Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 141 : PART 135 : งานเต้นรำในคืนจันทร์เต็มดวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

V talk...



"เมื่อไหร่เจ้าสาวจะมาสักทีวะ" 

ผมพูดเบาๆ กับตัวเองขณะที่พวกผมเจ็ดคนกับไดเอียนกำลังยืนรอเจ้าสาวของเขาอยู่โดยมีคุณพ่อหรือบาทหลวงยืนอยู่ใกล้ๆ ตรงหน้ารูปแกะสลักหินของคู่บ่าวสาว และไม่ใช่แค่เราที่รอนะยังมีแขกคนอื่นๆ อีกด้วยที่นั่งหน้าสลอนรอฤกษ์อันสมควร

"ใกล้แล้วล่ะฮยอง" จองกุกที่ยืนอยู่ปลายแถวข้างผมเอ่ยขึ้น

"เอาดีๆ มึงอยากเจอเจ้าสาวหรือเพื่อนเจ้าสาว" จีมินที่ยืนอยู่อีกข้างแซวผม 

นี้แหละครับเรื่องที่น่าหงุดหงิด ยัยเพื่อนเจ้าสาว ยัยโรเซ่นี่แหละคือปัญหา ผมก็ไม่รู้ว่าเธอกลัวอะไรผม เล่นหนีหน้าผมตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ แต่วันนี้เธอคงหนีหน้าผมไม่ได้หรอกเพราะเธอก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวของลีนานเหมือนกันกับพวกผมที่ต้องแต่งตัวดีมีชาติตระกูลมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ไดเอียน หรือเธออาจคิดหนีกลางงาน แต่เธอคงไม่แลกการหนีหน้าผมแล้วทำให้งานล่มหรอกมั้ง

"งานแต่ง กูก็ต้องอยากเจอเจ้าสาวดิ" ผมบอกแล้วไอ้กุกก็เสริมว่า "ส่วนเพื่อนเจ้าสาวถือเป็นกำไรใช่เปล่าฮยอง" ถามผมแบบนี้ คิดว่าผมจะปฏิเสธไหมครับ "ใช่" ผมไม่ปฏิเสธหรอก 

"มึงกับแชยองทะเลาะกันเหรอ" แรปมอนที่ยืนถัดจากจีมินถามผม 

"เปล่าฮยอง" ผมตอบ

"แล้วทำไมน้องถึงดูเหมือนจะหนีหน้ามึง" ฮยองแกช่างสังเกตจริงๆ "หรือว่ามึงไปทำอะไรให้น้องกูไม่สบายใจ" แถมยังเดาไปมัวซั่วอีกต่างหาก

"มีแต่น้องฮยองนั่นแหละที่ทำผมไม่สบายใจน่ะ" 

ผมรีบโบ้ยให้คนที่ไม่อยู่ แรปมอนกำลังจะอ้าปากถามอีก แต่ก็มีเสียงแตรดังขัดขึ้นมาเป็นสัญญาณให้รู้ว่าพิธีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว และหลังจากนั้นวงดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงงานแต่งแบบคลาสสิคที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ก่อนตามมาด้วยการปรากฎตัวของเจ้าสาวแสนสวยของไดเอียนที่มาพร้อมชุดกระโปรงสีขาวที่ยาวจนลากพื้นทำให้เพื่อนเจ้าสาวอย่างจีซูและเจนนี่ต้องจับชายกระโปรงไว้ให้ ลีนานเดินควงลุกลักซ์เข้ามา มือของเธอถือช่อกุหลาบสีชมพูอ่อน 

ผมว่าเธอจะต้องตื่นเต้นอยู่แน่ๆ เลย ดูได้จากรอยยิ้มที่ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติกว่าปกติ และให้ผมเดาอีก เธอจะต้องกำลังจับแขนลุงลักซ์แน่นแน่นอน เพราะผมเคยรู้สึกถึงความรู้สึกแบบนี้ในความฝันของผม ไดเอียนก็คงกำลังตื่นเต้นไม่ต่างกัน เขาเอาแต่ยิ้มกว้างเหมือนกับตกตะลึงกับความงามของเจ้าสาวของเขา ประหนึ่งว่าโลกนี้ได้หยุดหมุนไปแล้ว 

ส่วนผม แน่นอนว่านางเอกของงานคือลีนาน แต่ป้าขี้เหงาที่ตอนนี้คงไม่เหงาแกก็สวยแบบนี้มาตั้งนานแล้วล่ะ แต่สำหรับอีกคนที่เดินนำเจ้าสาวมาน่ะสิ นี่น่าจะเป็นครั้งที่สองที่ผมเห็นเธอแต่งตัวหวานๆ แบบผู้หญิงหวานๆ น่ารักๆ โรเซ่เดินนำลีนานมากลับลิซ่า พวกเธอสองคนทำหน้าที่โปรยกลีบดอกกุหลาบลงบนพื้น พวกเธอใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนผ้าพริ้วๆ หน่อย ยาวประมาณเข่าเหมือนกันทั้งสี่คน 

แต่สำหรับผม มันแปลกตานิดหน่อยที่โรเซ่มีหน้าม้าด้วย มันทำให้เธอดูอ่อนโยน ดูน่ารักกว่าปกติเป็นกอง ยิ่งตอนที่เธอยิ้มแล้วแก้มตุ้ยนุ้ยของเธอออกมานะ ผมแถบอยากวิ่งเข้าไปหยิกแก้มเธอเล่นเลยแหละ ถ้าไม่ติดว่าเรากำลังอยู่ในพิธีการอันสำคัญอยู่ วันนี้ผมลืมภาพยัยป้าเช็งไปเลยจะเหลือก็แต่น้องแชยอง เธอให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นะครับ เหมือนเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูน่ารัก น่าทะนุถนอม น่าปกป้องเป็นที่สุด

ผมโบกมือน้อยๆ ให้โรเซ่ แต่รู้มั๊ยครับว่าเธอทำยังไงเมื่อเธอเห็นผม ปกติเธอแค่ต้องเดินโปรยสวยๆ ค่อยๆ แบบสำรวมๆ แต่พอเธอเหลือบมาเจอผม เธอก็ลืมตัวปากลีบกุหลาบใส่แขกที่นั่งอยู่ติดทางเดินแทน ก่อนที่เธอจะรู้ตัวและรีบทำเนียนโปรยกุหลาบสวยๆ ต่อไปเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมแอบเห็นว่าแขกที่โดนเธอปาใส่มีความงงหน่อยๆ เหมือนกัน 

'ยัยป้าเช็งเอ้ย' ผมได้แต่ยิ้มขำๆ ให้กับความลืมตัวของเธอจนไอ้กุกหันมาถามผมว่า "ฮยองขำไรวะ"

"ไม่มีไรหรอกน่า" แต่ผมรู้ว่าโรเซ่รู้ว่าผมขำเธอ เธอกัดฟันยิ้มแล้วส่งสายตาพิฆาตมาให้ก่อนหันไปยิ้มสวยทำหน้าที่ของตัวเองต่อ และเมื่อพวกเธอเดิมมาจนถึงหน้าคุณพ่อกับไดเอียนแล้ว ดนตรีที่บรรเลงมาตลอดทางก็หยุดลง โรเซ่กับลิซ่าก็เดินออกไปรอด้านข้างทางฝั่งเจ้าสาวเพื่อให้ลุงลักซ์ได้ส่งตัวลีนานให้ได้เอียน 

ลุงลักซ์แบมือซ้ายให้ไดเอียน ไดเอียนจึงยื่นมือซ้ายให้ลุงแก ส่วนมือขวาที่เคยถูกลีนานควงตอนนี้แกก็หันไปจับมือของเธอไว้แทน "ข้าดีใจนะที่ได้เห็นความรักของพวกเจ้า และจากนี้..." ลุงแกว่าแล้วยกมือของไดเอียนมากุมมือของลีนานไว้ก่อนพูดต่อ "นี่จะเป็นชีวิตของพวกเจ้า" 

