Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 120 : PART 114 : เป็นเรื่องได้ราว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Rosé talk...


"โอ้ห้องอาหารที่รัก" พี่เจโฮปวิ่งปรี่เข้าไปคนแรกเลยค่ะ "โว้ๆๆ วันนี้สเต็กเนื้อ หมู ไก่ ปลาว่ะเห้ย ลาภปากแท้ๆ" 

ไม่ต้องแปลกใจนะคะที่เห็นพี่เขาดีใจขนาดนี้ เพราะตั้งแต่เมื่อวานจนถึงมื้อเช้าวันนี้ เราได้กินแค่มันบดกับซุปถั่วงอกเองค่ะ พอมื้อเที่ยงเป็นสเต็กพี่เจโฮปก็เลยดีด้าเป็นพิเศษ แถมดูเหมือนจะเป็นบุฟเฟ่ต์ซะด้วย

"จริงเปล่าฮยอง" รวมทั้งอีตาวีที่รีบวิ่งแจ้นไปอีกคน ฉันกำลังจะเดินไปหยิบจานเพื่อจะไปตักอาหาร แต่ว่าก็มีคนวิ่งกลับมาดักไว้ก่อน

"อะไรของนาย" ฉันถามนายวีผู้ที่วิ่งมาขวางหน้าฉันไว้ 

"เธอน่ะไปนั่งเลยไป" เขาดันตัวฉันให้มาที่โต๊ะ

"นี่นาย ฉันยังไม่ได้ตักข้าวเลยนะ" ฉันตั้งใจจะท้วงแต่เขาดันฉันมาถึงโต๊ะจนได้

"นั่ง"

"นายสั่งฉันเหรอ" พอนายวีเห็นฉันไม่ยอมนั่งเขาก็กดไหล่ฉันนั่งลงเลยค่ะ 

"นี่!"

"นั่งแล้วคอย" ชี้มือใส่ฉันอีก

"สั่งยังกะสั่งหมา ฉันไม่ใช่ชิวาวานะ" ก็มันจริงๆ นะคะ มานั่งๆ คอยๆ แถมชี้มือทำหน้าดุใส่ เหมือนพวกเจ้าของหมาเลยอะ แล้วใครที่เป็นหมาล่ะ ก็ฉันนี่ไง

"นี่" นายวีเอ่ยขึ้น "นั่งเฉยๆ เป็นคุณนาย รออาหารมาถวายปากถึงที่ สบายๆ แบบนี้ไม่ชอบหรือไง" 

"ก็ปากเป็นแบบนี้ ใครจะไปชอบ" ฉันบอกนายวี แล้วเขาก็ทำหน้าเอือมๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะฝืนใจพูดว่า

"คุณผู้หญิงครับ" ไม่รู้ทำไมแต่ฉันรู้สึกเขินและขำในเวลาเดี๋ยว ก็เขินที่โดนเรียกว่าคุณผู้หญิงนี่แหละค่ะ และก็ขำเพราะคนพูดดันเป็นอีตานี่

"ได้โปรดนั่งสงบเสงี่ยม เก็บปากเก็บคำ รักษากิริยาความเป็นผู้ดีของท่านเพื่อรอรับประทานอาหารอันเลิศรสที่กระผมกำลังจะนำมาเสิร์ฟด้วยนะครับ" เขาแสร้งยิ้มและฉันรู้นะว่าตานี่กำลังหลอกด่าฉันอยู่ 

"งั้นก็ไปเอามาสิคุณพ่อบ้าน" ฉันแสร้งยิ้มกลับ

"ขอรับ" เขาว่าแล้วยิ้มก่อนจะหันหลังเดินกลับไปตักอาหาร ฉันว่าระหว่างทางตาวีต้องกำลังบ่น ล้อเลียน หรือไม่ก็หลอกด่าฉันลับหลังอยู่แน่ๆ ก็ช่วยไม่ได้นะคะ อยากเสนอตัวเอง

"ทำไมกลุ่มพวกแกพักกันช้าจัง" พี่จีซูถามฉัน 

"ก็พี่เจโฮปสิคะ เล่นกวนประสาทสากรรจ์จนเขาหมั่นไส้ เลยได้ฝึกแล้วฝึกอีก นี่แขนขาอ่อนปวกเปียกไปหมดแล้วค่ะ" ฉันตอบ พวกพี่แก๊งค์หัวกะทิเลยขำกันใหญ่

"So sorry น้องโรเซ่" พี่เจโฮปเดินมาพร้อมจานข้าวในมือ "พี่ก็ไม่ได้ตั้งใจนะ แต่หมอนั่นก็ทำตัวน่าหมั่นไส้จริงๆ นิ่" แล้วพี่แกก็มาหยุดที่ข้างๆ ฉัน ก่อนจะเม้าท์กับพวกคนอื่นๆ 

"พวกฮยองต้องมาเห็นกับตา หูย...วางมาด อกผายไหลผึ่ง เหมือนกับตัวเองทักษะดี มีความรู้ ประหนึ่งข้าคือนักรบสปาตัน" แล้วพี่แกก็เลียนแบบท่าทางของสากรรจ์ให้คนอื่นๆ ดูจนทุกคนหัวเราะชอบใจกันใหญ่

"แล้วเขาเป็นแบบนั้นหรือเปล่าล่ะฮยอง" จีมินถาม

"ก็เพราะเป็นแบบนั้นไง กูก็เลยหมั่นไส้" พี่เจโฮปนี่ถนัดเรื่องสร้างความบันเทิงจริงๆ นะคะ แล้วพี่แกก็กำลังจะนั่งลงข้างๆ ฉันคะ แต่ว่า...

"เอ้า! ไอ้วี มึงทำอะไรของมึงนิ่" เจโฮปโวยขึ้นเมื่อวีชิ่งนั่งข้างฉันก่อน

"สเต็กปลา สลัดผัก ผลไม้ห้าสี" แถมยังพูดกับฉันโดยไม่ได้สนใจพี่เขาด้วยซ้ำ 

"โห...กูไม่ได้อยู่ในสายตาเลย"

"อ้าวฮยอง" วีหันไปพูดกับเจโฮป "จะนั่งตรงนี้เหรอ โทษๆ เมื่อกี้มองไม่เห็น ให้ผมขยับให้มั๊ย" ยังมีหน้าไปถามพี่แกอีกคะ

"มึงไม่ต้องเลย" เจโฮปรีบบอก "เดี๋ยวกูไปเอง กูไปนั่งฝั่งนั้นก็ได้" 

แล้วพี่แกก็ผลักจานของแกไปฝั่งตรงข้ามค่ะ ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไปประจำที่แล้วนั่งลงพร้อมสายตาคาดโทษนายวี แต่หมอนี้หาได้สนใจกลับยิ้มตอบพี่เขาไปเฉยเลย

"รู้งานนะฮยองน่ะ"

"เดี๋ยวกูเอาส้อมจิ้มตาบอด" เจโฮปแกล้งทำเหมือนจะใช้ส้อมจิ้มตาวีจริงๆ จนวีต้องทำเป็นหลบ ยังมัวเล่นกันอีก ฉันหิวแล้วนะ และพอฉันมองอาหารที่เขาตักมา

"สเต็กปลา สลัดผัก ผลไม้ห้าสี" ฉันทวนเมนูของเขา

"เฮลตี้สุดๆ" เขาบอก

"สเต็กปลา?"

