Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 124 : PART 118 : ถ้าหาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jimin talk...



"ไดเอียน ลูกชายคนรองของท่านไงสหาย"

พอลีนานพอจบเท่านั้นแหละ เสียงฮือฮาดังขึ้นมาเลย คนอื่นๆ คงไม่อยากเชื่อรวมทั้งลุงโรมานเองด้วยที่ตอนนี้ได้แต่นั่งนิ่งคิดอะไรสักอย่าง และลีนานก็ไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เหมือนทั้งลีนานและลุงลักซ์กำลังรอให้ลุงโรมานพูดอะไรขึ้นมาซะก่อน แต่ดูเหมือนยิ่งปล่อยเวลาไว้นานเสียงฮือฮายิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนลุงลักซ์เริ่มทนไม่ไหว

"เงียบกันก่อน!" แล้วเสียงเหล่านั้นจึงค่อยๆ ซาลง "โรมาน เจ้าจะไม่พูดอะไรสักหน่อยเหรอ" ลุงลักซ์หันไปถามลุงโรมาน ผู้ที่ยังคงนั่งนิ่งด้วยความสับสน

"ทำไม" แกเอ่ยขึ้นแล้วหันไปหาลีนาน "ทำไมถึงเป็นไดเอียน"

"ข้าต้องขอโทษด้วยที่ต้องบอกเจ้าว่าเจ้าไม่ได้โดนพามาทิ้งกลางเขาทาธารัส หากแต่เขาเป็นคนที่พาเจ้ามาหาข้า" 

ลุงโรมานคงช็อคแล้วช็อคอีกอยู่แน่ๆ "แต่เจ้าไม่เคยบอกข้า" แกพูดเสียงค่อย

"นั่นเป็นประสงค์ของลูกท่าน" ลีนานว่าแล้วลุงโรมานก็เงียบไป เหมือนที่ทั้งห้องก็เงียบกริบลงไปด้วย ไม่มีใครกล้าพูดเลยครับ อาจะเพราะเกรงใจลุงแกหรือว่ากลัวแกอยู่ก็ไม่รู้

"แล้วทำไมเขาถึงเลือกช่วยข้า"

"เจ้าเป็นคนทำให้เขาเลือกเจ้าเอง"

"ข้าเองงั้นเหรอ" ลุงแกน่าจะสับสนถึงเอาแต่มองต่ำและเหมือนจะตกอยู่ในโลกของตัวเองไปแล้ว

"เจ้าเป็นคนฉุดเขาขึ้นจากเงามืด โรมาน" 

เกิดความเงียบขึ้นอีกชั่วขณะ และเมื่อลุงโรมานแกเริ่มเข้าใจและปรับอารมณ์ได้แกก็ถามขึ้นว่า "แล้วจีซูล่ะ"

"พี่จีซูอยู่กับไดเอียนแล้วค่ะ และคุณลุงไม่ต้องห่วงนะคะ ไดเอียนดูแลพวกเราเป็นอย่างดี" เจนนี่รีบตอบ ทำให้ลุงแกดูสบายใจขึ้น

"แล้วลูกกลับมาทำไมกัน" ลุงลักซ์ถามเจนนี่ แล้วเจนนี่กระสะกิดแขนผม 

"อ่อ คือไดเอียนให้พวกผมมาบอกแผนของเขาน่ะครับ" 

จริงๆ เจนนี่ควรบอกเรื่องนี้เองครับ แต่เธอบอกผมว่าอยากให้เป็นหน้าที่ผม คงอยากให้ผมพิสูจน์ตัวให้คนอื่นๆ เห็นว่าผมก็ทำได้นะ แต่ผมโคตรเกร็งเลยอะแถมประหม่าด้วย ก็คนที่นี่มีแต่คนแปลกหน้าทั้งนั้นเลย นอกจากเจนนี่ จียง มิโน ลุงลักซ์ ลุงโรมาน และลีนาน ผมก็ไม่รู้จักใครแล้วอะ อ่อลืมโรนินมือขวาลีนานด้วยอีกคน มีคนอยู่ในนี้ประมาณเกือบยี่สิบคนเลยนะครับ ผมไม่มั่นใจเอาซะเลยว่าผมจะทำได้

"แผน? แผนงั้นเหรอ" ลุงลักซ์เดินกลับไปยังที่ของตน "ไหนว่ามาสิ" แกว่าแล้วนั่งลง เจนนี่หันมาพยักหน้าให้ผม 'เฮ้อ' ผมยังไม่พร้อมเลยนะ

"เอาหน่อยๆ นายทำได้ไอ้น้อง" มิโนกระซิบบอกผม ได้กำลังใจมาเพิ่มอีกหนึ่ง ก็ดีขึ้นครับ

"แต่ถ้าทำไม่ได้หรือไม่ไหวก็ให้น้องฉันทำแทนก็ได้นะ" ส่วนอีกคนก็ถนัดเรื่องบั่นทอนจิตใจผมซะจริง 

"ผมทำได้ครับ" ผมบอกพี่จียง พี่เขาถึงกอดอกและยักคิ้วให้ผมหนึ่งทีประมาณว่า 'เชิญเลย' มาถึงขนาดนี้ ผมก็คงต้องทำแหละ ถ้าถอยผมก็แพ้น่ะสิ 'เอาวะ!'