แล้วลุงลักซ์จึงปล่อยมือจากทั้งสองคนก่อนเดินไปนั่งประจำที่ที่เก้าอี้หน้าสุดข้างๆ ป้าลูน่าร์ จียง มิโน ยายแคสเปียร์ ปู่ไบรอค และโรนินมือขวาของลีนานที่ฝั่งเจ้าสาว เจนนี่กับจีซูรีบจัดกระโปรงให้ลีนานก่อนจีซูจะรับดอกไม้ไปจากเธอ แล้วทั้งสองคนจึงเดินไปยืนรออยู่กับโรเซ่และลิซ่า 

ไดเอียนขยับเข้าไปยืนใกล้ๆ ลีนาน เขาจับมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ พวกเขาต่างยิ้มให้กัน รอยยิ้มจากปาก ความรู้สึกจากตาที่ส่งผ่านไปยังใจของคนทั้งสอง มันทำให้คนอื่นๆ รู้สึกดีจนอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ ขนาดคู่แฝดสาหัสกับสากรรจ์ที่นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งเจ้าบ่าวกับลุงโรมาน ป้าซูลินและดับป์ยังน้ำตาซึมให้กับความสุขของนายตัวเองเลยอะ

อาจจะมีคนสงสัยว่าทำไมยังต้องเอาดับป์มาด้วย ตอนนี้เขาไม่มีพิษมีภัยแล้วครับ เขาเหมือนเด็กเพิ่งหัดพูดหัดเรียนรู้เลยครับ คล้ายๆ เด็กพิเศษและตอนนี้ก็ติดป้าซูลินเอามากๆ นี่ขนาดนั่งอยู่ใกล้กัน ดับป์ยังต้องจับมือป้าแกไว้แน่นเลย 

"เอาล่ะพร้อมกันหรือยัง" คุณพ่อผู้นำพิธีถามคู่บ่าวสาว

"ครับ/ค่ะ" 

ทำไมสองคนนี้ถึงมองกันซะหวานขนาดนี้นะเหมือนกับโลกนี้มีแค่พวกเขาสองคนเลยอะ นี่ผมก็อดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ไดเอียนแต่เป็นผม และถ้าเจ้าสาวไม่ใช่ลีนานแต่เป็นยัยป้าเช็ง มันจะรู้สึกดีแค่ไหนกันนะ

"พ่อจะเริ่มพิธีแล้วนะ" คุณพ่อบอก ไดเอียนจึงขยับตัวเข้าไปใกล้ลีนานอีกและยกมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาเหนือเอว ก่อนคุณพ่อจะเริ่มถามจากเจ้าสาวก่อนว่า "ลีนาน...เจ้าจะรับไดเอียนเป็นสามีหรือไม่" 

ตอนที่คุณพ่อถามลีนานผมไม่ได้สนใจลีนานเลยนะ แต่ผมกลับเอาแต่มองโรเซ่ที่ยืนเกาะแขนลุ้นกับลิซ่าอยู่ เธอกับลิซ่าเหมือนยืนพึมพำๆ ว่า 'รับสิๆ' กันอยู่เลย ผู้หญิงมักตื่นเต้นกับเรื่องแบบนี้สินะครับ

"ข้ายอมรับเขาทั้งชีวิตข้า" 

พอลีนานตอบ พวกเธอก็กรี๊ดกร๊าดไปกับคนอื่นๆ ด้วย โรเซ่ยิ้มเขินจนแก้มป้องๆ เริ่มจะแดงอยู่แล้ว จนผมอดยิ้มให้กับความน่ารักจากรีแอคชั่นของเธอไม่ได้ แต่พอเธอเห็นผมยิ้มให้ เธอก็ถลึงตาใส่ผมประมาณว่า 'ยิ้มทำไม' ก่อนเธอจะกลับไปอายม้วนกับเพื่อนๆ ต่อ เมื่อเห็นว่าชูก้าฮยองยื่นแหวนเพชรวงงามรูปกุหลาบที่หุ้มทับทิบสีแดงไว้ภายในให้ไดเอียน ทีแรกก็นึกว่าไดเอียนจะเอาแหวนอีกาดำของเขามาใช้ในวันแต่งซะแล้ว

ไดเอียนรับแหวนนั้นมาแล้วค่อยๆ สวมใส่นิ้วนางข้างซ้ายของลีนานแล้วจูบที่แหวนนั้น และไม่น่าเชื่อว่าป้าขี้เหงาของผมแกจะซึ้งจนน้ำตาไหลออกมา ไดเอียนจึงต้องเช็ดน้ำตาให้กับเธอ

"เจ้าสาวตอบรับแล้ว แล้วเจ้าบ่าวล่ะ" คุณพ่อเริ่มทำพิธีต่อไปแล้วหันมาถามไดเอียนว่า "ไดเอียน...เจ้าจะรับลีนานเป็นภรรยาหรือไม่"

"รับครับ" 

นี่ไม่ใช่คำตอบของไดเอียนหรอก แต่เป็นคำตอบของผมที่เผลอหลุดปากมาค่อยๆ เอง ดีนะครับที่ไม่มีใครได้ยินเพราะไม่งั้นคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ แต่ผมไม่ได้จะบอกลีนานหรอกนะ

"ถ้านางยอมรับข้าทั้งชีวิต ข้าก็จะยอมรับนางทั้งจิตวิญญาณของข้า" 

แต่เมื่อกี้ผมเผลอคิดไปถึงคนทางนู้นมากกว่าครับที่ตอนนี้กำลังยืนเอามือทาบแก้มตัวเองเพราะเขินไปกับคำพูดของไดเอียน จริงๆ ผมก็พูดได้นะแบบนี้อะ แต่มันคงจะดูแปลกๆ หรือเปล่า ถ้าเป็นจีมินอาจจะฟังดูใช่กว่า

"แหวน" คุณพ่อบอกสาวๆ ฝั่งนู้น แต่สี่สาวดูจะสนใจคู่บ่าวสาวมากกว่าพิธีตรงหน้าไปแล้ว

"แหวนๆๆ" ชูก้าฮยองจึงต้องส่งเสียงไปบอกเอง

"แหวนๆๆ" จีซูถึงรู้ตัวแล้วยื่นแหวนให้กับลีนาน "ขอโทษนะคะ" จีซูว่าแต่ลีนานก็ไม่ได้ถือสาอะไร เธอยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนบอกจีซู "ไม่เป็นไรจ้ะ ต้องขอบใจต่างหาก" 

ลีนานรับแหวนเงินเรียบๆ ไปจากจีซู เธอสวมมันให้ไดเอียนแล้วจูบแหวนเหมือนกับที่ไดเอียนทำก่อนหน้า พอเธอเงยหน้าขึ้นมา คุณพ่อก็ประกาศบอกทุกคนว่า "วันนี้ลูกทั้งสอง ไดเอียนและลีนานได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์แล้ว เชิญประกาศความรักของลูกให้ทุกคนได้รับรู้" 

แล้วไดเอียนจึงใช้มือขวาประคองหน้าของลีนานไว้ก่อนจูบเธอเพื่อเป็นขั้นตอนสุดท้ายของพิธี แล้วเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่ว และผมก็ยังไม่ลืมเหมือนกันว่าผมกับโรเซ่ยังติดเรื่องคำขอของกันไว้อยู่คนล่ะข้อ

"ยินดีด้วยนะ" 

เสียงแขกผู้มาร่วมงานดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนลุงลักซ์จะลุกขึ้นยืนแล้วยกมือขอความสงบจากทุกคน 

"ฟังทางนี้ก่อนนะทุกคน" ลุงแกว่าก่อนเดินไปหาคู่บ่าวสาว แล้วทุกคนจึงค่อยๆ เงียบเสียงลง แล้วลุงแกถึงพูดต่อ "ในฐานะที่ข้าเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย" มีแชมเปญมาเสิร์ฟด้วยนะครับ กำลังคอแห้งอยู่พอดีเลย "ถึงข้า และเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะพึ่งรู้ว่าสหายข้า..." ลุงแกหันไปหาลีนานที่กอดเอวไดเอียนไว้ ส่วนไดเอียนก็โอบไหล่เธอไว้ 'หวานกันจังเลยนะ' ผมไม่ได้หมั่นไส้หรืออิจฉาอะไรเลยนะ จริงๆ

ลุงลักซ์มองทั้งสองก่อนพูดต่อว่า "แต่ตอนนี้คงเลือกสหายไม่ได้แล้วสิน่ะ คงต้องเรียกว่าอะไรนะแคสเปียร์"

"ลูกสะใภ้ค่ะ" ยายแคสเปียร์ว่า แล้วดูความกวนของลุงแก "รุ่นนี้ยังเรียกว่าลูกได้อยู่เหรอ"

"ฮ่าๆๆ" เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนจนทำให้ลีนานต้องตีแขนแกเบาๆ ด้วยความอาย 

"ไม่เป็นไรหรอก ข้าชอบคนแก่"

"ฮิ้ว!!!" คำตอบของไดเอียนทำเอาทุกคนพอใจกันใหญ่

"กริ้งๆๆ!" 