"เยส สเต็กปลานี่แหละเหมาะกับคนพักฟื้น ย่อยง่าย แถมดีต่อสมอง กินๆ ไปจะได้ฉลาด" ประโยคสุดท้ายไม่พูดจะดีกว่านะคะ

"แต่นั่นมีเนื้อ หมู ไก่นะ" ฉันอยากกินเนื้ออะ งือๆ "อีกอย่าง ฉันหายดีแล้ว และไม่ได้กระเพาะอักเสบ ท้องอึด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อยซักหน่อย ไม่ต้องกินปลาก็ได้มั้ง"

"ไม่กินได้ไง ฉันเอามาแล้วนะเสียของแย่เลย" ก็ใครใช้ให้เขาไม่ถามฉันก่อนล่ะ

"งั้นนายกินอันนี้ เดี๋ยวฉันไปเอาใหม่" ฉันผลักจานไปให้เขาแล้วลุกขึ้นยืน แต่ก่อนที่ฉันจะได้ก้าวเท้าเดินออกจากโต๊ะไป

"น้อยใจนะนี่" วีว่าขณะเริ่มตักสเต็กปลาเข้าปาก "คนเขาอุตส่าห์ตั้งใจเอามาให้แท้ๆ" ฉันดูเป็นคนใจร้ายไปเลยอะ

"กินก็กินดิ่ ไม่เห็นต้องน้อยใจเลย" ฉันว่าและนั่งลงที่เดิมก่อนจะแย่งจาน ช้อน ส้อม มีดกลับมาทั้งหมดแล้วหั่นสเต็กเข้าปาก "พอใจยัง"ฉันถามเขา

"ก็...ระดับนึง" ชิ! แค่พอใจมากแค่นี้จะพูดให้หน่อยก็ไม่ได้

"งั้นฉันไปเอาของฉันก่อนนะ" วีว่าแล้วรีบลุกออกไปตักอาหาร และเมื่อเขากลับมาถึงโต๊ะ ฉันนี่อยากจะขึ้นศาลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเองเหลือเกิน

'สเต็กเนื้อ' กลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลาย รอยไหม้นิดๆ อันเป็นจุดสุดยอดของความอร่อย มันเงาๆ ที่ผิว มันต้องนุ่มฉ่ำเนื้อเน้นๆ แน่ๆ เลยค่ะ แล้วดูสเต็กปลาของฉันสิ ขาวๆ ซีดๆ มองไม่เห็นความอร่อยเลยอะ 

'I need a beef!!'

"มองอะไร" ยังมีหน้ามาถามฉันอีก

"ขอชิ้นนึงดิ" ฉันบอกเขา

"อ้อนก่อน"

"ฮะ" 

"อ้อนแบบคิ้วท์ๆ น่ารักๆ น่ะ ทำเป็นเปล่า" 

"คิ้วท์ๆ?" 

"เยส" ตาวีพยักหน้ารับ "แบบ...พี่วีขา โรเซ่หิวจังเลยค่ะ ขอสเต็กให้หนูสักคำสิคะ" 



OMG! 

พี่วี! โรเซ่! หนู! อ้าก!!! จะให้ฉันอ้อนแบบนี้เนี่ยนะ



"ไม่อ้อนก็ไม่ได้กิน" วีถามเหมือนเห็นฉันทำหน้าสุดช็อค

"ฉันก็ไม่ได้เห็นแก่กินขนาดนั้นหรอกนะ" ไม่กินก็ไม่กินสิคะ ยังไงฉันก็มีสเต็กปลาอยู่ดีแหละ

"แน่ใจนะ" ฉันไม่สนใจเขาหรอก อยากจะทำอยากจะพูดอะไรก็ให้เขาทำไปเถอะ ฉันต้องสนใจเฉพาะสเต็กปลาของฉันเท่านั้น

"โห...เนื้อมันดีมากเลยอะฮยอง" นายวีหันไปพูดกับเจโฮป ฉันก็ไม่อยากสนใจเนื้อชิ้นนั้นหรอกนะ แต่พอหันไปดู

'medium rare! OMG!' ฝีมือการย่างดีมากเลยค่ะ มันจะต้องหวานนุ่มชุ่มฉ่ำละมุนลิ้นแน่นอน

"กลิ่นเนื้อหมักพริกไทยดำ ซอสบาร์บี้คิวนี่นะ" พี่เจโฮปจะดมอะไรฟินเบอร์นั้นคะเนี่ย "กูฟิน"

'โอ่ยยย' 

"ฝีมือระดับมาสเตอร์เซฟเลยล่ะค่ะ" พี่จีซูก็เอากับเขาด้วยเหรอคะ

"ทุกคน" ฉันเอ่ยขึ้นเพราะเหลืออด "ไม่ต้องมายั่วฉันเลยนะ ฉันไม่หลงกลหรอก" แล้วพวกพี่แกถึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจฉันแล้วตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป

"แน่ใจ" แล้วตาวีก็ดันจิ้มชิ้นเนื้อมายั่วน้ำลายฉันต่อหน้าต่อตา "ลองดมดู" จะเอามาจ่อจมูกฉันทำไมเล่า

'โอโมะ!' ฮือๆๆ ทำไมกลิ่นมันดีอย่างนี้ 'ไม่ได้ๆ' ฉันต้องอดทน

"ฉันไม่รู้้สึกหรอกอย่ามายั่วให้ยาก" ฉันบอกเขาเสียงแข็ง

"ไม่ยั่วก็ได้ แต่อยากให้ดู ดูนี่ๆ" นี้เรียกว่าไม่ยั่วเหรอคะ!! เนื้อจะถิ่มตาอยู่แล้ว

"ดูตรงนี้ๆ" เขาชี้ไปบนชี้เนื้อตรงจุดระหว่างรอยต่อของเนื้อสุกกับเนื้อที่เกือบสุก "ตรงขอบสุกๆ นี่น่ะมันเนื้อแน่นมากเลย แต่ส่วนเนื้อในนะมันหวานนุ่ม แล้วพอเคี้ยวคำเดียวรวมกันแบบนี้" เขายัดมันเข้าปากไปแล้วค่ะ ส่วนฉันก็ได้แต่มองตามตาปลิบๆ 

"อื้อหือ" หน้าตาฟินเว่อร์หน้าตบมาก ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ! "ลงตัวฝุดๆ" 

"ปลาฉันก็ลงตัวฝุดๆ เหมือนกันแหละ เนื้อนี่นะละลายในปากเลยด้วย" คิดว่าคุยโวได้คนเดียวหรือไง

"ก็แล้วแต่นะ แต่สเต็กเนื้อเหลือชิ้นนี้ชิ้นสุดท้ายแล้วด้วย"

"ฮะ!" ฉันชะเง้อดูถาดสเต็กเนื้อ 'โนๆๆๆๆ' ทำไมถาดมันว่างเปล่าแบบนั้นล่ะ

"ได้ไงอะ" ฉันหันกลับมาแล้วก็พบสาเหตุของความว่างเปล่านั้น

"ไม่เคยกินเนื้อกันหรือไงคะ!" ฉันถามทุกคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะ ก็ดูแต่ละคนสิตักสเต็กเนื้อกันมาตรึม โดยเฉพาะพวกรุ่นพี่บังทัน คนล่ะสามสี่ชิ้นเลยนะ

"ก็เนื้อมันแพงนิ่แชยอง" OMG! 