"คือ...เขาบอกว่าให้พวกท่านเคลียร์..." ดูจากสีหน้าน่าจะมีคนไม่เข้าใจคำว่าเคลีนร์แน่ๆ เลยครับ แถมพี่จียงพอเห็นผมทำหน้าขาดความมั่นใจแกก็ยิ้มใหญ่เลย ผมต้องอธิบายภาษาที่มันสละสลวยใช่มั๊ยครับ "เอ่อ เคลียร์หมายถึงจัดการน่ะครับ เขาบอกให้พวกท่านจัดการจากทัพกองหน้าเข้าไป ส่วนเขาจะจัดการมาจากทัพกองหลังเอง"

"แล้วกองทัพพวกเขามีเท่าไหร่" นายพลที่ผมไม่รู้จัเอ่ยถาม

"1 ใน 4 ครับ"

"แค่ 1 ใน 4 นี่นะ ดูท่ากองทัพของไดเอียนจะเล็กกว่ากองทัพเราซะอีก ยิ่งพูดถึงกองทัพคาร์เมนแล้วคงเทียบกันไม่ได้เลย" นายพลคนนั้นว่า

"ใจเย็นก่อนๆ" ลุงลักซ์เอ่ยขึ้น "มีเพียงน้อยดีกว่าไม่มีเลย เราไม่เน้นปริมาณ เราเน้นคุณภาพ" แกหันไปบอกนายพลคนนั้น "เล่าต่อเถอะๆ" คุณพ่อตาผมหันมาบอก 

ผมขอหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มสาธยายอีกรอบก่อนนะ "ก็เพราะจำนวนที่น้อยนิดนี่แหละครับ ไดเอียนจึงใช้กลยุทธ 18 มงกุฏเข้าสู้" 

"18 มงกุฏ?" ทุกคนท่าจะสงสัย "กลยุทธอะไร" รวมทั้งรุ่นพี่จียงด้วย 

พอดีเลยครับที่ห้องนี้มีโต๊ะจำลองสนามรบพอดีเลย แถมวางกองรบของกองทัพลุงลักซ์กับคาร์เมนไว้พร้อม ยกเว้นของไดเอียนที่ไม่ได้มีในแผนที่ แต่ในกล่องไม้ยังมีหมากเหลืออยู่นะ งั้นผมขอเล่นดูซักหน่อยดีกว่า

"ก็..." ผมหยิบกล่องไม้มาถือไว้ "กลยุทธ 18 มงกุฏ" ผมวางหมากลง 9 จุดตามที่ไดเอียนเคยบอก "กับหนึ่งกองทัพ" และวางกล่องไม้ลงหลังกองทัพของคาร์เมน ทุกคนลุกขึ้นยืนและเริ่มเป็นไทมุงเข้ามาดูแผนที่ที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไป 'ฮู้' ผมโคตรตื่นเต้นเลยอะ มันดูเป็นการเป็นงานเกินไปจนคอผมเริ่มฝืดแล้วนะ

"แล้วไงต่อ" แม้แต่รุ่นพี่จียงก็ด้วย เดินมายืนเป็นมือซ้ายผมเลยนะครับ

"นั่นดิ" รวมทั้งมิโนที่เบียดเสียดระหว่างผมกับเจนนี่จนตอนนี้เจนนี่ต้องขยับทางให้พี่แกเข้ามาแทน 'อย่าเพิ่งไป' ผมอยากบอกเธอแบบนั้นเพราะรู้สึกเหมือนโดนคุมตัวอยู่เลยอะ

"เพราะจำนวนคนที่อาจสู้ไม่ได้ ไดเอียนจึงใช้วิธีสร้างเหยื่อล่อนั้นคือกองทัพของเขาเองเพื่อส่งคน 18 คนเข้าไปตีจากวงใน เพื่อสร้างความวุ่นวายครับ"

"นั่นคือ 18 คน 9 คู่ตามหมากที่จีมินวางไว้ค่ะ" เจนนี่ช่วยเติมส่วนที่ผมลืมบอก นึกว่าเธอจะให้ผมพูดอยู่คนเดียวซะแล้ว ค่อยใจชื่นขึ้นมาหน่อย

"แผน 4-4-1 งั้นเหรอ" มิโนฮยองต้องดูบอลบ่อยแน่ๆ เลย

"ใช่ค่ะ" เจนนี่ตอบ

"แล้ว 18 คน 9 คู่นี้มีใครบ้างล่ะ" ลุงโรมานถามขึ้น

"ถ้ายืดตามแผน 4-4-1 กองหน้าหนึ่งคู่ก็คือพวกเราสองคนค่ะ เพราะงั้นพวกเราถึงมาที่นี่เพื่อช่วยตีกองหน้า ส่วนกองกลาง..." เจนนี่หันมามองผม ได้เวลาผมอีกแล้วสินะ

"กองกลางมีไดเอียนกับเจโฮปฮยองเป็นคู่นำอีกสามคู่ที่เป็นคนสนิทของไดเอียนครับ"

"แต่พวกเขาจะเข้าตีกองกลางได้ยังไงถ้ากองหน้าหรือกองหลังไม่ถูกจัดการไปซะก่อน" รุ่นพี่จียงหันมาถามผม ผมก็เคยถามไดเอียนนะครับ และผมจะตอบพี่แกเหมือนที่ได้เอียนบอกผมแล้วกัน

"เขาบอกว่าเขามีวิธีของเขาครับ" รุ่นพี่จ้องผมซะเข้มเลย แต่ผมไม่ได้ตอบกวนตีนนะก็ไดเอียนตอบผมแบบนี้จริงๆ

