Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 122 : PART 116 : เจรจา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Lisa talk...



"ลิซ่า" ฉันหูแว่วเปล่าคะ

"ลิซ่า!" แต่เหมือนเสียงมันมาจากทางสว่างเลยนะ

"ลิซ่า!" 

เสียงคุ้นมากเลยแถมเหมือนมีอะไรกำลังมาทางนี้ด้วย ดูจากปุยเมฆที่กระจายออกคล้ายมีอะไรเคลื่อนผ่าน และเมื่อฉันเพ็งมองดีๆ ก็เห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังวิ่งเข้ามาหาฉัน พอมาอยู่ในโลกวิญญาณแกก็เดินวิ่งได้เหมือนคนปกติเลยนะคะ 

"หนูลิซ!"

"คุณยาย!" ยายแคสเปียร์นั้นแหละคะ ฉันรีบวิ่งไปหาแก ฉันดีใจมากๆ เลยอะที่เจอแกที่นี่และทันทีที่เราเจอกัน

"หนูลิซ" แกสวมกอดฉันซะแน่นเลย "คิดว่าจะไม่เจอหนูซะแล้ว" แถมยังโยกตัวไปมาอีกคะ

"คุณยายคะ แน่นไปค่ะแน่นไป" ฉันบอกยายแก แกถึงค่อยๆ คลายกอดออก

"หนูลิซ" อะไรอีกล่ะคะ "อ๊ายๆๆ หนูลิซ! อ๊าย!" ไม่เคยเห็นแกดีใจขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

"โอ่ยคุณยาย! เยอะไปแล้วค่ะ"

"เยอะไปเหรอ" ฉันพยักหน้าให้แก "หืมมม ก็ยายดีใจอะ" แกว่าและยิ้มกว้างแต่จู่ๆ ก็หุบยิ้มกะทันหัน

"มีอะไรหรือเปล่าคะ" ฉันถาม

"หนูมาทำอะไรที่นี่" แกถามสีหน้าสงสัย 

"หนูมาหาเหล่าบรรพบุรุษค่ะ"

"เหล่าบรรพบุรุษเหรอ ยายก็เพิ่งไปมาเหมือนกัน" 

"จริงเหรอคะ ทำไมใจตรงกันจัง หรือว่า..." ฉันว่าต้องใช่แน่ๆ "ไดเอียนบอกยายใช่มั๊ย"

"ใช่จ้ะ" ว่าแล้วเชียว

"แล้วเป็นยังไงคะ เจอพวกท่านหรือเปล่า"

"เจอแล้วจ้ะ" เยส!

"แล้วพวกท่านว่ายังไงคะ" ยายแคสเปียร์ยิ้มกว้างแบบนี้ แสดงว่าภารกิจต้องสำเร็จแน่

"พวกท่านจะช่วยเราจ้ะ" เยสๆๆ! โล่งไปทีค่ะ "ท่านเอทลินน์กับท่านเคียนและบรรพบุรุษแห่งอกาธอนสัญญาว่าจะช่วยเราจ้ะ"

"คะ" ท่านเอทลินน์กับท่านเคียนและบรรพบุรุษแห่งอกาธอน 'แค่นี้เหรอ?' 

"แล้วบาร์ลอล่ะคะ" ฉันถาม

"จ้ะ" ถ้ายายแคสเปียร์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้แสดงว่ายังไม่เจอเขาแน่นอนเลยค่ะ "บาร์ลอทำไมเหรอ"

"เราต้องการเขาค่ะ" พอฉันบอก ยายแคสเปียร์ทำหน้าตาตื่นตกใจตาโตเท่าไข่ห่านแล้วค่ะ

"จะดีเหรอจ้ะหนูลิซ" ถ้ายายแคสเปียร์บอกแบบนี้แสดงว่า...

"ไดเอียนไม่ได้บอกยายเหรอว่ายังมีบาร์ลออีกคน" ฉันถาม แต่ฉันว่าไม่ใช่ว่าไดเอียนไม่ได้บอกแกหรอกค่ะ เพราะไม่งั้นยายแกคงไม่ก้มหน้าก้มตาเหมือนรู้สึกผิดแบบนี้ 

"ก็...บอก แต่ว่ายายว่าเราอย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่า แยกๆ กันอยู่ก็ดีอยู่แล้วนะยายว่า" ยายแกคงกว่าตายรอบสองน่ะสิ เพราะงี้ไดเอียนถึงบอกให้ฉันมาที่นี่เพื่อเก็บงานแทนคุณยาย

"เขาอยู่ไหนคะ" ฉันถาม

"หลานจะไปจริงเหรอ" ฉันพยักหน้าตอบ แต่ยายแกก็ไม่ยังไม่มีวี่แววว่าจะบอกเลย

"คุณยายคะ หนูมีเวลาไม่มากนะ ยังไงเราต้องโน้มน้าวท่านบาร์ลอให้ได้" แต่ดูยายแกจะดื้อเงียบเหมือนไม่ยอมฟังเลยอะ

"คุณยาย" ฉันเร่งแก

"ยายขอเหตุผลก่อน" หาเรื่องจะไม่ไปเห็นๆ

"ยายก็รู้นิ่คะว่าบาร์ลอเป็นตาของลุงลักซ์"

"และเป็นอกาธัซ แถมเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ของนายท่านอีก" หาข้อแย้งไปอีก

"แต่ท่านเป็นอดีตผู้นำนะคะ"

"ใช่ แถมได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งเหล่าปีศาจซะด้วย คนบ้าอำนาจแถมน่ากลัวแบบนั้น ยายไม่ปลื้มเลย"

"คุณยายคะ" ฉันเรียกแก แกถึงเงียบลง "คุณยายจะแย้งหนูทุกคำเลยใช่มั๊ย" ยายแกมองหน้าฉันนิ่ง ไม่ตอบแสดงว่าใช่

"หนูรู้ค่ะว่าบาร์ลอเป็นยังไง แต่คนที่อกาธัซให้ความนับถือที่สุดคือเขา คุณยายก็รู้"

"แล้วไงคะ" หืม! นี่ยายแกทำฉันเสียเวลามากนะ

"ฟังดีๆ นะคะ หนูจะพูดแค่ครั้งเดียว ถ้าบาร์ลอช่วยเรา อกาธัซที่นับถือเขาก็จะเปลี่ยนใจ และคาร์เมนก็จะเหลือแค่กองทัพผู้ถูกเปลี่ยนเท่านั้น และโอกาสที่เราจะชนะก็จะยิ่งสูงขึ้น ยายไม่อยากชนะสงครามหรือไง"