"พวกฮยองแกไม่แบ่งเธอหรอกนะ นี่ฉันอุตส่าห์เสนอ แต่ถ้าเธอไม่เอาก็แล้วแต่เลย" 

ฉันหันไปมองพวกรุ่นพี่อีกครั้ง "พี่นัมจุน" ชายผู้เป็นความหวังของฉัน

"พี่ต้องใช้ทั้งพลังและสมองเลยอะตอนบ่าย" แล้วพี่แกก็ทำเป็นไม่สนใจฉันไปเลยอะ นี่คือพี่ชายคนสนิทของฉันเหรอ!! รักแท้แพ้สเต็กจริงๆ คะ ถ้าแรปมอนไม่ได้ 'งั้น...' ฉันมองไปยังเจโฮป ฉันเคยช่วยพี่แกหลายครั้งนะคะ เพราะงั้น...

"พี่ไม่แบ่งหรอกนะ" ฮือๆๆ ฉันยังไม่ทันได้ถามเลยนะคะ ใจร้ายอะ

"อ้อนฉันสิๆ" ฉันเกลียดการสะกดจิตโดยเอาเนื้อมาล่อของเขา

"นี่" ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ

"นี่ๆๆ นี่อะไรๆ"

"นายวี" เขาจ้องฉันอะ แถมเอาเนื้อมาล่อตาล่อใจฉันอีก

"พี่วีขา" เขาพยายามจะสะกดจิตฉันด้วย " โรเซ่หิวจังเลยค่ะ ขอสเต็กให้หนูสักคำสิคะ เร็วๆ ไม่พูดไม่ได้กินนะ" ฉันไม่หลงกลหรอกนะ

"พี่วีขา โรเซ่หิวจังเลยค่ะ ขอสเต็กให้หนูสักคำสิคะ" เขาจะพูดอีกนานมั๊ยคะ "พี่วีขา..."

"นี่!" ไม่ไหวแล้วค่ะ หืม! ฉันจะไม่ทนอีกต่อไป "ไอ้คุณวี  ฉันหิว เอามากินคำนึง"

"โห" นายวีทำหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดเลยแหละ "นี่มันอ้อนหรือขู่กรรโชก" พูดมากจริงเลย

"เห้ยๆๆ" นายวีรีบยกส้อมไปให้ไกลมือฉันเมื่อเห็นฉันพยายามจะแย่งมันจากเขา

"ก็ขอแล้วไง" ฉันบอก

"ไม่ให้เว้ย ขอแบบนี้ใครจะให้" หืม! ก็ได้ๆ

"พี่วีขา โรเซ่หิวจังเลยค่ะ ขอสเต็กให้หนูสักคำสิคะ" ฉันพูดค่อยๆ จนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ฉันไม่อยากพูดเลยจริงๆ นะ มันกระดากปากยังไงไม่รู้

"ฮะๆๆ" แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอีกแล้ว แต่คนอยู่เยอะแยะเลยนะคะ ต้องมาอ้อนแบบนี้อีกอะ ฉันก็อายเป็นนะ ฉันจึงขยับเข้าไปใกล้ตาวีแล้วกระซิบบอกเขาว่า...

"พี่วีขา โรเซ่หิวจังเลยค่ะ ขอสเต็กให้หนูสักคำสิคะ" 

"ไกลไป" อีตานี้ จะเอาอะไรอีกนะ

ฉันจึงขยับตัวเข้าไปใกล้อีก คราวนี้กระซิบที่ข้างหูเลยแหละ ถ้าคราวนี้ยังไม่ยอมอีก ฉันบิดหูขาดจริงด้วย

"พี่วีขา โรเซ่หิวจังเลยค่ะ ขอสเต็กให้หนูสักคำสิคะ"

"จะพูดค่อยไปไหนเนี่ย" เขาทำเป็นไม่พอใจ

"นี่นาย อย่ามาแกล้งกันนะ" ฉันจ้องเอาเรื่อง

"ขออีกครั้ง" ฉันไม่อยากทำแล้วอะ แต่พอเห็นฉันทำหน้าเซงๆ เขาก็รีบบอกว่า "อีกครั้งนึงๆ รอบนี้จริงๆ ให้กินจริงๆ" 

"นายมันไม่น่าเชื่ออะ"

"จริงๆ สัญญา" เขาว่าและยิ้มขำๆ 

ถ้าไม่ใช่เพราะความหิวและความอยากฉันจะไม่ทำหรอกนะ ฉันขยับเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เพื่อความชัวร์ว่าตาวีจะไม่หาข้ออ้างว่าไม่ได้ยินฉันเลยใช้มือป้องหูเขาไว้ก่อนจะพูดตามที่เขาขอ

"พี่วีขา..."

"ฮึๆ" อะไรอีกล่ะคะ จะหัวเราะทำไม ฉันพูดน่าตลกขนาดนั้นเลยเหรอ ลองเอาใหม่ก็ได้

"พี่วีขา โรเซ่..."

"ฮึๆๆ"

"นี่!" ฉันตีบ่าเขา

"โอ้ย! อะไร"

"นายนั่นแหละ ขำอะไรนักหนา"

"ไม่ได้ขำ" ไม่ได้ขำแต่หน้าตามันฟ้องเลยอะ

"ไม่ได้ขำบ้าอะไร"

"ไม่ได้ขำจริงๆ" ยังปฏิเสธกันอีก

"ไม่ได้ขำแล้วจะหัวเราะทำไม"

"ก็มันจั๊กกะจี้" จั๊กกะจี้เหรอคะ อีตานี่บ้าจี้ยังสิ 'หึๆๆ นายเสร็จฉันแน่' 

"นายวี" ฉันยิ้มหวานส่งไปให้เขาเพราะมีแผน ฉันรู้แล้วว่าสเต็กจานนั้นจะตกเป็นของฉันได้ยังไง

"ว่า"

"เอาสเต็กของนายมาซะดีๆ" ฉันบอกเขา ถ้าอีตาวีไม่ยอมดีๆ นะ ฉันก็จะลงมือทันที 'ฮึๆๆ'

"เธอนี่พูดไม่...โอ้ยๆๆ ฮาฮ่าๆ"

"จะให้ไม่ให้" ฉันถามเขาขณะที่ใช้มือจี้เส้นที่เอวของเขาจนเขาชักดิ้นชักงออยู่บนเก้าอี้

"ฮ่าๆๆ โอ้ยๆๆ ไม่...ไม่ให้ ฮ่าๆๆ" 

"จะให้ไม่ให้" ฉันถามอีกครั้ง

"ไม่" ยังไม่ยอมใช่มั๊ย 'ได้เลย เจ้จัดให้' จากมือเดียวฉันก็เริ่มใช้สองมือ 

"โอ้ยๆๆ ฮ่าๆๆ โอ้ย ฮ่าๆๆ หาย...หาย...หายใจ...ฮ่าๆๆ ฉัน...โอ้ย...ฉัน...ฮ่าๆๆ" ไม่ยอมให้มันรู้ไป

"ฉัน ฉัน ฉันอะไร" ฉันถามในขณะที่นายวีคงกำลังหัวเราะสนุกสนานเหมือนจะขาดอากาศหายใจ 'ฮ่าๆๆ'

"ฉัน...โอ้ย...ฉันหายใจไม่ออก ฮ่าๆๆ" อยากให้ฉันหยุดเหรอคะ 

"อ้อนก่อนสิ" ฉันบอกเขา

"ฮะ! ฮ่าๆๆ โอ้ยๆๆ เอ้อๆ อ้อนๆๆ"

"พูดมา" ก่อนหน้านี้คงสนุกมากสินะที่ได้แกล้งฉัน คราวนี้ก็ตาฉันสนุกบ้างล่ะ

"โรเซ่จ๋า โอ้ย ฮ่าๆๆ" ทรมานล่ะสิ "โรเซ่จ๋าโรเซ่ เค้ายอมแล้วๆ เค้ายอมจริงๆ ฮ่าๆๆ อยากได้อะไรเอาไปให้หมดเลยจ้า" 

"ยอมจริง?"