"ส่วนกองหลัง..." เจนนี่เอ่ยขึ้น รุ่นพี่แกจึงหันไปให้ความสนใจน้องตัวเอง ค่อยโล่งขึ้นมาหน่อย "มีเพื่อนของเราอีก 4 คู่ที่จะกระจายกันไปทำภารกิจของตัวเอง"

"แล้วจีซูล่ะ จีซูจะไปส่วนไหน" ลุงโรมานถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

"ไดเอียนส่งพี่จีซูไปยังส่วนที่ไกลจากสามแม่ลูกที่สุดค่ะพร้อมพี่ชูก้า แต่ส่วนหลังไม่ได้มีแค่พวกเราหรอกค่ะ ยังมีกองทัพอีก เพราะงั้นคุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงไป" เจนนี่ตอบ

"ไดเอียนจะมาพรุ่งนี้ใช่ไหม" ลุงลักซ์ถาม

"ใช่ค่ะพ่อ"

"งั้นเราคงต้องยื้อ war zone ให้ได้นานที่สุดเพื่อให้สงครามอยู่แค่ในเขตนี้" ลุงลักซ์เริ่มใช้ความคิด

"แต่คนของเราอ่อนแรงกันมากแล้วนะครับพ่อ" มิโนบอก "นอกจากเราจะส่งคนเข้าไปอีก"

"ไม่ได้" จียงรีบค้าน "ถ้าเรายังส่งคนออกไปอีก คนของเราจะยิ่งเหลือน้อยลงเรื่อยๆ การอยู่ที่นี่แล้วรอตั้งรับจะเพิ่มโอกาสให้เรามากกว่า เพราะกรณีนี้จำนวนเราเป็นรองอยู่"

"แต่ war zone ไม่พ้นคืนนี้แน่ฮยอง" มิโนท้วงกลับ 

ไอ้ผมที่ยืนอยู่ตรงกลางก็ไม่รู้จะทำอะไรครับได้แต่ยืนเหลือบตาไปซ้ายทีขวาทีดูอารมณ์ของคนทั้งสอง แต่คู่นี้ไม่ได้ใช้อารมณ์เหมือนที่ผมคิดแฮะ ดูใช้เหตุผลเข้าสู้กันมากกว่า 

"และถ้า war zone แตกตอนนี้จริงแล้วกองทัพคาร์เมนเข้าประชิดปราการในคืนนี้ เราอาจจะยื้อไว้ไม่ทันที่ไดเอียนจะมาถึงด้วยซ้ำ" มิโนว่า 

เท่าที่ผมฟังนะ เหตุผลของพวกเขาต่างกันก็จริง แต่ปัญหาเดียวที่สองคนพี่น้องกำลังหนักใจอยู่คือเรื่องจำนวนคนล้วนๆ เลยนะผมว่า

"เจ้าจะเอายังไงลักซ์" ลีนานถามลุงลักซ์ผู้ที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักจนคิ้วเริ่มย่น



ตู้ม!



เสียงเหมือนระเบิดเลยครับ

"กอง 1 กอง 2 ไปดูทางนู้น!" มีเสียงจากด้านนอกดังเข้ามา พร้อมเสียงฝีเท้าของคนหลายคนน่าจะเป็นขบวนเลยมั้งครับ เสียงเหมือนกำลังวิ่งไปดูอะไรสักอย่าง คงไปหาที่มาของเสียงแน่ๆ

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ" ลุงลักซ์เอ่ยขึ้น



ฟิ้ว!



มิโนหายวับไปกับตา ในขณะที่พี่จียงเดินไปแหวกประตูออก สิ่งแรกที่พวกเราเห็นทันทีที่เปิดม่านประตูออกไปคือแสงสีเงินจ้าที่ส่องเข้ามาจนต้องหรี่ตาลง มันจ้าจนมองไม่เห็นอะไรเลยครับ

"แสงอะไรกัน" หลายคนเริ่มสงสัย

"คาร์เมนหรือเปล่า" 



ฟิ้ว!



"พ่อๆๆๆ" มิโนเป็นไก่ตื่นมาเลยครับ

"อะไรของเจ้ามินโฮ"

"พ่อๆๆๆ" มิโนได้แต่ยืนชี้ไปที่ด้านนอก พี่แกจะตกใจอะไรขนาดนั้นครับ ตกใจจนพูดคำอื่นไม่ได้แล้วหรือไง

"เกิดอะไรขึ้น" ลุงลักซ์เริ่มพูดเสียงเข้ม

"พ่อ พ่อ พ่อต้องไปดูๆ ฮยองด้วย" มิโนหันไปบอกจียง "แล้วก็แกด้วยยัยเล็ก" มิโนหันไปบอกเจนนี่ แล้วเจนนี่ถึงหันมามองหน้าผม เธอยิ้มน้อยๆ เหมือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น" จียงถามหน้าเครียด

"เอ้อ!" อารมณ์มิโนเหมือนตื่นเต้นจนหงุดหงิดไปแล้ว "ไปดูก่อนๆ ทุกคนเลย หมดนี่แหละ เร็ว!" แต่เมื่อฮยองแกกระตุ้นแล้วไม่มีใครยอมทำตาม "ตามมาเร็วววว!!"



ฟิ้ว!