"ไอ้อยากมันก็อยาก แต่บาร์ลอนะหนูลิซ ไม่ใช่บาร์บี้ ถ้าตกลงกันง่ายๆ ก็ว่าไปอย่าง"

"เพราะงั้นหนูถึงต้องรีบไปไงคะไม่ใช่มาเสียเวลาอยู่ตรงนี้" ยายแกแอบสตั้นไปนิดๆ เพราะเริ่มรู้ตัวว่าคนที่ทำให้ฉันต้องเสียเวลาคือแกเอง

"บาร์ลออยู่ไหนคะ" ฉันถาม ยายแคสเปียร์มองฉันนิ่งก่อนจะถอนหายใจปลงๆ แล้วมองไปที่ทางเส้นนั้น ทางสายที่มืดมน

"ทางนี้เหรอคะ" ฉันชี้ถามแล้วยายแกก็พยักหน้าตอบ ขนาดตายแล้วยังแบ่งแยกเขตกันอีกเหรอ แล้วการเจรจาของฉันจะเป็นไปได้มั๊ยเนี่ย 'โธ่ลิซ่า แกเจองานหินซะแล้ว'

"โอเค ขอบคุณค่ะ" ฉันว่าแล้วหันตัวเตรียมเดินไปตามทางเส้นนั้น

"เดี๋ยวๆๆ" แต่ยายแกก็ยังยื้อฉันไว้อยู่ "หนูจะเข้าไปจริงเหรอ"

"จริงค่ะยาย" ยายแกจับแขนฉันซะแน่นเลยอะ "หนูอยู่เฉยไม่ได้ ยายรู้ใช่มั๊ย" ยายแคสเปียร์ถึงค่อยๆ ปล่อยมือจากแขนฉับช้าๆ

"ก็ได้จ้ะ งั้นไปกันเถอะ" แกว่าแล้วเดินนำไป 'ไปกันเถอะงั้นเหรอ'

"เดี๋ยวค่ะ" ฉันเรียกยายแกไว้ 

"มีอะไรจ้ะ" ยายแกหยุดเดินและหันกลับมาหาฉัน ฉันจึงเดินขึ้นไปหาแก

"ยายไม่จำเป็นต้องไปกับหนู"

"ฮะ! หนูอำยายเล่นหรือเปล่า" ฉันส่ายหน้าบอกแกว่าไม่ "หนูลิซ"

"ความกลัวจะหล่อเลี้ยงพวกเขา ถ้าคุณยายไปพวกเขาจะบีบคุณยาย" ฉันรู้ว่ายายแคสเปียร์กลัว

"แล้วหลานไม่กลัวเหรอ" ถามว่าฉันกลัวไหมเหรอคะ

"กลัวค่ะ แต่หนูกลัวน้อยกว่าคุณยาย" ยายแคสเปียร์มองฉันอย่างเป็นห่วง แต่ฉันไม่อยากให้แกเป็นห่วงเลย

"ไดเอียนบอกหนูมาที่นี่เพราะเขาเชื่อว่าหนูทำได้ ซึ่งหนูก็เชื่อว่าหนูทำได้เหมือนกัน" ฉันคว้ามือแกมาจับ "และหนูอยากให้ยายเชื่ออย่างนั้น"

"หนูลิซ"

"หนูอยากให้ยายกลับไปบอกไดเอียน บอกเขาว่าหนูได้ทำหน้าที่ของหนูแล้ว และบอกจองกุก ช่วยบอกเขาว่า..." มันยังไม่ถึงจุดจบ ฉันรู้ ฉันรู้ว่ามันยังไม่ใช่ แต่ฉันแค่อยากให้เขารู้ "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูจะยังรักเขา" แล้วฉันก็รีบวิ่งเข้าหากลุ่มควันมืดนั้นเพราะรู้ดีว่าถ้าอยู่นานกว่านี้ฉันอาจเปลี่ยนใจ

"หนูลิซ!" ฉันจะไม่หันกลับไปหรอกนะ

"หนูลิซ!" ฉันจะไม่กลับไป จนกว่าหน้าที่ของฉันจะสำเร็จ





ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องวิ่งไปไกลแค่ไหน ฉันแค่วิ่ง วิ่งมาตามแสงที่ปลายทาง แต่เหมือนยิ่งฉันพยายามวิ่งเข้าหามัน มันก็ยิ่งทิ้งห่างฉันเท่านั้น ดูเหมือนว่าระยะทางระหว่างฉันกับปลายทางจะไม่ลดน้อยลงเลย และฉันก็ชักจะหมดความอดทนแล้วซะด้วย

"บาร์ลอ!" ฉันตะโกนออกไปเสียงดัง

"ท่านบาร์ลอ!" ฉันรู้ว่าทำอย่างนี้เท่ากับเรียกพวกวิญญาณเหล่าอกาธัซมาหาตัว แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ ก็ฉันไม่มีเวลาแล้วเพราะงั้นฉันถึงต้องยอมเสี่ยง ถ้าวิญญาณตนอื่นรู้ว่าฉันมา เขาก็ต้องรู้เหมือนกัน

"ท่านบาร์ลอ!" ฉันเริ่มเห็นกลุ่มควันที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นรอบๆ ตัว 'หนึ่ง สอง สาม...' จำนวนที่เพิ่มมากขึ้นจนเกินจะนับทัน

"ท่านบาร์ลอ!"

