Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 142 : PART 136 : ตลอดไปไม่มีจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jimin talk...


"พวกมึงสองคนไปทำอะไรมา" แรปมอนถามผมกับจองกุกขณะที่เรากำลังนั่งจิบน้ำชายามเช้ากันอยู่ในสวน "ทำอะไรยังไงฮยอง" จองกุกถามกลับเหมือนเบลอๆ ไม่เข้าใจคำถาม "ก็สภาพพวกมึงสองคนกูนึกว่าศพเดินได้ แถมขอบตาก็คล้ำๆ ดำๆ ยังกะหมีแพนด้า" สภาพพวกผมสองคนเป็นอย่างแรปมอนว่าจริงๆ ครับ คือเราเหนื่อยติดต่อกันมาหลายวันแล้วไง แทนที่เมื่อวานพองานเลี้ยงเลิกปุบเราจะได้นอนกันสบายๆ มันก็มีตัวปัญญาที่ปลุกผมกับไอ้กุกตลอดทั้งคืน

"ฝีมือไอ้วีไงฮยอง นอนเชี้ยไรไม่รู้ละเมอทุกห้านาที นี่กว่าพวกผมจะได้นอนกันก็เกือบเช้าอะ" มันละเมอปกติผมก็ว่าหนักแล้วนะแต่นี่มันเล่นละเมอลุกขึ้นมาเต้นรำไปทั่วห้องคนเดียวแถมยังฮัมเพลงไปอีก อะไรจะมีความสุขขนาดนั้น

"แล้วนี่มันไปไหน" เจโฮปถามผมกับจองกุก ผมกับจองกุกหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา ก่อนไอ้กุกจะบอกเจโฮปกับแรปมอนว่า "เดี๋ยวฮยองแกก็มาเองแหละ" แล้วพวกผมก็นั่งขำกันอยู่สองคน จนแรปมอนพูดกับพวกผมว่า "กูได้กลิ่นตุๆ พวกมึงทำไรมัน"

"เดี๋ยวมันมาฮยองก็รู้เองแหละ" ผมบอก

"ไอ้พวกเลว!!!" ไอ้นี่มันตายยากจริงครับ "พวกมึงสองคน...ไอ้พวกชั่ว!!!" ผมกับจองกุกรีบลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นวีเดินดุ่มๆ นำชูก้ากับจินฮยองเข้ามาสีหน้าเครียดเอาเรื่อง "พวกมึงตาย!"

"เห้ยๆๆ! ใจเย็นๆ มีไรพูดกันดีๆ" แรปมอนลุกขึ้นขวางวีก่อนที่วีจะเดินมาถึงพวกผม

"ไม่ได้ฮยอง แค้นนี้มันต้องชำระ" วีพยายามจะเข้ามาหาพวกผมแต่แรปมอนก็กั้นเอาไว้ได้ พอวีเห็นว่าเข้าหาตัวพวกผมไม่ได้ มันก็รีบหยิบชิ้นบิสกิตในจานมาเขวี้ยงใส่พวกผมแทน

"เอาของกินมาขว้างแบบนี้มันเสียของนะฮยอง" 

"มึงไม่ต้องมาพูดไรไอ้กุก พวกมึงสองคนมาขอโทษกูเดี๋ยวนี้!"

"มึงนั่นแหละที่ต้องมาขอโทษพวกกู" ผมบอกไอ้วี จองกุกจึงแสดงความเห็นด้วยกับผม "ใช่ฮยอง" ก่อนหันไปไอ้วีว่า "วีฮยองนั่นแหละที่ต้องขอโทษพวกผม ที่เอาเวลานอนของพวกผมไป"

"แต่พวกมึงก็ไม่ควรทำแบบนี้กับกูเปล่าวะ" ไอ้วีโวยวายใหญ่เลยครับจนเจโฮปฮยองคงสงสัยว่ามันโกรธอะไรพวกผม ฮยองแกจึงถามมันว่า "พวกมันไปทำอะไรให้มึง มึงถึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้" ไอ้วีจึงตอบอย่างฉุนเฉียวว่า "ก็พวกมันเล่นมัดมือมัดเท้ามัดปากผมแล้วเอาผมไปขังไว้ในตู้เสื้อผ้าอะ ถ้าเป็นฮยอง ฮยองจะโกรธหรือเปล่าล่ะ"

"ฮ่าๆๆ" ผมว่าเจโฮปกับแรปมอนคงไม่น่าโกรธ

"แล้วพวกฮยองจะหัวเราะผมทำไมเนี่ย" แล้วไอ้วีก็กอดอกงอนพวกฮยองแกไปอีก

"เคๆๆ กูไม่หัวเราะแล้วก็ได้ แต่มึงออกมาได้ไง" แรปมอนถาม แต่มันคงงอนไม่ยอมตอบ จินฮยองจึงตอบแทนว่า "ก็พวกกูเดินผ่านไป แล้วได้ยินเสียงกุกๆ กักๆ พอดี ก็เลยแวะเข้าไปดูถึงเจอมันเป็นตัวประกันอยู่ในตู้"

"เห็นมั๊ยฮยอง พวกผมยังใจดีไม่ล็อคห้องเลยนะ" จองกุกบอกวี

"ก็มึงลองล็อคดูสิ" วีจ้องพวกผมเอาเรื่อง เจโฮปเห็นท่าไม่ดีจึงถือแก้วชาขึ้นมาแล้วส่งให้วี "ดื่มๆๆ จะได้ใจเย็น" วีรีบรับแก้วไปดื่มอย่างเซงๆ แต่มันคงลืมอะไรไปอย่างครับ "พรวด!!" ไอ้วีพ่นน้ำออกมาอย่างไวจนพวกผมหัวเราะกันใหญ่ "ร้อนๆๆ ฮยองทำไมไม่บอกวะ" วีพูดกับเจโฮป แต่เจโฮปฮยองก็กวนตีนมันไปว่า "ถ้าบอกก็ไม่เรียกว่าแกล้งดิ"

"นี่สรุปว่าทุกคนรวมหัวกันแกล้งผมใช่มั๊ย" ไอ้วีหันไปโวยใส่ทุกคนใหญ่เลยครับ แต่ก็ดูเหมือนทุกคนจะสนใจมันไม่ "อย่ามาเล่นสงครามประสาทกับผมนะ" 

"พวกฮยอง นั่งๆๆ" เจโฮปหันไปบอกสองพี่ใหญ่ให้นั่งลงเฉยเลยแบบไม่สนใจไอ้วี จนมันเริ่มงอนอีกครั้ง "นี่ไม่มีใครจะคิดเห็นใจผม จะคิดขอโทษกันเลยเหรอ" วีว่า

"มึงจะงอนก็งอนไปแต่อย่าทำให้บรรยากาศเสีย" แรปมอนบอกวีก่อนพวกฮยองๆ แกจะหันไปจิบน้ำชาคุยกันสนุกปากทิ้งให้ไอ้วียืนเอ๋อก่อนหันมาจ้องเขม็งผมกับไอ้กุก

"เหอะมึงๆ ถือว่าเราเจ๊ากัน" ผมบอกไอ้วีแต่มันถลึงตาใส่ผม ไอ้นี่สงสัยจะลืมบุญคุณผมไปแล้ว "เมื่อวานกูเพิ่งช่วยมึงไปนะ" 

"ช่วยอะไร มีแต่กูทำคนเดียว" หืมไอ้นี่

"ก็ถ้ากูไม่แนะนำมึงจะทำมั๊ย" มันยังจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีกครับ "คิดสิคิด ถ้ากูไม่บอกไม่สอน หน้าอย่างมึงก็ทำไม่ได้อะ" จริงๆ นะครับ ถ้าเมื่อคืนผมไม่บอกไม่สอนวิธีเข้าหาผู้หญิงในแบบผู้ชายแสนดี คิดเหรอว่ามันจะทำตัวดีกับโรเซ่ขนาดนั้น

"มึงด่ากูเถอะกูจะได้สบายใจ" วีว่าแล้วกำลังจะนั่งลง

"พวกท่าน" ก็มีคนของลุงลักซ์เดินเข้ามาหาเราซะก่อน

"มีไรอีกวะเนี่ย" วีพึมพำกับตัวเอง

"คุณชายเรียกหาน่ะครับ" อ้าวนึกว่าลุงลักซ์ซะอีก "คุณชายคนไหนครับ" ผมถาม "คุณชายทั้งสองรอที่ห้องหนังสือขอรับ" ทั้งสองเลยเหรอ มีอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย

"ไม่ได้เรียกแค่จีมินหรอกเหรอ" ไอ้วีรีบโยนมาให้ผมคนเดียวจนได้ "ไม่ครับ" แต่ดีที่ไม่ได้มีแค่ผม "ตอนนี้นะครับ คุณชายใหญ่ไม่ชอบรอนาน" 

"ครับ" พวกผมบอกแล้วเขาจึงรีบวิ่งกลับไป

"จีมิน" ชูก้าฮยองเรียกผม ผมจึงหันไปแล้วฮยองแกก็ถามผมว่า "มีเรื่องไร" ถามยังกะผมเป็นรุ่นพี่แกงั้นแหละ "ไม่รู้ดิฮยอง" ผมตอบ แต่ก็โดนไอ้คู่กรณีกวนอีกจนได้ "เห็นสนิทแต่ไม่สนมเหรอวะ" ไอ้วีนี่มันหน้าถีบตกเก้าอี้จริงๆ เลย "เอ่อน่า ลุกๆ เดี๋ยวรุ่นพี่แกรอ" ผมกระตุ้นเมมเบอร์คนอื่นๆ ให้ลุกขึ้น ทุกคนลุกกันนะแต่ไม่มีใครก้าวเท้าเดินไปก่อนเลย "เอ้า...ไม่เดินกันล่ะ"

"มึงก็เดินนำพวกกูไปดิ" เจโฮปว่า 

พอรู้ว่าต้องไปเจอรุ่นพี่จียง พวกเมมเบอร์ก็ส่งผมออกหน้าก่อนเลยนะ ถ้ามีใครโดนมังกรพ่นไฟใส่ผมคงโดนเผาเกรียมเป็นคนแรกแน่อะ

"งั้นก็ตามมา" 

ผมตัดสินใจเดินนำออกมา ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนิ่ครับ ยังไงผมก็มั่นใจว่าพวกพี่สองคนนั้นคงไม่ทำอะไรผมหรอก แต่มีเรื่องอะไรนี่สิที่ผมสงสัย แต่ก่อนที่ผมจะคิดไปถึงตรงนั้น ผมว่าผมเอาปัญหาที่ตรงนี้ก่อนดีกว่า 

"เอ้า!" 

ผมร้องขึ้นเมื่อหันไปมองเห็นว่าพวกเมมเบอร์ยังไม่มีใครเดินตามผมมาอีก "ตามผมมาดิ" ผมบอกแต่จินฮยองกลับบอกผมว่า "ให้มึงเดินไปได้สักห้าเมตรก่อนแล้วพวกกูจะตามไป" อะไรของพวกฮยองแกครับเนี่ย "เอ้อๆๆ งั้นก็แล้วแต่" ผมว่าแล้วหันกลับเดินต่อไป 

พวกเมมเบอร์บอกห้าเมตรก็ห้าเมตรจริงๆ ครับ ผมล่ะยอมใจ คือผมหยุดก็หยุดตาม ผมเร่งก็รีบตาม ขนาดผมแกล้งถอยหลัง พวกเมมเบอร์ยังถอยตามเลยอะ คือจะรักษาระยะห่างกันอะไรเบอร์นั้น จนกระทั่งผมเดินนำมาจนถึงหน้าห้องหนังสือก็แล้ว ผมหยุดเดินแล้วเรียกทั้งหกคน
"มาดิ" เพื่อหวังให้พวกเมมเบอร์เดินเข้าไปพร้อมกัน แต่เจโฮปก็บอกผมว่า "มึงเข้าไปก่อน" 

"รุ่นพี่แกไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นนะ" ผมบอกพวกเมมเบอร์ แต่วีก็ตอบผมว่า "พวกกูรู้ แต่ในกรณีนี้ เรียกเรามาทำไมไม่รู้ เพราะงั้นมึงนั้นแหละคือตัวเลือกที่เหมาะสม" มันไม่ถามผมเลยว่าผมอยากจะเป็นตัวเลือกให้มันมั๊ย 

'ก็ได้วะ' 

ยังไงก็คงต้องผม ผมจึงเคาะประตูสามครั้งตามมารยาท "เข้ามา" ฟังจากเสียงก็ดูไม่ตึงเครียดเลยนะ ผมจึงค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป "สวัสดีครับ" ผมโผล่ตัวเข้าไปทักทายครึ่งตัว "เอ้อหวัดดี" มิโนทักตอบหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนพี่จียง "แล้วทำไมไม่เข้ามาดีๆ" พี่แกก็ดูไม่อารมณ์เสียนะ ผมจึงชูนิ้วโป้งแล้วกวักมือเรียกพวกเมมเบอร์เพื่อส่งสัญญาณว่า 'โอเค...มาได้' พวกเมมเบอร์จึงรีบเดินมาหาผม ก่อนผมจึงเดินนำคนอื่นๆ เข้าไป

"สวัสดีครับ!" พอรู้ว่าปลอดภัยก็เสียงดังกันเชียวนะครับ "นั่งก่อนสิ" รุ่นพี่จียงบอก พวกผมจึงรีบเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกวางไว้หน้าโต๊ะตัวใหญ่ที่คนทั้งสองนั่งรออยู่แล้ว

"คงสงสัยล่ะสิว่าเราเรียกพวกนายมาทำไม" มิโนว่า ก็แน่ล่ะสิครับว่าพวกผมสงสัย ก็จู่ๆ ก็เรียกเรามา พวกแบล็คพิ้งค์ก็ไม่อยู่ คนอื่นๆ ก็ไม่มี จะเป็นความลับหรือเปล่าครับเนี่ย "ยัยเจนบอกว่าตกลงกับพวกนายไว้ว่าจะให้ของวิเศษสามอย่าง"

"ใช่ครับ" 

สามหนุ่มเนื้อทองตอบรับกันอย่างไว นี่นึกว่าเจนนี่จะแค่รับปากเล่นๆ ซะอีก พวกฮยองผมดูตื่นเต้นกันอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายความตื่นเต้นก็ต้องถูกดับลงเมื่อพี่จียงบอกว่า "แต่เราไม่มีนโยบายมอบของวิเศษให้ใครมั่วซั่ว" ทำเอาพวกเมมเบอร์ผมหน้าจ๋อยทันที "หวังว่าจะเข้าใจ เพราะเรายังต้องการปิดบังสถานะของเราอยู่ คงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเกิดชาวโลกจับได้"

"ครับ" ตอบเสียงค่อยกันเชียว ก่อนมิโนจะพูดขึ้นว่า "แต่เรามีอย่างอื่นจะให้" 

"เหรอครับ" 

ทุกคนถึงเสียงดังฟังชัดขึ้นมาอีกรอบ ไม่ค่อยเห็นแก่ของฟรีกันเลย แล้วมิโนก็ยกกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ มาวางไว้บนโต๊ะ น่าจะเจ็ดกล่องได้ แสดงว่านั่นของพวกผมเหรอครับ

"ให้เลย" 

จียงบอกมิโน มิโนจึงค่อยๆ แจกกล่องนั้นให้พวกผมคนล่ะกล่อง พวกผมรับมาด้วยความตื่นเต้น และพอผมเปิดดูก็พบว่า มันเป็นเข็มกลัดสามอัน ดูแล้วคงเป็นเข็มกลัดตราสัญลักษณ์ของทั้งสามกลุ่มล่ะมั้ง ทั้งเข็มกลัดรูปหัวกะโหลกอีกาของอกาธัซ เข็มกลัดรูปพระอาทิตย์เสี้ยวพระจันทร์ของอกาธอน และเข็มกลัดกุหลาบสีเลือดของทาธารัส แถมของอีกอย่างที่ผมค่อยๆ ยกมันออกมาจากช่องใส่แล้วถามคู่พี่น้องด้วยความสงสัยว่า "นี่ไม่ใช่ของวิเศษเหรอครับ"

มิโนยิ้มให้ผม ก่อนเขาจะหันไปพูดกับจียงว่า "ผมบอกฮยองแล้ว" แสดงว่ามันใช่สิ่งที่ผมคิดแน่นอน แต่จียงก็บอกผมว่า "สำหรับฉันมันเป็นแค่เครื่องประดับ" คำพูดเหมือนมีความนัยอยู่นะ