เสียงเคาะแก้วแชมเปญของลุงลักซ์ดังขึ้นทำให้ทุกคนเงียบลงอีกครั้งก่อนแก่จะพูดขึ้นว่า "ได้ยินแบบนี้ข้าก็โล่งอก" แกยิ้มอย่างพอใจให้ทั้งคู่ก่อนหันไปบอกทุกคนว่า "เอาล่ะๆ ข้าว่าเรามาร่วมอวยพรให้คู่บ่าวสาวดีกว่านะ" แล้วถึงหันกลับมาหาลีนานกับไดเอียนและชูแก้วแชมเปญขึ้นต่อหน้าคนทั้งคู่แล้วว่า "ข้าขอให้พวกเจ้าทั้งคู่มีชีวิตคู่ที่ดี จำเอาไว้ว่า ซื่อสัตย์และไว้ใจ คือสองสิ่งที่สามีภรรยาควรมีต่อกัน" ซื่อสัตย์กับไว้ใจสำหรับผมก็ถือเป็นพื้นฐานของความรักเหมือนกันครับ 

"ใช้เหตุผลและหัวใจอย่าใช้แต่อารมณ์ ขึ้นชื่อว่าชีวิตคู่นั่นแปลว่าจากนี้ไปจะไม่ใช่แค่เจ้า หากเป็นเรา สองชีวิตที่ต้องอยู่เคียงคู่กันไปจนกว่าความตายจะพรากจาก" ผมรู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้อะ "อย่าเห็นแก่ตัวกับความรัก เพราะความรักคือการแบ่งปัน ชีวิตคู่คือการที่คนสองคนกล้าที่จะแบ่งปันความคิด แบ่งปันความฝัน กล้าที่จะแบ่งปันอีกครึ่งชีวิตร่วมกับอีกคน ซึ่งข้าว่าอย่างพวกเจ้าคงทำมันได้สบายเลย" ลุงลุกซ์ยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างภูมิใจ 

"ข้าขอให้รักเจ้ายืนยาวเช่นชีวิตนิรันดร์ของเจ้าทั้งสอง และพวกข้าจะคอยเฝ้าดูต้นรักของพวกเจ้าที่ค่อยๆ ผลิดอกออกใบออกผลมาเป็นพยานรักตัวน้อยๆ...ข้ารออุ้มหลานอยู่นะ" ลูกตัวเองยังไม่แต่งก็หวังอุ้มหลานจากลูกเพื่อนเลยนะครับลุงแกเนี่ย 

"เอาล่ะ!" ลุงลักซ์ร้องขึ้นก่อนพูดเสียงดังว่า "ขอให้คู่บ่าวสาวมีแต่ความสุข ไชโย!"

"ไชโย!" ทุกคนร้องรับรอบที่หนึ่ง

"ไชโย!"

"ไชโย!" รอบที่สอง

"ไชโย! ไชโย!"

"ไชโย!!" และรอบที่สาม 

กว่าจะได้จิบเล่นรอจนคอแห้งเลยนะครับ แต่หลังจากที่ผมจิบแชมเปญได้อึกสองอึก จู่ๆ ก็มีฝูงนกสีขาวบินมาจากด้านหลังซุ้มดอกไม้ที่จัดประดับรูปแกะสลักหิน มันบินออกมาเป็นฝูงใหญ่เลยครับ โดยบินกระจายตัวกันไปทั่วบริเวณก่อนบินวนเป็รวงกลมคล้ายก้นหอยเหนือบริเวณงานแล้ว...บึ้ม!...กลายเป็นพลุกลีบกุหลาบหลากสี ทั้งขาว แดง ชมพูและเหลืองตกลงสู่พื้นด้านล่าง 

นี่มันเวทมนตร์ชัดๆ ครับ ทำเอาคนในงานรู้สึกตื่นเต้นไปกันใหญ่ รวมทั้งโรเซ่ด้วย เธอยิ้มร่าตื่นเต้นไปกับมันถึงขนาดต้องใช้มือรองรับแล้วโยนเล่นกับลิซ่า 'ยังก็เด็กๆ' แต่กลิ่นกุหลาบมันทำให้ผมนึกถึงกลิ่นน้ำหอมของโรเซ่ขึ้นมาเลย

"ยังจะกินอีก" ผมหันไปตามเสียงก็เห็นชูก้าฮยองกำลังยืนดุจีซูที่กำลังจะกิน...เอ่อ...กลีบกุหลาบเหรอครับ อารมณ์ไหนครับเนี่ย

"ก็มันหอมอะ" จีซูว่าแต่ก็รีบปล่อยกลีบกุหลาบไปเพราะชูก้าฮยองค่อยคุมความประพฤติตลอด แสดงว่าตอนนี้ผมไปไหนมาไหนก็ได้แล้วใช่เปล่าครับ งั้นผมไปหากุหลาบของผมดีกว่า แต่ถ้าจะไปคนเดียวมันก็จะกะไรอยู่

"ไอ้กุก" ผมว่าผมลากไอ้มักเน่ไปด้วยดีกว่า

"ว่าไงฮยอง"

"ไปทั้งนู้นกัน" ผมชี้บอก

"ก็ไปดิฮยอง" แต่ไอ้กุกมันเร็วกว่าผมซะอีกเดินนำผมไปเลย 'ไวไฟจริงๆ' 

ตอนที่ผมกำลังเดินไปหาโรเซ่ จู่ๆ ก็มีเสียงเปียโนบรรเลงขึ้นโดยฝีมือของลุงโรมานและมีผู้ขับร้องคือป้าซูลินที่ยืนสวยๆ อยู่หน้าเปียโน พวกท่านกำลังแสดงเพลง A Thousand Years อยู่ด้วยแหละ นี่น่าจะเป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับคู่บ่าวสาว เสียงเปียโนเพราะๆ บวกกับเสียงร้องใสๆ หวานๆ มันเข้ากันดีแท้จนสะกดสายตาของทุกคนได้อยู่หมัด รวมทั้งโรเซ่ด้วย ที่ตอนนี้เธอหยุดเล่นกลีบกุหลาบแล้ว แต่หันไปให้ความสนใจกับเพลงหวานจากพ่อกับแม่ของจีซูแทน 

โรเซ่ยิ้มน้อยๆ อย่างมีความสุข เธอฮัมเพลงค่อยๆ สงสัยจะตกไปอยู่ในโลกแห่งเสียงเพลงแล้วล่ะ จนไม่รู้ตัวเลยว่าผมกำลังค่อยๆ ขยับเข้าไปหาแล้วค่อยๆ ยกมือไปโอบไหล่เธอไว้อย่างเนียนๆ นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอครับ หลุดไปอยู่โลกไหนแล้วเนี่ย แต่ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่โวยวาย ผมจึงปล่อยให้โรเซ่ฟังเพลงเพลินๆ ไปจนกระทั่งตัวโน๊ตตัวสุดท้ายถูกบรรเลง ทุกคนในงานต่างปรบมือและส่งเสียงเกรียวกราวแสดงความพอใจ ขนาดโรเซ่ยังปรบมือเสียงดังเลยอะ ท่าทางจะชอบจริงๆ  

