Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 116 : PART 110 : เพียงทางเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jimin talk...



"แผลนี้ เดี๋ยวสองสามวันก็หายแล้วครับ แต่ต้องอย่าใช้แรงมากไป ไม่งั้นแผลจะเปิด ถึงเราจะมียาดีแต่ท่านก็ต้องดูแลตัวเองด้วย แล้วแผลที่ปากจะให้ข้าทำให้เลยไหม"

"ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมทำให้เธอเอง" ผมตอบอกาธัซคนนั้นที่ช่วยเย็บแผลที่ขาให้เจนนี่แทนเธอ เพราะดูท่าเจนนี่จะหลุดไปอยู่ในโลกของตัวเองแล้ว

"ถ้างั้นชุดทำแผลวางอยู่ทางนู้นนะ ถ้าไม่มึอะไรแล้วข้าขอตัวไปทำแผลให้นายท่านก่อน" อกาธัซคนนั้นว่าแล้วถือกล่องยาออกไป

"ขอบคุณนะครับ" 

ผมตะโกนไล่หลัง ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกล่องยาที่ว่า แต่พอหันกลับมาหาคนข้างๆ จิตใจผมมันก็หดหู่ตามเธอไปด้วย ผมไม่ชอบที่เจนนี่เป็นแบบนี้เลย เธอเอาแต่โทษตัวเอง ทำตัวซึมเศร้า มันไม่ดีเลยนะครับ ทั้งไม่ดีกับตัวเธอเอง ทั้งกับผมและคนอื่นๆ ตอนนี้พวกเราต้องการกำลังใจไม่ใช่สิ่งที่จะบั่นทอนจิตใจแบบนี้

"เลิกโทษตัวเองเถอะ" ผมบอกเธอขณะที่นั่งลงข้างๆ

"..." แต่เจนนี่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เธอนั่งมองเหมอ เมื่อกี้ได้ฟังที่ผมพูดบ้างมั๊ยนะ

"สองคนนั้นไม่เป็นไรแล้ว" ผมว่าและเริ่มลงมือทำแผลให้เธอ

"..." แต่เจนนี่เงียบมากเลยครับ 'เห้อ' ผมควรทำยังไงดี

"เจนนี่" ผมเรียกเธอ เธอหันมาหาผมช้าๆ ตาเธอเศร้าจัง "มันไม่ใช่ความผิดของเธอ" ผมบอกเธอ มือก็จุ่มยาไปทาที่บริเวณมุมปาก

"นายก็รู้" เจนนี่สบตาผมนิ่ง "คนที่เสนอทางนี้ให้พวกเขาคือฉันเอง"

"เจนนี่" ผมวางสำลีลง แล้วขยับเข้าไปหาเธอและกุมมือเธอไว้ "เธอเสนอทางให้เราก็จริง แต่พวกฉันเป็นคนเลือกทางนี้ ทั้งๆ ที่พวกฉันจะปฏิเสธก็ได้ แต่เราก็เลือกมัน เพราะงั้นไม่ใช่ความผิดเธอหรอก" ถึงผมจะบอกเธออย่างนี้ แต่เจนนี่ก็ยังก้มหน้ารู้สึกผิดอยู่ดี 'เห้อ'

"แต่ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าเป็นความผิดของเธอแล้วล่ะ" พอได้ยินผมพูดแบบนี้ เจนนี่ก็ค่อยๆ เงยหน้ามองผม 

"เธอน่ะผิดเต็มๆ เลย" ผมบอกเธอ แต่พอเห็นหน้าเจนนี่แล้ว ผมก็ได้แต่ภาวนาในใจว่า 'อย่าเพิ่งร้องนะ' 

"ผิดที่กำลังทำให้กำลังใจเราหายไปหนึ่ง จากสิบเอ็ดเหลือแค่สิบ มันอาจจะเล็กน้อยนะ แต่จิ๊กซอร์ที่หายไปเพียงชิ้นเดียว มันจะกลายเป็นรูปที่สมบูรณ์ได้ยังไง" แต่ผมบอกว่าอย่างเพิ่งร้องไงครับ โธ่...เบะแล้วครับ

"จะร้องไห้ทำไมเนี่ย" แต่ครั้งนี้ผมจะไม่โอ๋หรอกนะ "เลิกร้องเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"ฮือ" ผมบอกว่าหยุดร้องไงครับ ไม่ฟังกันเลย

"เจนนี่"

"ฮือๆ" ไปกันใหญ่แล้วครับ

"เจนนี่" ผมจับหน้าเธอให้เงยขึ้น น้ำตาเอ่อล้นเลยครับ ผมจึงค่อยๆ เช็ดน้ำตาออกให้เธอ จะไม่โอ๋มันก็อดไม่ได้ครับ

"ขอโทษนะ" เธอว่า "ขอโทษที่ทำให้นายรู้สึกแย่ไปกับฉัน"

ผมส่ายหน้าให้เธอ "มันไม่ได้แย่เสมอไปหรอก รู้มั๊ยว่าทำไม" 

เจนนี่ส่ายหัวแล้วมองตาผมนิ่ง ตากลมโตใสเหมือนเด็กๆ ผมจะทำใจแข็งแต่อดใจอ่อนไม่ได้เพราะอย่างนี้แหละครับ

"เจนนี่" 

ผมค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปหาเธอ มือจับด้านหลังหัวของเธอไว้ และเคลื่อนหน้าเข้าไปหาเธอจนหน้าผากของเราชนกัน เจนนี่หลับตาลงรอฟังผม ผมขออยู่อย่างนี้สักพักได้มั๊ย ผมแค่อยากพักจากทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ผมแค่เหนื่อย

"มันไม่ได้แย่หรอก เหมือนตอนนี้ แค่เรามีกันก็พอแล้ว" ผมบอกเจนนี่ 

"อย่าดีกับฉันเกินไปได้มั๊ย" เมื่อกี้เจนนี่ว่าอะไรนะครับ "ถ้านายดีกับฉันมากไป แล้วถ้าวันหน้ามันไม่เหมือนเดิมล่ะ" เจนนี่แสดงสีหน้ากังวลออกมา 

