" 

รู้สึกไม่อยากตอบคำถามนี้เลยอะ เพราะฉันก็ไม่แน่ใจว่าจริงๆ แล้วพวกพี่เขาอยากมาฮันนีมูนที่ไหนกันแน่ แต่ถ้ายึดตามครั้งแรกที่เราคุยกัน "เกาะเชจูเหรอ" ฉันตอบเสียงค่อย แล้วพี่ชูก้าก็พยักหน้าให้ฉันว่าใช่ 

"อะไรอะ" ฉันพูดไม่ออกเลยนะเนี่ย เรื่องนี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอยู่แน่ๆ 'เบื้องหลังๆ' ฉันว่าฉันคงต้องถามเอาคำตอบกับพี่ชูก้าแล้วล่ะ

"เมื่อวาน..." ฉันเอ่ยขึ้นพร้อมจ้องหน้าพี่ชูก้าที่ยังคงขับเรือต่อไป พี่เขาหันมามองฉันแวบนึง แต่พอเห็นสีหน้าจับผิดของฉัน พี่เขาก็หันไปทางเดิม ฉันจึงตัดสินใจเดินขึ้นมาบังทางพี่เขาไว้ก่อนถามว่า "ตอบมาซะดีๆ เมื่อวานนี้พี่ไปที่ร้านหมูลุงหยางมาใช่มั๊ย" 

พี่ชูก้าไม่ตอบแถมยังใช้มือผลักหัวฉันให้หลบไปด้านข้างแทน 'หืม!!' แต่คนอย่างฉันต้องกัดไม่ปล่อย ฉันจึงรีบตั้งตัวแล้วกลับไปยืนขวางหน้าพี่เขาอีกครั้ง "ถ้าขับชนเกาะขึ้นมาจะทำยังไงฮะ" พี่ชูก้าเอ็ดฉัน แต่ฉันไม่ยอมโดนเอ็ดฟรีๆ หรอกนะ "พี่ก็ตอบมาสักทีสิ ไม่ใช่เอาแต่เลี่ยงคำตอบอยู่แบบนี้อะ ไม่แมนซะเลย" พอได้ยินคำว่าไม่แมนพี่ชูก้าก็ชักสีหน้าดุและว่า "ถ้าฉันไปแล้วยังไงล่ะ" 

ไปจริงด้วย! พี่เขาคือผู้ชาย all black คนเมื่อวานจริงๆ สินะ "แล้วทำไมพี่ไม่ทักฉันเลยฮะ" ฉันถาม พี่ชูก้ามองหน้าแปบนึงและว่า "ก็ฉันตั้งใจไปหาพี่เธอ แต่เกือบโป๊ะแตกไปเจอเธอซะได้" มันน่าน้อยใจนะคะแบบนี้ "งั้นนี่พวกพี่ก็รวมหัวหลอกฉันให้มาด้วยสินะ" ฉันถามหน้าจ๋อยแต่พี่ชูก้าก็ตอบกวนจนทำให้ฉันเริ่มฉุนว่า "คนโง่มักเป็นเหยื่อของคนฉลาด และเด็กเด๋อๆ มักถูกล่อด้วยอมยิ้ม" 

"ไม่ได้เข้ากันเลย" ฉันว่าแล้วเดินเซงๆ ไปนั่งอยู่เบาะด้านหลัง

"ไม่รับลมชมทะเลแล้วเหรอ" ยังมีหน้ามาแซวฉันอีก ฉันจึงตอบไปอย่างเซงๆ ว่า "เชิญพี่รับไปคนเดียวเถอะ ฉันโกรธพี่แล้ว คนโกหก" ก่อนทำเป็นเชิดหน้ามองไปทางอื่น มันน่าโมโหจริงๆ นะคะ เล่นโกหกฉันมาตั้งสามเดือน แล้วจู่ๆ ก็โผล่หน้ามา แถมไม่คิดจะขอโทษกันเลย แล้วยังมาท้าฉันว่า "อย่าเปลี่ยนคำแล้วกัน โกรธให้มันได้ตลอดล่ะ"

"ฉันไม่ใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะ" ฉันบอกหน้าเชิด แต่พี่ชูก้าก็หยุดเรือลงก่อนบอกฉันว่า "ก็รู้...ถึงพามานี่ไง" 

ฉันรีบยืนขึ้นแล้วมองไปข้างหน้า 'where?' พี่เขาพาฉันมาผิดหาดเปล่าคะ ไม่เห็นมีคนเลย นี่มันฝั่งไหนของเกาะอุโด้อะ หาดนี่มันหาดร้างชัดๆ พี่เขาไม่ได้คิดมารวบหัวรวบหางฉันที่นี่นะ 

"เลิกคิดลึกแล้วก็ตามมา" รู้ว่าฉันคิดอะไรไปอีก แต่นั้นพี่เขาจะไปไหนอะคะ โดดลงน้ำไปแล้วด้วย "ทำไมไม่ขับเรือเข้าไปล่ะ" ฉันเสนอแต่ก็โดนสวนมาว่า "แล้วเรือมันขึ้นบกได้ที่ไหน" แค่ลืมคิดก่อนพูดแค่นี้เหมือนรู้สึกโง่มาเป็นชาติเลย แต่ที่นี่ไม่มีท่าเรือและเรือยอร์ชก็คงไม่มีสมอด้วย "แล้วเรือมันไม่ไหลไปตามน้ำเหรอพี่" พี่ชูก้าไม่ตอบฉันแถมยังเร่งฉันอีกว่า "โยนกระเป๋ามา" 

นี่มาง้อหรือเอาฉันมาทรมานกันแน่นะ ฉันก็เลยเก็บกระเป๋าเล็กไว้ในกระเป๋าเดินทางของฉันที่มีแต่ 'ฝาเนรมิต!' 

