Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 133 : PART 127 : วันพิพากษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Lisa talk...



"แต่เจ้าไม่ใช่" 

ฉันบอกคาร์เมน มือก็กำมีดแน่นก่อนตัดสินใจปักมีดลงบนดินแล้วเริ่มวาดสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมลงบนพื้นดินด้วยมีดเล่มนี้

"นี่เจ้าจะทำอะไร" คาร์เมนถามฉัน แต่ฉันไม่ได้สนใจ 

เมื่อวาดสามเหลี่ยมที่เป็นสัญลักษณ์ของมิติทั้งสามเสร็จแล้วฉันก็วาดรูปวงกลมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกหรือดวงดาวลงไปในสามเหลี่ยมก่อนแทงมีดลงไปที่กึ่งกลางรูป แล้วเงยหน้าขึ้นมองคาร์เมน ฉันยิ้มเย้าะก่อนบอกเธอว่า "ก็พิพากษาเจ้าไง" ฉับพลันท้องฟ้าจากสว่างก็มึดครึ้ม ก่อนเมฆหนาใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้น

"ครื้ม!!!"

เสียงฟ้าร้องสลับกับฟ้าแลบ ทั้งลมที่กระโชกแรงเหมือนพายุจะเข้า ทำให้ใครหลายๆ คนต้องใช้มือป้องหน้าหรือยืนตั้งหลักให้แน่น

"เปรี้ยง!!!"

มีฟ้าผ่าลงมาในหลายๆ จุดที่อกาธัซยืนอยู่ สถานการณ์ตอนนี้มันเหมือนฟ้ากำลังพิโรธอยู่เลยค่ะ

"เกิดอะไรขึ้น" คาร์เมนกวาดตามองรอบๆ เมื่อเห็นการพิพากษาของฉัน เธอดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนรีบหันมาหาฉันแล้วถามฉันอีกครั้งว่า "เจ้าทำอะไร" 

ฉันมองเธอหน้านิ่งก่อนค่อยๆ ยืนขึ้นเผชิญหน้าเธอ นี่ยังไม่ใช่การพิพากษาของจริงหรอกนะ เพราะการพิพากษาของจริงคือนี่ต่างหาก "ข้าเรียกหาท่าน!" คาร์เมนทำหน้าฉงนสงสัยเมื่อได้ยินฉันเอ่ยขึ้นเสียงดัง คงอยากรู้ล่ะสิว่าฉันเรียกหาใคร ฉันส่งยิ้มอย่างผู้ชนะให้เธอก่อนพูดต่อว่า "เหล่าบรรพบุรุษ"

ฉันรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนบางอย่างใต้เท้า มันสั่นเล็กๆ ก่อนค่อยๆ หนักขึ้น แรงขึ้น จนเหมือนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มีเสียงกรีดร้องของหลายคน ทุกคนเซไปมาตามแรงสั่นสะเทือน บางคนที่ทรงตัวไม่อยู่ก็ล้มพับลงไป ส่วนคาร์เมนเพราะแรงสั่นสะเทือนจึงทำให้เธอถอยหลังห่างไปจากฉัน ดูเธอร์เข้ามาประคองเธอไว้ ทั้งสองคนทำหน้าเหลอหลาให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

"อ๊าก!!/อ๊าย!!/หนี!!" 

ฉันได้ยินเสียงเหล่านี้ดังขึ้นแทบทุกสารทิศ พร้อมควันดำที่ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ฟ้า มันเริ่มมาจากจุดที่อยู่ไกลพวกเรามากที่สุดและค่อยๆ ขยับใกล้เข้ามา

"อ๊าก!!/ไม่!!"

"เจ้าทำอะไร" คาร์เมนถามฉัน สีหน้าดูเป็นกังวลหน่อยๆ แต่เธอก็พยายามจะเก็บอาการเอาไว้
 
"ทำไม" ฉันเริ่มกวนประสาท "รู้สึกกลัวขึ้นมาหรือไงคาร์เมน"

"ข้าไม่ได้กลัว" เธอตอบเสียงแข็งเลยแหละ "แต่เจ้ากำลังผิดสัญญา" ฉันนี่นะผิดสัญญา
สัญญาอะไรกันคะ หรือสัญญาข้อเสนอที่ลุงลักซ์ทำไว้เมื่อกี้นี้เหรอ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่านะ

"ดูเธอร์" ฉันเรียกชื่อเขาเล่นๆ ก่อนพูดต่อหน้าคาร์เมนว่า "ดูเหมือนว่าแม่เจ้าจะลืมไปว่าหน้าที่ตัดสินใจเรื่องสัญญามันเกินหน้าที่ข้า" คาร์เมนจ้องฉันเขม็งเลยแหละ "และหากว่าข้าผิดสัญญาจริง นั่นก็เพราะเจ้าได้ผิดสัญญาเราก่อน" 

"โอ๊ย!!/อ๊าก!!/อ๊าย!!" 