"แล้วทำไมมันจะไม่เหมือนเดิมล่ะ"

"ไม่รู้สิ" เจนนี่มองผมนัยต์ตาซื่อ "นายไม่เบื่อบ้างเหรอที่คอยดูแลฉันแบบนี้" ผมเบื่อมั๊ยน่ะเหรอ

"ก็...มีบ้าง" เจนนี่หลุบตาลงต่ำเลยครับ จนผมต้องยิ้มออกมา ผมไม่ได้จะแกล้งเธอนะ ผมพูดตามที่คิดจริงๆ ไม่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เหนื่อยเลยที่ต้องค่อยเอาใจเธอ

"แต่ว่า..." เจนนี่กลับมามองผมอีกครั้ง "คนนำทางจะทิ้งเด็กหลงทางได้ยังไงกัน" ผมบอกเธอ

"ฉันเป็นเด็กหลงทางงั้นเหรอ"

"อืม"

"ส่วนนายก็เป็นคนนำทาง"

"อื้อ"

"งั้นนายจะนำทางฉันไปไหน" ผมไม่รู้หรอกครับว่าผมจะนำทางเธอไปไหน แต่อย่างหนึ่งที่ผมรู้คือ...

"ทุกที่ที่เธอต้องการ"

"ใจดีจัง" มันรู้สึกกระชุ่มกระชวยนะครับที่ได้ยินแบบนี้ และยิ่งดีไปอีกเมื่อได้ยินเธอพูดว่า "กอดหน่อยสิ"

"ได้อยู่แล้ว" ผมรีบอ้าแขนรอเลยล่ะ แล้วเจนนี่ก็ขยับเข้ามาใกล้ผมก่อนจะกอดเอวผมเอาไว้และซบลงที่ไหล่ของผม ผมจึงรีบกอดเธอเอาไว้ 

"เหนื่อยจังเลยจีมิน" เธอบอกผมเสียงค่อย ท่าทางจะเหนื่อยจริงๆ แหละ

"ถ้าเหนื่อยก็พักเถอะ" ผมว่าและตบหลังเธอเบาๆ

"อืม" เจนนี่คงอยากพักจริงๆ แหละ เพราะหลังจากนั้นเธอก็เงียบไป ผมได้ยินแค่เสียงหายใจเข้าออกที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ

"เจนนี่"

"..." 

"เจนนี่" 

"..." ผมเรียกแต่กลับเงียบแบบนี้ 

"หลับตาเถอะนะ" ผมจะขออยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะตื่นแล้วกัน 

~ หลับตาเถอะนะ ขอให้เธอหลับฝันดี คืนนี้ไม่ต้องห่วง ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน ~







Jungkook talk...



"นายท่านไม่น่าปล่อยให้คุณหนูทำร้ายขนาดนี้เลยนะครับ" 

อกาธัซที่มาทำแผลให้ไดเอียนเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังทายาที่บริเวณท้องของไดเอียนอยู่ ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะคือสาหัส แผลของไดเอียนมันพองเป็นวงแดงเลยล่ะครับ

"ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย" ไม่เจ็บเลยจริงๆ เหรอครับ อะไรจะทึกปานนั้น

"ยัยหนูนี่ใจกล้าจริงๆ"

"ยัยหนู? อะไรคือยัยหนู" ไดเอียนเอ่ยถามจินฮยอง

"ก็จีซูไงครับ"

"จีซู? นี่เจ้าเรียกน้องข้าว่ายัยหนูงั้นเหรอ" จู่ๆ ก็เหมือนจะอารมณ์ขึ้นเฉยเลยครับ

"ช่างกล้านัก" สาหัสว่า นายกับบ่าวสองคนนี้เป็นอะไรกันครับ ตอนนี้จินฮยองนั่งงงเป็นไก่ตาแตกไปเลย

"กูพูดไรผิดวะ" ฮยองแกกระซิบถามพวกผม

"เจ้ามันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง" ต่ำสูงไฮโลก็มาด้วย "เปรียบน้องข้าเป็นหนูในรูสกปรกโสโครก ช่างมีความคิดชั้นต่ำนัก"

"พรืด! ฮ่าๆๆ" 

ตอนนี้พวกผมไม่ไหวแล้วครับ มันอดหัวเราะกันไม่ได้จริง ในขณะที่คนโดนด่า จินฮยอง รายนี้ได้แต่นั่งอ้าปากหว๋อจนยุงจะบินเข้าปากอยู่แล้ว

"พวกท่านหัวเราะนายข้างั้นเหรอ ช่างบังอาจจริงๆ" 

"ไม่ใช่อย่างนั้นพี่ชาย" เจโฮปรีบบอกลูกน้องของไดเอียน

"ข้าไม่ได้มีพ่อแม่ร่วมกันกับเจ้าสักหน่อย"

"กูจะพูดกับสองคนนี้รู้เรื่องมั๊ยวะเนี่ย" เจโฮปฮยองพึมพำกับตัวเอง ก่อนฮยองแกจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดและหันไปยิ้มให้กับสองคนนั้น

"คืองี้นะท่านทั้งสอง" ขอยกหน้าที่ท่านฑูตให้ฮยองแกเลยครับ 

"อย่างแรกเลย พวกผมไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะ แต่มันเป็นเพราะว่า พวกท่านสองคนกำลังเข้าใจพี่ของผมผิด" เจโฮปผายมือไปที่จินฮยอง