"อกาธอนๆ" ฉันได้ยินเสียงกระซิบมากจากวิญญาณรอบๆ ตัว

"ใช่!" ฉันตะโกนขึ้นเสียงดังจนเสียงกระซิบนั้นเงียบลง เงียบจนวังเวง เหล่าวิญญาณเหมือนจะจับจ้องฉันเป็นตาเดียว พวกเขาอาจสงสัยว่าทำไมวิญญาณเด็กสาวจากอกาธอนถึงมาเดินเล่นที่เขตวิญญาณของอกาธัซ

"ข้าชื่อลิซ่า เป็นชาวอกาธอน" ฉันเริ่มแนะนำตัว ก่อนจะพูดต่อไปว่า "ข้ารู้ว่ามันค่อนข้างแปลกประหลาดที่ข้ามาอยู่ที่นี่ ในที่ของพวกท่าน บรรพบุรุษชาวอกาธัซ" 

เหล่าวิญญาณค่อยๆ เดินรายล้อมฉัน และเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนฉันอยู่ในพิธีกรรมอะไรสักอย่างเลยอะ ชาวอกาธัซเป็นพวกชอบทำตัวลึกลับจริงๆ นะคะ แม้ตายแล้วก็ไม่วายใส่ชุดคลุมผืนใหญ่ปิดหน้าปิดตาตัวเอง เหมือนฉันกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเหล่ายมฑูตเลยอะ

"ต้องการอะไร" มีหนึ่งเสียงดังมาจากเหล่าวิญญาณนี้ แล้วฉันต้องหันไปตอบใครล่ะ

"ข้ามาเจรจา" ฉันตอบออกไปสายตาก็กวาดมองไปรอบๆ

"เจรจาทำไม"

"เจรจาเรื่องอะไร"

"เราไม่เจรจากับอกาธอน"

"ไม่มีความจำเป็นต้องเจรจา"

โอ้...ฉันควรฟังเสียงไหน ควรตอบคำถามของใครก่อนดี รู้สึกตอนนี้มีทั้งประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม และประโยคปฏิเสธออกมาจากเหล่าวิญญาณ จนดังเป็นเสียงอื้ออึงเต็มไปหมด และฉันก็เริ่มจับประเด็นไม่ได้แล้วด้วยว่าใครพูดอะไรบ้าง

"หยุดก่อน!" ฉันร้องห้ามแล้วเสียงเหล่านั้นก็เงียบลงอีกครั้ง "ขอบคุณค่ะ" แต่ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อคุยกับวิญญาณตนอื่นนะ ฉันมีเป้าหมาย

"แต่ข้าตอบคำถามของพวกท่านไม่ได้ คำถามที่ข้าจtตอบ และคนที่ข้าต้องการจะเจรจาด้วยมีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือท่านบาร์ลอ ท่านผู้นำของพวกท่าน"

"เจ้ามีอะไรจะพูดกับนายของเรา" มีวิญญาณของชายคนหนึ่งแหวกผ่าฝูงชนออกมายืนอยู่ที่ตรงหน้าฉัน

"ข้าบอกไปแล้วว่าข้าจะคุยแค่กับนายเจ้าเท่านั้น"

"รู้ไหมสาวน้อย ไม่เคยมีวิญญาณอกาธอนดวงไหนที่เข้ามาที่นี่แล้วจะได้ออกไป" เขาพยายามขู่ฉันเพื่อให้ฉันกลัวสินะ ฉันจะไม่ยอมให้ความกลัวของฉันไปเป็นอาหารให้พวกเขาแน่ เพราะงั้นฉันต้องไม่กลัว

"แต่ข้าจะเป็นคนแรก" ฉันตอบเขาเสียงหนักแน่น

"ใจกล้านัก" มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากปลายทางเดินข้างหน้า "ใครส่งเจ้ามา" ถ้าให้ฉันเดา นั่นแหละเขา 'บาร์ลอ' 

ถ้าฉันตอบว่าไดเอียนเขาจะรู้จักมั๊ยนะ ฉันต้องคุยกับเขาให้ได้ แต่ชื่อไหนที่จะดึงดูดความสนใจของเขา ชื่อไหนที่จะทำให้เขายอมเผยตน ฉันนึกขึ้นได้ชื่อเดียว ชื่อที่เขาจะไม่มีวันลืม

"ลุงลักซ์ส่งข้ามา" พอได้ยินชื่อลุงลักซ์ก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในหมู่วิญญาณ ฉันว่าวิญญาณส่วนใหญ่ในนี้คงเคยร่วมสงครามนั้น สงครามระหว่างหลานกับตา

"เงียบ!" เสียงที่สุดปลายทางดังขึ้น ทำให้เสียงโดยรอบเงียบลงอีกครั้ง ฟังจากน้ำเสียง ฉันเดาอารมณ์เขาไม่ออกเลย

"ข้าสงสัยนักว่าเจ้าสามหาวนั้นส่งเจ้ามาทำไม" เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะสั่งคนของเขาว่า "พานางมาหาข้า" สิ้นเสียงเขา เหล่าวิญญาณที่ห้อมล้อมฉันอยู่ตรงหน้าก็เปิดทางให้ฉัน 

"ตามข้ามา" 

ชายคนที่เคยขู่ฉันพูดขึ้นก่อนจะเดินนำฉันไป ฉันจึงเดินตามเขา โดยมีเหล่าวิญญาณตัวอื่นเดินตามหลังฉันมาติดๆ ติดจนจะเดินชนฉันอยู่แล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันยิ่งเดินปลายทางยิ่งไกลใช่มั๊ยคะแต่ตอนนี้ฉันกลับพบว่ายิ่งเดินเรายิ่งใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนฉันก้าวเพียงหนึ่งก้าวระยะทางมันย่นเข้ามาสองก้าว เหมือนกับว่าเขาก็กำลังมุ่งตรงมาหาฉันเช่นกัน 

ฉันมองเห็นแท่งผลึกอะไรก็ไม่รู้ แท่งใหญ่เลยค่ะ มองจากด้านหลังแบบนี้ฉันว่ามันเหมือนบังลังค์เลยนะคะ แถมเป็นบังลังค์ยักษ์ซะด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอ

"นายท่าน" 

สิ้นเสียงเรียกของผู้ชายที่นำฉันมา บัลลังค์นั้นก็เริ่มเคลื่อนที่ มันหมุนตัวกลับมาหาพวกฉันจนเผยให้เห็นเจ้าของร่างสีเขียว ตัวใหญ่ยักษ์ หุ่นล้ำ มีตาเดียวด้านหน้าเหมือนไซคลอปส์ แต่แค่นี้ไม่ใช่เขาหรอก เพราะคุณยังมองไม่เห็นตาอีกดวงของเขาที่อยู่ด้านหลังหัว แถมยังไม่รู้ฤทธิ์ของดวงตานรกสองดวงนี้ และนี่แหละค่ะคือเขา

