Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 125 : PART 119 : เพียงชนะใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jungkook talk...



"จูบฉัน"

แค่ผมยอมกรีดเลือดตัวเอง ผมก็ฝืนใจจะแย่อยู่แล้วนะครับ นี่เธอยังต้องการอะไรจากผมอีก ผมไม่อยากทำเลย ผมจะจูบเธอได้ยังไง ใจร้ายไปเปล่าครับ ผมก็ยอมเธอแล้วไง ถ้าผมต้องยอมเธออีกครั้งโดยการจูบเธอ ผม...ผม...แต่ผมไม่มีทางเลือกน่ะสิ

'ขอโทษนะลิซ'

ผมยกมือขวาขึ้นไปประคองหน้าของเธอเอาไว้

'ขอโทษนะลิซ' 

ใจผมได้แต่พูดคำๆ นี้ซ้ำๆ แต่ผมต้องทำ เพราะนี้คือทางเดียวถ้าผมจะช่วยลิซ่า นั่นคือ ผมต้องอยู่กับเธอ โอกาสสุดท้ายของผมบอกให้ผมต้องทำอย่างนี้

ผมค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปหาเธอ เธอมองผมและยิ้มบางๆ เหมือนพอใจ ยิ้มบางๆ ที่บาดใจผม เธอกำลังรอผมอยู่และผมจะแค่ทำๆ มันให้ผ่านไป ผมเคลื่อนหน้าเข้าไปหาเธอแล้วมอบจูบที่ไม่เต็มใจนั้นไป ผมแค่อยากจะทำให้มันเสร็จๆ แต่คงไม่ใช่กับเธอ ผมกำลังจะถอนจูบออกแต่เธอกลับยื้อผมไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของเธอและจูบที่เธอเป็นคนนำ ผมทำได้แค่กำมือซ้ายที่ผมกรีดไว้แน่นและหลับตาฝืนใจปล่อยให้เธอทรมานใจผมให้พอ

'ขอบโทษนะลิซ' 

ลิซ่าจะรู้สึกยังไงนะ เธอจะปวดใจเหมือนที่ผมเป็นอยู่หรือเปล่า ผมทั้งปวดใจที่ทำผิดต่อลิซ่าและโคตรเหนื่อยใจที่ต้องทำแบบนี้เลย ผมแทบขาดใจตายอยู่แล้ว 

ตอนนี้เหมือนเธอจะค่อยๆ ถอนจูบนี้ออกแล้ว ผมจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอใช้นิ้วโป้งไล่ปากผมเบาๆ แล้วยิ้มอย่างพอใจ ผมไม่อยากมองหน้าเธอด้วยซ้ำ แต่ผมก็ต้องฝืนใจมอง

"ฉันชอบนายนะ"

'แต่ฉันเกลียดเธอ' ผมเกลียดผู้หญิงคนนี้ นี้คือคำพูดเดียวเลยที่ผมอยากมอบให้เธอ 

"ถ้าเธอพอใจแล้ว งั้นก็รับนี้คืนด้วย" ผมยื่นกำไลที่ผมยึดจากเธอไปเมื่อวานคืนกลับให้เธอ เธอมองมันก่อนจะกลับมามองผม

"สวมให้ฉันด้วยสิ" เธอว่า

'มันก็แค่กำไล' ผมได้แต่กล่อมตัวเองอยู่อย่างนั้นขณะที่ผมสวมกำไลให้เธอ

"แผนหมอนั่นคืออะไร" เธอคงถามถึงแผนของไดเอียนแน่ๆ

"ฉันรู้แค่สำหรับฉันคือการกักตัวเธอไว้" นี้คือความจริง ผมรู้แค่นี้จริงๆ

"ถ้างั้นเราก็แค่ทำตามแผนที่ว่า แค่เราไม่ต้องเสนอหน้าไปเช้านี้ใช่มั๊ย" เธอถามผมพยักหน้าตอบเธอ "ใช่ แค่เราหายตัวไปสักพัก" ผมบอกเธอ 

"แค่รอตลบหลัง" เธอยิ้มเหมือนมีแผน "ก็น่าสนุกดี ฉันชักอยากจะเห็นสีหน้าของคนพวกนั้นแล้วสิ ตอนที่รู้ว่านายกับเธอกำลังแทงข้างหลัง" 

"เธออยากสนุกยังไงก็สนุกให้พอเถอะ" ผมรู้ดีว่าผมคุมเธอไม่อยู่หรอกครับ เธอไม่มีอะไรจะเสียแล้วนิ่แม้แต่ความตายเธอก็ไม่รังเกียจด้วยซ้ำ แต่มันไม่ใช่กับผมและลิซ่า ผมเสียเธอไปไม่ได้ ผมยอมให้ถูกเกลียดได้ แต่ผมยอมปล่อยให้เธอตายไม่ได้ ผมยอมไม่ได้จริงๆ 

"งั้นระหว่างรอ" เธอยิ้มน้อยๆ "เราไปทำอะไรกันดีมั๊ย" ผมรังเกียจเธออะ ผมจะทนเธอได้นานแค่ไหนกันนะ 

"เธอทำมามากพอแล้ว พอเถอะ" ผมบอกเถอะ มันไม่ใช่ว่าผมกลัวเธอเหนื่อยนะ แต่ผมนี่แหละที่เหนื่อยเอง

"หว่าา" แม้แต่เธอพูดแค่นี้ผมยังรำคาญเลยอะ "นึกว่าจะยอมเล่นด้วยกันนานกว่านี้ซะอีก" ผมมองเธอนิ่ง เธอถึงค่อยๆ หุบยิ้มลงก่อนพูดหน้านิ่งว่า "งั้นไปทำแผลกัน" เธอลุกขึ้นแล้วแต่ไม่ได้ลุกขึ้นเฉยๆ ยังมีน้ำใจยื่นมือมาให้ผมอีก ไหนๆ เราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนิ่ครับ 

"ขอบใจ" ผมคว้ามือนั้นแล้วเธอจึงช่วยดึงผมขึ้น

"ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจ" เธอว่าและยิ้มอารมณ์ดีแบบลิซ่าเลยครับ

"ไปกันเถอะ" ผมบอกก่อนรีบเดินออกมาเพราะกลัวรอยยิ้มนั้นจะทำให้ผมเปลี่ยนใจ

'มึงทำได้จองกุก'







V talk...