"จริงๆ จ้า"

"ก็แค่นี้แหละ" ฉันว่าและหยุดจี้เส้นนายวี แล้วยกจานของเขามาเป็นของฉัน 

'My beef!' 

ในขณะที่นายวีนั่งหอบอยู่ข้างๆ แต่ฉันไม่สนใจหรอกนะ เพราะ 'หู้...หอมสุดๆ' มันฟินมากเลยนะตอนที่สู้ดกลิ่นหอมหวลยั่วน่ำลายเข้าไป และมันยิ่งฟินเข้าไปอีกเหมือนมันอยู่ในปาก 'Oh, yummy!'

"ขี้โกงตลอดแหละเธอ" นายวียกจานสเต็กปลาของฉันไปกินแทน

"กินๆ ไปจะได้ฉลาด" ฉันย้อนคำเขาและยิ้มพอใจอย่างผู้ชนะ

"ไม่ต้องมาล้อเลียน" เขาว่าก่อนจะถามฉัน "แล้วอร่อยมั๊ย"

"อืม" ฉันเคี้ยวไปด้วยพนักหน้าไปด้วย มันจะอร่อยกว่านี้อีกค่ะถ้าเขาไม่มองฉันด้วยสายตาเอ็นดูแบบนี้ จะบ้าตาย ให้เขามองกวนๆ ยังจะดีซะกว่า มองแบบนี้มันไม่ชินเลยอะ

"อะไร" ฉันถามแต่ในใจมันเขินจะตายอยู่แล้ว

"ก็ไม่อะไร ถ้าอร่อยก็ดี" ฉันไม่ชอบให้เขาพูดหรือมองแบบนี้เลยอะ จริงๆ นะ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ แต่มันดีกันไปอะ ดีต่อใจเกินไปจนรู้สึกว่าใจมันสั่นๆ พิกล

"ไอ้บ้า" ฉันทำเป็นไม่สนใจรอยยิ้มและสายตาน่ารักน่าเอ็นดูของตาวีโดยกลับมากินสเต็กของตัวเองต่อไป

"พวกมึงไม่รู้สับสนบ้างเหรอ" จู่ๆ พี่เจโฮปก็ถามพวกฉันสองคนขึ้นมาค่ะ

"สับสน? สับสนอะไรฮยอง" วีถามกลับ

"ก็แบบพวกมึงนี่ไง"

"ทำไมเหรอคะ" ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าพี่เขาจะถามอะไร

"ก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตีๆ กันอยู่ก็มากิงก่องแก้ว กุ๊กๆ กิ๊กก๊อก ขนาดกูเป็นคนนอกกูยังตามอารมณ์พวกมึงไม่ทันเลย" 

ฉันกับนายวีหันมามองหน้ากัน 'กิงก่องแก้ว กุ๊กๆ กิ๊กก๊อก' พวกฉันนี่นะคะ เราก็ไม่เห็นจะสวีทอะไรเลยนะ ไม่เหมือนคู่เจนนี่กับจีมิน คู่นี้แค่มองตาก็รู้ใจ เข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่าง ดูแลกันดีสุดๆ  

คู่พี่จีซูกับพี่ชูก้า ถึงพี่จีซูจะดูเกินๆ ล้นๆ ไปหน่อยแต่ดูเหมือนพี่ชูก้าจะรับมือได้ดี แถมช่วงหลังๆ ยิ่งมุ้งมื้งกันกว่าเดิมซะอีก และคู่มักเน่ คู่นี้ก็ดูยังเข้ากันได้ดีนะคะ ถึงแม้ช่วงนี้จะทะเลาะกันบ่อยๆ แต่พอคืนดีกันแล้ว ดูเหมือนจองกุกจะดูแลลิซ่าดีกว่าเดิมอีก 

ส่วนเราสองคน ฉันว่ามันก็เหมือนๆ ก่อนหน้านี้แหละค่ะ ก็ไม่เห็นหวานอะไรเลยนะจริงๆ หรือฉันจะชินจนไม่ทันสังเกต 

"มันก็เป็นแบบนี้ทุกคู่แหละฮยอง" วีตอบไป

"เหรอ?" เหมือนเจโฮปจะไม่เข้าใจ

"แล้วคู่มึงล่ะ" พี่หันไปถามคู่มักเน่ที่นั่งกินกันอยู่เงียบๆ สองคนนั้นเงยหน้ามองกันนิ่ง เอ่อคือ...จะสื่อโทรจิตกันเหรอคะ

"อ้อ ไม่เป็นไร พวกมึงคงอยากมีเวลาของตัวเอง" เจโฮปเอ่ยขึ้นหลังจากที่รอคำตอบจากสองคนนี้ไม่ไหว พี่แกถึงหันไปถามคู่อื่น 

"น้องเจนนี่"

"ไม่ฮยอง" พี่แกจะถามเจนนี่แต่ก็มีคนตอบให้ก่อน

"กูถามน้อง ไม่ได้ถามมึง" เจโฮปโวยใส่จีมิน

"ถามผมก็เหมือนถามเธอแหละฮยอง" เห็นมั๊ยคะ บอกแล้วว่าคู่นี้หวานกันจะตายยังกะเป็นคนคนเดียวกัน

"แล้วฮยอง" เจโฮปจะถามพี่ชูก้าค่ะ แต่ดูพี่ชูก้าตอบ

"เรื่องส่วนตัว กูไม่ชอบให้เสือก" นั่นแหละคะท่านผู้อ่าน

"โอเค ผมจะไม่เสือกและจะนั่งกินเงียบๆ" แล้วพี่แกก็ทำตามที่พูดจริงๆ คะ นั่งกินเงียบๆ

"นี่" ตาวีสะกิดของฉัน ฉันจึงหันไปหา "ขอคำนึง" เขาว่า

"จริงๆ เลยเชียว" ฉันจึงหั่นเนื้อให้เขาตามที่ขอก่อนจะใช้ส้อมจิ้มชิ้นเนื้อขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา 

"อ่ะ" 

วียิ้มน้อยๆ แบบยิ้มค่อยค่อย แค่เธอยิ้มค่อยค่อย หัวใจก็ลอยไปแสนไกลอะไรประมาณนี้ ก่อนจะหม่ำเนื้อชิ้นนั้นไป 

"เห้อ" เสียงถอนหายใจเอือมๆ ดังมาจากพี่เจโฮป มันก็ไม่ได้น่าหมั่นไส้ขนาดนั้นเปล่าคะ ไม่เห็นจะหวานตรงไหน จริงๆ นะ อิๆ

"พี่คะ มาพอดีเลย มากินข้าวด้วยกันก่อนสิ" จีซูเรียกไดเอียนทันทีที่เห็นเขาก้าวเข้ามา

"ข้ากินแล้วน่ะ แค่จะมาแจ้งการประชุมช่วงบ่าย"

"ประชุม?" พวกเราทุกคนต่างมองหน้ากัน

"นี่คือลำดับการประชุม" แล้วไดเอียนก็วางแผ่นกระดาษลงบนกลางโต๊ะอาหาร ทันทีที่วางลงก็เกิดคำถามขึ้นในหมู่พวกเราเลยคะ

"ทำไมเรียกไปเป็นคู่ล่ะ" คำถามแรกของพี่จิน

"แล้วทำไมผมได้ไปคนเดียวอะ แถมไปคนแรกด้วย" เจโฮปโวยขึ้น

"เพราะเจ้าต้องไปกับข้า" คำตอบของไดเอียนเล่นเอาพี่เจโฮปอ้าปากตาค้างไปเลยค่ะ

"ไปกับคุณ ผมเหรอ" ไดเอียนพยักหน้าตอบ ฉันรู้ว่าพี่เขาคงอยากร้องไห้ ไม่ก็อยากเปลี่ยนคู่