อึ้งมาก!! ที่บอกไม่ต้องให้ฉันเตรียมอะไรมาให้มาแต่ตัว เพราะพี่ชายฉันเตรียมฝาเนรมิตมาให้ฉันเนี่ยนะ สุดยอดเลย พูดไม่ออกไปเลย มิน่าพี่ชูก้าก็ไม่ได้เอาอะไรมาเลยเหมือนกัน มีแต่กระเป๋าเป้ใบที่ฉันเห็นเมื่อวาน ฉันก็เลยยัดทุกอย่างไว้ด้วยกัน

พอเก็บกระเป๋าเสร็จฉันก็เลยยกมันไปแล้วยื่นให้พี่ชูก้า กระเป๋ามันเบาจนมันลอยได้เลยอะ "ลงมาสิ" พี่เขาบอกฉัน แต่..."ฉันกลัวน้ำอะ แล้วก็ว่ายน้ำไม่เป็นด้วย" ฉันบอก พี่ชูก้าส่ายหน้าน้อยๆ ให้ก่อนลอยเข้ามาใกล้แล้วหันหลังให้ฉันและว่า "ค่อยๆ ลงมา" ให้ฉันขี่หลังไปเหรอคะ 'ฮุๆ' ฉันแอบยิ้มในใจนิดๆ "ต้องลงยังไงล่ะ" ฉันเริ่มหาเรื่องแกล้งพี่เขา พี่ชูก้าหันมามองฉันอีกครั้ง ฉันเลยทำตาแป๋วเหมือนว่าไม่รู้จริงๆ "ฉันต้องโดดลงไปก่อนหรือต้องกอดคอพี่ก่อนล่ะ" ไม่ใช่แค่พี่เขาหรอกนะที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เป็นคนเดียว "กอดคอก่อนแล้วถึงค่อยๆ ลง" พี่ชูก้าบอกฉันก่อนหันหน้ากลับไปรอ

'ได้เวลาแก้แค้น' ฉันคิดแล้วค่อยๆ พาดแขนบนไหล่พี่ชูก้าก่อนเกี่ยวคอพี่เขาหลวมๆ แล้วถามว่า "แค่นี้พอมั๊ย" แต่พี่ชูก็บอกว่า "เดี๋ยวก็หลุด" นี่แหละที่ฉันอยากได้ยิน ฉันจึงใช้โอกาสรัดคอพี่เขาแน่นขึ้น แน่นขึ้น และแน่นขึ้น! "แน่นขนาดนี้พอมั๊ยคะ" ฉันกัดฟันถาม "แน่นๆ" พี่ชูก้ารีบใช้มือตีแขนฉันรัวๆ เพราะเริ่มหายใจไม่ออก "แน่นไม่พอเหรอพี่" ฉันทำเป็นแกล้งไม่เข้าใจ "พอๆๆ" พี่เขาเริ่มรู้ว่าใช้มือตีฉันคงไม่ได้ผลเลยเริ่มใช้มือแกะแขนฉันให้หลวม นี่เพราะสงสารนะคะฉันถึงค่อยๆ คลายให้หลวม พี่ชูก้าหันควับมาทำหน้าเข้มใส่ฉันทันที ฉันเลยแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทั้งที่ดูไม่น่าจะแก้ขึ้นว่า "ก็ฉันไม่รู้ว่าต้องกอดแน่นแค่ไหนนี่นา" 

"ฉันรู้นะว่าเธอแกล้ง" ฉันก็รู้อยู่หรอกว่าพี่เขารู้ ฉันก็เลยรีบเปลี่ยนประเด็นว่า "รีบไปเถอะพี่เดี๋ยวตัวเปื่อยพอดี" พี่ชูก้าจ้องคาดโทษฉันไว้ก่อนบอกฉันว่า "เธอก็เลิกเล่นซะที รีบๆ ลงมา" มีความเร่งมีความฉุนเฉียว "ดุจัง" ฉันว่าแต่ก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลงในน้ำ นี่ถ้าพี่ชูก้าไม่เกาะกระเป๋าไว้ก็มีจมเหมือนกันนะเพราะตรงนี้มันน่าจะลึกมากกว่าสองเมตรเลยแหละ แล้วพี่เขาก็ว่ายอย่างทุลักทุเลพาฉันและกระเป๋าไปด้วยกัน แต่ฉันมีความตั้งใจที่เคยคิดมาก่อนแล้ว แค่รอให้ถึงระยะที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายกับเราทั้งคู่แค่นั้นแหละ ทำไมฉันเป็นคนร้ายกาจขนาดนี้นะ 'วะฮาฮ่า ไอ้พี่ก้า' 

"อ๊าย!" 

ฉันทำเป็นกรี๊ดแตกแล้วว่า "ตัวอะไรก็ไม่รู้" ฉันเริ่มโวยวายและเริ่มปีนตัวพี่ชูก้า "อย่าดิ้น เดี๋ยวก็ตกหรอก" ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุค่ะ "มันมาอีกแล้ว ม้ายยย!" ฉันยิ่งแกล้งทำเป็นกลัวทั้งๆ ที่ในน้ำไม่มีอะไรเลย แต่พี่ชูก้าคงไม่รู้หรอกเพราะตอนนี้โดนฉันกดตัวลงน้ำไปแล้ว พี่เขาพยายามดันตัวขึ้น แต่ความแค้นของฉันต้องได้รับการชำระ ฉันสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าถ้าเจอพี่เขาอีกครั้ง ฉันจะกดหัวพี่เขาให้จมน้ำตายไปข้าง

"จีซู" มีเสียงร้องเหมือนจะร้องปราม แต่ฉันก็ยังคงทำเป็นผีเข้า "อ๊าย! ฉันกลัวอะ" ออสการ์จะต้องมอบถ้วยให้ฉัน 'รับรู้ถึงความรู้สึกเหมือนจมอยู่ใต้ท้องทะเลลึกหรือยังล่ะพี่ชูก้า' ฉันทนรู้สึกหน่วงมาตั้งสามเดือนถ้าพี่เขาจะทนรู้สึกเหมือนกำลังจะตายอย่างฉันสักสามนาทีคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง 

"จีซู" พี่ชูก้ายังคงพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของนางมารตัวน้อยอย่างฉัน 

"อ๊าย! มันมาอีกแล้ว"

"จีซู!!" Stop ณ บัดนาว...เพราะฉันยังรักตัวกลัวตายยังไม่อยากโดนฆ่าหมกเกาะในตอนนี้ "ว่ายไปเองเลยไป" พี่ชูก้าว่าและทำเป็นจะแกะแขนฉันออก แต่ฉันก็รีบเกาะไว้แน่นเพราะ "ฉันกลัวน้ำอะ ไม่เอาๆ อย่าปล่อยนะ" แต่ก็โดนพี่ชูก้าแซวแรงว่า "เป็นพิษสุนัขบ้าหรือไงถึงกลัวน้ำ" ถ้าไม่ติดว่าฉันยังต้องพึ่งพี่เขา ฉันงับหูขาดไปแล้วนะ "ก็มันกลัวให้ทำยังไงล่ะคะ" ฉันบอก 