"ให้เราทั้งหมดนี่เลยเหรอครับ" เจโฮปถาม พี่จียงจึงพยักให้ว่าใช่ คงน่าจะโดนใจพวกเมมเบอร์ผมอยู่ไม่น้อย เพราะแต่ละคนเอาของในกล่องออกมาดูกันใหญ่

"อีกเรื่อง" มิโนเอ่ยขึ้นทำให้ทุกคนหันกลับมาตั้งใจฟังอีกครั้ง "สภาพร่างกายและจิตใจของพวกคนที่เคยถูกเปลี่ยนก็ดีขึ้นมากแล้ว หลายๆ คนก็หายเป็นปกติแล้วด้วย"

"งั้นก็ข่าวดีสินะครับ" จองกุกว่า จียงจึงตอบให้ว่า "ข่าวดีสำหรับพวกเขา" ผมว่าพี่แกพูดแปลกๆ อีีกแล้วนะ ก่อนมิโนจะพูดต่อว่า "เพราะพวกเขาหายดีเป็นปกติแล้วก็คงจะถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องกลับบ้าน" 

"รวมถึงพวกเราด้วยใช่มั๊ย" ชูก้าฮยองถาม มิโนจึงตอบว่า "ใช่" แต่พวกผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรหรอกนะเพราะพวกผมก็เตรียมใจอยู่แล้วล่ะว่าเราคงไม่ได้อยู่ที่นี่ไปตลอด ยังไงเราก็ต้องกลับ แต่ประโยคต่อไปนี้ของพี่จียงสิครับที่เล่นเอาพวกผมแอบตกใจอยู่นิดหน่อย "แต่เพื่อปกป้องความลับของอกาธา เราจึงจับเป็นต้องลบความทรงจำทุกอย่างของดาวนี้ออกจากหัวของทุกคน"

"..." 

เกิดความเงียบจากพวกผมไปชั่วขณะ ผมไม่ได้กลัวหรือเสียใจนะ แต่ผมแค่รู้สึกสับสนว่ารุ่นพี่แกต้องการอะไรกันแน่ และพวกเมมเบอร์คนอื่นคงเหมือนกัน

"ลุงลักซ์รู้ไหมครับ" ผมตัดสินใจถามเพราะอยากรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของลุงแกหรือเปล่าหรือเป็นแค่การตัดสินใจของทั้งสองคนเท่านั้น และผมก็ได้คำตอบ "นี่เป็นการตัดสินใจรวมกันของสามผู้นำ" พี่จียงว่า 

"รวมถึงเรื่องของที่ระลึกด้วยเหรอ" ผมถามเพราะยังสงสัยอยู่ ก็ถ้าพวกเขาต้องการอย่างนั้น ต้องการลบความทรงจำของทุกคน และของที่ระลึกจะมีประโยชน์อะไรล่ะครับ ถ้าพวกเขาไม่ต้องให้เราใช้ของชิ้นที่สี่ เครื่องประดับที่รุ่นพี่ว่า

"ใช่" มิโนตอบก่อนบอกพวกผมว่า "แต่เรื่องนี้เราไม่ต้องการบอกพวกเธอ" แล้วมิโนก็ยื่นแผ่นกระดาษที่ถูกพับมาอย่างดีให้พวกผม

"หมายถึงเรื่องนี้พวกแบล็คพิ้งค์ก็ไม่รู้งั้นเหรอ" ชูก้าฮยองถามขณะเอื้อมมือไปรับแผ่นกระดาษนั้นมา "เรื่องที่พวกนายควรรู้และต้องทำอยู่ในนี้หมดแล้ว" มิโนบอกขณะที่ชูก้าฮยองเริ่มคลี่กระดาษออก 

"ข้อตกลงบังทัน?" 

พวกผมเอ่ยขึ้นพร้อมกัน แค่หัวข้อกระดาษก็ทำเราใจไม่ดีอีกแล้วอะ "อ่านให้ดี แล้วค่อยตัดสินใจ" รุ่นพี่จียงว่า "พวกนายจะตกลงหรือไม่ตกลงก็ได้ ถ้าไม่ตกลงก็ตามหมายเหตุข้างล่าง แต่ถ้าตกลงก็เซ็นซะ" แล้วพี่แกก็วางปากกาไว้ตรงหน้าพวกผม พวกผมจึงสุมหัวอ่านรายละเอียดของข้อตกลงอย่างถี่ถ้วน 

อันไหนที่ไม่ชัดเจนเราก็ถามเพื่อให้กระจ่าง อันไหนที่ดูเยอะไปเราก็ขอต่อรองบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ต่อรองไม่ได้หรอกครับ เพราะรุ่นพี่แกว่า "ข้อนี้เราคิดมาดีแล้ว" ตกลงพวกผมแค่ถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยได้ แต่แก้ไขโดยการลดหรือเพิ่มข้อตกลงไม่ได้เลย เหมือนโดนผูกขาดข้อตกลงยังไงก็ไม่รู้ โดยเฉพาะตรงหมายเหตุซึ่งเป็นอะไรที่ยังไงพวกผมก็ไม่น่าอยากทำตามเลย เหมือนพวกเขารู้อยู่แล้วว่ายังไงซะพวกผมก็คงเลือกที่จะเซ็น

ชูก้าฮยองเซ็นไปแล้วคนแรก ตามมาด้วยคนอื่นๆ ก่อนจะมาถึงผม ผมอ่านข้อตกลงนั้นอีกรอบมือก็จับปากกาเอาไว้ "นายจะไม่เซ็นเหรอ" รุ่นพี่จียงถามผม 

"ไม่ใช่ครับ" ผมไม่ได้ลังเลว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็นนะ ผมเซ็นอยู่แล้ว แต่ผมแคร์พวกเธอมากกว่า โดยเฉพาะเจนนี่ "เพียงแต่..." ผมมองสบสายตาของพี่ชายทั้งสองของเธอ "ถ้าไม่บอกพวกเธออย่างนี้จะดีเหรอครับ"

"แบล็คพิ้งค์ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก พวกเธอจะเข้าใจเองเมื่อถึงเวลา" พี่จียงว่า พวกเธอจะเข้าใจจริงๆ หรือเปล่า เจนนี่จะยอมรับได้มั๊ย นี่แหละที่ผมห่วง เธอเจ็บมาเยอะแล้วนะ ผมไม่อยากทำให้เธอรู้สึกเหมือนในอดีตอีกเลย 

"รับรองว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย นี่คือบทเรียนของพวกเธอ พวกเธอจะต้องผ่านมันไปให้ได้ รวมทั้งพวกนายด้วย" มิโนว่า ผมคงรู้สึกเหมือนอกหักไปหลายเดือนเลยแน่ๆ กว่าทุกอย่างจะดีขึ้น

"ครับ" ผมจึงตัดสินใจเซ็นลงไป

"เป็นอันว่าข้อตกลงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" รุ่นพี่จียงบอกพวกผม พวกผมต่างมองหน้ากันและเราก็รู้ว่าเรามีทางเลือกไม่มาก และนี่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ถึงทุกอย่างจะเหมือนการเริ่มต้นใหม่ แต่มันคงดีต่อเราทุกคนแล้วล่ะ "ถ้าฝ่าฝืนเพียงหนึ่งข้อ ฉันจะถือว่าข้อตกลงนี้เป็นโมฆะ และเราคงต้องใช้หมายเหตุนะ"

"จะไม่มีการฝ่าฝืนแน่นอนครับ" จองกุกรีบบอกในทันที "ใช่มั๊ยพวกฮยอง" แถมมันยังหันมาขอแรงสนับสนุนจากพวกผมอีก พวกผมจึงพยักหน้าให้เป็นคำตอบ

"ก็ดี" รุ่นพี่จียงบอกก่อนลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมออกไป แต่ก่อนจะไปพี่แกก็ทิ้งท้ายพูดกับพวกผมว่า "หวังว่าหลังจากพรุ่งนี้ พวกนายจะไม่ทำอะไรให้ฉันปวดหัวอีกล่ะ" แล้วก็เดินหน้าตั้งไปเลย ยังกะพวกผมจะไปก่อเรื่องอะไรอีกได้ยังงั้นแหละ

"ข้อตกลงนี่เอาจริงเหรอครับ" เจโฮปถามมิโนผู้ที่กำลังพับสัญญาข้อตกลงเก็บใส่กระเป๋าเสื้อตามเดิม มิโนจึงพยักหน้าให้ว่า "ใช่"