ยังคงมีเสียงกรีดร้องอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ แต่ฉันยังมองไม่เห็นเหล่าเจ้าของฝีมือที่ทำให้เกิดเสียงกรีดร้องนี้เลย อาจเพราะพวกเขากำลังจัดการกับเหล่าอกาธัซวงนอกอยู่ก็ได้

"หยุดการกระทำของเจ้าซะยัยเด็กอวดดี ไม่อย่างนั้นอย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน" 

ขู่ฉันแบบนี้คิดว่าฉันกลัวอย่างนั้นเหรอ ถ้าฉันกลัวล่ะก็ เธอคงไม่เห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้ ณ เวลานี้หรอก ฉันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ ไม่มีคำว่ากลัวสำหรับฉันอีกต่อไป และฉันยิ่งไม่กลัวเมื่อเห็นร่างชายหญิงคู่หนึ่งปรากฎขึ้นที่ด้านหลังของคาร์เมนและดูเธอร์

"นี่ไม่ใช่การกระทำของฉัน" ฉันบอกสองคนแม่ลูก ก่อนยิ้มและชี้ไปด้านหลังของพวกเขาแล้วบอกว่า "แต่เป็นฝีมือพวกเขา"

สองแม่ลูกมองหน้าฉันฉงน จะมามองหน้าฉันทำไมล่ะ ฉันไม่ได้ชี้พวกเขาสักหน่อย ฉันจึงพเยิดหน้าใบ้ให้ว่า 'ข้างหลัง' พวกเขาจึงค่อยๆ หันหลังไปพร้อมกัน

"ท่าน" น้ำเสียงคาร์เมนเหมือนจะคาดไม่ถึง "ฮ่าๆๆ" แต่จู่ๆ นางก็หัวเราะออกมาเฉยเลย เป็นไรไปอีกคะ "เอทลินน์และเคียน พวกเจ้าก็เหมือนไดเอียน...ตัวอย่างของคนทรยศ" เธอว่าน้ำเสียงดูถูก

"แล้วเจ้าล่ะ เจ้าไม่ใช่คนทรยศงั้นเหรอคาร์เมน" เอทลินน์ถามคาร์เมน

"แน่นอนที่สุดว่าไม่" ตอบอย่างมั่นใจเหลือเกิน

"แล้วที่ทำอยู่นี่คืออะไร เจ้าไม่ได้ทรยศพ่อข้าอยู่อย่างนั้นหรือ" 

"ทรยศพ่อเจ้า หึๆๆ" มันน่าขำขนาดนั้นเลยเหรอคะ ยัยป้านี่ท่าทางจะบ้าจนกู้ไม่กลับแล้วมั้ง "ข้าว่าพ่อเจ้าน่าจะพอใจมากกว่านะที่เห็นอกาธอนล่มจม และเขาคงยิ่งกว่าพอใจซะอีกที่ได้รู้ว่าไอ้หลานจองหองของเขาจะต้องตายแทบเท้าข้า และข้าอยากบอกให้เจ้าได้รู้ไว้นะเอทลินน์" คาร์เมนมองเอทลินน์แบบไม่เกรงกลัวเลย "พ่อเจ้าไม่ใช่นายข้าอีกแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นนายตัวเอง หากข้าจะทรยศใคร นั่นคือข้าทรยศตัวเอง" 

"ชัดเจนนะคะ" ฉันถามผู้ชายคนข้างๆ ที่ยืนอยู่ข้างฉันมาตั้งแต่หลังจากที่สองแม่ลูกหันไปหาเอทลินน์และเคียน

"ชัดเจนทั้งสองหู" เขาว่าสายตาจับจ้องไปที่ด้านหลังของสองแม่ลูกและฉันเห็นความคุกรุ่นในสายตาดวงหน้าของเขา มีลางสังหรณ์ว่าภูเขาไฟอาจระเบิดก็เป็นได้ และเมื่อสองแม่ลูกได้ยินเสียงของเรา ทั้งสองคนก็หันกลับมาหาฉันอีกครั้ง และฉันอยากได้กล้องสักตัวมาเก็บภาพของสองแม่ลูกในแวบแรกที่เห็นผู้ชายข้างตัวฉัน คงอึ้ง ทึ้ง เสียวไปทั้งตัวเลยมั๊ยล่ะ

"ท่าน...อ๊าย!!!/โอ๊ย!!!"