"พร้อมกันยัง" สากรรจ์เดินเข้ามาในห้องครัวพร้อมคำถามที่ทำให้เจโฮปฮยองหงุดหงิด

"กูควรจะพร้อมมั๊ยนี่" ฮยองแกพูดกับตัวเอง

"พวกเจ้าควรพร้อมกันได้แล้วนะ เพราะคนของเราพร้อมหมดแล้ว" ท่าจะพร้อมจริงล่ะครับเพราะพอมองลงไปนอกหน้าต่างก็เห็นกองทัพจัดขบวนรออยู่แล้ว

"รวมพลังหน่อยเรา" แรปมอนเรียกพวกเราเจ็ดคนให้มาร่วมตัวกัน ไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมเหลือแค่เจ็ด ไดเอียนบอกเราว่าอีกสองคู่ไปทำภารกิจของตัวเองแล้ว ผมก็ว่าทำไมไม่เจอจีมินตั้งแต่ตอนตื่น และไอ้กุกก็หายหัวไปเลยหลังจากแต่งตัวเสร็จ
ผมกำลังจะลุกขึ้นไปรวมกับคนอื่นๆ แต่ว่าพอเห็นสภาพคนข้างๆ 'จะนั่งเหม่อไปไหน'

"โรเซ่" ผมเรียกเธอ 

"..." แต่สงสัยใจลอยไปดาวอังคารแล้วมั้งครับ

"โรเซ่" 

"..." ใจลอยกู้ไม่กลับแล้วด้วย

"โรเซ่" พอผมสะกิดเธอถึงเพิ่งรู้ตัว

"อืม มีไรงั้นเหรอ" เดี๋ยวค่อยถามเธอแล้วกันครับ

"ไปรวมพลังกัน" ผมว่าแล้วลุกขึ้นจับมือเธอไว้

"อืมๆ" โรเซ่ลุกขึ้นตาม เงียบผิดปกตินะ 'แปลกๆ'

"มาๆ พวกมึง" จินฮยองเร่งพวกผม

"เอาล่ะ ขอมือ" แรปมอนว่าแล้ววางมือลงเป็นคนแรก ตามมาด้วยจิน เจโฮป ชูก้า จีซู ผม และ...

"โรเซ่" ผมเรียกสติเธออีกครั้ง

"อื้อๆๆ" โรเซ่รีบวางมือลงเป็นคนสุดท้าย 'ไหวเปล่านี่'

"กูไม่รู้ว่าวันนี้มันจะจบแบบไหนนะ แต่ ณ ตอนนี้ เวลานี้ กูว่าเราต่างรู้ว่าเราอยู่ที่นี่เพื่ออะไรและอะไรคือสิ่งที่เราจะทำ" 

ใช่ครับ แรปมอนพูดถูกเพราะพวกผมรู้ว่าเราอยู่ทำไมและเรากำลังจะทำอะไร ทุกๆ อย่างที่เราจะทำ เราทำเพื่อชีวิต ไม่ใช่แค่ของพวกผม แต่เพื่อชีวิตของคนบนดาวดวงนี้ สำหรับผมไม่ใช่แค่ยิ่งใหญ่นะ แต่มันโคตรของโคตรความยิ่งใหญ่เลย เดิมทีเราเป็นแค่นักร้อง และผมก็เคยดูแต่หนังซูเปอร์ฮีโร่ ไม่เคยคิดเลยว่าผมจะกลายมาเป็นฮีโร่ซะเอง มันโคตรเหนือฝันไปอีก และสำหรับพวกฮยองแกคงเหมือนกัน การเป็นฮีโร่มันไม่ง่ายจริงๆ นะครับ

"มันไม่ใช่ว่าเราไม่กลัว" แรปมอนหันมามองหน้าทุก "กูกลัว" ฮยองแกว่า "มึงกลัว" แกมองมาที่ผม "แชยองก็กลัว" ผมห่วงคนนี้แหละครับ ยิ่งใกล้เวลาเธอยิ่งนิ่งจนผมเป็นห่วง "และทุกคนก็กลัว ใช่มั๊ย" แต่ละคนพยักหน้าให้กัน "อดีตเราก็เคยกลัว และเราก็เคยต้องเลือก แต่อะไรที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ อะไรที่ทำให้เราลืมคำว่ากลัว และเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความกล้า" 

อะไรน่ะเหรอครับ "ทีมไงฮยอง" ผมเอ่ยออกไป แรปมอนพยักให้ผมว่าผมพูดถูก งั้นผมขอรับช่วงต่อเลยนะ "พวกฮยอง ผม พวกเธอ แล้วพวกนั้นอีกสี่คน" ผมหันไปมองแต่ละคนจนมาหยุดที่เธอเป็นคนสุดท้าย 'โรเซ่'

"พวกเราเป็นทีมกัน" ผมขอพูดอะไรสักอย่างได้มั๊ยครับ "ทั้งความรัก ความห่วงใย และกำลังใจที่เรามีให้กัน มันมากมายจนความกลัวกลายเป็นแค่จุดบอดเล็กๆ ที่เราลืมไปเลยว่าเคยมี" ผมบอกทุกคน โดยเฉพาะกับโรเซ่ "ถึงแม้พวกเราจะไม่มีพลังวิเศษ แต่พลังใจที่รวมเป็นหนึ่งคือพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังไหนๆ บนโลกนี้" โรเซ่พยักหน้าน้อยๆ ให้ผม ผมถึงยิ้มให้เธอและเธอก็ยิ้มตอบผม

"ใช่ค่ะ" จีซูเอ่ยขึ้น "ถึงเรามีพลังวิเศษแต่ไม่มีพลังใจ ไม่มีคนยืนอยู่ข้างๆ ถ้าฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนั้น" จีซูมองทุกคนหน้าเหงา "ไม่มีเพื่อน ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง ไม่มีทุกคน ฉันยอมตายซะยังดีกว่า"