ไปแล้วครับ

"เราตามไปดูกันเถอะ" มีคนหลายคนเริ่มออกไปแล้ว และเมื่อคนอื่นๆ ออกไปหมด สามผู้นำ จียง ผมและเจนนี่จึงเดินตามพวกเขาออกไป

"เกิดอะไรขึ้นเหรอ" ผมถามเจนนี่ผู้ซึ่งดูจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยิ้มน้อยแล้วบอกผมว่า "ดาวตกน่ะ"

'ดาวตก?' เอ๊ะ...เรื่องเดือนๆ ดาวๆ ผมว่า...'โอ๊ะ!' เจนนี่ยิ้มขำๆ ให้ผมเมื่อเธอเห็นผมอ้าปากหว๋อ

"มาจริงเหรอ" ผมกระซิบถามเธอ เธอจึงพยักหน้าให้และใช้นิ้วชี้ปิดปากเป็นสัญลักษณ์ว่าอย่าเอะไป "โอเค" ผมรับปากเธอ

พวกผมจึงเดินตามหลังคนอื่นไปอย่างเงียบๆ ถึงเจนนี่จะบอกว่าอย่าเอะไป แต่เธอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างจากมิโนเลยนะครับ ก็เล่นเดินชะเง้อกระโดดย่องแย่งเป็นจิ้งโจ้อยู่ข้างๆ ผมอยู่นี่

"ขี่หลังเอามั๊ย" ผมกระซิบถาม

"อย่ามาแซวนะ" เธอว่าเสียงค่อย ไม่ให้แซวได้ยังไงครับ ก็มันตลกจะตาย ผมไม่ค่อยเห็นเธอเป็นอย่างนี้เลยนะ ตอนที่เราเดินไปถึงก็เกิดไทมุงขึ้นเต็มพื้นที่รอบๆ จุดกำเนิดแสงนั้นเลยครับ

"หลีกทางให้ท่านผู้นำหน่อย" สิ้นเสียงนี้เหล่าอกาธอนัสก็เริ่มเปิดทางให้ลุงลักซ์ แล้วพวกผมจึงเดินตามเข้าไป

"พ่อ ฮยอง ยัยเล็ก" มิโนยืนยิ้มหันหน้ามาหาพวกเราเหมือนฮยองแกยืนซ่อนใครสักคนไว้ข้างหลังเลยครับ และผมก็รู้ว่าใคร แต่คงยกเว้นเหล่าคนอื่นๆ ที่ยังทำหน้าสงสัยอยู่

"ครอบครัวเรา..." มิโนว่าน้ำตาซึม "อยู่ตรงนี้แล้ว" และเมื่อมิโนเบี่ยงตัวออกด้านข้างก็เผยให้เห็นผู้หญิงที่ผมเคยเจอเธอแล้วครั้งหนึ่ง

"ลูน่าร์" ลุงลักซ์ถึงกับอึ้งไปเลย "แม่" รวมถึงรุ่นพี่จียงด้วย

"ลูน่าร์" ลุงแกค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหาภรรยาอันเป็นที่รัก "เจ้ากลับมาแล้ว" แกค่อยๆ เดินเข้าไปสวมกอดเมียแกช้าๆ 

"ข้าเกลียดนักเจ้าคนมีความลับ" ถึงป้าแกจะพูดแบบนั้นแต่ป้าแกก็ยังกอดตอบลุงลักซ์อยู่ดี ลุงลักซ์อ้าแขนออกหามิโนที่ยืนปริ่มอยู่ข้างๆ มิโนเดินเข้าไปหาทั้งสองคนแล้วทั้งสามก็กอดกันกลมเลย 

"ฮยอง ยัยเล็ก" มิโนหันมาเรียกจียงกับเจนนี่ 

จียงหันมาหาเจนนี่ เจนนี่ยิ้มแล้วก้าวไปคล้องแขนพี่ใหญ่ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบเดินเข้าไปหาสามคนนั้นแล้วกอดกันอย่างมีความสุข มันมีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา น้ำตาที่ไม่ใช่ความเสียใจแต่เป็นความสุข พวกเขาไม่ได้มีความสุขแค่เพียงห้าคนหรอกนะครับ แต่ผมว่าคนอื่นๆ ในที่นี่ก็ซึมซับความสุขนั้นไปด้วย เหมือนผมที่ปลื้มปริ่มและซึ้งใจกับภาพตรงหน้ามาก การได้เห็นครอบครัวที่สุขสันต์อีกครั้ง มันคงทำให้เธอไม่ต้องเศร้าอีกต่อไปแล้ว ผมดีใจกับเธอนะ เพราะนี้คงเป็นสิ่งที่เธอหวังไว้ที่สุด

"ลูน่าร์" ลีนานกับลักซ์เดินเข้าไปหาพวกเขา ผมจึงเดินตามหลังไปด้วย 

"ลีนาน และนี่..." ป้าลูน่าร์ดูอึ้งหน่อยๆ ที่เห็นหน้าลุงโรมาน "ข้าคิดว่าลูกข้าแค่..." แกคงคิดไม่ถึง "เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆ"

"ใช่ ข้ายังมีชีวิตอยู่เพราะสหายของข้า" ลุงโรมานมองไปที่ลุงลักซ์และลีนาน สายตาของป้าลูน่าร์ไปหยุดอยู่ที่ลีนาน แกคงรู้สึกผิดกับเธอ

"ข้าไม่น่าคิดกับเจ้าเช่นนั้นเลย"