"เพลงเพราะดีเนาะ" ผมถาม

"อืม" โรเซ่ตอบอย่างไม่คิด แต่เธอก็ชะงักไปเหมือนเพิ่งรู้สึกแปลกๆ "นาย" โรเซ่ว่าอย่างแปลกใจ

"ก็ฉันไงนึกว่าใคร" ผมยืนอยู่ด้วยตั้งนานแต่เพิ่งจะมารู้ตัวเอาปานนี้ รู้ตัวช้าจริงๆ เลยครับ ถ้าไม่ใช่ผมแต่เป็นคนอื่น เธอก็จะยังยืนเฉยไม่รู้ตัวเหมือนเมื่อกี้ใช่เปล่านะถ้าไม่ถูกทักซะก่อน น่าห่วงจริงๆ เลย 

"แล้วจะมาโอบฉันทำไม เอามือออกไปเลยนะ" โรเซ่ว่าแล้วพยายามจะแกะมือผม แต่ผมยิ่งเกาะเธอแน่นขึ้นแล้วว่า "บอกเหตุผลมาก่อนว่าทำไมเธอหนีหน้าฉัน"

"ใครหนีหน้านาย" พูดเสียงแข็งซะด้วย ผมจึงส่งสายตาไปแทนคำพูดว่า 'เธอไง' แต่เธอก็ตีหน้าตายแล้วบอกผมว่า "ฉันจะหนีหน้านายทำไม ไม่เห็นมีเหตุผลเลย"

"จริงดิ" ผมถามเพื่อความชัวร์

"ใช่สิยะ จริงแท้แน่นอน" คิดว่าผมจะเชื่องั้นเหรอ

"นึกว่ากลัวฉันซะอีก" พอได้ยินผมพูดแบบนี้เธอก็รีบถามเสียงแข็งเลยว่า "ทำไมฉันต้องกลัวนาย" 

"ทำไมน่ะเหรอ" ผมว่าแล้วกระชับไหล่เธอเข้ามาอีก โรเซ่หันไปดูมือของผมที่โอบเธอไว้ "ดูตื่นๆ นะว่ามั๊ย" ผมแซวเธอ แต่โรเซ่ก็รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่า "ฉันก็ตื่นอยู่แล้วเห็นว่าหลับอยู่หรือไง"

"ตอบไม่ตรงคำถาม" ผมว่า 

โรเซ่กำลังจะอ้าปากเถียงแต่เหมือนขั้นตอนสำคัญจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะเราหันไปเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินมายื่นอออยู่ด้านหน้า ส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกสาวๆ ป้าๆ แน่นอนว่าตอนนี้พวกเธอกำลังรอรับช่อดอกไม้จากลีนานอยู่

"ไม่ไปเอาเหรอ" ผมถามโรเซ่ แต่เธอกลับตอบว่า "แล้วทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ" ก็ได้ครับถ้าเธอไม่ไป "งั้นฉันไปเอง" ผมว่าแล้วเดินออกไป

"นี่นายวี" โรเซ่พยายามจะคว้าแขนผมไว้ แต่ผมหมุนตัวกลับไปหาเธอแล้วซ่อนแขนไว้ด้านหลังก่อนบอกเธอว่า "เธอรอรับมันได้เลยเพราะฉันจะเอามันมาให้เธอเอง" ผมบอกเธอก่อนถอยหลังเดินออกไปรวมกับคนอื่นๆ ที่มายืนรอ 

โรเซ่พยายามกวักมือเรียกผมกลับ ถามว่าผมอยากกลับมั๊ย ผมบอกตรงนี้เลยว่า อยาก! ก็ทีแรกมันก็กล้าอยู่ครับแต่พอเข้ามาแล้วดูเหมือนผมจะเป็นหนุ่มน้อยเพียงคนเดียว ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ชายนะ มันก็มีครับแต่น้อยกว่าพวกผู้หญิงและเป็นรุ่นลุงๆ ทั้งนั้น แต่พอนึกถึงคำพูดของผมที่บอกเธอเมื่อกี้แล้ว มันจะเท่ห์มากๆ เลยนะถ้าผมสามารถทำได้ 

แต่ตอนนี้ผมคงไม่ต้องอายแล้วเพราะพอพวกเมมเบอร์เห็นผมเดินออกมา จินฮยอง เจโฮปฮยอง และไอ้กุกก็รีบวิ่งออกมาขวางหน้าผมเลยอะ แถมไม่ได้มีแค่สามคนนี้หรอกครับ สาหัสกับสากรรจ์ก็ด้วย แล้วสองคนนี้ยิ่งตัวสูงกว่าพวกผมไปอีก 

"มาทำไมกันเนี่ย" ผมว่าให้พวกเขา

"มึงมาได้ทำไมพวกจะมาไม่ได้" เจโฮปฮยองว่า 

"พวกฮยองไม่มีแฟนแล้วฮยองจะเอาไปให้ใคร" ผมบอกฮยองทั้งสองของผม แล้วดูจินฮยองบอกผมนะ "ให้ใครก็เรื่องของกู แค่แย่งพวกมึงได้ก็พอ" เรื่องขัดขวางความสุขของคนอื่นนิ่ถนัดกันจริงนะครับ

"พร้อมกันยัง"

"พร้อมแล้ว!" เสียงสาวๆ ตอบรับลีนานกันเสียงดังเลยครับ "โยนมาทางนี้นะ" มีการส่งเสียงร้องขอช่อดอกไม้ซะด้วย "มาทางนี้" เอาเข้าไปครับ "โยนมาทางเรา" แม้แต่สากันก็เอาด้วย เสียงร้องดังระงมกันไปหมด

ลีนานยิ้มตลกให้กับความวุ่นวายตรงหน้าเธอ "จะโยนแล้วนะ" เธอว่าแล้วหันหลังให้เรา "พร้อมยัง" เธอถามอีกครั้ง

"พร้อมแล้ว!" ผมก็พร้อมเหมือนกับคนอื่นๆ แล้วเหมือนกันล่ะ นี่เตรียมท่าจะกระโดดไว้แล้วนะ

"ถ้าพร้อมแล้ว..." ผมเห็นเธอย่อตัวลงหน่อยๆ เพื่อเตรียมโยนช่อดอกไม้ และ..."ไป!"

ดอกกุหลาบช่อนั้นถูกโยนออกมาแล้ว มันกำลังลอยโค้งไปบนอากาศเหนือหัวเรา ขณะที่เบื้องล่างของมันเต็มไปด้วยมือไม้ของคนหลายสิบคนที่ชูมือเตรียมรอรับการมาของมัน พวกสาวๆ ป้าๆ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เลยครับ และก็กำลังผลักแย่งตำแหน่งยืนกันอยู่ มันเป็นศึกย่อมๆ ได้เลยนะ ผมกะว่าถ้าช่อกุหลาบมันลอยมาได้ระยะเมื่อไหร่ผมก็จะรีบกระโดดคว้ามันทันทีเลย แต่ดูเหมือนว่า...

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ" เสียงสาวๆ ดังขึ้นเมื่อเห็นว่าดอกกุหลาบที่พวกเธอหมายตาไว้มันหยุดอยู่กลางอากาศ ถ้ามันหยุดแบบนี้...'โรเซ่?' ผมหันไปหาโรเซ่ แต่เหมือนว่าเธอก็งงไม่ต่างกับเรา ถ้าไม่ใช่ฝีมือโรเซ่ แล้วมันฝีมือใครล่ะ และในที่สุดพวกเราก็รู้ว่าเจ้าของฝีมือนั้นคือใคร ทันทีที่ช่อกุหลาบเคลื่อนไหวอย่างเร็วไปอยู่ในมือของ...