"เลิกพูดแบบนี้ได้แล้ว" ชูก้าฮยองหันไปบอกจีซูหน้าเข้ม "ใครให้พูดเรื่องตายตอนนี้ ทำเสียบรรยากาศหมด" ฮยองแกว่าเอาเรื่อง

"ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ก็ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นี่นา ก็แค่อยากจะพูดเองอะ" จีซูบอกและทำหน้ารู้สึกผิด

"กูว่าพวกมึงสองคนนั้นแหละทำเสียบรรยากาศ" จินฮยองเอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นสองคนนี้เริ่มแตกคอกัน "มาๆ รวมพลังๆ" จินฮยองเรียกความสนใจของทุกคนให้มาอยู่ที่มือของพวกเราที่ผสานกันไว้

"คนละสามคำ"

"ฮะ?" ฮยองแกจะเล่นอะไรครับ

"เอ่อน่า มาๆ คนล่ะสามคำ กูก่อนนะ เอ่อ..." ฮยองแกทำท่าคิดใหญ่เลยครับ เอาจริงเหรอครับนี่

"แบล็คพิงค์คึ" ไม่ทันแล้วครับโดนจีซูเอาไปกินก่อนแล้ว

"อ้าวจีซู" ผมว่าตอนนี้ทุกคนน่าจะลืมสงครามกับความกลัวไปแล้วครับ เพราะตอนนี้คงกำลังคิดสามคำรวมพลังของจินฮยองแกอยู่ ถ้ามีแบล็คพิงค์แล้วก็ต้องมี...

"บังทันบอยส์" 

"อ่าฮยอง ผมกำลังจะเอาอยู่แล้วนะ" ผมโวยใส่เจโฮปฮยองผู้ที่ชิ่งขโมยคำของผมไปก่อน

"บังทันบอยส์นี่นะ กูโคตรนับถือพวกมึงเลย" โดนแรปมอนประชดเข้าให้

"ก็บังทันบอยส์ไง นี่สามคำตามกติกาเด๊ะๆ" เจโฮปฮยองว่าอย่างสบายใจ ใช่สิครับแกรอดแล้วนิ่

"รวมพลัง" ชูก้าฮยองก็ไปแล้วครับ

"สองเป็นหนึ่ง" จินฮยองก็ด้วย

"สู้ยืนหยัด" โรเซ่ก็มาแล้ว เห็นซึมๆ นี่ก็แอบไปคิดมาเฉยเลย ตอนนี่เหลือแค่ผมกับ...

"ปราบศัตรู" นั่นแหละครับตอนนี้ก็เหลือแค่ผมแล้วล่ะ แล้วรองรวมของทุกคนก่อนหน้านี้ดูนะ 'แบล็คพิงค์คึ บังทันบอยส์ รวมพลัง สองเป็นหนึ่ง สู้ยืนหยัด ปราบศัตรู' มันคล้องจ้องกันเปล่าเนี่ย แต่ช่างมันเถอะครับ ฮยองแกบอกสามคำใช่มั๊ยผมให้มากกว่านั้นแล้วกัน

"ฟังไว้เลยนะทุกคน" ผมบอกคนอื่นๆ ก่อนทวนคำเดิม "แบล็คพิงค์คึ บังทันบอยส์ รวมพลัง สองเป็นหนึ่ง สู้ยืนหยัด ปราบศัตรู" แล้วต่อว่า "เพื่อเพื่อนพ้อง เพื่อน้องพี่ เพื่อเรา เพื่อทีม เพื่อทุกคน" ยังๆ มันยังไม่จบครับ ผมจะไม่หยุดอยู่แค่เท่านี้ เพราะที่ผมยอมทำทุกอย่างนี้ก็เพื่อ..."เพื่อชัยชนะ"

"เพื่อชัยชนะ" จินฮยองพูดตาม

"เพื่อชัยชนะ" แล้วทุกคนก็เริ่มพูดประสานเสียงกันขึ้น "เพื่อชัยชนะๆๆ"

"เราจะชนะ!" แรปมอนร้องขึ้น

"เราต้องชนะ!" เจโฮปเข้าร่วม

"ใช่!" จินฮยองเห็นด้วย "ต้องสู้! ต้องสู้! ต้องสู้เท่านั้น สู้เท่านั้น..."

"ถึงจะชนะ!" พวกเราร้องรับ

"ทุกคนสู้!"

"สู้!"

"สู้ไม่สู้!"

"สู้!"

"สู้ๆๆ!"

"สู้ๆๆ! สู้สสสโว้ย!" เป็นการรวมพลังที่เว่อร์วังและใช้เวลานานเกิ๊นแต่มันทำให้พวกเราฮึกเหิมกันขึ้นเยอะเลยนะผมว่า

"เสียงดังไปทั่วเลย" ไดเอียนเดินยิ้มเข้ามาพร้อมด้วยสาหัส "เอาล่ะ คงได้เวลาบอกแผนจริงๆ ของเราสักที"

"คะ/ฮะ?" งงๆๆ ง.งู เต็มหน้าแต่ล่ะคนเลยครับ

"แผนจริงๆ? แล้วที่เราคุยกันเมื่อวานล่ะ" ชูก้าฮยองถาม

"นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผน" ไดเอียนบอก แสดงว่าหน้าที่ของเราก็คงคล้ายๆ เดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากสินะครับ 

"แล้วทำไมถึงเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ล่ะครับ" แรปมอนถาม

"บางอย่างรู้ตั้งแต่ตอนก็ไม่ใช่ผลดีเสมอไป ดังนั้นข้าจึงบอกแค่หน้าที่ของแต่ล่ะคน แต่เพื่อไม่ให้ความสงสัยนั้นนำพาไปสู่ความไม่ไว้ใจ ข้าจึงอยากบอกพวกเจ้าให้รู้ก่อน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย" เขาเอาคำพูดของโรเซ่ไปคิดต่อด้วยนิ่ครับ

"แล้วแผนคืออะไรคะ" โรเซ่ถาม

"สาหัส" 

ทันทีที่ไดเอียนเรียก สาหัสก็เดินขึ้นมาหาเราพร้อมแผ่นพับอะไรสักอย่างก่อนที่เขาจะกางมันออกแล้ววางบนโต๊ะอาหารที่สากรรจ์รีบเคลียร์พื้นที่ให้ ทีมเวิร์คดีแท้ แล้วผมก็พบว่าแผ่นพับที่เขาเอามาด้วยมันคือแผนการรบ แล้วสาหัสก็เริ่มอธิบายแผน