"ดีจะตายฮยองได้กัปตันเมกาไปด้วย น่าอิจฉาจะตาย" วีกระซิบบอก

"ดีจะตายๆ งั้นมึงให้โรเซ่มาคู่กับกู แล้วมึงไปกับพี่กัปตันของมึงมั๊ย" 

"ไม่อะฮยอง" รีบปฏิเสธพี่แกอย่างไวเลยนะคะ 

จากที่เห็นมีทั้งหมดเก้าคู่ค่ะ อีกสองคู่ฉันไม่รู้จัก ส่วนเจ็ดคู่ที่เหลือก็มี ไดเอียนกับเจโฮป สาหัสกับสากรรจ์ จินกับแรปมอน ชูก้ากับจีซู จีมินกับเจนนี่ จองกุกกับลิซ่า และฉันกับวี ส่วนลำดับการประชุมน่าจะเรียงจากอายุ เพราะงั้นเราสองคนเลยเป็นคู่รองสุดท้าย 

"เจ้ามากับข้า" ไดเอียนบอกเจโฮป

"แต่ผมยังไม่อิ่มเลยนะ" แต่พอเจอหน้าเอาจริงของไดเอียนพี่แกก็รีบแก้ทันทีเลย "เอาไว้มื้อเย็นแทนก็ได้ครับ"

"ดีที่ไม่เรื่องมาก งั้นตามข้ามา" ไดเอียนเดินนำออกไป พี่เจโฮปทำหน้าประหนึ่งว่า 'ทำไมต้องเป็นกู'

"สู้ๆ นะมึง" แรปมอนว่า แล้วเจโฮปจึงเดินเซงๆ ตามไดเอียนออกไป




ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในห้องอาหารแล้วค่ะ เราย้ายมาสนามฝึกแทน และก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ หรอกนะ เพราะคู่แฝดมาคุมอยู่น่ะสิ เราก็เลยต้องฝึกกันต่อ

"มาแล้วๆ" พวกเราหันไปตามที่พี่จินว่า พี่เจโฮปเดินเข้ามาหน้านิ่ง 

"เป็นไงฮยอง" วีวิ่งเข้าไปถามคนแรก

"ก็ดี"

"ก็ดีหมายถึงยังไงวะ ตกลงเขาคุยอะไรกับมึงบ้าง" แรปมอนถาม

"เดี๋ยวมึงเข้าไปกับจินฮยองมึงก็รู้เองแหละ" ปกติพี่แกน่าจะบอกเลยนะ 'แปลกจัง' หรือเพราะคุยหลายเรื่องถึงจำไม่ได้ก็เลยเลือกที่จะไม่พูด

"เข้าไปกันเลย" เจโฮปบอกแรปมอนกับจิน 

"เอ้อ เคๆ ไปกันฮยอง" แล้วแรปมอนก็เดินไปด้วยกันกับจิน

"ตกลง ไดเอียนให้ฮยองทำอะไร" จองกุกถามเจโฮปอีกครั้ง

"ก็คงทำๆ เหมือนพวกมึงแหละ" พี่แกพูดเหมือนไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่คะ "เดี๋ยวเขาก็บอกมึงเองแหละ" และก็ไม่ยอมบอกรายละเอียดเหมือนเดิม 

แต่คงไม่ใช่แค่เจโฮปที่ไม่ยอมบอกค่ะ เพราะคู่อื่นๆ ที่เข้าไปก่อนฉันก็เหมือนกัน ทั้งคู่แรปมอนกับจิน หรือคู่ชูก้ากับจีซู สองคู่นี้ก็ตอบคล้ายๆ กันเลยว่า "ก็ดี" ไม่ก็ "รอฟังเฮอะขี้เกียจพูด" 

ตอนนี้คู่จีมินกับเจนนี่คงกำลังคุยใกล้เสร็จแล้ว และต่อไปก็คงเป็นคู่ของฉัน

"นายว่าเขาจะคุยเรื่องอะไร" ฉันถามวีขณะที่เรากำลังซ้อมธนูกันอยู่

"ไม่รู้ดิ่ แต่ท่าจะเป็นความลับ" เขาว่า และฝีมือเขาก็ดีขึ้นนะคะหลังจากที่ยิงไปแล้วสามโหล

"อยากรู้จัง" 

มันลุ้นจริงๆ นะ ฉันอยากรู้จะแย่อยู่แล้วว่าไดเอียนบอกอะไร เพราะทุกคู่ที่กลับมาตอนนี้ ฝึกกันเอาเป็นเอาตายมากอะ อย่างจินกับแรปมอนที่เคยบ่นก่อนหน้านี้ ก็ไปขอให้สาหัสกับสากรรจ์ฝึกให้ ส่วนพี่เจโฮปก็แยกไปฝึกกับหุ่นอยู่คนเดียวเลย อะไรต้องการสมาธิขนาดนั้น

"กลับมาแล้วครับ" จีมินเดินนำเจนนี่ เราจะไม่ถามหรอกนะว่าไดเอียนคุยอะไรเพราะคงได้คำตอบแนวเดียวกัน

"ไปกันเถอะ" ฉันรีบดึงแขนนายวีให้ไปด้วยกัน

"รีบไปไหนเนี่ย" วีถามหลังจากที่เห็นฉันรีบเดินเร็ว

"นี่ นายไม่อยากรู้หรือไงว่าไดเอียนจะคุยเรื่องอะไร" ตอนนี้ฉันเปลี่ยนจากเดินเป็นจะวิ่งแทนแล้วค่ะ

"ยังไงก็ได้คุยเปล่า แล้วห้องทำงานเขาก็ไม่ได้มีเท้า มันไม่เดินหนีไปไหนหรอกน่า" แหมอีตานี่ พูดได้ลื่นหูจริงๆ มันน่าตบสักป้าบสองป้าบ

"ห้องทำงานเขาอาจจะไม่มีเท้า แต่ฉันน่ะมีและตอนนี้รู้สึกเหมือนมันจะอยากประทับรอยบนตัวใครสักคน" 

"คิดว่ามีคนเดียวหรือไง" เขาว่าอะไรนะคะ 

"โอ้ย!!" ตาวีร้องลั่นเมื่อเจอฉันเหยียบเท้าเต็มแรง

"เป็นไงล่ะ" 

"นี่ คิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วฉันไม่กล้าใช่มั๊ย" เขาว่า ฉันก็คิดแบบนั้นจริงๆ แหละคะ ก็เขาเป็นผู้ชายนะ ถ้ากล้าทำก็...

"โอ้ย!" อีตาวี!! เขาเตะก้นฉันอะ ฉันเป็นผู้หญิงนะโว้ย!!! "นายกล้าทำแบบนี้กับผู้หญิงได้ไงฮะ"

"ใส่วงเล็บไว้ด้วย" 

"ใส่วงเล็บอะไร"

"วงเล็บว่า ผู้หญิงแบบป้าเช็ง" หืม!!! ฉันว่าฉายานี้มันหายไปสักพักแล้วนะคะ

"นี่พี่วอก" เขาก็มีฉายาเหมือนกันนั่นแหละ 

"อะไรๆ"

"ฉันแค่เหยียบเท้า แต่นายเล่นเตะตูดฉันเลยนะ"

"แล้วไงๆ ป้า" อีตานี่กวนประสาทจริงๆ แล้วไงใช่มั๊ยคะ

"พี่วีขา" ฉันยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปหาเขา มันต้องใช้มารยานิดๆ และก็ได้ผลเพราะอีตานี้ดูมึนๆ งงๆ ตามอารมณ์ฉันไม่ทัน

"พี่วีอะไร ผีเข้าเปล่านิ่"

"ถ้าผีจะเข้า" ฉันค่อยๆ เอามือโอบรอบคอเขา ตาวีแอบตกใจเล็กๆ แต่พอได้สติเขาแอบเขินแทน 'ผู้ชายก็เป็นแบบนี้ ชิ!' 