"ใช่ครับ" จินฮยองรีบพยักหน้ารับ

"เข้าใจผิด? ข้าเข้าใจผิดยังไง ชี้แจงมาเดี๋ยวนี้" ไดเอียนถามกลับ

"คือไอ้ยัยหนูที่พี่ผมเรียก มันแสดงถึงความเอ็นดูรักใคร่แบบพี่ๆ น้องๆ กันน่ะครับ ใช่มั๊ยฮยอง" แล้วเจโฮปก็ส่งไม้ต่อให้จินฮยองเป็นคนตอบเอง

"อืม ใช่ๆๆ ก็ผมเห็นจีซูตัวเล็กๆ น่ารักๆ เหมือนหนูแกสบี้ หนูแฮมเตอร์อะไรพวกนี้น่ะครับ"

"หนูแกสบี้ หนูแฮมเตอร์ หนูอะไรกัน ข้าไม่เห็นเคยได้ยิน มันไม่มีหนูที่ไหนน่ารักหรอกนะ ในอกาธามีแต่หนูตัวใหญ่สีดำน่าขยะแขยงทั้งนั้นแหละ" 

โธ่...เขาเคยไปไหนนอกจากที่นี่มั๊ยครับ เล่นเอาจินฮยองกับเจโฮปฮยองไปไม่เป็นเลย พวกฮยองแกคงไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ไดเอียนเห็นภาพ

"แต่ถึงเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ข้าไม่ชอบให้เจ้าเรียกน้องข้าแบบนั้น ถ้าข้าได้ยินอีกเพียงครั้ง ข้าจะตัดลิ้นเจ้าซะแล้วโยนไปให้เป็ดกิน"

"เอือก" จินฮยองรีบกลืนน้ำลายลงคอ โหดแท้ๆ

"เข้าใจใช่ไหม"

"เข้าใจดีเลยแหละครับ" จินฮยองว่าหน้าบอกบุญไม่รับ น่าสงสารฮยองแกนะครับ อยู่ดีๆ ก็โดนขู่ซะงั้น

"แล้วเจ้านะ" เรียกใครอีกล่ะครับ แต่มองไปทางชูก้าฮยองแบบนี้ แล้วยังถามอีกว่า "เจ้าเป็นอะไรกับน้องข้า" 

"มันเลยครับ ไอ้นี้แหละครับแฟนน้องท่าน" จินฮยองนี่มันเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดชัดๆ เลยครับ รีบโยนก้างให้พ้นคอตัวเองอย่างเร็ว

"แฟน?"

"หมายถึงคนรักน่ะครับ ไอ้นี่แหละ" 

ผมล่ะสงสารชูก้าฮยอง แต่ดูเหมือนชูก้าฮยองจะดูไม่น่าสงสารเหมือนที่คิดแฮะ เพราะฮยองแกนิ่งมากเลยครับ แถมยังมองหน้าไดเอียนกลับซะด้วย ผมว่ามันต้องมีการปะทะ

"เจ้านี่น่ะนะ"

"ฉันเองแหละ มีปัญหาอะไรเหรอ" 

อ้าก!!! แน่นอนๆ ลูกพี่ผมแน่นอนมากครับ เล่นเอาไดเอียนจ้องกลับตาไม่กระพริบเลย

"ปัญหาน่ะมีแน่ถ้าเจ้าคิดไม่จริงกับน้องข้า"

"ปัญหาน่ะไม่มีหรอกเพราะยังไงฉันก็เป็นรักแท้ของเธอ" 

ฮู้!!! ผมว่าพวกฮยองคนอื่นคงอยากชักดิ้นชักงอเหมือนกับผมแน่เลยแต่ทุกคนก็ต้องเก็บอาการเอาไว้เพราะเกรงใจคนตรงหน้า แต่ชูก้าฮยองตอบถูกใจผมจริงๆ นะ กระทึบไลค์รัวๆ

"รักแท้? หน้าตาไร้วิญญาณร่างกายห่อเหี่ยวแบบเจ้าเนี่ยนะ"

"พรืด! อืมๆ" พวกผมแทบกลั้นไว้ไม่ทันครับ ก็แรงใส่กันทั้งคู่ซะขนาดนี้ ชูก้าฮยองที่ทำหน้าไร้วิญญาณอยู่แล้วตอนนี้คงหน้าตายไปเลย

"ใจเย็นนะมึง" จินฮยองกระซิบบอกชูก้า

"หน้าตาป่วยๆ อย่างฉันนี่แหละถึงล้างคำสาปยัยคาร์เมนได้ แม่นายไม่ใช่เหรอ" 

เฮือก! ฮยองแกเล่นถึงแม่เลยนะครับ ทำเอาไดเอียนนิ่งไปเลย

"นายท่าน ให้ข้าจัดการให้ไหม" สาหัสลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อม

"ไม่ต้องสาหัส" ไดเอียนยกมือปรามไว้ก่อน "ข้าไม่ได้ถือสาอะไร" 

"แต่..."

"นั่ง!"

"ขอรับ" แล้วสาหัสถึงกลับไปนั่งลงตามเดิม 

แน่ใจนะครับว่าเขาไม่ได้ถือสาจริงๆ ไม่ใช่พอตกดึกแอบลอบฆ่าเราหรอก หรือไม่ก็อาจวางยาพิษให้เรากิน ผมชักเสียวๆ แล้วสิ

"แล้วข้าจะจับตาดูเจ้า" ไดเอียนมองหน้าชูก้าฮยองนิ่ง แต่ชูก้าฮยองแกไม่ยอมโดนขู่ง่ายๆ หรอกนะครับ

"จับให้ทันแล้วกัน" ฮยองแกจะตอบกวนตีนไปไหนครับเนี่ย เดี๋ยวก็พาพวกผมซวยพอดี

"ข้าไม่เคยตามหลังใครอยู่แล้ว" 

มีช่วงพักยกไหมครับ ผมว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วนะ แรกๆ มันก็สนุกแหละ ไปๆ มาๆ ผมเริ่มเครียดตามแล้วเพราะมันมีลางว่าอีกซักหน่อยอาจมีการวางมวยเกิดขึ้น

"คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ" ขอบคุณพระสงฆ์ที่ในที่สุดก็มีคนห้ามทัพมาซะที "ดูน่าสนุกจังเลย" จีซูได้ดูหน้าสองคนนั้นมั๊ยครับ

"น่าสนุกอะไรล่ะพี่ ดูหน้าพวกเขาซะก่อน" ไม่เหมือนลิซ่าที่ช่างสังเกต

"อ้าวเหรอ"

"เรากำลังคุยเรื่องรักแท้ของเจ้าอยู่น่ะ" ไดเอียนบอกจีซู และพอจีซูได้ยิน

"รักแท้?...พี่ชูก้า!" เธอก็รีบเดินตรงไปหาชูก้าฮยองเลยครับ แถมยังตบแขนฮยองแกซะแรง

"อะไรเล่า"

"เอามาพูดต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้ได้ไง" จีซูพูดค่อยๆ

"ก็พี่เธอถามจะให้ตอบยังไงล่ะ"

"แล้วมันจำเป็นมั๊ยฮะ"

"ก็ตอบไปแล้วมันเอากลับมาได้ที่ไหน" 

พอได้ยินชูก้าฮยองว่าอย่างนี้ จีซูก็ดูเหมือนจะหมดคำจะพูด ก่อนจะจ้องฮยองแกเขม็งแล้วยกนิ้วขึ้นมาโป้งชูก้าฮยอง

"ฉันจะคิดบัญชีทีหลัง" ก่อนจะหันมาบอกทุกคนว่า "แกล้งทำลืมๆ กันไปด้วยนะคะ"

"จะอายทำไม"

"พี่ชูก้า"

"ขนาดฉันยังไม่อายเลย"

"โฮะ! พี่นี่มัน...โป้งๆๆๆ เงียบไปเลยไม่งั้นฉันตัดลิ้นจริงด้วย" มาอยู่นี่ไม่นานติดเชื้อไดเอียนมาเหรอครับ

"เธอไม่กล้าหรอก" ชูก้าฮยองบอกจีซู จีซูกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ก็มีคนใจดีตอบให้ก่อน

"น้องข้าอาจไม่กล้า แต่ข้ากล้าแน่" 

"ใช่ค่ะ" จีซูยิ้มอย่างพอใจ "ถึงฉันไม่กล้า แต่พี่ชายฉันกล้าแน่" 

สงสัยชูก้าฮยองจะทนการยักคิ้วอย่างผู้ชนะของจีซูไม่ได้ก็เลยผลักหัวเธอซะแรง

"โอ้ยพี่! เจ็บนะ อะไรอีกเนี่ย" จีซูใช้มือลูบหน้าผากตัวเอง

"ไปนั่งเลยไป" ชูก้าฮยองผลักเธอกลับที่ค่อยๆ

"อะไรก็ไม่รู้ แพ้แล้วพาล" จีซูว่าแล้วเดินไปนั่งกับลิซ่าและโรเซ่

"แล้วเจ้าล่ะ เป็นยังไงบ้าง ปวดเมื่อยตรงไหนหรือเปล่า" ไดเอียนถามโรเซ่ 

"ไม่เลยค่ะ" โรเซ่ตอบ "ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว รู้สึกเหมือนเกิดใหม่เลยค่ะ รอยแผลก็หาย รอยช้ำก็ไม่มี เพราะได้ยาดีช่วยไว้แท้เลย" 

"หายแล้วจริงดิ ไหนเอาแผลมาดูดิ่"

"ทะลึ่ง" โรเซ่เอ็ดวี

"ทะลึ่งอะไร ฉันแค่อยากดูให้แน่ใจว่าเธอหายแล้วจริงๆ ถ้าคนไม่ห่วงก็เขาไม่ถามหรอกนะ" ห่วงกันจริ๊ง ผมชักจะหมั่นไส้แล้วสิ

"หายแน่นอนจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วง" ยายแคสเปียร์ลอยเข้ามา "การรักษาด้วยน้ำยาบูรธาราเป็นวิธีโบราณที่เราใช้รักษาคนเจ็บอาการสาหัสให้หายเป็นปริทิ้ง"

"สาหัสจนหายขาดนี่นะครับ" ดูเหมือนแรปมอนจะสงสัย

"ใช่จ้ะ ยานี่น่ะนะจะช่วยสมานแผล สร้างเนื่อเยื่อใหม่ทดแทนเนื้อเยื่อเดิมที่ได้รับบาดเจ็บในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม"

"ถ้างั้นพวกผมก็ใช้ได้ครับ" เจโฮปฮยองแกดูตื่นเต้นอยากจะลองนะครับ

"ไม่ได้จ้ะ" แต่โดนยาแกเบรคซะแล้ว

"ทำไมล่ะครับ" เล่นเอาฮยองแกผิดหวังไปเลย

"พวกหลานแค่บาดเจ็บยังไม่ถึงสาหัสเพราะงั้น เปลือง!"

"งกจริงๆ เลยครับ"

"ก็ต้องงกสิจ้ะ ก็กว่าจะปรุงยาได้ต้องใช้วัตถุดิบกี่ชนิด กี่ขั้นตอน มันไม่ใช่ยาขี้หมูขี้หมาหรอกนะ"

"แล้วพี่เจนนี่กับรุ่นพี่จีมินล่ะคะ ยังทำแผลไม่เสร็จกันเหรอ" ลิซ่าถามขึ้น

"น่าจะคงทำแผลกันอยู่น่ะครับ" สาหัสตอบ

"และก็คงทำอย่างอื่นด้วย"

"ฮึ" พวกผมหันไปหาจินฮยอง

"อะไร พวกมึงคิดอะไร กูแค่จะบอกว่าสองคนนั้นคงกำลังทำความเข้าใจกันอยู่"