พี่ชูก้ายื่นกระเป๋ามาหาฉันและสั่งว่า "เกาะ" ฉันก็เลยต้องเปลี่ยนจากเกาะพี่เขามาเป็นเกาะกระเป๋าแทน คงกลัวว่าฉันจะจับกดน้ำอีกแหงๆ "แล้วก็อย่าโวยวายอีกเพราะฉันรู้นะว่าไม่มีอะไร ถ้าทำอีกฉันปล่อยให้ลอยคอกลางทะเลแน่" ทำมาเป็นปากดีขู่ฉัน "พี่ไม่กล้าทำหรอก" ฉันบอก แต่พี่ชูก้าคงเข้าใจว่าฉันอยากลองของก็เลยแกล้งผลักกระเป๋าออกจากตัว 

"ไม่ๆๆ!" ฉันจึงลอยออกมากับกระเป๋าด้วย "ไม่เอาๆๆ" ฉันตะเกียกตะกายเกาะกระเป๋าให้อยู่แต่กว่าจะเกาะได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเลย "ฉันล้อเล่นอะพี่ กลับมารับหน่อยสิ" ฉันเริ่มกลัวจริงๆ แล้วนะ ก็ขาฉันมันยันไม่ถึงพื้นอะ แต่พี่ชูก้าก็ยังไม่ยอมว่ายเข้ามาช่วย อยากให้ฉันอ้อนวอนขอร้องสินะ 'ชิ!' ก็ได้ค่ะทำก็ทำ 

"พี่ชูก้า" ฉันเริ่มเรียกพี่เขาพยายามทำเสียงหน้าสงสารแต่มันดูแปลกอะ "ฉันกลัวจริงๆ นะ กลัวจนปากสั่นแล้วนี่" จริงๆ ที่ปากสั่นเพราะว่าฉันหนาวต่างหากล่ะ แต่ความโชคร้ายก็มาเยือนฉันเมื่อคลื่นลูกหนึ่งดันพัดมาจากด้านหลัง 

"อ๊าย!!" 

ทำเอามือฉันเกือบหลุดแต่ดีที่ฉันจับมือของอีกคนที่รีบเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน "ถ้าฉันตายไปจริงๆ จะทำไงเนี่ย" ฉันทำหน้าบึ้งใส่พี่ชูก้าแต่พี่เขาก็ย้อนถามว่า "แล้วทีเธอล่ะ ถ้าฉันตายไปแล้วคิดว่าตัวเองจะรอดหรือไง ว่ายน้ำก็ไม่เป็น ยัยอนุบาลหมีน้อย" นี่พี่เขาอัดอั้นอะไรเปล่าคะ "ว่ายไม่เป็นก็ไปหัด จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น...มันเหนื่อย" ต้องโกรธฉันอยู่แน่เลย

"งั้นพี่ก็หัดให้สิ" พี่ชูก้ามองหน้าฉันเอาเรื่อง "หัดจากตรงนี้ไปถึงฝั่งก็ได้" สายตามองมาเหมือนกับกำลังคิดว่าฉันมีแผนร้ายอยู่ "ไม่ได้จะแกล้งนะ แต่ฉันพูดจริงๆ" ฉันบอกด้วยความจริงใจ พี่ชูก้าจึงยื่นกระเป๋ามาให้ฉันอีกรอบและสั่งคำเดิมว่า "เกาะ" ฉันจึงรีบเกาะกระเป๋าตามเดิมอย่างเซงๆ อุตส่าห์ขอดีๆ แล้วแท้ๆ 'ชิ!'

แต่พี่ชูก้าก็ทำฉันแปลกใจด้วยการบอกว่า "แล้วตีขา" จะสอนฉันจริงอะ ฉันจึงทำตามที่พี่เขาว่า โดยการตีขากับน้ำไปมาแล้วพี่เขาก็เริ่มลากกระเป๋ากับฉันเข้าฝั่ง แต่ฉันตีขาแบบนี้มันถูกเปล่าเนี่ย "ตีแบบนี้เหรอพี่" ฉันถาม พี่ชูก้าหันมามองแล้วว่า "แบบนั้นแหละ ตีไปเรื่อยๆ" มันใช่จริงๆ เหรอคะ "นี่พี่จริงจังเปล่าเนี่ย" ฉันถาม 

ก็ดูเหมือนพี่เขาแค่จะให้ฉันตีขาเฉยๆ นี่นาแถมยังไม่หันมามองอีกเอาแต่ลากกระเป๋าลอยไปพร้อมกับฉันเนี่ย แต่จู่ๆ พี่เขาก็หยุดลากแล้วหันมาหาฉันและว่า "เด็กฝึกว่ายอย่างเธอมันก็ต้องเริ่มจากขั้นพื้นใต้ฐานแบบนี้แหละ" พื้นใต้ฐานไปอีก คงอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นฐานเลยสินะ พี่เขาก็ประเมินฉันต่ำไปจริงๆ "สบประมาทกันเห็นๆ" ฉันบอก "พี่จำหน้าฉันไว้เลยนะ ฉันจะว่ายให้เร็วกว่าไมเคิล เฟลป์สซะอีก" 

"ฉลาม!" แต่พี่ชูก้าก็ทำเอาฉันตกอกตกใจยกใหญ่ "ฉลาม!!!" จนฉันเผลอร้องตามและตีขาอย่างไวแต่ถึงฉันจะตีแรงขนาดไหนมันก็ลอยอยู่ที่เดิมอะ จนพี่ชูก้าหัวเราะชอบอกชอบใจและแซวฉันว่า "ก่อนจะคุย ว่ายให้ไปก่อนเถอะ" ชิ! ไอ้พี่คนนี้ "พี่ก็ลากฉันไปด้วยสิ" ฉันบอก 

พี่ชูก้าส่ายหน้าให้กับความไม่ได้เรื่องของฉันแล้วบอกว่า "เอาใหม่ ลองอีกที" ฉันจึงลองตีขาใหม่อย่างเซงๆ แต่ครั้งนี้พี่เขาคอยมองฉันอยู่ตลอดเวลาขณะที่พี่เขาก็พยายามว่ายถอยหลังพาเราทั้งคู่และกระเป๋าชูชีพของฉันไปด้วยกัน ฉันก็เลยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย "ตีแรงๆ ขาอย่าตาย" ตั้งใจสอนซะด้วยและลูกศิษย์ที่ดีอย่างฉันก็ได้แต่บอกว่า "ค่ะคุณครู"






Suga talk...