"ก็คงเป็นผีสาวแสนสวย แล้วก็..." ฉันว่าแล้วค่อยๆ ใช้นิ้วเขี่ยไล่หน้าเขาลงมา พร้อมสายตายั่วยวนสุดๆ ก่อนจะสะบัดผมแบบนางเอกเอ็มวี "เซ็กซี่ด้วยนะ" แถมส่งวิ๊งค์ให้เขาด้วยหนึ่งที 

'แหวะ!' ทำเองยังรับตัวเองไม่ได้เลยอะ แต่เหมือนจะไม่ใช่กับนายวี

"สวย เซ็กซี่ สเปคเลย" เคลิ้มไปเปล่าคะเนี่ย สเปคเลยเหรอคะ 'หื่นจริงเชียว'

"ชอบมั๊ยค่ะ" ฉันถามพร้อมยิ้มหวาน

"อืม" อีตานี่พยักหน้าใหญ่เลยค่ะ "ชอบๆๆ ชอบมากเลย"

"ชอบมากเลยเหรอคะ" ฉันแสร้งพูด "ถ้าชอบมาก งั้นคง...เอานี่ไปกินเลย!"



โป้ก!



"โอ้ย!!!" นายวีร้องลั่นและใช้มือกุมวีจูเนียร์ของเขาไว้ เป็นไงล่ะคะ อยากเคลิ้กดีนัก เจอเข่ากระแทกเข้ากล่องดวงใจแบบนี้คงฟินน่าดูสินะ 'ฮ่าๆๆ'

"มันเจ็บนะ โอ้ยๆๆ" ท่าทางจะทั้งเจ็บทั้งจุกเลยมั้งคะ หน้าเริ่มเหลืองแล้วด้วย

"สมน้ำหน้า ก็นายมาเตะฉันทำไมเล่า แถมยังมาทำหื่นกับฉันอีก"

"ถ้าเธอไม่ยั่วฉันก็ไม่หื่นหรอก" ยังมีหน้ามาโทษฉันอีก

"เลิกโวยวายแล้วก็ตามมา ให้ผู้ใหญ่รอมันไม่ดี" ฉันรีบเดินเพื่อมุ่งหน้าไปห้องทำงานไดเอียน

"นี่!" ตาวีร้องตะโกนไล่หลังมา "มันจุกนะเว้ย นี่! รอกันด้วยดิ่ โอ้ยๆๆ นี่! โรเซ่! ยัยคนใจร้าย รอฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ" 

พอฉันหันกลับไปดูก็พบว่าเขาเดินบิดอย่างทุลักทุเลสลับกับการกระโดดหยองแหยง 'ฮึ' ตลกจริงๆ

"เร็วๆ วีๆๆๆๆ" ฉันปรบมือเร่งเขาเป็นจังหวะ

"ฉันไม่ใช่หมานะเว้ย" 

โธ่...ล้อเล่นก็ไม่ได้ ไม่เล่นแล้วก็ได้คะ เดี๋ยวเผื่อตานี่โกรธจริง งอนขึ้นมาเดี๋ยวก็ให้ฉันง้อแบบคิ้วท์ๆ อีก ถ้าแบบนั้นคงไม่ไหวๆ ฉันจึงได้แต่ยืนรอจนกระทั่งเขามาถึง

"ไปต่อได้แล้วใช่เปล่า" ฉันว่าแล้วหันหลังจะเดินต่อ



หมับ!



'หือ' ฉันแอบตกใจนิดหน่อยนะ ก็จู่ๆ เขาก็มาแบ็คฮัก กอดฉันเฉยเลย มันใช่เวลามั๊ยเนี่ย 'บ้าจริงเชียว'

"อะไรอีก" ฉันถามขณะที่เขากอดฉันไว้

"แบกฉัน"

"ฮะ" ตานี่ว่าอะไรนะคะ

"แบกฉันไปเลย" แล้วเขาจึงเคลื่อนแขนที่โอบตัวฉันอยู่ไปโอบรอบคอไว้แทน ที่แท้ที่ทำแบบนี้เพื่อหวังจะใช้ฉันงั้นสิ

"เอาแขนนายออกไปเลยนะ" แต่ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ

"นี่!" อีตานี่โดดขึ้นหลังฉันเลยอะ เกือบตั้งตัวไม่ทันแหน่ค่ะ ถ้าล้มหน้าทิ่มขึ้นมาจะทำไง 

"มันหนักนะ ตัวนายก็ไม่ใช่เล็กๆ โตยังกะควาย" แต่พูดไปก็เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปอีก เพราะดูเขาตอบ

"มันก็จะหนักกว่าเดิมอีกเพราะเธอเอาแต่บ่น นู้นๆ ห้องไดเอียนอยู่นู้น ยืนนานๆ ระวังข้อเข่าเสื่อมไม่รู้ด้วย ยิ่งป้าๆ อยู่" หืม!!

"รู้แหล่ว!" ฉันรีบแบกภาระอันน่ารำคาญไปยังจุดหมาย แต่ระหว่างทางเขาก็ยังกวนประสาทฉันไม่เลิก

"ใช้แชมพูไรนิ่ ผมห๊อมหอม" ทำหื่นใส่ฉันอีกแล้วแถมยังมาม้วนผมฉันเล่นอีก

"ถ้าผมฉันเสียทรง นายจะได้เสียใจแน่" ฉันขู่เขา แต่นายวีก็คือนายวีค่ะ

"แต่ฉันไม่อยากเสียใจน่ะสิ" เขาเอ่ยขึ้นมาก่อนจะกระซิบบอกฉันข้างๆ หูจนทำให้ฉันขนลุกว่า "ถ้าเสียอย่างอื่นก็ว่าไปอย่าง ม๊วฟ!" 

'เสียอย่างอื่น! เสียอะไร?' อีตานี่พูดสองแง่สองง่ามเกินไปแล้ว 'ไม่ไหวแล้ว!' 

"ลงไปเลย!" ฉันสลัดตัวนายวีออกไปจากหลังก่อนจะหันกลับไปเอาเรื่องไอ้คนหื่น "นายนี่มันจริงๆ เลย ชอบคิดลึก คิดไม่ดี คิดอกุศล" ฉันว่าให้เขา

"เดี๋ยวๆ ฉันคิดไม่ดีตรงไหน" เขาถามขำๆ

"ก็เมื่อกี้ไง นายบอกว่าเสีย..." ฉันพูดคำนั้นไม่ได้ค่ะ ไม่ได้จริงๆ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว 'บรึ่ย!'