"ยายแคสเปียร์!" 

"เสียใจด้วยนะสาวๆ และหนุ่มๆ" ยายแกว่าและยิ้มอย่างพอใจ ยายแกแค่นั่งใช้มนตร์อยู่เฉยๆ เองนะ โคตรสุดยอดของความฉลาดเลยครับ ไม่ต้องใช้แรงแต่ใช่แค่สมอง 

"ข้าให้เจ้า" เอ๋...ยายแคสเปียร์ยื่นช่อกุหลาบไปให้ปู่ไบรอคด้วยอะ พวกแกแอบไปกิ๊กกั๊กกันตั้งแต่ตอนไหนครับ เห็นแต่จิกกัดกันไปมา 

"ข้าควรจะรับงั้นเหรอ" ปู่ไบรอคถามยายแก

"ก็รับไว้ก่อนถือว่าข้าจองวิญญาณเจ้าไว้" ยายแกนี่เฟี้ยวจริงๆ เลยครับ

"แต่ข้าคงยังไม่ตายง่ายๆ หรอกนะ" ดูเหมือนคำตอบของปู่ไบรอคจะไม่ใช่ปัญหาของยายแกหรอกนะ เพราะแกบอกปู่ไบรอคว่า "งั้นข้าก็จะรอ" แต่สุดท้ายปู่แกก็ใจอ่อนยอมรับช่อกุหลาบและว่า "รอก็รอ" เรียกเสียงวี้ดวิ้วได้ไม่แพ้คู่บ่าวสาวเลยล่ะครับ

"แต่งกันวันลงโลงเลยไหมปู่" มิโนแซวแต่ก็โดนปู่ไบรอคเอาไม้เท้าโขกหัวหนึ่งครั้ง จนพี่แกต้องเอามือลูบหัวแรงๆ แล้วบอกว่า "ล้อเล่นแค่นี้ทำเป็นเขิน โอ้ย!" โดนโขกไปอีกดอกทำเอาไม่กล้าแซวต่อเลยทีเดียว

"เอาล่ะๆ เชิญทุกคนพักผ่อนกันให้พอ เพราะคืนนี้เรายังมีงานฉลองกันต่อ ส่วนถ้าใครหิวตอนนี้ ก็เชิญที่ห้องอาหารได้เลย ข้าให้คนเตรียมไว้ให้แล้ว" ลุงโรมานบอกแขกทุกคนก่อนพวกเขาจะแยกย้ายไปพักผ่อนกันตามอัธยาศัย ผมก็เลยเดินกลับไปหาโรเซ่แต่เธอก็เดินขึ้นมาหาผมแล้วบอกผมว่า "ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าคุยให้มันมาก" แล้วก็เดินผ่านผมไปเฉยเลย 

'เอ้า!' ผมซวยใช่เปล่านิ่ 'ตายๆ' นี่ผมวางยาตัวเองอีกแล้วสินะ 'ไม่น่าเลยกู' ผมไม่น่าทำเป็นเท่ห์เลย

"ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าคุยให้มันมาก"

"มึงเงียบๆ ไปเลยไอ้กุก" นอกจากมันจะพูดมากดูถูกผมแล้วมันยังมีหน้ามายืนหัวเราะเย้าะผมอีก 'ไอ้มักเน่!'

"โอ้ยฮยอง!" จองกุกร้องออกมาเมื่อถูกผมเตะตูดไปด้วยความหมั่นไส้ "แต่งตัวซะดีแต่ทำไมทำตัวนักเลงหัวไม้แบบนี่ล่ะฮยอง ไม่สมชุดเลย" มันเป็นมักเน่ผมจริงๆ เหรอครับ

"ไอ้..."

"ไปกันเถอะมึง" ถ้าจีมินไม่เข้ามาเกี่ยวคอผมออกมาก่อน ผมคงได้ตบไอ้กุกหน้าคว่ำไปแล้ว และดูเหมือนไอ้มักเน่มันจะเอาเรื่องผมไปเม้าท์กับพวกฮยองๆ คนอื่นไปอีก

"มึงดูมันๆ" ผมบอกจีมินแต่ไอ้นี่ก็พ่อพระมาเกิดเหลือเกิน 

"มึงจะไปถือสาอะไรมัน มันยังเด็กนะ" จีมินว่า เด็กกว่าปีเดียวนะเหรอครับ "กูว่ามึงเอาเวลาไปเคลียร์ปัญหาตัวเองก่อนดีกว่า"

"ปัญหากู?" 

"โรเซ่ไง" โลกนี้มีคนขี้เสือกอยู่เยอะเต็มไปหมดจริงๆ ครับ

"เรื่องนี้มันจิ๊บๆ ง่ายกว่าปลอกกล้วยเข้าปากอีก" ผมบอก แต่จีมินก็ไม่เชื่อและถามผมว่า "จริงดิ?" 

"ก็ไม่จริง" ผมตอบแต่ผมก็คิดว่า "เดี๋ยวเธอก็หายเองแหละ" พอผมบอกอย่างนี้ ไอ้จีมินมันก็จ้องหน้าผมนิ่งยังกะเป็นเรื่องของตัวเองแล้วบอกผมว่า "ปล่อยไว้อย่างนี้ถ้าไม่หายเองก็ไฟลามทุ่งนะเว้ย" พูดซะผมเห็นภาพไปเลย

"แล้วมึงจะให้กูทำยังไง กูก็พยายามแล้ว แต่เหมือนความพยายามของกูจะยิ่งสร้างปัญหาให้กู เพราะงั้นกูว่ากูอยู่เฉยๆ ดีกว่า" ผมบอกจีมิน แต่มันก็ส่ายหน้าให้ผมว่า "ไม่ได้" ก่อนมันจะคิดอะไรออกแล้วบอกผมว่า "เอางี้..." มันกระซิบบอกวิธีง้อโรเซ่ให้กับผมก่อนย้ำผมเป็นครั้งสุดท้ายว่า "มึงแค่พูดดีๆ เก็บปากหมาๆ เอาไว้และอย่ากวนตีนให้มันมาก" คำแนะนำของมันก็ค่อนข้างทำยากอยู่นะ แต่แผนก่อนหน้านี้ก็ใช้ได้เลยแหละ

"เออ!" 

ผมรับปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจ แต่จะลองดูแล้วกัน คืนนี้ผมจะลองทำตัวเป็นสุภาพบุรุษสักคืน หวังว่าผมจะไม่ใจร้อนทำอะไรผิดพลาดอีกนะครับ






Rosé talk...



ความรู้สึกเหมือนติดในเทพนิยายเลยค่ะ ไม่ติดในบิวตี้แอนด์เดอะบีสท์ก็ซินเดอเรลล่าล่ะมั้ง เพราะห้องโถงใหญ่ถูกตกแต่งและประดับไปด้วยทองและคริสตรัล ดูยิ่งกว่าคำว่าดูดีเลิศค่าไปเลย แต่ที่สะดุดฉันมากที่สุดคือเพดานห้องนี่แหละ ใช้คำว่าสะดุดคงไม่พอคงต้องใช้คำว่าสะกดดีกว่า ก็นี่มันท้องฟ้าจำลองชัดๆ อะ เพดานมันไม่ได้ใสจนฉันส่องทะลุผ่านเห็นท้องฟ้า ดวงจันทร์และมวลหมู่ดาวหรอกใช่มั๊ยคะ เพราะมันสวยมากเลยอะ ยังกะงานเต้นรำในคืนจันทร์เต็มดวง

ตอนนี้ไดเอียนกับลีนานเปิดฟลอร์ไปเรียบร้อยแล้วล่ะคะ พวกรุ่นพี่บังทันก็มากันจะครบแล้ว ยกเว้นนายวีกับจีมินที่แรปมอนบอกว่าเห็นสองคนนั้นหายไปด้วยกันตั้งแต่บ่ายแล้ว