"ท่านบาร์ลอ" ฉันโค้งทำความเคารพเขาตามมารยาท แต่เขากลับจ้องฉันไม่ขยับ คือ...แกเรียกฉันเขามาแล้วจะไม่ทักไม่ทายไม่พูดอะไรสักคำเหรอคะ

"ขอโทษนะท่าน แต่ข้ามีเวลาไม่มาก" ฉันบอก

"แต่ข้ามีเวลาเหลือเฟือ" เห้อ! ฉันเกลียดการเล่นลิ้นของชาวอกาธัซจริงๆ มันอยู่ในสายเลือดกันหรือไงนะ

"แต่เวลาของท่านอาจกำลังจะหมด"

"เวลาของข้าไม่เคยหมด" ตั้งแต่ตายกันมาเคยออกไปไหนนอกจากโลกวิญญาณมั๊ยคะ 

"เวลาของท่านหมดแน่หากคาร์เมนชนะสงคราม"

"คาร์เมน? สงคราม?" บาร์ลอทำท่าครุ่นคิด "คาร์เมน! นางก่อสงครามอย่างนั้นหรือ" เขาถามอย่างอยากรู้

"ใช่ค่ะ" ฉันนึกว่าคำตอบของฉันจะทำให้เขาแปลกใจ แต่เปล่าเลยค่ะ

"ฮ่าๆๆ" เขากลับหัวเราะชอบใจแทนแถมยังบอกอีกว่า "ดีๆๆ ข้ารอวันนี้มานาน ในที่สุดก็มีคนมากอบกู้เกียรติของเราชาวอกาธัซ"

"ฮ่าๆๆ" แล้วเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจจากวิญญาณตนอื่นก็ประสานเสียงกันระงม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปฉันต้องแย่แน่ๆ

"พวกท่านหัวเราะกันให้พอเถอะ" ฉันพูดขึ้นเสียงดังทำให้พวกเขาหันมาให้ความสนใจฉันอีกครั้ง "หัวเราะให้พอก่อนที่ท่านจะไม่มีโอกาสได้หัวเราะอีก"

"นี่เจ้าขู่พวกข้างั้นสิ" บาร์ลอว่า ตากลมโตจ้องฉันลึก "คนที่จะไม่มีโอกาสได้พูดอีกคือเจ้าเด็กน้อย" เขาว่าฉันงั้นเหรอคะ

"งั้นก่อนที่ข้าจะไม่มีโอกาสพูด ข้าจะขอบอกเหตุผลว่าทำไมนี่ถึงจะเป็นโอกาสหัวเราะครั้งสุดท้ายของท่าน" ฉันบอกบาร์ลอก่อนจะหันไปตะโกนเสียงดังว่า "และพวกท่านทุกคน!" เพื่อให้ทุกความสนใจมาหยุดอยู่ที่ฉัน

"จงฟังข้าให้ดี ฟังและคิด ปิดปาก เปิดหูและเปิดใจของพวกท่าน ละทิ้งความเป็นอกาธัซ เหมือนเช่นข้าที่ละทิ้งความเป็นอกาธอน ให้สิ่งเดียวที่สถิตในใจของพวกท่านคืออกาธา" ฉันหันไปสบตาของวิญญาณทุกดวง ก่อนจะหันกลับไปสบตาบาร์ลอแล้วพูดประโยคสุดท้ายว่า "โปรดฟัง...ฟังในสิ่งที่ข้าจะพูด" และมันได้ผล 'ขอบคุณสวรรค์' พวกเขามองฉันนิ่งเลย

"พวกท่านคงคิดว่าคาร์เมนจะชนะ ซึ่งพวกท่านก็คิดไม่ต่างจากข้า" คงไม่ใช่แค่ฉันที่คิด พวกฉัน ลุงลักซ์ ลุงโรมาน ลีนาน รวมทั้งไดเอียน ทุกคนรู้ว่าสงครามครั้งนี้มันหนักหนานัก

"หากนางชนะ ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับอกาธัซ และนั้นก็คือสิ่งที่พวกท่านต้องการ แต่หนึ่งสิ่งที่พวกท่านไม่รู้คือ ประโยชน์ที่ควรเป็นของอกาธัซจะถูกแบ่งครึ่ง"

"แบ่งครึ่ง? แบ่งครึ่งยังไง" หนึ่งในเหล่าวิญญาณเอ่ยถาม ฉันยิ้มมุมปากก่อนจะตอบให้ฟังว่า...

"ครึ่งหนึ่งคือสายเลือดอกาธัซของพวกท่าน ส่วนอีกครึ่งคือพวกผู้ถูกเปลี่ยน" พอพวกเขาได้ยินคำว่าผู้ถูกเปลี่ยนพวกเขาก็เริ่มซุบซิบกันอีกครั้ง

"เงียบ!" จนบาร์ลออดไม่ได้ สีหน้าเขาดูนิ่งกว่าตอนแรกที่ยังเห็นรอยยิ้มอยู่บ้าง ฉันว่าฉันมีสิทธิ์ทำสำเร็จนะ

"แล้วยังไง จะให้ข้าช่วยเจ้าลักซ์แล้วทรยศอกาธัซงั้นเหรอ" ถามได้ตรงประเด็นจริงๆ

"ท่านไม่ได้ทรยศอกาธัซ และอกาธัซจะไม่ทรยศท่าน" เขาทำหน้าสงสัยในสิ่งที่ฉันพูด ฉันจะอธิบายให้ฟังแล้วกัน "ท่านคือคนที่พวกเขาเคารพ คำพูดของทางเป็นประกาศิต พวกเขาเชื่อใจท่านและพร้อมทำตามสิ่งที่ท่านเลือก"

"แต่คงไม่ใช่กับผู้ถูกเปลี่ยน"

"ผู้ถูกเปลี่ยนไม่ใช่คนของท่านบาร์ลอ พวกเขาไม่ได้เป็นมาแต่แรก" บาร์ลอนิ่งคิด นี่ยังจะต้องคิดอะไรอีกเหรอคะ

"ความเป็นหนึ่งที่แตกออกมาเป็นสอง สุดท้ายแล้วสงครามก็จะเกิดอีกครั้ง และครั้งนี้จะกลายเป็นสงครามของชาวอกาธัซซะเอง"

"แต่อกาธอนก็จะสาบสูญ" เฮ้อ! คนแก่นี่พูดด้วยยากจริงๆ เลย ฉันต้องลองเสี่ยงใช่มั๊ยเนี่ย ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองฉันด้วยเถอะ