"เจ้าไม่รู้นิ่ คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด" ลีนานยังใจกว้างเหมือนเดิมเลยครัย

"แต่ข้าก็ต้องขอโทษเจ้าอยู่ดี" ป้าลูน่าร์ก้มหน้าน้อยๆ เพื่อขอโทษลีนาน ขณะที่ลีนานก็น้อมรับคำขอโทษเช่นกัน

"แต่เจ้ารู้ได้ยังไง" ลุงลักซ์ถามแก

"เจ้าต้องขอบใจลูกสาวเรานะ" ลุงลักซ์หันไปหาเจนนี่ตามป้าลูน่าร์ เจนนี่จึงยิ้มน้อยๆ ให้ทั้งคู่แต่ก็ยังเกร็งๆ อยู่

"แค่นี้พ่อก็ดีใจแล้ว" ลุงลักซ์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู

"แต่ท่านพ่อ" มิโนเอ่ยขึ้น "ท่านแม่ไม่ได้มาแค่คนเดียวหรอกนะ" 

ไม่ได้มาแค่คนเดียวเหรอครับ และเมื่อแสงสว่างจ้าที่อยู่ด้านหลังป้าลูน่าร์ค่อยๆ หรี่ลงพวกเราถึงเห็นกองทัพของคนในชุดเกราะสีขาวงาช่างเลี่ยมทองดูสว่างไสวแม้แสงจ้าก่อนหน้าจะดับลงแล้ว 

"นักรบแสงจันทร์" ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลย นี่เหรอครับเหล่านักรบแสงจันทร์ที่เคยช่วยลิซ่าไว้ ลักษณะพวกเขาคล้ายๆ กันเลยอะ ดูตัวสูง รูปร่างดี และมีออร่าเสมอกัน ไม่มีใครดูโดดเด่นเกินใคร เป็นกลุ่มนักรบที่ดูสมาร์ท ดูเป็นผู้ดีมีสมองมากๆ เลยอะครับ

"เราจะร่วมกับเจ้าด้วย เหมือนเช่นที่เคย" ป้าลูน่าร์บอกลุงลักซ์ 

"และข้าจะรับน้ำใจนี้ เหมือนที่เป็นมา" 

สิ้นคำพูดของลุงลักซ์ เหล่านักรบแสงจันทร์ก็กำมือขวาขึ้นมาก่อนใช้มือทุบที่อกจนเกิดเสียงดังพร้อมกันถึงสามครั้ง และเหมือนนี้จะเป็นสัญญาณที่ประกาศความร่วมมือทำให้เหล่าอกาธอนัสนัสของลุงลักซ์เองก็ตอบรับพวกเขาในแบบเดียวกัน มันฮึกเหิมมากเลยครับ ยังไงการร่วมมือก็ดีกว่าความแตกแยกจริงๆ นะ






"แสดงว่าสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือการยื้อ war zone ให้พ้นคืนนี้ไปให้ได้เพื่อรอกองทัพของไดเอียนในตอนรุ่งเช้าใช่ไหม" 

ป้าลูน่าร์ถามขึ้นหลังจากที่เรากลับเข้ามาในกระโจมและได้ฟังแผน รวมถึงปัญหาที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่แล้ว

"ใช่แล้วท่านแม่" มิโนตอบ

"เจโร" ป้าลูน่าร์หันไปเรียกคนสนิทที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหลัง

"ครับนายหญิง" เจโรขานรับและขยับเข้ามาใกล้

"เจ้าพอรับมือได้หรือไม่" 

"ข้ารับมือได้แน่"

"คนของเราพร้อมนะ" เอ่อ...คนถามคือป้าลูน่าร์นะแต่ดูเหมือนคนอยากรู้คือลุงลักซ์มากกว่า จ้องสองคนนี้ไม่วางตาเลยครับ

"คนของเรามาเพื่อการณ์นี้อยู่แล้ว ท่านไว้ใจเราได้"

"ถ้าอย่างนั้นก็ส่งคนของเราไปสมทบที่ war zone เดี๋ยวนี้เลย"

"ครับนายหญิง" เจโรรับคำแล้วกำลังจะลุกเดินออกไป

"เจโร" แต่ก็ถูกป้าลูน่าร์ดึงแขนไว้ก่อน จริงๆ มันก็ดูเหมือนไม่มีอะไรหรอกครับ แต่สายตาของลุกซ์ที่มองไปที่มือนั้นน่ะสิ จะถลนอยู่แล้วมั้ง นี่หึงเมียตัวเองอยู่แน่ๆ

"ครับนายหญิง"

"ไปแค่ไหนให้เหลือเท่านั้นนะ" ป้าแกกำชับกับเจโร

"ข้าจะพากลับมาให้ได้มากที่สุดขอรับ"

"ดี เจ้าไปได้" คราวนี้ป้าลูน่าร์จึงปล่อยเจโรไปจริงๆ แต่มีคนนึงที่ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ไม่ใช่ว่าลุงแกจับเขาไว้หรอกนะ แต่เพราะสายตาที่มองตามเจโรไปจนกระทั่งเขาออกไปทำเอาผมเกือบกลั้นขำไว้ไม่อยู่ 

"เด็กใหม่เหรอ แต่ก่อนไม่ใช่คนนี้นิ่" ลุงลักซ์ถามป้าลูน่าร์ขึ้นมา

"นี่มันสิบปีแล้วนะ เราก็ต้องการเลือดใหม่มาสืบต่ออยู่แล้ว"