"อย่..."

และก็ห้ามไม่ทันแล้วด้วย บาร์ลอปล่อยไฟนรกจากดวงตาใส่สองคนแม่ลูกตรงหน้าแบบไม่ให้ทันตั้งตัว ไฟร้อนแผดเผาสองแม่ลูกจนไหม้แบบไม่เหลือซากในชั่วพริบตา มีเพียงรอยไหม้บนพื้นหญ้า ณ บริเวณที่สองแม่ลูกเคยยืนอยู่เท่านั้น นี่สิคะความโหดที่แท้จริง ไม่ต้องรอคำพูดทักทายหรือคำแก้ตัวใดๆ อยากเผาก็เผาไปเลย แต่แบบนี้ไม่สนุกเลยนะเพราะสองแม่ลูกไม่น่าตายเร็วแบบนี้ พวกเขาควรเรียนรู้ความทรมานสักบทสองบทให้สาแก่ใจฉันซะก่อนสิ 

"และเจ้า" บาร์ลอหันไปหาดับป์ที่ยังคงนอนชักดิ้นชักงออยู่ที่พื้นเพราะโดนของย้อนเข้าตัว เขาทั้งกรีดร้องและร้องโหยหวนเหมือนพวกผีร้ายเลยค่ะ 'สมน้ำหน้า' ฉันไม่ใช่คนเลวนะคะ แต่หมอนี่สมควรได้รับการลงโทษซะบ้าง "เจ้าใช้มนตร์เปลี่ยนตัวตนผู้อื่นซึ่งเป็นเรื่องที่ข้ารับไม่ได้อย่างยิ่ง เจ้าทำให้อกาธัซต้องเปรอะเปื้อน ข้าจะพิพากษาเจ้าดั่งเช่นแม่และพี่ของเจ้า" บาร์ลอดูเหมือนจะเอาจริงเลยนะ เขาเดินเข้าไปหาดับป์ใกล้ๆ

"อย่าๆๆ อย่าทำข้าเลย นายท่านๆ ข้าผิดไปแล้วๆ" พอความตายมารอตรงหน้าก็รีบเรียกบาร์ลอว่านายท่านเลยนะคะ ทำไมไม่ปากดีให้ได้ตลอดล่ะจะมาอ้อนวอนชอชีวิตอยู่ทำไม ฉันอยากจับไอ้เจ้าดับป์มาตัดลิ้นจริงๆ นะให้ตาย

"ไม่สายไปหน่อยเหรอ" บาร์ลอว่าสีหน้าไม่เชื่อคำของดับป์ "ข้าว่าเจ้ารู้ตัวช้าไปนะ มาทำให้มันจบๆ ไปกันเถอะดับป์ ข้ายังต้องไปเก็บกวาดสิ่งที่เจ้าก่ออีกเยอะ" บาร์ลอบอกดับป์และเขาก็เริ่มก่อกองไฟในตาอีกครั้ง 'อย่าช้าๆ จัดการมันเลย!' ฉันคิดแบบนี้ ฉันดูเป็นชั่วร้ายหรือเปล่าคะ แต่ฉันว่าไม่เพราะฉันเป็นคนดีที่โดนกระทำ ถ้าดับป์จะโดนบ้าง ฉันก็ว่ามันสมควร

"ข้าขอชีวิตเขาเถอะ" ทายสิคะว่าใครเป็นคนขอ "โปรดไว้ชีวิตเขาด้วย น้องข้ายังเด็กท่านบาร์ลอ เขาเป็นเพียงไม้อ่อน เขาโดนดัดมาเช่นไรเขาก็จะเป็นเช่นนั้น ข้าเชื่อว่าข้าสอนเขาได้" ไดเอียนนะไดเอียน ไม้อ่อนอะไรล่ะ เขาเป็นคนเปลี่ยนฉันนะโว้ย! ไม้อ่อนที่ไหนจะสร้างคนได้เป็นกองทัพวะ คิดแล้วขึ้นๆ! 