"แล้วนี่จะรับมือกับสิ่งที่จะตามมายังไงล่ะ" จินฮยองถาม คงหมายถึงเรื่องสาวๆ นั่นแหละ มิโนแค่ยิ้มและบอกพวกผมว่า "เรามีวิธีจัดการของเรา"

"แล้วพวกผมล่ะ" วียิงคำถามไปอีก มิโนก็ใจดีตอบว่า "เรื่องนั้นก็อยู่ที่ว่าพวกนายจะจัดการตัวเองยังไง" เป็นคำตอบที่ช่วยได้มากเลยครับ "เอาน่า...ไม่มีใครตายเพราะความคิดถึงหรอกนะ"

"พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่เคยมีความรักสินะครับ" ผมแอบแซวมิโน 

"ทำไมจะไม่เคย" มิโนว่า

"แล้วฮยองจัดการความคิดถึงยังไง" ผมยังคงถามอยู่ แต่คำตอบของมิโนก็ทำเอาผมต้องส่ายหัว "ก็ไปหาดิ"

"แล้วพวกผมจะทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ" ผมว่า

"ก็ทำไม่ได้ไง" มิโนก็ให้กำลังใจผมดีจริง "แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป...เนาะ" แล้วมิโนก็ผ่านไปเหมือนกัน ทำให้ตอนนี้เหลือแค่พวกผมเจ็ดคนอยู่ในห้อง

"เป็นโสดมันก็ดีอย่างนี้แหละไอ้ม่อนไอ้โฮป ไม่ต้องทุกข์ร้อน ไม่ต้องคิดถึงใครให้ทรมาน" 

"ฮยอง" วีเรียกจินฮยองหน้าโหด "ถ้าไม่ให้กำลังใจก็อย่าซ้ำเติมสิวะ"

"กูก็ไม่ได้ว่าจะซ้ำเติม แต่ก็ไม่อยากเห็นพวกมึงทำหน้าเครียดแบบนี้ไง" จินฮยองพยายามอธิบาย "แล้วนี่พวกมึงจะทำไงต่อ" ฮยองแกถามพวกผมต่อ

"ทำใจยอมรับและเดินหน้าต่อไป" ชูก้าฮยองว่าหน้านิ่ง เดาอารมณ์แกไม่ออกเลยนะ แต่กับอีกคนแค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วครับ "ถ้าผมทำไม่ได้ล่ะฮยอง" ไอ้มักเน่นี่แหละที่น่าเป็นห่วงว่าจะทำให้ข้อตกลงของเราเป็นโมฆะ "มึงต้องทำให้ได้" ไอ้วีรีบสั่งทันที จองกุกได้แต่ทำหน้าสิ้นหวัง

"ที่ยากที่สุดคือการปิดพวกน้องแกนี่แหละ" เจโฮปเอ่ยขึ้น "แล้วมึงคิดดูว่าถ้าพรุ่งนี้พวกน้องแกรู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรกับเรา มึงว่าพวกน้องจะรู้สึกยังไง" ฮยองแกก็พูดถูกครับ ผมก็ไม่ได้ห่วงความรู้สึกผมหรอก แต่ผมห่วงความรู้สึกของพวกเธอมากกว่า 

"ก่อนจะเข้มแข็งเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะเจ็บปวดก่อนสิวะ" ชูก้าฮยองว่าแต่สายตาผมก็เห็นนะว่าฮยองแกแอบคิดเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน

"ผมต้องแย่แน่เลยอะฮยอง" ผมว่าไอ้มักเน่มันควรไปสงบสติอารมณ์สักหน่อยนะครับ

"พวกมึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกลับไปนี่พวกกูจะค่อยจับตาดูพวกมึงเอง" จินฮยองบอก แรปมอนจึงเสริมว่า "เดี๋ยวกูหางานให้ทำด้วย พวกมึงและฮยองจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน" 

"คืนนี้ผมต้องนอนไม่หลับแน่เลยฮยอง" เริ่มหางานมาให้ไอ้มักเน่มันตั้งแต่ตอนนี้ได้เปล่าครับ มันคิดมากจนทำให้ผมคิดตามอยู่แล้วเนี่ย จากแรกๆ ที่ไม่รู้สึกอะไรมันก็เริ่มรู้สึกหวิวๆ ขึ้นมาจนได้

"งั้นไปเดินเล่นกันเถอะว่ะ" เจโฮปเสนอ "ไหนๆ วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว กูว่าเราควรไปทัวร์ให้ทั่วเมืองกันดีกว่า เพราะไงชาตินี้เราคงมีโอกาสมาที่นี่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว" แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเองเหรอครับ 'เฮ้อ' ผมชักไม่มั่นใจตัวเองเหมือนไอ้กุกแล้วสิ 

"ไปก็ไปสิฮยอง" ผมบอก ไปไหนก็ไปครับ ดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วฟุ้งซ่านแบบไอ้กุกที่กำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตอนนี้

"ถ้าไปก็ลุก" เจโฮปเริ่มเร่ง "ลุกๆๆ" จนพวกผมต้องเริ่มลุกออกไปจากห้อง ผมว่าที่ฮยองแกเร่งอยากออกไปเที่ยวคงเป็นเพราะฮยองแกยังไม่เคยไปเยือน safe zone แน่ๆ เลยครับ

พวกผมเดินกันมาเรื่อยๆ จนผ่านห้องๆ หนึ่งก็มีเสียงนึงเรียกขึ้นว่า "จะไปไหนกันล่ะ" พวกผมจึงหันไปตามเสียงก็พบว่าสามผู้นำอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมครอบครัวเลยครับ จียงกับมิโนก็อยู่ในนั้นด้วย "ไปเที่ยว safe zone น่ะครับ" เจโฮปบอกไดเอียนผู้ที่ตาไวเรียกถามพวกผมเมื่อกี้

"งั้นเหรอ" ลุงลักซ์ว่า ผมเดาว่าลูกชายแกคงบอกเรื่องข้อตกลงไปแล้ว "งั้นก็ขอให้สนุกแล้วกัน" หวังว่าเราจะสนุกกันได้เหมือนที่แกว่านะ "ครับ งั้นเราขอตัวก่อนนะครับ" ผมบอกแล้วพวกเราจึงโค้งให้พวกแกหนึ่งครั้งก่อนเดินกันต่อ และก็พบเข้ากับ...

"Strike!" 

สามเกลอกำลังเล่นโบว์ลิ่งกันอยู่เลยครับ "แกขี้โกงอะโรเซ่ แกยืนเลยเส้น ใช่มั๊ยดับป์" ลิซ่าหันไปถามดับป์ที่กำลังตั้งพินขึ้นใหม่ ดับป์ตอบกลับเสียงเรียบว่า "ใช่แล้ว" ทำไมได้มาเล่นกันอยู่สามคนล่ะครับ

"ลองของหน่อยมั๊ยฮยอง" ไอ้มักเน่เอ่ยขึ้นก่อนเดินตรงไปหาคนทั้งสาม "ทำอะไรกันอยู่เหรอ" จองกุกทักทั้งสามคน ลิซ่าจึงหันมาตอบว่า "โยนโบว์เป็นเพื่อนดับป์น่ะ"

"แล้วโยกโขยงแบบนี้ จะไปไหนกันเหรอคะ" โรเซ่ถามพวกผม วีจึงรีบตอบว่า "ไป safe zone น่ะ ไปด้วยกันมั๊ย" 

"ฉันก็อยากไปนะ แต่คงไปไม่ได้อะ เพราะพวกเราสองคนรับปากป้าซูลินไว้ว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับดับป์ให้หนึ่งวัน" พอได้ยินโรเซ่ตอบอย่างนี้ ไอ้วีก็ทำหน้าเซงกะตายทันทีก่อนพึมพำคนเดียวค่อยๆ ว่า "โตยังกะควายยังต้องมีเพื่อนเล่นอีก" 