"ใช่ค่ะ" เสี่ยงก็เสี่ยงวะ "อกาธอนจะสาบสูญไปพร้อมเกียรติของท่าน" พูดแล้วฉันก็อยากจะเอามือบีบคอตัวเองซะก่อนที่จะโดนคนตรงหน้าเผาด้วยตาไฟนรก

"เกียรติของข้า? ฮ่าๆๆ" บาร์ลอหยุดหัวเราะแล้วจ้องฉันนิ่ง 'ขนลุกแล้วนะ' 

"เป็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ แต่กล้าเทียบเกียรติของข้ากับพวกจรจัดอกาธอน" จรจัดเลยเหรอคะ "ถ้าข้าจะเทียบชีวิตเจ้ากับเถ้าธุรีบ้างเจ้าจะรู้สึกอย่างไร" 

"ข้าเพียงรู้สึกเฉย" 

"เฉย?" ทำไมฉันถึงรู้สึกอย่างนั้นน่ะเหรอ

"ใช่แล้ว ข้าเพียงรู้สึกเฉย เพราะชีวิตข้าตอนนี้ก็เหมือนเถ้าธุรีอยู่แล้ว ไม่ตายก็เหมือนตาย ความรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น ความรู้สึกที่ชีวิตท่านไม่เคยได้สัมผัส" ฉันไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้วิญญาณเหล่านี้เห็นเลย แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าฉันเอ่ยปากอีกเพียงครั้ง น้ำตาฉันไหลแน่

"หมายความว่ายังไง"

"ข้าเป็นหนึ่งในนั้น" มันไหลจริงๆ ค่ะ "หนึ่งในผู้ถูกเปลี่ยน" ฉันจึงรีบเช็ดมันออก และฉันได้ยินเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นมาอีกครั้ง "ผู้ถูกเปลี่ยน" ทั้ง "นางเป็นผู้ถูกเปลี่ยน" และ "อกาธอนถูกเปลี่ยน"

"ไม่ใช่แค่ฉันหรืออกาธอน" ฉันเอ่ยขึ้น "แต่ยังมีทาธารัส รวมทั้ง..." พวกวิญญาณต่างแสดงความตกใจ และพวกเขายิ่งตกใจกันใหญ่เมื่อฉันพูดว่า "พวกดาวดวงอื่น" เสียงซุบซิบยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่บาร์ลอยังนิ่งอยู่ แต่เขาคงนิ่งได้ไม่นานหรอกคะ

"ที่ข้าได้ยิน พวกท่านไม่เคยทิ้งเกียรติตัวเองโดยการยืมมือคนอื่นเพื่อชัยชนะ อกาธัซคืออกาธัซ สายเลือดที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น ใจที่ล่อเลี้ยงไปด้วยเลือดหาใช่มนตร์ดำไม่" ดูเหมือนเขากำลังคิดตามฉันรวมทั้งพวกคนอื่นๆ ด้วย อีกนิดๆ ฉันต้องบิ้วอีกนิด 

"คาร์เมนทำผิดกฎ ผิดธรรมเนียม นางไม่เคารพพวกท่าน ซ้ำยังเหยียบย่ำเกียรติของพวกท่าน แล้วพวกท่านจะยังเข้าข้างนางเช่นนั้นหรือ" 

"..." 

นิ่งเงียบกันแบบนี้คืออะไรคะ กำลังชั่งใจกันอยู่หรือว่าอะไรนะ ฉันไม่มีเวลาแล้วนะ

"ท่านจะร่วมกับเราหรือไม่" ฉันถาม เหมือนวิญญาณทุกดวงกำลังรอคำตอบจากบาร์ลอเหมือนกับฉันเลย

"คนตายพูดไม่ได้ ในโลกวิญญาณพวกข้าอาจมีอำนาจ แต่ในโลกของพวกเจ้า บทบาทของพวกข้าสิ้นสุดไปแล้ว" 

"แปลว่าท่านจะละทิ้งเรา" ฉันถามแต่เขานิ่งไม่สบตาฉัน "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อคำปฏิเสธ" ฉันพูดขึ้นเสียงดังก่อนจะหันไปพูดกับวิญญาณทุกตน "ข้ามาหาความร่วมมือ" ฉันจะไม่ยอมโดนปฏิเสธแน่ "แต่พวกท่านก็ปัดความร่วมมือและคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องของท่าน แต่ข้าจะบอกให้พวกท่านรู้ว่าพวกท่านคิดผิด คิดผิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะท่าน!" ฉันชี้ไปที่เขา "ท่านบาร์ลอ" ในใจก็หวั่นๆ ว่าเขาจะสั่งตัดนิ้อฉันหรือเปล่า 

"ท่านคือต้นเหตุของเรื่องนี้"

"ข้า? ข้างั้นเหรอ เจ้ากล้าดียังไงมาชี้หน้ากล่าวหาข้า เจ้าเด็กชั้นต่ำ" เขาลุกขึ้นยืนพร้อมดวงตาที่เริ่มเกรี้ยวโกรธ

"หากข้าชั้นต่ำ ผู้ที่ต่ำกว่าข้าก็คือท่าน ท่านบาร์ลอ"

"เจ้า!" 

ฉันเห็นดวงไฟที่ลุกอยู่ในตาเขา คงอีกไม่นานที่ดวงไฟลูกนั้นจะเผาไหม้ฉัน ฉันทำได้เพียงยืดตัวตรง หลับตาลงเพื่อรอรับไฟนรกนั้นและตายอย่างมีเกียรติ ตายพร้อมหน้าที่ของตน ฉันทำได้เพียงนับ 'สาม สอง หนึ่...'

"ท่านพ่อ!" 

ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นและมองไปตามเสียงนั้น เสียงที่ช่วยชีวิตฉัน ฉันเห็นเพียงแสงสีขาวหลังวิญญาณเหล่าอกาธัซ แต่เมื่อวิญญาณพวกนี้แหวกทางออกก็เผยให้เห็นวิญญาณอีกกลุ่มที่ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะมาที่นี่

"อกาธอน" เสียงซุบซิบจากเหล่าวิญญาณอกาธัซดังขึ้น บุคคลที่เดินนำขบวนของเหล่าวิญญาณอกาธอนมาคือเอทลินน์ลูกสาวของบาร์ลอ ด้านขวาเธอคือเคียนสามีของเธอ และด้านซ้าย...