"กองหน้าหนึ่งคู่คือจีมินกับเจนนี่ เราให้ไปส่งข่าวและให้พวกเขาร่วมรบกับกองทัพอกาธอนแล้ว" ที่ไม่เห็นจีมินเพราะอย่างนี้เองสินะ "ส่วนกองกลางคือพวกข้า"

"ร่วมถึงผมด้วยน่ะสิ" เจโฮปทำหน้าหงอยเพราะแกต้องบินเดียวไปกับพวกไดเอียนคนเดียวเลย 'โชคดีนะฮยอง' ให้ฮยองแกไปกับคนพวกนี้ดีแล้วครับ รับรองปลอดภัยหายห่วง ผมว่าที่ไดเอียนเลือกฮยองแกไปด้วยก็เพื่อความปลอดภัยของแกนี่แหละ เพราะฮยองแกขี้กลัวจะตาย

"ส่วนกองหลังก็พวกเจ้า" พวกผมเหรอ แต่จากที่เห็นมันมีแค่สามคู่นิ่ครับ

"แล้วจองกุกกับลิซ่าล่ะ" ผมถาม สาหัสทำตาแป๋วเหมือนไม่รู้จนต้องหันไปหาความช่วยเหลือจากนายตัวเอง

"อ่อ ข้าลืมบอกเจ้าน่ะสาหัส" ไดเอียนว่าก่อนจะเดินเข้ามาที่แผนที่แล้วชี้ไปที่ 'ปราสาทนี้เหรอ?'

"พวกเขาจะอยู่ที่นี่"

"หมายถึงสองคนนี้จะไม่เข้าร่วมกับเราเหรอคะ" จีซูถาม

"ไม่ใช่อย่างนั้น แต่พวกเขามีหน้าที่อื่นที่ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง" หน้าที่อะไรกันครับ เหมือนไดเอียนจะรู้ว่าพวกผมยังสงสัยอยู่และคงอยากได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ เขาจึงเฉลยให้ว่า "ข้าให้ลิซ่าทำหน้าที่เป็นฑูต ติดต่อกับเหล่าบรรพบุรุษ เพราะงั้นจองกุกจึงต้องอยู่ที่นี่ค่อยคุ้มครองนางด้วย"

"เห็นมั๊ยคะ" โรเซ่หันไปพูดกับจีซู "ฉันไม่ได้เดาสุ่มนะพี่" สงสัยพวกเธอคงเคยทายกันเล่นๆ ล่ะมั้ง

"แล้วบรรพบุรุษคือใครคะ" จีซูยังคงสงสัยอยู่

"บาร์ลอ"

"คะ?!" สองสาวดูตกใจกันมากเลยครับ แถมยังหันมามองหน้ากันอีก

"ไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ" โรเซ่แสดงความเป็นห่วงเพื่อนอย่างชัดเจน

"เพื่อนเจ้าเสี่ยงอยู่แล้ว ไม่ว่านางจะเลือกทางไหนก็เสี่ยงอยู่ดี" ลิซ่ามีอะไรให้น่าเสี่ยงงั้นเหรอ คิดไม่ออกเลยอะ "หากนางทำสำเร็จ ข้าคิดว่าทางนี้จะช่วยนางได้ และคงไม่ใช่แค่นาง หากมีคนอื่นๆ อีกที่รอดการปลดปล่อยนี้" พูดกำกวมอีกแล้วครับ ผมไม่ใช่นักถอดรหัสนะ แค่บวกลบคูณหารก็เป็นปัญหาสำหรับผมแล้วอะ

"การปลดปล่อยอะไร" ชูก้าฮยองถามขึ้น ฮยองแกก็คงสงสัยเหมือนผมแหละ

"ก็...ปลดปล่อยจากสงครามไง" แค่พูดเท่านี้ทำไมต้องมีการแอบคิดด้วยนะ มันน่าสงสัยจริงๆ หรือแค่ผมเป็นคนขี้สงสัยกันแน่นะ ถึงรู้สึกว่าคำพูดของไดเอียนมันฟังดูแปลกๆ "ทุกคนจะเป็นอิสระเมื่อสงครามสิ้นสุดลง" เอาเป็นว่าผมจะเชื่อเขาแล้วกัน

"มาฟังหน้าที่และตำแหน่งของพวกเจ้าทั้งหกคนดีกว่า" เขาบอกและดึงเรากลับไปให้ความสนใจกับแผนที่ตรงหน้าแทน "กองทัพของเราจะแบ่งเป็นสามกองบุกเข้ากองหลังของทัพแม่ข้า แบ่งเป็นปีกซ้าย ปีกขวา และส่วนกลางของทัพหลัง" ไดเอียนชี้ทั้งสามส่วนที่เราจะเข้าไปตี 

"ปีกซ้ายข้าอยากให้เจ้าสองคนเป็นคนรับผิดชอบ" ไดเอียนมองมาที่ผมกับโรเซ่ พวกเราจึงพยักหน้าน้อยๆ รับ "ส่วนปีกขวาคือพวกเจ้า" ปีกขวาเป็นหน้าที่ของชูก้าฮยองกับจีซู "และส่วนกลางคือพวกเจ้า" แรปมอนกับจินฮยองพยักหน้าเหมือนเข้าใจ 

"และสิ่งนี้จะช่วยพวกเจ้าให้เข้าถึงกองทัพแม่ข้าได้" ไดเอียนวางหินสีดำสามก้อนไว้บนโต๊ะ ผมเคยเห็นเขาใช้นะ หน้าที่ของมันคล้ายๆ หินนำทางเลย

"เราไปอกาธอนได้มั๊ยครับ" จินฮยองแกคิดจะชิ่งเหรอครับ "อะไร พวกมึงจะมองหน้ากูทำไม กูแค่ถามดูว่ามันมีลิมิตการใช้อะไรหรือเปล่า" งั้นเหรอครับ

"ไม่ได้ พลังของพวกเขาแรงเกินที่หินนี่จะทำงานได้"