"อีกอย่าง..." ไดเอียนมองน้องชายตัวเองด้วยสายตาสงสารจับจิต จนฉันคิดว่าตอนนี้คนที่เขาควรสงสารมากที่สุดคือตัวเขาเองมากกว่า เลือดอาบไปทั้งตัวแล้วนิ่คะ "ท่านก็เห็นแล้วว่าสภาพตอนนี้เขาเป็นเช่นไร และท่านก็รู้ดีว่าคนที่โดนมนตร์ดำย้อนกลับเข้าหาตัว สุดท้ายแล้วเขาจะเป็นเพียงคนวิกลจริตหรือสติไม่ดี เขาจะไม่มีวันกลับมาทำเรื่องผิดพลาดแบบนี้ได้อีก"

"งั้นไม่ดีกว่าเหรอหากข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้เขาไม่ต้องทรมาน" ใช่ค่ะ ฉันเห็นด้วยกับบาร์ลอ ยังไงถ้าอยู่ก็ไร้ประโยชน์ ทรมานเปล่าๆ เผาให้ตกตายตามกันสามแม่ลูกไปน่าจะดีกว่า

"แต่ข้าอยากดูแลเขา" ไดเอียนจะใจดีโอบอ้อมอารีอะไรขนาดนี่นะ "ข้าอยากทำหน้าที่พี่ชายสำหรับเขาให้สมบูรณ์สักครั้ง ชดเชยที่ข้าไม่เคยมีโอกาสได้ทำ" ยอมใจจริงๆ จะดีเกินไปแล้ว ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะสงเคราะห์โดยการเผาพริกเผาเกลือสาปส่งไปให้ด้วยเลย 

"เดี๋ยวจะหาว่าข้าใจร้าย แล้วมาขู่ว่าไม่ยอมเคารพข้าอีก" ท่านบาร์ลอแอบแซะฉันซะด้วย "ถ้างั้น...ก็ได้ๆ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าหนุ่มนี่" บาร์ลอว่า "แต่..." ฉันรู้ว่ามันไม่จบง่ายๆ หรอกค่ะ เพราะเขายังเก็บกวาดปัญหาที่ดับป์ได้ก่อไว้ไม่เสร็จ เพราะงั้น...

"ในนามของข้า บาร์ลอผู้ยิ่งใหญ่" นี่ก็ยอตัวเองไปอีก "ด้วยอำนาจข้า ข้าขอถอนซึ่งทุกมนตร์ดำ ทุกคำสาป ทุกความมืดที่ปกคลุมเหล่าอกาธัซแสนโง่เขลาของข้าด้วยไฟสวรรค์นี้!"

สิ้นคำ บาร์ลอปล่อยไฟนรกจากตาเขาขึ้นไปยังท้องฟ้ามืดครึ้มด้านบน ไฟนรกนั้นแผดเผาเมฆบนฟ้าทั่วทั้งฟ้าจนเมฆสลายหายไปแล้วท้องฟ้าจึงเปิดออกอีกครั้งพร้อมแสงสว่างจ้าที่ส่องจากผืนฟ้าเบื้องบนลงมายังพื้นดินเบื้องล่าง

"อ๊าก!!!/อ๊าย!!!/โอ๊ย!!!"

อกาธัซรอบๆ ตัวเราร้องคร่ำครวญกันยิ่งกว่าเดิม รวมทั้งดับป์ก็ด้วย พวกเขาต่างกรีดร้องไปพร้อมกับควันดำที่รอยออกจากตัวของพวกเขาสู่ท้องฟ้าเปิดเบื้องบน มันเหมือนวันล้างบาปเลยค่ะ เหมือนการสารภาพบาปต่อสวรรค์เลย และเมื่อควันดำสายสุดท้ายที่ออกจากตัวดับป์ลอยขึ้นไปในลำแสงจ้า ลำแสงนั้นก็วู้บหายกลับฟ้าทำให้เหลือเพียงท้องฟ้าเปิดสดใสเหมือนเช้าวันใหม่อีกครั้ง และเสียงโหยหวน เสียงกรีดร้องของอกาธัซก็หายไปด้วย เหมือนทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติตามเดิม แต่ก็ไม่ปกติซะทีเดียวหรอกค่ะ เพราะปัญหาต่อมาคืออกาธัซกลุ่มผู้ถูกเปลี่ยนนี่แหละที่กำลังโวยวายขึ้นมา โดยเฉพาะพวกคนที่มาจากดาวโลก 

"นี่มันเรื่องอะไรกัน" เมื่อมีเสียงที่หนึ่งก็ย่อมมีเสียงที่สอง "มีคนตายๆ ฉันฆ่าคน ฮือๆ" และเสียงอื่นๆ ที่ตามมาอีกเยอะแยะ "ฉันอยากกลับบ้าน" หรือ "ปีศาจจับตัวฉันมา มันยึดร่างฉัน มันฆ่าคนและมันจะฆ่าฉัน" ฉันว่าพวกเขาคงสติแตกกันไปแล้ว