กว่าผมจะพายัยเด็กเด๋ออนุบาลหมีน้อยขึ้นฝั่งได้ก็เล่นเอาเหนื่อยถึงกับต้องทิ้งตัวลงนอนกับหาดทราย ในขณะที่จีซูนั่งหอบซบกระเป๋าอยู่ข้างๆ "ฉันอยากไปเดินเขาชมนกชมไม้ไม่ใช่มาติดเกาะแบบนี้นะพี่" เป็นความผิดของผมไปอีก แต่ไม่ใช่ว่าผมจะแค่พาเธอมาติดเกาะด้วยกันหรอกนะ แค่อยากใช้เวลาปรับความเข้าใจกันสักวันก่อนเราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอย่างมีความสุข "แล้วจะนอนไหนเนี่ย ข้างหน้าก็ป่า ข้างหลังก็น้ำ" ขี้บ่นจริงๆ เลย "หลีก" ผมลุกขึ้นแล้วแย่งกระเป๋ามาจากจีซู เธอมองตามผมแต่ปากก็บ่นไม่หยุด "นี่หิวแล้วด้วย"

"เงียบก่อนสักห้านาทีได้มั๊ย" ผมบอก จีซูจึงค่อยๆ เงียบเสียงลงแต่ก็ยังบ่นงุบงิบตามประสาเธอ ผมเปิดกระเป๋าแล้วเอาฝาเนรมิตออกมา แต่จีซูก็พูดด้วยน้ำเสียงเอือมๆ ว่า "ฉันเบื่อฝานี้อะ" เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนี้ ผมก็เลยโยนฝาเนรมิตลงทะเลไปแล้วจีซูก็โวยใส่ผมอีกครั้ง "พี่โยนไปทำไมเนี่ย แล้วจะอยู่จะกินยังไงล่ะ" บอกว่าเบื่อเองแท้ๆ

"ไปเก็บมาสิ" ผมบอก จีซูมองหน้าผมเหมือนจะเถียงว่า 'ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ' ผมขี้เกียจจะตอบคำถามก็เลยพูดดักว่า "ไม่มีเจ้านั่นฉันก็อยู่ได้ แต่ถ้าเธอไม่มี ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะอยู่ยังไง จะกินอะไร หรือจะ..."

"ก็ได้ๆๆ" ยอมแพ้แล้วสินะครับ "ไปเอาเองก็ได้" แล้วจีซูก็ปึงปังเดินออกไปแต่ก็ไม่วายบ่นให้ผมได้ยินอีก "โธ่เอ๋ย ไม่เห็นต้องง้อเลย" ผมได้แต่ส่ายหน้าให้กับความขี้บ่นของเธอ ก่อนหยิบโทรศัพท์แล้วส่งข้อความไปบอกไดเอียนว่า 'เราถึงแล้ว' เพื่อให้ไดเอียนเรียกเรือกลับจากระยะไกล เรือลำนี้บังคับโดยรีโมตได้ด้วยนะ 

และพอจีซูเห็นว่าเรือสตาร์ทเองและกำลังจะเคลื่อนตัวเธอก็ร้องเรียกผมเสียงดังเลยครับ "พี่ชูก้า พี่ชูก้า! พี่ชูก้า!!" จนผมต้องหันไปมอง จีซูยืนถือฝาเนรมิตอีกมือก็ชี้ไปที่เรือแล้วทำหน้าตาตื่นใจไปใหญ่ "เรืออะ! เรือมันไหลแล้วพี่ มันกำลังจะแล่นหนีเราไป...ไม่!!" ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยครับ "กลับมาเดี๋ยวนี้นะ! กลับมานี่!!" ผมได้แต่นั่งมองว่าเธอจะทำยังไงต่อไป "แล้วฉันจะกลับยังไงล่ะเนี่ย ฉันยังไม่อยากตายอยู่ที่นี่นะ" แต่จีซูก็ได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองอยู่คนเดียวจนผมต้องร้องไปถามว่า "ฝาน่ะได้หรือยัง เอามาเร็วๆ" 

จีซูหันควับมาหาผม เธอจ้องผมเขม็งก่อนเดินดุ่มๆ เข้ามาและว่า "พี่รู้จักเป็นเดือดเป็นร้อนกับคนอื่นเขาบ้างมั๊ยฮะ ถ้าไม่มีเรือแล้วเราจะกลับยังไงล่ะ" ผมว่าผมเป็นเดือดเป็นร้อนตลอดเวลาที่อยู่กับเธอนี่แหละ แต่ที่ไม่กังวลเรื่องเรือเลยก็เพราะว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เธอก็ส่งคนมารับเองแหละ เพราะงั้นหยุดเป็นเดือดเป็นร้อนแล้วส่งฝามา" 

จีซูจึงดูใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ยังทำหน้าเหยอยู่ แล้วโยนฝามาให้ผมอย่างไม่ค่อยเต็มใจแถมยังบ่นให้ผมอีกว่า "ถ้าเกิดฉันไม่สบาย เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นไข้ ปวดศีรษะ ฉันจะโทษว่ามันเป็นเพราะพี่" แต่ผมก็ทำเป็นไม่สนใจใช้ฝาเนรมิตเสกเต้นท์พับออกมา "จะทำอะไรอีกเนี่ย" เธอถาม 

ผมขี้เกียจตอบและคิดว่าอีกหน่อยเธอก็จะพูดขึ้นมาอีกก็เลยเสกช็อคโกแลตห่อหนึ่งออกมาแล้วส่งให้เธอ "เอามั๊ย" เรื่องของกินไว้ใจจีซูได้ครับ นอกจากไม่ปฏิเสธแล้วยังขออย่างอื่นเพิ่มมาอีก "แดงมะนาวโซดาแก้วหนึ่งด้วยสิพี่" คิดว่าตัวเองมานั่งชิวริมทะเลอยู่หรือไงนะ แต่ผมก็เสกเอามาให้เธออยู่ดี จีซูรับทั้งสองไปแล้วนั่งดูผมกางเต้นท์อยู่คนเดียว "เราจะนอนที่นี่กันจริงดิพี่" คิดว่ามีของกินในปากแล้วจะหยุดเป็นนกแก้วซะอีกครับ "มีผีหรือเปล่าก็ไม่รู้"
 
"เธอกลัวผีด้วยเหรอ" ผมถาม พอเห็นผมคุยด้วยจีซูก็วางมือจากของกินแล้วหันมาคุยกับผมเต็มตัวว่า "ก็ถ้าเขามาดี แบบไม่ได้ปับปุบโผล่หรือโพล้งมาจะเอ๋ ฉันก็ไม่กลัวหรอก แต่ถ้าเป็นอีกแบบนะ อันนั้นน่ะน่ากลัว คงช็อคตายแน่ๆ อะ" ผมถามสั้นๆ นี่ร่ายมาเป็นกิโลเลย แต่มันยังไม่จบครับ "นี่พี่รู้เปล่า ว่าที่หอฉันมีผีด้วยนะ ฉันเคยถูกผีอำด้วยแหละ แบบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลย แบบนี้ๆ" ยังพยายามทำท่าประกอบให้ผมดูอีก จะเล่าเรื่องผีหรือจะเล่นตลกคาเฟ่กันแน่ 