"ยายแคสเปียร์" 

"หนูลิซ" ยายแกรีบวิ่งเข้ามาหาฉัน

"หนูบอกยายให้กลับไปหาไดเอียนไงคะ" ยายแกดื้อด้านจริงๆ นะ

"ยายจะกลับไปคนเดียวได้ไงกัน จะให้ยายทิ้งหนูให้มาตายในนี้น่ะเหรอ ยายคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่" ฉันซึ้งใจจริงๆ ค่ะ แต่ฉันจะเสียเวลาไม่ได้ งานฉันยังไม่เสร็จ เพราะงั้นพวกเขามาก็ดีค่ะ 

"ท่านจงดูบาร์ลอ" ฉันเริ่มบทใหม่ก่อนชี้ไปยังกลุ่มวิญญาณอกาธอน "วิญญาณเหล่านี้ล้วนมาจากฝีมือท่าน และหนึ่งในนั้นคือลูกสาวท่านเอง" บาร์ลอมองไปที่เอทลินน์ นัยต์ตาเขามันมีทั้งความโกรธและความเสียใจ

"ท่านอาจโกรธที่นางไม่เชื่อฟังท่านและหนีไป แต่ความโกรธของท่าน มันมาจากความกลัวในใจ"

"ข้าไม่เคยกลัว" เขาว่าเสียงดัง

"ไม่ค่ะ ท่านกลัว" และฉันก็กลัวคนตรงหน้าเหมือนกัน "ความกลัวที่ทำให้ท่านขลาด ยอมทิ้งเกียรติตัวเอง ฆ่าลูก ฆ่าหลานเพียงเพราะเชื่อคำทำนาย" เขาโกรธอยู่ตอนนี้ ฉันรู้สึกได้ แต่เขายังไม่ลงมือ อาจเพราะคำพูดของฉันที่ยั้งใจเขาอยู่ และฉันต้องพูดต่อไป

"ท่านเป็นผู้บ่มความแค้นไว้ในใจของหลานท่านเอง ความแค้นที่นำมาซึ่งสงครามและสงครามที่ทำให้คำทำนายท่านเป็นจริง" บาร์ลอมองฉันนิ่ง ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ฉันว่าเขากำลังสับสน เพราะฉันมองเห็นดวงไฟในตาเขาที่มันค่อยๆ หรี่ลง

"ท่านกลัวที่จะเสียความเป็นผู้นำของท่านจนทำให้ท่านพลาดทำสิ่งที่โง่เขลาที่สุดในชีวิต"

"ข้าไม่ได้พลาด!" คนแก่ไม่ยอมฟังอะไรเลยจริงๆ นะ

"ถ้าท่านว่าท่านไม่พลาด งั้นถ้าข้าจะขอให้ท่านมองในอีกมุมล่ะ" เขาทำหน้าสงสัย ฉันจึงเริ่มพูดต่อ "ถ้าท่านเป็นพ่อที่ดี เป็นตาที่น่านับถือ ท่านคิดว่าอกาธาที่ควรจะเป็นจะเหมือนปัจจุบันหรือไม่" ฉันปล่อยให้เขาคิดรวมทั้งวิญญาณทุกตนในที่นี่ พวกเขาควรจะคิดได้ซักที ไม่ใช่ปล่อยให้ความแค้นฝังรากลึกแบบนี้

"นางอาจพูดถูก" ฉันได้ยินเสียงแว่วมาจากเหล่าวิญญาณ

"เราคงมีอายุยืนกว่านี้"

"จะมีเพียงหนึ่ง"

"ไม่มีอกาธัซหรืออกาธอน"

"เป็นเพียงอกาธา"

เหล่าวิญญาณอาจจะคิดได้แล้ว แต่เขาล่ะคะ ชายผู้เป็นต้นเหตุของความแตกแยกนี้ เขาจะคิดได้หรือเปล่า หรือตาเขาจะมืดบอดเพราะความแค้นไปแล้ว

"เงียบ!" ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากสักที "ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการสื่ออะไร" ถ้างั้นเขาก็เข้าสินะคะ "แต่โลกวิญญาณไม่ควรไปยุ่งกับโลกคนเป็น"

"อะไรนะ" ฉันไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย

"ข้าช่วยเจ้าไม่ได้ รวมทั้งพวกเจ้าด้วย เอทลินน์ปล่อยให้คนเป็นได้คุยกันเองเถอะ" แถมยังจะชักชวนลูกสาวให้เห็นด้วยกับตัวเองอีก

"ท่านช่างไร้เกียรตินัก" ฉันไม่ได้พูดนะคะ ถึงจะอยากพูดก็เถอะ แต่เอทลินน์ ลูกสาวของเขาดันพูดสวนมาก่อน

"รู้ไหมว่าท่านไม่ใช่สิ่งที่ข้าผิดหวังที่สุด หากแต่การได้เกิดเป็นลูกของท่านต่างหากที่ข้าผิดหวัง" ฉันเห็นบาร์ลอแอบสตั้นไปนิดๆ

"ผู้นำที่ไม่มีหัวใจอย่างท่าน ไม่ควรถูกเรียกว่าผู้นำด้วยซ้ำ" โดนลูกด่าก็ควรรู้สึกได้แล้วนะคะ

"อำนาจไม่ได้บอกว่าท่านเป็นผู้นำที่ดีที่สุด และผู้นำที่ดีจะไม่ถือซึ่งอำนาจ สิ่งที่ผู้นำควรโอบอุ้มคือประชาชน มิใช่อำนาจที่จับต้องไม่ได้" และฉันก็รู้จักพวกเขา เหล่าผู้นำที่ดีกับหัวใจที่โอบอุ้มประชาชน ลุงลักซ์ ลุงโรมาน ลีนานและไดเอียน

"แต่ประชาชนข้ารักข้า" บาร์ลอพูดเสียงแข็ง

"ท่านไม่รู้จักความรัก แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่านั้นคือรัก" เอทลินน์ท้วงก่อนจะพูดต่อว่า "ท่านมองความกลัวเป็นความรักได้เช่นไรกันท่านพ่อ" บาร์ลอดูเหมือนจะเริ่มกระสับกระส่าย