"อกาธอนัส!" ลุงลักซ์เรียกเหล่าทหารของแก "ดูแลพวกเขา ให้พวกเขาสงบสติอารมณ์ให้ได้ แล้วส่งขบวนเกวียนมารับพวกเขากลับอกาธอนด้วย"

"ขอรับ!" อกาธอนัสเริ่มแยกย้ายกันไปดูแลผู้คนที่สติหลุด และมีบางกลุ่มที่รีบควบม้ากลับอกาธอนเพื่อกลับไปส่งข่าวและส่งขบวนเกวียนมารับทุกคน

"อกาธัซจงฟังข้า!" บาร์ลอพูดกับอกาธัซที่เหลือรอดอยู่ก่อนบอกว่า "จากนี้ไปข้าขอมอบอำนาจการปกครองพวกเจ้าคืนกลับผู้นำที่ควรจะเป็น...โรมาน" 

"เฮ้!!!" อกาธัซต่างพากันร้องด้วยความดีใจ และเมื่อบาร์ลอยกแขนลุงโรมานขึ้นพวกเขาก็กู่ร้องเสียงดังว่า "ท่านโรมานๆๆ!" ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่คงยกเว้นเรื่องเดียว

ฉันเดินกลับมานั่งลงข้างๆ ร่างของจองกุก "ไอ้กุกๆ" พวกรุ่นพี่บังทันรีบวิ่งมาหาเรา แต่พอเห็นสภาพของจองกุก พวกพี่เขาก็เหมือนจะพูดอะไรไม่ออก

"มัน...ไอ้กุก...มัน..." วีค่อยๆ นั่งลงตรงข้ามกับฉันและพี่เขาคงอยากจะถามฉันล่ะมั้งว่าจองกุกยังอยู่กับเราหรือเปล่า

"พวกพี่คะ" ฉันมองหน้าพวกรุ่นพี่ทีละคน ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดีนอกจากคำนี้ "ฉันขอโทษค่ะ"

"ฮยอง" เจโฮปรีบหันไปร้องไห้กับพี่จิน 

"ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ ที่เขาต้องทำแบบนี้ก็เพราะฉัน ฉันขอโทษนะคะพวกพี่" ฉันก้มหัวขอโทษพวกรุ่นพี่ด้วยความรู้สึกผิด 

"ยัยลิซ" โรเซ่นั่งลงข้างๆ ฉัน เธอมองหน้าฉันเหมือนเข้าใจก่อนเข้ามาโอบไหล่ฉันไว้

"ทำไมถึงได้เศร้ากันนัก" บาร์ลอเดินเข้ามาด้านหลังฉัน

"ท่านพ่อ" เอทลินน์แอบปรามพ่อตัวเองนิดๆ แต่บาร์ลอแอบพูดค่อยๆ กับเธอว่า "อะไรเล่า ก็มามัวนั่งเศร้ากันแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้เศร้ากันจริงๆ พอดี" 

"คะ?" ฉันหันไปถามสองพ่อลูกพร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

"ก็ข้าไม่เห็นรู้สึกเลย" บาร์ลอพูดอะไรคะนี่ งงไปหมดแล้ว "ไม่ต้องทำหน้าฉงนสงสัย ก็ถ้าเจ้าหนุ่มคนนี้ตายจริง ข้าก็ต้องเห็นเขาสิ แต่นี่..." แกหลับตาเหมือนจะพยายามจับยามสามตาเลย "ข้าไม่เห็น ไม่รับรู้ และสัมผัสไม่ได้ด้วย"

"หมายความว่าไอ้กุกยังไม่ตายใช่มั๊ยครับ" แรปมอนถาม

"ขอข้าดูก่อนเพื่อความแน่ใจ" บาร์ลอนั่งลงข้างฉันแล้วใช้มือทาบลงไปที่อกของจองกุก 
"อืม..." ฉันคาดหวังมากนะคะ "อืม..."

"ได้ยังครับ" วีเร่งแต่ก็โดนบาร์ลอมองเหวี่ยงใสนิดๆ คนแก่ก็งี้แหละ

"อืม...เบาบางๆ" เบาบางเหรอคะ "ข้าคิดไม่ผิดหรอก เพียงแต่ต้องรีบหน่อยเพราะสัญญาณชีวิตของเจ้าหนุ่มเบาบางมากจริงๆ"

"หลีกหน่อยๆ" ไดเอียนขอทางพวกรุ่นพี่มาหาจองกุก เขามองร่างของจองกุกก่อนหยิบหินสีดำในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วกำมันให้แตกจนเกิดประตูมิติขึ้นใกล้ๆ เรา เขารีบอุ้มร่างของจองกุกขึ้น "แคสเปียร์!" 