"ฮยองคิดอย่างนั้นจริงดิ่" วีถามและพวกผมก็มองตามจนจินฮยองเริ่มทนไม่ไหว

"เอ้อ กูคิดแบบนั้นจริงๆ แล้วพวกมึงเป็นอะไรกัน มาจับผิดกูตลอด จะมาตัดลิ้นกูอีกคนหรือไง" มีการประชดประชันด้วยความไม่พอใจ

"ล้อเล่นแค่นี้เองฮยอง ทำเป็นซีเรียสไปได้"

"อ้อ ข้าเกือบลืมถามไป" จู่ๆ ไดเอียนก็พูดขึ้นมา ทำให้พวกเราหันไปหาเขาเป็นตาเดียว "ทำไมลีนานถึงไม่มาเอง แต่กลับทรงพวกเจ้ามา"

"ทำไมคะ เสียดายเหรอ"

"ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยน้องพี่" 

ถึงปากจะบอกอย่างนั้น แต่ผมว่าในใจไดเอียนคงแอบเสียดายอยู่แน่ๆ ผมไม่ได้คิดไปเองนะ แต่ด้วยอาการหลายๆ อย่างทั้งก่อนหน้านี้และตอนนี้ ผมว่าสองคนนี้น่าจะกิ๊กกันอยู่ แต่ผมก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมลีนานถึงไม่มาเอง เจนนี่ก็ไม่อยู่ซะด้วย ใครจะไปตอบแทนเธอล่ะ

"เธอคงกลัวมั้งครับ" วีฮยองแกไปรู้อะไรมาครับ

"กลัว? กลัวข้างั้นเหรอ"

"ไม่หรอกครับ เธออาจอยากเจอคุณแทบตายแต่คงกลัวใจตัวเองมากกว่า" ฮยองแกรู้จักลีนานแค่ไม่กี่วัน ทำไมถึงรู้ลึกรู้ดีขนาดนี้นะ

"งั้นเหรอ" นี่เรียกว่าไม่เสียดายเลยครับ หน้าสลดเชียว "ข้าเข้าใจแล้ว"

"แล้วทำไมไม่คบกันล่ะคะ"

"ฮึ" ไดเอียนหันไปหาจีซู ผู้ที่จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาดื้อๆ

"ก็ถ้าพี่รักเธอ แล้วเธอก็ดูเหมือนจะรักพี่ ทำไมไม่ตกลงคบกันไปเลยล่ะ"

"ถึงใจพี่อยากทำอย่างนั้น แต่พี่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี มันมีเหตุผลร้อยแปดที่คนเราจะรักกันไม่ได้"

"เพราะคาร์เมนงั้นสิ" 

"..."

ไดเอียนไม่ตอบจีซู แต่ผมว่าทุกคนรู้ว่าเพราะเหตุผลนี่แหละ ที่แท้อุปสรรคก็แค่แม่นี่เอง ส่วนอุปสรรคของผมก็คือลิซ่าที่ไม่ใช่ลิซ่า เธอดูปกติจนแยกไม่ออกจริงๆ นะ

"พี่เคยบอกรักเธอบ้างไหม" ไดเอียนสายหัวค่อยๆ ตอบจีซู "อย่างน้อยก็น่าจะบอกเธอให้รู้หน่อยสิคะ" 

"ข้าไม่อยากผูกมัดนางน่ะ"

"แล้วเคยถามเธอหรือเปล่า" ไดเอียนส่ายหน้าอีกครั้ง "อ่า ทำไมพี่ซื่อบื้อขนาดนี้เนี่ย" เอ่อ...ตรงไปนะบางที จนไดเอียนแอบสตั้นไปเลย

"ข้าไม่ได้ซื่อบื้อนะ เพียงแต่ข้าไม่อยากสร้างปัญหาให้นาง" 

ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะ เพราะถึงเขาจะรู้คำตอบแต่ก็ยังคบกันไม่ได้อยู่ดี หรือถ้าคบได้ ปัญหาก็จะเกิดกับลีนานเพราะคาร์เมนคงไม่ปล่อยลีนานไว้แน่

"คุณทำเพื่อปกป้องเธอ" 

ผมเผลอเอ่ยออกไป ไดเอียนมองมาหาผม เขาจ้องผมเหมือนว่าเขารู้ว่าผมคิดอะไร แล้วยิ้มน้อยๆ ออกมาก่อนจะบอกผมว่า...

"ใช่ เจ้ารู้ใช่มั๊ยว่าความรักไม่จำเป็นต้องครอบครอง เราไม่จำเป็นต้องบอก แค่ใจเรารู้ว่ารัก ขอแค่ได้รัก นั่นแหละคือคำตอบ"

"แล้วคุณไม่รู้สึกทุกข์เลยเหรอ" ผมถาม

"ข้าไม่ได้ขออะไรจากนางมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ข้ารู้ว่าข้ารักนาง ข้าก็แค่รัก ไม่ต้องการสิ่งใดนอกเหนือจากนี้ ถึงนางจะรักข้าหรือไม่ ข้าก็ไม่ได้สนใจ" 

คำตอบของเขา มันเหมือนคำตอบของผมเลย ผมไม่รู้ว่าลิซ่าคนนี้ยังรักผมหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่สนใจเพราะผมรักเธอ แต่ผมก็รู้ว่าลึกๆ แล้วในใจของเธอ สักที่หนึ่งในส่วนที่ลึกที่สุดของใจ ในที่แห่งนั้นมีลิซ่าคนที่รักผมอยู่ เพราะงั้นผมจะปกป้องเธอ ปกป้องลิซ่าคนนั้น ผมก็ไม่ยอมเสียเธอไปเหมือนกัน

"แล้วทำไมพวกเจ้าถึงต้องอยากมารู้เรื่องของข้าด้วยล่ะ" ไดเอียนว่าหลังจากที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนโดนสอบสวน

"งั้นถามเรื่องสงครามก็ได้ค่ะ" ลิซ่าเอ่ยขึ้น ไดเอียนหันไปหาเธอเหมือนคนอื่น แต่ผมรู้ว่าสายตาที่เขามองเธอมันแตกต่าง เขาดูระวังตัวขึ้นนะผมว่า

"คุณจะทำยังไงต่อคะ" ไดเอียนจ้องลิซ่านิ่ง ผมรู้ว่าเขารู้ เขาเคยพูดเอาไว้ และเขาคงไม่เชื่อใจเธอ

"นั่นสิ เจ้าจะทำยังไงต่อไป" 

ยายแคสเปียร์รีบเร่งเร้า ไดเอียนจึงหันไปหายายแทน ยายแกคงรู้ว่าไดเอียนคิดอะไร และไดเอียนก็คงรู้ว่ายายแกกำลังปกป้องลิซ่าอยู่ ตกลงตอนนี้มีคนรู้เรื่องลิซ่าอยู่สามคนครับ คือ ผม ยายแคสเปียร์ที่รู้ตอนที่ผมไปขอร้อง และไดเอียนที่คงรู้เพราะเซ้นท์

"ข้ายังบอกไม่ได้" นั่นไงครับ ผมบอกแล้วว่าเขาไม่ไว้ใจลิซ่า "ข้าจะบอกพวกเจ้าเมื่อถึงเวลา ตอนนี้พวกเจ้าก็ไปพักได้แล้ว ถ้าหิวก็ลงไปชั้นล่าง ห้องครัวอยู่ฝั่งซ้าย ส่วนห้องนอนขึ้นไปอีกสองชั้นทางปีกขวา ข้าแยกห้องชายหญิงไว้แล้ว พักกันให้พอเพราะพรุ่งนี้ข้ามีฝึกพิเศษให้พวกเจ้าหนึ่งวันเต็ม เพราะถ้าไปรบแล้วฝีมือแบบนี้ คงแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม" อะไรล่ะครับ จู่ๆ ก็ไล่เราเฉยเลย

"นี่เรายังต้องฝึกอีกเหรอวะ" เจโฮปแอบบ่น

"ไปสิ" เมื่อเห็นว่าพวกเราไม่ลุก ไดเอียนก็เร่งเลยครับ "ไปได้แล้ว"

"จะเร่งอะไรนักหนาวะ" ชูก้าฮยองพึมพำขณะลุกขึ้น "ลุกดิ่เว้ย เขาไล่แล้วนิ่" ฮยองแกมีอะไรไม่พอใจไดเอียนหรือเปล่าครับ 

แล้วทุกคนก็เริ่มทยอยลุกขึ้น พวกสาวๆ ก็ด้วย และชูก้าฮยองก็เดินออกไปคนแรก คนอื่นๆ ถึงเดินออกไปตาม แต่ผมยังมีเรื่องติดใจอยู่น่ะสิ 'เอาไงดี' ตอนนี้เราก็เดินกันออกมาจากห้องแล้วด้วย





"ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ" แรปมอนเสนอ

"ดีค่ะ ฉันเห็นด้วย งั้นตามมาเลยค่ะ" จีซูกลายมาเป็นคนนำขบวนแทน

"เรื่องกินขอให้บอกใช่มั๊ยพี่" โรเซ่แซวจีซู

"กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องสิยะ" แล้วสามสาวก็เดินนำไปด้วยกัน 

"ตามพวกน้องไปเถอะ" จินว่าแล้วกำลังจะเดินตามพวกเธอไป

"พวกฮยอง" 

"มีไรไอ้กุก" แรปมอนถามผม

"คือ...ผมยังไม่ค่อยหิวน่ะ เลยว่าจะไปเดินเล่นก่อนสักหน่อย เดี๋ยวผมตามไปทีหลัง" ผมบอกแล้วพวกฮยองแกก็มองหน้ากัน

"มึงไปเป็นเพื่อนมันไอ้วี" แรปมอนบอกวี

"เอ้า ทำไมต้องผมล่ะ"

"ในนี่มึงเป็นมักเน่รอง เพราะงั้นมึงไปเป็นเพื่อนมัน กูไม่อยากให้มันไปเดินคนเดียว"

"แต่ผมก็หิวนะฮยอง อีกอยากผมมีเรื่องต้องทำอีกอะ"

"แต่จะปล่อยให้มันไปเดินคนเดียวไม่ได้"

"งั้นฮยองก็ไปดิ"

"กูเป็นลีดเดอร์ กูไปไม่ได้"

"ไม่เห็นเกี่ยวกันเลยฮยอง"

"ไม่เกี่ยวกันได้ไง กูมีหน้าที่จับตาดูพวกมึงนะ"

"งั้นก็เจโฮปฮยอง" 

"กูไปไม่ได้" เจโฮปรีบปฏิเสธ

"ทำไมล่ะฮยอง"

"ก็...ก็..." หาคำแย้งไม่ได้เหรอครับ "ก็...ก็กูเป็นเพื่อนลีดเดอร์ กูก็ต้องอยู่ช่วยเพื่อน"

"แต่กูทำคนเดียวได้นะ" 

"เอ้าไอ้ม่อน" วันนี้พวกฮยองแกจะตกลงกันได้เปล่าครับ

"งั้นก็ฮยองแหละ" วีบอกเจโฮป

"แต่กู..."