"แสดงว่าพวกผมจะใช้หินนี่ได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีอกาธัซอยู่ใช่มั๊ยครับ" ผมถาม

"ใช่ เฉพาะพื้นที่ที่พลังด้านมืดมากกว่าด้านสว่าง" เข้าใจแล้วครับ แสดงว่าหินนำทางของลุงลักซ์คงมีขีดจำกัดเหมือนกัน

"แล้วเราจะบีบหินให้แตกได้ยังไงกัน" แรปมอนแสดงความสงสัย นั่นน่ะสิครับ พวกผมไม่ใช่กัปตันเมกาอย่างเขานะถึงจะบีบหินให้แตกได้

"แค่คิดว่าเป็นใบไม้แห้งก็พอแล้ว" เอ่อ...ก้อนหินทั้งก้อนนี่นะครับ เขาก็พูดได้สิก็เขาทำได้นิ่ "พวกเจ้าจะเข้าไปหลังกองทัพของเราเริ่มเข้าปะชิดกองทัพหลังของแม่ข้า" คงชลมุนน่าดูเลยครับ

"แล้วพวกพี่ล่ะคะจะเข้าไปตอนไหน" จีซูถามไดเอียน

"ตอนที่คาร์นาสมันพร้อม ซึ่งข้าก็คิดว่ามันคงพร้อมอยากไปเขมือบเหยื่อเต็มแก่" 

'คาร์นาส?' แถมยังมี 'เขมือบ?' มันคืออะไรอะครับ

"สัตว์เลี้ยงข้าเอง" สัตว์เลี้ยงของเขาเหรอ ใช้คำว่าเขมือบเลยนะ รู้สึกว่ามันจะต้องร้ายกาจแน่นอน "เราจะรีบตามพวกเจ้าไป"

"ไม่ได้จะไปพร้อมกันหรอกเหรอ" เจโฮปฮยองถามขึ้นอย่างเป็นกังวล แกคงคิดว่าอย่างน้อยถ้าพวกเราไม่ได้ไปด้วยกัน น่าจะไปพร้อมกันก็ยังดี

"จะเข้ากองกลางไปธรรมดาแบบนั้น เจ้าได้ตายก่อนที่จะชักดาบออกจากฟักซะอีก" สากรรจ์โจทก์เก่าแกตอบให้ "เราก็ต้องการตัวช่วยเหมือนกันนะ" 

เจโฮปฮยองถึงกับเถียงไม่ออก ผมก็เห็นด้วยตามที่สากรรจ์ว่าเพราะพวกเข้าไม่มีกองเสริมเหมือนเรา ถ้าจะเข้าไปแบบปกติก็คงเป็นไปได้ยากถ้าอยากจะตีกองกลางของคาร์เมนให้แตก

"มีใครสงสัยอะไรอีกมั๊ย" ไดเอียนถามขึ้น ผมว่าคงไม่มีใครสงสัยอะไรแล้วมั้งครับ เพราะแผนก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วนะ

"เราจะชนะใช่มั๊ย" แต่ผมคงคิดผิดเพราะคนข้างๆ ดันถามขึ้นมา เธอกังวลเกินไปแล้วนะครับ

"ข้า..." ผมว่าไดเอียนก็คงไม่มั่นใจเหมือนกัน เขามองหน้าที่เป็นกังวลของโรเซ่ "ขอเพียงเจ้าชนะใจตัวเองให้ได้" เขาบอกเธอ โรเซ่ยืนนิ่งฟังเขาอย่างตั้งใจ "เพียงพวกเจ้าชนะใจตัวเอง ไม่ว่าศึกไหนก็จะเป็นชัยชนะของพวกเจ้า" 

ไดเอียนเก่งเรื่องโน้มน้าวใจจริงๆ นะจากที่ผมรู้จักเขามา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่ลีนานถึงชอบเขา เขาเหมือนรับรู้ได้ถึงความกลัวซึ่งอาจเป็นเพราะเขาเป็นอกาธัซ แต่เขาต่างจากคนพวกนั้น ตรงที่เขาไม่เห็นความกลัวของคนอื่นเป็นอาหาร แต่เขากลับเปลี่ยนความกลัวนั้นเป็นความกล้า และมอบพลังให้กับคนที่สิ้นหวังเช่นโรเซ่

"งั้นเราก็ชนะแน่" ชูก้าว่า ฮยองแกจริงจังมากเลยนะครับ ตั้งแต่เรามาที่นี่ ผมไม่เห็นแกกระตือรือร้นเท่าวันนี้มาก่อนเลยนะ

"ใช่ค่ะ เราชนะแน่ๆ" จีซูเลยพลอยเป็นไปด้วย

"ค่ะ" โรเซ่เอ่ยขึ้น "เราจะชนะ เราจะต้องชนะ" 

ผมหันไปหาโรเซ่ ผมเห็นประกายความมุ่งมั่นในตาเธออีกครั้ง เธอสบตาผมแล้วบอกว่า "แค่เราชนะใจตัวเองเพียงครั้ง แม้ต้องตายอีกกี่ครั้ง เราก็จะไม่เสียใจ" มันเป็นคำพูดที่ดีนะครับ แต่อีกแง่มันก็แอบหน่วงบ้างเหมือนกัน 

ผมแอบเอือมมือไปจับมือเธอไว้ "ใช่" ผมว่า "ดีกว่าเสียใจที่เราไม่ได้ทำ" ผมจะไม่เสียใจถ้าการที่เราทำดีที่สุดแล้วแต่ผลมันไม่เป็นไปเหมือนที่หวัง ตอนนี้ผมไม่อยากหวังแล้ว ผมแค่จะทำตามใจตัวเอง ตามเสียงหัวใจดวงนี้ เราแค่ต้องไปด้วยกันและผ่านวันนี้ไปด้วยกันให้ได้

"เอาล่ะ ลงไปกันเถอะ กองทัพพร้อมแล้ว" ไดเอียนว่าแล้วเดินนำสาหัสกับสากรรจ์ออกไป แล้วพวกผมจึงเดินตามสามคนนั้นไปอีกต่อ โดยมีผมกับโรเซ่เดินรั้งท้าย 