"แกดูคู่นั้น" ลิซ่าสะกิดฉันให้หันไปดูคู่ของปู่ไบรอคกับยายแคสเปียร์ "หวานเว่อร์" ฉันเห็นด้วยกับยัยลิซเลยค่ะ ก็แบบว่าตอนนี้ฉันเริ่มชักไม่แน่ใจว่าตกลงนี่มันงานแต่งของใครกันแน่ เพราะคู่นี้เล่นหวานไม่แพ้คู่บ่าวสาวเลย เล่นโอบกอดซบไหล่กันขนาดนั้น พวกฉันจึงได้แต่ยืนหัวเราะขำขันให้กับความน่ารักของคนแก่คู่นี้

"แก" ฉันเรียกลิซ่า เธอจึงหันหน้ามาหา "ฉันหิวอะ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรรองท้องก่อนนะ" ฉันบอก

"ให้ฉันไปด้วยเปล่า" 

"ไม่ต้องหรอก" ฉันบอกลิซ่าและกำลังจะเดินออกไปแต่ก็โดนพี่จีซูดึงตัวไว้ก่อน "แต่ฉันจะไปด้วย ฉันหิว" พี่แกว่าแล้วก็ควงแขนฉันไปด้วยกัน แต่เหมือนว่าพี่จีซูจะมีผู้ปกครองค่อยคุมอยู่ตลอดเวลาเลย ก็พี่ชูก้าน่ะสิ ดันเดินตามเรามาด้วยจนพี่จีซูต้องหันกลับไปถามว่า "นี่พี่ก็หิวเหรอ"

"ไม่ได้หิว แต่กลัวเธอหิวจนหน้ามืดไปกินหัวใครเข้า" คำตอบของพี่ชูก้าทำเอาฉันกลั้นขำไว้ไม่อยู่ก็พี่เขากังวลได้ถูกต้องที่สุดเลยล่ะคะ

"โห...ก็ถ้าฉันจะกินหัวใคร ฉันจะกินหัวพี่เป็นคนแรกเลย"

"พูดมากเดี๋ยวก็อิ่มลมพอดี" แล้วพี่ชูก้าก็กอดคอพี่จีซูเดินไปด้วยกันเฉยเลย 'เอ้า...แล้วฉันล่ะ!' ฉันก็เลยได้แต่เดินตามหลังสองคนนั้นไปอย่างเซงๆ รู้งี้แอบหนีมาคนเดียวเงียบๆ ดีกว่าค่ะจะได้มาต้องมายืนอิจฉาความหวานนี้

"อันนี้อร่อยดีพี่" จีซูว่าแล้วให้อาหารพี่ชูก้า ขอใช้คำว่าให้อาหารแทนคำว่าป้อนแล้วกันนะคะ 'หมั่นไส้'

"อันนี้ดีกว่า ชิมดู" ผลัดกันป้อนไปอีก พี่จีซูเคี้ยวขนมตุ้ยๆๆ ก่อนจะบอกพี่ชูก้าว่า "แต่ฉันว่ามันหวานน้อยไปหน่อยนะ"

"หวานกว่านี้ก็กินน้ำตาลแล้วมั้ง" ฉันพลั้งปากออกไป

"แกว่าไรนะ" พี่จีซูหันมาถามฉัน 

"เปล่า...แค่บอกว่ากินหวานมากมันไม่ดี เดี๋ยวเบาหวานก็ถามหาหรอกพี่" ฉันรีบเฉไฉ

"ฟังเอาไว้" พี่ชูก้าบอกพี่จีซู "ขนาดโรเซ่ยังรู้เลยว่าอะไรดีอะไรไม่ดีต่อสุขภาพ เธอต้องรู้จักเลือกกินซะบ้างสิ" หืม!!! มองบนให้กับความเป็นห่วงเป็นใยนี้ได้เปล่าคะ

"รู้แล้วน่า" พี่จีซูว่าก่อนเปลี่ยนจากกินขนมหวานไปจิ้มผลไม้มากินแทน "แบบนี้ใช่เปล่า" 

"อืม" พี่ชูก้าพยักหน้าตอบ

"แต่มันไม่อร่อยอะพี่" ยังไงจีซูก็คือจีซูจริงๆ ค่ะ พี่แกวางส้อมจิ้มผลไม้ลงแล้วก็หันมาหยิบขนมเข้าปากตามเดิมก่อนบอกพี่ชูก้าว่า "นานๆ กินทีไม่เป็นไรหรอกพี่ อีกอย่างนะ เดี๋ยวฉันค่อยเบิร์นออกทีหลัง" ทำเอาพี่ชูก้าได้แต่ยืนถอนหายใจ "เลอะแล้ว" แถมยังค่อยเช็ดปากให้กันไปอีก
 
'หืม!!' 

ฉันว่าฉันไปหาอะไรดื่มทางนู้นดีกว่าค่ะ ปล่อยให้ทางนี้เขาหวานกันไปแล้วกัน ฉันจึงค่อยๆ ตีตัวออกห่างพี่สองคนนั้นทีละนิดๆ อย่างเงียบๆ และดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่รู้เลยว่าฉันหนีมาแล้ว

"ขอพั้นซ์แก้วหนึ่งค่ะ" ฉันบอกบริกรประจำบาร์ เขาจึงตักน้ำพันซ์แก้วหนึ่งมาให้ฉัน ฉันจิบน้ำพั้นซ์ได้อึกสองอึกก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาหาฉัน

"สวัสดี" เขาทักฉันก่อนฉันจึงทักเขากลับไปว่า "สวัสดีค่ะ"

"ข้าชื่อทาร์ซาน" ชื่อคนป่าทาร์ซานซะด้วย รูปร่างหน้าตาก็ให้อยู่นะคะ เขาไม่ได้หล่อมากนะ แต่ที่ฉันติดใจคือตาเขาอะ "แล้วเจ้า..."

"อ๋อๆๆ" ฉันมัวแต่จ้องตาเขาจนลืมแนะนำตัวไปเลยอะ "โรเซ่ค่ะ" ฉันบอก 

เขายิ้มให้ฉัน ฉันก็เลยยิ้มตอบไป แต่ที่ฉันสงสัยคือ "ขอโทษนะคะ" ฉันว่าแล้วพยายามจ้องตาเขาใกล้ๆ ก่อนกลับมายื่นท่าเดิม "คือไม่รู้ว่าจะถามได้มั๊ยเรื่อง เอ่อ..." ฉันชี้มาที่ตาของฉัน

"นี้พลังพิเศษของข้าน่ะ"

"จริงเหรอค่ะ" ฉันทึ่งมากน่ะเนี่ย ก็พลังพิเศษของเขาคือ "นี่คุณเปลี่ยนตาคนให้เป็นตากวางได้งั้นเหรอ" ฉันถามเพราะแววตาของเขาตอนนี้มันเหมือนตากวางเลยอะทั้งที่ก่อนหน้านี้มันเหมือนตาคนปกติอยู่แท้ๆ

"มองดีๆ ตอนนี้เจ้าเห็นอะไร" เขาบอกฉัน ฉันจึงเพ่งมองใหม่และเห็นว่าตอนนี้ตาของเขา...