"เสีย เสีย เสีย เสียอะไร" เขาถามและยิ้มขำๆ ฉันรู้นะว่าเขาเข้าใจความหมาย

"ก็เสีย เสีย เสียแบบที่นายพูดอย่างที่นายคิดนั้นแหละ"

"เสียเงินน่ะนะ" คะ? เขาโกหกอะเขาโกหก เขาแกล้งทำให้ฉันอายอะ "แค่ฉันจะบอกว่าฉันเป็นสายเปย์แค่นี้ก็หาว่าฉันคิดไม่ดีแล้วเหรอ หรือจริงๆ แล้วเธอคิดอย่างอื่น" ยังมาชี้หน้าถามฉันอีก

"อย่างอื่นอะไร" ฉันรีบปัดมือเขาออก

"ฉันว่า..." เขามองมาที่ฉันแล้วแกล้งทำครุ่นคิด "คนที่คิดลึก คิดไม่ดี คิดอกุศลก็คือเธอนั่นแหละ ยัยป้าเช็ง" หืม!!! โยนมาให้ฉันอีก

"นี่!" ฉันร้องขึ้น "นายนั่นแหละๆ" ฉันตีแขนเขาไปเป็นชุด

"โอ้ยๆๆ ฉันอะไรๆ" เขาหัวเราะฉันอะ ฉันรู้หรอกนะว่าเขานั่นแหละคิด แต่มาโบ้ยเพื่อให้ฉันอาย

"นายนั่นแหละคิดไม่ดี คิดอกุศล เพราะนายมันโรคจิต" แต่อีตานี่ก็ไม่ยอมฉันหรอกนะ

"ฉันไม่ได้คิด แต่เธอนั่นแหละคิด ยัยคนคิดลึก ยัยป้าสายหื่น"

"นี่! ฉันไม่ได้หื่นนะ"

"ฉันก็ไม่ได้โรคจิตเหมือนกันแหละ"

"นายแหละโรคจิต"

"งั้นเธอก็หื่น"

"ก็บอกว่าไม่ได้หื่นไง"

"ฉันก็ไม่ได้โรคจิตสักหน่อย"

"นายนั่นแหละโรค..."

"อะแฮ่ม!" มีเสียงกระแอมขึ้นมาค่ะ ซึ่งคงไม่ใช้เสียงของเราสองคนแน่เพราะเรากำลังเถียงกันคอเป็นเอ็นอยู่ 

"จะเข้ามากันได้ยัง" พอเราหันไปตามเสียงนั้นก็พบว่าไดเอียนกำลังนั่งรอเราอยู่หลังโต๊ะทำงาน 

"เห็นมั๊ยนี่ ถ้าเธอไม่ชวนฉันทะเลาะเขาก็ไม่ต้องนั่งรอหน้าเครียดแบบนี้" นายวีกระซิบบอกฉัน แต่นี่มันโบ้ยความผิดให้กันชัดเลยนะคะ ก็เขานั่นแหละมาแกล้งฉันอะ

"ขอโทษนะคะที่ให้รอ" ฉันเดินเข้าไปก่อนแล้วนายวีถึงเดินตามมาติดๆ เราไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเขา

"ไม่เป็นไร เห็นพวกเจ้าทะเลาะกัน นั่นก็พอจะทำให้ข้าคิดถูกที่ให้พวกเจ้าทำงานนี้"

"คะ/ครับ?" งงไปเลย ฉันกับนายวีหันไปมองหน้ากัน ทะเลาะกันถือเป็นเรื่องดีเหรอ เราเพียงรู้เลยนะคะว่าการทะเลาะกันของเราจะมีประโยชน์ด้วย

"ช่วยอธิบายได้ไหมครับ" วีก็คงสงสัยเหมือนฉัน

"ข้าจะให้พวกเจ้าเข้าไปสร้างความวุ่นวายในกองทัพของแม่ข้า"

"คะ/ครับ!"

"เข้าไปเหรอคะ" ไดเอียนพยักหน้า "แค่สองคนเหรอ"

"ไม่ใช่ ยังมีอีกแปดคู่ตามรายชื่อที่ข้าให้ไว้" โล่งไปทีค่ะที่ไม่ได้มีแค่เรา

"แล้วคู่อื่น เขาทำอะไรบ้างครับ" วีถาม

"พวกเขาก็มีหน้าที่ของเขา" พูด...จบแล้วเหรอคะ? จะไม่ต่อประโยค ไม่อธิบายอะไรต่อเลยเหรอ

"แค่นี้เหรอคะ" ฉันอดถามไม่ได้อะ

"แค่นี้แหละ บางเรื่องรู้น้อยคนจะเป็นผลดีกว่า เจ้าก็รู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าอยู่ที่นี่" 

"แต่การสร้างความสงสัยก็ไม่มีผลดีนะคะ" 

เมื่อไดเอียนได้ฟังสิ่งที่ฉันพูด เขาก็ยิ้มออกมาน้อยๆ ก่อนจะบอกฉันว่า "พวกเขาไม่สงสัยหรอก"

"ทำไมล่ะคะ"

"ข้ารู้ว่าเจ้ากังวลว่าความสงสัยจะนำพาไปซึ่งความไม่ไว้ใจ แต่ความไม่ไว้ใจที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปิดเผยแค่ไหน ขึ้นชื่อว่าไม่ไว้ใจก็คือไม่ไว้ใจ" 

ฉันหันไปมองหน้าวี เขาก็มองหน้าฉัน และเราก็เข้าใจตรงกันว่า 'งงจัง'

"แต่พวกเจ้าทั้งสิบเอ็ดเป็นสหายที่ดีต่อกัน สหายที่แท้จริงจะไม่สงสัยกันและกัน ข้าพูดถูกไหม" มันก็อาจจะจริงนะคะ เพราะถ้าพวกเรามัวสงสัยกันเอง ไม่ไว้ใจกัน มาถึงตอนนี้พวกเราอาจอยู่ไม่ครบสิบเอ็ดคนก็ได้

"ข้าทำเพราะข้ามีเหตุผล ถ้าพวกเจ้าอยากรอด จงอย่าสงสัยข้า อย่าสงสัยสหายเจ้า จงทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด" มันดูจริงจังนะคะ ดูจริงจังจนฉันไม่กล้าถามอะไรเลย

"แล้วหน้าที่ของพวกเราสองคน จริงๆ แล้วคืออะไร" วีถาม ฉันรู้สึกได้ว่าบรรยากาศมันต่างไปจากตอนแรกที่เราเข้ามานะ มันเครียดขึ้นอย่างชัดเจนเลยอะ

"อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่าข้าอยากให้พวกเจ้าเข้าไปสร้างความวุ่นวายในกองทัพของแม่ข้า แต่แค่ส่วนกองหลัง" 

"กองหลัง?"

"ใช่แค่กองหลัง แค่กับพวกทหารอกาธัซจริงๆ คนพวกนี้ก่อกวนได้ง่ายกว่าพวกกองหน้าและกองกลางที่ส่วนใหญ่เป็นพวกถูกเปลี่ยน" แสดงว่ามีคู่อื่นที่ต้องบุกกองหน้ากับกองกลางแน่ๆ เลย

"แล้วเราต้องทำยังไงคะ" 

"พวกเจ้าแค่..." แล้วไดเอียนก็อธิบายรายละเอียดหน้าที่ของพวกเรา




"พวกเจ้าคิดว่าจะทำได้หรือไม่"

"..." 