"ไม่น่าล่ะเธอถึงดูเหมือนผีเจาะปากมาพูดขนาดนี้" ผมว่า จีซูจึงจ้องผมเอาเรื่อง "อีกอย่างผีที่ไหนก็ไม่น่ากลัวเท่าเธอหรอก" ผมว่าเธอไม่โกรธหรอกเพราะแทนที่เธอจะโวยวายใส่ผม เธอกลับแกล้งทำผมปกหน้าแล้วทำท่าคลานมาเหมือนผีซาดาโกะใน The Ring  

"ข้าจะเอาชีวิตเจ้า" แถมพูดเสียงยานไปอีกพร้อมกับที่ผมกางเต้นท์เสร็จแล้วพอดีเลย "คลานมาเข้าเต้นท์เลยซาดาโกะ" ผมบอก จีซูถึงถามขึ้นว่า "เข้าไปทำไมอะ" ผมจึงบอกยัยผีขี้สงสัยไปว่า "ไปเปลี่ยนชุด" แต่จีซูก็ถามกลับว่า "แล้วไหนล่ะชุด" ผมจึงเดินกลับไปหยิบฝาเนรมิตมาให้เธอ "ฝาสารพัดประโยชน์อีกแล้ว" เธอว่าแต่ก็รับไปอย่างช่วยไม่ได้แล้วหมุดเข้าเต้นท์ แต่ก็ไม่วายบอกผมว่า "ห้ามแอบดูนะพี่" ผมจึงแกล้งทำเป็นเขย่าเต้นท์แรงๆ "พี่ชูก้า!" ก่อนเดินออกมาอย่างอารมณ์ดี

ระหว่างที่รอเธอผมก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปและจิบน้ำของจีซูที่เหลืออยู่ไปเรื่อย แต่ก็แทบสำลักน้ำ เมื่อไอ้พวกเมมเบอร์ที่เหลือส่งรูปมาหาพร้อมข้อความว่า 'ภารกิจเรียกค่าไถ่' ไอ้วีมันจะเล่นแบบนี้จริงๆ เหรอครับ 

'กูห่วงว่ามึงจะกลายเป็นศพกลับมานะสิ' ผมตอบกลับไป แต่ไอ้วีก็ตอบกลับมาว่า 'ฮยองไม่ต้องห่วงผมหรอก ว่าแต่ฮยองเถอะ กลายเป็นผีทะเลไปยัง' มันถามเพราะเป็นห่วงหรือมันจะด่าผมทางอ้อมกันนะ 

ผมกำลังจะตอบแต่จีซูเดินออกมาพอดี ผมจึงเรียกเธอ "จีซู" เธอหันมาหาผม "มานี่ๆ" ผมเรียกเธอมาหา จีซูเดินเข้ามาอย่างอยากรู้อยากเห็น "นั่งลง" ผมบอก เธอจึงนั่งลงข้างๆ อย่างงง "ยิ้ม" ผมกำลังจะเซลฟี่ครับ แต่จีซูก็ยังมองผมอย่างงงๆ อยู่ "พี่ทำไรอะ" เธอชะโงกหน้ามาใกล้และเป็นเวลาเดียวกับที่ผมกำลังจะหันไปบอก ทำให้เราจุ้บกันแบบไม่ได้ตั้งใจ ผมว่าเราแปลกใจทั้งคู่นะเพราะเราต่างนิ่งชะงักไปด้วยกัน
 
ผมคิดถึงเธอมากเหมือนกันแหละ และชอบหงุดหงิดทุกครั้งที่วันไหนดูเหมือนเวลามันเดินช้ากว่าปกติ สามเดือนก็เหมือนสามปีเลยครับ มันนานจนผมคิดว่าจีซูอาจจะทำใจได้แล้วและเปิดใจรับคนใหม่ไปแล้ว แต่วันนี้ผมก็รู้ว่ามันไม่ใช่ ผมยังจำได้และเธอไม่ได้ลืมผม หรือว่าเราจะเป็นรักแท้ของกันจริงๆ ทั้งผมก็คิดถึงจุมพิตจากรักแท้ของเราด้วย ผมจึงพยายามจะจูบเธอตามอย่างที่ใจคิด แต่ผมก็ต้องผละออก "อะแฮ่ม!" เพราะเสียงนี้ 

มันไม่ใช่เสียงผมและไม่ใช่เสียงจีซูแต่มันเป็นของ "หวานไม่เกรงใจกันเลยนะครับผม" แต่เป็นเสียงไอ้มักเน่ และไม่ใช่แค่ไอ้มักแน่ครับ มันอยู่กันครบหกคนเลยแหละ และผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมไม่ได้จะเซลฟี่แต่ผมกำลังวีดีโอคอลอยู่ 'ตายๆ' ผมจึงรีบกดออกทันที

"อะไรอะพี่" จีซูทำหน้าตกใจไม่ต่างจากผม "พี่ชูก้า" เธอหันมาหาคำตอบจากผม ผมจึงยิ้มแห้งๆ ไปให้และว่า "ขอโทษที" จีซูอ้าปากค้างสตั้นไปสักพัก "พี่ชูก้า!" ก่อนเธอจะงอแงแล้วตีแขนผมยกใหญ่เมื่อรู้ตัวว่าเราเพิ่งทำเรื่องน่าอายกันไป 

"พี่ทำอะไรเนี่ย" จีซูว่าแล้วเขย่าตัวผมใหญ่ก่อนรีบแย่งโทรศัพท์ผมไปก่อนตอบแชทไปว่า 'มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะทุกคน มันเป็นอุบัติเหตุ' ไปแก้ตัวกับพวกเมมเบอร์คิดว่าพวกมันจะเชื่อเหรอครับ เริ่มตั้งแต่จินที่ตอบกลับมาคนแรกว่า 'อุบัติเหตุรักเหรอ' แล้วคนอื่นๆ ก็ส่งทั้งอีโมติคอน สติกเกอร์ตามมาเต็มไปหมด แล้วมีแต่สติกเกอร์บอกรัก ส่งจูบ เขินบ้างอายบ้างแหละ ได้ทีพวกมันรุมผมใหญ่เลย แต่คนที่ยึดมือถือผมไปน่ะสิครับยังอุตส่าห์ตอบกลับไปอีกว่า 'ไม่ใช่นะ!!' แถมส่งสติกเกอร์หัวร้อนไปด้วย ไอ้โฮปเลยส่งสติกเกอร์หัวเราะปากกว้างมาแล้วว่า 'พวกเราเข้าใจ อิอิ' งานนี้ผมซวยแน่เลย