"งั้นก็ไปกันหมดนี่" จองกุกเสนอแต่ลิซ่าก็รีบปฏิเสธว่า "ก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะดับป์กลัวคนแปลกหน้า" ไอ้กุกจึงทำหน้าจ๋อยเป็นรายที่สองแล้วถามดับป์ว่า "กลัวจริงดิ" ผมก็ไม่รู้ว่าดับป์กลัวจริงหรือเปล่าแต่เขารีบเดินมาหลบลิซ่าแล้วว่า "จริงๆ นะลิซ่า" ไอ้กุกจึงรีบดึงตัวลิซ่าออกมาแล้วบอกดับป์ว่า "น้อยๆ หน่อย เรื่องเก่าฉันยังไม่ลืมนะ" ลิซ่าจึงรีบบอกจองกุกว่า "เขาจำไม่ได้หรอก" จำไม่ได้เหรอครับ

"เหมือนพวกความจำเสื่อมน่ะนะ" ผมถาม

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก" จีซูเดินถือถาดขนมเข้ามากับเจนนี่ "คุกกี้หรือพาย" จีซูถามดับป์ "พาย" ดับป์ว่าจีซูจึงส่งพายเบอร์รี่ให้เขา เขารับมันมาแล้วกินแต่ไส้

"ไม่ความจำเสื่อมก็คงเอ๋อ" ชูก้าฮยองว่าเลยโดนจีซูท้วงหน่อยๆ  "ไม่ถึงขั้นเอ๋อสักหน่อย แค่อายุสมองน้อยลงเอง"

"แต่นี่จะออกไปทำอะไรกันข้างนอกเหรอคะ" เจนนี่ถามขึ้น ผมไม่อยากตอบเองเพราะกลัวเธอจะรู้ ก็เลยส่งสายตาไปบอกเจโฮปฮยองให้เป็นคนตอบ แต่ฮยองแกดันปัดความรับผิดชอบส่งซิกมาบอกผมว่า 'มึงนั้นแหละ' ตกลงผมตอบเองแต่แรกยังไม่น่ามีพิรุธเท่านี้เลย

"เจโฮปฮยองกับไอ้วียังไม่เคยไป safe zone เราเลยว่าจะพาสองคนนี้ไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยนะ" ผมบอก เจนนี่มองพวกผมเหมือนคิดอะไรสักครู่ เธอคงไม่ได้รู้หรือเอะใจอะไรใช่มั๊ยครับ "งั้นรอไปพรุ่งนี้กันมั๊ยคะ พวกฉันจะได้ไปด้วย" เธอว่า

"ไม่ได้นะ" เจโฮปรีบปฏิเสธเจนนี่ จนเธอทำหน้าตกใจปนสงสัยไปด้วย "ทำไมล่ะคะ" จีซูถาม ฮยองแกทำคนอื่นสงสัยไปกันหมดแล้วครับ "ก็..." พวกผมมองหน้าเจโฮปประมาณว่า 'ตอบดีๆ นะมึง' แต่ระดับฮยองแกน่าจะหัวไวคิดได้อยู่แล้วล่ะครับ "ก็งานนี้ไปแบบหนุ่มๆ สาวๆ ไม่เกี่ยว"

"ฟังดูมีลางสังหรณ์แปลกๆ" โรเซ่ว่า เซ้นท์ดีจริงๆ เลย "ไม่ได้มีแผนจะทำอะไรกันใช่มั๊ยคะ"

"พวกฉันไม่ได้เจ้าแผนการขนาดนั้นนะ" วีรีบท้วงแต่ก็โดนโรเซ่แย้งกลับว่า "เหรอ...แต่ฉันว่านายนั่นแหละตัวดีเลย" 

"วันนี้ไม่อยากเถียงนะอย่ามาชวนทะเลาะ" วีว่า และดูโรเซ่จะแปลกใจกับคำพูดของไอ้วีจนพูดออกมาว่า "เป็นอะไรเนี่ย"

"มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ" แรปมอนรีบบอกก่อนโรเซ่จะสงสัยไปมากกว่านี้ "อย่าไปแหย่มันเยอะเดี๋ยวอาการหมาบ้ามันกำเริบ"

"ฮยอง" วีหันไปจ้องเขม็งแรปมอน "ไม่น่าล่ะค่ะ ตาขวางเชียว" ยิ่งโดนโรเซ่แซว ไอ้วียิ่งหงุดหงิดเข้าไปอีก "ใครจะไปก็ตามผมมา" มันว่าแล้วเดินหนีไปเลย 

"งั้นพวกพี่ไปก่อนนะ" จินฮยองบอกสาวๆ "รีบไปเถอะค่ะก่อนหมอนั้นจะไปกัดใครเข้าซะก่อน" ท่าทางโรเซ่จะไม่สงสัยอะไรแล้วมั้ง ผมเมมเบอร์จึงทยอยกันเดินตามตูดไอ้วีไป "เฮ้ย! มึงรอพวกกูด้วยสิ" เจโฮปตะโกนตามหลังวี

"ไม่ไปเหรอ" ผมหันไปตามเสียงก็เห็นว่าเจนนี่ยืนอยู่ต่อหน้าผมแล้ว เมื่อกี้เธอถามผมเหรอครับ "ไหนว่าจะไปไง" เธอยิ้มขำๆ ให้ผม เธอยิ้มให้ผมได้วันนี้ แต่หลังจากพรุ่งนี้ไปล่ะ เธอจะยังยิ้มได้อยู่มั๊ย หรือเธอจะกลับมาเป็นเจนนี่ยิ้มยากอีกครั้ง "จีมิน"

"อื้อๆ" ผมเผลอคิดอะไรครับเนี่ย

"เป็นอะไร" เจนนี่ถามผม ผมจึงส่ายหน้าบอกว่า "ไม่มีไรนิ่" เจนนี่ยังคงยิ้มให้ผม เธอชี้นิ้วไปตามทางที่พวกเมมเบอร์ของผมเพิ่งเดินไปและบอกผมว่า "พวกเขารออยู่นะ" ผมหันไปก็พบว่าแรปมอนกับจินฮยองยืนรอผมอยู่ "มาดิ" แถมยังกวักมือเรียกผมอีก พวกฮยองแกบอกจะจับตาดูพวกผม พวกแกก็เริ่มลงมือทันทีเลยนะ ผมจึงหันไปบอกเจนนี่ว่า "งั้นไปแล้วนะ แล้วเจอกัน"

"อืม" เจนนี่รับคำ "แล้วเจอกัน"

"อืม" ผมว่าแล้วเดินไปหาฮยองทั้งสอง

ผมไม่อยากจะเดินออกมาจากตรงนั้นเลยอะ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองกลับไปด้วยซ้ำเพราะกลัวจะเผลอตัวพูดหรือทำอะไรให้เธอรู้ตัวหรือสงสัยอีก แค่จะบอกว่ารัก ผมยังกลัวว่าเธอจะรู้เลยว่ามันจะเป็นคำลา

จู่ๆ ผมก็นึกถึงประเด็นที่เราเคยคุยกัน ระหว่างการลาเพื่อจากกับการจากโดยไม่ต้องลา และตอนนั้นผมก็เลือกที่จะลาเพื่อจาก แต่เหมือนวันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องจากโดยไม่ต้องลาเธอ

"ความลับๆๆ" จินฮยองตื่นสติผมค่อยๆ 

"รู้แล้วน่าฮยอง" ผมได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมหลังจากนี้






Jennie talk...



ท่าทางพวกบังทันจะยังไม่หยุดกิจกรรมแบบหนุ่มๆ สาวๆ ไม่เกี่ยว เพราะตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้านี้ก็ยังไม่เห็นหน้าใครสักคนเลยค่ะ หายหน้าหายตากันไปเลย

"พวกนั้นไปไหนอะพี่" ลิซ่าถามขึ้นขณะกำลังตักโจ๊กเข้าปาก "ไม่รู้สิ ฉันก็ยังไม่เห็นตั้งแต่เมื่อวาน" จีซูว่า 

"ทำตัวลับๆ ล่อๆ หน้าสงสัยจริงเลย" ฉันก็เห็นด้วยกับโรเซ่เลยค่ะ

"สาวๆ" มิโนเดินเข้ามาหาพวกเรา หน้าตาแจ่มใสใส่ชุดเต็มยศเชียว "กินข้าวเสร็จยัง" พี่แกถาม

"ใกล้เสร็จแล้วค่ะ" ฉันตอบแต่เห็นพี่เขาแต่งตัวหล่อแบบนี้แล้วก็อดถามไม่ได้ว่า "นี่พี่จะไปไหน" มิโนยิ้มกว้างเหมือนรอฉันถามคำนี้อยู่แล้ว "ไปส่งพวกมนุษย์กลับโลกไง"