"เป็นไปได้ไงค่ะ" ก็แววตาเขามันเปลี่ยนไปอีกแล้วอะ ตอนนี้มันกลายเป็นตาเหยี่ยวไปแล้ว "สวยมายเลยค่ะ ตกลงพลังของคุณคืออะไรกันแน่คะ" ฉันถามอย่างอยากรู้

"ข้าสามารถเปลี่ยนตาของข้าให้เป็นดวงตาของสัตว์ได้ทุกชนิด" เขาบอกอย่างภาคภูมิแล้วเปลี่ยนตากลับมาเป็นปกติ

"ว้าว...ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ ถ้างั้นสายตาของคุณจะต้องดีมากๆ แน่ๆ เลย" ลองคิดว่าฉันมองเห็นขนของสัตว์ตัวเล็กอย่างพวกแมลง หรือมองเห็นคนอื่นจากในระยะไกลได้สิ มันต้องเท่ห์มากแน่ๆ เลยอะ แถมสัตว์บนโลกนี้ก็มีอยู่เป็นร้อยเป็นพันชนิด ถ้าเป็นฉัน ฉันจะลองเปลี่ยนมันทุกวัน ทุกสามเวลาหลังอาหารเลยล่ะ

"แล้วเจ้าล่ะ" เขาถามถึงพลังวิเศษของฉันเหรอคะ 

จริงๆ ฉันก็ไม่อยากโชว์เท่าไหร่หรอกนะ แต่ถ้าไม่โชว์ให้เขาดูหน่อยก็ดูจะเสียมารยาทเกินไปเพราะเขายังโชว์ให้ฉันดูเลย "ก็..." ฉันเทน้ำพั้นซ์ออกจากแก้วแล้วหยุดเวลามันไว้

"เจ้าหยุดเวลาได้"

"ดูให้ดีนะคะ" ฉันว่าก่อนปล่อยเวลาตามเดิมแล้วเร่งเวลาตัวเองให้สามารถใช้แก้เดิมรับน้ำพันซ์ที่ฉันเพิ่งเทไว้ได้ทั้งหมด "ฉันเคลื่อนกาลได้ค่ะ" รู้สึกภูมิใจยังไงก็ไม่รู้

"ยินดีที่ได้รู้จักนะโรเซ่" เขายื่นมือมาให้และตามมารยาทสากลฉันก็ต้องยื่นมือไปจับมือของเขาและตอบกลับว่า "เช่นกันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณทาร์ซาน" แล้วก็เช็คแฮนด์ตามปกติ 

นี่ฉันเกือบลืมไปแล้วนะคะเนี่ยว่านี่งานเต้นรำไม่ใช่งานคนอวดของถ้าคุณทาร์ซานไม่ถามฉันขึ้นมาว่า "ไม่รู้ว่าเจ้าจะรังเกียจหรือไม่ หากข้าจะขอเต้นรำกับเจ้าสักเพลง"

"ฉัน?" 

เขาพยักหน้าว่าเป็นฉันด้วยแหละ 'ตายแล้ว' ฉันควรตอบยังไงดีค่ะ ใจหนึ่งฉันก็อยากปฏิเสธอยู่เหมือนกันนะเพราะถ้าตาวีรู้ เขาคงไม่พอใจ แต่อีกใจก็ไม่กล้าปฏิเสธอะเพราะกลัวคุณทาร์ซานจะเสียใจ แถมตอนนี้เขาเปลี่ยนสายตาเป็นตาแมวขี้อ้อนเหมือนเจ้าพุซอินบู๊ทส์เลยอะ ตาใสแป๋วแลดูน่าสงสาร 

"เอ่อคือ..." ฉันลำบากใจนะเนี่ย

"คงไม่ได้หรอกนะ" ฉันหันไปตามเสียงก็พบว่า นายวีกำลังเดินเข้ามากับจีมิน 'หายไปไหนตั้งนาน' ฉันได้แต่ถามเขาในใจ

เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างฉันก่อนบอกคุณทาร์ซานผู้น่าสงสารว่า "ผมคงต้องขอโทษด้วย เพราะเธอเป็นแฟนของผม" แต่พอเห็นคุณทาร์ซานทำหน้างงๆ เหมือนไม่เข้าใจคำว่าแฟน นายวีก็รีบอธิบายให้ว่า "แฟนที่แปลว่าที่รักน่ะครับ" และเท่านี้ยังไม่พอค่ะ เขายังขยับเข้ามาโอบไหล่และมองหน้าฉันอีกก่อนบอกทาร์ซานและถามฉันว่า "โรเซ่เป็นที่รักของผม...ใช่มั๊ยที่รัก"

'แปลก!' แปลกใจมา นี่เขากินยาผิดซองหรือเปล่าค่ะ หรือแค่แสดงละครเพื่อให้ทาร์ซานไม่มายุ่งกับฉันแค่นั้น

"ตอบมาสิว่าเธอรักฉันหรือเปล่า" ทำไมต้องถามอย่างนี้ด้วยนะ ทีแรกฉันก็นึกว่าเขาอาจจะแกล้งฉัน แต่พอเห็นสายตาจริงใจของเขา มันก็ทำให้ฉันชักไม่แน่ใจ แต่ถึงฉันจะงงๆ อึ้งๆ ไปสักหน่อยแต่ฉันก็ตอบเขาไปว่า "อืม"

วียิ้มให้ฉันก่อนหันไปบอกคุณทาร์ซานว่า "ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมคงปล่อยให้เธอไปกับคุณไม่ได้" คุณทาร์ซานทำหน้าจ๋อยก่อนบอกวีว่า "ไม่เป็นไร ข้าต่างหากที่ต้องขอโทษที่ไม่ดูให้ดีก่อน งั้นข้าขอตัวนะ" เขาน่าสงสารอะคะ เดินหน้าหงอยกลับไปเลย

"เดี๋ยวกูไปหาพวกฮยองนะมึง" จีมินบอกวีก่อนเดินไปหาคนอื่นๆ แต่เมื่อกี้อะไรเข้าตาเขาเปล่าคะ ฉันเห็นเขาแอบขยิบตาให้นายวีอะ นี่ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่เปล่า

"ทำเนียนนะยะ" ฉันเบี่ยงตัวออกมาให้หลุดจากการเกาะกุมของตาวี

"เนียนจริงๆ แหละ" ยอมรับกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ "หมายถึงแขนเธออะ"

"นี่!" เขานี่จริงๆ เลย "ว่าแต่นายไปไหนมา" ฉันถามและเป็นอีกครั้งที่เขาตอบกวนฉันกลับมาว่า "ทำไม...เธอห่วงฉันเหรอ"

"ฉันห่วงจีมินต่างหาก กลัวนายจะพาเขาหลงผิดไปทำอะไรแผลงๆ เข้าอีก" ฉันตอบ 

วีแอบทำหน้าผิดหวังแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออก ดูผิดนิสัยปกติของเขาไปนะ ก็เดิมทีถ้าฉันพูดแบบนี้เขาต้องเถียงกลับมาแล้วสิ "เป็นไรเปล่าเนี่ย ไม่สบายเหรอเปล่า" ฉันถามแต่ก็ต้องตกใจซะเองเมื่อจู่ๆ เขาก็โค้งให้ฉันก่อนยื่นมือมาและว่า "เต้นรำกันมั๊ย" นี่เขาขอฉันเต้นรำเหรอคะ 

"นาย..." ฉันว่าเขาดูแปลกๆ นะจนอดใจถามเขาไม่ได้ว่า "นายดื่มมาเปล่าเนี่ย" ฉันเห็นเขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนถามฉันว่า "แล้วได้กลิ่นหรือเปล่าล่ะ" ถามฉันอยากนี้ก็ต้องพิสูจน์สักหน่อย ฉันก็เลยเข้าไปดมตัวเขาในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไปที่ดูแล้วไม่น่าเกลียด "ว่าไง" เขาถามอีกครั้ง ฉันจึงส่ายหน้าให้ว่า 'ไม่มี'

"แล้วตกลงเธอจะออกไปเต้นกับฉันมั๊ย" เขาถามอีกครั้ง แต่เหมือนว่าเขาจะมีแผนอะไรเลยอะ เขาไม่ค่อยทำตัวแปลกแบบนี้นะ ยิ่งเทียบกันกับเมื่อเช้า เหมือนหนังคนละม้วนเลยอะ เมื่อเช้านี้เขายังขี้คุยขี้โม้อยู่เลย แต่ตอนนี้ดูสุภาพขึ้นเยอะ 

และเมื่อเขาเห็นว่าฉันใช้ความคิดนานเกินไปเขาก็พูดขึ้นมาว่า "งั้นฉันขอใช้สิทธิ์" ใช้สิทธิ์เหรอคะ "จากสิทธิ์ที่เราติดข้างกันอยู่คนละขอ วันนี้ฉันขอใช้สิทธิ์นั้น โดยการขอให้เธอมาเต้นรำกับฉันคืนนี้" เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้มันขอจูบจากฉันหรอกเหรอเนี่ย 