"ผมไปคนเดียวได้ครับ" ผมขัดขึ้น 

"เห็นมั๊ย มันไปคนเดียวได้" เจโฮปบอกแรปมอนกับวี

"มึงไปได้แน่นะ" ชูก้าฮยองถามผม ผมจึงพยักหน้าให้ 

"งั้นก็ให้มันไปคนเดียว มันโตแล้ว มันดูแลตัวเองได้ อีกอย่าง..." ฮยองแกหันไปหาตัวปัญหาสามคน "กูขี้เกียจฟังพวกมึงสามตัว เถียงกันอยู่ได้ กูรำคาญ" 

"ใช่ กูจะไปกินข้าวแล้วนะ ใครจะไปก็ตามมา ไปเว้ยไอ้ก้า" แล้วจินฮยองกับชูก้าฮยองก็เดินออกไป

"งั้นพวกกูไปก่อนนะ อย่าลืมตามมาล่ะ" แรปมอนว่าแล้วเดินตามสองคนนั้นไป และวีกับเจโฮปถึงเดินตามไปอีกต่อ 

เอาล่ะผมว่าได้โอกาสแล้ว ผมจึงเดินกลับทางเดิมเพื่อไปยังห้องที่เราเพิ่งจากมา ในใจผมได้แต่ภาวนาว่าขอให้เขายังอยู่

"มีข่าวอะไรมามั๊ย" เสียงของเขาดังแว่วออกมาจนผมต้องรีบหลบหลังขอบประตู

"นายหญิง พร้อมด้วยพี่และน้องของท่านนำทัพผ่านทาธารัสไปแล้วครับ และได้ส่งกองเล็กไปลองสนามที่เขต war zone แล้ว แต่เคโททอลและเหล่าอกาธอนัสบางส่วนของลักซ์ยังป้องกันได้ดีอยู่ แต่คาดว่าคงอีกไม่นานพวกเขาคงฝ่าไปได้ เพราะคนของลักซ์เริ่มอ่อนแรงลงแล้ว ในขณะที่นายหญิงส่งกองกำลังไปอย่างต่อเนื่อง"

"งั้นด่านต่อไปคือ danger zone สินะ"

"ใช่ขอรับ"

"หากแม่ข้าผ่าน danger zone ไปได้ล่ะก็หายนะจะเกิดกับอกาธอนแน่"

"แต่ป้อมปราการของอกาธอนค่อนข้างแน่นหนาอยู่นะครับ"

"แต่ก็เคยโดนพวกตัวเย็นที่ถูกเปลี่ยนเพียง 300 ตัวบุกเกือบแตก"

"เรื่องนั้น...ก็ใช่ครับ"

"เราไม่เคยเห็นกองทัพผู้ถูกเปลี่ยนมาก่อน เราจะประมาทไม่ได้ บอกคนของเราให้ฝึกหนักอีกเท่าตัว"

"ขอรับนายท่าน"

"แล้วพวกของน้องข้า เจ้าคิดว่าฝึกไหวไหมสากรรจ์" ใครคือสากรรจ์อีกล่ะครับ

"พวกเขาก็พอมีพื้นฐานอยู่บ้าง ข้าว่าหนึ่งวันคงพอได้อะไรอยู่ อย่างน้อยก็ให้ได้รู้วิธีป้องกันตัวเอง"

"ดี ข้าขอฝากเจ้ากับสาหัสช่วยดูพวกเขาด้วยแล้วกัน"

"ขอรับ"

"แล้วเรื่องแผนรบล่ะนายท่าน" เสียงนี้น่าจะเป็นของสาหัสครับ ผมพอจำได้ เสียงก่อนหน้าน่าจะเป็นของสากรรจ์

"แม่ข้าคงรู้แล้วว่าข้าหักหลังท่าน ดับป์คงบอกเรื่องนี้กับท่านแล้วแน่ เพราะงั้น..." จู่ๆ เขาก็เงียบไปครับ เกิดอะไรขึ้น ผมกำลงรอฟังแผนที่ว่าเลยนะ

"รักษามารยาทของเจ้าด้วย" ไดเอียนเอ่ยขึ้น เขาพูดกับใครน่ะครับ "อย่าทำตัวน่าสงสัย จอนจองกุก" อ้อ...กับผมนี่แหละ

ผมจะไม่ออกไปก็กะไรอยู่ครับ ยิ่งโดนด่าแบบสุภาพแบบนี้อีก ผมจึงค่อยๆ เดินออกจากที่ซ่อนเข้าไปในห้อง เท่าที่ผมเห็น ในห้องตอนนี้มีคนอยู่สามคนครับ คือ ไดเอียน และเอ่อ...ผมว่าสาหัสกับสากรรจ์น่าจะเป็นแฝดกันล่ะมั้ง เพราะตอนนี้ผมแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร

"ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังแบบนั้น"

"ถ้าไม่ได้ตั้งใจ แล้วเจ้ามาเดินแถวนี้ทำไม ข้าไล่ไปแล้วนิ่" ไดเอียนถามผมด้วยความสงสัย

"คือ...ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณน่ะครับ เอ่อ แต่จริงๆ แล้ว ผมเรื่องที่จะถามมากกว่า" ไดเอียนมองผม ผมว่าเขารู้แล้วล่ะว่าผมมาทำไม

"สาหัส สากรรจ์"

"ขอรับ"

"พวกเจ้าไปได้ เดี๋ยวเราค่อยคุยกันต่อ"

"ขอรับ" แล้วคู่แฝดก็โค้งให้ไดเอียนหนึ่งครั้งก่อนจะเดินออกไป และเมื่อสองคนนั้นเดินลับตา

"ว่ามา" ไดเอียนบอกผม

"เรื่องลิซ่าน่ะครับ" ผมมาหาเขาเพราะเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยแหละ "คุณเคยบอกเธอว่าคุณช่วยเธอได้"

"ใช่ ข้าช่วยนางได้"

"งั้นก็ช่วยเธอสิครับ" ผมบอก ไดเอียนมองผมก่อนจะยิ้มบาง

"เจ้าคงไม่ยอมหรอก" เขาว่า

"ทำไมผมจะไม่ยอม ถ้ามีวิธีไหนที่จะช่วยเธอให้หลุดพ้นมันไปได้ ผมยอมได้ทั้งนั้นแหละ"

"แม้แต่ชีวิตนางเหรอ"