"พี่ชูก้า" ว่าแล้วเชียว "เห็นมั๊ยเนี่ยว่าทำอะไรลงไป คนอื่นเข้าใจผิดหมดแล้ว" โวยวายใส่ผมใหญ่เลยครับ "ก็ไม่เห็นพวกมันเข้าใจผิดตรงไหนนะ" พอได้ยินผมบอกอย่างนี้ จีซูก็หยุดโวยวายทันทีแล้วสบตาผมแทน ผมไม่ยอมให้มองฟรีๆ หรอก 

"เมื่อกี้นี้..." ผมขยับเข้าไปใกล้เธอก่อนว่า "อยากจูบจริงๆ" จีซูมองผมนิ่ง แต่คงทนสายตาเอาจริงของผมไม่ได้ถึงรีบทำเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง "ไปเปลี่ยนชุดเลย" เธอว่าและผลักตัวผมออก ทีแบบนี้ล่ะไม่กล้าสู้ ผมจึงยิ้มขำๆ ออกมาและรีบลุกขึ้นเดินเข้าเต้นท์เพราะเดี๋ยวผมอาจโดนทำร้ายร่างกายเพราะความเขินได้ แต่จีซูก็ร้องมาบอกว่า "ชุดพี่อยู่ในฝาแล้วนะคะ" 

ชุดผมเหรอครับ ผมรีบเปิดฝาเนรมิตออกอย่างไว และก็พบว่าจีซูเสกชุดมาให้ผมแล้ว และมันเป็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงขาสั้นสีขาว เมื่อกี้เธอก็ใส่แบบนี้ นี่ตั้งใจใส่เป็นคู่สินะ ผมจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งตัวให้เสร็จแล้วเดินออกมา



"แชะ!"



จีซูแอบถ่ายรูปผมเฉยเลยและว่า "ฉันจะส่งไปฟ้องพวกเมมเบอร์ว่ามีคนใจโฉดพาฉันมาติดเกาะ" จะส่งไปให้พวกแบล็คพิ้งค์เหรอครับ "ไม่ได้นะ" ผมรีบร้องห้าม เธอถึงหันมาถามว่า "ทำไมล่ะคะ ไม่เห็นต้องอายเลย" แล้วก็โชว์รูปนั้นให้ผมดู ผมได้แต่คิดในใจว่าหมดกันความเท่ห์ของผม ทำไมมันมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งดูเป็นผู้ชายหวานๆ โรแมนติกแบบนี้ล่ะครับ ถ้าพวกเมมเบอร์เห็นมันได้ล้อผมตายเลย 

แต่ผมไม่ได้อายหรอกนะ เพียงแต่..."ยังบอกไม่ได้" ผมบอก จีซูยังคงทำหน้าสงสัยว่าทำไม ผมจึงเฉลยไปว่า "ก็อีกสองคนยังไม่รู้" เธอยังทำหน้างงๆ อยู่ว่ายังไม่รู้อะไร "ก็ยังไม่รู้ว่าพวกฉันไม่ได้โดนลบความจำไง" 

"สองคน?" จีซูทำหน้านึกคิด "สองคนหมายความว่าไงอะ วงฉันมีสี่คนนะ" ทำตัวเป็นนักวิเคราะห์อีกแล้ว "ถ้าไม่รู้สอง ก็แสดงว่ามีรู้แล้วสอง และหนึ่งในนั้นก็เป็นฉัน แล้วอีกคนใครล่ะ" เธอถามเอาคำตอบจากผม ผมจึงเฉลยไปว่า "เจนนี่"

"อ่า" จีซูร้องขึ้นเหมือนคิดไว้แล้วว่าใช่ "ไม่น่าล่ะ" และในระหว่างที่เธอกำลังคิดผมก็รีบลบรูปของผมออกทันทีแล้วค่อยส่งโทรศัพท์คืนให้เธอ จีซูรับโทรศัพท์คืนไปและทันทีที่เธอรู้ว่ารูปเมื่อกี้ได้หายไปแล้วเธอก็หันมาจ้องผมเอาเรื่องก่อนว่า "พี่ลบทำไมเนี่ย" ผมไม่ตอบและเดินกลับไปเอาฝาเนรมิตออกมา จีซูจึงบ่นตามหลังผมว่า "แล้วบอกว่าไม่อายๆ ที่แท้ก็อายจนทนเห็นรูปตัวเองไม่ไหว" เสกเทปมาปิดปากเลยดีมั๊ยครับ 

ผมปูผ้ารองนั่งผืนใหญ่ที่เพิ่งเสกมาลงกับพื้นทรายบริเวณหน้าเต้นท์ จีซูรีบวิ่งเข้ามานั่งและถามผมเหมือนรู้ทัน "จะกินข้าวใช่เปล่าพี่" รู้ดีจริงๆ "ขอซาซิมินะ ยัยเจนบอกว่าซาซิมิที่นี่อร่อย" สั่งไปอีก "เห็นฉันเป็นร้านอาหารตามสั่งหรือไง" ผมถามและนั่งลงแต่ก็ยอมเสกซาซิมิออกมาตามที่เธอขอ จีซูปรบมืออย่างพอใจให้กับอาหารตรงหน้าก่อนยิ้มและบอกผมว่า "ไม่ใช่พ่อครัวร้านอาหารตามสั่งคะ แต่เป็นผู้วิเศษ เสกเพี้ยงๆๆ!" ช่างคิดไปได้ 

"ขอตะเกียบ จาน ช้อน ส้อม ห่อหมกทะเล ปูผัดผงกะหรี่ หอยลายผัดฉ่าย ฉู่ฉี่ปลาซาร์ดีน" เยอะไปเปล่าครับเนี่ย "อ้อ...แล้วก็ข้าวเปล่าด้วยนะพี่" มีแต่อาหารไทยทั้งนั้นเลยครับ "ทวนใหม่สิ" ผมบอก ก็ผมจำไม่ได้อะ แต่จีซูก็แย่งฝาเนรมิตไปจากผมซะเอง แล้วก็เสกเองเสร็จสรรพ "อะ...อันนี้อุปกรณ์ของพี่" เธอยื่นจาน ช้อน ส้อมและตะเกียบมาให้ผม "เอาข้าวมั๊ยคะ" เธอถาม แต่อาหารพวกนี้มันก็ต้องกินกับข้าวเปล่าครับ "จะให้ฉันกินแต่กับหรือไง" ผมว่า จีซูจึงตักข้าวจากโถมาให้ผมสองช้อนและว่า "ก็ถามตามมารยาทอะพี่" แล้วมื้อเที่ยงเกือบบ่ายของเราจึงเริ่มต้นขึ้น