"แต่ข้าสงสัยว่าเลือดใหม่ไฟแรงแบบนี้จะสู้คนรุ่นเก่ามากประสบการณ์ได้งั้นเหรอ" 

ผมโคตรตลกเลยครับ มันเหมือนคำสบประมาทนะแต่จริงๆ ไม่ใช่หรอกแกถามเพื่อให้ป้าลูน่าร์เลือกมากกว่าว่าจะเลือกแกหรือเจโร แต่เหมือนป้าแกจะไม่เข้าใจจุดประสงค์นี้ก็เลยตอบตามความเป็นจริง

"ประสบการณ์สอนกันได้ แต่พละกำลังเสื่อมไปตามอายุ ข้าสอนงานพวกเขามาเป็นสิบปี ข้าเห็นว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้าง ฉะนั้นไว้ใจพวกเขาได้" ถ้ามั่วแต่ฟังป้าลูน่าร์แต่ไม่สังเกตลุงลักซ์ก็จะไม่มีใครรู้เลยครับว่าแวบนึงแกแอบมองบนอยู่ 'ฮึๆ' แกน่ารักดีนะผมว่า 

"ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นข้าก็ไม่ขัด" พูดดีครับแต่ในใจคงเถียงหัวชนฝาอยู่แน่ๆ 

"ที่นี่เราก็แค่ยื้อและรอ รออรุณรุ่งพรุ่งนี้ แล้วกลองรบจะดังขึ้นอีกครั้ง" มิโนฮยองแกอินไปก่อนเลยนะ ผมว่าให้ฮยองแกไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวก่อนดีมั๊ยครับ 

"ใช่ค่ะ" เจนนี่เอ่ยขึ้นแล้วหันมาหาผม เธอแอบจับมือผมด้วยแหละ "แค่รอให้ถึงพรุ่งนี้" เธอว่า

พอถึงพรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะจบลงใช่มั๊ยครับ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าผลจะเป็นยังไง ถ้าศึกครั้งนี้เราชนะก็ดีไป แต่ถ้าไม่ ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน จะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตวงของเราและจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอ ผมทั้งอยากรู้และไม่อยากรู้ ถ้าหากคุณรู้ว่าอนาคตจะไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง คุณยังอยากจะรู้อยู่ไหม







Lisa talk....



ฉันไม่อยากรู้ค่ะ ฉันไม่อยากรู้อนาคตถ้าหากว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นมันไม่เป็นตามที่หวัง เหมือนตอนนี้ที่เหมือนทุกอย่างจะผิดแปลกไปหมดโดยเฉพาะสิ่งที่ฉันเห็นในฝันลิขิตและคนที่ช่วยชีวิตฉันไว้เมื่อคืน

"ยัยเจนไปไหน" พี่จีซูเอ่ยขึ้นหลังจากที่เราแต่งตัวกันอยู่ "พวกแกเห็นเจนนี่เปล่า"

"ไม่เห็นเลยพี่" โรเซ่ตอบขณะที่กำลังนั่งมัดผมตัวเอง ขณะที่ยัยปรสิตกำลังนั่งใส่รองเท้าอยู่นี่ 

ฉันไม่เห็นเจนนี่ตั้งแต่ตื่นแล้วล่ะคะ นี่พวกเราก็คิดว่าคงไปอาบน้ำอยู่ แต่พอเราไปถึงห้องน้ำ เราก็ไม่เจอเธอเหมือนเดิม ก็เลยกะว่าจะมารอที่ห้องเพื่อเตรียมลงไปพร้อมกันก่อนแต่ถึงตอนนี่เราก็ยังไม่เจอร่องรอยของเจนนี่อยู่ดี

"ไปไหนของยัยนี้" จีซูว่าแล้วนั่งหย่อนขารอโรเซ่กับยัยปรสิตอยู่บนเตียง

"ลิซ่า" ทุกคนหันไปตามเสียงเรียกรวมทั้งยัยปรสิตด้วย

'จองกุก' แค่เห็นหน้าเขา ฉันก็รู้สึกใจคอไม่ดีแล้วอะ

"จองกุก" ยัยปรสิตยืนขึ้นแล้วเดินไปหาเขา "มาหาแต่เช้ามืดแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า" 

ฉันเกลียดการแสร้งถามสร้างภาพเป็นคนดีเหมือนเป็นห่วงเขาแบบนี้จริงๆ ถ้าไม่เห็นว่ามีจีซูกับโรเซ่อยู่ด้วย เธอจะพูดแบบนี้หรือเปล่านะ เธออาจจะแค่ถามเขาสั้นๆ ว่า 'นายมีอะไร' 

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอ" 

"ขอ?" ไม่ใข่แค่ยัยนี้หรอกค่ะที่แปลกใจ เพราะฉันเองก็ด้วย "นายมีเรื่องอยากจะขอฉันจริงๆ เหรอ" เธอถามเพื่อความมั่นใจ

"ใช่" จองกุกยืนยัน เขามีเรื่องที่จะขอยัยนี้จริงเหรอ 'เรื่องอะไร' ฉันสงสัยนะ

"แต่ขอคุยแค่เราสองคนได้มั๊ย" จองกุกเขาคิดจะทำอะไรนะ

"ได้" ยัยปรสิตตอบเสียงแจ๋วเลย "กับนายฉันได้เสมอล่ะ" เชอะ! ยัยสตรอเบอรี่

"งั้นไปกันเถอะ" จองกุกยื่นมือมาให้ยัยนี้ด้วย เขาทำเพื่อไม่ให้จีซูกับโรเซ่สงสัยเฉยๆ ใช่มั๊ยคะ