"เพราะฉะนั้นเธอต้องทำตามคำขอของฉันนะ" ไม่ใช่คำว่าด้วย แต่ใช้คำว่านะแทน นั่นแสดงว่าเขากำลังกึ่งขอร้องอยู่ไม่ใช่การใช้คำสั่งบังคับตรงๆ สินะคะ 

เขาสะกิดแขนฉัน ก่อนหงายมือขวามาให้ฉันแล้วบอกฉันว่า "ขอมือหน่อย" 

รู้สึกใจเต้นแปลกๆ แฮะ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ เมื่อเขาขอใช้สิทธิ์ของเขาที่เราตกลงกันไว้แล้ว งั้นฉันจะยอมทำตามก็ได้ค่ะ ฉันจึงวางมือซ้ายลงบนมือของวี เขาพาฉันเดินเข้าไปในฟลอร์ ก่อนเขาจะใช้มือซ้ายแตะเอวฉัน ฉันจึงใช้มือขวาจับไหล่เขาไว้ ก่อนเราจะเริ่มก้าวเดินไปตามจังหวะของเพลง มันรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยนะคะกับสถานการณ์อันโรแมนติกแบบนี้

"เมื่อกี้เธอจะตอบอะไร"

"ตอบ...ตอบอะไร?" ฉันสับสนกับคำถามของเขาอยู่หน่อยๆ วีจึงขยายความว่า "ก็ที่ผู้ชายคนนั้นขอเธอไง เธอกำลังจะตอบว่าอะไร" คำถามยากนะคะเนี่ย

"แล้วทำไมนายถึงอยากรู้ด้วยล่ะ" ฉันไม่ยอมตอบแต่ถามเขาคืน

"ก็ฉันเป็นของของเธอ และเธอเป็นคนสำคัญของฉันไง" แต่ฉันก็ต้องดึงสติของตัวเองอีกครั้งเพราะคำตอบที่ทำเอาใจฉันหวั่นไหวของเขา "ตกลงเธอจะตอบเขาว่ายังไง"

"ใจจริงฉันก็ลังเลอยู่" ฉันตอบตามความจริง แต่ทำไมเขาตั้งใจมองฉันแบบนี้ล่ะ

"เธอลังเลอะไร" ฉันอยากขอให้เขาหยุดมองฉันด้วยสายตานุ่มลึกแบบสุภาพอย่างนี้สักที มันทำให้ใจฉันมันอยู่ไม่สุขอะ ฉันรู้สึกร้อนขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ ทั้งทั้งที่นี่ออกจะอากาศหนาว ฉันคงไม่ร้อนจนหน้าแดงหรอกใช่มั๊ยคะ

"ฉันลังเลเพราะนายและเพราะแววตาอ้อนวอนของเขา" ฉันว่า ถ้าเป็นปกติเขาต้องโวยวายใส่ฉันแล้วนะ แต่นี่คือเขานิ่งสงบมากอะ ดูโตสมอายุ ดูมีวุฒิภาวะกว่าปกติซะอีก

"แววตาอ้อนวอนใครก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ แต่ว่าฉันมีแค่คนเดียวบนโลกนี้นะ คราวหลังอย่าลังเลรู้เปล่า" นี่เขาก็กำลังทำสายตาอ้อนวอนอยู่สินะคะ ทั้งคำพูดกับสายตาของเขา มันมีอิทธิพลต่อใจฉันมากเลยอะ จนฉันปฏิเสธไม่ได้จึงได้แต่ตอบเขาไปว่า "รู้แล้ว" แล้วเขาก็ยิ้มอย่างอบอุ่น 

'ตายๆๆ' 

งานนี้ฉันตายแน่ ฉันรู้นะว่าเขากำลังหว่านเสน่ห์ใส่ฉันอยู่ และกำลังสร้างหลุมพลางฉัน ฉันรู้ว่ามันอันตรายมาก อันตรายต่อใจของฉันนี่แหละ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะวิ่งหนีหลุมพลางนี้ไปได้ยังไง มันเหมือนว่าฉันเดินเข้าหากับดักของเขาเองเลยแหละ

"เมื่อเช้านี้เธอบอกฉันว่าอะไรนะ..." เขานึกคิดสักครู่ก่อนพูดต่อเมื่อนึกขึ้นได้ "ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าคุยให้มันมากใช่เปล่า" ตอนนั้นฉันพูดแบบนั้นเหรอคะ ทำไมฉันพูดได้แย่จังนะ "แต่รู้มั๊ยว่าเธอพูดผิด" เขาว่า

"ฉันพูดผิดเหรอ" ฉันถามแล้วเขาถึงพยักหน้าให้น้อยๆ พร้อมรอยยิ้มละมุน ชักจะดีต่อใจเกินไปแล้ว และฉันก็ถึงกับเกร็งตัวทำอะไรไม่ถูกเมื่อวีเปลี่ยนจากแตะมาเป็นโอบเอวฉันไว้แทน ทำให้ร่างของเราอยู่ชิดกันมากขึ้นก่อนเขาจะกระซิบบอกฉันข้างหูว่า "เพราะกุหลาบช่อใหญ่อยู่ในมือฉันแล้ว" 

แล้วเขาจึงค่อยๆ คลายตัวฉันออกก่อนกลับมาใช้มือซ้ายแตะเอวฉันเหมือนเดิม แต่ฉันยังหายใจได้ไม่ทั่วท้องอยู่เลย เขาทำบ้าอะไรคะเนี่ย ทั้งคำพูดและการกระทำของเขา มันร้ายแรงต่อจิตใจฉันมากเลยนะ โดยเฉพาะสายตาที่เขามองฉัน เขามองยังกับว่าบนโลกนี้ กลางงานเต้นรำนี้ มีเพียงเราสองคน สายตาที่เขามองฉันมันสะกดฉันให้ไม่สามารถมองไปยังทางอื่นได้เลย สายตาเขามีเพียงฉันและฉันก็มีเพียงเขา สายตาเราต่างมีกันและกัน นี้คงกลายเป็นงานเต้นรำที่ดีที่สุดสำหรับฉันไปแล้ว มันเป็นความทรงจำที่ดีมาก และฉันคงจะจำมันได้ไม่มีลืม 

ฉันไม่รู้ว่าคืนนี้จะจบลงยังไง ราตรีนี้อาจยังยาวไกล และเราสองคนคงต้องเต้นรำอยู่อย่างนี้กันไปเรื่อยๆ จนกว่างานเลี้ยงจะจบหรือจนกว่ามนตร์สะกดของเราจะจางไป แต่อย่างหนึ่งที่ฉันรู้คือ...

"นายมันบ้า"




.........จบ PART 135.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1454 KanyathitSakda (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:26
    รู้สึกว่าคู่นี้จะหวานกว่าคู่อื่นแล้ววว
    #1,454
    0
  2. #1409 Aern5555 (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 08:31
    กรี้ดดดดด คึอดีงามมากกกกคู่นี้ฟินมากกอ่ะ ตอนต่อไปขอเจนกับจีมินนะ
    #1,409
    0
  3. #1407 allymary (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 20:26
    อยากจะกรี้ดดดดดดด คือดีงามฟินไปอีกก รอค่าา
    #1,407
    0
  4. #1406 กิ๊ฟกัซ (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 19:56
    กริ้ดดดขอวีเซ่เยอะๆหน่อยค่า กุกลิซมาหลายตอนเเล้วว ให้เมนเค้าได้เดินเรื่องบ้างงื้ออ
    #1,406
    1
    • #1406-1 pummarin2544(จากตอนที่ 141)
      22 สิงหาคม 2560 / 02:28
      ใช่ๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
      #1406-1
  5. #1405 num2546 (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 19:22
    ขอคู่กุกลิซนะคะ
    #1,405
    0