ผมไม่อยากปล่อยมือนี้และโรเซ่คงเหมือนกัน เราแค่เดินจับมือกันแน่นมาตลอดทางพร้อมหัวใจของผมที่มันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและตื่นตัว ไม่มีความตื่นกลัวเหมือนอดีตอีกแล้ว และผมยิ่งรู้สึกตื่นเต้นเข้าไปอีกเมื่อเราเดินลงมาแล้วเห็นกองทัพของไดเอียน 

เขาบอกว่ามันใหญ่แค่ 1 ใน 4 ของกองทัพคาร์เมน แต่สำหรับผม ผมว่ามันใหญ่พอตัวเลยนะ พวกเขาตัวสูงใหญ่ ร่างกายกำยำ สายตาแน่วแน่ที่ส่งออกมาไม่มีแววของความกลัวอยู่เลย เพราะพวกเขาคือนักรบ เหล่านักรบผู้กล้าหาญที่เอาชนะเงามืดในใจตัวเองได้ พวกเขาเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ พวกเขาอาจเป็นอกาธัซ มีเลือดที่หล่อเลี้ยงเป็นเลือดปีศาจ แต่จิตใจกลับบริสุทธิ์และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชร ผมนับถือพวกเขานะ และผมกำลังจะทำเหมือนที่พวกเขาเคยทำ 'การชนะใจตัวเอง'

"เอาล่ะ!" ไดเอียนเอ่ยขึ้นเสียงดังเมื่อพวกเราเดินมาถึงหน้ากองทัพ "นักรบของข้า สหายข้า โปรดฟังให้ดีท่านทั้งหลาย" 

ทัพเรามีทั้งอัศวินและพลธนูบนหลังม้า ทั้งพลดาบและพลธนูภาคพื้นดิน ทุกคนสวมชุดเกราะและหมวกเหล็กสีดำ แต่มีรอยฝามือสีขาวประทับอยู่บนอกซ้าย คงทำรอยนี้กันขึ้นมาเองแน่ๆ

"วันนี้! เราจะไปกู้เกียรติของเราคืน เราจะชำระบาปในสิ่งที่เราเคยก่อ พวกเจ้ารู้ว่าเราย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่พวกเจ้าก็รู้เช่นกันว่าปัจจุบันสามารถสร้างอนาคตได้" เหล่านักรบยืนฟังไดเอียนอย่างตั้งใจ 

"อนาคตภายใต้บ้านหลังเดิม แต่สมบูรณ์ยิ่งกว่าและน่าอยู่ยิ่งขึ้น" ผมชอบคำนี้นะ มันสอนใจเล็กๆ ว่า 'เราดีขึ้นได้ด้วยตัวเรา'

"อนาคตที่เราไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปเพราะเรามีมิตร มีสหายที่เราไม่คิดว่าจะมี" ไดเอียนหันมามองพวกผมทำให้เหล่านักรบก็หันมามองเราด้วย พวกผมจึงโค้งหัวให้นิดๆ และพวกเขาก็โค้งกลับ ไม่ผิดใช่มั๊ยครับถ้าผมจะรู้สึกประหม่าหน่อยๆ แอบเขินนิดๆ ก็เราเป็นแค่คนธรรมดานี่นา 

"อนาคตที่อยู่ภายใต้ความยุติธรรมที่มีสิทธิเป็นสารถี มีเสรีภาพเป็นพาหนะ และมีความดีเป็นเครื่องนำทาง" คำคมประจำปีเลยครับ การเมืองสุดๆ ไปเลย

"สหายข้า" ไดเอียนว่าและกางมือขึ้น "พวกเจ้าทั้งหลาย" เขาไล่มองหน้าเหล่านักรบจากซ้ายไปขวา "พวกเจ้าพร้อมหรือไม่ พร้อมไหมที่จะสร้างอนาคตไปกับข้า เจ้าพร้อมหรือไม่ พร้อมหรือไม่!"

"พร้อม!" ผมขนลุกอะ

"พร้อมหรือไม่!"

"พร้อม!!" มันน่าเกรงขามมากเลยนะครับ 

"พร้อมหรือไม่!!"

"พร้อม!!!" จนพวกผมเองก็อดมีส่วนรวมไปด้วยไม่ได้

"ดี! เยี่ยมมากๆ สหายข้า" ไดเอียนยิ้มอย่างปลาบปลื้ม "ในนามข้า ไดเอียน ผู้นำอกาธัซเขตหนาว ข้าขอให้คำสัตย์ว่าข้าจะขอสู้จนตัวตายเคียงข้างพวกเจ้า เหล่าพี่น้องข้า สหายข้า" 

โคตรเท่ห์เลยครับ แล้วดูสายตาที่พวกเขามองมาที่ไดเอียนสิ ทุกคนดูนับถือเขาอะ แถมคำพูดของเขายังจุดไฟในตัวพวกเขาอีกเพราะมันสะท้อนออกมาจากแววตาของพวกเขาด้วยน่ะสิ นี่เป็นเหตุผลสินะครับว่าทำไมผู้นำถึงมีบทบาทสำคัญในหลายๆ เรื่อง

"จงเชื่อมั่นในตัวเองเหมือนเช่นที่ข้าเชื่อในเจ้า จงมองหน้าสหายที่ยืนเคียงข้างเจ้าเอาไว้ จงรักและปกป้องกันเหมือนเช่นที่เจ้ารักตัวเอง" ผมจะรักและปกป้องเธอให้มากกว่าที่ผมรักตัวเองให้ได้ "เชื่อในสิ่งที่เจ้าเป็น ศรัทธาในสิ่งที่เจ้าทำ และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ข้าขอให้พวกเจ้าโชคดี ขอให้บรรพบุรุษจงเข้าข้างเรา" ผมก็ขอให้เราโชคดีเหมือนกัน

"สหายข้า" ไดเอียนมองตาทุกคน "เราจะพบกันอีกครั้งเมื่อศึกนี้จบลง"

"ตั้งขบวน!!" สาหัสร้องขึ้นทันทีที่ไดเอียนพูดจบ แล้วเสียงกลองก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ 