"อ้าว!" ลิซ่าอุทานขึ้นเสียงดัง "ส่งกลับวันนี้เหรอคะ แล้วทำไมเราเพิ่งรู้ล่ะ"

"นั่นสิคะ" ฉันก็เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ แล้วสิ

"พวกบังทันไม่ได้บอกพวกแกหรอกเหรอ" มิโนว่า

"พี่พูดแบบนี้หมายความว่าไงอะ" ฉันถาม แต่มิโนกลับพูดขึ้นมาว่า "พวกนั้นทำตามจริงเว้ย ใช้ได้ๆ"

"ใช้ได้อะไรคะ แล้วตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่" ฉันถามเอาคำตอบจากมิโน แต่มิโนแค่มองหน้าพวกฉันที่กำลังสงสัยกันอย่างมาก "อยากรู้เหรอ" พี่แกถาม และพวกฉันก็ตอบเป็นเสียงเดียวว่า "ใช่!" แล้วมิโนจึงว่า "ตามฉันมา" พวกเราสี่คนจึงรีบวางช้อนส้อมไว้แล้วลุกขึ้นเดินตามมิโนไป

ไม่รู้ฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่านะ ที่คิดว่าทุกคนตั้งใจปิดเรื่องนี้กันซะสนิทเพื่อไม่ให้พวกฉันรู้ เพราะตลอดทางที่เราเดินผ่านมามันเงียบมากเลยค่ะ ยังกะบ้านนี้เป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่ 'หายไปไหนกัน' ฉันได้แต่สงสัย 

"พวกแกว่ามันแปลกๆ เปล่าอะ" จีซูถามขึ้นขณะที่เรากำลังเร่งฝีเท้าตามมิโนไป "แปลก" ลิซ่าว่า "และแปลกมาก" โรเซ่เสริม "แล้วแกล่ะยัยเจน" จีซูหันมาถามฉัน ฉันว่ามันแปลกมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ เพราะงั้นฉันจึงตอบไปว่า "ยิ่งกว่าแปลกอีกพี่"

ฉันเกือบคิดว่าบ้านใหญ่ถูกทิ้งร้างไปแล้วจริงๆ ถ้าไม่ได้ยินเสียงที่แว่วมาตามสายลม ยิ่งเราเดินใกล้เท่าไหร่เสียงนั้นก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเสียงที่ดังมาจากลานประลองแน่ๆ เลยค่ะเพราะจากทิศทางที่มิโนเดินนำเรามามันค่อนข้างชัดเจนเลยว่าเป็นที่นั่น ถ้าเกิดเป็นที่ลานประลอง แสดงว่า...

"หรือพี่จียงจะประลองกับจีมินอีกครั้ง" ที่ยัยโรเซ่พูดก็มีส่วนนะ แต่ว่าก่อนหน้านี้มิโนไม่ได้บอกแบบนี้น่ะสิ "ฉันว่าไม่ใช่" ฉันบอก พวกเรายังคงเดินต่อไปอย่างงงๆ แต่ฉันก็มีความรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย และคงไม่ใช่แค่ฉัน "ฉันมีลางสังหรณ์แปลกๆ" ลิซ่าก็คงด้วย 

"เร็วๆ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก" มิโนรีบเร่งพวกฉัน พวกฉันจึงรีบเดินตามไป และที่ฉันคาดเอาไว้ก็เป็นจริง เพราะคนหลายร้อยคนมารวมกันที่ลานประลองจริงๆ ด้วย พวกเขายืนซุบซิบพูดคุยกันไปหมดจนฉันฟังไม่ออกว่าคุยเรื่องอะไรกัน

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย" จีซูเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย "นี่พวกเขากำลังมุงดูอะไรกันอยู่" นั่นน่ะสิค่ะ พวกฉันที่เพิ่งมาแทบมองไม่เห็นอะไรเลยอะ จนต้องกระโดดหยองๆ เพื่อมองดูสถานการณ์ข้างหน้า เวลานี้โรเซ่กับลิซ่าน่าจะได้เปรียบสุดล่ะ

"มีตู้แก้วด้วยอะพี่" โรเซ่ว่าขณะที่กระโดดเป็นจิงโจ้อยู่ แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า "มนุษย์ถูกเปลี่ยนชุดสุดท้ายเข้ามาได้" และฉันจำได้ว่านี่เสี่ยพ่อฉัน

"มนุษย์ถูกเปลี่ยนชุดสุดท้ายอะไรอะแก" จีซูถามมักเน่ทั้งสอง แล้วลิซ่าก็บอกว่า "มีคนทะยอยเข้าไปในตู้แก้วด้วยอะ" ตกลงแค่ส่งมนุษย์กลับโลกจริงเหรอคะ ทำไมต้องมีตู้เก็บอะไรด้วย

"พี่มินโฮ" ฉันเรียกมิโนที่ยืนมองภาพเบื้องหน้าอย่างสบายใจ พี่แกจึงหันมาหาฉันแล้วบอกว่า "พ่อกำลังส่งพวกเขากลับโลก" ฉันยังไม่ได้ถามเลยแต่ก็รู้ใจฉันซะด้วย "และกำลังจะลบความจำของพวกเขา"

"ลบความจำ!" พวกฉันต่างตกใจ แต่มิโนก็บอกว่า "ก็มันเป็นกฎเพื่อความปลอดภัยของเรา" 

"อ๋อ" พวกฉันถึงพอจะเข้าใจได้

"เริ่มปล่อยควันขาวแล้วค่ะ" ลิซ่าตื่นเต้นใหญ่เมื่อควันขาวค่อยๆ ถูกปล่อยเข้าตู้แก้ว มันเหมือนการรมควันยาเลยอะ ฉันชะเง้อมองก็เห็นควันนั้นหนาขึ้นเรื่อยๆ จนทึบมองไม่เห็นคนในตู้แก้ว ฉันไม่ได้ยินเสียงของคนในนั้นเลย นี่ตู้มันเก็บเสียงหรือพ่อฉันสะกดจิตพวกเขาไว้กันแน่ และใช้เวลาเพียงไม่นานควันนั้นก็ค่อยๆ จางลงและหายไปเหมือนกับคนข้างใน

"หายไปแล้ว" โรเซ่ร้องขึ้นก่อนหันมาถามมิโนว่า "แล้วพวกเขาจะเป็นยังไงอะพี่" มิโนจึงอธิบายให้ฟังคร่าวๆ ว่า "พวกเขาก็จะพบว่าตัวเองเพิ่งตื่นนอนและชีวิตก็จะดำเนินไปตามปกติเหมือนก่อนที่จะรู้ว่าพวกเรามีจริง" นั่นคือ พวกเขาก็จะลืมทุกอย่างเกี่ยวกับเราสินะ 

"ดีนะคะที่พวกบังทันไม่ได้โดนเหมือนคนพวกนั้นอะ ไม่งั้น..."

"ใช่เหรอพี่จีซู" ลิซ่าเบรคจีซูที่กำลังพูดขัดกับความเป็นจริงข้างหน้า ลิซ่าทำหน้าอึ้งคาดไม่ถึงก่อนชี้บอกพวกฉันว่า "ดูนู้นสิ" 

ฉันเขย่งเท้าขึ้นเพื่อมองตามทางที่เธอชี้ก็พบว่าพวกบังทันอยู่นั่น พวกเขากำลังเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปหาพวกพ่อฉัน "และกลุ่มคนสามัญที่อยู่กับเรามานานกว่ามนุษย์โลกคนไหน" พ่อฉันพูดขึ้นแล้วขยับให้พวกบังทันได้ยืนกันเป็นแถว "คนทั้งเจ็ดถือเป็นมิตรที่เรารัก และเป็นหนึ่งในเหล่าวีรบุรุษที่ร่วมสร้างอกาธาให้มีวันนี้" 

พ่อฉันแค่ปล่าวประกาศความดีความชอบของพวกเขาเฉยๆ ใช่มั๊ยคะ คงไม่ได้จะส่งพวกเขาเข้าตู้นั้นหรอกใช่เปล่า 

"เรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเรา เพื่อให้ลูกหลานของเรารู้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยมีมิตรจากต่างดาวที่ร่วมสู้เพื่อเรา พวกเขามีชื่อว่าบังทัน ขอเสียงปรบมือให้พวกเขาด้วย" 