"มาแล้วๆ" ยายแคสเปียร์ปุบปับโผล่มายืนข้างไดเอียน

"เตรียมยาสมานชีพ"

"เตรียมยาสมานชีพ จัดไป!" ปุบปับมาปับปับไปแล้วค่ะ และไดเอียนก็พาร่างจองกุกผ่านประตูมิติไปแล้ว ฉันจึงรีบเดินตามเข้าไปติดๆ และพอผ่านประตูมิติมา ฉันก็พบว่าไดเอียนพาเรามาที่ห้องพักกายที่โรเซ่เคยอยู่ และยายแคสเปียร์ก็มาอยู่ที่นี่ก่อนหน้าเราแล้วแถมกำลังวุ่นอยู่กับการปรุงยาสมานชีพที่แกว่า

"หญ้าแห้วหมู" แกหยิบหญ้าแห้วที่อยู่แถวนั้นมาใส่ลงไปในหม้อยาขนาดใหญ่

"น้ำยาง" ยายแคสเปียร์มองหาน้ำยางที่ว่า "ยางหนุมานนั่งแท่นๆ ตายแล้วๆ อยู่ไหนเนี่ย" รู้สึกแกจะมีปัญหากับการหาของแล้วล่ะ "หนุมานนั่งแทนๆ" จะรอดมั๊ยคะ

"นี่ค่ะ" โชคดีที่โรเซ่ช่วยหาจนเจอ ยายแกรับขวดน้ำยางหนุมานนั่งแท่นไปจากโรเซ่แล้วใส่ลงไปในหม้อ

"น้ำตามูนเม้าท์" ยายแกบอกโรเซ่

"น้ำตามูนเม้าท์ค่ะ" โรเซ่ช่วยยายแกได้เยอะเลย งั้นปล่อยให้หน้าที่ปรุงยาเป็นของสองคนนี้ต่อไปแล้วกันนะคะ ส่วนหน้าที่อื่น...

"ถอดเสื้อเขาออก" ไดเอียนบอกฉันทันทีที่เขาวางร่างจองกุกลงข้างบ่อว่างเปล่า ฉันจึงรีบทำตามที่เขาบอก "เช็ดเลือดและห้ามเลือดเอาไว้ก่อน" เขาบอกก่อนจะขยับตัวไปยืนพิงผนังไว้ ฉันรีบทำตามที่เขาสั่ง แต่เขาเองจะโอมั๊ยค่ะ ดูเขาเหนื่อยๆ นะ

"มียาเยอะแค่ไหน" ลีนานที่เพิ่งมาถึงรีบถามยายแคสเปียร์ แต่ฉันเห็นยายแคสเปียร์มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยค่ะก่อนบอกพวกเราว่า "แค่สำหรับคนเดียว" 

"ฮะ!" พวกเราต่างตกใจ ก็ตอนนี้มีคนเจ็บหนักถึงสองคนนะคะ ถ้ามีแค่สำหรับหนึ่งทีแล้ว...

"เอาเขาลงบ่อ" ไดเอียนเอ่ยขึ้น

"แล้วเจ้าล่ะ" ลีนานถามเขาด้วยความเป็นห่วงเพราะเขาก็เริ่มดูจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้ว

"ช่วยข้าเอาเขาลงบ่อที" ไดเอียนบอกพวกรุ่นพี่บังทันที่ยืนทำอะไรไม่ถูก

"ไดเอียน"

"เร็วสิ!" พวกรุ่นพี่จึงค่อยๆ ทำตามที่เขาบอก ไดเอียนไม่ได้สนใจเสียงเรียกของลีนานด้วยซ้ำ ส่วนฉันก็รีบขยับออกมาก่อนเพื่อให้พวกพี่เขาค่อยๆ นำร่างของจองกุกลงบ่อไป พอพวกเขาวางร่างจองกุกลงเสร็จ ขณะที่ไดเอียนกำลังจะลุกขึ้นเขาก็หงายหลังล้มลงไปเลย

"พี่คะ!/ไดเอียน!" ดีที่พี่จินกับพี่ชูก้าดึงไว้ทันนะคะไม่งั้นคงล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว

"ห้องพยาบาลๆ! ห้องพยาบาลอยู่ไหน" ลีนานดูลุกลีลุกลนไปหมด

"ทางนี้ครับ" พี่จินกับพี่ชูก้ารีบหามไดเอียนออกไปโดยมีลีนานและพี่จีซูรีบเดินตามไป ตอนนี้ในห้องนี้จึงเหลือฉัน แรปมอน เจโฮป วี โรเซ่ และคนที่น่าจะช่วยเราได้มากที่สุด