พวกเรายังไม่ได้ตอบไปทันที ถ้าถามว่าแผนของเขามันเป็นไปได้มั๊ย มันเป็นไปได้ค่ะ แต่ความเป็นไปไม่ได้ก็มีเปอร์เซ็นไม่ต่างกัน มันเสี่ยงค่ะ และเสี่ยงมากด้วย เพราะถ้าเราพลาดนั่นหมายถึงชีวิต ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงกังวล

"พวกเราจะลองดูครับ" ปกติคนที่กังวลควรจะเป็นนายวีสิ แต่ตอนนี้กลับเป็นฉันซะเอง

"ข้าเชื่อมั่นในตัวพวกเจ้า" ถึงไดเอียนจะพูดอย่างนั้น แต่ฉันกลับไม่มั่นใจเอาซะเลย

"พวกผมไปได้แล้วใช่มั๊ยครับ" ไดเอียนพยักหน้าตอบวี พวกเราถึงโค้งให้เขาแล้วหันหลังเดินออกมา

"เป็นอะไร ทำหน้าแบบนี้อย่าบอกนะว่าเธอกลัว" วีถามขึ้นหลังจากที่เราเดินออกมาไกลจากห้องนั้นแล้ว ฉันกลัวมั๊ยเหรอคะ

"ใช่"

"เห้ย! จริงดิ่" วีทำเหมือนตกใจ แต่พอเห็นสีหน้ากังวลของฉันเขาก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่า "มีอะไรเหรอ"

"เปล่า" ฉันตอบ แต่จะไม่บอกเขาตรงๆ ก็ไม่ได้ "ไม่รู้ทำไมแต่ครั้งนี้ฉันกลัวอะ" เขามองฉันนิ่งเมื่อฉันพูด 

"ฉันแค่ไม่อยากจะรู้สึกเหมือนต้องตายซ้ำสอง" ฉันบอกความจริงกับเขา

ฉันกลัวจริงๆ นะคะ ถ้าคุณไม่เคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา คุณจะไม่มีทางเข้าใจเลย ตอนที่ลูกศรปักอกฉัน ฉันไม่เจ็บเพียงแต่ฉันกลัว ฉันกลัวมาก กลัวว่าตัวเองจะตาย กลัวว่าฉันต้องจากทุกคนไป กลัวที่จะไม่ได้เห็นหน้าพวกเขาอีกแล้ว กลัวว่าทุกอย่างที่ฉันทำมาจะกลายเป็นแค่ฝุ่นผง กลัวว่าเขา 'นายวี' กลัวเขาจะเสียใจและกลัวว่าเมื่อเวลาผ่านไป เขาและทุกคนคงจะลืมฉัน และเรื่องของฉันก็จะกลายเป็นแค่อดีต อดีตสำหรับทุกคน

"ไม่เห็นต้องกลัวเลย" เขาเอ่ยขึ้น "เพราะฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปอีกแน่" มันรู้สึกปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้ค่ะที่ได้ยินแบบนี้

"ถ้าใครกล้าแตะเธอ ฉันจะตัดมือมันซะ ถ้าใครคิดจะฆ่าเธอ ฉันจะฆ่ามันก่อนที่มันจะได้คิดซะอีก" รู้สึกซึ้งใจจริงๆ นะที่รู้ว่าเขาพยายามไม่กลัว และทำเป็นเข้มแข็งเพื่อปกป้องฉัน

"เพราะเธอเป็นของฉัน คนอื่นห้ามยุ่ง" ฉันอดยิ้มออกมาไม่ได้จริงๆ นะ เขาน่ารักอะ แต่ก็น่ารักได้แค่นี้แหละคะ เพราะไม่วายกวนโอ้ยฉันอีก

"ใครกล้าแตะยัยป้านี่ ฉันไม่ยอมจริงด้วย"

"นี่!" ฉันตีอกเขา

"อะไร" เขารีบเอามือถูอกแล้วยิ้มขำๆ

"จะดีอยู่แล้ว มาพูดให้เสียอารมณ์ทำไมฮะ" ฉันถามเอาเรื่อง

"ก็ไม่อยากให้เธอเครียดอะ" เขาว่า ฉันจึงทำหน้าหมุ่ยใส่ "จริงๆ นะ ฉันว่าเราทำได้อยู่แล้วล่ะ"

"ดูนายจะมั่นใจเหลือเกินนะ" ฉันว่า แล้วดูคำตอบเขา

"ฉันมียัยป้าคิดลึกทั้งคน รับรองว่าแผนของเราต้องบรรเจิดสุดๆ ต้องไม่มีคนคาดถึงแน่นอน"

"นายวี!"

"โอ้ย!!!" เขาร้องลั่นเมื่อโดนฉันทำลายฐานที่มั่นเป็นรอบที่สอง 'สมน้ำหน้า'

"สองครั้งแล้วนะ ใช้การไม่ได้ขึ้นมาทำไงฮะ" 

"ใช้การไม่ได้สิดี เป็นหมันไปเลยยิ่งดี" 

"ถ้าฉันเป็นจริงๆ แล้วเธอจะรู้สึก" หืม!!! โยงเข้าเรื่องนี้อีกแล้ว

"ย่าห์!" ฉันใช้ศอกกระแทกหลังเขาไปเต็มๆ

"โอ้ย!!" จนเขาทรุดไปนั่งกับพื้น "มันเจ็บนะโรเซ่"

"ถ้าเจ็บก็เลิกพูดสองแง่สองง่ามได้แล้ว" ฉันบอกเขาถึงนิ่งไป แล้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จร้องขอความช่วยเหลือจากฉัน

"ช่วยหน่อยสิ" แต่รอบนี้ฉันไม่หลงกลหรอก

"นายถนัดเรื่องช่วยตัวเองอยู่แล้วนิ่ งั้นก็ช่วยเหลือตัวเองเองแล้วกัน Bye,bro." ฉันรีบวิ่งชิ่งออกมาจากเขา

"โรเซ่!" เขาเรียกตาม "เธอก็พูดสองแง่สองง่ามเหมือนกับฉันนั้นแหละยัยป้าเซ็ง!" เห็นมั๊ยคะว่าเขาเล่าความเท็จเพราะตอนนี้เขาลุกขึ้นมาแล้วคะ 

"แค้นนี้ต้องชำระ มานี่เลย!" แล้วก็กำลังวิ่งไล่ตามฉันมาด้วย

"ไม่!!!" ฉันจะอยู่ให้โง่เหรอคะ รีบเร่งเวลาตัวเองให้พ้นการจับกุมทันทีเลย แล้วก็มาแอบอยู่ที่หลังกำแพง

"ยัยป้าเซ็ง" เขาเรียกหาฉัน "ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" 

'ออกไปให้โง่น่ะสิ' ตอนนี้มันก็ยังยิ้มได้กันอยู่แหละค่ะ แต่พรุ่งนี้เช้าน่ะสิ เรายังจะยิ้มออกกันมั๊ย ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าแผนของเราจะสำเร็จหรือเปล่า มันจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้มั๊ย และความน่ากลัวของสงครามจะมากแค่ไหน มันจะบั่นทอนกำลังใจของเราหรือเปล่า ฉันกังวลไปหมดเลยอะ 'เฮ้อ'

"จับได้แล้ว" 

ฉันไม่น่าเผลอคิดเลย!

"อ๊าย!!"




.........จบ PART 114.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1250 Aern5555 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 09:20
    ยาวสะใจมากกกกกก
    #1,250
    0
  2. #1249 nuhava13 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 08:16
    ยาวสะใจมากกกขอบคุณมากนะคะสู้ๆ
    #1,249
    0
  3. #1248 pummarin2544 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 18:07
    ชอบคู่นี้. น่ารัก อ่านไปเขิลไป อ่านไปยิ้มไปจนเหมือนคนบ้าาา

    อย่าหาว่าโรคจิตนะ อยากได้มาม่าคู่นี้อ่ะ ????????????
    #1,248
    0
  4. #1247 allymary (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 16:42
    โอ๊ย ขำตลอดเลย555อ่านไปขำไปชอบๆ น่ารัก ขอคู่นี้เยอะๆน้าา รอค่า
    #1,247
    0