"เจ้าไม่รู้อะไรก็หยุดพูดซะเอทลินน์" เขาบอกเธอ

"การที่พวกเขาตามท่านไม่ใช่ว่าเขารักท่าน หากแต่พวกเขากลัวอำนาจของท่าน แล้วดูตอนนี้สิ คาร์เมนทำอะไร ถ้านางรักและเคารพท่านและเหล่าบรรพบุรุษ นางจะไม่มีวันทำเช่นนี้ แต่ที่นางกล้าทำ เพราะอำนาจตอนนี้ไม่ได้อยู่ในมือท่านแล้ว แต่มันอยู่ในมือนาง" บาร์ลอยืนฟังลูกสาวนิ่ง

"แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะเป็นของท่านเสมอ"

"อะไร" เขาถามเธอ

"ประชาชนท่านพ่อ ประชาชนของท่าน" บาร์ลอหันไปมองเหล่าวิญญาณอกาธัซ ในใจฉันภาวนาขอให้เอทลินน์กล่อมเขาให้สำเร็จ 

"อกาธัซคือลูกหลานของท่าน ท่านจะปล่อยให้พวกเขาต้องเจอชะตากรรมเดียวกับวิญญาณเหล่านี้นั้นเหรอ นี้เป็นโอกาสที่ท่านจะกู้เกียรตินั้น และข้าพร้อมที่จะกลับไปยืนข้างท่าน ท่านพ่อ" ตกลงทีเถอะ ถ้าพูดขนาดนี้แล้วยังไม่เปลี่ยนใจฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ

"แต่ข้าพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่" ฮะ! "และข้าไม่คิดว่านั้นคือความผิดพลาด" โธ่! สรุปที่ฉันและเอทลินน์พูดไปทั้งหมดคือเสียเปล่า เสียเวลา และเปลืองน้ำลายมาก 

ฉันเห็นเอทลินน์หลับตาและสูดหายใจลึก เธอคงกำลังข่มอารมณ์อยู่ "ท่านจะไม่ร่วมมือกับเราใช่มั๊ย" เธอว่า

"เชิญ" 

โห...เป็นพ่อที่ใจร้ายมากอะ ไม่ตอบแถมผายมือไล่เรากลับอีก และเอทลินน์คงทนอยู่ไม่ได้เหมือนกัน เธอรีบโค้งให้เขาและรีบเดินนำวิญญาณอกาธอนออกไป นั้นหมายถึงภารกิจฉันมันล้มเหลวใช่มั๊ยคะ

"ไปกันเถอะหลาน" ยายแคสเปียร์คว้าแขนฉันให้กลับ แต่ฉันก็ยื้อไว้ ขอฉันพูดอะไรกับเขาอีกสักคำเธอค่ะ "หลานลิซ" ยายแกพยายามดึงฉัน

"ท่านควรจะละอาย" ฉันบอกบาร์ลอ "ต่อไปนี้ท่านอย่าหวังว่าจะได้รับความเคารพจากข้า ข้าจะไม่ยอมก้มหัวให้คนไร้เกียรติเยี่ยงท่านอีก แม้เพียงครั้ง ข้าก็กระดากที่จะทำ" แล้วฉันก็สะบัดบ๊อบเดินออกมา





'มันจบแล้วลิซ่า' 

ระหว่างทางฉันก็ได้แต่บอกตัวเองอย่างนี้ ฉันผิดหวังอะ ผิดหวังมากด้วย ผิดหวังในตัวเอง ฉันคิดว่าฉันจะทำได้แต่เปล่าเลย มันผิดแผนไปหมด ฉันไม่คิดว่าความแค้นของพวกเขามันจะฝังรากลึกขนาดนี้

"หลาน"

"คะยาย" ยายแคสเปียร์เรียกฉันมีอะไรหรือเปล่านะ

"หลานกลับไปก่อนยายเลยนะ เดี๋ยวยายขอไปส่งพวกท่านก่อน" ไปส่งขบวนวิญญาณอกาธอนน่ะเหรอ

"ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะคุณยายที่หนูทำไม่สำเร็จ"

"หลานทำดีที่สุดแล้วลูก เรายังมีบรรพบุรุษของเราอยู่ ไม่เห็นต้องง้อบรรพบุรุษฝั่งนู้นเลยเนาะ" ยายแกคงอยากพูดให้ฉันสบายใจ

"ค่ะ"

"งั้นยายไปแล้วนะ"

"ค่ะ" 

ยายแคสเปียร์มองหน้าสิ้นหวังของฉัน แกยิ้มให้ฉันก่อนจะเข้ามากอดและบอกฉันว่า "หลานทำดีที่สุดแล้ว" แกยิ้มให้กำลังใจฉันอีกครั้งก่อนจะเดินตามคนอื่นไป และตอนนี้ก็เหลือเพียงฉัน คงถึงเวลาที่ฉันต้องกลับร่างแล้ว



'ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว สั่งจากใจที่เชื่อมจากจิต'



แต่พอมาถึงแล้ว...

'เอ๊ะ? ที่นี่มันคุ้นๆ อยู่นะ' ทะเลสาบตรงหน้า ฉันมาโผล่ที่นี่ได้ไง ต้องเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นแน่เลย 'Loch na Sul' หรือฝันลิขิตเรียกหาฉัน 

"อ๊าก!!!"  ภาพของสงครามปรากฎขึ้นในทะเลสาบ มันไม่ได้ต่อเป็นเรื่องเป็นราว ภาพที่เห็นมันสลับไปสลับมาเลยค่ะ

"ในนามของ..." นั่นบาร์ลอนิ่ มีภาพของเขา ฉันเห็นหน้าเขา แต่ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ภาพมันใกล้เกินไป และนั่น...