"ทำยังไงต่อคะยาย" ฉันรีบถามยายแคสเปียร์ผู้ที่ดูจะรู้จักวิธีรักษามากกว่าใคร 

ยายแคสเปียร์รีบวิ่งมาดูเรา "วางในบ่อแล้ว ต่อไปๆ หนุ่มๆ มาๆๆ มาช่วยยกหม้อนี้ไปเทใส่บ่อ" แล้วแกก็วิ่งกลับไปหาหม้อยาของแกพร้อมพวกพี่ๆ ที่ช่วยกันยกหม้อยาใบใหญ่มา "ที่นี่ก็ค่อยๆ เทน้ำยาลงไป" แรปมอน เจโฮป และวีจึงค่อยๆ ประคองหม้อเอาไว้และค่อยๆ เทยาลงช้าๆ "หลานสองคนช่วยประคองหัวของจองกุกขึ้นด้วย" ฉันกับโรเซ่จึงปฏิบัติตามคำสั่งของแกอย่างเคร่งครัด ฉันใช้มือขวาประคองหัวของเขาไว้เพื่อไม่ให้หัวของเขาจมน้ำยา ส่วนมือซ้ายก็จับมือเขาไว้แน่น

"ฉันอยู่นี่นะจองกุก พวกพี่ๆ ก็อยู่นี่ โรเซ่ ยายแคสเปียร์ ทุกคนอยู่นี่แล้วนะ" ฉันบอกร่างของจองกุกที่นอนแน่นิ่งอยู่ในบ่อ "ทุกคนรอนายอยู่ พวกเรารอให้นายฟื้นขึ้นมา นายได้ยินฉันมั๊ย" ยังคงไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เขาคงแค่หมดสติไปเพราะเสียเลือดมาก ฉันจะเชื่อที่บาร์ลอว่าเขายังไม่ตาย ฉันจะต้องมีความหวัง "ถึงนายจะได้ยินหรือไม่ได้ยินก็ช่าง แต่ฉันและพวกเราทุกคนจะไม่ยอมให้นายทิ้งเราไปแบบนี้"

"ใช่! มึงต้องลุกขึ้นมาอธิบาย มาขอโทษพวกกูก่อน" แรปมอนว่าขณะที่ใกล้จะเทน้ำยาสมานชีพจนหมดหม้อ

"เออ! ฮื่อๆๆ" พี่เจโฮปผู้อ่อนไหวของฉัน "ถ้ามึงทิ้งพวกกู พวกกูก็ทิ้งมึงได้เหมือนกันแหละวะ"

"ฮยองทำได้จริงอะ" วีถามเจโฮป

"ก็ทำไม่ได้ไง กูก็เลยต้องมานั่งรำพึงรำพังอยู่นี่" เจโฮปตอบแล้วสูดน้ำมูกแรงๆ

"มึงรีบๆ ตื่นเลยไอ้กุกก่อนจะมีคนร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดตายซะก่อน" วีบอกจองกุกแต่ก็ไม่วายแซะเจโฮป

"มึงจะมาแซะกูทำไม กูยิ่งอ่อนไหวอยู่" 

"โทษๆ ฮยอง ก็ดราม่ากันมาหนักแล้ว ไอ้กุกมันคงเบื่อน้ำตาแล้วล่ะ" ในที่สุดพวกพี่เขาก็เทยาหมดหม้อสักทีก่อนเก็บหม้อยาไว้ปลายบ่อ "อีกอย่างนะ พลังใจสำคัญกว่าพลังน้ำตาของฮยองแน่ๆ อะ"

"เดี๋ยวกูถีบชนฝา"

"โอ่ยยย!" โรเซ่โวยขึ้น "ที่จองกุกจะแย่ลงเพราะพวกพี่สองคนนี่แหละ" เธอมองแรงใส่ทั้งสองคน

"มึงเลยไอ้วี"

"ฮยองนั่นแหละ" เอิ่ม...ฉันว่าคงไม่วาย...