มันแอบใจหายนิดหน่อยนะครับ เพราะเรารู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กลับมา แค่พวกเขาเสียสละมันก็ยอดเยี่ยมที่สุดเลยล่ะ และเมื่อได้ฤกษ์ตั้งขบวนแล้ว มันก็คงถึงเวลาที่พวกผมต้องแยกย้ายไปประจำตามแต่ละกองแล้วสินะ

"พวกมึงจะไปกันแล้วเหรอ" เจโฮปฮยองทำหน้าเศร้าเลยครับ แต่จู่ๆ ฮยองแกก็รีบเปลี่ยนอารมณ์ใหม่กลับมายิ้มอารมณ์ดีในแบบของแก "โชคดีนะโว้ย" พวกผมก็รู้สึกไม่ต่างจากแกหรอก 

"มึงก็เหมือนกัน" แรปมอนว่าแล้วมองเจโฮปนิ่ง ก่อนที่พวกฮยองสองคนจะทำซึ้งโดยการกอดกันแน่น "โชคดีนะมึง" แรปมอนตีหลังเจโฮปซะแรงเลยครับ

"มึงจะบิ้วทำไมวะ" ชูก้าฮยองเอ่ยขึ้น

"ฮยอง" แต่เจโฮปรีบเดินเขามากอดแกไว้ "ผมรักฮยองนะ" 

"กูเกลียดมึงจริงๆ เลยไอ้โฮป" ถึงปากแกจะพูดแบบนั้นแต่ฮยองแกก็เอามือตบหัวเจโฮปเบาๆ เพื่อปลอบใจอยู่นะครับ

"พวกฮยองไปกันเถอะ" เจโฮปว่าแล้วเช็ดน้ำตาก่อนยิ้มให้พวกผม ฮยองแกจะร้องไห้ทำไมล่ะ ผมเลยจะร้องตาม 'ไอ้ฮยองนี่'

"อืม พวกกูไปแล้วนะ" จินบอกเจโฮป เจโฮปจึงพยักหน้าให้ ปากบอกจะไปกันแต่ขามันกลับไม่ยอมก้าวน่ะสิครับ

"ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลเขาเอง" ไดเอียนให้ความมั่นใจกับพวกผม

"งั้นฝากน้องผมด้วยนะ" ชูก้าบอกเขา

"อืม ข้าก็ฝากเจ้าด้วยเช่นกัน"

"ครับ" ชูก้ารับคำ "ไปกันเถอะ" แล้วฮยองแกก็ตัดสินใจเดินออกไปพร้อมกับจีซู 

"พวกกูไปจริงๆ แล้วนะ" แรปมอนว่าก่อนยกมือลาแล้วรีบเดินออกไปโดยมีจินฮยองรีบเดินตาม

"ไปแล้วนะคะพี่ ดูแลตัวเองด้วยนะ"

"อืม พี่ฝากดูแลไอ้นี้ด้วยล่ะ" จะจากกันอยู่แล้วยังมาสบประมาทผมอีก

"ผมต่างหากที่ต้องดูแลโรเซ่ฮยอง" ผมรีบท้วง แต่พอเห็นสายตาเป็นห่วงที่ฮยองแกมองมามันก็อดไม่ได้จริงๆ ครับ "ฮยองแม่ง" ผมเดินเข้าไปกอดแก "โคตรอ่อนเลยว่ะ" ผมกอดแกแน่น 

"เออ ไอ้ไม่อ่อน" แกผลักผมออกค่อยๆ แล้วมองหน้าผม "กูรอดูมึงอยู่นะ ถ้ามึงเป็นอะไรไปกูไม่ไปเผาผีจริงด้วย" 

"โห ขนาดนั้นเลยแหละฮยอง"

"เออ ขนาดนี้แหละ" ฮยองแกว่าติดตลก

"ก็ได้ๆ งั้นฮยองก็เหมือน" ผมพูดขำๆ 'เห้อ' ใจหายหน่อยๆ นะครับ "ผมไปแล้วนะ" ฮยองแกพยักหน้าให้ผมสองคน "ไปกันโรเซ่" ผมรีบเดินจูงโรเซ่ออกมาจากตรงนั้น เรามีหน้าที่ที่ต้องทำครับ ผมต้องไม่เสียใจเพราะนี่ไม่ใช่การจากลาซักหน่อยแค่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไปตามหน้าที่เท่านั้นเอง

"อย่าร้องไห้นะ" โรเซ่บอกผม

"ฉันไม่ได้จะร้องไห้" ผมหันไปแก้ตัว "มันแค่ฟีลลิ่ง" แต่โรเซ่มองหน้าผมนิ่งจนผมต้องถามออกไปว่า "มีอะไร" เธอสบตาผมแบบนี้ผมก็เขินเหมือนกันนะ "มีอะไรๆ" ผมถามรัวๆ

"เปล่า" ผมไม่เชื่ออะ "แต่จริงๆ แล้วก็มี" นั้นไงครับ

"แล้วจริงๆ น่ะมีอะไร"

"ฉันรักนาย"

'หือ' สตั้นได้มั๊ยครับ 'ฉันรักนาย' ตายแล้ววว...ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับที่เธอจะพูดมันออกมา ตอนนี้ใจผมเต้นแรงเพราะคำว่ารักมากกว่าความรู้สึกตื่นเต้นที่จะไปรบซะอีก และเหมือนกำลังใจมาเต็มสูบเลยครับ ถึงไปรบก็ไม่กลัว รู้สึกใจมันกระชุ่มกระชวยๆ มันเรอทักว่ารักเธอยังไงก็ไม่รู้

"ผีเข้าเปล่านิ่ ต้องเป็นยัยผีตัวเมื่อวานแน่ๆ" ผมแกล้งแซวเธอ

"เอ้า คนพูดจริงแล้วยังหาว่าพูดเล่นอีก" สีหน้าไม่พอใจชัดเจนเลยครับ

"พูดจริงจริงดิ" ผมถาม

"งั้นก็พูดเล่นแล้วกัน" จะเดินงอนหนีผมแล้วครับ

"เดี๋ยวๆๆ" โรเซ่บึ้งหน้าใส่ผม แสดงว่าพูดจริงจริงๆ ด้วย "ขอมือหน่อย" ผมขอมือจากเธอ แต่โรเซ่ท่าจะงอนผมไปแล้ว เมื่อเธอไม่ให้เอง ผมจับมาเองก็ได้ครับ