"ทุกคน" ฉันเอ่ยออกไปเมื่อเห็นภาพทั้งแปดจุดที่ปรากฎขึ้นพร้อมกัน เหล่า 18 มงกุฎกำลังทำหน้าที่ของตนอย่างดี แต่มันขาดไปหนึ่งจุดหรือเปล่า จุดที่เก้า จุดของฉันกับจองกุก 'อยู่ที่ไหน' แต่เหมือนว่าทะเลสาบแห่งดวงตาจะรู้ใจฉัน

'จองกุก' 

ฉันเห็นเขาแล้ว ใบหน้าที่เลอะไปด้วยเศษดินเศษฝุ่น ทั้งเลือดและเหงื่อ เขามองมาเหมือนว่าเขามองฉัน มือเขาถือดาบเอาไว้ มันเหมือนเราอยู่ใกล้กันเลย ใกล้จนฉันอดใจเอามือแตะพื้นน้ำตรงหน้าที่เป็นภาพของเขาไม่ได้

"เรามาทำมันด้วยกันเถอะลิซ" เขายื่นดาบมาตรงหน้า ก่อนจะคว้ามือฉันไปกุมดาบไว้ด้วยกัน
"ฉันขอปลดปล่อยเธอ"

"ไม่!!!" 

ฉันกรีดร้องและเอือมมือคว้าภาพตรงหน้าจนพลาดทาตกลงในทะเลสาบ ฉันพยายามตะเกียกตะกายว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ไม่ว่าฉันจะพยายามเท่าไหร่มันก็ไม่เป็นผล ร่างของฉันค่อยๆ จมลงสู่ใต้ก้นทะเลสาบ ภาพบนพื้นน้ำยังปรากฎให้ฉันเห็น

"ฉันรักเธอลิซ่า"

'ไม่' ฉันอยากให้เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องโกหกเป็นเพียงแค่ฝันแต่ Loch na Sul ไม่เคยโกหก ทะเลสาบแห่งดวงตาไม่เคยโกหก มันไม่เคยโกหก แต่ฉันก็ยังโกหกตัวเองว่า 'มันไม่จริง' 

แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้ว่ามันเป็นจริงคือ วันนี้ไม่ใช่วันตายของฉัน เพราะฉันรู้ว่านั้นคือฉัน ฉันยังอยู่ในร่างนั้น แต่ตอนนี้ฉันกำลังจมสู่ความมืด และไม่รู้ว่าจะขึ้นไปได้ยังไง ถ้าไม่มีใครมาช่วย

'ใคร?' 

ต้องมีคนมาช่วยฉันแน่ แต่เขาจะเป็นใครล่ะ ฉันมองไปบนพื้นน้ำด้านบนอีกครั้ง ภาพฝันลิขิตมันหายไปแล้วค่ะ แต่สิ่งที่มาแทนที่ภาพฝันลิขิตน่ะสิที่ทำให้ฉันสงสัย มันเหมือนมีไฟกำลังไหม้ผิวน้ำด้านบนอยู่เลย ไฟร้อนที่ทำให้น้ำระเหยจนเหมือนระดับน้ำในทะเลสาบค่อยๆ ลดลง ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี่ขึ้นที่นี่มาก่อนเลยนะ และฉันก็เห็นมัน ตัวอะไรสักอย่างกำลังเคลื่อนมาหาฉัน

'แอมโฟร์' 

ตัวที่ว่าคือแอมโฟร์นั่นเอง มีเหล่าแอมโฟร์สี่ตนกำลังว่ายเข้ามาหาฉัน พวกเขาว่ายล้อมฉันไว้ ก่อนจะคล้องแขนกันเป็นวงกลมรอบตัวฉัน ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไร รู้แค่ว่าพวกเข้ากำลังสวด บทสวดภาษาโบราณของแอมโฟร์ และฉันรู้สึกเหมือนร่างกายฉันโดนห่อหุ้มด้วยอะไรบ้างอย่าง มันเหนียวคล้ายเมือกและเมื่อเมือกนั้นคลุมร่างฉันไว้ทั่ว พวกเขาก็ว่ายหายไปอย่างเร็ว ฉันอยากตะโกนว่า 'เดี๋ยวสิ' แต่ก็ทำไม่ได้ พวกเขามาได้ยังไงนะ ฉันไม่ได้เป็นคนเรียกซะหน่อย ทั้งไฟนั้น และเงาของใครสักคนที่เพิ่งปรากฎอยู่เหนือผิวน้ำริมทะเลสาบ

'ใครกัน?'




.........จบ PART 116.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1549 Baitoey Chanatta (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:25
    ลิซเท่มากๆเลยค่ะะ สนุกมากๆเลย
    #1,549
    0
  2. #1269 LoliA (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 22:00
    คนในฝันนิมิตที่มาช่วยลิซ่า อาจจะเป็น พ่อ/ แม่ ของลิซ่า เพราะไรท์ยังไม่เคยเอ่ยถึงความเป็นมาของลิซ่ามากเท่าไหร่ยกเว้นความสามารถเรื่องฝันนิมิต ฉะนั้นคนในครอบครัวลิซ่าน่าจะมีพลังพิเศษบางอย่างด้วยล่ะมั้ง อันนี้คือเดาล้วนๆจร้า เดาสุดไรสุด
    #ไรท์ไฟท์ติ้ง!!!!
    #1,269
    1
    • #1269-1 S_mewon(จากตอนที่ 122)
      13 กรกฎาคม 2560 / 12:50
      เดี๋ยวมาดูกันว่าจะเดาถูกหรือมั่วชัวร์หรือไม่ ลุ้นๆ
      #1269-1
  3. #1267 llisa (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:54
    โอ้ย!!รอไม่ไหวแล้วค้า~~~มาอัพเร็วๆนะค่ะ
    #1,267
    0
  4. #1265 Aern5555 (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 20:20
    สนุกมากกกกกอ่ะ
    #1,265
    0
  5. #1264 ♡Roes_L.A. (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 18:26
    0.........0
    #1,264
    0
  6. #1263 HighLowrrr (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:06
    สนุกมากกกมาต่อเร็วๆนะคะ
    #1,263
    0
  7. #1262 nana ya (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 17:56
    ไรท์แต่งนิยายเรื่องนี้ได้เทพมากค่ะหนูยังคิดเนื้อเรื่องแบบนี้ไม่ได้เลย สู้ๆค่ะสนุกมากก
    #1,262
    0
  8. #1261 FBaomw (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:58
    สนุกกกกกกมากกกกกเลยค่ะ
    #1,261
    0
  9. #1260 party9988 (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:49
    สนุกมากกกกกค่ะ มาต่อไวๆเด้อ
    #1,260
    0
  10. #1259 chonnikan_ink80 (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:44
    ต่อไวๆนะคะ
    #1,259
    0
  11. #1258 allymary (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:35
    ชิบเหมือนกัน รอค่าา
    #1,258
    0