"อ่อ ไปสิ" ขนาดยัยปรสิตยังแอบแปลกใจเลยก่อนเธอจะจับมือเขาแล้วเดินมาด้วยกัน





"นายดูแปลกๆ ไปนะ" ยัยประสิตถามขึ้นหลังจากเราเดินกันมาได้สักพัก "ตกลงว่ามีอะไรจะคุยกับฉัน"

"ฉันขอโทษ" คะ? จองกุกขอโทษยัยนี้ทำไม

"ขอโทษฉัน สงสัยฉันจะหูฝาดไม่ก็กำลังฝันอยู่" แม้แต่ยัยนี้ยังไม่เชื่อเลย

"ฉันขอโทษ" เขาพูดย้ำ แล้วบรรยากาศก็เงียบลง เหมือนยัยปรสิตคงรอฟังสิ่งที่เขาจะพูดและฉันก็ด้วย ฉันก็อยากรู้เหตุผลของเขาเหมือนกัน

"ฉันขอโทษที่เมื่อวานนี้ฉันพูดไม่ดีกับเธอไป รวมทั้งที่ทำอะไรไม่คิด" หมายความว่ายังไงคะ "ฉันทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบและเพราะลิซ่า" จองกุกต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ "บอกตรงๆ ว่าเมื่อวานฉันโมโหมากที่เธอเอาลิซ่าเข้าไปเสี่ยงแบบนั้น แถมยังทำร้ายตัวเองอีก แต่ฉันก็คิดได้ว่าคนที่จะช่วยฉันปกป้องลิซ่าได้ก็คือเธอ" คะ? หมายความว่ายังไงคือยัยนี้ 

'ไม่นะจองกุก ยัยนี้มันนางงูพิษ นายจะเชื่อใจเธอไม่ได้นะ' ไม่ว่าจองกุกจะคิดทำอะไร ฉันไม่อยากให้เขาทำ ไม่อยากให้เขากลายเป็นหมากของยัยนี้

"คือฉันแล้วยังไง นายเลือกไปแล้วนิ่" น้ำเสียงเธอดูหยิ่งยโสจนฉันชักหมั่นไส้

"อะไรที่ทำให้เธอเชื่อแบบนี้" จองกุกคิดอะไรอยู่กันแน่นะ 

"อะไรที่ทำให้ฉันเชื่อแบบนี้ นายคิดว่าฉันโง่เหรอ ทั้งคำพูดและการกระทำของนายเมื่อวานนี้ มันสื่อชัดเจนว่านายเลือกอยู่ข้างคนทรยศ และที่กลับมานี้ก็คงเป็นหนึ่งในแผนของนาย"

"เธออาจพูดถูก" เขาขัดเธอ "และฉันคงโง่มากๆ ที่ดันทำให้เธอรู้ตัว" เขาจ้องตาเธอเหมือนจะลองเชิง "เธอคิดว่าฉันจะทำแบบนี้ไปทำไมถ้ารู้ว่าจะโดนจับได้" งั้นที่เขาขอโทษก็เป็นเรื่องจริงเหรอคะ 

"ฉันรู้ว่าเธออยากรู้ว่าฉันจะทรยศคนพวกนี้ได้หรือเปล่า และคำตอบฉัน..." ดูจากสายตาจองกุกตอนนี้แล้ว ฉันกลัวใจเขาเหลือเกิน 

"คือได้" ฉันรู้สึกเหมือนโดนฉุดลง Loch na Sul เลย กลับสู่ก้นทะเลสาบอีกครั้ง "ฉันทำได้ ฉันทรยศพวกเขาได้ ขอแค่ฉันไม่ทรยศลิซ่าก็พอ" 

'ไม่อะ' ฉันไม่อยากให้เขาทำแบบนี้ ฉันไม่อยากให้เขาต้องทำร้ายคนอื่นเพื่อฉัน 'อย่านะจองกุก อย่าทำเลย ขอร้องล่ะ' ฉันเสียใจค่ะ ฉันเสียใจ 

"ฉันจะเชื่อนายได้ยังไง" ยัยปรสิตถามเพื่อความแน่ใจ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันอึ้งคือ...

"จองกุกคนนี้ ขอสัญญาว่าจะรักและเชื่อใจลิซ่า จะปกป้องและดูแลลิซ่าอย่างดีที่สุด จะไม่ทำให้ลิซ่าต้องร้องไห้หรือเสียใจอีกต่อไป" และฉันยิ่งช็อคเมื่อเขาเรียกมีดสั้นออกมาก่อนกรีดมันลงไปบนมือข้างซ้าย เขาเจ็บแต่ก็ฝืนความเจ็บเอาไว้โดยการเม้มปากแน่น 

"ฉันสัญญา" เขาว่าแล้วเอามือทาบลงที่อกซ้ายของเธอ เธอจับมือของเขาที่ทาบไว้ออกมาดู เลือดเขาไหลไม่หยุดเลยด้วย ฉันเป็นห่วงเขาจัง 