"นี่" ยังจะชักมือกลับอีก

"อยู่นิ่งๆ ก่อน" ผมว่าและพยายามแบมือเธอออกแต่โรเซ่ก็ขัดขืน ต้องให้ผมใช้ไม้แข็งใช่มั๊ยครับ "ไม่นิ่งจูบโชว์จริงด้วย" โรเซ่ถลึงตาใส่ผมแต่ก็ยอมอยู่นิ่งๆ ตามที่ผมขู่ ใจจริงผมอยากให้เธอต่อต้านนะ ฮ่าๆๆ ผมจะได้มีข้ออ้างซักหน่อย

ผมแบมือเธอออก ผมว่าผมสารภาพและเคยบอกเธอไปหลายครั้งแล้วนะ เพราะงั้นวันนี้ผมจะไม่บอกหรอก แต่ผมขอเขียนมันแทนแล้วกัน ผมใช้นิ้วชี้บรรจงเขียนคำนั้นลงไป ตอนแรกโรเซ่ก็เหมือนไม่ได้สนใจอะไร แต่พอผมเขียนชื่อแรกเสร็จ เธอก็มองหน้าผมนิ่งก่อนก้มมองมือนั้นอย่างตั้งใจ

"ได้มั๊ย" ผมถามเธอหลังจากที่เขียนมันเสร็จแล้ว โรเซ่จ้องตาผม และผมก็รู้คำตอบมันจากแววตาเธอ

"นายก็รู้ว่าได้" เธอยิ้มน้อยๆ ให้ผมจนผมอดยิ้มตอบไม่ได้ ก่อนจะผลิกหลังมือนั้นขึ้นมาแล้วจูบอย่างนุ่มนวล

"เธอพูดเองนะ" ผมบอกเธอ โรเซ่จึงพยักหน้าเขินๆ "น่ารักจัง โอ้ย!" นี่แหละครับ พอเขินแล้วก็เป็นงี้ ทำร้ายร่างกายผมตลอด แขนผมโดนตีจนซ้ำหมดแล้วนี่

"น่ารักบ้าอะไร ไม่ต้องมาแซวเลยนะ" เธอว่าแล้วรีบเดินไปกองทัพปีกซ้าย 'เขินแน่ๆ' ก็น่ารักดีออกผมว่า "เร็วๆ" มาเร่งผมอีก

"รู้แล้ว" ผมรีบเดินตามเธอไป และผมจะจำวันนี้เอาว่าเธออนุญาตแล้วและผมได้บอกกับเธอแล้วว่า...

'แทฮยองรักแชยอง ตลอดไป'





.........จบ PART 119.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1604 v?ose?ha?ng_?V (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 18:20

    ตอนนี้โคตรซึ้งมาก ไดเอียนพูดดีหลายประโยคเลย ชอบมากอ่ะ

     

    ป.ล. ยังอยู่ในโหมดดราม่าอยู่แต่แทบเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันเพราะคู่ของมักเน่รองวีโรเซ่นี้เลย

    #1,604
    0
  2. #1478 Nanny😁😄 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 14:10
    ตอนนี้ซึ้งมากเลยค่ะ ฮื่อออ มิตรภาพที่แท้จริง~~~ขอให้ชนะนะ>0<
    #1,478
    0
  3. #1445 -wa-ya- (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 22:27
    ซึ้งตอนรงมพลังมากเลยค่ะ ตอนลาที่จะแยกกันอ่านแล้วน้ำตาแทบไหลเลย ฮื่อออออออ
    #1,445
    0
  4. #1284 Tmncnpckiki (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:37
    น่าร้ากกก รอนะค้าา
    #1,284
    0
  5. #1283 asia2003 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:08
    ต่อด้วยนะค่ะ สู้ๆนะค่ะเป็นกำลังใจให้นะ
    #1,283
    0
  6. #1282 Ralinee (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:58
    สู้ๆค่า~ เป็นกำลังใจให้ค่า~
    #1,282
    0
  7. #1281 MokyTan17 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:19
    กลิ่นดราม่ามันลอยมาง่าไรท์ ฮืออ
    #1,281
    0
  8. #1280 Aern5555 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:06
    ดราม่ากำลังจะมาอีกแล้ว
    #1,280
    0
  9. #1279 Mind_kookga (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 11:48
    บาลอร์ต้องมาแน่ๆ งื้อออ มีลางสังหรณ์ว่าไดเอียนจะตายง่ะ ไม่เอานะๆสงสารจีซูเพิ่งได้พี่ชายกลับมา คู่กุกลิซนี่ก็หน่วงไปอีก ขอเถอะ รอนะคะไรท์~~~~
    #1,279
    0
  10. #1278 FBaomw (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 11:22
    ตลอดไป....
    #1,278
    0
  11. #1277 Snowaa (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:18
    คู่มักเน่ง่าา จะเป็นไงบ้างน้าา ความรู้สึกเมื่ออ่านตอนนี้แล้วเหมือนมันจะมีฉากเศร้าเข้ามายังไงไม่รู้ เเต่ขอให้ชนะสงครามครั้งนี้
    #1,277
    1
    • #1277-1 S_mewon(จากตอนที่ 125)
      18 กรกฎาคม 2560 / 12:14
      ดราม่าทุกตอน และจะเศร้าแบบสุดๆ ไปเลย ไรท์สปอยทำไมเนี่ย!!! ไม่ใบ้สิไม่ใบ้
      #1277-1
  12. #1276 กิ๊ฟกัซ (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 09:51
    งืออน้ำตาเค้นมาเลย แทฮยองกับเเชยอง พอมีพล็อตงี้เเล้วรู้สึกเหมือนฉากเศร้ากำลังจะมา เป็นฟิคที่ชอบที่สุดเเล้ว อยากให้มีวางเล่มเลยงืออTT
    #1,276
    1
    • #1276-1 S_mewon(จากตอนที่ 125)
      18 กรกฎาคม 2560 / 12:11
      ไรท์เพิ่งรู้ตัวว่าวางระเบิดอีกลูกไว้ในพาร์ทนี้เลยนะ ขอบคุณที่ชอบนะคะ
      #1276-1