"อะไรนะครับ" ผมถามไดเอียน เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ

"หากนางตาย นางก็จะหลุดพ้น นี่เป็นวิธีเดียวที่ข้าจะช่วยได้ และเจ้า..." เขาสบตาผม "เจ้าคงไม่ยอมใช่ไหม"

คำตอบของเขาเหมือนมาดับแสงที่ปลายอุโมงค์ของผมเลยครับ ใช่ครับ เขาพูดถูกที่ว่าผมไม่ยอม แล้วผมต้องทำยังไงล่ะ

"เจ้ารู้วิธีการล้างมนตร์หรือไม่"

"รู้ครับ"

"งั้นก็คงจะรู้นะ ว่าถ้าเจ้ายังอยากให้นางอยู่ต่อก็คงมีแค่ 3 ทาง" ผมพยักหน้ารับ

"วิธีถ่ายเลือดน่ะปลอดภัยสุดแล้ว"

"แต่มนตร์ก็ยังอยู่" ผมบอกเขา 

"งั้นก็เหลือเพียงทางเดียว"

"ทางเดียวเหรอครับ" จริงๆ มันต้องเหลือ 2 ทางไม่ใช่เหรอ

"ถึงแม้น้องข้าจะชั่วร้ายเยี่ยงปีศาจ แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครฆ่าเขาหรอกนะ" เขาบอกผม สายตาชี้ให้เห็นว่าถ้าจะฆ่าดับป์ต้องข้ามศพเขาไปก่อน

"งั้นผมก็ต้องหาตัวตนของเธอ" ไดเอียนพยักหน้ารับ "แต่เรื่องนี้ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนเลยนะครับ มันไม่มีคำอธิบายวิธีนี้ด้วยซ้ำ" 

"งั้นเจ้าก็จะเป็นคนแรก" ไดเอียนว่า "ใจเจ้าจะนำทางเจ้า ข้าเชื่ออย่างนั้น" 

การที่ผมมาหาเขามันช่วยอะไรไหมครับ สุดท้ายผมก็ต้องพึ่งตัวเอง และผมไม่มีความเชื่อมั่นเอาซะเลย

"ถ้าหาก..." ผมลุกขึ้นยืนเตรียมออกไป "หากว่าเรื่องนี้เกิดกับลีนาน" ผมเห็นความไหววูบในตาของเขา ผมรู้ ผมกำลังทำให้เขาสับสน

"คุณจะเลือกปกป้องใคร" ผมทิ้งบอมบ์เอาไว้แล้วเดินออกมา ผมรู้ว่านี่มันปัญญาโลกแตกครับ ครอบครัวกับคนรัก ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกใครล่ะ 

"ข้าจะเปลี่ยนใจเขา" ผมหยุดที่หน้าประตูเมื่อได้ยินเสียงนั้น 

"ข้าจะลองเปลี่ยนใจดับป์" ไดเอียนบอกผม "ถ้าหากข้าจะสามารถช่วยเจ้าได้ คงเป็นวิธีนี้ ข้าจะลองกล่อมน้องข้า มันอาจจะยาก เพราะงั้นข้าอยากให้เจ้าเผื่อใจไว้หน่อย แต่ข้าจะลองดู" 

อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้นิ่งเฉยกับคำขอของผมล่ะครับ ถึงแม้วิธีที่เขาว่าจะยากพอๆ กับการหาตัวตนของลิซ่าก็ตาม แต่อย่างน้อยผมก็มีหนทางขึ้นมาเพิ่มอีกหนึ่ง

"ขอบคุณครับ" ผมหันกับไปโค้งให้เขา ไดเอียนยิ้มอย่างเห็นใจให้ผม

"ข้าขอโทษแทนน้องข้าด้วย" เขาว่า ผมพยักหน้ารับ แล้วเดินออกมา 

ไดเอียนว่าจะช่วยผมแล้ว คราวนี้ผมก็ต้องช่วยตัวเองบ้างครับ จริงๆ แล้ว เมื่อคืนผมลองไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ว่าก็ยังคงไม่ได้คำตอบ ผมเหลือโอกาสอีกแค่สองครั้ง ถ้าผมใช้อีกคืนนี้ ผมก็จะเหลืออีกหนึ่งคืน โอกาสอีกสองครั้ง ผมจะทำได้มั๊ยนะ ผมจากหาคำตอบได้หรือเปล่า ทุกอย่างมันขึ้นกับตัวผมและของสิ่งนี้สินะ 

ผมหยิบห่อกระดาษเล็กๆ มาจากกระเป๋ากางเกง ผมแกะดูมัน ยาเม็ดสีดำที่มีควันของมนตร์ดำลอยคลุ้งยังคงเหมือนเดิม แต่มันเหลือแค่สองส่วนจากสี่ส่วนแล้วตอนนี้

"ยาจมปลัก"





.........จบ PART 110.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1600 Thack_patsarin (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 11:39

    ขอให้ไดเอียนกล่อมดับป์สำเร็จด้วยเถิด ลิซ่าจะได้หลุดพ้นจากการถูกเปลี่ยน แต่!! จองกุกนายเท่มากอ่ะ cool โคตร ปรบมือให้เลย👏👏👏👏👏👏

    #1,600
    0
  2. #1465 Nanny😁😄 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 21:11
    จองกุกเท่ห์มากๆๆๆรักรักกุกกี้><
    #1,465
    0
  3. #1256 RainniaR_1988 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 01:01
    แสดงว่า ลิซ่าถูกเปลี่ยนแล้วหรอ งือ เพราะกาตัวนั้นใช่ไหม กุกเท่มากเลย
    #1,256
    0
  4. #1229 miwmm58 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 21:06
    รอค่าาา
    #1,229
    0
  5. #1228 Aern5555 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 13:41
    รอค่าาา
    #1,228
    0
  6. #1227 Prim prim (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:05
    รอค่า ติดเรื่องนี้มากก
    #1,227
    0
  7. #1226 allymary (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 17:53
    รอค่าาา
    #1,226
    0