ยัยปรสิตพับนิ้วเขาลงและสั่งเขาว่า "กำให้แน่น" จองกุกจึงทำตาม เขาจะไม่ขัดขืนยัยนี้เลยใช่มั๊ย "แล้วคุกเข่าลง" คะ? ยัยนี้ต้องการอะไรกับเขาอีก

'อย่าทำนะจองกุก อย่าทำตามที่เธอขอ' แต่ฉันคงได้แค่ภาวนาเพราะตอนนี้จองกุกคุกเข่าลงไปแล้ว พอเธอเห็นว่าเขาทำจริง เธอก็คุกเข่าลงไปนั่งตรงหน้าเขาเหมือนกัน สายตาจองกุกบ่งบอกว่าเขายอมทำจริงๆ สายตาที่ยิ่งฉันเห็นฉันยิ่งปวดใจ

ยัยปรสิตแกะผ้าพันแผลที่มือซ้ายออก แผลยังไม่หายดีด้วยซ้ำ เธอคว้ามือซ้ายที่จองกุกกำไว้แน่นมาและกุมมือนั้นของเขาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ

"ข้าจะรับคำสัญญาจากเจ้า หากเจ้าคิดแปรเปลี่ยน สัญญานี้จะกลืนกินชีวิตเจ้า เจ้าพร้อมแลกชีวิตเพื่อสัญญานี้หรือไม่" 

'ไม่' ฉันอยากพูดคำนี้เป็นร้อยล้านครั้งถ้าหากจะมีสักครั้งที่จองกุกจะได้ยิน

"ฉันพร้อม ฉันพร้อมทำเพื่อลิซ่า"

'แต่ฉันไม่อยากให้นายทำ' ฉันอยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก ใจฉันมันหน่วงเกินจนจุกไปหมดแล้ว

ยัยปรสิตแบมือเขาออกอีกครั้งก่อนจะประกบมือเขาด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ แล้วเธอจึงรูดมือของเธอออกมาพนมกันก่อนหงายมือออก ฉันเห็นเลือดของจองกุกที่ติดมือเธอมาด้วย 

เลือดของเขา คำสัญญาของเขา ฉันไม่ต้องการคำสัญญาแล้วถ้ามันเป็นต้นเหตุให้เขาต้องทำแบบนี้ 'ฉันไม่ต้องการแล้ว ฉันไม่ต้องการแล้วจองกุก อย่ารักษาสัญญานี้เลย ขอร้องล่ะ'

"แด่นายท่าน" เธอพูดกับตัวเองค่อยๆ ดูเหมือนนี้จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของพิธีอะไรของเธอ ซึ่งฉันไม่อยากรู้และก็ไม่ชอบเลย และยิ่งไม่ชอบไปใหญ่เมื่อเธอเอ่ยประโยคต่อมา

"จูบฉัน" 

'ยัยนี่!' ฉันเดือดมากเลยนะ เธอทำเขาเจ็บตัวยังมีหน้ามาเรียกร้องตามความต้องการของตัวเองอีก 

'อย่านะจองกุก' ถ้าเขาทำ ฉันจะเจ็บใจมากและฉันบอกได้เลยว่าถ้าฉันออกไปได้ ทั้งยัยนี่ นายท่านของเธอ ฉันจะลงโทษให้สาสมกับที่พวกเขาทรมานกายและใจของฉัน รวมทั้งจองกุกด้วยถึงเหตุผลของเขาจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ฉันก็จะไม่ฟังแน่เพราะฉันควรเป็นเจ้าของจูบของเขาสิ ไม่ใช่ยัยผู้หญิงน่าไม่อายคนนี้

'อย่ายอมทำเด็ดขาด'





.........จบ PART 118.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 06:14
    เราว่าเป็นแผน และที่สัญญาว่าจะไม่หักหลัง เราว่ากุกคงหมายถึงลิซตัวจริง ไม่ใช่ยัยปรสิต
    #1,613
    0
  2. #1603 Thack_patsarin (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 17:45

    ไม่นะจองกุก อย่าทำแบบนั้น อย่าจูบยัยปรสิตหน้าไม่อายนั้นเด็ดขาด ลิซ่ารีบเอาร่างของตัวเองกลับมานะ อย่าให้รี้ดเดอร์ต้องทรมานเลย รี้ดไม่อยากเห็นคู่มักเน่ต้องมาเจ็บปวดแบบนี้ เพราะมันทำให้คนอ่านเจ็บได้เหมือนกัน

    #1,603
    0
  3. #1500 @ Aphrodite @ (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 16:17
    จองกุกน่าจะมีแผนนา....
    #1,500
    0
  4. #1477 Nanny😁😄 (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:59
    ไม่นะ...จองกุก..
    #1,477
    0
  5. #1275 miwmm58 (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:10
    จองกุก อย่าทำแบบนี้ ตั้งสติไว้ ลิซ่ารีบเอาร่างตัวเองกลับมาน่า
    #1,275
    0
  6. #1274 num2546 (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 15:37
    ออีกน้าา
    #1,274
    0
  7. #1273 nuhava13 (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 20:36
    หน่วงจังคู่ลิซกุกเฮ่ออ
    #1,273
    0
  8. #1272 Snowaa (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 16:36
    ม่ายยยยย อย่านะ จองกุกกกก ตี่งสติหน่อยเส้
    #1,272
    1
    • #1272-1 Snowaa(จากตอนที่ 124)
      14 กรกฎาคม 2560 / 16:37
      **ตั้ง**
      #1272-1