"พอเลย! Stop Now!" ไม่วายโดนโวยอีกนี่แหละค่ะ "หยุด! แล้วก็เชิญนั่ง นั่งๆๆๆๆ! นั่งลงเดี๋ยวนี้เลย" ขอบคุณโรเซ่จริงๆ ค่ะที่ช่วยนำพาความสงบมาสู่ห้องนี้

แรปมอนนั่งลงเป็นคนแรกเลยค่ะ ส่วนอีกสองคน เหมือนจะแอบเกี่ยงกันไม่เลิก "พวกมึงจะนั่งไม่นั่ง" พี่ม่อนพูดกึ่งบังคับ สองคนนั้นถึงค่อยๆ นั่งลง 

"เอาละยกหัวขึ้นสูงอีกหน่อย" ยายแคสเปียร์บอกฉันกับโรเซ่ขณะที่ยายแกกำลังวางแท่งหินไว้ใต้หัวของจองกุก "ทีนี่ก็ค่อยๆ วางเขาลง" ฉันกับโรเซ่จึงค่อยๆ วางหัวของจองกุกไว้บนแท่งหินนั้น แล้วค่อยๆ เอามือออก "แล้ว..." ยายแคสเปียร์มองมาที่มืออีกข้างของฉัน

"ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากจับมือเขาไว้" ฉันบอก

"โอเค...งั้นเราก็แค่รอให้ยาแทรกซึมลงไปและรอให้ยาแข็งตัวแค่นั้นแหละ" ยายแคสเปียร์บอกแล้วนั่งลงข้างบ่อเหมือนกับพวกเรา

"ไอ้กุกมันจะรอดใช่มั๊ยยาย" เจโฮปถาม

"ยายก็หวังอย่างนั้น เพราะถ้าจะมีวิธีรักษาวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับอาการของจองกุกก็คงเป็นวิธีนี้แหละที่ยังพอมีหวัง เพราะงั้นยายจะเชียร์ว่ารอด" ยายแคสเปียร์ตอบแล้วหันมายิ้มให้กำลังใจฉันและลูบแขนฉันเบาๆ

"ขอบคุณค่ะ" ฉันบอกยายแก

"และเพื่อความมั่นใจ ฉันขอเชิญทุกคนสวดมนตร์ให้จองกุกกันดีกว่า มาสวดมนตร์ขอให้พระเจ้า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสิ่งศักสิทธิ์ช่วยคุ้มครองเขากันเถอะ" แล้วโรเซ่ก็เริ่มสวดมนตร์ท่องคาถาของตัวเอง 

"แม่ชีวัดไหนเนี่ย" วีแอบแซวเล็กๆ

"วัดไหนไม่รู้แต่อยากเห็นแม่ชีตบะแตกมั๊ยล่ะ" โรเซ่ว่าพร้อมเอาเรื่อง

"เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิตร อาเมน ข้าแต่..." แล้ววีก็เริ่มสวดมนต์ด้วยตัวเอง

"ดี" โรเซ่ว่า 

แล้วทุกคนก็อ้อนวอน สวดมนต์ บ้างก็ขอพรให้จองกุก เห็นทุกคนเป็นห่วงจองกุกแบบนี้ ฉันก็ใจชื่นขึ้นมาหน่อย นึกว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจแล้วพลอยเกลียดจองกุกไปซะแล้ว แล้วดูแต่ละคนทำสิค่ะ หลับหูหลับตาสวดมนต์กันอย่างจริงจังเลย ฉันไม่รู้จะพูดอะไรกับพวกเขาดีค่ะ นอกจากคำว่า...

"ขอบคุณนะทุกคน"





.........จบ PART 127.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1609 Thack_patsarin (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 21:34

    ท่านบาลอร์มาทั้งทีแต่ไม่วายแซะลิซ่าจนได้

    จองกุกต้องปลอดภัยและฟื้นคืนตัวในเร็ววัน

    #1,609
    0
  2. #1534 ULILO (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 17:56
    ตอนนี้ทำฉันร้องห้ายยยยย ไรทททท์!!
    #1,534
    0
  3. #1366 Mind_kookga (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 17:57
    บอกแล้วว่าบาลอร์ต้องมา! แต่คาร์เมนตายง่ายมากอะ ไม่สะใจเลยยยยย ไดเอียนต้องรอดนะคะเพื่ออกาธัสจะได้มีผู้ปกครองต่อจากโรมาน
    #1,366
    0
  4. #1365 Aern5555 (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 16:33
    ไดเอียนอย่าตายนะ
    #1,365
    0
  5. #1363 Preaw (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 20:19
    ต่อค่าา
    #1,363
    0
  6. #1362 Me\'s Eye AS (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 17:40
    รักไรท์เลยค่ะะ ฮือออ นึกว่าต้องร้องไห้อีก จองกุกต้องรอดกลับมาหาลิซ่าน่ะะะะะ
    #1,362
    0
  7. #1361 Snowaa (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 17:32
    จองกุกต้องรอด กลับมาหาลิซ่าน้าา
    #1,361
    0
  8. #1360 KanyathitSakda (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 17:32
    จองกุกต้องรอดนะ
    #1,360
    0