กว่าเราจะทานข้าวกันเสร็จก็ปาไปเกือบบ่ายสามแน่ะครับ เพราะจีซูกินคำเม้าท์คำ ทั้งเม้าท์เรื่องเมมเบอร์ ทั้งเม้าท์เรื่องตัวเอง ทั้งบ่น ด่า และระบายเรื่องผม จนผมคิดว่าเธออาจจะอิ่มลมแทนข้าว แต่ผมก็คิดผิดเพราะอาหารทุกอย่างหมดเกลี้ยงไม่เหลือซากเลย เห็นตัวเล็กๆ แต่กินเยอะจริงๆ นะครับ 

"พวกพี่และผู้สมขบคิดควรลงโดนโทษให้สาสม" จีซูว่าขณะดื่มน้ำอึกสุดท้ายลงคอ "ข้อตกลงบันทันงั้นเหรอ คิดขึ้นมาได้ยังไงคะเนี่ย ใจร้ายที่สุด" เธอว่าหน้าบึ้ง ว่าผมใจร้ายเหรอ 

"จุ้บ!" 

ผมปุบปับแกล้งจุ้บไปหนึ่งทีไม่ให้เธอรู้ตัว จีซูดูอึ้งๆ ไปเลย "แบบนี้เรียกใจร้ายใช่มั๊ย" ยังคงอึ้งอยู่ยังไม่ตอบผมอีก 

"จุ้บ!" 

ผมเลยจุ้บแถมไปอีกหนึ่งครั้ง จีซูได้แต่กระพริบตาปริบๆ คิ้วก็เริ่มขมวดเข้าเรื่อยๆ ทำหน้างงๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ มันน่าจะโดนอีกสักครั้งนะครับ

ผมกำลังจะจุ้บเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่สำเร็จเพราะจีซูดันมือไวคว้าฝาเนรมิตมาครอบหัวผมไว้ก่อนแล้วเอาช้อนเคาะฝาเสียงดังจนผมต้องรีบเอามันออกก่อนจ้องเธอเอาเรื่อง แต่จีซูก็จ้องผมกลับและว่า "แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าใจร้าย" จับทุ่มลงพื้นทรายเลยดีมั๊ยครับแบบนี้ แต่ผมคงไม่ทำอย่างนั้นหรอก เดี๋ยวเธอหาว่าผมใจร้ายอีก "ไปเดินเล่นกัน" ผมจึงเลือกชวนเธอไปเดินเล่นเรียบชายหาดด้วยกันแทน

แต่การเดินเล่นของเราก็จบด้วยการมานั่งหงอยอยู่ในเต้นท์ ก็วันนี้ดูเหมือนพยากรณ์อากาศจะไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง เพราะที่ผมดูมามันบอกว่าวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศเย็นสดชื่นกำลังดี จริงๆ มันก็เกือบจะเป็นแบบนั้นแหละครับ แต่เคราะห์ซ้ำฝนซัดมันดันปุบปับตกมาจนทั้งบ่ายเราไม่ได้ออกไปไหนนอกจากการนอนเล่นอยู่ในเต้นท์ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปจากบ่ายมาเย็นจนค่ำ ฝนก็ไม่มีทีท่าจะหยุดเลยครับ

"นี่เพราะพาตัวซวยมาด้วยแน่ๆ" ผมพูดขึ้นลอยๆ แต่จีซูก็ร้อนตัวและบอกผมว่า "พี่น่ะสิตัวซวย" ซวยกับซวยมาเจอกันก็เลยโคตรซวยแบบนี้สินะ "แล้วไม่หนาวเหรอ" ผมถามเธอเพราะผมรู้สึกหนาวมาได้สักพักแล้วนะจนตอนนี้เริ่มตัวสั่นหน่อยๆ แล้วแต่จีซูกับดูสบายๆ เหมือนไม่รู้สึกถึงไอฝน ความชื้นและลมเย็นจากฝนและทะเลเลย 

"ไม่นิ่คะ" เธอว่าแล้วสังเกตอาการผม "พี่หนาวเหรอ" เธอถาม ผมจึงตอบไปว่า "ก็หนาวสิ อากาศเย็นจะตาย เธอไม่หนาวได้ไง" และผมก็ได้คำตอบเมื่อจีซูบอกผมว่า "ฉันก็ใช้พลังของฉันสิ" มิน่าล่ะครับ สงสัยเธอคงกำลังคิดถึงฤดูร้อนหรือไม่ก็กองไฟอุ่นๆ อยู่แน่เลย แต่ผมผู้เป็นรักแท้ที่ไม่สามารถรับรู้ถึงพลังของเธอก็เลยต้องทนหนาวอยู่คนเดียว 

"เอาผ้าห่มมั๊ยคะ" จีซูถามและเหมือนกำลังจะใช้ฝาเนรมิตอีกครั้งแต่ผมก็รีบบอกว่า "ไม่เอา อึดอัด เดี๋ยวก็ชื้น" เธอจึงวางฝานั้นไว้ที่เดิมแล้วทำหน้าเซงๆ ใส่ผมและว่า "เรื่องมากจริงเชียวเดี๋ยวก็ได้หนาวตายหรอกค่ะ" แช่งผมไปอีก "ที่ฉันจะหนาวตายก็เพราะเธอนั้นแหละที่ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือฉัน" ผมบอกเธอ จีซูได้แต่ทำหน้างงๆ แล้วถามผมว่า "ช่วยอะไรล่ะพี่" 

ผมจึงขยับเข้าไปใกล้เธอก่อนรีบเกี่ยวตัวเธอลงไปนอนแล้วกอดเอาไว้ จีซูมองซ้ายทีขวาทีเหมือนจะทำตัวไม่ถูกและถามผมค่อยๆ ว่า "พี่ทำอะไรเนี่ย" ผมจึงกระชับกอดให้แน่นขึ้น สบตาและบอกเธอว่า "กอดแบบนี้อุ่นกว่าผ้าห่มตั้งเยอะ และฉันไม่อึดอัดด้วย" ก่อนยิ้มน้อยๆ อย่างอบอุ่น จีซูนอนตัวแข็งแถมยังไม่กล้าสบตาผมอีก 

"ไม่กอดคืนล่ะ นี่อ่อยแล้วนะ" ผมไม่รู้ว่าผมกล้าพูดประโยคนี้ไปได้ไง คิดแล้วก็ตลกตัวเอง แถมยังเขินและอายปากอยู่หน่อยๆ ด้วย แต่จีซูคงเขินอายจนไม่กล้าไปแล้ว "ปกติฉันไม่ยอมใครง่ายๆ นะ และไม่หาเรื่องเปลืองตัวแบบนี้ด้วย ถ้าไม่กอดวันนี้ วันหลังก็อาจไม่มีแล้วก็ได้" แต่จีซูก็สวนขึ้นมาว่า "ฉันต่างหากที่เปลืองตัวอะ ส่วนพี่ก็เป็นคนฉวยโอกาส" นึกว่าจะปากชาไม่ยอมพูดอะไรไปแล้วซะอีก 