เสียงปรบมือที่ดังขึ้น ยังไม่เท่าใจฉันที่เต้นไม่เป็นจังหวะจนทำให้ฉันร้อน ฉันไม่รู้ว่าฉันรู้สึกอะไรกันแน่ ฉันอาจกำลังสับสน งงงวย คิดไม่ตก ไม่เข้าใจหรืออาจกำลังจะโมโห หงุดหงิดและฉุนเฉียว 'นี่พวกเขากำลังทำอะไร' ฉันคิดแต่อย่างนี้ 

"แต่งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกลา และกฎก็มีให้ปฏิบัติตาม" พ่อฉันบอกก่อนหันไปพูดกับบังทันว่า "ข้าดีใจที่เราได้รู้จักพวกเจ้า แต่ในขณะหนึ่งข้าก็เสียใจที่เวลาของเราช่างแสนสั้น" 

"หมายความว่ายังไงอะแก" จีซูถามขึ้น แต่ไม่มีใครตอบอะไรเธอ ฉันรู้ว่าทุกคนเข้าใจความหมาย แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือ พวกเขาไม่คิดคัดค้านอะไรเลยเหรอ

"เราจะเก็บพวกเจ้าไว้ในความทรงจำตลอดไป" พ่อฉันว่าแล้วทุกคนจึงยืนก้มหน้าสงบนิ่งเหมือนกำลังเก็บความทรงจำเกี่ยวกับพวกเขาเอาไว้ คงยกเว้นพวกฉันสี่คนที่คงไม่ยินดีเท่าไหร่ที่จะยืนนิ่งไว้อาลัยให้กับความทรงจำของพวกเขาที่กำลังจะหายไป 

"ไม่ยุติธรรมเลย" ลิซ่าเริ่มพึมพำคนแรก ใช่ค่ะ มันไม่ยุติธรรมเลยที่คนหนึ่งลืมแต่อีกคนกลับจำ 

"ตลอดไปไม่มีจริง" ตามมาด้วยโรเซ่ จริงๆ มันอาจจะมีจริงสำหรับเราก็ได้นะ ก็เจ็บตลอดไปไงค่ะ

"คนโกหก" จีซูว่าอะไรน่ะคะ คนโกหกอย่างนั้นเหรอ

ตอนนี้พ่อกำลังส่งบังทันเข้าตู้รมควันของพ่อ พวกเขาเดินเข้าไปเหมือนตั้งใจเอาไว้อยู่แล้ว พวกเขาทำเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ เลยก่อนประตูตู้จะปิดลง แต่ฉันยังคาใจ ฉันยังมีคำถาม 'แล้วเจอกัน' ที่เขาว่า เขาโกหกฉันหรือเปล่า



ฟื้บ!



"เจนนี่" 

พ่อฉันเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นฉันปรากฎตัวอยู่หน้าตู้กระจก คงไม่ต่างจากบังทันที่ทำสีหน้าตกใจ แต่ฉันก็แปลกใจอยู่หน่อยๆ เพราะฉันคิดจะจัมป์ไปหาตัวของจีมิน แต่ทำไมฉันถึงมาโผล่อยู่นอกตู้แทนก็ไม่รู้ แต่ถึงยังไงฉันคงไม่มีเวลาจะมายืนสงสัยอะไรตอนนี้หรอก เพราะดูเหมือนควันขาวจะเริ่มถูกปล่อยมาแล้ว

ฉันจึงตัดสินใจถามจีมินที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าฉันว่า "นายโกหกฉันเหรอ" แต่จีมินก็พูดอะไรก็ไม่รู้ ฉันเห็นแค่ปากเขาขยับแต่ไม่ได้ยินเสียงออกมา ฉันจึงพูดต่อไปว่า "นี่เหรอที่นายบอกว่าเดี๋ยวเจอกัน เจอกันครั้งสุดท้ายเนี่ยนะ" 

ฉันอยากทุบตู้แก้วนี่ให้แตกจริงๆ จีมินพยายามจะพูดกับฉันแต่ฉันกลับไม่ได้ยินเลย มันคงเป็นเพราะตู้ที่หนา ถ้าฉันไม่ได้ยินเขาแล้วแบบนี้เขาจะได้ยินฉันเหรอคะ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็จะพูดต่อไป 

"ไหนนายบอกว่าการจากโดยที่ไม่ได้ลามันเจ็บปวดกว่าไง นายบอกฉันเอง แต่นายก็ทำ นายทำได้ยังไงจีมิน" ฉันพูดจนเริ่มรู้สึกจุกทั้งที่คอและที่อก ฉันอาจไม่ได้ร้องไห้ออกมาให้ใครเห็น แต่ใจฉันรู้และเขาคงรู้ว่าใจฉันมันกำลังร้องไห้อยู่

'เจนนี่' 

จีมินน่าจะเรียกฉันอยู่ ฉันจึงได้แต่ยืนจ้องเขานิ่งเพื่อรอว่าเขาจะบอกอะไรกับฉัน เขาหันหน้าไปพูดอะไรกับพวกเมมเบอร์ก็ไม่รู้ค่ะ มันเหมือนพวกเขากำลังเถียงกันอยู่จนฉันเริ่มใจเสีย อย่างน้อยฉันก็อยากจะรู้ว่าเขาจะบอกอะไรฉันก่อนที่ควันนี่จะหนาขึ้นกว่านี้ ก่อนที่ฉันจะมองไม่เห็นเขา และก่อนที่มันจะสายเกินไป

'เจนนี่' 

จีมินหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง แต่ทุกอย่างมันขุ่นมัวเหลือเกินเหมือนเขาจะจมหายไปในควันอยู่แล้ว แต่แล้วฉันก็เห็นมือเขาที่ทาบบนกระจก จีมินเดินเข้ามาชิดกระจกเพื่อให้ฉันเห็นเข้าชัดขึ้น เขาเริ่มทำภาษามือโดยการชี้ที่ตัวเขาเพื่อแปลว่า 'ฉัน' และใช้ทาบมือทั้งสองข้างไว้ที่อกของเขาเพื่อบอกฉันว่า 'รัก' ก่อนชี้นิ้วมาที่ฉัน มันเป็นว่า 'ฉันรักเธอ' ใช่มั๊ยคะ ฉันพยายามแล้วนะ พยายามจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่มันก็ไหลออกมาเองจนได้

'เจนนี่' 

เขาเรียกและชี้ไปที่ข้อมือของฉัน ฉันมองตามที่เข้าชี้ก็พบว่ามันคือกำไลของเขา 'หัวใจของฉัน' เขาพยายามใบ้มือแล้วพูดช้าๆ ให้ฉันอ่านปากออกว่า 'ดูแลมันให้ดีนะ' ก่อนเขาจะทาบมือไว้บนกระจกตรงหน้าฉัน 'สัญญาได้มั๊ย'

"นายใจร้าย" ฉันบอกเขาแต่ก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นไปทาบไว้ "นายใจร้าย" แต่เขาก็ยังคงบอกว่า 'ฉันรักเธอ' จนกระทั่งควันนั้นกลืนกินเขา 

"นายใจร้าย" 

ฉันได้แต่พูดคำๆ นี้จนกระทั่งควันนั้นค่อยๆ จางลงจนค่อยๆ เห็นว่าตู้นี้ว่างเปล่า และฉันเพียงแค่ทาบมืออยู่กับกระจกที่อีกฝั่งเป็นเพียงแค่อากาศโล่งๆ มันรู้สึกโหว่งๆ ชอบกล ทั้งโหว่งที่ใจและทั้งที่กายจนรู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนถึงจุดสิ้นสุด
 
ฉันมองกำไลที่ข้อมือ แล้วยิ้มเย้าะออกมาก่อนพูดกับมันว่า "ฉันเกลียดนาย" เขาทิ้งของแทนใจไว้ให้ฉันรวมทั้งความทรงจำเรื่องของเขา ในขณะที่ฉันยืนอยู่ที่นี่ เขาคงกำลังเพิ่งตื่นและก็พบว่าวันนี้ก็คงเหมือนกับเมื่อวาน ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากเขาคือจีมินวงบังทัน และฉันคงเป็นแค่รุ่นน้องในวงการที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไร คงไม่ใช่คนที่เขาจะยืนอยู่ข้างๆ อีกแล้ว

"เจนนี่" 

พี่จียงเดินเขามาตบบ่าฉันเบาๆ เพื่อปลอบใจก่อนบอกว่า "กลับกันเถอะ" แต่หัวฉันยังว่างเปล่าอยู่เลย ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะไปไหนหรือควรทำอะไรดี ฉันจึงบอกพี่เขาไปว่า "ฉันขออยู่ตรงนี้สักพักนะคะ" พี่จียงทำได้แต่พยักหน้ารับเหมือนเข้าใจก่อนตบบ่าฉันอีกครั้งแล้วเดินจากไปเงียบๆ






ฉันไม่รู้ว่าฉันนั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว รู้แต่ว่ามันคงจะนานมากจนไม่มีผู้คนอยู่แล้ว รวมทั้งตู้แก้วนั้นด้วย ฉันได้แต่นั่งมองอากาศว่างเปล่าจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของตู้แก้วอยู่คนเดียว

"ชีวิตมันโหดร้ายนะคะ" ฉันนึกว่าฉันนั่งอยู่คนเดียวซะอีกค่ะ พวกเมมเบอร์มานั่งอยู่กับฉันตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย "ฉันต้องทำเวรทำกรรมไว้เยอะแน่ๆ เลยพวกพี่" ลิซ่าที่นั่งอยู่ด้านซ้ายของฉันเอ่ยขึ้น

"คงไม่ใช่แค่แกหรอกยัยลิซ" พี่จีซูที่นั่งอีกข้างเอ่ยขึ้น

"ใช่" โรเซ่ที่นั่งถัดจากพี่จีซูไปก็เริ่มเห็นด้วย "พวกฉันก็ด้วย" แล้วโรเซ่ก็นั่งซบไหล่พี่จีซู แล้วพี่แกก็ซบไหล่ฉันต่อ พอยัยลิซเห็นว่าสองคนนี้กำลังปลงตก ยัยมักเน่ก็เลยซบไหล่ฉันด้วยอีกคน นอกจากฉันจะหนักใจเพราะเรื่องบังทันแล้ว ฉันยังต้องมาหนักไหล่เพราะพวกเมมเบอร์อีกสินะ

"เราจะทำยังไงดี" โรเซ่ว่า แต่ก็ยังไม่มีใครตอบอะไรขึ้นมา แน่นอนว่าทุกคนคงคิดไม่ออกแน่ๆ ว่าจะทำยังต่อจากนี้หรือจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไง เราคงต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ มั้งคะกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ กว่าแผลใจเราจะดีขึ้น

"แบล็คพิ้งค์" 

ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ฉันก็พูดคำนี้ขึ้นมาเหมือนกัน อาจจะพ่อชอบพูดบ่อยๆ ล่ะมั้งที่ว่า "เพราะเราเป็นเรา" ฉันบอกเมมเบอร์ ทั้งสามคนจึงฟื้นตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ แล้วหันมาหาฉัน "ตอนนี้เรากำลังอยู่ในหมวดแบล็ค แต่สักวันเราจะกลับไปพิ้งค์อีกครั้ง" ฉันบอกทั้งสามคน แต่ก็ไม่วายมีคนถามขึ้นมาว่า "แล้ววันไหนล่ะแก" พี่จีซูนั่นเอง

"วันที่เราเข้มแข็งได้ไงพี่" ฉันบอกแล้วยัยมักเน่ก็เสริมว่า "และเราจะผ่านมันไปด้วยกันให้ได้"

"ใช่ ฉันเห็นด้วยกับยัยลิซ" ฉันว่าก่อนยื่นมืออกไปข้างหน้าเพื่อถามพวกเมมเบอร์ว่า "ใครจะเอาด้วย"

"ฉันแน่นอน" ลิซ่าวางมือต่อจากฉันเป็นคนแรก ฉันกับลิซ่าจึงหันไปมองอีกสองคนที่เหลือ หน้าตาทั้งสองคนดูเหนื่อยๆ เหมือนไม่อยากรับรู้อะไรเลย ก็คงไม่ต่างอะไรกับฉันและลิซ่าหรอกนะ

"อย่างน้อยฉันก็ไม่เจ็บคนเดียวจริงมั๊ย" โรเซ่ว่าแล้ววางมือต่อจากลิซ่า และตอนนี้คงเหลือแค่คนสุดท้าย พี่จีซูถอนหายใจแรงหนึ่งครั้งแล้วในที่สุดก็วางมือลงมาสมทบกับเราและว่า "ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ" 

ดูเหมือนมันจะจบลงได้ดีแต่สุดท้ายพี่จีซูก็พายเรือกลับเข้าอ่าวน้ำตาจนได้ "แต่ตอนนี้ฉันเศร้า ฮื่อออ~" แล้วก็ทำเอาอีกสองคนเริ่มต่อมน้ำตาแตกไปแล้ว

"คนเพิ่งโดนทิ้ง เธอรู้บ้างไหม หัวใจของฉันเจ็บ เจ็บซักเท่าไหร่" ยัยลิซคงไม่ได้เมาความเศร้าเคล้าน้ำตาใช่มั๊ยค่ะ

"แกจะร้องเพลงเศร้าทำไมเนี่ย ฮื่อๆ" ถึงโรเซ่จะโวยแต่ก็ไม่วายต่อเพลงให้ลิซ่าต่อว่า "เธอไม่โดนทิ้ง คงไม่เข้าใจ แล้วจะให้พูดไป พูดอะไรเธอ" 

แล้วพี่จีซูก็เริ่มต่อเพลงใหม่ทั้งน้ำตาว่า "พูดอีกที พูดอีกที พูดอีกทีได้หรือเปล่า ฉันไม่ได้ฟังก็อยากจะฟังมาตั้งนาน พูดอีกที พูดอีกที พูดอีกทีได้หรือเปล่า ย้ำว่าเธอนั่นยังรักกันอยู่" 

แต่พอได้ยินคำว่ารัก ยัยลิซก็รีบโพล้งออกมาว่า "แต่เขาไม่รักฉันแล้วอะ" ก่อนเธอจะร้องเพลงใหม่ว่า "เธอ...ไม่รัก ไม่รัก ไม่รัก ไม่รัก เธอไม่รัก ไม่รัก..." แล้วเราถึงประสานเสียงกันว่า "ไม่รักกกก!" 

ก่อนกอดคอกันร้องไห้อย่างหนัก อย่างน้อยเราก็ได้ระบายความเสียใจออกไปกับน้ำตาบ้างแล้วล่ะ ก็คงเหลือแค่แผลในใจของแต่ละคนที่เราคงช่วยกันดูแลไม่ได้ นอกจากตัวเราเอง ฉันถึงทำได้แต่บอกกับตัวเองว่า...

'เข้มแข็งเจนนี่...จงเข้มแข็ง'




.........จบ PART 136.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1611 Thack_patsarin (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 17:56

    น้ำตาไหลเลยอ่ะ ฉากนี้แม่งโคตรเศร้าเลย ทำไมต้องลบความทรงจำทั้งหมดด้วยอ่ะ อย่างน้อยก็น่าจะทิ้งความทรงจำที่ผูกพันของพวกเขา ความรู้สึกต่างๆ ของพวกเขาและความรักของพวกเขาไว้ก็ดีนะ

    #1,611
    0
  2. #1491 pofaiwipada (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 21:04
    ลืมหมดเลยอ๋อToT
    #1,491
    0
  3. #1415 RV BORD (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:30
    น้ามตาไหลเป็นเขื่อนแตกเลยอ่า
    #1,415
    0
  4. #1414 Ralinee (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 16:05
    น้ำตาแตกเลยค่า ฮืออออ~
    #1,414
    0
  5. #1413 Marsh_mallow (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 16:57
    สงสารเจนนี่จัง...คนอื่นๆก็ด้วยเจ็บเเทนเลยค่ะ....
    //เเป๊ปๆก็จะจบเเล้วไวจังเลยค่ะฮรือออออออออ เสียดายจังงงงง เเถมเรายังชอบเรื่องนี้มากๆด้วยT-T
    #1,413
    0
  6. #1412 HWANG_PARN (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 15:00
    โอ้ยยย จะจบแล้วหรอเนี่ย พอจะจบแล้วใจโหวงเลย ไรท์แต่งดีมาก เราชอบบบบบ
    #1,412
    0
  7. #1411 Ploy (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:30
    ชอบมากกเลยอ่าาา
    #1,411
    0
  8. #1410 Aern5555 (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 09:19
    ตอนนี้ร้องไห้เลยอ่ะ
    #1,410
    0