"ใครฉวยโอกาส ฉันยื่นโอกาสทองให้เธอแท้ๆ รู้มั๊ยว่ามีผู้หญิงตั้งเยอะที่อยากกอดฉัน แต่ฉันไม่ให้กอด เพราะฉันสงวนไว้ให้เธอคนเดียวเลยนะยัยเด็กอนุบาลหมีน้อย" ผมแก้ต่างให้ตัวเอง "ชิ!" แต่จีซูดูจะไม่เห็นด้วยแถมยังว่าผมเป็นพวก "หลงตัวเองแท้ๆ" เธอกลับมาจ้องตาผมอีกครั้งและบอกผมว่า "และฉันก็ไม่ใช่ยัยเด็กอนุบาลหมีน้อยด้วย" ยังไม่ยอมรับตัวเองอีก 

"งั้นก็เด็กโข่ง"

"ไม่ใช่นะ"

"เด็กเด๋อ"

"นี่พี่" ทำหน้าไม่พอใจใหญ่เลยครับ

"เด็กด๋อย"

"พี่ชูก้า!" 

จีซูทำหน้างอใส่ผม ผมได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความตลกและเอ็นดู "กอดก่อนแล้วจะหยุด" ผมบอกเธอ จีซูมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อใจก่อนบอกผมว่า "พี่ไม่น่าไว้ใจอะ เดี๋ยวก็กลับมาล้อฉันอยู่ดี"

"ไม่กอดฉันจูบ"

"กอดก็ได้" ปากบอกจะกอดแต่ก็ไม่เห็นว่าจะทำตามที่พูดเลยครับ ผมจึงบอกเธอไปว่า "ก็กอดดิ" และอมยิ้มน้อยๆ ด้วยความเหนือกว่า "พี่ก็หุบยิ้มก่อนสิ" แต่จีซูคงหมั่นไส้รอยยิ้มของผม ผมจึงแกล้งทำหน้านิ่งให้เธอเพราะเดี๋ยวเธอจะดื้อหาเรื่องต่อต้านผมอีก 

พอเห็นว่าผมนิ่งไม่แสดงอาการมีความสุขออกนอกหน้าแล้ว จีซูถึงทำใจดีสู้เสือทำกล้าๆ กลัวๆ ค่อยๆ กอดผมตอบ ผมอดยิ้มให้กับกิริยาอาการของเธอไม่ได้จริงๆ นะ มันดูน่ารักดูใสซื่อไปหมดเลย 

"พอใจยัง" เธอว่าหลังจากที่กอดผมรอบตัวแล้ว แต่ผมว่า "ไม่" จีซูจึงเงยหน้าขึ้นมามองผมประมาณว่าอะไรอีก ผมจึงบอกเธอว่า "กอดแน่นๆ ให้ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นผู้ชายของเธอ ทำได้หรือเปล่า" เธอจ้องตาผมนิ่ง ผมจึงจ้องลึกลงไปในตาของเธอให้เธอได้รู้ว่าผมเห็นเธอเป็นผู้หญิงของผมมาโดยตลอดนับตั้งแต่วันที่ผมจูบเธอในวันนั้น

จีซูไม่ได้ตอบผม แต่เธอขยับตัวเข้ามาอีกก่อนกระชับอ้อมแขนและกอดผมแน่นขึ้นเหมือนที่ผมกอดเธอ เธอซบหน้ากับอกของผม ไออุ่นจากลมหายใจที่รดอกผม มันแผ่ความร้อนเข้าไปถึงใจที่เคยเหี่ยวเฉาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

ใจผมกระชุ่มกระชวยและมันเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ และผมรู้สึกอบอุ่นจากอ้อมกอดของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อว่า "จีซู" ผมเรียกเธอ "คะ" เธอแค่ขานรับค่อยๆ แต่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาหาผม "จีซู" ผมถึงเรียกเธออีกครั้ง และครั้งนี้เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาและว่า "อะไรเหรอคะ" นัยย์ตาที่ถามผมมันสุกใสน่าทะนุถนอมจนผมอดไม่ได้ที่จะโน้มหน้าเข้าไปหาเธอช้าๆ และสัมผัสริมฝีปากนุ่มๆ นั้นของเธออีกครั้งด้วยริมฝีปากของผม 

ผมประทับจูบนี้ขณะที่ผมก็นึกถึงจูบแรกของเราอีกครั้ง ความรู้สึกที่ว่าผมอยากปกป้องเธอ อยากรับรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเธอ ทั้งอารมณ์ ความรู้สึกหรือความคิด ทุกๆ เรื่องที่เป็นของเธอ ผมอยากรู้ไปหมด และผมก็แคร์เธอมากกว่าตัวเองซะอีก 

ความแตกต่างเดียวสำหรับผมระหว่างจูบนี้กับจูบแรกคือ ผมไม่ได้อยากให้เธอมาเป็นผู้หญิงของผมแล้วครับ เพราะตอนนี้เธอเป็นมันอยู่แล้ว ครั้งนี้มันเป็นผมต่างหากที่ยอมให้เธอทั้งตัวและใจและพร้อมที่จะเป็นผู้ชายของเธอเสมอ ขอแค่เธอเอ่ยปากและทำให้ผมได้รู้ถึงความรักของเธอ

ผมค่อยๆ ถอนจูบออกช้าๆ และบอกยัยอนุบาลหมีน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของผมว่า...

"ฉันรู้สึกถึงเธอ"





.........จบ PART 137.2.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,616 ความคิดเห็น

  1. #1535 ULILO (@ULILO) (จากตอนที่ 144)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 21:14
    ดีงามเหลือเกิล โฮำใวกกววกวก
    #1,535
    0
  2. #1439 Alisamnv (@Alisamnv) (จากตอนที่ 144)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:28
    เขีนนนน~~
    #1,439
    0
  3. #1435 PinkGirl (@pink-kie) (จากตอนที่ 144)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 18:25
    น่ารักกกกกกกกก
    #1,435
    0
  4. #1426 Aern5555 (@Aern5555) (จากตอนที่ 144)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:22
    คู่นี้ฟินไปอีกกกก
    #1,426
    0
  5. #1421 taeyonmymind (จากตอนที่ 144)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 22:22
    ฟินจังเลยยยยยย
    #1,421
    0